-My Sweetheart..You're Everything -KiHae HanHyuk SJ-

ตอนที่ 28 : :: Chapter 21 : You're my love ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    26 มี.ค. 53

 

 

 

 

21

You’re my love

 

 

 

 

หลังจากจบการแข่งขัน   ฮันกยองเอาชนะอึนวูจากโรงเรียนฮานันไปได้ด้วยกำลังใจดีเต็มเปี่ยม    แต่ก็เฉียดฉิวเส้นยาแดงผ่าแปดเกินทน    เหมือนกับล้มทั้งยืน    ขาของฮันกยองบวมช้ำจนน่ากลัวเพราะฝืนจนจบเกมส์    หลังจากการแข่งขันร่างสูงจึงถูกพามาปฐมพยาบาล ณ ห้องพยาบาลทันที   

 

 

“เฮ้อ   ไม่รู้จะเล่นกันไปทำไมไอ้เทควันโดเนี่ย   เจ็บตัวก็มาให้ชั้นรักษาทุกที    เด็กพวกนี้จริงๆเลย   ยาเนี่ยทาสามเวลานะ   พักสักวันสองวันแล้วค่อยมาเรียน   นี่ชั้นต้องเสียเวลาเซ็นต์ใบลาอีกแล้วสิเนี่ย    จริงๆเล้ย”

 

 

อาจารย์ประจำห้องพยาบาลบ่น    วางหลอดยาไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกไป    ฮยอกแจทำได้แต่เพียงหัวเราะแห้งๆแล้วกล่าวขอบคุณเบาๆ

 

 

“เจ็บมั้ยเนี่ย”   ฮยอกแจถามแล้วลูบขาที่มีผ้ากอชพันเอาไว้เบาๆ 

 

 

“นิดหน่อยน่ะครับ    อย่าลูบมากนะ    มันเสียว”     ฮันกยองพูดเล่นแต่แอบคิดจริง    หวังให้คนอ่อนแอ(?)ของเขาเขินอาย   แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น...

 

 

ฮยอกแจทำเป็นไม่ได้ยิน    มือเล็กๆที่ลูบไล้อยู่บริเวณขาเลื่อนขึ้นมาสูง    หมุนวนและบีบเฟ้นต้นขาแข็งๆด้านในอย่างหยอกเย้า    ขยับสัมผัสหมายให้ลึก   ให้ลึกเข้าไปอีก  

 

 

...ฮยอกแจคิดจะทำอะไร...

 

 

หมับ!

 

 

ฮันกยองหยุดมือเล็กที่กำลังจะแผลงฤทธิ์พิชิตมังกรจีนไว้ทันที    แค่สัมผัสเล็กๆนั่นมันก็ชวนให้ฮันกยองรู้สึกว่าร่างกายมันอยู่เหนือการควบคุมทันที    หยุดยั้งเสียก่อนที่จะเลยเถิด    หรือ...   ถามให้แน่ใจเสียก่อน

 

 

“คุณจะทำอะไรน่ะฮยอกแจ”

 

 

นั่นสิ...   เรากำลังจะทำอะไร...?

 

 

...ก็แค่อยากจะสัมผัสเท่านั้นล่ะ

 

 

 

 

 

 

- - - - My Sweetheart.. You’re Everything. - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมพี่ถึงรู้วิธีเจ๋งๆแบบนี้อ่า    เสียงหวานถามญาติผู้พี่ที่นั่งอยู่ด้วยกัน   คนอื่นๆพากันไปหาอะไรทานที่โรงอาหาร    รวมถึงซีวอนที่ไปซื้อเสบียงมาให้ฮีซอลด้วย   คนที่นั่งรออยู่หน้าห้องพยาบาลจึงเหลือแค่ฮีซอลกับดงเฮไปโดยปริยาย

 

 

คนถูกถามเข้าใจดีว่าหมายถึงเรื่องวิธีหักหน้าทิฟฟานี่เลยตอบออกไปแทบจะในทันที

 

 

ก็ชั้นเก่ง

 

 

เพราะพี่ซีวอนอ่าดิ    ใช่ม้าๆๆ    ฮีซอลยิ้มเหอๆแต่ไม่ได้พูดอะไร   ...ก็มันเรื่องจริง    ฮีซอลถามซีวอนว่าควรจะทำยังไงในมุมมองของผู้ชาย...  เอ่อ   ..เมะ    ตอนแรกก็ได้คำตอบไม่น่าพอใจ   แต่พอยอม...  เอ่อ    ยอมอ้อนนิดๆหน่อยๆ   ก็ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจมาใช้ประกอบแผนจนได้

 

 

“ถามมากจริงไอ้ปลานี่    จะรู้ไปไม”

 

 

“อ้าว   ก็ผมอยากรู้นี่นา    อันที่จริงอยากรู้ว่าคนอย่างพี่ซีวอนบอกรักพี่ฮีซอลยังไงอ่ะ    ทำไมถึง...”

 

 

ดงเฮเว้นจังหวะพูดไปให้เข้าใจเอง    คำถามที่ชวนฮีซอลวิตก    ก็ตอนนั้นเท่าที่จำได้เกิดปิ๊งปั๊งสายตาหวานๆของไอ้ซิมบ้านั่นขึ้นมานี่    ก็เลยบอกว่ารักออกไป    ก่อนที่หมอนั่นจะพูดด้วยซ้ำ

 

 

“วันนั้นอะ   แกไปเข้าแคมป์    แล้วทีนี้ซิมบ้ามันเมา    แล้วมันก็เพ้อว่ารักชั้น    แล้วพอตอนมันมีสตินะ    ชั้นก็บอกรักมันอ่ะ     แกว่าแบบนี้ใครบอกรักใครก่อน”

 

 

“อ้าว”   ดงเฮหน้าเหวอเลยทีเดียวเมื่อพี่ชายคนสวยถามเขาแทน    คนหน้าหวานเอียงหน้าคิดแป๊บนึงแล้วบอก

 

 

“ถ้าพี่ซีวอนเมา   ถือว่าครึ่งนะ   เพราะพี่คนเดียวที่จำได้   แต่ถ้าตอนที่พี่บอกรักพี่เค้าอ่า   ผมว่ามันแต้มเต็มๆเลยแหละ”   ดงเฮเอาฝ่ามือมาสปาร์คกัน   ยืนยันสิ่งที่กำลังจะพูด

 

 

“พี่บอกรักพี่ซีวอนก่อน..!!

 

 

“ไม่เอาอ่ะ!!   ดงเฮขมวดคิ้วกับฮีซอลที่ยกไม้ยกมือเก้งก้างเหมือนทำใจไม่ได้   “ชั้นต้องเป็นคนถูกบอกรักก่อนเซ่”

 

 

“เอ๊า    แล้วผมจะไปรู้กับพี่มั้ยเนี่ย     พี่ทำของพี่กันเองสองคนเลยนะ   เหอๆ”   ดงเฮยิ้มขำ    ในใจแอบยิ้มทะเล้น    แกล้งพี่ฮีซอลก็สนุกดีเหมือนกัน

 

 

“แล้วทำไมตอนนั้นพี่บอกรักพี่ซีวอนก่อนล่ะ?”    ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมพี่ชายเค้าถึงรับรักอย่างง่ายดายทั้งๆที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องความรู้สึกของซีวอนมาก่อน    แล้วยิ่งมาเจอเรื่องที่เล่าเมื่อครู่    ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปกันใหญ่

 

 

ฮีซอลนิ่งคิดไปพักหนึ่ง    แต่คิดเท่าไหร่ก็หาคำตอบไม่ได้    จะบอกว่าเพราะสายตาของซีวอนมันสะกดเขาก็ใช่เรื่อง    เลยบอกอะไรใกล้ๆเคียงๆไปก่อนดีกว่า

 

 

“ไม่รู้ดิ   รักก็บอก   แกเห็นชั้นเป็นคนขี้อายทำอะไรไม่ตรงกับใจเหรอ”  

 

 

“ไม่”

 

 

“เออ   แค่นั้นแหละ”

 

 

“แล้วทำไมไม่รอให้พี่ซีวอนบอกก่อนล่ะครับ?”

 

 

“รอ?   สองปีแล้วนะเฟ้ย   สมมุติถ้ารอนะ     ชั้นคงได้แก่ตายไปก่อน    แม่งลีลาจะตาย”    ฮีซอลโอเวอร์ไปนิดแต่ยังมีเค้าความเป็นจริงหลงเหลือ    แต่คำตอบที่ได้ฟังทำเอาดงเฮตบเข่าฉาด   น้ำเสียงตื่นเต้นระคนพอใจ

 

 

“อะฮ้า~!   

 

 

“อะไรของแกไอ้ปลาเน่า”

 

 

“ฮิๆ    ที่แท้พี่ก็กลัวเสียพี่ซีวอนไปนี่เอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

- - - - My Sweetheart.. You’re Everything. - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

เย็นวันนั้น...

 

 

“เฮ้ย   จะไปฉลองที่ไหนดีอ่ะ”    ฮีซอลหันไปถามฮยอกแจกับฮันกยองที่ประคองกันไปประคองกันมาอยู่สองคนด้านหลัง

 

 

“ดาร์คเฮิร์ทมะ   ท่าจะมันส์   วันนี้วันศุกร์ด้วย”    คังอินเสนอ   แต่โดนเพื่อนคนสวยแยกเขี้ยวใส่ประมาณว่าไม่ได้ถาม

 

 

“ที่ไหนก็ได้ครับ   ผมยังไงก็ได้อยู่แล้ว”   ฮันกยองตอบรุ่นพี่

 

 

“ที่ไหนก็ได้?    ไอ้ฮยอกระวังนะ    ไอ้ฮันมันที่ไหนก็ได้ว่ะ”

 

 

“อ..เอ่อ”    คนถูกบอกให้ระวังหน้าขึ้นสี    ได้แต่ก้มหน้างุดๆ    หรือจะให้เขาตอบล่ะ    จะให้เขาตอบฮีซอลว่าอะไร   ฮ่าๆๆ   ไม่เป็นไรครับ   ผมก็ everywhere ได้ครับ   ตามใจฮัน...    อย่างนั้นน่ะเหรอ    ไม่ไหวมั้ง!!!

 

 

“ซอลลี่    เราว่าเราโทรไปบอกให้ที่บ้านจัดงานดีกว่ามั้ย    ปาร์ตี้เล็กๆที่บ้านกันก็ดีนะ”   จุนกิเสนอบ้าง    แต่ไม่ยักจะโดนแยกเขี้ยวใส่เหมือนคังอิน

 

 

“ผมว่าไม่ต้องจัดก็ได้นะครับ    เรื่องแค่นี้เอง”   ฮันกยองเกรงใจ    “หรือยังไงไปที่บ้านผมแทนก็ได้    จะได้ไม่วุ่นวาย”   

 

 

“ไอ้ที่คิบอมมันบอกว่าบ้านชั้นเท่าเรือนคนใช้ของแกอ่ะนะ”   ฮีซอลระลึกความหลังด้วยสีหน้าบูดๆ   เห็นคิบอมมันเงียบๆนิ่งๆอย่างนั้นก็เหอะ   กวนตีนไม่หยอกนะ

 

 

“แหะๆ”   ฮันกยองหัวเราะแห้งๆ   ความจำของคิมฮีซอลน่ากลัวไม่น้อย

 

 

“งั้นผมไปเก็บกระเป๋าก่อนนะครับ   เดี๋ยวจะพาซองมินลงมาด้วย    ฮยอกเดี๋ยวโทรหาเราด้วยนะ”    ดงเฮโพล่งขึ้นแล้วรีบกลับขึ้นห้องไปหลังจากปล่อยให้ซองมินเรียนคนเดียว   ส่วนเขากับฮยอกแจเกเรด้วยการโดดเรียน

 

 

“อื้ม   รีบลงมานะ”    ฮยอกแจส่งเสียงไล่ตามหลัง    “ตกลงเอาไงครับ   บ้านผมหรือบ้านฮัน”   หันไปถามตัวต้นตัวตีอย่างฮีซอลกับอิทึก    เลือกสถานที่เสร็จก็แยกย้ายกันไป    แล้วขับรถตามไปยังบ้านของฮันกยอง

 

 

“ไม่ใช่อะไร    แบบว่าอยากเห็นเรือนคนใช้บ้านมัน    เจอหน้าไอ้คิบอมเมื่อไหร่จะได้ฉะถูกหน่อย”   ฮีซอลแอบแค้นอยู่เล็กๆ   มีโอกาสเมื่อไหร่ละพ่อเล่นไม่ยั้งแน่    แอบงงนิดหน่อยกับอาการเงียบไปถนัดของซีวอน    แม้ปกติจะไม่ใช่คนพูดมากแต่ก็ไม่ได้เงียบแบบนี้    แต่ก็ยังไม่ได้ถามอะไรออกไป

 

 

“งั้นก็ไปบ้านฮันกยอง”  อิทึกสรุปความตามความต้องการของทุกคน(?)    ฮันกยองยิ้มรับแล้วกดโทรศัพท์บอกคนที่บ้านให้เตรียมของสำหรับปาร์ตี้    ตอนเดินกลับเข้ามารวมกลับทุกคนอีกครั้งก็ได้พบหัวข้อสนทนาใหม่

 

 

“แล้วใครจะรอด๊องกับมินนี่”

 

 

เพราะคนที่มีรถมีเพียงไม่กี่คน   คังอิน   ซีวอน   ฮันกยองและจุนกิ    แต่วันนี้จุนกิจอดรถไว้ที่มหาวิทยาลัยแล้วมากับซีวอน   แต่เขาคาดไว้แล้วว่าตอนกลับการเดินทางกับคังอินจะอิทึกดูจะดีกว่าเป็นไหนๆ

 

 

อิทึกเป็นประเภทหื่นเปิดเผย   ทำใจได้นานแล้ว   แต่หื่นลึกลับแบบซีวอนทำเขาอดหน้าแดงแทนฮีซอลไม่ได้   ปล่อยให้สองคนนั้นเค้าไปรบราฝ่าฟันรักกันเองจะดีกว่า  

 

 

ส่วนเจย์ คิม    ไม่ใช่ฐานะยากจนแร้นแค้น    แต่พาหนะคู่ใจเขาคือฮาร์เลย์    จักรยานยนต์คันโตๆที่ฮีซอลถึงกับอึ้งเมื่อรู้จากปากเพื่อนว่าหมดค่าแต่งไปเหยียบสิบล้าน    รถที่จุนกิถึงกับสาบานว่าจะไม่ขึ้นซ้อนไปตลอดชีวิต    น่ากลัวเกินกว่าจะรับไหว

 

 

“เดี๋ยวผมรอก็ได้ครับ    แล้วเดี๋ยวผมก็กลับกับฮันกยอง”   ฮยอกแจบอก    ฮันกยองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

 

“ไม่ได้นะหนูเล็ก    พี่ว่ารีบพาฮันกยองกลับไปพักที่บ้านดีกว่านะ    ไปตอนนี้เลยยิ่งดี    อย่าให้เดินนานๆ”    คุณหนูใหญ่เป็นห่วงอาการว่าที่น้องเขย    ฮยอกแจฟังแล้วเห็นดีเห็นงามด้วย    แต่ก็ยังอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ 

 

 

จนในที่สุด    ฮันกยองก็ยื่นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดไปให้

 

 

“เอางี้มั้ยครับ    ผมคิดว่าผมพอจะหารถให้ด๊องได้...”

 

 

 

 

 

 

 

 

- - - - My Sweetheart.. You’re Everything. - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

ดงเฮกับซองมินเร่งเก็บกระเป๋ากันอย่างรวดเร็ว   ทั้งสองช่วยกันยัดหนังสือของฮยอกแจใส่กระเป๋าเจ้าตัว   เพื่อให้ทันเวลาที่ฮยอกแจโทรมาบอกว่าจะมีคนไปรับหน้าห้อง   ให้รีบๆเข้า

 

 

“ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าฮันกยองจะชนะอ่า   ขาเขียวขนาดนั้น”

 

 

“อื้ม   สงสัยเพราะฮยอกแจของเราไปเชียร์ล่ะมั้ง   เลยมีกำลังใจดี    ฮิๆ   มินนี่เสร็จยัง    เราเสร็จแล้วนะ    ไปกันเลยเถอะ”   

 

 

“ไปสิ...”

 

 

Come back… Baby come back to me  Come back…

 

 

แต่เสียงโทรศัพท์ของซองมินก็ดังขัดจังหวะไว้เสียก่อน   มืออวบควานหาที่มาของเสียงในกระเป๋านักเรียนแล้วกดรับ

 

 

“ฮะม๊า”   เสียงใสกรอกใส่โทรศัพท์   ดงเฮรู้ดีว่าเป็นแม่ของซองมิน   แต่ไม่รู้ทำไมพักนี้ถึงได้โทรหากันถี่นัก

 

 

“เดี๋ยวนี้เลยเหรอฮะ   ม๊าอ่า   ผมอยากไปเที่ยวกับเพื่อน...”   ซองมินเง้างอดใส่โทรศัพท์   ดงเฮรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงโวยวายชุดใหญ่   คุณนายลีแม่ของซองมินเป็นคนขี้วีน   ซองมินเลยได้รับนิสัยนั้นมาเต็มๆ   รวมถึงความน่ารักทะเล้นในแบบแปลกๆอีกด้วย

 

 

“ก็ได้ๆ   กลับก็กลับ    ม๊าจำไว้เลยนะ   ผมโป้งม๊าแล้ว”   ซองมินยู่ปาก   รอแม่ตนบ่นแว้ดๆสองสามวินาทีจนตัดสายไปแล้วหันมายิ้มแหยๆให้ดงเฮ

 

 

“เค้าต้องกลับบ้านอ่าด๊อง   แม่บอกให้ไปขอกุญแจบ้านป้ายูนามาอ่า    ป้าเค้าจะกลับมาจากจีนแล้วอ่า"

 

 

“ว้า   งี้มินนี่ก็อดไปฉลองกับพวกเราเลยสิ”   ดงเฮเสียดาย

 

 

“อือ   งั้นเค้าไปก่อนนะ   เดี๋ยวม๊าบ่นอีก   เค้าขี้เกียจฟังอ้ะ   ไปนะด๊อง   บ๊ายบาย”   ซองมินวิ่งออกไปทันที   ชะงักกับคนหน้าห้องที่มายืนนิ่งรอเพื่อนเค้า    แอบยิ้มคิกคักแล้วรีบกลับบ้านไปไม่ได้พูดอะไร

 

 

ดงเฮมองจนเพื่อนรักหายออกไป    ผ่อนลมหายใจออกเบาๆแล้วคว้ากระเป๋าตนกับของฮยอกแจมาถือ   เดินออกไปหน้าห้องรอใครสักคนที่จะมารับ  

 

 

“ช้านะ”

 

 

ใครบางคนที่ยืนรออยู่สักพักเอ่ยออกมาเรียบๆ    ไหล่ขวามีสายกระเป๋าพาดอยู่    สายตานิ่งเฉยปรายมองมาทางดงเฮ

 

 

“น..นาย”

 

 

“ก็ชั้นน่ะสิ   จะยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ   มาสิ”   คิบอมรวบรัดไม่ให้คนหน้าหวานได้เอ่ยทักท้วง   ตรงเข้าไปกุมมือเล็กไว้ในอุ้งมือหนาทันที    สิ่งที่คนหน้าตึงอยู่เป็นนิตย์ไม่อยากจะยอมรับเลย...

 

 

เค้ากำลังหาทางแต๊ะอั๋งคนหน้าหวานนี่...

 

 

“จะไปไหนน่ะ!   ชั้นไม่ไปกับนายนะคิบอม    นายจะพาชั้นไปไหน”

 

 

“ก็แล้วเธอจะไปไหนล่ะ    หยุดโวยวายหน่อยได้มั้ย”   คิบอมหยุดเดินแล้วหันกลับมาถาม    แกล้งตีสีหน้าเอือมระอา   แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือนิ่มที่จับจอง

 

 

“ชั้นจะไปบ้านฮันกยอง”   เสียงหวานรั้นๆ   เชิดหน้างอง้ำเมื่อถูกรำคาญ

 

 

ทั้งๆที่ตอนเที่ยงยังน่ารักอยู่แท้ๆ   ทำไมกลับมาเป็นไอ้ลิ้มแก้มแตกจอมปากเสียอีกแล้วล่ะ

 

 

“จะไปก็มาสิ   ชักช้าเสียเวลา”    คิบอมบอกเสียงเรียบแล้วลากดงเฮไปด้วยกัน   คำตอบกำกวมที่คนหน้าหวานไม่เข้าใจทำให้เกิดการประท้วงไปตลอดทาง    ตั้งแต่หน้าตึกเรียนยันลาดจอดรถ   กระทั่งร่างบางของดงเฮถูกยัดเข้าไปในเฟอร์รารี่สีดำเงาวาวในตำแหน่งตุ๊กตาหน้ารถ

 

 

จนถึงตอนนี้    ดงเฮพอจะรู้แล้วว่า   ใครคือคนที่จะมารับเขาไปบ้านฮันกยอง...

 

 

ก็ลิ้มแก้มแตกน่ะสิ!

 

 

 

 

 

 

 

 

- - - - My sweetheart.. You’re Everything. - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมไม่พูดอะไรเลยอ่ะ    ตั้งแต่ที่โรงเรียน    หืม    เป็นใบไปแล้วเหรอ    หวาๆ   ตายแล้ว   คุณชายชเวเป็นใบ้”   ฮีซอลแกล้งทำวี๊ดว๊าดป่วนอารมณ์ซีวอนที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จามาตั้งแต่ที่โรงเรียนนั่นแล้ว   กระทั่งทั้งสองนั่งรถมาด้วยกัน   ซีวอนก็ยังไม่ได้ปริปากใดๆ  

 

 

“เปล่าครับ   ผมไม่ได้เป็นอะไร”

 

 

“อ้อเหรอ”    ฮีซอลลากเสียงยาวๆยั่วประสาท   จากนั้นก็นั่งฮัมเพลงไปเรื่อยๆ    ไม่สนใจซีวอนอีก    ท่าทางร่าเริงสบายอกสบายใจที่ซีวอนเห็นแล้วทนไม่ได้จนต้องเอื้อมมือไปปิดวิทยุซะ

 

 

“เฮ้    นายปิดทำไมเนี่ย   ไอ้ซิมบ้า”

 

 

ฮีซอลกดนู่นกดนี่เพื่อให้เครื่องเล่นเพลงส่งเสียงอีกครั้ง    เป็นเวลาเดียวกับที่ซีวอนเลี้ยวรถจอดข้างทางอย่างรวดเร็ว

 

 

“คิบอมเค้าเป็นยังไงครับ   แล้วพี่กับเค้าสนิทสนมกันแค่ไหน”

 

 

คำถามที่ค้างคาในใจและทำให้ซีวอนไม่สงบมาตลอดทั้งวันถูกเผยออกมา    อดีตของฮีซอลที่ดูเหมือนจะมีคิบอมร่วมอยู่ด้วย   ความเป็นรุ่นน้องเช่นเดียวกับเขาทำให้ซีวอนหวั่นใจ    เผลอหึงหวงเวลาที่คนสวยของเขากล่าวถึงคิบอมเกือบตลอดเวลา

 

 

“คิบอมน่ะเหรอ   ก็กวนประสาทดี    สนุกเวลาได้แกล้งมันนะ    โคตรมันส์เลย    เรื่องสนิท..  ก็สนิทอ่านะ   เคยกลับบ้านด้วยกันสองสามครั้ง   หมอนั่นน่ารักดี”   ฮีซอลนึกย้อนถึงวีรกรรมที่เคยเกิดขึ้นในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานานแล้ว

 

 

“ไอ้นี่มันไม่ชอบยิ้ม    พูดน้อย    แต่นิสัยไม่ค่อยงี่เง่า   ไม่น่ารำคาญ”

 

 

“แล้วผมล่ะ”

 

 

“หืม    นายอ่ะเหรอ    อืม   พูดมาก   ขี้ตื๊อ   คุณชาย    งี่เง่า    แล้วก็...”

 

 

“แล้วก็น่ารำคาญ”    ซีวอนต่อประโยคสุดท้ายให้ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ   ฮีซอลที่กำลังเล่นไม่ได้จริงจังอะไรก็ดีดนิ้วเปาะอย่างถูกใจ

 

 

ถึงจะสนุกเวลาแกล้งไอ้ก้อนน้ำแข็ง    แต่มันก็ไม่มีความสุขเท่ากับเวลาที่ได้ใกล้กับซีวอน

 

 

มันเทียบกันไม่ติดเลย

 

 

คิดแล้วก็พาลไปถึงเรื่องที่เค้าแอบถามอิทึกกับฮยอกแจก่อนที่จะแยกจากกันที่ลานจอดรถ

 

 

ชั้นน่ะเหรอ   แบลร์บอกรักก่อนน่ะ

 

 

เอ๋?    เอ่อ..   ฮัน   เค้า..   บอกก่อนครับ

 

 

“เออนี่   ซีวอน    ชั้นว่าเรา...  เราเลิกกันเหอะ”  

 

 

เปรี้ยง!!!

 

 

เหมือนสายฟ้าอันตรายได้ฟาดลงกลางใจของซีวอน    มันสะท้านจนหัวใจแตกสลาย   เพียงเพราะคำพูดง่ายๆไม่กี่คำของคนที่สวยที่สุดในหัวใจ

 

 

ว่าอะไรนะ...   บอกเลิกงั้นเหรอ...

 

 

“ทำไม...   จะไปรักไอ้หมอนั่นงั้นเหรอ    จะไปรักมันใช่มั้ย!    ซีวอนตะคอก    ใจนึกอยากกระชากคนใจร้ายของเค้าด้วยความรุนแรง    แต่ไม่กล้า   ไม่กล้าแม้แต่จะทำให้ฮีซอลเจ็บช้ำตรงส่วนไหน   แม้ตอนนี้เขาจะเจ็บเจียนขาดใจตายก็เถอะ

 

 

“ฮะ!   ซีวอน  แกคิดได้ไงเนี่ย   ชั้นไม่ได้รักไอ้ก้อนน้ำแข็งนั่นนะ   เลิกโมโหก่อนได้มั้ย   ...เลิกเสียใจด้วย    ตอนนี้หัวใจชั้นมันมีแค่นาย”    ฮีซอลปรามอารมณ์ของซีวอนด้วยคำบอกรัก

 

 

แต่เพราะสิ่งที่พูดก่อนหน้ากับตอนนี้มันช่างขัดกันเหลือเกิน    รักแต่บอกเลิกเขาเนี่ยนะ...

 

 

“พี่คิดจะทำอะไรกันแน่    มันสนุกงั้นเหรอที่ปั่นหัวผมน่ะ    ผมไม่สนุกด้วยหรอกนะ!    ความเจ็บปวดของเขา    มันมาแบบไม่ทันตั้งตัวจริงๆ

 

 

คำว่ารักมันมีค่ามากกว่าลมปากที่เอ่ยออกมาแล้วหายไปกับสายลม...

 

 

“ถ้าพี่ไม่ได้รักผม    ก็อย่าพูดมันออกมา    ผมไม่อยาก...”

 

 

“ไอ้ซีวอน!   ไอ้เด็กบ้า!    อย่ามาพูดแบบนี้นะ!    ชั้นรักก็คือรัก!!    ถ้าไม่อยากฟังก็ไม่ต้องฟัง!    ชั้นจะไม่พูดให้นายได้ยินอีก!    เลิกๆกันไปเลย!!   นายมันงี่เง่า!!!

 

 

ฮีซอลหัวเสียกับนิสัยพระเอกจ๋าของไอ้บ้านี่เหลือเกิน    อะไรวะ!    บอกรักก็เสือกหาว่าตอแหล!

 

 

“จะไปไหนน่ะ   อันตรายนะ”    ซีวอนรั้งตัวคนที่จะเปิดประตูลงจากรถไปด้วยอ้อมกอดแน่นๆ   ฮีซอลดิ้นพล่านฟาดงวงฟาดงา    โมโหจนนึกอยากจะกัดแขนล่ำๆที่กอดเค้าไว้ให้เลือดสาดซะเดี๋ยวนี้

 

 

“หยุดดิ้นเถอะนะ   อย่าทำให้ผมรู้สึกว่าพี่เกลียดผมมากไปกว่านี้เลย”

 

 

ภายในรถแคบๆ   ใจที่ร้อนระอุเพราะความโมโหดับมอดแทบสิ้นเชื้อไฟ   ฮีซอลหยุดนิ่งทันทีที่ซีวอนคิดว่าการต่อต้านของเขาคือการรังเกียจ   ปล่อยให้คนตัวใหญ่กอดเค้าจนกว่าจะพอใจ

 

 

“จะไปรักคนอื่นแล้วจริงๆเหรอครับ”   ซีวอนถามเสียงแผ่ว

 

 

“เปล่าซะหน่อย”

 

 

“แล้วทำไมล่ะครับ    ผมไม่น่ารักเท่าคนอื่นเหรอ    พี่ถึงบอกเลิก”

 

 

“ไม่ใช่”

 

 

“หรือเพราะเค้าเด็กกว่าผม”   เพราะความรักทำให้ซีวอนคิดอะไรงี่เง่าได้อย่างนี้เชียวเหรอ

 

 

“นายเห็นว่าชั้นจะกินหญ้าหรือไง   คนนะไม่ใช่ควาย    มันฝืดคอนะ”   เมื่อสถานการณ์ไม่เลวร้าย    ฮีซอลจึงนำความร่าเริงกลับมาอีกครั้ง

 

 

“หญ้าอ่อนไงครับ   พี่ชอบคนเด็กกว่าไม่ใช่เหรอ    ไม่งั้นพี่คงไม่คบกับผม”  

 

 

“แต่คิบอมมันไม่หล่อ”    พยายามเอาข้อดีของซีวอนมาอ้าง    หักล้างความคิดอุตริของซีวอนออกไปให้หมด

 

 

“ด๊องบอกว่าเค้าหล่อนะครับ”    แน่ะ   รู้ทัน

 

 

“มันไม่รวย”

 

 

“ตระกูลคิมเป็น Top 5 System ครับ”   ซีวอนยังเสียงตึงๆอยู่  แต่นิสัยส่วนตัวเขาไม่ใช่พวกประชดจนหาเรื่อง   ชอบที่จะพูดจาตรงๆให้เข้าใจเสียมากกว่า

 

 

“เออๆ   ก็ได้ๆ    เพราะว่าชั้นรักนาย    ชั้นเลยรักใครไม่ได้อีก   พอใจรึยัง”

 

 

“ผมเชื่อได้เหรอ   บอกตรงๆว่ามันเจ็บมากกว่าที่ผมเคยคิดเอาไว้    ผมเคยคิดว่าถ้าที่พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมเลยแล้วมันจะเป็นยังไง   หึๆ    มันมากกว่าที่คิดเอาไว้เป็นร้อยเป็นพันเท่า    เหมือนทางที่ผมเดินอยู่มันเกิดทางตัน    มองไม่เห็นอะไรเลย    นอกจากเสียงที่พี่บอกว่าเราเลิกกัน...”

 

 

“ผมคงรักพี่มากเกินไป   ใช่มั้ยครับ...”    น้ำตาลูกผู้ชายตกลงบนไหล่เล็ก    ซีวอนร้องไห้ออกมาเงียบๆ   แต่ไม่เท่าฮีซอลที่สะอื้นจนตัวโยน    นี่เค้าทำอะไรไม่คิดอีกแล้ว...    ทำให้ซีวอนเสียใจอีกแล้ว

 

 

“ฮึก   ไม่ใช่นะ   ไม่ใช่   อย่า..  อย่าเลิกรักชั้นนะ”   ฮีซอลพูดแทบจับภาษาไม่ได้    หันกายมากอดซีวอนไว้แน่น

 

 

อย่าเลิกรัก...   ห้ามไม่ให้เลิกรัก...

 

 

คำที่ฮีซอลเคยบอกกับซีวอนยามเมามายไม่ได้สติ    ทว่าตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างมีสติอยู่กับปัจจุบันดี

 

 

“ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน    ผมแน่ใจว่าคงไม่มีทางไหน   ที่จะทำให้ผมหยุดรักพี่ได้    ฮีซอล...   แม้ไม่ต้องการ    แต่ผมก็จะยังรักคุณ    เจ้าหญิงเพียงคนเดียวของผม...”

 

 

หน้าผากมนถูกประทับรอยรัก   เพียงจุมพิตเดียวที่ฮีซอลต้องการ   ไม่อยากเสียไปให้ใคร

 

 

“ชั้นรักนาย   ชั้นรักนายจริงๆ   ไม่อยากเลิกกับนายด้วย   ฮึก   ซีวอน   ไม่เอา    อย่าเลิกรักชั้น”

 

 

“ผมเลิกไม่ได้   บอกแล้วไงครับ   พี่เป็นเมียผมแล้ว   ยังไงๆก็ต้องอยู่กับผม   ต่อให้พี่ไม่ต้องการ   ผมก็จะขังพี่เอาไว้    ไม่ปล่อยให้หนีจากผมไปไหน”    ซีวอนพูดด้วยลมปาก    แต่เขาทำจริง...

 

 

“อือ    ชั้นจะไม่ไปไหน    หรือต่อให้นายเบื่อชั้น   ชั้นก็จะจับนายขึงให้ฟ้าเหลือง    ไม่ให้หนีไปหาใครได้”

 

 

“ดีสิครับ    ถ้าเป็นแบบนั้นจริง    ผมจะลองแกล้งเบื่อพี่    ผมอยากถูกพี่จับขึงจะแย่”    น้ำตาแห้งเหือด    รอยยิ้มกลับมาฉายความสดใสบนใบหน้าทั้งสอง    หลังบอกรักและเชื่อมั่นในกันและกัน

 

 

“ทะลึ่ง   หื่น   ลามก”

 

 

“กับพี่คนเดียวเท่านั้นแหละ   ผมอยากจะเป็นผู้ชายธรรมดาที่กล้าทำทุกอย่างเพื่อคนรัก   ซึ่งเวลาที่อยู่กับพี่   ผมได้เป็น”

 

 

“ปาก”    ฮีซอลหมายความว่าปากหวาน    แต่พูดสั้นๆไว้เท่านั้น    มันเลยฟังเป็นคำพูดประชดสำหรับคนปากไม่ดีไป    น่าแปลก    ที่ซีวอนกลับเข้าใจในคำกล่าวนั้น     ไม่สิ     มันไม่แปลก     มันเป็นเรื่องธรรมดา   ของคนรู้ใจ

 

 

“แล้วตกลงเพราะอะไรครับ   พี่ถึงพูดแบบนั้น”    ซีวอนหมายถึงเรื่องที่บอกเลิก   แต่เขาไม่อยากพูดถึงมัน   เลยใช้คำอ้อมๆไป

 

 

“ก็ชั้นแอบไปถามฮยอกจี้กับทึกกี้อะ    สองคนนั้นบอกว่าฮันกยองกับคังอินมันบอกรักก่อนด้วย    ทำไมมีชั้นคนเดียวอ่ะที่บอกรักนายก่อน    ไม่เอาอ่ะ    ชั้นอยากถูกบอกรักก่อนนี่นา”

 

 

ซีวอนส่ายหน้าขำๆแล้วหอมแก้มฮีซอลเบาๆ   “ก็แล้วถ้าพี่บอกเลิกผมแล้วผมเกิดคิดไปว่าพี่ไม่รักผมจนเลิกกันจริงๆขึ้นมา   พี่ว่ามันคุ้มเหรอครับ   หืม..   ผมว่าใครจะบอกรักใครก่อนไม่เห็นสำคัญตรงไหนเลย    ที่สำคัญน่ะ    คือเรารักกันต่างหาก”

 

 

จริงดังที่ซีวอนว่า   ที่เค้าบอกรักเพราะรู้สึกว่ารัก   หัวใจมันอยู่เหนือการควบคุม    สั่งให้แสดงออกไปตามที่ใจคิดและต้องการ

 

 

ต้องการที่จะมีซีวอนมาอยู่ข้างกาย

 

 

ไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่ดงเฮพูด   ...เค้ากลัวที่จะเสียซีวอนไปให้ใคร...

 

 

คนรักกันมักมีเรื่องผิดใจกันไม่มากก็น้อย    ในที่นี้ฮีซอลมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายมีปัญหาหรือทำเรื่องอะไรต่างๆให้วุ่นวาย   แต่เพราะเป็นรักที่เขาคิดว่าเป็นรักสุดท้าย    นับจากนี้จะไม่ขอรักใครอีกหากมีอีกคนอยู่ข้างกาย    ใจเลยสั่งให้ทำอะไรในสิ่งที่คิดว่าเป็นความทรงจำ   วันไหนแก่ขึ้นมาเค้าจะได้เอามานั่งเล่ากันว่าเคยทำวีรกรรมอะไรเอาไว้บ้างกับซีวอน

 

 

“ชั้นขอโทษ...”   ยอมรับผิดโดยดุษฎี   ดีแค่ไหนแล้ว   ที่ซีวอนไม่ใช่คนประเภทร้อนแล้วร้าย    ดีแค่ไหนแล้ว..   ที่ซีวอนรักเค้า     ยอมรับและเข้าใจในทุกอย่างที่เค้าเป็น

 

 

“น่ารักมากครับ    มาๆ   ให้ผมลงโทษหน่อย    จุ๊บ   จุ๊บ   ฟอดดด”    ไม่ต้องเดาเลยว่าลงโทษแบบไหน    ไม่พ้นลงทัณฑ์รัก   จุ๊บแก้มสองข้างตามด้วยหอมซ้ำอีกฟอดใหญ่    คนถูกทำโทษเขินอายจนต้องเสเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย 

 

 

“อย่าว่าแต่ชั้นนะ    นายก็หึงชั้นเหมือนกันนั่นแหละ   เรื่องไอ้คิบอมน่ะ”

 

 

“ก็คนมันหึงนี่นา   พี่ชอบพูดถึงเค้านี่ครับ”   ซีวอนตีหน้างอนบ้าง

 

 

“ก็เหมือนกับฮันกยองนั่นแหละ    ทำไมไม่หึงมันบ้างล่ะ    ไอ้นั่นก็รุ่นน้องชั้น”

 

 

“นั่นเค้ามีฮยอกแจแล้วนี่ครับ    แถมยังรักกันดีอีกด้วย   อีกอย่าง    ฮยอกแจเค้าคงไม่ลุกมาขอเลิกฮันกยองแบบคนแถวนี้แน่ๆ”    ซีวอนหมั่นเขี้ยว    ขอเอาคืนคนรัก  

 

 

“ทำมาพูด   เฮอะ   ชั้นเล็งเอาไว้ทำน้องเขย   ไม่ใช่ผัวเว้ย”   คิมฮีซอลวกตัวกลับเข้าโหมดโหดอีกครั้ง    คนนอกอาจปรับอารมณ์ตามไม่ทัน    แต่ไม่ใช่สำหรับซีวอน   ลูกล่อลูกชนของคนนี้    เค้ามีมาตรการพร้อมรบทุกรูปแบบ

 

 

“นั่นสิครับ   ก็ ผัวน่ะ   พี่มีแล้วนี่นา”    พูดไม่พูดเปล่า    ยังโน้มหน้าเข้าสูดดมกลิ่นหอมในซอกคอขาวเสียด้วยสิ

 

 

“ซีวอน!   จะบ้าเหรอ   จะทำอะไร    นี่มันในรถนะ”   มือบางผลักออก    ทำสงครามไม่ยอมกับซีวอน   ศึกนี้ยิ่งใหญ่นัก    เค้าต้อง รับศึกหนักแน่ๆ

 

 

“ในนี้ไม่ได้เหรอครับ”    เอ่ยขอกันหน้าด้านๆ   ใช้สายตาที่ฮีซอลเคยถูกสะกดจนเผลอไผลบอกรักอีกครั้งจ้องมองมา

 

 

“ฮื้อ   อย่าสิ   ...เดี๋ยวชั้นเคลิ้ม”          

 

 

- Special NC in book –

 

 

ซีวอนไม่ตอบอะไร   นอกจากความคิดเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นในสมอง   ขับรถต่อไปอีกนิดหน่อยแล้วเลี้ยวรถออกจากถนนใหญ่ที่รถวิ่งผ่าน   เข้าสู่ซอยเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีผู้คน  จากนั้นก็...

 

 

“อ้าว   หยุดทำไมล่ะ”   ฮีซอลถามงงๆ   “รถเสียเหรอ”

 

 

“คงงั้นมั้งครับ   สตาร์ทก็ไม่ติด”   ซีวอนบิดกุญแจรถเบาๆ ให้เกิดเสียงเครื่องยนต์   จากนั้นก็เงียบหายไป

 

 

“เอาแล้วไง   เพราะนายนั่นแหละที่คิดจะเล่นบนรถ   ดูดิ๊   รถเจ๋งเลย”  ฮีซอลพูดไปเรื่อย   ไม่ได้นึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้าใกล้ตัว   มือบางเปิดประตูทำท่าจะลงไปดู   แต่แล้วก็ต้องชะงักแล้วเบิกตาโตเมื่อร่างสูงคว้าเขาเอาไว้แล้วประกบจูบลงมา

 

 

ตอนแรกก็คิดจะโวยวาย   ไม่ชอบเลยจริงๆ กับการกระทำอุกอาจแบบนี้   แต่พอเป็นซีวอน   แค่เป็นคนๆ นี้เท่านั้น   เค้าก็ยอมระทวยปรือตารับสัมผัสอย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไปบ้านฮันกยองกันเถอะครับ”  

 

 

ไหนบอกรถเสียไงวะ!!!   โอ๊ย   ถูกหลอกอีกแล้ว~!!!’

 

 

 

 

 

 

 

 

- - - - My sweetheart.. You’re Everything. - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

คงต้องเลี้ยงขอบใจไอ้ฮันก็คราวนี้...

 

 

นิ้วเรียวเคาะกับพวงมาลัยเป็นจังหวะไปเรื่อยๆ   สายตาคมก็เหลือบมองว่าที่ตุ๊กตาหน้ารถตัวจริงไปเป็นระยะๆ   ไม่ให้อีกฝ่ายจับสังเกตได้

 

 

“นี่    ยังไม่ถึงอีกเหรอ    ชั่วโมงกว่าแล้วนะ”    ดงเฮหันมาถามด้วยสีหน้ามุ่ยๆ   เค้านั่งรถคันนี้มาเกือบสองชั่วโมง    แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ถึงบ้านฮันกยองเสียที    โทรศัพท์จากฮยอกแจก็โทรมาหาหลายรอบแล้วด้วย

 

 

“ถ้ารถยังติดแบบนี้    คงจะอีกสามชั่วโมงล่ะมั้ง”   คิบอมแกล้งพูดแบบไม่รู้สึกอะไร    ทั้งๆที่ตนเองนั่นแหละเป็นคนที่เลือกใช้เส้นทางอ้อมนี้ที่รถติดยาวในทุกเย็นของวันศุกร์   แต่แทนที่จะรู้สึกอารมณ์เสียเหมือนทุกครั้ง   คิบอมกลับรู้สึกมีความสุข

 

 

“ให้ชั้นเดินไปเองมันคงจะถึงเร็วกว่ามากับนาย”   เสียงหวานบ่นอุบอิบ    คิบอมได้ยินชัดแต่แกล้งทำไม่สนใจ  

 

 

“แล้วทิฟฟานี่ล่ะ”    จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าไม่เห็นเงาตามตัวของคิบอมอยู่ด้วยเลยถามออกไป

 

 

“ไม่รู้สิ   กลับอเมริกาไปแล้วมั้ง   ถูกเธอหักหน้าซะขนาดนั้น”    คิบอมแกล้งป่วนสร้างความอับอายแก่ดงเฮ    และดูท่าจะได้ผล   เมื่อคนหน้าหวานตวัดสายตามามองอย่างไม่พอใจด้วยใบหน้าแดงก่ำ

 

 

Rrr   Rr  r

 

 

คิบอมยิ้มมุมปากกับท่าทางของคนน่ารัก   หยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนคอนโซลรถมากดรับ    ด้วยความอยากรู้จึงแอบลอบมองชื่อบนหน้าจอซะหน่อย   แต่น่าเสียดาย   ไม่เห็น

 

 

Hello   ดงเฮแอบเบะปากหมั่นไส้กับสำเนียงฝรั่งจ๋า    เก่งจริงทำไมไม่อยู่ห้อง A แบบเค้าล่ะ   ชิ

 

 

“ไม่หรอก    อืม    ...เรื่องของเธอสิ     เออ   กี่โมง   อืม”    คุยกันไม่กี่ประโยคคิบอมก็กดวางสาย    จากเสียงทุ้มหวานที่ได้ยินน่าจะเป็นเสียงของผู้หญิง   แต่พูดจากระโชกโฮกฮากเหลือเกิน

 

 

“น่ารำคาญจริง”   คิบอมบ่นออกมาเบาๆแล้วยื่นโทรศัพท์ตนไปให้คนที่นั่งข้างๆ   สายตาไม่ว่างมากดโทรศัพท์เพราะไฟเขียวแล้ว    “หาเบอร์ทิฟฟานี่ใน List ให้ที   มือไม่ว่าง”

 

 

“ชั้นไม่ใช่คนใช้นายนะ”  

 

 

“ชั้นก็ไม่ใช่คนใช้เธอยังขับรถมาส่งเธอได้”   คิบอมหันมายักคิ้วแล้วกระตุกยิ้มให้กวนๆ

 

 

“ชิ    ใครขอกันล่ะ”   ดงเฮยอมทำให้ตามคำขอแต่มิวายบ่น    เลื่อน List ไม่กี่ชื่อก็พบกับคำว่า Tiffany  ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกอยากจะลบชื่อนี้ออกไปให้พ้นๆ   แต่จำต้องแสร้งเปลี่ยนอารมณ์ไปเป็นอย่างอื่นแทน

 

 

“ไม่มีคนเค้าอยากจะคบกับนายเลยใช่มั้ยเนี่ย   เพื่อนน้อยจัง”

 

 

“...คงงั้น”    คิบอมนิ่งไปแล้วตอบกลับมาเบาๆ    ไม่ใช่ว่าหดหู่หรือน้อยใจอะไรในชีวิตตัวเอง   แต่บางครั้งที่เห็นหน้าหวานนี่ก็ทำให้เค้านึกอยากจะเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีที่สุดในโลก   เพื่อที่จะได้ไม่ต้องคอยหาเรื่องเพื่อเข้าใกล้ในแบบคิมคิบอม

 

 

อยากจะให้หน้าหวานรู้สึกดีๆกับตนตั้งแต่แรกพบ   ไม่ใช่การเกลียดขี้หน้าอย่างที่เป็นอยู่

 

 

ดงเฮรู้สึกเหมือนพูดอะไรผิดไป   สุ้มเสียงคิบอมจึงไม่แข็งเหมือนแต่แรก    พยายามกู้สถานการณ์ที่คิดไปเองว่าแย่ลงให้กลับมาดีโดยไว

 

 

มือเล็กตบลงที่ไหล่กว้างเบาๆ   “งั้นชั้นจะยอมเป็นเพื่อนให้นายก็ได้    เรามาเป็นเพื่อนกัน”

 

 

ดงเฮยิ้มแฉ่ง    ริมฝีปากบางฉีกยิ้มจนเป็นเส้นบางๆ   รอยยิ้มที่ทำให้โลกที่เคยมืดครึ้มแปรเปลี่ยนเป็นสดใส   มีชีวิตขึ้นมาในทันใด

 

 

“เป็นก็เป็นสิ”

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่เธอเคยได้ยินมั้ย   

 

 

เพื่อนกัน...   ไม่ตลอดไป

 

 

เพราะชั้นอยากได้เธอมาเป็นเมีย   ไม่ใช่เพื่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

- - - - My sweetheart.. You’re Everything. - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางด้านซองมินที่กลับมาจากโรงเรียนก็ตรงไปยังสำนักงานของหมู่บ้านที่เขาอาศัย   ขอกุญแจบ้านป้ายูนาที่ย้ายไปจีนเมื่อสี่ปีก่อนมา    เพราะแม่เขาโทรมาบอกว่าคุณป้าจะกลับมาวันนี้    เตรียมเปิดบ้านให้ด้วย

 

 

บ้านข้างๆที่ถูกปิดไปนานยังคงสภาพเดิม   ทางหมู่บ้านจัดให้มีคนมาทำความสะอาดทุกๆสองสัปดาห์   สะอาดเอี่ยมไม่ต่างอะไรกับบ้านของเขามากนั้น

 

 

ซองมินไขกุญแจบ้านตัวเองแล้วเดินเข้าไปหาอะไรดื่มดับกระหาย   สายตามองผ่านบ้านหลังข้างๆตลอดเวลา

 

 

ก็ได้แต่หวังว่าป้ายูนาจะกลับมาแค่คนเดียว...

 

 

Post it ที่แปะเอาไว้บนตู้เย็นมีข้อความถึงเขา

 

 

ม๊าจะไปเที่ยวกับเพื่อน   ดูแลบ้าน   ห้ามเที่ยว  อย่าเถลไถล   ถ้าไม่ฟังจะกลับไปตีให้ก้นลาย    รักนะจุ๊บๆ   จากม๊าผู้ยังสวยไม่สร่าง

 

 

ซองมินส่ายหัวเบาๆกับคำสั่งของแม่   แบบนี้ประจำ    แม่ชอบหนีไปเที่ยวตลอด   ทิ้งให้เค้าเฝ้าบ้านทุกที

 

 

“ม๊าไม่อยู่นะจะอ้อนป้ายูนาให้ทำซุปฟังทองให้อร่อยไปเลย   แม่อดกินแล้ว   แบร่”   คนน่ารักแลบลิ้นใส่ Post it    ป้ายูนาทำอาหารอร่อยอย่าบอกใคร   เดี๋ยวจะให้สอนสูตรทำซุปให้ซะเลย   อิๆ

 

 

ออด...    ออด...    ออด...    ออด...    ออด...   

 

 

เสียงออดที่ถูกกดอย่างถี่ระรัวทำให้ซองมินสะดุ้ง    รีบถลาไปที่ประตูบ้านทันทีเพราะทนรำคาญไม่ไหว  

 

 

“ไม่มีทารยาทจริงๆ   คอยดูนะแม่จะด่าให้   มาแล้วๆ”

 

 

มือเล็กจับลูกบิดประตูแล้วดึงเข้าหาตัว    เผยให้เห็นร่างสูงของใครบางคนที่ยืนหล่ออยู่หน้าประตู   ใครบางคนที่ลีซองมินไม่อยากพบอยากเจอเป็นที่สุด!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไง   ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ   มินมิน  

 

 

เสียงเจ้าเล่ห์ที่ปรับให้ดูนุ่มหูแต่ชวนขย้อนของเก่าเสียมากกว่า    รอยยิ้มที่เห็นเขี้ยวเล็กๆทำให้ มินมินเบิกตากว้าง    รอยยิ้มของหมาป่าเจ้าเล่ห์

 

 

“ไอ้คยู!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

- - - - My sweetheart.. You’re Everything. - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

13,039 ความคิดเห็น

  1. #12984 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 23:49
    เจ๊อ่ะแอบใจร้ายแบบไม่รู้ตัว
    ด๊อง! เฟอรารี่เชียวนะ! อิอิ
    คยูมาแล้ว!! สงสัยร้ายน่าดูเชียว
    #12984
    0
  2. #12920 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2556 / 22:07
    ฮยอกเป็นอะไรอ่ะ
    #12920
    0
  3. #12837 MayChuly (@mary13) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 14:56
    คยูมาแล้ววววววว
    #12837
    0
  4. #12775 mean>0<!! (@crazy-md) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:59
    คยูไปไหนมาเนี่ย เพิ่งปรากฏตัว
    #12775
    0
  5. #12749 Moo_k (@mysomook) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2555 / 20:13
    เย้!!!!!!
    คยูมาแล้วววววววววว
    รอนานมากกกกกกกก
    #12749
    0
  6. #12696 ยูกิมะ (@winter3010) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 / 19:05
    มันโผล่มาแล้วววววววววกี้
    #12696
    0
  7. #12675 ILoveKiHae (@supasuta129) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2555 / 18:46
     กี้มาแล้วๆๆ ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีซะอีก
    #12675
    0
  8. #12631 07L2gswep (@cussopian) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 21:32
    แอร๊ยยย คยูกี้มาแว้วววววว
    แหม่ เรานึกว่าจะไม่มีคยูมินซะล่ะ -.-
    #12631
    0
  9. #12577 <3 ซูพอจูนีออ ') (@jikjubujubu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 22:30
    อร๊ายยย โผล่มาแล้วว!!
    นึกว่าจะไม่มี คยูมินซะละ 5555
    #12577
    0
  10. #12543 junniizie (@j-u-n-n-i-e) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 23:28
     อั่ยยะ คยูมินนนนนนน
    #12543
    0
  11. #12368 mapiiky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2554 / 14:23
    อิเอ๋อโผล่มาแล้วววววววววว
    #12368
    0
  12. #12355 pa-ma (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2554 / 10:34
    กี้ไปไหนมาาาา ??
    #12355
    0
  13. #12223 OoMy (@oomnello) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 13:28
     กี้มาเเล้วววววววววว
    #12223
    0
  14. #12199 m___??? (@memay-boo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 / 03:38
    บอมให้ด๊องหาเบอร์ทิฟไมหว่า

    กว่าตากี้จะได้ออกโรง
    #12199
    0
  15. #12162 Creambana (@creambana) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2554 / 17:04
    คยูกี้ มาแว้ว ว วว
    #12162
    0
  16. #12113 AKIRA-AKI (@darker-40) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 กันยายน 2554 / 21:49
    ฮ่าาาาาาาา

    คยูมา

    -...-

    มินทำไงละ ท่าจะเกลียดขี้หน้ากันด้วย
    #12113
    0
  17. #12041 kisses (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2554 / 00:10
    คยูกี้มาขยี้มินแล้ว

    แอร๊ยยยยยยยยยยยยย ~



    บอม ..อยากได้เป็นเมียเลยหรอ ? -.-

    เอาเพื่อนไปก่อนนะ ฮิฮิ
    #12041
    0
  18. #12007 HaNaLisa (@topazz-lisa) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 10:10
    คยู
    เอ่อ ซองมินเรียกได้น่ารักมากกกก
    #12007
    0
  19. #11983 beer+++ (@beer-design) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2554 / 20:46
    ปล่อยให้มินเดียวมานานในที่สุดคยูก้อมาแว้วววววว
    #11983
    0
  20. #11926 คุนจู (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 00:43
    ว้ายย ที่เเท้ลางของน้องมินก้คือคยู





    คยูมิน เย้ๆ
    #11926
    0
  21. #11891 HANHYUK_LIZM*38 (@mintmint38) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 21:37
    กี้มาแล้วโว้ยย
    ปล่อยให้มินอยู่คนเดียวตั้งนาน
    ><
    #11891
    0
  22. #11791 suju (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2554 / 04:40
    อ๊าก!!!!!!!!!

    คยูมาขยี้มินๆ แล้ว

    หลังจากปล่อยให้คู่อื่นเขาหวานกันไปตั้งหลายตลบ...
    #11791
    0
  23. #11784 AprilKb (@aprilkb) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 เมษายน 2554 / 21:15
     กี้มาแย้ว 

    แน่ใจหรอด๊องว่าอยากเป็นเพือ่น
    #11784
    0
  24. #11717 ปีศาจเที่ยงวัน (@rungaram-ji) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 00:01

    ในที่สุดเนื้อคู่มินก็มาจนได้  

    #11717
    0
  25. #11685 มิน[parynaw] (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 20:08
    โอ้ว ในที่สุดคยูก็ออกมาแล้วอ่ะ

    หลัวจากผ้านไปหลายตอนเลย

    อิอิ



    ตามตอนต่อไปจ้า
    #11685
    0