เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 77 : เมื่อความแค้น(ไร้แก่นสาร)ทำให้คนเป็นบ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ต.ค. 56

ตอนนี้ผมพึ่งได้คอมคืนจากน้องชายมาไม่นาน  แต่ก็เหมือนจะถึงจุดอิ่มตัวแล้วเหมือนกัน  ฉะนั้นถ้าผมปิดเรื่องเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ก็โปรดให้อภัยนะครับ  แต่ก็จะพยายามปั่นจนครบตามที่บอกไว้แต่แรก
 
เมื่อความแค้น(ไร้แก่นสาร)ทำให้คนเป็นบ้า
 
บ่อยครั้งเมื่อพูดเรื่องหนังจีน เราจะพบมิติของการแก้แค้นอยู่เสมอจนเกิดความสงสัยใจว่า "ถ้าไม่แก้แค้นมันอยู่กันไม่ได้รึไง?" ทำให้อดอิจฉาท่านโจโฉไม่ได้ที่ไม่ค่อยจะแค้นเคืองอะไรใครมาก(หรือแค้นแต่ทำเป็นลืมๆ)  และสามก๊กก็หนีไม่พ้นเรื่องของความแค้นด้วยเช่นกัน  เพราะอันที่จริงถ้าตัดอุดมการณ์ทิ้งไป  บ่อยครั้งผมพบว่าความแค้นเป็นตัวเดินเรื่องมากกว่าคุณธรรมซะอีก  ความแค้นไม่เพียงแต่เป็นฉนวนความขัดแย้ง เหตุผลของการต่อสู้ บางครั้งมันนำมาซึ่งอะไรที่คาดไม่ถึงในสามก๊กเสมอ
 
แม่นางหวังอี้เธอมีความแค้นกับม้าเฉียว  ด้วยเหตุนี้เธอจึงช่วยโจโฉรบม้าเฉียวจนแตกกระเจิง  แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น แม่นางหวังอี้เธอก็ถึงดาบออกไปดวลเดี่ยวกับม้าเฉียวแบบตัวต่อตัวแล้วฐานมาสร้างความแค้น  หรือไม่ใช่ดาบแต่เป็นบังตอทำกับข้าวก็สุดจะเดา  เพราะหวังอี้ตัวจริงไม่ได้เป็นนักรบเหมือนในเกมส์  แต่เธอเป็นแม่บ้าน  เพียงแต่เป็นแม่บ้านต่อยตีเป็นเท่านั้นเอง  จินตนาการของผมที่เคยวาดภาพหวังอี้ผู้แสนเปรี้ยว-ดวลกับม้าเฉียวตัวต่อตัวจึงต้องเปลี่ยนไป  เป็นภาพแม่บ้านวัยกลางคน  ด้วยความแค้นในนักรบหนุ่มรูปงามที่ทำให้เธอเดือดร้อน  เธอจึงจัดการคว้ามีดด้ามพร้า หรืออีดาบ(อีดาบนี้เป็นพี่สาวของดาบธรรมดา) หรือบังตอสับหมู  หรือ เอาให้มันบ้ากว่านั้น สากกะเบือ!? แล้วชีก็แล่นออกไป เอาอาวุธคู่ใจกวัดแกว่งใส่ม้าเฉียวที่ไม่รู้จะจัดการกับเหตุการณ์ยังไง  เพราะครั้งจะโต้กลับเค้าก็จะครหาว่ารังแกผู้หญิง ครั้งจะหนีก็จะโดนหาว่าขี้ขลาด  ศึกนี้ม้าเฉียวจึงกล้ำกลืนฝืนทนไม่น้อยแน่นอน
แต่จะว่ายังไงได้  ก็ม้าเฉียวมาโจมตีเขตปกครองของโจโฉ แล้วบ้านหวังอี้ก็อยู่แถวๆ นั้น  งานนี้ผมจึงไม่อาจพูดอะไรได้นอกจาก "ไอ้เฉียวเอ้ย  ไปให้ป้าเค้ากระทืบเถอะแก"
 
ความแค้นที่ยิ่งใหญ่ในหนังสือ แต่ไม่ใหญ่เท่าที่คิดในเรื่องจริงก็คือความแค้นของโจโฉที่พ่อโดนฆ่า ในหนังสือนี่แกฆ่าตั้งแต่หัวยันท้ายเพื่อระบายโทสะ  แต่ในเรื่องจริงแกฆ่า... รายละเอียดไม่ชัดครับ เพราะความบ้าไปตกอยู่ที่น้องๆ อย่างโจหยิน-โจหอง  ส่วนคนพี่ใหญ่อย่างโจโฉนั้นไปตะกุยประตูหน้าเมืองของโตเกี๋ยม(พอดีชาติที่แล้วแกเกิดเป็นแมว)  พอเล็บชักคมพอแกก็กลับ

Kitty Cao Cao^
ยิ่งใหญ่ตรงไหนวะ(ถุย!?)
 
เล่าปี่ก็มีความแค้นยิ่งใหญ่ไม่น้อย  คือเพื่อกวนอูตาย ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อสมเด็จพระอนุชาเจ้า  พระเจ้าเล่าปี่จึงระเบิดความแค้นอย่างสุดจะระงับในอีกสิบหกเดือนถัดมา(ถุย)  อันที่จริงแกระเบิดทันทีที่กวนอูตายก็ได้ครับ  แล้วจากนั้นเดินเครื่องความแค้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันเปิดศึกในอีกสิบแปดเดือน(หรือสามปี?)ก็ไม่เสียหาย  ไม่รู้แกกลั้นแค้นอะไรนักหนา  เตียวหุยก็พอกันเพราะมาระเบิดความแค้นร้องไห้ตีโพยตีพายในอีกสิบแปดเดือนถัดมาหลังกวนอูตาย(จะบ้ารึไง?)  แต่กรณีเตียวหุยนี่ผมพออนุโลม  เพราะหลังจากแฮหัวช่วงโดดกำแพงตายแกคงช็อคนานมาก  ถึงขั้นเสียผู้เสียคนไปเหมือนกัน  และเรื่องการตายของเธอก็ทำให้หลายๆ คนช๊อคไม่น้อย
 
อันที่จริงกรณีแฮหัวช่วง  ผมไม่แน่ใจว่าใครควรช็อคกันแน่  ก๊กโจโฉหรือว่าก๊กเล่าปี่ เพราะแฮหัวช่วงนั่นมันลูกสาวแฮหัวเอียน  เป็นลูกหลานพวกโจโฉเค้า ไม่ใด้เป็นอะไรกับก๊กเล่าปี่นอกจากฮูหยินของเตียวหุยซึ่งในประวัติศาสตร์จริงก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเล่าปี่มากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง  แถมถ้าจะนับกรณีที่เป็นแม่ยายอาเต๊ามันก็หลังจากเธอตายไปแล้ว  สรุปแล้วงานนั้นพวกโจโฉเจ็บกว่าเยอะ  พี่น้อง(แท้ๆ ในสายเลือด)ก็ตาย แถมไล่ๆ กันไม่นาน หลานสาวก็เสือกโดดตึกตายอีกคน  จะแก้แค้นก็แก้แค้นไม่ถนัด  เพราะอีนังเล่าปี่ตัวดีดันทะลึ่งมาเป็นทองแผ่นเดียวกับพวกกูแบบไม่รู้ตัวอีก  จะเอาหลานปู่(ของพวกโจโฉ)ไปเป็นเมียของลูกแก(อาเต๊า)ก็เอาไปจัดแจงเฉย ไม่บอกพวกกูซักคำ  สรุปแล้วงานโจโฉและคณะช็อคหลายตลบทีเดียว
ถ้าสองคนนี้ได้ประจัญหน้ากันตัวๆ อีกครั้ง  ผมแทบจะเห็นภาพโจโฉลากเก้าอี้มาตรงหน้าเล่าปี่แล้วปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้เพื่อขอ "ตบ" หัวเล่าปี่ซักป้าบเนื่องจากถ้ายืนกันตามปกติโจโฉอาจจะตบไม่ถึง
 
ความแค้นที่ดูจะเป็นแก่นสารจริงๆ ก็คือความแค้นของลิโป้กับตั๋งโต๊ะ  แต่พอสืบเสาะจริงๆ ก็ไม่เป็นแก่นสารเท่าไหร่นัก(เอ๊ะ ยังไงกัน)  ในนิยายนั้นทั้งสองคนผิดใจกันเพราะเตียวเสี้ยน  ซึ่งไม่ใช่เสี้ยนธรรมดา  แต่เป็นเสี้ยนหนามที่ทิ่มตำความเป็นพ่อลูกให้ขาดสะบั้นในพริบตา  ซึ่งก็ไม่ทราบว่าแม่นางเตียวเสี้ยนคนนี้เธอมีมารยาสาไถอะไรนักหนาถึงสามารถปั่นหัวจอมถ่อยอย่างตั๋งโต๊ะ-ลิโป้ให้แตกแยกกันได้ด้วยแรงหึง  ทั้งๆ ที่เธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุสิบหกปี  แล้วหลังจากนั้นเธอก็หายหัวไปเลย   สำหรับความเป็นจริงนั้น  ความแค้นของพ่อลูกคู่นี่เป็นการยุแยงตะแรงรั่วอย่างต่อเนื่องของหวังอุ่น(อองอุ้น)  แล้วก็แรงขึ้นทุกวันด้วยการใส่สีตีไข่  จนในที่สุดลิโป้ก็หลงเชื่อ  ซึ่งเราก็เข้าใจได้ไม่อยากว่าลิโป้นี่มันไม่ค่อยมีสมองเท่าไหร่นัก  แต่คิดอีกทีจะว่างั้นก็ไม่ได้  พ่อก็ไม่ใช่พ่อแท้ๆ แล้วตัวตั๋งโต๊ะเองก็เจ้าอารมณ์เหลือกำลังลาก
สรุปคือกรณีลิโป้กับตั๋งโต๊ะมันเกิดขึ้นเพราะ "ลิ้น" ล้วนๆ ถ้าไม่มีลิ้นก็ไม่มีปัญหา  เพราะลิโป้เป็นคนค่อนข้างหัวอ่อนอยู่ไม่น้อย
 
ความแค้นของพี่กับน้องก็เป็นสิ่งน่าศึกษาไม่น้อย  เพราะอ้วนสุดเรียกอ้วนเสี้ยวว่าเป็น "ทาสในบ้านข้า" เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีความให้เกียรติพี่ชายแม้แต่น้อย  แต่เมื่อนับย้อนไป เริ่มต้นสองคนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันมาก เริ่มมามีปัญหาเพราะอำนาจมันสุมเข้ามาทุกทางจนหน้ามืดตามัวก็เท่านั้น  แต่จะโทษว่าเป็นเพราะอำนาจก็คงไม่ใช่  เพราะการที่อ้วนสุดออกปากว่าอ้วนเสี้ยวเป็นทาสในบ้านซะขนาดนั้น  คิดจริงเหรอว่าอ้วนเสี้ยวจะไม่รู้สึกอะไร  ไม่ใช่พระอิฐพระปูน  การที่เขาไปคบหาโจโฉที่เด็กกว่าตั้งหลายปีเป็นเพื่อนซี้(ที่ต่อมาก็ซี้ซั้ว)ก็ชัดเจนว่าเขาคงรู้สึกมีปมด้วยในใจว่าตัวเองไม่ใช่ลูกผู้ดีแท้ๆ  แต่ต่อมาอ้วนเสี้ยวก็เริ่มเย่อหยิ่งอย่างที่เราทราบเพราะเขาเริ่มมีอำนาจมากขึ้นทุกวันทุกวัน ขนาดได้รับมติเป็นเอกฉันท์ให้เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ(ซึ่งปฏิวัติไม่สำเร็จเพราะประสานงานห่วยแตก  ทั้งกองทัพเอาจริงอยู่สองคนคือโจโฉกับซุนเกี๋ยน  นอกนั้นซี้ซั้วอีกเหมือนกัน)  เมื่อเขาได้รับการยอมรับจากทุกคนมากขึ้น  ในที่สุดเขาก็เอาความจริงที่ว่าเขาเหนือกว่าอ้วนสุดในสายตาคนหมู่มากมาแข่งกับอ้วนสุด  อ้วนสุดรู้สึกเหมือนถูกหยามก็ยิ่งพยายามแข่งกับพี่  ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นความแค้นดังว่า
แต่ถ้านับถอยหลังกันไปก็ถือว่าเค้าแค้นกันมานานแล้วครับ เพราะแม่อ้วนสุดเสี้ยมสอนให้ปฏิบัติกับอ้วนเสี้ยวเหมือนไม่ใช่พี่น้อง
 
อีกความแค้นที่ลืมไม่ได้คือแค้นของเจ้าเสือน้อยที่พ่อตายเพราะความเข้าใจผิด  เนื่องจากรบกันในที่มืด  ไม่รู้ใครเป็นใคร ซุนเกี๋ยนจึงโดนธนูหลงของหองจอพุ่งเข้ามาปักจนตายคาที  ซุนเซ็กแค้นมากประกาศจะล้างแค้นหองจอให้จนได้  แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ล้างแค้นเพราะซุนเซ็กดันทะลึ่งตายก่อนซะงั้น  ส่วนซุนกวนก็ดูจะไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก  เพราะขึ้นนั่งเมืองไม่นานหองจอก็ตายเหมือนกัน  สรุปแล้วแค้นนี้คงต้องไปชำระกันชาติหน้าสถานเดียว  เพราะคู่กรณีตายหมดทั้งสองฝาย
และแล้ว การบ่นเรื่องความแค้นในสามก๊กของผมก็จบลงด้วยประการนี้แล... ตอนต่อไปผมจะเรื่องของจิ้งจอกสุมาอี้มาเล่าอีกครั้ง  แต่คราวนี้เป็นโฉมหน้าอีกแบบที่ทำให้คนอ่านอ้าปากค้างไปกับพฤติกรรมบางอย่างของแก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #389 LE BASIlIC (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 04:23
    _(:3」∠)_

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 เมษายน 2559 / 23:38
    #389
    0
  2. #388 ราเบล (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 01:19
    เย้! พี่มาอัพแล้ว (ผมเองก็พึ่งอัพไป)
    #388
    0
  3. #387 ReJint (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 00:35
    เกิดอาการดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นท่านอัพ*o*

    คือ...มีอย่างหนึ่งที่สงสัยอ่าค่ะเมื่ออ่านสมก๊กจบ(ฉบับพี่หลอ)

    ทำไมสุมาเอี้ยน(ใช่ป่าวหว่า ถ้าจำไม่ผิด) ถึงต้องล้มราชวงศ์ของโจโฉแล้วตั้งราชวงศ์ใหม่ด้วยอ่ะคะ?

    หรือถ้าครองต่อไปจะเกิดคำครหานินทาหรอคะ? สงสัยมากๆ
    #387
    0