รับความรักข้าเพิ่มไหมเจ้าค่ะ

ตอนที่ 8 : เจอแบบนี้.....ก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 670 ครั้ง
    23 ส.ค. 62


.

.

นี้ก็สัปดาห์กว่าแล้วที่ฉันมายังที่โลกใหม่แห่งนี้ และเริ่มที่จะปรับตัวและชินในหลายๆเรื่องแล้วล่ะ

เรื่องแรกคงเป็นเรื่องคนในครอบครัวที่เวลานี้ดูเหมือนจะรักกันมากกกกกกว่าแต่ก่อนเสียอีก ทั้งจิ่วเม่ยที่เดียวนี้วิ่งเข้าออกเรือนฉันอย่างไม่เกรงใจเจ้าของเรือนอย่างฉัน หนำซ้ำยังมานอนที่เรือนฉันทุกคืนอีกไม่มีความกลัวฉันเหมือนแต่ก่อนด้วย(รึว่าฉันไม่น่ากลัวพอ)แต่ดีนะที่ไม่ดื้อกับฉัน ว่านอนสอนง่ายมากๆ(ประชด) ชี้นกเป็นลิง ชี้ไม้เป็นคางคก เฮ้ย~ เพลีย เรียกได้ว่าชีวิตอันวุ่นวายของฉันยังไม่จบแค่นั้นนะจ้ะ

พี่ใหญ่ซื่อเหลียนเดียวนี้ก็เป็นไรไม่รู้เหมือนกัน เจอหน้าฉันก็แจกยิ้มให้บานเลย จนบ้างครั้งเป็นฉันเองที่แอบขนลุกเอง บางครั้งก็ทำตัวเป็นจิ่วเม่ยเองซะงั้น เข้ามาอ้อนฉัน พูดอ้อนๆกับฉัน ไอ้เด็กทำอ่ะน่ารักอยู่หรอก แต่พี่ใหญ่ทำนี้มันน่า...จับตีก้นชะมัด

แล้วหยุนฟ่านช่วงนี้สงสัยไม่มีใครให้กวน(ตีน)มั้ง คอยมาหาเวลาป่วนฉันได้ทุกที ไม่ว่าจะตอนกินข้าว ตอนเดินเล่น รึแม้แต่ก่อนนอน เรียกได้ว่าฉันเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหยุนฟ่านไปแล้วก็ว่าได้

ท่านพ่อกับท่านแม่ อ้อ รวมทั้งบรรดาฮูหยินทั้งสองด้วย ต่างก็เข้ามาคุยกับฉันมากขึ้น ทำให้รู้จักและสนิทกับพวกท่านมากขึ้น และรักพวกท่านมากขึ้น เอาง่ายๆเลยนะ ท่านแม่ฉันเป็นหญิงสาวเจ้าระเบียบแต่ไม่เข้มงวดเกินไป อะไรที่ยอมได้แล้วไม่ได้ส่งผลเสียอะไร ท่านแม่ก็ไม่ว่าอะไร  กลับกันฮูหยินรองจะเป็นคนที่คุยสนุก ช่างพูด แต่จะเข้มงวดเรื่องทุกอย่าง อย่างกับแม่บ้านคนหนึ่งเลยก็ได้ และฮูหยินสามนั้นก็พูดน้อย นางจะเป็นคนที่ยิ้มมากกว่า และค่อยห้ามศึกระหว่างท่านแม่กับฮูหยินรองมากกว่า ท่านเป็นคนเรียบๆ ไม่ยุ่งกับใคร สันโดษ รักความสงบมากกว่า ส่วนท่านพ่อนั้นก็คุยเล่นกับฉันมากขึ้น ทำให้ฉันกล้าเข้าไปกอดอ้อนท่านพ่อได้ ถึงแม้บ้างที่ท่านจะดุๆ ไปบ้าง แต่พออยู่ต่อหน้าฉันกับน้องห้าก็กลายเป็นคุณพ่อที่น่ารักไปเลย

และสุดท้ายลี่ฮว๋า ที่หลังจากเจอกันวันนั้นแล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ด้วยฉันนั้นก็ไม่มีเวลาบวกกับไม่มีอารมณ์อยากเห็นหน้า เลยไม่ได้เจอกันบ่อยนัก จะเจอกันเฉพาะช่วงกินข้าวร่วมกันเท่านั้น แต่ก็แปลกเนอะทั้งๆที่กับคนอื่นฉันกลับเข้าได้ดี แต่ทำไมกับน้องสี่คนนี้ ฉันถึงได้รู้สึกไม่ชอบตลอดเวลาเลยนะ จะว่าเพราะเศษเสี้ยวความรู้สึกของฟางเหม่ยนั้นก็ไม่น่าใช่ เพราะมันหายไปหมดแล้ว แล้วเป็นเพราะอะไรกันนะ รึว่าจะเป็น....แววตาคู่นั้น ที่ฉันไม่ค่อยชอบใจซักเท่าไหร่

“อืม~~~ ท่านพี่ตื่นแล้วรึเจ้าคะ น้องห้าง่วงจังเลยเจ้าคะ”

จิ่วเม่ยบิดขี้เกียจไปมาบนเตียงนอนฉันอย่างขี้เกียจ ก่อนหันมาถามฉันด้วยตาที่ยังไม่ตื่นดี ฉันเลยได้แต่ทำใจคะ

“เจ้ายังง่วงก็นอนต่อเถิด เดียวใกล้สว่างพี่ค่อยปลุกเจ้า”

“เจ้าค่ะ แจ่ม แจ่มๆ”

ดูๆ นางทำท่าไม่หือไม่อืออะไรเลย ไอ้เราก็กลัวว่าจะร้องไห้ง้อแงอีก ก่อนก้มลงปัดผมที่ปกหน้าจิ่วเม่ยออกอย่างเบามือ พลางคิดถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ฉันตื่นก่อนชาวบ้านนั้นเพราะอะไร....

ก็ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันไปเยี่ยมประมุขพรรค์มารหยางจงหมิ่งนั้นเสร็จ ก็ไม่ได้กลับไปที่นั้นอีกเลย ด้วยฉันไม่มีเหตุผลที่ต้องกลับนิจริงไหม ถึงฉันจะอยากมีผัว เอ้ย มีแฟน แต่ฉันก็ไม่หน้าด้านขนาดนั้นหรอกนะ 

แต่พอตกกลางคืนที่ไหร่ฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครอยู่ห้องกับฉันทั้งคืน จนฉันรู้สึกกลัวขึ้นมานะสิ ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ได้กลัวผีเลยแม้แต่น้อยนะ จริงๆนะ แต่เพื่อความสบายใจ ฉันเลยยอมให้จิ่วเม่ยมานอนด้วยไง  เป็นไงฉลาดป่ะละ แต่นั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย...เหมือนเดิมทุกอย่าง เว้นอย่างเดียวก็คงเป็นความรู้สึกที่เหมือนอยู่ใกล้กว่าแต่ก่อนนี้สิ ทำเอาฉันแทบนอนไม่หลับ ตานี้คล้ำเป็นหมีแพนด้าเลยละ เล่นเอาฉันต้องหมักตาด้วยแตงกวา และเมคอัพนิดหน่อย และมันก็เป็นแบบนั้นเรื่อยมาจนมาถึงวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวัน ที่ฉันตื่นมากลางดึกแบบนี้ คิดแล้วก็เดินออกไปนอกเรือนเพื่อว่ามันจะทำให้เหนื่อยแล้วหลับสบายขึ้น

 

 


.

หยางจงหมิ่งนับตั้งแต่ที่หญิงสาวกลับไป เขากลับอยู่ไม่เป็นสุขซะงั้น บางเวลาที่เขาคุยกับคนของเขาภาพหญิงสาวนั้นก็ผุดมาหลอกหลอนเขาทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นตอนเขาลงไปฝึกวรยุตย์ก็เห็นนางเดินมาหาเขา พอเพ่งมองดูดีๆ อีกที ปรากฏว่าไม่มี! เขานั้นไม่รู้ว่านางทำอะไรกับเขา ถึงทำให้คิดถึงแต่นาง ไม่ว่าจะเป็นตอนกิน นอน รึแม้แต่เดินเล่น เขากลับเห็นหน้าคนเดินผ่านเป็นนางไปซะงั้น แต่จะว่าไปเขาก็ไม่รู้จักว่านางเป็นใคร ด้วยนางนั้นไม่ได้บอกชื่อแซ่กับเขา เขาจึงให้คนของตนไปสืบประวัติหญิงสาวนั้นมาให้หมด และเขาก็ได้รู้ว่านางเป็นลูกสาวท่านแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพที่ฮ่องเต้เฒ่านั้นโปรดปรานมาก เพราะเป็นสหายด้วยกันมานั้นเอง เป็นลูกคนที่สอง ที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ แต่ตามคำเล่าลือเห็นว่านางเป็นสตรีที่น่ารำคานและงี่เง่าที่สุดในความคิดเขา เพราะว่านางได้ชื่อเรื่องความเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เป็นหญิงสาวที่งี่เง่าเอาแต่โวยวาย จนชื่อเสียงนางเสียหายไปหมด ตรงกันข้ามน้องสาวต่างมารดานั้นดูจะเหมาะกับการเป็นคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพมากกว่า

แต่ทำไมสิ่งที่เขาเจอ ได้เห็นและสัมผัสถึงตรงข้ามกับข่าวลืออย่างสิ้นเชิง นางไม่ได้มีอาการเอาแต่ใจหรือโวยวายแต่อย่างใด ต่างกันอย่างมากด้วยนางนั้นทั้งบ้าบิ่น ทั้งกล้าเกินสตรีในห้องหอ ทำอะไรไม่เหมือนกับสตรีนางอื่นทำ แปลกจริงๆ อย่างกับคนละคนเลย  และไม่ได้มีแต่เขาที่แปลกใจ เพราะคนที่เขาให้ไปสืบเรื่องนี้มาก็ยังแปลกใจ

ด้วยไม่เข้าใจบวกกับความร้อนรุ่มที่ก่อขึ้นภายในร่างกายทำให้เขาพุ่งไปหานางที่จวนแม่ทัพทันที  ทำให้คนติดตามสนิทสองคนมองนายตัวเองอย่างแปลกใจ ที่จู่ๆ นายตัวเองกลายเป็นโจรเด็ดบุพผาเช่นนี้

หยางจงหมิ่งที่แอบมาหาฟางเหม่ยทุกคืน ด้วยไม่รู้เพราะเหตุใดยามที่ไม่เห็นหน้านางก็แสนจะคิดถึง ยิ่งได้เจอยิ่งอยากสัมพัส แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้ ด้วยนางนำน้องสาวตัวเองมานอนด้วย เขาก็แทบหลุดขำเมื่อเงาของเขามารายงานว่านางนั้นตาคล้ำ แล้วนางก็เอาแตงกวามาทำอะไรของนางก็ไม่รู้ เขาได้ฟังแล้วอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองจริง แต่ไม่ได้เพราะเขามีงานรัดตัวเยอะ จึงทำให้เขาต้องเป็นโจรเด็ดบุพผาเช่นนี้ทุกคืน

 

 

.......

บรรยากาศตอนดึกนี้มันเย็นสบายดีเหมือนกันนะเนี่ย รู้อย่างนี้ฉันออกมาเดินเล่นทุกคืนแล้วละนะ ฉันเดินเล่นไปมาไปที่สวนดอกไม้ใหญ่แห่งนี้ เพราะนี้เป็นทางเชื่อมของทุกเรือนใครเดินผ่านไปผ่านมาย่อมเห็นหมด อย่างเช่นตอนนี้ 

................นั้นมัน น้องสี่ลี่ฮว๋านี้!!? ไปไหนมานะ? ต่อมความเผือกฉันทำงานทันที

“หยุดตรงนั้นแหละน้องสี่”

ลี่ฮว๋าที่กำลังตั้งใจเดินกลับเข้าจวนตัวเองพลางสะดุ้งตกใจด้วยไม่คิดว่าจะมีคนมาเดินยามดึกเช่น

“เหตุใดเจ้ายังไม่นอนอีกรึ ลี่ฮว๋า แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ที่ตรงนี้ได้”

ลี่ฮว๋าที่หันมาเห็นว่าเป็นใครก็รู้สึกเหงื่อตกทันที

“คาราวะพี่รอง ข้าเพียงออกมาเดินเล่นเพียงเท่านั้นเจ้าคะ กำลังจะกลับไปเรือนพอดีเลยเจ้าค่ะ”

“เวลานี้นะหรือ?........เจ้าคิดว่าข้าไม่เห็นรึไง ถึงได้กล้ามาโกหกต่อหน้าข้า”

“......อะไรกันเจ้าคะ น้องก็บอกเองว่าเพียงไปเดินเล่นเท่านั้น! พี่รองจะมาซักไซ้น้องทำไมเจ้าคะ!

“เสียงสูง!! เจ้ากำลังโกหกข้าอยู่!! แล้วเหตุใดเจ้าจึงออกมาเดินเล่นในชุดนี้กันเล่า!! บ้านข้าไม่เห็นมีใครเขาออกมาเดินเล่นด้วยชุดแบบนี้กันหรอกนะ ลี่ฮว๋า”

“....................”

“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง ว่าเจ้า..ไปไหนมา?!!

“อึก! ข้าจะไปที่ใดมันก็ไม่เกี่ยวอันใดกับพี่รองนี้เจ้าคะ ท่านไม่สมควรมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของข้า”

“เจ้ายอมรับว่าออกไปข้างนอกมาจริงๆสินะ หึ เจ้าเป็นหญิงที่เพียบพร้อมคงไม่ลืมว่าบทลงโทษของผู้ที่ออกจากจวนยามวิกาลและไม่ได้กล่าวบอกผู้ใดมันมีโทษร้ายแรงแค่ไหน”

ยิ่งเห็นหน้า ยิ่งเกลียด นี้ฉันเป็นอะไรของฉันกัน เกลียดคนทั้งๆที่ไม่มีเหตุผลเนี่ยนะ แต่ว่านะเรื่องนี้นางก็ผิดจริงนั้นแหละ มันเป็นกฎที่ห้ามคนในจวนออกข้างนอก และคนนอกเข้าในจวนเพราะนั่นชี้ว่าคนผู้นั้นไม่หวังดี

“ขะ...ข้าไม่กลัวหรอก ถึงอย่างไรท่านพ่อก็รักข้า ท่านคงไม่ลงโทษลูกรักเยี่ยงข้าแน่!!” หลงตัวเองได้อีกเนอะแม่คุณ

“หึ เจ้านี้ช่างมั่นในหนังหน้าเจ้ามากเลยนะ! หึ แต่ก็เอาเถอะ ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งว่าเจ้าไปไหนมา!” คราวนี้ฉันกดเสียงต่ำลง พร้อมกับใช้สายตาบีบบังคับนางมากขึ้น ยิ่งทำให้นางตัวสั่นและเหงื่อออกมากขึ้น ฉันสังเกตเห็นขาที่สั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหวของนางแล้วรู้สึกขำ นางคงไปทำเรื่องผิดร้ายแรงมาสินะ ถึงกลัวมากแบบนี้ โถ่ๆๆ น่าฉงฉาน

“ข้าบอกว่าไม่ได้ไปไงเจ้าคะ!! ข้าไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น!! ท่านเข้าใจรึไมเจ้าคะ!! ว่าข้าไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น!!

“หน้าด้าน!!! เจ้านี้ช่างโกหกได้หน้าด้านยิ่ง! ดี ดีแล้วข้าจะได้ไม่ปรานีเจ้า หึ พรุ่งนี้เจ้าเตรียมตัวรับโทษจากความประพฤติของเจ้าได้เลย ข้าให้โอกาสเจ้ามามากพอแล้วลี่ฮว๋า ต่อไปนี้อย่าหาว่าข้าใจร้ายแล้วกัน”

ฉันพูดเสร็จก่อนจะเดินออกมาแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายพูดบางอย่างออกมา

“ฮึ เจ้ามันสตรีร้ายกาจมากกว่า!! ไม่สิเจ้ามันไม่มีอะไรดีเลยซักนิด!! ทั้งโง่!  งี่เง่า!  ขี้โวยวาย!! เอาแต่ใจ! ชอบทำร้ายผู้อื่น!! จนคนเขาพากันเกลียดเจ้าไปหมดแล้ว! ทั้งสาปแช่งเจ้า ทั้งอยากฆ่าเจ้าก็มีมาก ฮึ ฮึ ฮ่าๆๆๆ แต่ดูสิ่งที่เจ้าทำสิ ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนในครอบครัวตัวเอง จากคู่หมั้นของตัวเอง แล้วเป็นอย่างไร กลับถูกตอบแทนด้วยคำด่าทอ! คำสาปแช่ง! คนเขาเกลียดขี้หน้าเจ้าไปทั่ว แม้องค์ชายห้าเขาไม่รักเจ้า!!! ไม่เลยสักนิด แต่เขากลับบอกรักข้า! เขารักเพียงข้าไม่ใช่เจ้า!! เข้าใจแล้วรึไมนังโง่ ฮ่าๆๆๆ สะใจข้ายิ่งนัก ฮ่าๆๆๆ”

หึ นี้สินะ ตัวจริงของลี่ฮว๋าหญิงสาวผู้เป็นที่รักของคนในจวน สตรีผู้เรียบร้อย อ่อนโยน ในที่สุด...หน้ากากก็หลุดซักทีซินะ ฉันเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมฉันถึงไม่ชอบแม่นี้เลยแม้แต่น้อย พอฉันมาเห็นแบบนี้ฉันกลับรู้สึกดีขึ้นมาแทนที่ได้เห็นใบหน้าและสันดานที่แท้จริงของลี่ฮว๋า ช่างน่าสมเพชจริงๆ

“จบแล้วยัง?”

“ยัง ยังไม่จบ ....เจ้ามัน ควรที่จะตายไปตั้งนานแล้วฟางเหม่ย ตั้งแต่ที่จมน้ำครานั้นแล้ว!! แล้วทำไม! ทำไมแกถึงไม่ตายๆ!ไปสักที!!!

เพียะ!!!

เพียะ!!!

เพียะ!!!

ทุบ!...

ฉันที่หมดความอดทนกับผู้หญิงตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้เรื่องด่าว่าฉันไม่เท่าไหร่ แต่ยัยนี้กลับพูดถึงเรื่องที่ทำให้ฟางเหม่ยต้องตาย มันทำให้ฉันขาดสติ ตบไม่ยังลงบนใบหน้าลี่ฮว๋า สามครั้งในคราเดียว เร็วและแรง ฉันบอกได้เลยเพราะว่าฉันก็รู้สึกแสบมือเหมือนกัน คิดดูว่าแรงแค่ไหน

“จมน้ำงั้นหรอ ...คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะเป็นเจ้าที่ทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ลง เป็นเจ้านี้เองที่พลักข้าลงน้ำในตอนนั้น หึ” ฉันพูดก่อนก้มไปบีบคางลี่ฮว๋าแน่น ฉันไม่รู้ว่าแน่นแค่ไหน แต่มันคงเทียบกับความรู้สึกเจ็บในตอนนี้ของฉันไม่ได้หรอก

!!!!..... ฮึก ฮึก”  ลี่ฮว๋าที่มองฉันอย่างกลัวๆ ด้วยรู้ตัวว่าเพิ่งปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกมา

“เจ้าว่าข้านั้นร้ายกาจงั้นหรอ!! ไม่เลย ข้ายังเทียบไม่ได้กับเจ้าเลยซักนิดลี่ฮว๋า เจ้ามันเลือดเย็นและโหดร้ายยิ่งกว่าข้า!!!” ฉันสะบัดคางลี่ฮว๋าอย่างแรง ทำราวกับว่าเป็นสกปรกและไม่น่าเตะต้องที่สุด

“........................”

“กลัวงั้นหรอลี่ฮว๋า คนอย่างเจ้าเคยมีความกลัวผิดบาปเป็นด้วยรึไง!!

เพียะ!!!

ฉันพูดจบก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนซีกแก้มของลี่ฮว๋าอีกครั้ง ที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มปรากฎรอยนิ้วทั้งห้าของฉันบนแก้มทั้งสองข้างนางอย่างชัดเจน และยังรวมไปถึงเลือดที่ไหลออกจากมุมปากมานิดๆ สมน้ำหน้า!

“หึ เห็นกับที่ข้ารอดตายมาได้ก็แล้วกันลี่ฮว๋า ครั้งนี้ข้าจะไม่เอาผิดอะไรกับเจ้า แต่ถ้ามีครั้งหน้าข้าสาบานได้เลยว่าข้าจะกระชาก!!เจ้าลงมาเอง!!!” ฉันพูดก่อนเดินออกมา เพื่อให้ตัวเองพยายามควบคุมสติ ให้มั่นคงกว่า เพราะฉันไม่มั่นใจว่าถ้าฉันสติหลุดขึ้นมาเมื่อไร ฉันอาจจะฆ่าใครขึ้นมาซักคนก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้วฉันต้องมาสติมากว่านี้

แต่ฉันก้าวได้เพียงสามก้าว จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนใครมาจิกผมฉันเอาไว้ จนฉันเจ็บจี้ดขึ้นมาทันที่ แล้ว.........

เพียะ!!!!

เพียะ!!!!

ลี่ฮว๋าที่ลุกขึ้นมาตอนไหนไม่รู้ จิกผมฉันให้หันกลับไป ก่อนประเคนฝ่ามือลงบนใบหน้าซ้ายขวาพร้อมกัน อีนี้!!อยากตายมากรึไงห่ะ!!!! แม่งไม่ทนแล้วน่ะเว้ย!!!

“คิดว่าข้าต้องการให้คนอย่างเจ้ามาอภัยให้ข้าอย่างงั้นรึ!! ไม่มีทาง!!

และก่อนที่ฉันจะได้ตะบันหน้ายัยนั้นจังๆ จูู่ๆก็เหมือนมีเงาใครสักคนมาโผล่ข้างหลังลี่ฮว๋า ก่อนที่ลี่ฮว๋าจะร่วงลงไปกองกับพื้น ดี ถ้าแกจับมันไว้ไม่ให้ร่วงลงฉันคงโวยวายหนักว่านี้แน่

ฉันที่มองไปยังชายสองคนนั้นอย่างคุ้นๆ แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร ความรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ข้างๆ ส่งผลให้ฉันหันกลับไปมองอย่างไม่ต้องคิด ชายชุดดำคนนั้นคุ้นตาฉันมาก เหมือนเคยเจอที่ไหนและจู่ๆ ความคิดถึงก็พุ่งเข้าเล่นงานฉันทันที ก่อนที่ชายชุดดำนั้นจะค่อยเปิดหน้าทำให้ฉันเห็นเต็มตาว่าชายคนนั้นเป็นใคร......

หยางจงหมิ่ง!!!    ใช่เขา...ใช่เขาจริงๆด้วย ความรูู้สึกคิดถึงมากมายโถมใส่ฉัน จนหัวใจฉันเต้นแรงไปหมด ความรู้สึกพุ่งพานนั้นมลายหายไปหมดสิ้น เพียงได้เห็นหน้า...ความคิดถึง ความห่วงหา คะนึงหา อยากหาที่พักพิง ทำให้น้ำตาคลอออกมา

หยางจงหมิ่งเขาไม่ได้พูดอะไรออก เขาทำเพียงแค่มองฉันอย่างห่วงใย ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันแล้วยกมือขึ้นมาลูบแก้มฉันเบาๆ อย่างทะนุทะนอน ผู้ชายบ้าอะไรกัน มีความโรแมนติกกับเขาด้วยเหมือนกัน

“เจ็บไหม”

“ท่านลองมาโดนแบบข้าดูไหมเจ้าคะ จะได้รู้ว่าเจ็บแค่ไหน”

“.................”

หยางจงหมิ่งเงียบ ก่อนจะมองไปยังร่างที่โดดเข็มยาสลบไปกองอยู่กับพื้นด้วยแววตาจันโรต์นขึ้นมาทันที ฉันที่เห็นยังงั้นเลยพยายามเบี่ยงเบนความสนใจเขาด้วยรูู้ว่าสายตาแบบนั้นอันตรายแค่ไหน เพราะต่อให้ตัวเองอยากจะชำระความแค้นมากแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากให้คนนอกอย่างเขามาเกี่ยวข้อง

แต่ก่อนที่ฉันจะพูดอะไร จงหมิ่งก็ช้อนอุ้มตัวฉันออกมาอย่างรวดเร็ว ฉันที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้เผลอยกแขนกอดคอเขาแน่นด้วยความตกใจ ก่อนเขาจะค่อยๆวางฉันลงที่เบาะนุ่ม กลางศาลาท่าน้ำในจวนฉัน ทำให้ตอนนี้หยางจงหมิ่งอยู่ในท่านั่งคร่อมฉันที่นอนเอาไว้ ท่านี้มันล่อแหลมเกินป้ายยยย^//o//^

“แล้วทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี้ได้เจ้าค่ะ? นี้มันจวนแม่ทัพเชียวน่ะเจ้าค่ะ” ฉันเลยเอ่ยถามเพื่อทำลายบรรยากาศชวนคิดลึกอันนี้

“.....ฮึ ข้าไม่เคยกลัว”  คนตัวโตที่นั่งคร่อมพลางเล่นผมฉันอย่างสบายใจ เห็นแล้วหมั่นใส้

“เจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วเจ้าคะว่าท่านนะไม่กลัว แล้วตอบข้าได้รึยังเจ้าค่ะว่าทำไมท่านมาอยู่ที่นี้”

“คนของข้ารายงานมา”

“รายงาน?....คนของท่าน?....หมายความว่าท่านแอบสอดแนมข้ารึเจ้าค่ะ!!

“อืม....ก็ประมาณนั้น” เขาก็ยังเล่นผมฉันไปอย่างสบายใจ นี้ท่านไม่คิดว่าจะมีใครมาเห็นบ้างเลยหรอ นี้มันจวนแม่ทัพนะเว้ย แม่ทัพนะท่าน

“แล้วไอ้ที่เหมือนกับว่ามีคนอยู่กับข้าตลอดเวลานี้คือ.........”

“ใช่ ทุกคืนข้ามาหาเจ้าเอง”

“ท่านนนนน!!!

จงหมิ่งเหลือบมองฟางเหม่ยที่ตอนนี้ทำหน้าตกใจอ้าปากไปแล้ว เขาเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกเอ็นดู อยากแกล้งขึ้นมาทันที จึงเผลองับจมูกน้อยๆไป อย่างเบาๆ

“นะ..นี่ท่าน!! ข้าเจ็บนะ” ฉันยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองปอยๆ ไม่ได้เจ็บอะไรเลย แต่อายมากกว่านี้สิ โดนคนหล่อจู่โจม ≧∇≦

“หึ”

“หึอะไรของท่าน ท่านรู้ไหมว่าท่านเกือบทำให้ข้าเป็นคนหวาดวิตก! เพราะข้านึกว่าเป็นผี !ที่ไหนได้ กลับเป็นท่าน!!!ท่านต้องรับผิดชอบ ไม่งั้นข้าไม่ยอมจริงๆด้วย ” 

“แล้วจะให้ข้ารับผิดอย่างไร ลองว่ามาสิ”

“ท่านต้องให้ข้าไปหาท่านที่ตำหนักพรรค์มารของท่าน เป็นไงตกลงไหม”

“เจ้าจะไปทำไม?ที่นั้นไม่เห็นมีอะไร?”

“ใครว่าไม่มีอะไร ข้าเห็นลานที่พวกท่านใช้ฝึกวรยุทต์แล้ว ข้าอยากไปดูของจริง แล้วข้าก็เห็นตำหนักของท่านมีสวนสวยๆตั้งเยอะ ข้าอยากไปดูนิเจ้าคะ" ฉันส่งสายตาอ้อนสุดฤทธิ เขาก็ดูเหมือนไม่อยากให้ฉันไป แต่พอเจอลูกไม้นี้เข้า คิดหรอว่าจะรอด โฮๆๆๆ

“เจ้าอยากไปดู? ....งั้นหรอ”

“เจ้าค่ะ” *-*

“กะ..ก็ได้ แต่เจ้าต้องเชื่อฟังข้าทุกอย่าง ห้ามขัดคำสั่งข้า”

“เจ้าค่ะ!...ว่าแต่ทำไมท่านถึงทำตัวเป็นโจรเด็ดบุพผาเยี่ยงนี้แหละเจ้าคะ ท่านประมุข”

“.............................”

“ท่านอย่าบอกนะเจ้าค่ะ ว่าท่าน ชอบ ข้านะ!!

“เพ้อเจ้อ!!! เจ้านี้มันเพ้อเจ้อแล้ว!! ข้าหาได้คิดเช่นนั้นไหม! ไม่มีทาง!!

“แล้วทำไมท่านต้องโวยวายใส่ข้าด้วยล่ะเจ้าคะ แบบนี้มันมีพิรุธนะเจ้าค่ะ”

“ข้า.....”

“ช่างเถอะเจ้าค่ะ! แต่ว่าตอนนี้ท่านกรุณาช่วยลุกออกไปจากตัวข้าได้รึไมเจ้าค่ะ ข้าอึดอัด”

ฉันที่แกล้งคนตัวโตกว่าพอใจแล้ว ก็จะกลับไปนอนต่อ ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ ที่มันเป็นคนไม่ใช่ผี

“แล้วเจ้า ไม่ ชอบ ข้า บ้างหรอ”

แต่จู่ๆ คนตัวโตกลับเอ่ยออกมาลอยๆ แต่แน่นอนว่าฉันได้ยินเต็มสองหู เมื่อกี้เค้าบอกว่าชอบงั้นหรอ หมายถึงฉันชอบเขาใช่ไหม ทำไมถึงถามแบบนี้ละอีตาบ้า ฉันนะอยากให้นายมาเป็นพ่อของลูกฉันเลยละ สุดหล่อจงหมิ่ง

“เมื่อกี้..?นี้ท่าน พูด..ว่าอะไรนะ? ..ท่านบอกว่าไม่ชอบท่านบ้างหรอ”

“.................”

“ว่าอย่างไรเจ้าค่ะ ท่านจงหมิ่ง... เมื่อกี้ท่านพูดอย่างไรเจ้าคะ”

“...แล้วเจ้าได้ยินว่าอย่างไร ล่ะ”


oOo .....” อึ้ง ค่ะอึ้ง ยอมรับนะว่าตอนที่เมฆจีบมันก็รู้สึกตื่นเต้น แต่นี้แตกต่างออกไปมาก มันรูู้สึกเสียว วาบวาม วิ้วๆ ตัวมันสั่นๆ แบบดีใจอ่ะ เข้าใจป่ะอารมย์ประมาณว่าถูกจีบแล้วแถมผู้ชายยังหล่อล่ำน่ากินอีกต่างหากอ่ะ โอ๊ยย อกอีแป้นจะแตกค่ะ

หยางจงหมิ่ง&ฟางเหม่ย




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 670 ครั้ง

293 ความคิดเห็น

  1. #159 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 22:54
    สนุกมากค่ะ ที่แท้นังน้องนี่ร้ายมาก แสแสร้งได้โล่ไปเลย ฆ่ากระทังพี่สาวตัวเอง....แต่ความแตกแล้วอ่ะ...แล้วอย่างนี้จะเป็นไงต่อน้าาาา
    #159
    0
  2. #110 wanzeze (@wanzeze) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 02:54
    ชอบ สั้นๆได้ใจความ
    #110
    0