เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 71 : ชำแหละเรื่องน้ำเน่า2(โปรดอย่าจิ้นวาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 เม.ย. 56

ชำแหล่ะเรื่องน้ำเรื่องที่สอง-เชื่อมโยงกรณีความสัมพันธ์ระหว่างอ้วนเสี้ยวและโจโฉ

Aสองคนนี้เป็นเพื่อนกันจริงๆ หรือ? หากจริง เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?

ในตอนที่หกสิบเก้า-เรื่องที่สอง ได้มีการบอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างอ้วนเสี้ยวกับสาวน้อยครึ่ง(หรือเสี้ยว)เติร์กที่ไม่ปรากฏนามคนหนึ่ง  เธอเป็นสาวบ้านเดียวกับโจโฉ และเป็นที่มาของตำนานการลักพาตัวเจ้าสาวที่โด่งดัง ซึ่งเรื่องเล่านั้นเป็นเพียงการเล่าขำๆ ทำนองว่าโจโฉสมัยเด็กนั้นซน-เป็นวายร้าย กระทั่งเจ้าสาวของคนอื่นก็ยังไปแย่งมา ซึ่งต่างจากในประวัติศาสตร์ที่โจโฉเป็นเด็กที่จัดว่าประเสริฐ(น่ารัก) จนผู้คนในตำบลเดียวกันเสนอชื่อให้เป็นคนดีที่ควรได้รับการยกย่อง และกลายเป็นตัวแทนที่ถูกคัดไปสอบ โดยมีทุนเรียนฟรีไปด้วย จนกระทั่งสอบติดนายร้อยจปร. ได้เป็นนายกอง แล้วเลื่อนตำแหน่งปรู๊ดปร๊าดเพราะมีพ่อเลี้ยง(สุมาฝาง)คอยเป็นป๋าดัน ซึ่งคงเพราะต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อเด็กหนุ่ม(ที่พ่อแท้ๆ ไม่เคยเหลียวแล)  และสาเหตุที่ต้องมาทำตัวเป็นพ่อบุญธรรมและเป็นเส้นก๋วยจับให้โจโฉแบบนี้เพราะดันไปทำแม่มันท้อง(-"-) ครั่งจะปล่อยให้มันเลี้ยงน้องสาวตามลำพังก็กระไรอยู่(เนื่องจากน้องสาวมันก็เป็นลูกเราเอง)  สรุปคือโจโฉก็ได้ดีเพราะ "พ่อกรูใหญ่" อย่างที่ใครๆ กล่าวหาจริง เพียงแต่ "พ่อ" ที่ว่าไม่ใช่โจโก๋ที่เป็นเจ้าของสเปิร์มที่แข็งแรงที่สุด(ซึ่งปฏิสนธิออกมาเป็นโจโฉ) หากแต่เป็นพ่อบุญธรรมอย่างสุมาฝาง


สำหรับอ้วนเสี้ยว ซึ่งมีนิทานมากมายบอกว่าเป็นเพื่อนโจโฉมาแต่เด็ก แต่เรื่องจริงๆ กลับกลายเป็นว่าไม่ได้เป็นคนบ้านเดียวกันกับโจโฉซักหน่อย หากจะมาเป็นเพื่อนกันได้ก็น่าจะตอนที่พวกเค้าไปสอบจองหงวนหรือรับราชการ ซึ่งสมเหตุสมผลกว่า แต่การจะเป็นเพื่อกันตั้งแต่เด็กนั้นออกจะเป็นไปได้อยาก เพราะตามสภาพการณ์สมัยนั้น ไม่มีรถเมล์หรือรถไฟหรือโทรศัพท์เหมือนสมัยนี้ท่านอาจจะมีเพื่อนที่อยุธยาหรือนครราชสีมาขณะท่านเป็นคนกทม. ได้   แต่หากย้อนกลับไปซักพันปีก่อนเรื่องพวกนี้เกินความจริงไปหน่อย และเด็กๆ ก็ใช่ว่าจะได้ไปไหนไกลๆ ได้ ตามหลักเด็กสมัยนั้นย่อมมีเพื่อนเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง หรืออย่างมากก็แค่หมู่บ้านใกล้ๆ กัน  และแน่นอนว่าหากท่านอายุซักสิบปี หากเลือกได้ท่านคงไม่อยากเล่นกับเด็กเล็กๆ แต่คงอยากเล่นกับเด็กรุ่นเดียวกันมากกว่า เด็กเล็กๆ จึงน่าจะเป็นได้แค่ลูกไล่เค้าเท่านั้น  ซึ่งในแก๊งค์อ้วนเสี้ยวทั้งหมด(ไม่ว่าจะอีเข่ง เขาฮิว เตียวเมา อ้วนสุด ซึ่งพวกนี้ห่างวัยกันไม่กี่เดือน)ส่วนโจโฉเด็กกว่าคนเหล่านั้นประมาณสี่ปี ผมจึงคิดว่า "หาก" พวกเค้าเป็นเพื่อนกับโจโฉ โจโฉคงเป็นได้แค่ "เบ๊" เท่านั้นแหละ นั่นเป็นเหตุผลที่เมื่ออ้วนเสี้ยวจะประหารเตียวเมาและโจโฉได้เข้ามาปกป้อง  เตียวเมาจึงเสียหน้า-ไม่พอใจที่เป็นหนี้โจโฉ  เพราะเค้าคงไม่อยากมีความรู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ด้อยกว่า  อีกประการ คนเหล่านี้มีสภาพในวัยเด็กที่ดีกว่าโจโฉทั้งสิ้น ไม่จำเป็นขี่ม้าข้ามตำบลไปเป็นเพื่อนกันด้วย  ฉะนั้นการเป็นเพื่อนกันในวัยเด็กจึงไร้เหตุผลสิ้นดี



Aโจโฉวัยเด็ก---อาหมาน(ความจริงควรอ่านเป็น อาม่าน, เสี่ยวม่าน หรือ เสี่ยวเสี่ยวม่าน ตามสำเนียงทางเหนือ) 


สรุปคือ ทั้งหมดแทบไม่มีทางโจโฉจะได้รู้จักกับแก๊งค์อ้วนเสี้ยวและเป็นเพื่อนกันแต่เด็กได้เลย การบอกว่าทั้งหมดได้พบและร่วมงานกันเพราะโจโฉได้มาอยู่ใต้บังคับบัญชาของอ้วนเสี้ยวโดยตรงดูจะสมเหตุสมผลกว่า ซึ่งแปลว่าการร่วมลักพาตัวเจ้าสาวแต่เด็กย่อมไม่น่าเป็นไปได้ด้วย ทั้งหมดน่าจะถูกเขียนขึ้นเพื่อหมิ่นโจโฉมากกว่า  แน่นอนครับว่าเป็นการ "หมิ่น" ไม่ใช่ การ "เชิดชู" แน่นอน  เพราะจริงอยู่ว่าหากโจโฉสามารคบหาเด็กที่โตกว่าเป็นเพื่อนได้อาจจะถือว่าเก่งจนเด็กโตยอมรับ แต่เราต้องพิจารณาบริบททางสังคนสมัยนั้นด้วย  เป็นที่รู้กันว่าสมัยนั้นมีโฮโมเซ็กช่วลเต็มบ้านเต็มเมืองทั้งในวังและนอกวัง ประกอบกับหญิง-ชายสมัยนั้นไม่อาจคบหาพูดคุยกันได้ตามปกติ เพราะฉะนั้น บ่อยครั้งในกลุ่มของเด็กหนุ่มหรืออันธพาลจึงมักมีเด็กเล็กอยู่ด้วย ประเพณีเลี้ยงโชตะนี้ก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ เพื่อเอาไว้ "เวียนเทียน" ซึ่งกว่าเด็กคนนั้นจะโตพอรู้ความก็กลายเป็นโฮโมไปก่อนแล้ว หากเบื่อเมีย-อยากเปลี่ยนไปกินไก่โต้งก็ไม่ต้องกังวลเพราะท่านสามารถกินอดีตโชตะเลี้ยงประจำแก๊งค์ได้ตลอดชีวิต เว้นแต่โชตะนั้นก็แก่ด้วยเหมือนกัน  หรือหากโชคดีว่ากลุ่มไม่ได้ใหญ่-พวกพี่ๆ มีน้อย(คือมีกันสอง-สามคนในแก๊งค์) เด็กเล็กที่ว่าก็อาจหยุดแค่ไบเซ็กช่วล  เพราะงั้นนิทานเรื่องโจโฉเป็นที่รักในแก๊งค์ใหญ่ที่เพื่อนๆ แก่กว่าหลายปีจึงไม่ได้มีความหมายเชิดชูเหมือนอย่างที่ท่านสามก๊กฉบับนายทุนเข้าใจ หากแต่แฝงนัยยะ "เหยียดหยาม" และที่ผมมั่นใจว่าเป็นเรื่องแต่งขึ้นภายหลัง  เพราะไม่มีเรื่องพรรค์นี้มาก่อนที่สามก๊กฉบับหลอกว้านจงจะเผยแพร่  อีกประการ ทำไมมีใครคิดจะเขียนบอกด้วยว่าเตียวหุยเป็นเพื่อนเล่นกับกวนอูและเล่าปี่มาแต่เด็ก ทั้งๆ ที่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ ทั้งเตียวหุยเองก็เป็นคนรูปงาม ทำไมต้องบรรยายให้อัปลักษณ์เหมือนในนิยาย



Aหากโจโฉเป็นเพื่อนกับอ้วนเสี้ยวตั้งแต่ยังเป็นเด็กจริง โจโฉก็เป็นเด็กเลี้ยงอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะตอนนั้นอ้วนเสี้ยวและเพื่อนคนอื่นๆ ล้วนเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว อายุคงราวๆ 14-17(มากกว่านี้ไม่ได้แน่เพราะ ตอนนั้นอ้วนเสี้ยวคงรับราชการแล้ว คงไม่มีเวลามาเล่นด้วยอีก) ส่วนโจโฉจะเด็กกว่าสี่ปีเป็นอย่างน้อย

หากไม่ทราบจริงๆ ผมตอบให้ครับ  ก็เรื่องมันอวยแก๊งค์เล่าปี่ หากเขียนตามความจริงพวกใจสกปรกก็คิดสิ! คงไม่ลืมนะว่าเตียวหุยเด็กกว่าเล่าปี่หกปีและเด็กกวนอูห้าปี ซึ่งจัดว่าเป็นเด็กเล็กในแก๊งค์เหมือนกัน ถ้าพี่เล่าปี่กับน้องกวนเกิดอยากกินเด็กท่านคิดว่าโชตะเตียวจะรอดเรอะ!!


คราวนี้ เรากลับมาที่เรื่องการ "การลักพาตัวเจ้าสาว" ที่โด่งดัง  สมมติว่ามันเป็นเรื่องจริง... หากโจโฉไม่ได้เป็นเด็กเล็กในแก๊งค์แล้วเค้าเป็นอะไร? ทำไมจึงได้เสนอตัวมาช่วยอ้วนเสี้ยวลักพาตัวเจ้าสาว หากเรื่องลักพาตัวเจ้าสาวเป็นเหมือนเรื่องที่เล่าสนุกๆ ในนิทานสามก๊กธรรมดาทั่วไป โจโฉย่อมต้องเป็นโชตะเลี้ยงของอ้วนเสี้ยวอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ปัญหาคือเมื่อค้นคว้าเชิงลึกแล้ว เจ้าสาวคนนี้กลับไม่ใช่เจ้าสาวบ้านอื่นแต่เป็นเจ้าสาวอ้วนเสี้ยวซะเอง มันหมายความว่าไง? แล้วเธอยังเป็นเจ้าสาวจากราชโองการที่กระกูลอ้วนขอมาเองด้วย อ้วนเสี้ยวหลงเธอแทบตายแต่กลับปล่อยเธอไปแล้วก็ไปแต่งงานกับเล่าฮูหยินเนี่ยนะ?


คนที่เคยดูหนังจีนสมัยราชวงศ์ซ่งเป็นต้นไปมักติดภาพหญิงในหอนางโลมว่าเป็นหญิงขายบริการทางเพศธรรมดา ยิ่งสมัยแมนจูยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะการขายบริการเป็นทางออกสำหรับสาวๆ สมัยนั้นเพราะนอกจากจะจนแล้วยังไม่มีความรู้ด้วย  แต่หากย้อนเวลากลับไปสมัยฮั่น-ก่อนที่พวกโจรผ้าเหลืองจะลุกฮือได้ท่านจะพบว่าสาวๆ ในหอนางโลมไม่โง่เลย บางคนฉลาดยิ่งกว่าลูกขุนนางด้วย เพราะคนที่มาเที่ยวนั้นมีทุกระดับ การที่จะมัดใจคนได้ทุกระดับจำต้องมีจิตวิทยาที่สูงมาก รวมทั้งมารยาสาไถก็ต้องแนบเนียน ไม่งั้นชายทั้งหลายจะกล้าทุ่มทรัพย์สินเงินทองเพื่อซื้อพวกเธอหรือ? อีกประการ หอนางโลมนั้นคนละเรื่องกับหอโสเภณี  เพราะโสเภณีจะให้บริการเรื่องหอยอย่างเดียว  แต่สาวๆ ในหอนางโลมนั้นล้วนเป็นศิลปินระดับสูงเช่นเดียวกับคีแซงและเกอิชา พวกเธอเชี่ยวชาญเรื่องร้องรำทำเพลง การร่ายรำและการละคร มักเล่นเครื่องดนตรีได้หลายประเภทและมีความรู้รอบตัวมากกว่าคนทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นส่วนใหญ่มักเล่นหมากรุกเป็น แต่งกลอนเก่ง และแน่นอนว่ารู้หนังสือด้วย(รวมทั้งพิชัยสงครามซึ่งอาจจะมีบ้างไม่มีบ้าง แล้วแต่ว่า "นายท่าน" เจ้าประจำเป็นใคร!)  ซึ่งบรรดาชายชาติทหารทั้งหลายในสมัยนั้นมีแค่ครึ่งหนึ่งของที่กล่าวมาก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่นี่สาวๆ พวกนี้มีครบถ้วนกลับมิได้รับราชการเพราะกฎหมายไม่รองรับ  และพวกเธอเหล่านี้ก็ไม่ได้มีบทบาทในแผ่นดินเท่าที่ควรเพราะประเพณีของหยูก็ได้สอนให้เธอคิดว่าตัวเองเป็นหญิงไม่ดี เพราะหญิงที่ดีย่อมไม่ควรมีการศึกษา ดังที่ว่า "ชายใดมีปัญญาย่อมถือว่ามีคุณธรรม ส่วนหญิงนั้นหากไม่มีปัญญาก็ถือว่ามีคุณธรรมเช่นกัน" นับว่าคำสอนนี้ทำลายอนาคตประเทศจีนจริงๆ


แต่เป็นโชคดีของแผ่นดินจีน ที่คุณสมบัติอันครบถ้วนเช่นนี้มารวมอยู่ในตัวโจโฉหมดเลย เฮียจึงกลายเป็นคนที่ได้รับการยกย่องว่าเหมาะที่จะครองแผ่นดินที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่วายมีคนเหยียดหยามว่าโจโฉเชี่ยวชาญมากมายหลายด้านเช่นนี้เพราะมีแม่เป็นหญิงคณิกา  เพราะสมัยนั้นมีแต่นางโลมเท่านั้นที่จะเชี่ยวชาญศิลปะอย่างรอบด้านแบบนั้น


สาวน้อยครึ่ง(หรือเสี้ยว)เติร์กคนนี้อาจจะเป็นอาจารย์ลับๆ ของโจโฉหรือไม่? เค้าจึงเป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องที่เธอต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก มีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันแล้วเป็นศิษย์อาจารย์กันด้วย เพราะโจโฉเป็นเพียงลูกนอกสมรสและมีปัญหาด้านเชื้อชาติอาจจะมีปัญหาด้านโอกาสการศึกษาด้วย(ถึงจะครึ่งหรือเสี้ยวเดียวก็เถอะ) และสมัยนั้นก็เป็นอย่างงั้นคือ แม้จะเป็นเด็กที่ได้โควต้ามาแต่ทางการก็ไม่หวังว่าพวกชนชั้นล่าง หรือ มีเลือดคนต่างชาติจะสอบติด พวกเค้าแค่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าทางการใจกว้างเท่านั้น เพราะในทางปฏิบัติเด็กที่กล่าวมามีโอกาสทางการศึกษาน้อย จะสอบแข่งกับลูกคนใหญ่คนโตได้เหรอ? ที่สำคัญคือเด็กพวกนี้แม้ได้โควต้ามาก็ต้องสอบ ในขณะที่หากเป็นลูกขุนนางพวกเค้าจะได้ตำแหน่งโดยไม่ต้องสอบแข่งเลย หรือสอบอย่างมากก็แค่เพื่อพิจารณาตำแหน่งให้เท่านั้น  แต่กับโจโฉเค้ากลับต้องสอบ และไม่ใช่สอบธรรมดา แต่สอบหลายครั้ง คือชิงกันตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ จึงได้ทุนเรียนต่อ และต้องสอบติดหนึ่งในสิบกว่าจะได้เป็นแค่ "ผู้กอง"


แล้วหากโจโฉช่วยสาวน้อยคนนั้นจริง เค้าเอาเธอไปไว้ไหน? สาวน้อยที่อ้วนเสี้ยวหลงแทบตายต้องไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาแน่ เธอคงจะสวยมาก เช่นนั้นแล้วโจโฉที่เป็นแมวผู้หญิงระดับเทพที่เมพมากขนาดว่าเป็นแค่แมวแต่จีบหญิงชนะเสือได้จะเกิดปิ๊งเธอเหมือนเอี้ยก้วยปีนเซียวเหล่งนึ่งหรือไม่ หรือหากเธอไม่ใช่อาจารย์โจโฉแล้วก็ยิ่งประหลาดใจว่าทำไมน้องแมวจึงไม่จัดการสำรวจช่องคลอดให้รู้แล้วรู้รอดซะเลย ซึ่งหากถึงขั้นนั้นจริงโจโฉคงไม่พ้นหัวขาดทั้งบ้านแน่ๆ แล้วหลังจากนั้นเธอคนนั้นไปไหน? แล้วทำไมอ้วนเสี้ยวจึงเกิดความเอ็นดูโจโฉอย่างสุดซึ้งในภายหลังประมาณว่า "เด็กข้าใครอย่าแตะ" หลังจากที่คาบสาวที่เค้าหมายปองหนีไป...?  ทำไมอ้วนเสี้ยวจึงยอมปล่อยสาวน้อยคนนั้นไปเฉยๆ ทั้งๆ ที่ทั้งรักทั้งหลง ไม่รังเกียจไม่ว่าเธอผ่านมือคนอื่นมาแล้วหรือไม่ก็ตาม  สาวน้อยคนนั้นรักใครอยู่? แน่นอนว่าหลังจากนั้นแล้วก็คงไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะหากทางการทราบย่อมหัวขาดกันหมดทั้งคนขอราชโองการ คนรับทราบ หอนางโลม คนหนีงานแต่ง คนช่วยพาหนี และชู้รักของสาวเจ้า ตลอดจนครอบครัวของทุกคนที่กล่าวมา เพราะทั้งหมดจะโดนเหมาว่าร่วมกันขัดราชโองการ ฉะนั้นเด็กสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งไม่น่ามีความกล้าหาญชาญชัยพอที่จะหนีงานแต่งได้เลย รวมทั้งเจ้าบ่าวก็ไม่น่าจะบ้าพอจะปล่อยไป


ผมจึงเกิดความคิดแผลงๆ ขึ้นว่า "เมื่ออ้วนเสี้ยวพยายามปล้ำเจ้าสาวเค้าก็พบว่า เธอมีทุกอย่างเหมือนกับเค้า" ซึ่งหากความแตกภายหลังคงเป็นที่ขายหน้ายิ่งกว่าว่า "ขอราชโองการมาเพื่อจะได้แต่งงานกับเด็กผู้ชาย" ซึ่งหากเพื่อนๆ คนใดยังมีสติดีอยู่ก็คงทำเหมือนกับอ้วนเสี้ยว(เว้นแต่ท่านชอบสาวดุ้น) และแน่นอนว่าผมไม่เชื่อเรื่องที่โจโฉกับอ้วนเสี้ยวเป็นเพื่อนกันแต่เด็ก ผมจึงมั่นใจว่าอ้วนเสี้ยวคงไม่ชอบไม้ป่าเดียวกันด้วย อย่างไรก็ดี  เหตุการณ์ดังว่านั้นโจโฉไม่น่าจะอยู่ในงานแต่งอ้วนเสี้ยวได้เลย หากดันอยู่แถวนั้นจริงก็คงจะเป็นเด็กที่เค้าจ้างมาล้างจาน ซึ่งตามหลักไม่มีทางกล้ารับคำสั่งลักพาตัวเจ้าสาว ยิ่งถ้าบังเอิญเดินผ่านมายิ่งไม่ต้องพูดถึง ทำให้ผมนึกย้อนไปว่าทำไมเจ้าของหอนางโลมและครอบครัวเจ้าสาวจึง "หนักใจ" เมื่อราชโองการมาถึง ในภาคเหนือและอิสานนั้น-พ่อแม่ที่เป็นคนเฉามักจับลูกชายหัวปีแต่งเป็นเด็กหญิงเพื่อซ่อนผี แม้ว่าเด็กจะเป็นชาวฮั่นโดยผ่านพ่อก็ตามแต่หากอยู่ในความดูแลของมารดาที่เป็นคนเฉาแทนที่จะเป็นบิดาที่เป็นคนฮั่นก็ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องทำนองนี้ เด็กจะแต่งหญิงไปจนครบสิบแปดปีเว้นแต่จะมีภรรยาซะก่อนจึงกลับมาแต่งตามเพศจริง ผลที่ตามคือเด็กขาดโอกาสศึกษาเพราะไปโรงเรียนก็โดนล้อ  สมัยนั้นโรงเรียนเป็นที่สำหรับเด็กชาย และเด็กชายที่มาจากครอบครัวฮั่นก็ไม่แต่งหญิงซะด้วย อย่างมากก็ชื่อน่าเกลียดหรือชื่อเหมือนผู้หญิง



Aโจโฉวัยเด็กน่าจะแต่งกายเป็นเด็กหญิงตามประเพณีคนเฉาในแผ่นดินฮั่นตอนนั้น


มันเลยอดคิดไม่ได้ว่าโจโฉที่ตามสภาพสังคมก็คงหนีไม่พ้นวัฐจักรนี้ หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจึงอาจจะเป็นไปได้ว่าแท้จริงแล้วโจโฉก็คือเด็กสาวที่ว่านี่แกละ เช่นนั้นแล้วโจโฉจะเอาความรู้ที่ค่อนไปทางนางคณิกาพวกนี้มาที่ไหน และเค้าคงแต่งหญิงขึ้นและเนียนด้วยเพราะนอกจากจะเป็น "เด็กผู้ชายสวย" แล้วยังมีรูปร่างเล็ก-ค่อนไปทางผู้หญิงจริงๆ ผิดกับหนุ่มหน้าสวยทั่วๆ ไปที่มักจะมีรูปร่างสูงโปร่ง และโจโฉก็เป็นผู้ชายจริงๆ ที่ชอบผู้หญิง เค้าย่อมรู้ว่าผู้ชอบอะไร และที่สำคัญผู้ชายไม่ค่อยคิดอะไรซับซ้อนเหมือนผู้หญิง บุคลิกจึงมีแนวโน้มที่จะเปิดเผยและตรงไปตรงมา ซึ่งแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ก็เลยเด่นขึ้นมาจนไปสะดุดตาอ้วนเสี้ยวซะ... และแน่นอนว่าเรื่องนี้แม้คนอื่นจะไม่รู้แต่เจ้าของหอต้องรู้แน่ๆ เค้าคงไม่มีทางที่จะรับมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือหรอกครับแต่คงมองว่าเป็นเด็กหน้าตาดี ท่าทางฉลาด ลูกค้าคงชอบ เจตนาคงแต่ให้ขายความบันเทิงมากกว่าจะให้ไปดวลดาบ นั่นเป็นเหตุผลที่เค้าหนักใจเมื่อราชโองการมาที่หอไง...


บอกไว้ก่อนนะครับว่าวิเคราะห์ในกรณี "เผื่อว่าเป็นเรื่องจริง" เท่านั้น ไม่ได้ถือเป็นจริงเป็นจัง เพราะหากท่านใดเชื่อจริงจัง ผมคิดท่านนั้นคงจะเป็น "สาววาย(Yaoi)" แน่ๆ แล้วล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #477 sahatsawatt6400 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 15:31

    น่ารักอ่ะ

    ถ้าเป็นสมัยนี้คงโดนฉุดเรียบร้อย

    #477
    0
  2. #449 iipangii (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 14:59
    เราโครตเกลียดขงจื้อ ตอน thaipbs เอาละครขงจื้อมาฉายแม่เราอยากดู เรายังพูดเลยว่าไปดูมันทำไม (ดูมู่หลานดีกว่า) หญิงไม่มีปัญญามีคุณธรรมเราไม่เคยได้ยิน เคยแต่เรื่อง 4 คุณธรรม 3 เชื่อฟัง ที่ทำเราไม่ขอเผาผีขงจื้ออีกต่อไป (ก่อนนั้นก็นับถือว่าเป็นนักปราชญ์อยู่หรอก แม้ไม่ค่อยรู้เรื่องเขามากนัก) 4 คุณธรรมเราจำไม่ได้นะคะ แต่ 3 เชื่อฟังคือ ตอนเด็กเชื่อพ่อ แต่งงานเชื่อสามี ผัวตายเชื่อลูกชาย! ฝันไปเหอะ!
    #449
    0
  3. #363 ราเบล (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 00:17
    เรื่องแนวนี้ ราเบลจะไม่ยุ่งครับพี่ ไม่ต้องห่วงครับ
    #363
    0
  4. #362 LE BASIlIC (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 13:39
    _(:3」∠)_

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 เมษายน 2559 / 23:38
    #362
    0