เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 74 : เทคนิคการปกครองคน--ใครแน่กว่าใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 มิ.ย. 56

เทคนิคการปกครองคน--ใครแน่กว่าใคร
 

หายหน้าหายตาไปนาน เนื่องจากติดงานปั่นบอร์ด ตอนนี้ผมคงต้องพยายามปั่นบทความให้เหยียบร้อยซะที จะได้จบเรื่องอย่างสวยงามตามที่ตั้งเป้า
 

การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ ยังไงซะผมต้องยอมรับเล่าปี่มากกว่าคนอื่นในแง่ที่เค้าสร้างตัวขึ้นมาจากสองมือสองเท้าจริงๆ และอดประหลาดใจไม่ได้ว่าทำไมเด็กอายุแค่สิบสามจึงมีกองทัพรับจ้างเป็นของตัวเองได้ ทำไมกล้าตั้งเป้าหมายที่จะเป็นฮ่องเต้ และทั้งๆ ที่ไม่ได้รับการศึกษาที่เป็นเรื่องเป็นราวอะไรทำไมจึงมีความสามารถในการนำผู้คนได้มากปานนี้ ทั้งเทคนิคการวัดใจ ซื้อใจ อ่านกิน ตลอดจนลูกล่อลูกชนที่แพรวพราว จนบางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าไอ้หมอนี้มันเป็นแค่ "คนทอเสื่อถักรองเท้าฟาง" ริมถนนจริงๆหรือ กระนั้นกูรูสามก๊กมักยกย่องโจโฉมากกว่าเล่าปี่ เพราะโจโฉผลงานมากกว่า  ซึ่งปรากฏชัดทั้งในนิยายและประวัติศาสตร์แม้ว่าโจโฉจะเป็นคนตัวเล็กบอบบางกว่าคนอื่นและไม่ทำให้คนที่พบเห็นเกิดความยำเกรงได้ทันทีเหมือนเล่าปีหรือซุนเกี๋ยน
 

ว่ากันว่า หากมองผ่านไปโดยดูให้ชัดๆ โจโฉจะเหมือนเด็กที่ยังไม่แตกเนื้อสาว ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่ตาถึงจริงๆ คงไม่มีทางรู้แน่ๆ ว่านี่คือยอดผู้นำที่ประสบความสำเร็จที่สุดในตอนนั้น ขนาดพลาดโดนจับได้ ศัตรูที่จับตัวไว้ยังเกิดความเอ็นดู(คงนึกว่าเด็กหลง)และปล่อยให้หนีไปเสมอแม้ว่าตอนนั้นโจโฉจะใส่เกราะเต็มยศก็ตาม(เรื่องจริง!) ซึ่งวิธีเอาตัวรอดที่ว่าคือทำตัวน่ารักอ้อนพอประมาณ  โจโฉไม่ฝืนให้ใครๆ ยอมรับเค้าในทันทีแต่จะมองหาคนมาช่วยทำงานก่อน  แล้วอ้อนคนที่พอจะอ้อนได้ เช่นอ้อนแฮหัวตุ้น-เอียนที่น่ากริ่งเกรงให้มาคุมกองทัพ ทหารใต้บัญชาก็ต้องพลอยเคารพโจโฉที่เป็นญาติผู้พี่ของหัวหน้าไปด้วย จากนั้นก็แสดงให้เห็นว่าดูกันแต่ภายนอกไม่ได้ซึ่งก็ไม่ยากเพราะโจโฉมีพฤติกรรมที่สมเป็นหัวหน้าคนอยู่แล้ว กล่าวคือ "เอาคนมาใช้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยพิชิตใจทีหลัง" ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นลูกน้องก็พากันหลังรักโจโฉจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว  การที่ไม่ภักดีกับเจ้านายทันทีแต่ยอมรับหลังจากได้ดูกันไปนานๆ ย่อมเกิดความรู้สึกว่าตนได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบจนเกิดความมั่นใจว่าตนเลือกนายไม่ผิดแน่จึงไม่คิดแปรพักตร์อีก ทำให้โจโฉได้รับความภักดีอย่างแท้จริงในที่สุด นับว่าโจโฉฉลาดไม่น้อยที่สร้างอำนาจโดยวิธีนี้ เพราะแม้จะไม่อาจทำให้คนอื่นเกรงกลัวหรือยอมรับในตอนแรกแต่กลับซื่อใจได้ในระยะยาว
 

โจโฉและเล่าปี่แตกต่างกันมากในเรื่องการทำให้คนยอมรับ ขณะที่โจโฉหาทางเอาคนที่หมายตาไว้มาใช้งานให้ได้ก่อน แล้วค่อยซื้อใจทีหลังนั้น  เล่าปี่กลับซื้อใจคนด้วยความประทับใจแรกทันที มันไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับการหาทรัพยากรที่มีคุณภาพ เพราะคนที่จะตกลงรับใช้ใครซักคนด้วยความประทับใจแรกนั้น โดยธรรมชาติมักเป็นคนที่ไม่ใช่คนฉลาดแต่ก็มักซื่อสัตย์และรับใช้นายไปจนวันตาย  นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเล่าปี่จึงได้ทรัพยากรคนที่มีคุณภาพน้อยกว่าโจโฉ(แม้จะไม่มีวันทรยศก็แต่ก็ไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก) แต่ภายหลังเล่าปี่ก็ได้รับวิธีการจากโจโฉมาใช้เช่นกัน อาทิ เอาหวดเจ้ง อุยเอี๋ยน ฯลฯ มาใช้งานให้ได้ก่อน แล้วซื้อใจทีหลัง ซึ่งก็ไม่แปลก เล่าปี่ชอบโจโฉด้วยใจจริงครับ ไม่ได้พูดเล่น เค้าไม่ลังเลที่จะทำตามแบบโจโฉในภายหลังซึ่งทำให้เค้าประสบความสำเร็จในการยึดครองเสฉวน ความจริงแล้วเล่าปี่เป็นนักการตลาดที่ยอดเยี่ยมเพราะเริ่มต้นจากการไม่มีอะไรจริง คือทอเสื่อแล้วได้เป็นฮ่องเต้
 

สำหรับซุนกวน เราคงพิจารณาอะไรไม่ได้มากเพราะเค้าได้ทั้งหมดจากการสร้างของพี่และพ่อ แต่หากมองกลับกันก็ต้องชูฮกในความนักเลงที่ทำให้ขุนศึกรุ่นเดอะยอมรับเจ้านายที่คราวลูกได้ แม้เค้าจะไม่ได้สร้างทีมเหมือนเล่าปี่และซุนเกี๋ยนที่ให้คนยอมรับเค้าที่ตัวเค้าเอง แต่ก็ไม่ต้องอาศัยใครมาเสริมบารมีเหมือนที่โจโฉต้องเอาเคาทู-เตียนอุยมายืนประกบให้น่ากลัว การสร้างทีมของซุนกวนนั้นอาศัยชื่อเสียงเป็นหลักมากกว่าเล่าปี่และโจโฉ อีกทั้งซ้าย-ขวาก็จงลักภักดีมาแต่พ่อกับพี่ การบริหารก็เลยสบายไปหลายหย่อม
 

แต่อย่างไรก็ดี ซุนกวนคือตัวอย่างการซื้อใจคนด้วยความใส่ใจ ดังที่เมื่อทหารรบและโชว์บาดแผล ซุนกวนก็รินเหล้าให้ตามจำนวนบาดแผลนั้น(ไม่ใช่เด็กเกรียนธรรมดาจริงๆ นั่นแหละ) ใครที่ได้รับแบบนี้และได้เห็นก็ย่อมประทับใจไปตามๆ กัน และต้องยอมให้ด้วยเพราะเค้าเป็นหัวหน้าก๊กที่เด็กกว่าเพื่อนแต่ลีลาด้านการเมืองไม่แพ้สิงห์เฒ่าอย่างโจโฉหรือเสือเฒ่าอย่างเล่าปี หากมีใจเหี้ยมหาญกว่านี้ย่อมสามารถกัดโจโฉได้จมเขี้ยว รวมทั้งอาจจะสามารถขจัดเล่าปี่ได้อย่างง่ายดาย  ซุนกวนมีความเป็นนักยุทธศาสตร์พอตัวจากการเปลี่ยนข้างไปมาตลอดเวลาเพื่อความสะดวกโยธินในการทำงานและไม่ต้องกลัวว่าใครจะว่ายังไงด้วย ตรงนี้ต้องยอมรับว่าน่าประทับใจกว่าพระเจ้าวลาดที่สามแห่งโรมาเนียที่แม้ราษฎรรักทั้งแผ่นดิน แต่ขุนนางและประเทศข้างเคียงรุมสาปแช่งป้ายสีจนกลายเป็นแวมไพร์ไปได้ อ้าว... แล้วผมมาพูดเรื่องพระเจ้าแดร๊กคิวล่าได้ยังไงกันเนี่ย งง...?
 

แต่การเมืองก็ยังมีอะไรต้องพิจาณนากันอีก  ผมชอบซุนกวนในแง่ที่เค้าเป็นตัวอย่างของทายาททางการเมืองที่มีความสามารถ หากโจผีได้กลายเป็นซุนกวนโฉมหน้าของสามก๊กก็คงต้องเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะอย่างน้อยที่สุมาอี้อาจต้องเป็นขี้ข้าโจผีไปจนวันตายเพราะแกก็คงจะอายุยืนเป็นเจ็ดสิบปีแทน แต่ก็คงไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะลงโจผีนิสัยซุนกวนจริงเว่ยก็คงต้องลำบากเหมือนกัน เพราะหมายความว่าโจผีจะได้นิสัยขึ้นๆ ลงๆ  ของซุนกวนมาด้วย ซึ่งหมายความว่าลูกหลานรุ่นต่อไปคงตีกันอุตลุดเพื่อแย่งตำแหน่งทายาท กระทั่งโจโฉอารณ์มั่นคงแล้วแท้ๆ ลูกๆ ยังแย่งตำแหน่งกันวุ่น แต่ที่แน่ๆ คือเว่ยจะได้ครองสามก๊กอย่างไม่ต้องสงสัย  อันที่จริงโจผีก็ไม่ใช่ว่าไม่เก่ง เพียงแต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วยังไม่เก่งเท่าซุนกวน ซึ่งเหตุผลแรกอาจจะต้องยอมให้กับความที่อายุน้อยกว่าและไม่ได้อยู่ในสภาพที่กดดันเท่ากับซุนกวน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการเมืองและกองทัพได้มากเท่ากับรุ่นที่สามแห่งง่อก๊ก แน่นอนครับว่าโจโฉเลือกไม่ผิดหรอก เพราะโจผีนั้นเก่งมาก เพียงแต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเป็นผู้นำเว่ย  แต่หากโจงั่งหรือโจฉองยังอยู่โฉมหน้าประวัติศาตร์ต้องพลิกไปอีกแบบอย่างไม่ต้องสงสัย ผมมั่นใจว่าหากหนึ่งในสองคนนี้สืบอำนาจจากโจโฉ สามก๊กจะต้องรวมเป็นหนึ่งในรุ่นที่สองนี้แน่นอน
 

ความจริงโจโฉนับว่าฉลาดที่เลือกสุมาอี้มาช่วยโจผีด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดาย โจผีและโจยอยไม่มีความสามารถพอที่จะควบคุมจิ้งจอกเก้าหางตัวนี้ให้อยู่หมัด ราชวงศ์ฮั่นและเว่ยจึงต้องล้มในที่สุด
 

การที่ใช้ชื่อเสียงเป็นตัวเฟ้นหาคนมาทำงาน อีกคนที่ใช้ก็คืออ้วนเสี้ยว แต่เสียดายที่อ้วนเสี้ยวไม่สามารถทำดีเท่าซุนกวนได้ เพราะขณะที่ซุนกวนสามารถรักษาคนเหล่านั้นได้ แต่อ้วนเสี้ยวกับปล่อยให้คนเหล่านั้นหลุดมือไป แต่จะว่าอย่างงั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะอ้วนเสี้ยวเกิดในตระกูลใหญ่  ทำให้มีมุมความคิดแบบศักดินาเต็มที่ซึ่ง แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาในสมัยนั้น แต่มันกลับไม่เหมาะสำหรับยุคแห่งสงคราม อย่างกรณีอ้วนสุดเป็นภาพที่เห็นได้ชัดมาก
 

สำหรับพวกสุมานั้นเห็นได้ชัดว่าเติบโตบนทางที่โจโฉได้แผ้วถางไว้ เพราะงั้น หากจะบอกว่าพวกสุมาเหนือกว่าพวกเล่าปี่ โจโฉ ซุนเกี๋ยน-เซ็ก-กวน ก็คงจะไม่ได้ ทั้งศักยภาพของคู่แข่งก็ด้อยกว่าพวกโจโฉ-เล่าปี่อย่างเห็นได้ชัด จะมีก็แต่ข่งเบ้งเท่านั้นที่พอจะสู้ได้สมน้ำสมเนื้อ ทว่า ข่งเบ้งกลับมัวเอาเวลาไปใช้ลุยกับพวกเบ้งเฮ็กมากซะจนสุขภาพทรุดโทรม อีกประการ เรารู้ดีกว่าท่านมังกรไม่ได้เก่งเรื่องการขี่ขุนพล หาไม่แล้วท่านคงไม่รวบอำนาจทั้งหมดไว้ในมือแต่จะจัดสรรค์อำนาจให้กับคนที่ไว้ใจได้ที่ท่านสร้างขึ้น  มีบางคนแย้งผมว่า "นั่นมันช่วยไม่ได้ เพราะท่านมังกรมีศึกรอบด้าน จะไว้ใจใครได้ล่ะ" ทำให้ผมอดเซ็งไม่ได้ว่า เล่าปี่ โจโฉ ซุนกวนก็ล้วนมีศึกรอบด้าน ทำไมท่านบริหารงานได้ล่ะ นี่คือหลักฐานที่ว่าข่งเบ้งไม่ใช่นักบริหารอำนาจที่ดีเลย  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ท่านต้องปราชัยแก่สุมาอี้ ซึ่งเป็นนักบริหารที่เก่งกว่า กระนั้นผมก็ยังมีข้อสงสัยว่าระหว่างจิ้งจอกเก้าหางกับแมวร่านสวาท(หมายถึงโจโฉน่ะ) ใครเก่งกว่ากัน เพราะสุมาอี้ได้ทั้งหมดจากน้ำพักน้ำแรงที่โจโฉสร้าง  หาก.. ให้แกเริ่มต้นทำเองแกจะทำได้หรือไม่
 

อีกประการ เล่าปี่ที่ทอเสื่อก็สร้างอำนาจจากสองมือเปล่าเหมือนกัน ทำให้ผมต้องกลับมาคิดหนัก
 

ท้ายที่สุด ผมไม่สามารถบอกได้จริงๆ ว่าใครกันแน่ที่เก่งกว่าใคร เพราะแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน หากโจโฉไม่น่ารักขนาดนั้น เค้าอาจจะไม่เคยคิดเรื่อง "ซื้อใจภายหลัง" หรือการ "ใช้หน้าตาควบกับความเด็ดเดี่ยว" เลยก็ได้  หากเล่าปี่ไม่ได้มีสองมือเปล่า เค้าอาจจะไม่ได้คิดเรื่องสร้างความประทับใจแรกพบก็ได้ แน่นอนจะให้เค้าอ้อนเป็นแมวก็ไม่ได้แน่ เพราะเค้าไม่ได้น่ารักเหมือนโจโฉ(หากอ้อนออกไป มันคงขนลุกมากกว่าน่ารัก) และหากซุนกวนไม่มีทุกอย่างกองไว้แล้ว อย่าว่าแต่จะซื้อใจคนอย่างไรเลย เค้าอาจจะอยากเป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาก็ได้ ฉะนั้น สำหรับผม เมื่อศึกษาสามก๊กมาจนตอนนี้แล้วพอใจที่จะบอกว่า "ไม่มีใครเก่งกว่าใคร" เพียงแต่ "ใครรู้ว่าตัวเองมีดีอะไรก็เอาออกมา" ก็แค่นั้นแหละ ส่วนเรื่องความเหี้ยมหาญในจิตใจ ก็ต้องยอมรับว่าพอๆ กัน เพราะหากไม่เหี้ยมหาญปานนั้นก็คงจะไม่สามารถยืนหยัดในกลียุคแบบนั้นได้
 

คราวหน้าก็ยังอยู่ในเรื่องการเมืองอยู่ครับ แต่คราวนี้เป็นนโยบายที่ทั้งสามก๊กดำเนินต่อกัน



ปล. วันนี้ไม่มีภาพประกอบแฮะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #372 LE BASIlIC (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 21:18
    _(:3」∠)_

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 เมษายน 2559 / 23:37
    #372
    0
  2. #371 Chrysogenum (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 13:02
    ลองถ้าทั้ง3ก๊กร่วมมือกันบริหารประเทศได้จีนจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนนะ ไม่กล้านึกเลย(=w=)
    #371
    0