เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 66 : นายข่งหยงภาคจบ-สู่แดนมรณะเพราะปาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 ม.ค. 56

เป็นที่ทราบกันแล้วว่าข่งหยงนั้นมักนินทาโจโฉลับหลังเสมอโดนเฉพาะเรื่องที่ผิดปกติซึ่งเรื่องเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้อ่านจะต้องฟังหูไว้หู  จริงอยู่ที่ว่าไม่มีมูลหมาไม่ขี้ แต่อย่างลืมว่ามีสารพัดเรื่องไม่น้อยที่ใส่สีตีไข่จนเกินจริง บางทีก็เจตนาบิดเบือนความจริงเพื่อความสนุก(เช่นสามก๊กฉบับนวนิยายไง) และเมื่อโกหกไปนานๆ ก็คิดว่าเรื่องโกหกเป็นเรื่องจริง อาทิ ทำไมคนเชื่อเรื่องราชโองการโลหิตในหนังเรื่องโจโฉ เพราะนิยายได้บิ้วให้คนอ่านมีความรู้สึกร่วมเกี่ยวกับความขมขื่นของเหี้ยนเต้ จนกระทั่งต้องเขียนราชโองการด้วยเลือดจึงจะสมกับความแค้น แต่แน่นอนว่าคนไม่เคยอ่านสามก๊กและไม่เคยรู้มาจากที่ไหนว่าสามก๊กเป็นเรื่องจริงย่อมตั่งคำถามเกี่ยวกับความไม่สมจริงในหนังแน่ๆ แต่คนที่เคยได้ยินผ่านหูมาแล้วเป็นเรื่องจริง พวกเค้าย่อมเชื่อว่าลำพังการกัดนิ้วนั้นสามารถเขียนราชโองการได้ยาวเหยียดเหมือนที่ปรากฏในหนัง  หรือกรณีลูกโป่งยกรถเข็นเด็กในซีรี่ย์ "มิสเตอร์บีน" ที่คนเชื่อมานานว่าเป็นเรื่องจริง ภายหลังก็มีการพิสูจน์ว่าเป็นไปไม่ได้ กรณีเรื่องผิดปกติของชมรมคนเกลียดโจโฉเองก็เช่นกัน

แม้แรกๆ จะรักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่หลังๆ ข่งหยงก็เข้ากับโจโฉไม่ได้ เพราะข่งหยงต้องการให้ทุกคนให้เกียรติเค้าทั้งคำพูดและการกระทำซึ่งเป็นสิ่งที่โจโฉขาดอย่างแรง เพราะโจโฉเป็นคนพูดตรงเหมือนขวานผ่าซากอีกทั้งให้ความสำคัญกับความสามารถโดยไม่สนใจภูมิหลังโดยบอกว่า "ทุกคนเป็นคนดี ที่ทำเลวเพราะมีเหตุจำเป็น ฉะนั้นเราต้องให้โอกาสเค้ากลับตัว" สำหรับหยูแล้วนี่คือการทำลายอำนาจของระบบขุนนางทีเดียว ปรึกษาบางท่านจึงแนะนำว่าต้องให้ความสำคัญกับข่งหยงเนื่องจากข่งหยงเป็นทายาทสายตรงของข่งจื่อที่สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลมาด้วย โจโฉก็ตอกกลับมาว่า "ข่งหยงสิควรปรับตัวเข้าหาคนอื่นเพราะโลกไม่ได้หมุนรอบเค้า สำคัญตัวเองผิดไปหน่อยแล้ว" ข่งหยงจึงเริ่มทำตัวเป็นผู้มีบารมีนอกระบบ เค้าชอบทำให้โจโฉกลายเป็นตัวตลกต่อหน้าคนจำนวนมากและกล่าวหาโจโฉต่างๆ นาๆ ทั้งหมดเริ่มเมื่อคราวที่โจโฉต้องกลับจากศึกจางสิ้วมาในสภาพที่บอบช้ำ ข่งหยงฉวยโอกาสนี้ทำเป็นเห็นอกเห็นใจแต่เทียวหลุดปากเกี่ยวกับสิ่งที่โจโฉไม่อยากจดจำบ่อยๆ เมื่อโจโฉไม่ตอบโต้พี่แกก็เอาไปนินทากับเพื่อนๆ อย่างสนุกปากว่าโจโฉอาจจะแอบติดใจลึกๆ ก็ได้

หลังจากนั้นข่งหยงเอาไปขยายความอย่างไรมิทราบ แต่มีหลายคนเชื่อเรื่องบ้าๆ แบบนี้ด้วย หนึ่งในนั้นคือข่งกว๋าที่เป็นหลานข่งหยงและอายุก็คราวลูกโจโฉแต่กลับตามจีบโจโฉไม่บันยะบันยัง จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีทีต้องพรมน้ำหอมซะจนหอมฟุ้ง เกร็ดพงศาวดารบอกว่าข่งกว๋านั้นหลงใหลโจโฉมากขนาดชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ โจโฉว่าไงแกก็ว่าตามหมด จนกระทั่งคืนที่โจโฉได้รับเชิญไปกินเลี้ยงที่บ้านผู้มีบุญหนักท่านหนึ่งแล้วเห็นนางรำสวยๆ มาฟ้อนหูแมวเลยงอกตามสันดาน หลายคนกำลังเมาได้ที่จึงแยกไม่ออกว่าลีลาแมวร่านสวาทของท่านนายกนั้นมีไว้ล่อสาวมากกหาได้ล่อชายมากอดไม่ เลยจับกดนายกรัฐมนตรีกลางวงเหล้า ข่งกว๋าที่อยู่ที่นั่นด้วยก็สติแตก เรื่องจึงเลยเถิดไปถึงขั้นชกกัน(เสน่ห์แรงเนอะ) เรื่องนี้เป็นที่เอ็นจอยกันมากเพราะเล่าปี่พาโจโฉหนีออกจากงานมาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง-เสื้อผ้าหลุดลุ่ย นับว่าเล่าปี่ช่วยไว้แท้ๆ จะว่าไปสองคนนี้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะครับ ขนาดโจโฉยังเคยรำพันในต่วนเกอสิ่งว่า "กวากหนามร้อยพัน เสียดายเคยคบ ถูกคอกันนัก" คนโบราณเคยเข้าใจผิดว่านี่เป็นลำนำที่แต่งก่อนรบอ้วนเสี้ยว และคนในกลอนก็คืออ้วนเสี้ยว จึงเกิดเป็นตำนานเพื่อนซี้มาจนตอนนี้ ทั้งที่ความจริงคนในกลอนหมายถึงเล่าปี่  แต่อย่างไรก็ดีหลังจากเรื่องคราวนั้นโจโฉก็เกลียดพวกขี้เหล้านักหนา รวมทั้งย้ายข่งกว๋าไปที่อื่นไม่ให้มาเดินเรียบๆ เคียงๆ อีก เลยสงสัยว่าข่งกว๋าชกกับคนอื่นเพื่อปกป้องโจโฉหรือเพื่อจะเป็นคนแรกกันแน่?

ฮ่าๆๆ หลงเสน่ห์ข้าน้อยแล้วล่ะสิ!?

นอกจากกรณีชกกันกลางวงเหล้าแล้วยังมีกรณีชกกันกลางตลาดและชกกันกลางทำเนียบด้วย ซึ่งที่ต้องแย่งชิงก็คือพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีโจโฉ-เมิ่งเต๊อะเจ้าเก่า ขนาดผมเองพอพิมพ์มาถึงนี่ยังต้องยอมรับเลยว่า "ผู้หญิงนั้นกรี๊ดโจโฉมากพอดู แต่ไปๆ มาผู้ชายอาจจะยิ่งกรี๊ดก็ได้" ทั้งนี้เพราะสถานะทางการเมืองของโจโฉ คนที่อยากก้าวหน้าเร็วๆ จึงเลือกวิธีนี้ คิดไปคิดมาก็น่าสงสารโจโฉไม่น้อยที่ไปไหนก็มีแต่คนจ้องจะสอย ผู้หญิงก็ทอดสะพานกันใหญ่เพราะการเป็นกิ๊กนายกรัฐมนตรีนั้นย่อมน่าอภิรมณ์เป็นแน่แท้

หลังจากนั้นหลายเดือนก็เกิดขบถตังสิน สนมตังกุยหุยโดนประหารเพราะเป็นญาติกับตังสินทั้งที่ท้องห้าเดือน บ้างก็ว่าที่แรกไม่คิดประหารหรอก แต่พอพิจารณาว่าพระครรภ์พระสนมที่เล็กกว่าที่ควร หากอายุครรภ์ห้าเดือนจริงควรคลอดในอีกสี่เดือนข้างหน้า ฉะนั้นเพื่อพิสูจน์ข้อสมมติฐานนี้จะรอให้พระสนมคลอดก่อน หากคลอดช้ากว่ากำหนดแปลว่าไม่ใช้เชื้อสายเหี้ยนเต้ ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่แท้จริงในการลอบสังหาร พระสนมโกรธมากทีว่าโจโฉให้ร้ายพระองค์ แต่เหี้ยนเต้เห็นว่าหากไม่จริงจะโวยวายทำไมจึงทรงระแวงและโปรดให้ประหารซะ แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร เหี้ยนเต้ก็ได้ทรงประทับตรา-ยอมให้โจโฉประหารขบถตังสินและพรรคพวกทั้งหมด เรื่องนี้จึงโจษจันกันมากว่าฮ่องเต้ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลยหรือ ทำไมไม่ปกป้องคนของตนเอง ข่งหยงจึงบอกว่าตงเสี้ยนเองก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการเหมือนกับโจโฉนี่แหละ ผู้คนก็ท้วงว่าเค้าพูดแรงเกินไป ข่งหยงก็ยกเรื่องที่โจโฉเคยถวายการรับใช้เหี้ยนเต้ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับฮูโต๋มาจาระนัย เค้าตั้งข้อสังเกตว่าฮ่องเต้เกือบทุกองค์ในราชวงศ์ฮั่นล้วนชอบเสวยถั่วดำทั้งนั้นรวมทั้งเลนเต้ด้วย ที่สำคัญคือไม่ได้พิจารณอายุของชายผู้นั้นด้วย มันจะแปลกอะไรหากเหี้ยนเต้จะนอนกับโจโฉจริงๆ ซึ่งนับว่าเล่นแรงมากเพราะไม่ให้เกียรติองค์ฮ่องเต้เลย

เมื่อเหี้ยนเต้ทรงทราบเรื่องนี้ก็พิโรธอย่างมาก ไม่ทราบว่านักเขียนที่บอกว่า "โจโฉประหารข่งหยงเพราะอิจฉาที่ข่งหยงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มากว่า" นั้น ท่านเอาสมองส่วนไหนคิด เพราะหากผมเป็นเหี้ยนเต้ผมคงโปรดปรานข่งหยงไม่ลงสำหรับการจับคู่พระองค์กับโจโฉแบบนี้ จนผู้คนลือกันว่าที่โจโฉยกลูกสาวให้เหี้ยนเต้เพื่อลบล้างข้อครณา เมื่อเหี้ยนเต้ต้องการปรับความเข้าใจกับโจโฉที่ทรงเข้าพระทัยโจโฉผิดๆ ทั้งๆ โจโฉพยายามช่วยชีวิตรัชทายาท แต่สุดกลายเป็นต้องเสียโจฉองไป เพราะต้องยอมรับว่าโจโฉพยายามเต็มที่เพื่อพระองค์จริงๆ หากโจโฉคิดปล้นบัลลังก์ก็ไม่จำเป็นต้องเอาโจฉองมาแลกกับรัชทายาท พระองค์จึงปูบำเหน็ดให้โจโฉเต็มที่แม้ว่าสุดท้ายแล้วโจโฉจะช่วยใครไม่ได้ก็ตาม ขงหยงจึงส่งฎีกามาว่า "ฮ่องเต้ควรจะยึดถือตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ โดยไม่ประทานพื้นที่พันลี้รอบเมืองหลวงให้แก่ขุนนางคนใด" งานนี้เหี้ยนเต้โกรธมากเพราะข่งหยงทำเหมือนดูหมิ่นการตัดสินใจของพระองค์ กระทั่งโจโฉที่ไม่ค่อยได้สนใจชาวบ้านก็ยังรู้สึกว่าหมอนี่ทำเกินไป อีกทั้งข่งหยงเองก็เคยเข้ากับโตเกี๋ยม(ซึ่งตามประวัติศาสตร์เป็นพวกตั๋งโต๊ะ)และซ่องสุมผู้คนอีกทั้งคอยใส่ร้ายป้ายสีราชสำนักด้วย พระองค์เลยยิ่งเขม่นหนักกว่าเดิม

เพื่อนเราตั้งข้อสงสัยว่าข่งหยงจะโดนเล่าปี่ล้างสมองหรือไม่ เพราะเล่าปี่เป็นคนฉลาดเล่ห์เหลี่ยมพราวมากและเป็นคนที่โจโฉแพ้ทางมากที่สุดด้วย ทั้งๆ ที่โจโฉเป็นนักบริหารที่ฉลาดเป็นกรดและเจ้าอุบาย แต่ไม่รู้เพราะอะไร พอเจอกับเล่าปี่ทีไรไหวพริบมากมายของโจโฉดูจะระเหยไปหมดกลายเป็นเด็กไร้เดียงสาอย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่ความเสะที่สะสมมาสี่สิบปียังหมดสิ้นกลายเป็นอุเคะชั้นดีไปในพริบตา ทั้งที่ไม่เคยโดนชายใดไล่ปล้ำมาก่อนแท้ๆ แต่พอเล่าปี่มาเคาะประตูบ้านไม่นาน โจโฉก็โดนทหารเตียวสิ้วโทรมยับและยังเกือบจะมีรอบสองทั้งๆ ที่ไปกินเลี้ยงมาหลายบ้านแล้วแท้ๆ ไม่เคยมีเรื่องบ้าๆ บอๆ แบบนี้มาก่อน แถมจะเกิดเรื่องทั้งทีก็ดันมีเล่าปี่ก็นั่งหน้าชื่นตาบานอยู่ที่นั่นด้วยจนพาลสงสัยว่าเล่าปี่อยู่เบื้องเรื่องงี้เง่าพรรค์นี้หรือไม่  อีกอย่างตามธรรมดาแล้วผู้ชายที่ไปสงครามบ่อยๆ อย่างโจโฉจะงามชวนฝันไปได้ซักแค่ไหน อย่างมากก็คงประมาณสาวชาวบ้านที่ทำไร่ไถนานั่นแหละ ไม่สวยไร้รูขุมขนอย่างหลิวอี้เฟยหรอก

น่าคิดนะว่าเล่าปี่อาจจะเป็นคนที่แกล้งโจโฉอยู่ด้วยเหตุผลอย่างเดียวคือความมันส์(อ้าว ก็ลิ้มรสไง)

เหี้ยนเต้เองก็ไม่เคยรู้จักเล่าปี่ในฐานะพระเจ้าอาเหมือนนิยาย บางกระแสบอกว่าพระองค์ไม่ชอบเล่าปี่ด้วยซ้ำตั้งแต่ครั้งที่เล่าปี่ชวนพระองค์แข่งล่าสัตว์ แล้วกลายเป็นว่าพระองค์ไม่สามารถล่าได้ โจโฉจึงเข้ามาช่วยจึงชนะเล่าปี่ได้อย่างหวุดหวิดเพราะโจโฉยิงได้มากกว่าเล่าปี่หนึ่งตัว ขณะที่ทุกคนกำลังสรรเสริญเหี้ยนเต้เล่าปี่ก็ชมโจโฉว่า "ฝีมือร้ายกาจมาก" สิ่งนี้มีความหมายซ่อนเร้นหรือไม่ เพราะเล่าปี่ท้าแข่งกับฮ่องเต้มิใช่หรือ แล้วโจโฉมาได้ยังไง โจโฉเป็นฮ่องเต้เหรอ? พอเหี้ยนเต้กลับวังพระองค์ก็ซ้อมยิงธนูทั้งวันทั้งคืนจนซุนฮกเป็นห่วง อีกประการ--เหี้ยนเต้มักเสด็จไปหาโจโฉตามที่ต้องการเสมอ แต่พอเล่าปี่มาอยู่ด้วยโจโฉก็มีเวลาให้พระองค์น้อยลงเพราะไปกับเล่าปี่ซะส่วนมาก แบบนี้เหี้ยนเต้คงจะโปรดเล่าปี่อยู่หรอก  มีข้อสังเกตว่าการแข่งล่าคงสัตว์ไม่ใช่เรื่องแต่ง... ในจอมราชันย์ฯ โจโฉแข่งกับเล่าปี่เลยโดยไม่ต้องผ่านการท้าเหี้ยนเต้ก่อน ส่วนในนิยายกลายเป็นโจโฉที่ยิงกวางให้เหี้ยนเป็นคนเลวซะจนกวนอูแทบจะตัดคอโจโฉตรงนั้น  ทั้งที่ตามรูปการณ์จริงเล่าปี่ต่างหากที่ทดสอบความสามารถของเหี้ยนเต้ในการเป็นพระเจ้าแผ่นดินผ่านการแข่งขันล่าสัตว์

ความสัมพันธ์ระหว่างจักรพรรดิกับนายกรัฐมนตรีของพระองค์นั้นความจริงเป็นเรื่องที่น่าศึกษามากครับ มีการ์ตูนบางเล่มที่บอกเล่าความสัมพันธ์อันลึกลับระหว่างทั้งสองออกมาอย่างลงตัว นั่นคือ "วีรบุรุษสามก๊ก" และ "จอมรมชันย์อหังการ" ของสำนักพิมพ์บูรพัฒน์

จากข้างบนเราจะเห็นความสัมพันธ์คร่าวๆ แล้วนะครับ เหี้ยนเต้ทั้งทรงกำพร้าและต้องอยู่ในมือใครต่อใครซึ่งไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกนึกคิดของพระองค์มากนัก โจโฉเป็นคนแรกเอาใจใส่พระองค์ทำให้เหี้ยนเต้อาจมีแนวโน้มที่จะติดแจเพราะทรงขาดความอบอุ่น พอเล่าปี่มาแย่งโจโฉไปเลยมีพฤติกรรมอิจฉาบ้างเป็นธรรมดา แม้จะตัดพ้อมาว่า "ที่ท่านจะลงใต้เพราะจะไปพาเล่าปี่กลับมา" ก็เหอะ แต่มันก็เป็นความหวงแบบเด็กๆ มากกว่าจะเป็นความวายเพราะสภาพการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นไปได้ว่าจิตใจของพระองค์อาจจะไม่เติบโตนัก และการที่ข่งหยงตีความว่าเหี้ยนเต้หลงรักโจโฉจึงเกินไปหน่อย เพราะต่อให้เหี้ยนเต้งอแงจนโจโฉต้องมุดมุ้งเข้าไปนอนด้วยจริงๆ ก็ไม่ได้แปลว่าทั้งคู่จะมีเซ็กส์กันซะเมื่อไหร่

นอกจากจะไม่รู้จักหุบปากแล้วข่งหยงยังชอบขัดนโยบายสำคัญของโจโฉ(ย้อนไปอ่านตอนก่อนก็ได้ครับ) จนโจโฉไม่มีแก่ใจจะเห็นแก่ความที่เป็นสายเลือดข่งจื้ออีกต่อไป เมื่อคองสีร่างฟ้องส่งมายาวเหยียดเกี่ยวกับความผิดข่งหยง โจโฉจึงส่งให้เหี้ยนเต้พิจารณาโดยไม่ตรวจสอบเลย และเหี้ยนเต้เองก็ประทับตาอนุมัติให้ประหารทั้งครอบครัวโดยไม่ทรงอ่านแม้แต่ตัวเดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #329 สุมาหยิน (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 18:50
    จบแล้ว หลังจากโพสมาราธอนโอย

    สู้ๆนะครับเดี๋ยวก็มีคนโพสเองหรือถ้าไม่มี

    ผมจะตามโพสเอง ตามที่เคยบอกไว้

    หรือถ้าเบื่อหันไปแต่งเรื่องใหม่(ขอเพียวไม่y ไม่เน่า ไม่ติดเรทเป็นพอ)

    ผมก็จะตามไปโพส ผมว่าลองเขียนเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่น

    หรือมองโกลดูไหมครับ(โนบุนากะก็ชวนจิ้นนะ) สู่ๆ
    #329
    0