รับความรักข้าเพิ่มไหมเจ้าค่ะ

ตอนที่ 19 : ไม่อยากเป็นแบบนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 492 ครั้ง
    26 ส.ค. 62


ดูเหมือนทุกคนที่จวนฉันจะวุ่นวายกันใหญ่ แต่ว่ากว่าจะถึงงานแต่งฉันก็อีกตั้งสองเดือน และกว่าจะถึงก็มีเวลาเหลือที่จะไปทำอย่างอื่น ปล่อยๆให้ท่านแม่ทั้งหลายสนุกไปกับการเตรียมงานเถอะเจ้าค่ะ ลูกอยากจะไปดูกิจการโรงเตี้ยมก่อนว่าไปถึงไหนแล้ว อยากจะไปเริ่มอะไรๆให้เข้าที่เข้าทางบ้าง คริๆ แค่คิดก็สนุกสุดๆ
"ฟางเหม่ย"
"ค่ะ" 
ฉันที่เผลอหันไปตามเสียงเรียก ก่อนปรากฎว่าเป็นคนที่ฉันไม่อยากเจอมากที่สุดของที่สุด นั้นก็คือ องค์ชายห้าอดีตที่ฉันไม่อยากคิดถึง บอกแล้วไงว่าอย่ามาเจอะมาเจอกันเลย
"เจ้าจะแต่งงานงั้นรึ" เขาไม่พูดเปล่าเดินเข้ามาจับแขนฉันแล้วบีบแรงๆ นี่หมอนี้บ้าไปแล้วรึไงกัน 
"หม่อมฉันจะแต่งรึไม่แต่งก็ไม่เกี่ยวอันใดกับพระองค์ องค์ชายห้าปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ" 
ฉันพูดพลางเงะมือที่เหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแกพันปีนั้นออก
"ข้าไม่ให้เจ้าแต่ง!" 
พูดอะไรของเขาเนี่ย บ้าไปแล้วชัวร์ๆ
"ท่านไม่มีสิทธินะเพคะ! พระองค์กับหม่อมฉันเราไม่ได้เป็นอันใดกันแล้วเพคะ! เพราะฉะนั้น.. พระองค์ไม่มีสิทธิมาห้ามเพคะ! ปล่อย!!" 
จะปรี้ดแล้วนะย่ะ ไอ้บ้า มาทำตัวเหมือนเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้ไม่น่ารังเกียจไปหน่อยหรอ
"ทำไมข้าจะไม่มีสิทธิ! ในเมื่อข้าเป็นคู่หมั้นเจ้า!!"
"อดีต! ..อดีตคู่หมั้นเพคะ ทรงอย่าลืม!" 
ทันทีที่องค์ชายห้าพูดจบ ฉันตอบพร้อมมองคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่องทันที ที่เขากล้าขุดเรื่องเก่าๆ มาพูด มันใช่ไหม แล้วมีสิทธิอะไรมาทำแบบนี้ ไม่มีคำว่าอายบ้างรึไง
"งั้นข้าควรทำอย่างไรให้เจ้ายกเลิกงานแต่งนั้น..."
องค์ชายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนน้ำเสียงขององค์ชายดูอ่อนลง
"พระองค์จะบ้าไปแล้วรึเพคะ!!  เหตุใดข้าต้องทำตามที่พระองค์ต้องการด้วย" 
ฉันตวาดใส่องค์ชายห้าอย่างเอาแต่ใจ เพราะฉันไม่ชอบให้ใครมาบังคับ และยิ่งเป็นคนที่งี่เง่าแบบนี้ด้วย
"ข้า....."  
องค์ชายห้ามองฉันและเผลอปล่อยมือฉันอย่างไม่ตั้งใจ
"ไม่ต้องหรอกเพคะ! ไม่ต้องพูดอันใดทั้งนั้นเพราะหม่อมฉันไม่อยากได้ยิน เพราะว่ามันไม่จำเป็นและไม่ค่าพอที่หม่อมฉันจะใส่ใจ สิ่งที่พระองค์ควรทำคือ อย่ามายุ่งกับหม่อมฉันอีก! ไม่ว่าพระองค์จะรู้สึกอย่างไร หรือว่าอยากได้สิ่งที่สูญเสียกลับไปมากแค่ไหนก็ตาม .....แก้วที่มันแตกแล้วทำยังไงมันก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรอกเพคะ! มันตายไปตั้งแต่วันที่หม่อมฉันจมน้ำและหลับไม่รู้เรื่องแล้วเพคะ! เพราะฉะนั้นอย่าทำให้หม่อมฉันต้องรู้สึกรังเกียจพระองค์ไปมากกว่านี้เลยเพคะ!!"
ฉันพูดก่อนจะเดินออกมาเพื่อไปยังโรงเตี้ยม เพราะอีตาองค์ชายห้ามาทำให้อารมย์เสียแต่เช้า แต่พอฉันเดินก้าวไปไม่ถึงสามก้าว มือฉันก็ถูกองค์ชายห้าคว้าไว้อีก 
แต่ก่อนที่องค์ชายห้าจะทำอะไรบ้าๆลงไปอิ้งเจิ้นที่มาตอนไหนก็ไม่รู้โพล่มาปัดมือองค์ชายห้าออกไปซะไกล   OoO แน่ใจนะว่านั้นแค่ปัดน่ะ สุดยอด ก่อนเอาตัวมากันระหว่างฉันกับองค์ชายห้าไว้
"นายหญิงของข้าพูดชัดเจนแล้วน่ะขอรับ องค์ชายห้า"
"แก!! ...เป็นใคร กล้าดียังไงมาขว้างข้า!"
"ต่อให้เป็นถึงองค์ชายข้าก็ไม่ยอมให้ผ่านไปแน่"
"ข้าสั่งให้เจ้าหลีกไป ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" 
องค์ชายห้าที่ดูเหมือนจะโกธรจนไม่ดูว่าที่นี้มันไม่ใช่ที่ของตัวเอง ชักดาบใส่อิ่งเจิ้นอย่างหมายมั่น
"คนเดียวที่จะสั่งข้าได้มีเพียงประมุขพรรคมารเท่านั้น" 
อิ้งเจิ้นก็เอากับเขาไป ชักดาบหันไปทางองค์ชายห้าเช่นกัน 
โอ้ยยยยย วันนี้มันวันอะไรของฉันกันเนี่ย แม่เจ้า ตอนออกจากห้องฉันก้าวเท้าไหนออกมากันว่ะ ทำไมวันนี้มันถึงได้วุ่นวายปานนี้ ฮือออออ เพลียจิตค่ะ 
ก่อนที่องค์ชายห้าจะพุ่งดาบเข้าใส่อิ้งเจิ้น อย่างโมโห ตรูก็โมโหนะนี้มันบ้านฉัน ทำไมคนที่นี้ถึงไม่มีคำว่าสมบัติของผู้ดีบ้างเลยเนี่ย เสียงดาบที่กระทบกัน รวมไปถึงเสียงตุบตับด้วย ทำเอาฉันไปไม่เป็น หลันหลันที่เพิ่งตามมาก็หลบดาบแทบไม่ทัน อ๋ายยย ไม่น่ะหลันหลันน้อยของฉัน
ฉันสอดสายตาหาอะไรที่จะทำให้สองคนนี้หยุดทะเลาะกันซักที เรื่องที่เจ้าหยุนฟ่านกับพี่ซื่อเหลียนไปท้าจงหมิ่งก็รอบหนึ่งแล้ว ยังจะมารอบนี้อีก โอ้ยยยยย ชีวิต
"หยุดเดียวนี้!!!" 
........ฉันที่หันไปเห็นกระสวยที่ใส่น้ำพอดี 
"ใครบังอาจมาจับดาบxหั่นกันในบ้านข้า หยุด!!" 
........และเห็นสระน้ำ ปิ๊งๆๆ เสียงไอเดียฉันดังขึ้น
ฉันไม่รอช้าวิ่งไปหยิบมาแล้วตักน้ำขึ้นมาทันที ก่อนจะวิ่งไปทางที่เขาทะเลาะกัน และ......
ซ่าาาาาาา!!!
ฉันสาดไปอย่างเน้นๆและเต็มๆ แต่มือฉันดันลื่น แรงมีไม่มากที่จะจับกระสวยใส่น้ำไว้อยู่มันเลยลอยไปทั้งน้ำ ทั้งกระสวยใส่น้ำ ฉันเลยหลับตาปี๋เพราะกลัวจะไปโดนใครเข้า
โป๊กกกก!!!
นั้นตรูว่าแล้วโดนแน่ๆ ฉันค่อยลืมตาขึ้นมองอย่างช้าและเห็นหลันหลันทำหน้าจะร้องไห้ องค์ชายห้าและอิ้งเจิ้นเปียกสมใจคาดหมายของฉัน 
แต่เหนือความคาดหมายคือ ท่านพ่อ พี่ใหญ่และน้องสามเปียกไปด้วย และคนที่ดูเหมือนจะโดนกระสวยใส่น้ำกระทบใบหน้าคงเป็นพี่ใหญ่แง่มๆ เพราะหัวของเขาปรากฎรอยแดงๆ ขึ้นที่ละนิด OoO .......
"ทะ...ท่านพ่อ พี่ใหญ่ น้องสาม ทำไมถึงเปียกกันแบบนั้นแหละเจ้าค่ะ" ฉันพูดยิ้มๆ หัวเราะแห้งๆ ก็แหมโดนกันหมดแล้วเนอะ
ทั้งหกคนพากันมองมาที่ฉันเป็นตาเดียวกัน อย่ามองเค้าแบบนั้นสิ เค้าไม่ผิดน่า
"ทำไมมอง แบบนั้นแหละเจ้าค่ะ ลูกไม่ผิดนะเจ้าค่ะ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ก็พวกท่านเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงอ่ะ >///0///<" (ตรงไหนกัน)
ท่านพ่อที่มองฉันแล้วยิ้มออกมาเหมือนท่านพี่ 
หยุนฟ่านมองฉันแบบว่างานนี้โดนเอาคืนแน่
ส่วนอีสองตัวเจ้าปัญหาก็มองฉันอย่างอึ้งๆ ที่คิดไม่ถึงว่าจะมีผู้หญิงที่ไหนกล้าเอาน้ำมาสาดกันได้ขนาดนี้
"แล้วเหตุใดพวกเจ้าจึงมาทะเลาะกันในจวนข้า ไม่รู้รึว่าจวนมีกฎ"
"ขออภัยท่านแม่ทัพ ข้าเพียงแต่จะมาคุยกับแม่นางฟางเหม่ยเพียงเท่านั้น แต่กลับโดนเจ้าคนนี้ขว้างทางข้า"  ตอแหลเก่งจริงๆ นี้คงจะได้มาจากลี่ฮว๋าแน่ๆ
"เจ้านี้เองที่ข้ารู้สึกได้ตอนที่อยู่เรือนพี่รอง" หยุนฟ่านพูดพลางมองอิ้งเจิ้นแปลกๆ ฉันก็แปลกใจเพราะมันเกี่ยวอะไรกับเรือนฉัน
"เพราะข้ารู้สึกได้ว่ามีคนคอยมองดูเจ้าอยู่ หลายครั้งแล้วนะ" 
พี่ใหญ่พูดแก้ข้อสงสัย อ้อนึกออกแล้ว ไอ้ครั้งที่บอกว่ากำลังหาแมลงวันกับอะไรนะ..ยุงนะหรอ ที่แท้เพราะอิ้งเจิ้นเองหรอเนี่ย
"ข้าเพียงทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจากประมุขเท่านั้น" 
อิ้งเจิ้นพูดอย่างไม่ยี่หระ แต่จะว่าไปหมอนี้ก็หน้าดี หล่อระดับหนึ่งเลยน่ะนั้น 
"งั้นหรอ ...แล้วเจ้าจะเอาอย่างไรล่ะฟางเหม่ย" 
ท่านพ่อหันมาโยนให้ฉัน  ไงเป็นงั้นค่ะ
"เอาเป็นว่า... ให้เรื่องจบเพียงแค่นี้เถอะเจ้าค่ะ ข้าหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และหวังว่าองค์ชายห้าคงไม่มายุ่งกับข้าอีก เพียงเท่านี้ข้าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ" 
ฉันพูดเพื่อให้ทุกอย่างจบ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้มันปวดหัว เพราะแค่นี้ฉันจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ฉันมองหลันหลันที่จู่ๆหน้าแดงขึ้นมาเพราะอะไรก็ไม่รู้ เดินขึ้นรถม้าออกไปตลาดทันที ฉันก็มองหลันหลันไปตลอดทาง หลันหลันก็ก้มหลบหน้าฉันตลอดทาง
-_-^ มันยังไงกันแน่...ยัยหลันหลัน  




"หลันหลันเจ้าเป็นอันใดกันแน่"
"เปล่าเจ้าค่ะ"
"หืม โกหกไม่เนียนน่ะจ้ะ พูดมา"
"เปล่าจริงๆเจ้าค่ะ"
ฉันที่พยายามเค้นเอาคำตอบจากหลันหลันอย่างยอมแพ้ เพราะนางเอาแต่ปฎิเสธลูกเดียว ฉันเลยยกธงขาวให้ แล้วเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมที่เขาทำการลื้อถอนเรียบร้อยแล้ว และฉันก็สั่งให้สร้างใหม่ ในที่ห่างใกลจากตัวเมือง ด้วยฉันมองว่าในเมืองมีโรงเตี้ยมเปิดตั้งขายมากมาย ทำให้คู่แข่งเยอะเพราะฉะนั้น เราจะหาที่ทำเลดีๆ นั้นก็คือชานเมืองที่ไม่ค่อยมีโรงเตี้ยมนั้นเอง เหตุผลที่ว่าทำไมฉันไปเปิดที่นั้น
หนึ่งมันจะช่วยลดจำนวนคู่แข่งลงยังไงจ้ะ
สองมันจะเพิ่มโอกาสของกำไรมากขึ้นด้วยว่าเวลาที่เมืองเรามีเทศกาลหรืองานอะไร คนที่เที่ยวส่วนใหญ่จะจองห้องจนเต็มทำให้ไม่มีเหลือ เพราะฉะนั้นการที่เราสร้างที่นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้มีห้องพักมากขึ้นและอยู่ใกล้กับการเดินทาง ไม่ต้องลำบากเข้าไปในเมืองให้วุ่นวาย
และสามมันเราสามารถซื้อที่ดินมากมาย และขยายกิจได้ง่ายๆ และอยู่ใกล้ๆกันดังนั้นมันจึงเป็นอะไรที่เพอร์เฟคสุดๆ 
ฉันที่ขี่ม้าออกมาแทนที่จะนั่งรถม้าของจวนออกมา ด้วยว่าไม่อยากทำให้ตกเป็นเป้าสายตาชาวบ้านที่นี้ เพราะฉันก็ไม่ชอบความวุ่นวายด้วยสิ
"เป็นไงบ้าน ท่านอี่ผิง ไปถึงไหนแล้วเจ้าค่ะ" 
ลุงอี่ผิงชายที่ฉันจ้างมาช่วยดูแลงานที่กำลังสร้าง คนที่เคยเป็นเจ้าของโรงเตี้ยมเก่าที่ฉันซื้อมา เอาง่ายๆฉันอยากมีผู้ช่วยที่เคยทำงานเกี่ยวกับกิจการโรงเตี้ยมนี้มาก่อน เพราะฉันต้องพึงพาเขามากๆ เพราะฉนั้นฉันจึงจ้างเขามาทำงานให้ ไงฉลาดป่ะล่ะ โฮๆๆๆ
"ใกล้เสร็จแล้วขอรับ"
"แล้วคนงานล่ะ"
"มีมากพอสมควรแล้วขอรับ"
"แล้วเรื่องวัตถุล่ะ"
"จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ"
"แล้ว....."
"คุณหนูมาดูเองเลยดีกว่ามั้ยขอรับ"
อี่ผิงที่หันกลับมามองหญิงสาวที่ตอนนี้เขายอมรับให้เป็นนายหญิงเขาเต็มตัว ด้วยความฉลาดที่และความเก่ง แต่เขาก็ถึงกับอึ้งเมื่อมีหญิงสาวอีกคนนั่งซ้อนหน้ามาด้วย นี้...นายหญิงของเขาเป็นคนแบบนี้หรือนี้ 0o0
"ท่านก็ส่งมาสิ มัวแต่อำอึ้งอยู่นั้นแหละ" 
ฉันกระโดดลงจากม้าโดยทิ้งหลันหลันไว้หลังม้าคนเดียวเพราะอยากเอาคืนที่นางไม่ยอมบอกฉัน งอล
อี่ผิงส่งหนังสือที่เขาเขียนรายงานเอาไว้อย่างละเอียดขึ้นมาอ่านดูคร่าวๆเอาเฉพาะจุดที่สำคัญแล้วค่อยๆเก็บกลับไปแก้ปัญหา ที่ล่ะอย่าง
"คุณหนูเอาหลันหลันลงไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ"
"เจ้าก็ลงมาเองซิ"
"โธ่ คุณหนู หลันหลันขอโทษเจ้าค่ะ" 
ฉันเหลือบมองหลันหลันเพียงเล็กน้อยก่อนยิ้มออกมา และเดินไปดูงานต่อโดยไม่สนใจสาวใช้ที่นั่งอยู่บนตัวม้า ส่วนอี่ผิงก็มองสลับไปมา ก่อนตัดสินใจช่วยหลันหลันลงจากม้า ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร
ฉันเดินตรวจงานว่ามีอะไรขาดไปอีกรึเปล่า พอตอนเที่ยงฉันเลยทำอาหารเลี้ยงทุกคนด้วยเมนูง่ายๆ นั้นก็คือข้าวผัดไข่ใส่หมูนั้นเอง แต่ก็ถือว่าทำเยอะเหมือนกันด้วยฉันกลัวว่าพวกเขาจะไม่อิ่มกัน 
คนงานต่างพากันดีใจที่เจ้านายทำอาหารให้กิน ถึงแม้หน้าตาจะแปลกไป แต่ก็อร่อยมากสำหรับพวกเขาที่กินอาหารไม่มีรสชาติอะไรเลย ด้วยว่าเกลือในยุคนี้มันมีค่ามาก แต่ว่าข้าวผัดฉันมันจะออกรสหวาน จึงไม่จำเป็นต้องใช้เกลือมาก 
"ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเจ้าค่ะ ว่าคุณหนูทำอาหารเป็นด้วย" หลันหลันเอ่ยอย่างแปลกใจ
"งั้นเจ้าก็รู้ไว้ซะ ข้าว่าเรากลับกันเถอะ"
ฉันพูดก่อนจะพาหลันหลันขี่ม้ากลับไปยังตลาดทันที แต่ระหว่างทางฉันรู้สึกเหมือนมีใครตามมาตลอด ที่แน่ๆ ไม่ใช่คนของจงหมิ่งแน่ๆ ความรู้สึกมันต่างออกไป อันตราย...
ฟิ้วว!!! ฉึก!!

เสียงลูกธนูที่พุ่งมาจากป่าพุ่งผ่านฉันอย่างเฉียดฉิว ทำให้ฉันตกใจเลยลงจากม้าอย่างไม่ตั้งใจ และยิ่งทำให้ม้าตกใจ ส่งผลให้หลันหลันพลัดตกลงมาจากม้า และม้าตัวนั้นก็วิ่งหนีไปด้วยความตกใจ
พร้อมกับชายชุดดำที่โพล่มาจากไหนก็ไม่รู้ พุ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังฉันเอาไว้ อะไรกันอีกฟร่ะเนี่ย นี้มันเรื่องอะไรกันอีกล่ะเนี่ย งึด
ฉันมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างจนตรอกด้วยว่าตัวเองก็ไม่มีอาวุธ ม้าก็วิ่งหายไปแล้ว ไหนจะยังมีหลันหลันที่ร้องไห้เกาะข้างหลังฉันเอาไว้ ช่วยได้เยอะเลยน่ะ พวกมันมีกันประมาณสิบกว่าคน แต่ละคนนี้หุ่นล่ำบึก เหมือนควายถึกที่เขาไว้ใช้ไถนาเลยยังไงยังงั้น เอาไงล่ะที่นี้จะงัดอะไรไปสู้พวกมันกัน มีก็แต่ตัวกับหัวใจ... แล้วก็ศิลปการต่อสู้นิดหน่อย เอาว่ะ ลองซักตั้ง ไม่สู้ก็ตายง่ายๆ จบ
พวกมันพุ่งใส่ฉันราวกับนัดหมายกันมา ฉันเลยใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย งัดออกมา ทั้งเตะทั้งถ่อย ทีบบ้าง ผ่าหมากบ้าง สารพัด จนฉันแย่งดาบในมือมันมาได้สองเล่ม เอาว่ะลองใช้ดูซักครั้ง อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเหมือนกับตอนที่อยู่ในวังหลวงไหม

หลันหลันที่ถูกคุณหนูพลักให้หลบหลังต้นไม้ ด้วยไม่ให้ไปขัดจังหวะการต่อสู้ของเธอ นางมองคุณหนูของนางอย่างตกใจ เพราะนางมั่นใจแน่นอนว่านางไม่เคยเห็นคุณหนูนางเป็นแบบนี้ คุณหนูของนางไม่เคยจับดาบ ไม่เคยฝึกฟันดาบซะด้วยซ้ำไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ...คุณหนูที่ใช้ดาบฟันคนได้อย่างชำนาญ ราวกับว่าทำเป็นประจำ การฟันดาบเหมือนการร่ายรำไม่มีผิด เพิ่มเติมเพียงรอยเลือดสีแดงที่พุ่งออกจากตัวของชายชุดดำ เปื้อนตัวดาบ และเสื้อผ้าบ้างส่วนของคุณหนู ยิ่งทำให้คุณหนูของนางดูน่ากลัวยิ่ง แต่ทำไมนางกลับรู้สึกปลอดภัยมากกว่ากลัว ถึงใบหน้าของคุณหนูจะนิ่งเรียบเฉย แต่แววตาที่หวั่นไหวนั่น นางมั่นใจว่าคุณหนูของนางก็กลัวในการฆ่าเหมือนกัน 

หญิงสาวที่ยืนมองไปรอบๆอย่างเหนื่อยหน่าย มองดาบในมืออย่างหวั่นใจ มือที่เริ่มสั่นขึ้น เพราะดาบที่หนัก และรู้สึกกลัว ทั้งที่นางทำแบบนี้ไปครั้งที่แล้ว แต่ว่ารอบนี้มันต่างกันออกไป นางรู้สึกผิดที่ฆ่าพวกเขา ถึงแม้พวกเขาจะพยายามฆ่านาง แต่พวกนั้นก็คน ...คนเหมือนกับฉัน 
ฉันมองภาพตรงหน้าที่ร่างของชายชุดดำทั้งหลายนอนหมดลมหายใจ และกองเลือดที่ไหลออกมาจากตัวพวกเขา กลิ่นคาวเลือดคลุ้งลอยตลบอบอวนไปทั่ว นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกคลื่นใส้ อยากจะอ้วกยิ่ง 
ฉันทำอะไรลงไป..... ฆ่าคนเหมือนผักปลาได้ง่ายขนาดนี้เลยหรอ ฉันน่ะ......
"คุณหนู!!" 
".........." ทำไมฉันถึงทำแบบนี้ลงไปได้ 
"คุณหนู เป็นอะไรรึไมเจ้าค่ะ"
"........." มันต้องไม่เป็นแบบนี้ซิ ฉันไม่ได้ฆ่าใคร ฉันไม่อยากฆ่าใคร
หลันหลันที่เห็นคุณหนูของนางเงียบไป นางก็เข้าใจดี นางรู้ว่าคุณหนูเป็นคนดี อ่อนโยน และน่ารัก แต่เมื่อคุณหนูของนางมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คงจะกลัว เพราะนางเองก็ยังกลัวเลย แต่คุณหนูของนางนี้สิ หนักสุด นางเลยจับมือคุณหนูแบบให้กำลัง
"ไม่เป็นไรนะเจ้าค่ะ ถือซะว่าเราทำดีแล้ว"
ฉันเงยหน้ามองหลันหลันด้วยความกลัว กลัวว่าตัวเองซักวันจะทำอะไรที่ไม่น่าให้อภัย ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนดี ไม่ใช่นางเอก แต่ฉันก็ไม่อยากฆ่าใคร ไม่อยากทำร้ายใคร
"แต่เราไม่จำเป็นต้องฆ่าก็ได้นิค่ะ" หลันหลันแปลกใจที่คุณหนูพูดแปลกๆ
"แต่ถ้าเราไม่ฆ่า ซักวันเขาก็ต้องฆ่าเรา คุณหนูทำใจให้สบายเถอะนะเจ้าค่ะ" 
"อืม"
"คุณหนู!! ท่านบาดเจ็บนี้เจ้าค่ะ" หลันหลันที่สังเกตเห็นรอยเลือดที่ไหลออกมาจากช่วงสะโพกของคุณหนู
"งั้นหรอ...."
...ฉันมองรอยนั้นก่อนจะฉีกกระโปรงมาซับเลือดและพันแผลเอาไว้ ซึ่งกว่าจะทำเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน หลันหลันก็ช่วยฉันไปด้วย กว่าเลือดจะหยุดไหลก็นานพอสมควร
"เรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ" 
หลังจากนั้นเราก็เดินออกมาจากที่ตรงนั้น ฉันไม่คิดที่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ ไม่อยากนึกถึงมัน อยากจะไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ระหว่างที่ฉันเดินรู้สึกราวกับว่าคนตามตลอดเวลา  ทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีตลอดเวลา รึว่า..จะเป็นวิญญาณพวกนั้นกัน(หลอนไปใหญ่แล้ว>>ไรต์) แต่ความรู้สึกไม่ดีมากเลยอ่ะ รึคิดมากไป 

หลันหลันที่เดินประคองคุณหนูอย่างเป็นห่วง ด้วยนางไม่เคยเห็นด้านนี้ของคุณหนูมาก่อน มันดูอ่อนแอและน่าทะนุทะนอมมากเลย แต่ตอนนี้นางเริ่มใจคอไม่ดีแล้วซิ เพราะคุณหนูหน้าซีดเซียว สีเลือดไม่มีเลย นั้นยิ่งทำให้เธอเป็นห่วง อยากร้องไห้แต่ก็ต้องเเข็มแข็งไว้ ขนาดคุณหนูของนางยังไหว แล้วทำไมนางจะไม่ไหวกัน กลัวก็แต่คุณหนูนั้นแหละเพราะบาดแผลของคุณหนูหนักเกินไป

ฉันก้มมองแผลที่พันด้วยผ้าของฉันที่ตอนนี้เริ่มมีเลือดไหลออกมา มากพอสมควร ว่าแล้วเชียวมันคงจะกระเทือนถึงแผลแน่ๆ
"หลันหลัน ข้าไปต่อไม่ไหวแล้ว เจ้าไปคนเดียวเถอะ"
"ไม่เอาเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทิ้งคุณหนูเจ้าค่ะ"
"ข้าไม่ไหวแล้ว ให้ข้านอนพักซักแป๊บเถอะน่ะ"
"คุณหนูอดทนหน่อยนะเจ้าค่ะ"
"เจ้าไปก่อนก็ได้น่ะ จะได้ตามคนมาช่วยข้าได้"
"ไม่เอา!!!"
"........?" 
หลันหลันเสียงดังใส่ฉัน ทั้งที่ฉันพยายามพูดดีๆนะย่ะ มาเสียงดังทำไมเนี่ย
"หลันหลันไม่มีทางทิ้งคุณหนูแน่เจ้าค่ะ ไม่เอาอีกแล้ว ฮือออออ" 
แล้วร้องไห้ทำไมฟร่ะ
"......."
"หลันหลันน่ะ ..หลันหลันจะไม่ยอมปล่อยให้คุณหนูอยู่คนเดียวอีกแล้วเจ้าค่ะ ฉะนั้น อย่าไล่ให้ไปไหนเลยเจ้าค่ะ หลันหลันไม่ไปไหนทั้งนั้น" ฉันจะร้องไห้แล้วน่ะ
"...T_T..."
ฉันที่น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ฉันรู้ว่าหลันหลันนั้นรักฟางเหม่ยแค่ไหน แต่ก็ปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วเช่นกัน 
"เอาเถอะ เจ้าไม่ไปก็ไม่เป็นไร แต่นั่งพักก่อนเถอะเดียวเจ้าจะไม่ไหวเอาซะก่อน"
ฉันที่หมดแรงจะไปต่อแล้วจริง อึดมาได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว เหนื่อยจังขอพักหน่อยน่ะ


หลันหลันที่หันกลับมาอีกที่เห็นคุณหนูนางนิ่งไปก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูกเลยร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย แต่จู่ๆ ร่างของคุณหนูก็ลอยขึ้นด้วยมีคนมาอุ้มเอาไป พอนางหันไปเห็นก็เห็นว่าเป็น ท่านประมุขหยางจงหมิ่ง!! เขามาช่วยคุณหนูของนางแล้ว ขอบคุณสวรรค์




หยางจงหมิ่งที่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี วันนี้เขาทำอะไรก็ไม่มีสติเอาซะเลย ใจมันร้อนระอุ ราวกับว่ามีใครมาสาดน้ำร้อนใส่ เขารู้สึกเป็นห่วงฟางเหม่ยขึ้นมาจับใจ ถึงแม้จะสั่งให้อิ้งเจิ้นไปคุ้มครอง แต่วันนี้เขารู้สึกเป็นห่วงมากเป็นพิเศษ ราวกับว่านางจะหายไปอย่างไงอย่างั้น 
พอทนไม่ไหว เขาก็กระโจนขึ้นม้าควบไปหาฟางเหม่ยทันที แต่ระหว่างทางเขาพบกับรถม้าของจวนแม่ทัพจอดไว้อยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางออกมาตลาดอีกแล้ว มีหลายครั้งที่เขาห้ามนางออกมาข้างนอก แต่นางก็หาเหตุผลมาขัดเขาได้ทุกครั้งไป เขาเองก็ไม่อยากจะขัดใจนาง แต่เมื่อพอรู้ว่านางไม่อยู่ที่รถเลยให้คนระดมค้นหาในตลาดทั้งหมด แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ นั้นยิ่งทำให้เขาร้อนใจมากยิ่งขึ้น ความกระวนกระวายใจมีมาก พอๆกับโทสะที่พุ่งสูงเมื่อรู้ว่าอิ้งเจิ้นไม่ได้ทำหน้าตามคุ้มครองนาง อย่างที่เขาสั่งไป เขาเลยสั่งให้จับตัวอิ้งเจิ้นไปขังคุก รอคำสั่งเขาอีกครั้ง 
และเหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเขาอยู่บ้างหลังจากได้ข่าวว่านางออกไปนอกชานเมือง เขาจึงรีบตามไปทันที ด้วยไม่รู้ว่านางไปทำไม แต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาหายใจกระตุก เมื่อพบร่างฟางเหม่ยที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้โดยมีสาวใช้ร้องไห้อยู่ข้างๆ เสื้อผ้าเปื้อนไปด้วยเลือด นี้มัน..อะไรกัน
เขาตรงไปซ้อนร่างหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าไร้สีเลือด และลมหายใจที่แผ่วเบา ยิ่งทำให้ใจเขาสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่น สายตาพลันไปเห็นสะโพกนางที่มีเลือดไหลออกมา และนั้นยิ่งทำให้เขาอยากฆ่าไอ้คนที่ทำเรื่องแบบนี้กับฟางเหม่ยไว้ มันไม่ตายดีแน่....
เขาพาฟางเหม่ยกลับมาที่ตำหนักเขา แต่ไม่ได้กลับไปที่เรือนเขา แต่เป็นเรือนที่เขาสั่งสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นห้องหอของเขาและนาง เขาวางนางลงอย่างอ่อนโยน ด้วยใบหน้านางตอนนี้ดูเหมือนเพียงหลับไป แต่สำหรับเขามันเหมือนมีมีดคมกรีดลงบนหัวใจเขา 
"เจ้ากล้าละเลยคำสั่งข้า!!!!" 
หยางจงหมิ่งที่มาเยือนคุกใต้ดิน ที่มีอิ้งเจิ้นขังไว้อยู่ เพราะนี้ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่ฟางเหม่ยยังไม่ได้สติ เขาเองก็ร้อนรุ่ม ยิ่งมาเจอหน้าอิ้งเจิ้นเขายิ่งระงับความโกธรไว้ไม่อยู่ 
"ข้าไม่มีอะไรจะแก้ตัวขอรับ"
"ดี!!"จงหมิ่งพูดก่อนจะตวัดดาบหมายฟันคนตรงหน้าให้ตายไปซะ ถึงจะเป็นลูกน้องคนสนิทที่ฝีมือมากแค่ไหน แต่ในเมื่อทำผิดมันก็ต้องตาย
"ท่านประมุข!!"
แต่ก่อนที่ดาบจะตัดคออิ้งเจิ้น ก็มีเสียงคนเข้ามาขัดเสียก่อน 
"นายหญิง แย่แล้วขอรับ"

เขารีบออกตัวไปทันที เขาเป็นห่วงนางยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ชีวิตนี้เขาก็ให้นางได้ ขอเพียงอย่าให้นางเป็นอะไรไปเลย
ทันทีที่เขาเข้ามา ฟางเหม่ยก็กรี้ดร้องอย่างบ้าคลั่ง และพูดว่า ออกไป อีกทั้งยังปัดป่ายทั้งคนทั้งของร่วงตกแตกไปตามๆนี้ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่นางนอนไม่ได้สติ แต่พอนางตื่นมาทำไมถึงเป็นแบบนี้ เขารีบเข้าไปดูนางทันที
"ฟางเหม่ย เจ้าเป็นอะไร"
"กรี้ดดด ออกไป อย่าเข้าน่ะ ออกไปปปปป!!" เขาที่เข้าไปรวบกอดนางเอาไว้ และไล่คนออกไปให้หมด 
"ฟางเหม่ยนี้ข้าเอง จงหมิ่งอย่างไรเล่า" 
"ออกไปน่ะ อย่ามายุ่งกับข้า  ไม่ ไม่ กรี้ดดดดดด!!!" นางฝันงั้นหรอ แต่เขาห่วงแผลนางมากกว่า
"มีสติหน่อยสิ ฟางเหม่ย เหม่ยอวี้"
"ไม่ปล่อยน่ะ ปล่อยฉ้านนนนนน!!!"
เขาที่ทนไม่ไหว และไม่รู้ว่าอะไรที่เข้าสิ่งเขาให้ทำแบบนั้น นั้นก็คือเขาก้มลงจูบนางเอาไว้ทั้งที่ยังกอดรัดนางอยู่ และนางก็ดิ้นแรงจริงๆ เขาที่ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงเลยเอาวิธีนี้ดีที่สุด 
เขาค่อยๆถอดจูบออกมา และมองฟางเหม่ยที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นเรียบร้อยแล้ว
เขามองเธอและยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนให้แก่นาง ด้วยเขาสังเกตเห็นความหวาดกลัวที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้น 
"ไม่เป็นไรแล้วน่ะ"




วันนี้ขอโทษนะค่ะ อัพช้าไปมากเลย T-T
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 492 ครั้ง

294 ความคิดเห็น

  1. #168 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 14:20
    นางเอกเป็นอะไรอ่ะ แล้วใครนะที่ตามฆ่านาง
    #168
    0
  2. #46 นนะ้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 11:30
    มาอัพต่อไวๆน้าาาา
    #46
    0
  3. #45 oilcaesar (@oilcaesar) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 21:42
    พี่หยางจัดการให้หน่อย อยากรู้จริงๆว่าใคร
    #45
    0
  4. #43 onny (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 20:08
    ตั้งสติ ๆๆๆ
    #43
    0