เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 5 : ชายที่ใครๆ ก็ว่าโง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 ส.ค. 54

เตียวหุย--ชายที่ใครๆ ก็ว่าโง่

 
สิ่งแรกที่อยากจะพูดคือเตียวหุยไม่โง่นะ! ทามมายครายๆ ก็ว่าเตียวหุยโง่...(แงๆๆ)  ครับนิยายของหลอกว้านจงทำพิษจริงๆ ขนาดมีคงเขียนในพันทิปว่า "เตียวหุยในหงสาฉลาดเกินไป  ทำไมต้องเขียนให้ฉลาด  เว้นไว้ให้โง่คนเดียวก็ได้!" แล้วก็เล่าชวนหัวก็ไม่ค่อยแสดงความเห็นว่าเตียวหุยฉลาดแม้คำพูดนั้นจะเป็นลักษณะประชดก็ตาม  ผมไม่เห็นด้วยที่เล่าชวนหัวพูดเหมือนเตียวหุยไม่ค่อยฉลาด  ทั้งที่ความจริงในจ๊กก๊กนั้น  เตียวหุยเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความรู้ความสามารถพอตัว  เพียงแต่อาจจะอารมณ์แปรปรวนนิดหน่อยตามประสาพวกอาร์ตตัวพ่อ  เตียวหุยเป็นเป็นจิตรกรหนุ่มที่มีความชำนาญสูงมาก  ที่ถนัดที่สุดคือวาดรูปผู้หญิงครับ(เหมือนซินยุยบก)  ซึ่งภาพผู้หญิงของเตียวหุยนั้นสื่ออารมณ์และจิตวิญญานของผู้หญิงได้อย่างล้ำลึก(ตามที่หลักฐานประวัติศาสตร์ว่า...)  แล้วเตียวหุยยังมีความสามารถในการปลอมลายมือ  แถมลายมือสวยด้วย

แต่กระนั้น เล่าชวนหัวเป็นหนึ่งท่านที่ผมเชียร์ให้อ่านงานวิจารณ์เกี่ยวกับสามก๊กของเค้าครับ  เพราะนี่เป็นนักอ่านสามก๊กที่ศึกษาสามก๊กอย่างจริงๆ จังๆ โดยเฉพาะในแง่ประวัติศาสตร์  แต่ใครเป็นแฟนคลับจ๊กอาจจะไม่สบอารมณ์มากเพราะถือว่าย่ำยีจ๊ก  อาจจะมองว่าอคติเกินไปด้วยซ้ำ(จริงๆ จะว่าอคติมันก็ใช่นะ)  แต่... ถ้าใครศึกษาเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าจะตีความทั้งหมดจากนิยายของหลอกว้านจง  ผมกล้าที่จะพูดว่าท่านผู้นั้นจะชูฮกคนๆ นี้มากเพราะข้อมูลประวัติศาสตร์ของเล่าชวนหัวนั้นแน่นจริง  ไม่เชื่อลองไปลงศึกษาเองเลยก็ได้  แล้วเอาข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบดู  ท่านจะพบว่าหลายสิ่งที่ท่านพบนั้นเป็นสิ่งที่เล่าชวนหัวเขียนบอกท่านแล้วในสามก๊กฉบับคนเดินดิน  แต่ท่านไม่เชื่อเอง! เพราะฉะนั้นถ้าอยากรู้จักประวัติศาสตร์  งานของเล่าชวนหัวคืองานชิ้นแรกที่แนะนำให้หาอ่านดู  แต่ถ้าท่านไม่ชอบความจริงชอบความฝันมากกว่าก็อย่าอ่านครับ(เพราะท่านอาจจะรับไม่ได้ในความจริงหลายเรื่อง)  แต่เราต้องตกลงกันก่อนนะว่าจะถกกันในแง่นิยายเท่านั้นไม่โวยวายเมื่อผมพูดในเชิงประวัติตาสตร์

เตียวหุยในสำเนียงจีนกลางเรียกว่า "จางเฟย" มีชื่ออย่างเป็นทางการยิเต๊อะ แปลว่าคุณธรรมติดปีก(อย่าไปแปลว่าคุณธรรมบินหนีนะ)  เป็นลูกชาย(ไม่ทราบว่าลำดับที่เท่าไหร่)ของพ่อค้าแซ่จางที่ขายสุราฆ่าสุกร  ด้วยความมีวุฒิภาวะทางเพศเร็วกว่าเด็กอื่นทำให้เตียวหุยรูปร่างสูงใหญ่  สูงถึงแปดเชียะขณะที่มีอายุเพียงสิบเจ็ดปี(นับแบบจีนเป็นสิบแปด)  แถมหนวดเครารุงรัง  ในนิยายของหลอกว้านจงเล่าถึงวิธีการที่พวกเค้าพบกันอย่างไรท่านคงจำได้  เพียงแต่ในประวัติศาสตร์จริงพวกเค้าพบกันในสังกัดของกงซุนจ้านเมื่อมาสมัครเป็นทหารและได้รู้จักจูล่งในคราวนั้นด้วย  ไม่ใช่พึ่งรู้จักกันในภายหลัง  และเมื่อกงซุนจ้านร่วมงานกับคณะปฏิวัติ  พวกเล่าปี่-จูล่งจึงพลอยได้รู้จักกับโจโฉซึ่งอยู่เบื้องหลังคณะปฏิวัติและมีชื่อเสียงเกรียวกราวพอสมควรจากการใช้ไม้พลองห้าสีปราบผู้มีอิทธิพล  แล้วยิ่งดังระเบิดเถิดเทิงจากการปราบม๊อบเสื้อเหลืองซึ่งต่อมาก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อแดงกันหมด  จากนั้นก็ยังมีคดีติดตัวในฐานะผู้ที่พยายามฆ่าตั๋งโต๊ะ  ก่อนจะกลายเป็นหัวโจ๊กที่ก่อตั้งกองทัพคณะปฏิวัติแม้จะไม่เป็นหัวหน้าเอง

เอ่อ... ที่ว่าเสื้อแดงเสื้อเหลืองนี่ไม่เกี่ยวกับการเมืองบ้านเรานะครับ แล้วที่ว่าเสื้อเหลืองกลายเป็นเสื้อแดงนี่หมายถึงการที่กลุ่มผ้าเหลืองย้ายมาอยู่กับโจโฉ  เพราะสีประจำทัพของวุ้ยก๊กคือสีแดง  ฉะนั้นทุกคนก็ต้องมีสีแดงติดตัวเพื่อให้รู้ว่าพวกเดียวกัน  แม้แต่โจโฉที่เป็นแม่ทัพก็ยังสวมเสื้อคลุมแดงด้วย... ต้องเรียนให้เข้าใจก่อนเดี๋ยวจะหาว่าผมเชียร์สีไหนเป็นพิเศษ

ตามบันทึกว่าเล่าปี่(หลิวเป้ย) กวนอู(กวานหวี่ย์) และเตียวหุยนี่รักกันเหมือนพี่น้อง  จึงเกิดเป็นบทงิ้วเรื่องที่สามคนสาบานเป็นพี่เป็นน้องกันทั้งที่ความจริงสมัยนั้นยังไม่มีพิธีกรรมที่ว่านี้  แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าพวกเค้าทั้งสามนับถือกันเป็นลูกพี่กับลูกน้อง--เอ้ย! พูดผิด! เป็นพี่เป็นน้อง! เตียวหุยเป็นใจร้อนวู่วามจริง  แต่ก็ไม่ถึงขนาดไม่มีเหตุผล  เวลาโกรธจะโวยวายมากแต่ถ้าอธิบายได้ก็หายโกรธทันที  ทว่า  นิสัยแบบนี้กลับถูกเขียนในบทงิ้วว่าเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง  ขนาดพี่ชายกลับมาพร้อมกับพี่สะใภ้สองคนเป็นพยานยังไม่เชื่อ  หาเรื่องจะรบกันจนได้!  แล้วนิสัยที่ว่าของเตียวหุยนี่ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดอ่อนหลายจุดที่ทำให้นิยายของหลอกว้านจงมีความล่ะหลวมอย่างไม่น่าให้อภัยถ้าจะอ่านดีๆ

เตียวหุยที่ปรากฏในหงสาจอมราชัญนั้น  ผมประทับใจครับเพราะอุส่าห์บรรจงเก็บพรสวรรค์และความอาร์ตของเตียวหุยมาใส่ไว้  ในขณะที่สามก๊กเวอร์ชั่นอื่นละเลยมาตลอด  แม้ว่าจะดูบ้าๆ บอจากการที่แกทำลายอะไรก็ไม่รู้เต็มหน้าเต็มตาแถมไม่ยอมล้างออกซะที  แต่ที่ผมชอบที่สุดคือเตียวหุยในสามก๊กโมเอ๊ะ  ที่น่ารัก ไร้เดียงสาแถมเหมือนจะกิ๊กกับข่งเบ้ง(ดีนะที่เป็นเวอร์ชั่นเด็กผู้หญิง  ถ้าเป็นเวอร์ชั้นตาลุงหนวดเฟิ้มนี่ตัวใครตัวมันครับ)  เริ่มด้วยการชื่นชมข่งเบ้ง  ก่อนจะอิจฉาที่กวนอูชื่นชมข่งเบ้งมาก  แต่แล้วยอมรับในความพยายามของข่งเบ้งน้อย  ในที่สุดก็เป็นเพื่อนกัน  ที่ว่ากิ๊กกันนี่เพราะท่านมังกรหลับทำท่าเหมือนมีใจให้เตียวหุยอะดิ! ฉากที่ประทับใจที่สุดอยู่ในภาคสามที่ตะโกนในที่ประชุมของคณะปฏิวัติว่า "พวกเจ้าเป็นเจ้าเมืองประสาอะไร  ทำไมถึงดูไม่ออกว่าน้ำตานี้เป็นของจริงหรือแกล้งทำ" ในตอนที่ตันก๋งมาขอความช่วยเหลือ  อีกเวอร์ชั่นที่ลืมไม่ได้คือเตียวหุยในจอมราชัญย์อหังการตอนที่สื่อสารกับโจโฉด้วยภาษาใบ้ก่อนจะทำลายสะพาน สุดยอดจริงๆ!
<เตียวหุยมาดสารถี(โจโฉมาเกี่ยวอะไรด้วย)
 < เตียวหุยเวอร์ชั่นสามก๊กโมเอ๊ะ ผมชอบเวอร์ชั่นนี้ที่สุดครับ ^///^

แล้วก็ลืมไม่ได้เกี่ยวกับจอมราชัญย์อหังการที่ตีความว่าเตียวหุยกับกวนอูไม่ได้รักกันมากขนาดนั้น นี่น่าสนใจมากครับ  เพราะดูจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดกับกวนอู  ตอนกวนอูทำสงครามกับขุนพลของโจโฉนั้นไม่มีใครส่งกองกำลังไปช่วยเลย  จนกระทั่งถูกพวกซุนกวนต้มเอาจนต้องเสียเมือง  หมดลายเจ้าพ่อเกงจิ๋วก็ไม่มีใครส่งกำลังไปช่วยกวนอูทั้งๆ ที่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น! ดังขนาดนั้น! จะไม่รู้ได้ยังไง  จนกระทั้งเมื่อกวนอูหัวขาดแล้วตั้งสิบแปดเดือนจึงบังเกิดความโกรธแค้นแทนกวนอู(นึกถึงตอนที่เฮอร์ไมโอนี่โยนหินใส่หัวแฮร์รี่ในภาคสาม  แฮร์รี่ไม่ว่าอะไรจนกระทั่งเมื่อรู้ว่าคนขว้างคือใครจึงลูบหัวแล้วบอกว่า "โอ๊ย เจ็บนะ")ทำไมถึงได้ความรู้สึกช้าขนาดนั้น  แถมไม่ทันได้ล้างแค้นก็ถูกตัดหัวซะก่อน

ความสัมพันธ์ของสามศรีพี่น้องนี่ก็ชั่งสุดจะทนจริงๆ (-"-)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #173 Zin-jung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 13:33
     โห ซํบซ้อนจริงๆนะค่ะเนี่ย
    #173
    0
  2. #41 อยากรู้จัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 20:17
    ถ้าขงเบ้งรบกับเล่าชวนหัวใครจะชนะ
    #41
    0
  3. #40 boom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 11:49
    18 เดือนนน ถ้านานขนาดนั้นก็อย่ากลับไปแก้แค้นเลยนะ T^T นานเกินนน
    #40
    0
  4. #39 ltmonkey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 17:48
    เคยอ่านงานของเล่าชวนหัวเหมือนกันค่ะ

    มีฮาแบบกัดๆด้วย
    #39
    0