เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 60 : ดอกไม้เหล็กสมัยสามก๊ก--2(โจเจี๋ย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 พ.ย. 55

ดอกไม้เหล็กสมัยสามก๊ก--2

 

ก่อนอื่นต้องขอคารวะเพื่อนเราที่ช่วยเตือนเรื่องสามีชิงเหอ เนื่องจากเสียงจีนกลางไม่ได้ชื่อแฮหัวหลิมหรือแฮหัวป๋า แต่ชื่อ "เซี่ยเหาเหมา" แล้วหนังสือเล่มหนึ่งก็ดันออกเสียงเป็น "แฮหัวเป้า" ผมเลยโยงเข้ากับแฮหัวป๋าด้วยพาซื่อว่าเป็นคนๆ เดียวกันแต่ออกเสียงไทยต่างกัน เพราะฉะนั้นผมจะย้อนกลับไปแก้และเขียนแทรกเรื่องแฮหัวป๋าในตอนหน้าเป็นการไถ่โทษครับ(ว่าแต่เหมากลายเป็นแฮหัวหลิมได้ยังไงวะ... เหมากับเป้ายังพอไหว แต่กลายเป็นหลิมนี่รับไม่ได้จริงๆ) แน่นอนครับว่าแฮหัวป๋ารอดตายไปพึ่งบุณจ๊กได้ไม่ได้เป็นเพราะดวงหรือเก่ง หากแต่เขามี "สายสัมพันธ์กับพวกแซ่สุมา" ซึ่งแม้จะยังไม่บอกตอนนี้ผมก็คิดว่าเพื่อนๆ เดาได้หากย้อนกลับไปอ่านเกี่ยวกับศาสนาโซโรอัสเตอร์และครอบครัวโจโฉ

โจโฉ--ผู้นำเว่ยที่ตัวเล็กแต่เด็ดเหลือกำลังลาก

กลับมาที่ดอกไม้เหล็กของเรากัน ทีแรกผมอยากเล่าเรื่องฮูหยินท่านเบ้งเฮ็กก่อน แต่แล้วเมื่อเปรียบเทียบความสำคัญเท่าที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ ผมย่อมต้องคารวะให้แก่สตรีอีกคนที่ไม่ได้รับเกียรติที่มากพอ เนื่องจากความใจดำของผู้ชายสมัยนั้น หรืออาจจะเพราะหากบันทึกเรื่องเธออย่างตรงไปตรงมาในพงศาวดารฉบับหลวงราศีของพวกแซ่สุมาคงต้องมืดมัวแน่ เรื่องราวที่โลดโผนของเธอจึงต้องปรากฏแต่ในสามก๊กฉบับเถื่อนถ่อยแทน(หมายถึง พวกชนกลุ่มน้อยทางเหนืออย่างมองโกล ชงหนู ฯลฯ) ทีแรกผมก็ลังเลที่จะเชื่อจนเมื่อพบเกร็ดเล็กๆ แทรกอยู่ในพงศาวดารฉบับหลวงและบันทึกร่วมสมัย ทั้งหมดสอดคล้องลงตัวจนความสงสัยของผมเริ่มหมดไป และสามารถมั่นใจได้ว่าเธอโดนพวกสุมาสั่งลบแบบจงใจด้วยเหตุผลบางประการ

สมมติเล่นๆ ตอนที่ 1- หากโจเจี๋ยได้สืบตำแหน่งจากพ่อ!?

ใครเคยดูหนังเรื่อง "ขุนศึกเลือดมังกร" บ้างครับ ทราบมั้ยว่ามันถูกเขียนจาก "พงศาวดารฉบับนอก" ต่างแต่ว่าผู้กำกับได้ทำให้นางเอกกลายเป็นตัวละครสมมติโดยให้เป็นหลานสาวโจโฉ ตามประวัติศาสตร์มีเด็กหญิงตัวเล็กๆ อยู่กับโจโฉตอนจูงล่งเกือบจะเสียหัวให้ต้วนจงเพราะปกป้องอาเต๊าจริงๆ ซะด้วย..  ทำไมโจโฉพาเด็กหญิงคนนี้ไปศึกผาแดงแต่กลับไม่พาลูกชายที่เป็นตัวเลือกในตำแหน่งผู้สืบทอดไปแม้แต่คนเดียว!? แม้พงศาวดารจะจงใจลืมแต่เธอคือตัวแปรสำคัญในศึกม้าเจ๊กในนาทีวิกฤต ครานั้นแม่ทัพเตียวคับหันไปเชื่อฟังเธออย่างเคร่งครัดและยังปกป้องเธอ เพราะเตียวคับหลงไปวูบหนึ่งว่าเธอเป็นโจโฉ  เธอคนนี้คือโจเจี๋ย--ฮองเฮาในอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเซี่ยนตี้!!  ช๊อกอ่ะดิ... และนี่คือสิ่งที่ผมหามาแบบเลือดตาแทบกระเด็นและเป็นสิ่งที่ท่านอาจจะหาอ่านไม่ได้ง่ายๆ นัก

สาวงามใน "ขุนศึกเลือดมังกร" มีจริง แต่.. เธอเป็นหลานสาวโจโฉ

หรือว่าเป็น "ลูกสาว" กันแน่!?

ปล. อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะบางฉากเหมือนจะเวอร์เกินจริง...

โจเจี๋ยหรือโจฮองเฮาเกิดในปี ค.ศ. 198 และตายในปี ค.ศ. 260 เป็นหนึ่งในผู้หญิงน้อยคนที่ได้รับการบันทึกปีเกิดและปีตายแม้พงศาวดารหลวงไม่ได้ให้รายละเอียดเธอมากมายนัก แต่เกร็ดเท่าที่ผมรวบรวมมาคือ หลายคนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าเด็กหญิงโจเจี๋ยนี่นับวันก็ยิ่งเหมือนพ่ออย่างประหลาด ประมาณว่าหากพาโจเจี๋ยย้อนเวลาไปเจอโจโฉสมัยเด็กได้แล้วจับแต่งเป็นผู้ชายคงสลับตัวกับโจโฉได้สบายๆ โจเจี๋ยเริ่มกลายเป็นที่สนใจปนวิตกของโจโฉขึ้นมาแต่ก็ไม่ถึงขนาดรับไม่ได้เพราะโจโฉบอกว่า "เจ้าจะเหมือนพ่อเท่าไหร่ก็ได้ ขออย่างเดียวคือผู้หญิง เพราะหากจะเหมือนพ่อเรื่องนี้ด้วยให้เหมือนหลังจากแต่งงานแล้ว และสามีของเจ้าก็ยินยอมพร้อมใจ" คือคนจีนสมัยนั้นยอมรับที่จะมีสวนลิลลี่ในบ้านได้ ขอแค่เมียไม่เล่นชู้กับชายอื่น แถมยังสนับสนุนให้บรรดาเมียๆ ตีฉิ่งกันด้วยหากสามีไม่ว่าง เพราะทำให้บ้านสงบมีไม่มีปัญหาหึงหวงชิงดีชิงเด่นกัน แน่นอนว่าโจโฉก็คิดเช่นนั้น เราจึงเดาได้ว่าฮาเร็มโจโฉคงเต็มไปด้วยดอกลิลลี่ที่บานสะพรั่งเพราะโจโฉยึดคติ "แฟนสาวของเมียคือเมียน้อยกู"

สมมติเล่น 2- หากโจเจี๋ยได้ตำแหน่งต่อจากพ่อจริง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพี่น้องผู้ชายจะเป็นเช่นไร?

เมื่อโจเจี๋ยเหมือนพ่อมากขึ้นทุกวันทั้งการทักษะ ความคิดอ่าน(และเล่นสาว) ทว่าโจโฉไม่อาจประกาศตั้งโจเจี๋ยเป็นทายาทเพราะเป็นการหักหน้าโจผียิ่งกว่ามีโจสิดโจฉองเป็นคู่แข่ง อันที่จริงต้องถือว่าหักหน้าลูกชายทุกคนด้วยซ้ำ เพราะแข่งกันแทบตายพ่อดันไปเลือกลูกสาวที่ลัทธิหยูไม่มีวันยอมรับและต้องโดนขุนนางทั้งหมดรวมตัวประท้วงแน่นอน แต่เธอก็เป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟ็คเหลือเกิน ขนาดสุมาอี้ยังตบอกครางว่า "หากนางเป็นชาย นางก็เป็นโจโฉ"  ระหว่างที่เรื่องนี้เริ่มจะตึงเครียดเกินไปแล้วโจโฉก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิด คือเขานั่งคุยกับลูกสาวตัวต่อตัวโดยไม่มีใครทราบเนื้อความเป็นเวลากว่าครึ่งวัน  ผลที่ออกมาคือโจโฉนำโจเจี๋ยไปถวายตัวแก่ฮ่องเต้พร้อมกับโจเซียง ส่วนโจหัวตามไปทีหลังเพราะยังเด็ก แต่ผมต้องกระซิบหน่อยว่าโจเซียงและโจหัวต่างก็ตั้งใจเจริญรอยตามแม่ทั้งสิ้น ท่านคิดว่าโจโฉจะส่งอะไรไปหาเหี้ยนเต้กันแน่? เด็กสาวธรรมดาเหรอ!?

เธอจะเป็นผู้นำแบบไหน?

หนึ่งในประเด็นล่อแหลมของเวปๆ หนึ่งในจีน ที่ผมต้องคลานออกมาราวกับหมา เพราะตระหนักว่าตนไม่รู้ห่าอะไรเลย คือประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างเหี้ยนเต้กับโจโฉ  เจ้าของกระทู้ซัดพลังหมัด "โชริวเค็น" ใส่ปลายคางผมจนกระเด็นออกจากกระทู้เลยว่า "ความจริงนักประวัติศาสตร์รู้เต็มอกว่า ที่โจโฉขึ้นสู่อำนาจอย่างถูกต้องนั้นไม่ใช่โดยการข่มขู่ฮ่องเต้อย่างที่หลายคนเชื่อ หากแต่โจโฉใช้ประโยชน์จากความรู้สึกที่เหี้ยนเต้มีต่อเขา ทั้งเรียกร้องอำนาจและยืมมือพระองค์ในการกำจัดศัตรูทางการเมือง เพราะรู้ว่าพระองค์รักเขาแบบรักผู้หญิง(ผมหงายมาแล้ว แล้วเพื่อนๆ ล่ะหงายรึยัง) ซึ่งเรื่องเป็นที่รู้กันแบบลับๆ ขงหยงที่มักพูดถึงโจโฉในเรื่องที่ผิดปกติเสมอเคยเปรียบเปรยว่า ตงเสี้ยนที่ได้ทุกอย่างที่อยากได้ เพราะฮั่นอายตี้หลงใหลเขาจนยอมตัดแขนเสื้อเพื่อจะไม่ปลุกเขากลางดึก ตงเสี้ยนเองก็มีเมียหลายคนแสดงว่าไม่ได้ลักร่วมเพศแต่ยอมทอดกายให้ฮ่องเต้เพื่อผลประโยชน์ แล้วมันต่างอะไรกับที่โจโฉเป็นตอนนี้" หากข่งหยงพูดแบบนี้จริงโจโฉไม่แค้นคนเดียวแน่ เหี้ยนเต้เองก็คงเล็งนานแล้ว พอดีมีคนสอพลอเลยร่างฟ้องให้ โจโฉได้ก็เลยหลับหูหลับตายื่นเรื่องให้ เหี้ยนเต้ได้ทีก็อนุมัติทันที งานนี้ไม่แน่ใจควรสงสารหรือสมน้ำหน้าข่งหยงดี

เธอจะจัดการเรื่องระหว่างบ้านและงานอย่างไร

ในเมื่อนโยบายเลือกคนตามความสามารถของพ่อทำให้งานกับมุ่งแทบแยกกันไม่ออก

เจ้าของกระทู้ตั้งข้อสังเกตว่าข่งหยงต้องบอกเล่าสัมพันธ์ "อย่างว่า" ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับจักรพรรดิ เพราะสิ่งที่เกิดกับโจเจี๋ย.. ทำไมเหี้ยนเต้จึงโปรดปราณโจเจี๋ยที่เหมือนพ่อยังก่ะโขกออกจากพิมพ์เดียวกัน แล้วทำไมโจโฉต้องเลือกลูกสาวที่เหมือนตัวเองที่สุดอย่างโจเจี๋ยไปถวาย ท้ายที่สุดเธอยังเป็นฮองเฮา! หากโจโฉรูปลักษณ์เหมือนในหนังหรือนิยายโจเจี๋ยคงเป็นหญิงถึกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่โจเจี๋ยติดอันดับหญิงงามในแผ่นดิน! แปลว่ารูปโฉมโจโฉคงยั่วกิเลสตัวผู้ด้วยกันไม่น้อย อย่างไรก็ดีเมื่อเธอเข้าวังไปแล้วก็แทบไม่มีใครเห็นอีก จนกระทั่งโจผีขึ้นตำแหน่งวุ่ยอ๋อง ขุนนางโจผีเข้าไปบีบบังคับให้เหี้ยนเต้ โจเจี๋ยจึงปรากฏตัวและควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด แม้เสียงไม่เหมือนพ่อแต่ท่วงท่าและวิธีการพูดตลอดจนความหนักแน่นในน้ำเสียงเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนโดยกล่าวว่า "บิดาทำความดีไว้มากนัก ไม่เคยคิดจะทำร้ายโอรสสวรรค์และบัลลังก์ แล้วไฉนพึ่งเสร็จงานศพท่านไม่ทันไรจึงกล้าทำเรื่องแบบนี้" งานนี้ทุกคนขยี้ตาและแคะหูหลายรอบเพื่อให้แน่ใจว่าผีโจโฉไม่ได้มาเอง โจผีจึงไปเจอน้องเองและช๊อกเหมือนกับที่ทุกคนโดนไป โจเจี๋ยบอกพี่ว่าต่อให้ฆ่าล้างสกุลโจก็ไม่อาจปกป้องบัลลังก์ให้ราชวงศ์ฮั่นต่อไปได้เพราะมันมาถึงปลายทางแล้ว แม้พวกโจไม่ล้มบัลลังก์พวกอื่นก็ต้องทำอยู่ดี เธอเพียงแค่ปกป้องไม่ให้มีการฆ่าล้างสกุลเล่าตามคำสั่งเสียของพ่อเท่านั้น

เธอจะแต่งงานกับใครหากไม่ได้แต่งกับฮ่องเต้..?

โจผียอมที่จะไม่ทำลายพวกแซ่เล่าโดยตกลงกับโจเจี๋ยว่าเธอต้องไม่เข้ามายุ่งกับการเมือง อย่างไรก็ดีโดยการสนับสนุนของสุมาอี้ โจผีส่งเหี้ยนเต้ไปมณฑลซานตงและออกกฎหมายห้ามผู้หญิงยุ่งเกี่ยวกับการเมืองพร้อมกับมาตรการป้องกันไม่ให้เหี้ยนเต้ซ่องสุมกำลัง(อันที่จริงสุมาอี้คงตั้งใจป้องกันโจเจี๋ยซ่องสุมมากกำลังกว่า) แม้โจโฉจะแสดงความเชื่อใจต่อสุมาอี้แต่เขาก็บอกโจผีว่า "หากต้องการให้ชงต๊ะซื่อสัตย์ตลอดไปก็จงให้เขาโดนความโลภเข้าครอบงำ เพราะเจ้ายังไม่เก่งพอจะคุมจิ้งจอกเก้าหางตัวนี้" แปลว่าโจโฉก็ใช่จะอ่านหมอนี่ไม่ออก เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าโจผีจะซื้อบื้อกว่าที่คิด โจเจี๋ยอยู่ที่ซานตงกับเหี้ยนเต้จนกระทั่งวันที่โจผีตาย เธอเดินทางอย่างรวดเร็วมายังเมืองหลวงพร้อมกับเหี้ยนเต้และพี่น้องอีกสองคนทั้งๆ จนทันเคารพศพที่ไม่มีใครแจ้งข่าวนี้กับเธอเลย โจเจี๋ยได้ข่าวนี้จากใคร? และเธอก็สร้างความตะลึงรอบสองโดยเดินเข้าไปในท้องพระโรงและถวายบังคมพระเจ้าโจจอยซึ่งช๊อกกลางอากาศไม่ต่างจากพวกหัวหงอกที่หันมามอง เพราะแต่งตัวเกือบจะเป็นผู้ชายจนเหมือนผีโจโฉโผล่มากลางวันแสกๆ และความเหมือนนี้ทำให้โจยอยไม่กล้าลงโทษพระเจ้าอาที่ที่มาแบบนี้ ปล่อยให้เธอทูลรายงานความไม่พอใจยาวเหยียดซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "ไม่แจ้งข่าวสวรรคตของพระเจ้าโจผี"

แล้วลูกของเธอจะใช้แซ่อะไร? โจหรือไม่?

หลังจากนั้นเธอไม่ได้กลับทันที เธออยู่ต่ออีกพักหนึ่งและพบว่ามีคนพยายามสังหารเหี้ยนเต้ เธอจัดการความปลอดภัยให้พระองค์โดยฝากให้โจเซียงทำหน้าที่(โจเซียงท่าจะไม่ธรรดา)และขอที่จะเดินทางไปชมการรับศึกข่งเบ้ง โจยอยยอมให้เธอไปด้วยและโดยอุบายของคนที่คิดกำจัด ฉวยโอกาสที่เธออยากลองทำศึกบ้างบางแผนให้เธอติดในที่อับทางรอดเพื่อเก็บเธอโดยยืมมือม้าเจ๊ก(คือเป็นเบี้ยแลกโคน) แต่ผิดคาดเพราะโจเจี๋ยกลับฉวยโอกาสที่เข้าตาอับปั่นทหารที่ไม่มีทางหนีให้ตีศัตรูแตกกระจายและเข้าสมทบกับเตียวคับที่มาช่วยแถมออกคำสั่งใส่เตียวคับ ว่ากันว่าเธอตัดหัวทหารสองคนที่หนีตายระหว่างรบด้วย(หลอกว้านจงคงอ่านเจอเลยเก็บไปใส่ในฉากโจโฉรบแทนที่จะบอกว่าเป็นวีรกรรมโจเจี๋ยซึ่งคงเพราะเขียนแบบนั้น ราศีข่งเบ้งคงหมองลงเยอะ) ทั้งหมดนี้ทำให้เตียวคับมึน-นึกว่าอยู่ในธงรบของโจโฉ จึงทำตามคำสั่งแบบถวายหัว เรื่องที่ไม่มีในฉบับหลวงแต่มีในเกร็ดคือม้าเจ๊กโดนจับเป็น และจูล่งได้เข้ามาเจรจาและคืนกระบี่ที่โจโฉโยนให้เพื่อให้พาอาเต๊าหนีไป(ทหารเห็นกระบี่โจโฉจะได้ไม่ทำร้ายระหว่างทาง) และโจเจี๋ยก็ยอมปล่อยตัวม้าเจ๊กเหมือนกัน ตอนนั้นมีคนเข้าขัดขวางและยอมแลกชีวิตกับโจเจี๋ยซ้ำยังกล่าวหาว่าเธอทำผิดต่อพระเจ้าโจยอย เธอก็ซัดหมัดเด็ดไปว่า "ข้ายอมผิดต่อคนอื่นแต่จะไม่ยอมให้ใครมาทำผิดต่อข้า หากกล้าทำให้ข้ากลายเป็นคนไร้สัจจะตรงนี้ก็มาแลกชีวิตกัน" งานนี้เตียวคับมึนรอบสองชักดาบพาดคอคนที่คิดร้ายกับตัวตายตัวแทนโจโฉทันที

ผู้คนจะยอมรับในตัวเธอมากแค่ไหนหากเธอสืบตำแหน่งต่อจากโจโฉแต่แรกโดยไม่เป็นแค่ตัวตายตัวแทน

ครับ... เรื่องนี้ทำให้โจยอยอาลัยอาวรณ์พระเจ้าอามาก(เพราะโจยอยก็เป็นหลานที่ติดปู่ไม่น้อย)เมื่อเธอจะกลับซานตงพร้อมสามี แต่โจเจี๋ยไม่รับคำเชิญให้อยู่ต่อเพราะเธอไม่ต้องการเอาตัวเองและครอบครัวไปยุ่งกับการเมืองที่มีอันตรายรอบด้าน แต่อย่างไรก็ดีเธอก็ได้กลับมาเมืองหลวงอีกเมื่อสุมาอี้หวนคือสู่อำนาจ ทำให้เธอเริ่มเป็นหอกข้างแคร่ของเจ้าจิ้งจอกชงต๊ะ แต่เธอก็วางตัวอย่างฉลาดและร่วมรบกับโจยอยในศึกซุนกวน ซึ่งศึกนี้โจเซียงได้ขอร่วมทัพไปด้วยโดยอยู่ใต้บังคับบัญชาโจเจี๋ยในฐานะพลเกาทัณ(โจเซียงไม่ธรรมจริงๆ ด้วย) เมื่อรบชนะแล้วเธอก็กลับเมืองหลวงทันทีโดยบอกว่า "รอฟังข่าวดีจากสุมาอี้ได้เลย" แปลว่าอ่านออกว่าข่งเบ้งจอดแน่ และเธอให้โจเซียงอารักขาเหี้ยนเต้กลับซานตงไปก่อนเนื่องจากเธอมีอะไรต้องทำ

ขนาดพ่อเธอยังได้แค่นี่เลย... ในทำเนียบมีอำนาจ นอกทำเนียบเล่นหัวกัน

แต่แล้วเกิดเรื่องบางอย่างครับท่าน!? มีบันทึกว่าฮ่องเต้สั่งฆ่าเหี้ยนเต้! ผมว่าหลอกว้านจงคงเข้าใจผิดว่าฮ่องเต้คือโจผี ความจริงคือโจยอย!? เหตผลนั้นไม่ทราบ แต่เมื่อโจเจี๋ยทราบเรื่องก็ทะเลาะกับหลานชาย นัยย์ว่าเหตุผลที่สั่งฆ่าเกี่ยวกับเรื่องโจโฉ ตรงนี้เป็นปริศนาใหญ่ที่อธิบายไม่ได้เลยแต่ทำให้ผมสนใจนิทานเรื่องหนึ่งที่ว่าโจโฉไม่ได้ตายเพราะปวดหัวแต่ตายเพราะโดนลอบฆ่าอยู่พักหนึ่ง(เคยลงไว้ด้วยแต่ลบทิ้งเพราะไม่มีคนอ่าน) โจเจี๋ยตะโกนใส่โจยอยว่าเธอไม่ได้รักเหี้ยนเต้แต่เธอเกลียดเขามาก แต่ที่ต้องทนเพราะสัญญากับพ่อไว้ อีกประการหากเราฆ่าอดีตฮ่องเต้ราชวงศ์เราจะยั่งยืนได้อย่างไร โจยอยบอกให้เธออยู่เป็นเสาหลักให้กับวุ่ย โจเจี๋ยจึงว่า "เจ้าต้องการข้าเพราะข้าเป็นอา หรือเพราะเห็นข้าเป็นเงาของปู่เจ้า หากเห็นเป็นเงาปู่ก็จงอย่ากลัวที่จะเดินมาหา" จากนั้นก็บอกว่า "มาสิ จงมาให้ปู่ได้กอดหน่อยเถอะ" สงสัยตรงนี้มาก เป็นไปได้ว่าจะเป็นเรื่องแต่งเพราะน้ำเน่าไปนิด เวลาแบบนี้เธอน่าจะรีบไปหาเหี้ยนเต้แทนที่จะดราม่ากับโจยอย(แต่หากเธอทราบแค่จะมีการลงมือแต่ไม่ทราบว่าตอนไหนก็คงพอยอมได้) แถมโจยอยยังมึนเห็นอาเป็นปู่เลยวิ่งไปหาแล้วแทบเท้า สองอาหลานกอดกันพักหนึ่ง อาก็ผละออกและบอกว่า "จากนี้ราชวงศ์วุ่ยจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับข้า เพราะข้าจะไม่มาให้เจ้าเห็นอีก" แล้วจากนั้นก็นำกองกำลังเล็กๆ ออกไปเพื่อตามขบวนเสด็จเหี้ยนเต้ให้ทัน ปรากฏว่าโจเจี๋ยไปทันแค่ดูใจเหี้ยนเต้ก่อนตาย เหี้ยนเต้ตายอย่างอนาจกลางป่าโดยมีผู้รอดตายจากการปะทะอยู่ด้วยไม่กี่คน พระศพถูกนำกลับไปฝังที่ซานตงและไม่มีการกล่าวถึงโจเจี๋ยอีกจนกระทั่งวันตาย ส่วนโจเซียงและโจหัวไม่มีบันทึกเลยว่าเป็นตายร้ายดียังไง แต่ผมจะพยายามหาจุดเชื่อมโยงเพื่อบอกเล่าในตอนถัดไปครับ

กลายเป็นหนึ่งตอนสำหรับโจเจี๋ยเลยนะเนี่ย... แต่เรื่องดอกไม้เหล็กยังไม่จบนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #280 สาวน้อย (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 / 20:05
    สุดยอดเลยอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่าโจเจี๋ยจะสุดยอดขนาดนี้ โจเซียงเองก็ไม่ธรรมดา สรุกคนตระกูลโจนี่ไม่ธรรมดากันทุกคน = =;;
    #280
    0
  2. #277 ราเบล (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 / 00:23
    สรุปแล้วพระเจ้านเต้โดนลอบปลงพระชนม์สินะครับ ผมก็นึกว่าพระิองค์จะป่วยตายแบบในนิยายเสียอีก   แต่อีกเรื่องที่ผมอดแปลกใจไม่ได้คือ ข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้เหล็กเหล่านี้ พี่หามาจากไหนเหรอครับ (อยากอ่านบ้างครับ)



    อีกเรื่องคือ เรื่องของจูล่ง ผมว่าตอนศึกเตียวปันเกี้ยวเอาเข้าจริง โจโฉคงไม่ได้พาทหารไล่ตามเล่าปี่มาเยอะนัก ไม่งั้นจูล่งคงไม่มีทางฝ่าไปได้แน่ (ผมค้านเรื่องที่โจโฉมอบกระบี่ให้จูล่ง เพราะแม้ว่าโจโฉจะชอบคนเก่ง แต่ก็ดูยังไม่มีเหตุผลสมควรมากพอที่จะยอมปล่อยคนเก่งอย่างจูล่งให้กลับไปหาเล่าปี่เหมือนกวนอูได้เลยนะครับ) อีกอย่างจูล่งมีหลายฉบับบอกว่า จริงๆ เขาก็มีลูกสองคนเ้หมือนกัน แต่ไม่เก่งเหมือนพ่อเลยไม่ดังด้วยนะครับ พี่ช่วยตรวจสอบให้ทีนะครับ

    ปล. ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า ทำไมเหมาถึงแปลเป็นหลิมได้เหมือนกัน หึๆๆๆ
    #277
    0
  3. #274 สุมาหยิน (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 19:01
    โห (หวัดดีครับ) อยากอ่านเรื่องของกราเซี่ยง

    #274
    0
  4. #269 LE BASIlIC (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 23:09
    _(:3」∠)_

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2555 / 19:17
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:18
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:15
    แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2555 / 22:41
    แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 30 เมษายน 2559 / 23:33
    #269
    0