เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 67 : ยุคบุกเบิก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 ก.พ. 56

หลังจากหายหัวไปนานเพราะติดธุระมากมาย วันนี้ผมก็มาเล่าเรื่องไร้สาระต่อว่า กว่าจะจอมคนสร้างตัวเป็นยังไง ซึ่งก็ต้องถือว่าไร้สาระเพราะเมื่อพิมพ์ออกมาแล้วไม่เห็นอะไรเป็นแก่นสารมากนัก แต่ว่า ต้องยอมรับความอึดของตนที่พิมพ์มาได้กว่าหกสิบเจ็ดตอนแล้ว

สวัสดีครับ.. หลังจากเอาเรื่องคนปากเสียมาฝากทีเดียวสองตอนรวด วันนี้ผมเอาเรื่องที่ติดค้างคนอ่านไว้นมนาน นั่นก็คือเรื่องราวของเหล่าทรัพยากรที่ทำให้จอมคนแห่งสามอาณาจักรพากันสร้างเนื้อสร้างตัวกันได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นก๊กโจโฉ ก๊กน้องกวน และก๊กท่านเล่าปี่ที่แสนไร้เทียมทาน คนเหล่านี้นับได้ว่าเป็น คนที่บุกเบิกหนทางให้กับเจ้านายทีเดียว บางคนก็ยังหายใจต่อไปได้อีกนานแสนนาน แต่บางคนก็ม่องเท่งไปก่อนที่จะเห็นเจ้านายยิ่งใหญ่ ซึ่งคนเหล่านี้ ผมจะบอกเล่าให้ท่านทราบพอประมาณนะครับเพราะบางคนผมก็ยังมีข้อมูลไม่มากพอ บางคนเคยกล่าวไปแล้ว และบางคนก็อาจจะกล่าวเกี่ยวกับวีรกรรมเค้ามากหน่อย

น้อยคนนักที่จะเคยรู้ว่าเสนาธิการคนแรกของโจโฉนั้นมีนามว่า "ซี่จื่อไฉ" และเป็นที่ปรึกษาให้โจโฉมาตั้งแต่สมัยที่โจโฉยังเป็นแค่ "เสนาธิการ" ด้วย หรืออีกนัยย์หนึ่งก็คือ เป็นเสนาธิการให้กับเสนาธิการ!? คนๆ นี้ได้มาฝากเนื้อฝากตัวทำงานกับโจโฉมาตั้งแต่โจโฉเริ่มงานเป็นนายกองวัยจ๊าบ(ยี่สิบปี) ด้วยซี่จื่อไฉเห็นว่าโจโฉไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อเป็น "กุนซือ" แต่เกิดมาเพื่อเป็น "จอมคน" และคนที่จะเป็นจอมคนก็ต้องการกุนซือไม่ใช่เจ้านาย นับว่าซี่จื่อไฉตาแหลมจริงๆ ที่เห็นแววมหาบุรุษในตัวเด็กหนุ่มหน้าเคะสูงเมตรห้าสิบได้เพราะน้อยมากที่จะมองเห็นในตอนนั้นว่าว่าโจโฉนั้นมีความไม่ธรรมดาซ่อนไว้ในตัว  น่าเสียดายที่ซี่จื่อไฉตายเร็วเกินไปหน่อยแต่สิ่งที่เค้าได้มอบให้กับโจโฉนั้นนับว่าล้ำค่ามากเพราะทำให้โจโฉกลายเป็นยอดเสนาธิการที่ทะยานขึ้นตำแหน่งแม่ทัพได้อย่างสง่างาม.. คำถามคือ... ทำไมในเรื่องศึกเทพประยุทธสามก๊ก ซี่จื่อไฉจึงกลายเป็นแพนด้าไปได้?

ซุนเกี๋ยนนับว่าเป็นยอดคนแห่งยุค เสียดายที่ตายเร็วไปหน่อย ด้วยความที่เก่งเกินไปทำให้เค้าไม่ค่อยได้สรรหาทัพยากรไว้ให้รุ่นลูกมากนัก ดีว่าซุนเซ็กนั้นได้พบกับอัญมนีที่งามล้ำอย่างไทสูจู้ ที่โดนเล่าอิ้วมองข้ามอย่างมากและตั้งเค้าเป็นแค่ทหารสอดแนมเท่านั้น แต่เพราะแบบนั้นไทสูจู้ได้พบกับซุนเซ็กโดยบังเอิญที่เขาสินเต๋งระหว่างการทำงานสอดแนม ซุนเซ็กนำทหารม้าสิบสามนายซึ่งมีฮันต๋งและอุยกายรวมอยู่ด้วย พวกเค้าจึงสู้กันและพึงพอใจในความเก่งกาจของอีกฝ่ายซึ่งภายหลังก็กลายมาเป็นคนของซุนเซ็ก เรื่องราวความเก่งของไทสูจู้มีปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ผ่านความพอใจของโจโฉ ว่ากันว่าโจโฉส่งดอกไม้ไปให้ไทสูจู้เพื่อแสดงความประทับใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตีความกันมากพอควรว่าหมายความว่าอะไร(ในเรื่องศึกผาแดง-คนแต่งคนเดียวกันกับเรื่อง "จอมกวีแห่งสามก๊ก" ก็มีเรื่องนี้ด้วย ซึ่งในเรื่องดอกไม้ของโจโฉหมายถึงให้ยอมจำนนซะ) น่าเสียดายที่ไท้สูจู้ตายเร็วไปหน่อย... คำถาม การที่โจโฉชอบส่งดอกไม้ให้ศัตรูนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แก๊งค์ข่งหยงชอบตีความให้สาวๆ ได้วายกระจายใช่หรือไม่? เพราะสมัยนั้นถือว่าผู้ชายกับดอกไม้ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกันนัก(แล้วโจโฉดันชอบดอกไม้)

เล่าปี่มีทหารรุ่นบุกเบิกหลายคน แต่ไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงนัก ทำให้สันนิฐานว่าทหารเหล่านั้นคงทยอยตายกันไปหมด ตามหลักเป็นไปไม่ได้ เพราะหากเล่าปี่สร้างทหารใหม่แทนทหารเก่าที่หมดอยู่ตลอดแบบนั้น จะให้ไว้วางทหารที่ติดตามตนไปได้อย่างไรกัน? มีอะไรรับประกันว่าทหารที่ขโมยไปจากโจโฉและอ้วนเสี้ยวจะไม่หนีทัพหรือตลบหลังในภายหลัง  ผมจึงเชื่อว่านอกจาก กวนอู เตียวหุย จูล่ง จะต้องมีคนอีกไม่น้อยที่ตามปิดทองหลังพระอยู่  เพราะมี "ตำนาน" เล่าเรื่องทหารเล่าปี่คนหนึ่งได้เข้าจู่โจมโจโฉ และเกิดปะทะกับสุมาอี้ที่อยู่กับโจโฉในตอนนั้นด้วย ท้ายที่สุด สุมาอี้ก็ไม่สามารถจับทหารคนนั้นได้ ได้แต่ปล่อยให้หนีไป เรื่องนี้เล่าไว้ขำมากๆ เพราะดันบอกว่าทหารเล่าผู้นี้มีจริตเหมือนสตรี แถมยังพูดจาเกี้ยวพาราสีสุมาอี้ตตลอดเวลาที่ประมือกัน(เหวอ!?) ทำให้ผมสงสัยว่าทหารคนนี้กลายเป็นเหลียงฮัวในเรื่อง "มังกรอหังการ หมาป่าคะนองศึก" หรือไม่ หรือไม่ก็กลายเป็นไอเดีย "จูล่งเป็นหญิง" ในเรื่อง "จอมคนผู้ยิ่งใหญ่" เพราะคนที่ท่าทีเป็นหญิง(หรืออาจจะหญิงจริง)แต่เก่งขนาดประมือกับสุมาอี้ได้ย่อมไม่ธรรมดาแน่ เพราะเราทราบกันดีแล้วว่าสุมาอี้ตัวจริงนั้นเก่งกาจเพียงใด  ไม่ได้เป็นเสนาธิการธรรมดาๆ

จากเรื่องเล่าที่ไม่ทราบว่าจริงหรือมั่วนิ่มนี้  ผมได้คิดไปไกลถึงยมทูตกะเทยหัวแดงที่ออกมาประมือกับเซบาสเตียน เพราะโจโฉมันกลายเป็นชิเอลไปแล้ว และการที่ทหารเล่าปี่กล้าจีบเซบาสเตียน(สุมาอี้)ได้ปานนี้  ทำให้ผมคิดย้อนกลับไปว่าในกองทัพเล่าปี่นี่ไม่มีใครมีอาการขนลุกเกรียวบ้างหรือ?  มีกะเทยร่วมทัพมาด้วยแบบนี้ พวกทหารบ้านี่ไม่รู้สึกห่าอะไรเลยรึไง  เพราะมันเป็นเรื่องไม่จริงแค่นั้นเหรอ หรือหากเป็นเรื่องจริง แปลว่าพวกทหารคงคิดสินะว่าดีเหมือนกัน จะได้เสียบหมอนี่ระหว่างที่ไม่มีสาวๆ มาแนบกาย

ความจริงแล้วผมอยากจะบอกว่า  การที่เล่าปี่ได้ทหารจากอ้วนเสี้ยวและโจโฉโดยการโกงมานั้นออกจาะเป็นอะไรที่ไร้สาระอยู่พอตัว เพราะทหารเหล่านี้ไม่ได้โสดสนิทซะทั้งหมด มีไม่น้อยที่มีภรรยาแล้ว  และแน่นอนว่าแต่ละครมีพ่อแม่ มีครอบครัวที่ต้องเลี้ยง  ระหว่างที่ครอบครัวเค้าอยู่ในอานัติโจโฉหรืออ้วนเสี้ยวอย่างเต็มใจ  พวกเค้ากล้าทิ้งครอบครัวของเค้าไปรบให้ใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ โดยไม่ทราบว่าจะได้กลับบ้านเมือไหร่  ตามหลักต้องมีคนหนีทัพไม่น้อยแล้ว  หากไม่ระหว่างเดินทางก็ต้องประมาณตอนที่ถึงเกงจิ๋วแล้วควรจะมีความคิดได้แล้วว่าตัวเองโดนหลอกและหนีกลับบ้านมา ไม่มีเหตุอันใดที่จะยังคงนั่งรับใช้เล่าปี่ขณะที่ครอบครัวตัวเองอยู่ในมือโจโฉ  ยิ่งไปกว่านั้น สภาพเล่าปี่นั้นไม่มีอะไรเป็นแก่นสารหากเทียบกับการเป็นทหารโจโฉซึ่งพวกเค้าไม่ได้เป็นทหารอาสาธรรมดา แต่มีเบี้ยเลี้ยงเป็นข้าวสารและอาหารอิ่มท้องทั้งครอบครัว รวมทั้งมีสวัสดิการจากทางการด้วยตนไม่น้อย  ฉะนั้น ผมคิดว่าเล่าปี่ต้องมั่นใจในสภาพของตนพอที่จะหลอกให้ทหารมากมายติดตามไปได้หรือเมื่อทหารพวกนั้นหนีไป พวกเค้าก็ยังไม่ลำบากนัก  นั่นคือทหารที่รบกับเค้ามาตั้งแต่ยังเป็นกองทัพมังกรสวรรค์นั่นเอง

ทหารเหล่านี้เล่าปี่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงตนจริง  ร่วมรบด้วยกัน มีการฝึกและหาคนใหม่มาเพื่อแทนที่ตลอดเวลา เจ้ากะเทยที่ไปชนกับสุมาอี้ก็คงเป็นหนึ่งในนั้น พวกเค้าเหล่านี้ไม่มีอะไรให้เสีย พวกเค้ามีแต่ศรัทธาที่เชื่อในเล่าปี่อย่างไม่ต้องมีคำถามใดๆ ไม่เรียกร้องอะไร  พวกเค้ามีระบบที่สมบูรณ์ในตัวทัพมากพอที่จะผลิตมาทดแทนการสูญเสียได้ ทว่า เมื่อเล่าปี่ตายไป ข่งเบ้งไม่สามารถเทียบศักยภาพด้านนี้กับเล่าปี่ได้เลย ท้ายที่สุดระบบทหารองครักษ์ที่เล่าปี่สร้างจึงมีอันต้องสูญพันธุ์ไปจากรัฐชู่  การที่นักประวัติศาสตร์และนักแต่งงิ้วยกหางนายเบ้งเกินเหตุก็อย่างงี้แหละ ทำให้ความเก่งเล่าปี่โดนเมินหมดเลย

ในนักรบพวกแรกๆ นั้นโดยมากมักโดนมองผ่าน ยกเว้นแต่จะมีฝีมือจริงๆ หรือมีสายสัมพันธ์กับหัวหน้าจึงจะได้รับการกล่าวไว้ในบันทึกประวัติศาตร์อย่างเป็นจริงเป็นจัง อย่างเตียวหุย กวนอู จูล่ง พี่น้องแฮหัว โจหยิน โจหอง งักจิ้น(ชายร่างเล็กเหมือนเด็ก สูงร้อยหกสิบเซนต์-- แหม ยังอุส่าห์สูงกว่าโจโฉแฮะ) อิกิ๋ม เคาทู เตียนอุย จิวยี่ ไทสูจู้ อุยกาย ฯลฯ ส่วนคนที่มาทีหลังก็ไม่ได้เป็นนักรบใหม่ซะหมด ความจริงเป็นนักรบร่วมสมัยกันด้วยซ้ำแต่พึ่งแปรพักตร อย่างเตียวเลี้ยว เตียวคับ ฮองตง สะโมโข บ้างก็อยู่กันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาแต่ไม่เคยมีสภาพเป็นนักรบเพราะเวลายังมาไม่ถึง ต้องรอให้ทรัพยากรร่อยหรอก่อนจึงจะได้ออกมาเต้นแร้งเต้นกาอย่าง ลกซุน สุมาอี้ บางคนก็เป็นเจ้าชมรมมาก่อน เช่นม้าเฉียว

ระหว่างที่พิมพ์เรื่องนี้ ผมสังเกตเพิ่มอีกว่า ก๊กโจโฉมีแนวโน้มจะจดจำบุคคลมากกว่าก๊กอื่นๆ ซึ่งอาจจะเพราะเฉินโซ่วมีข้อมูลก๊กนี้มาก หรือเป็นนโยบายวุ่ยที่ให้ความสำคัญกับคนมากกว่าก๊กอื่นๆ(กระทั้งจิ้นยังไม่สนใจเท่า) มิหนำซ้ำการให้ความสำคัญกับคนนั้นจะปรากฏที่สมัยโจโฉมากกว่าสมัยต่อมา ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าที่โจโฉเคยกล่าวไว้ว่า "แมวที่จับหนูได้ จะดำหรือขาวก็จัดว่าเป็นแมวที่ดี" นั้นเป็นคำพูดที่จริงใจ เพราะก๊กที่งิ้วบอกว่าอนาทรคนอื่นอย่างยิ่งเช่นก๊กเล่าปี่หรือก๊กที่เป็นชายชาตรีอย่างยิ่งเหมือนก๊กซุนกวนก็ยังไม่ใส่ใจคนเล่าก๊กโจโฉ หากจะบอกว่าเพราะก๊กโจมีทรัพยากรคนมากกว่าก็ไม่น่าจะเป็นอย่างงั้น เพราะการที่มีคนมากๆ ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะมานั่งใส่ใจให้ครบทุกคนได้ แต่โจโฉกลับพยายามที่จะจดจำคนดีๆ ไว้ทั้งหมด ลองคิดบ้างว่าหากเราคบเพื่อนที่เดียวแปดสิบคน กับคบเพื่อนสิบคน แบบไหนที่เราจะจำเพื่อนได้มากกว่ากัน  ผมคิดว่าคนที่คบเพื่อนสิบคนย่อมต้องให้รายละเอียดเพื่อที่เค้าคบได้มากกว่าคนที่คบเพื่อนแปดสิบคนแน่ๆ แต่สิ่งที่เกิดคือพงศาวดารกลับบันทึกเรื่องราวคนสำคัญในก๊กแบบขอไปทีงั้นเหรอ? แน่นอนว่าเฉินโซ่วอาจจะไม่มีเรื่องเกี่ยวกับง่อมากนักแต่จ๊กนี่เค้ามีมากพอแน่ แต่เค้ากลับเอาเวลาไปเขียนเรื่องข่งเบ้งอย่างบรรจงคนเดียวตั้งยี่สิบกว่าม้วน แต่ทีเรื่องคนสำคัญท่านอื่นเค้าเอาแค่เต็มที่สุดประมาณกระดาษเอสี่สี่หน้าเนี่ยนะ!

บางทีอ่านแล้วอดไม่ได้เหมือนที่จะคิดว่า ก๊กโจให้ความสำคัญกับทีมงานทั้งหมด ก๊กเล่าให้ความสำคัญแต่กับหัวหน้างาน ส่วนอีกก๊กไม่ตัดสินเพราะข้อมูลไม่พอ..

คราวหน้าผมจะพาท่านไปพบกับโรคประหลาดในสมัยนั้นครับ เพราะท่านควรทราบว่าสมัยนั้นโรคภัยมากมายเพียงไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #349 ช้างสามขา (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 13:27
    ติดตามอยู่นะครับ

    ขอบคุณที่ยังเขียนเรื่องที่น่าสนใจมาให้อ่านกันอีก
    #349
    0
  2. #343 ราเบล (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:12
    รออ่านอยู่นะครับ สู้ๆครับพี่
    #343
    0
  3. #342 123 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 04:34
    ท่านทำเราจิ้น... =.,=
    #342
    0
  4. #341 สุมาหยิน (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:19
    ผมรอท่านตั้งนาน คิดถึงจัง



    ตะกูลซุนเนี่ย ผมว่าเก่งนะแต่บ้าเลือดไปหน่อย

    สุมาก็เก่งแต่หน้ากลัวไปนิด แม๋เขี่ยทิ้งกันใหญ่

    ผมเล่น dw วุยก๊กจบแล้วน่าสนใจดีนะ ตรง cut scene ที่โจโฉฝันหลังเซ็กเพ็ก

    โจโฉเห็นภาพเตียนอุยตาย เห็นคนกลัวบอกว่าเป็นปีศาจ เล่าปี่ช้วยด้วย

    แล้วก็เห็นกวนอูว่าบอกสักวันจะมาเอาหัวให้ได้



    ผมว่านี่แหละ เป็นที่มาของอาการปวดหัวของโจโฉโดยเฉพาะ ที่คนบอกเป็นปีศาจเนี่ย

    โจโฉพยายามอย่างดี แต่คนบอกเป็นปีศาจเพราะขยายทัพเร็วเกินไปหรือเปล่า? เล่าปี่ละ

    ทำยังไงถึงคนถึงบอกดีนักหนา ท่านซามาเอลว่าไงครับ 

    ตอนนี้เล่น จิ้นก๊กอยู่ครับ ฉาก จงโฮย-เตงงายน่าสนใจมาาากก

    จบเรื่องโรคระบาดหาเรื่องสองคนนี้ให้ผมหน่อยน้าาา













    #341
    0