เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 49 : ศึกใหญ่ของสองจอมขมังธนูแห่งเว่ยและชู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 941
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ส.ค. 55

ศึกใหญ่ของสองจอมขมังธนูแห่งเว่ยและชู่

ในยุคสามก๊กได้มีการชนกันอย่างดุเดือดของสองนักแม่นธนูแห่งยุค นั่นคือแฮหัวเอียนและฮองตง และจบลงที่แฮหัวเอียนต้องเสียหัวให้กับฮองตงทั้งๆ ที่ฮองตง-คุณปู่ซู่ซ่าก็มีอายุมากกว่าเจ็ดสิบปีด้วยซ้ำ แต่ความจริงอายุของทั้งคู่ก็ใช่จะห่างกันอย่างฟ้ากับเหว ก็แฮหัวเอียนก็อายุอ่อนกว่าโจโฉราวๆ สามปีเท่านั้นเอง และในศึกฮั่นตงนั่นโจโฉอายุตั้งหกสิบห้า แปลว่าเอียนอายุหกสิบกว่าๆ ส่วนฮองตงก็ราวๆ เจ็ดสิบปลาย  แสดงว่าตอนรบกันนั้นอายุของทั้งคู่ก็ราวๆ คุณตาด้วยกันทั้งคู่ สะท้อนถึงเรื่องราวอันน่าสังเวชในยุุคแห่งความวุ่นวาย ทั้งๆ ที่อายุอานามก็รุ่นราวคราวคุณตาหาคุณทวดทั้งนั้นแต่ก็ยังขี่ม้าจับทวนควงกระบี่ออกรบกันอยู่ได้ ดูง่ายๆ อย่างโจโฉ-ที่ถูกพูดถึงบ่อยจนแทบจะถือได้ว่าเป็นพระเอกของเรื่องนี้ไปแล้ว แม้แต่ไม่กี่เดือนก่อนตายก็ยังไปรบที่ฮั่นจง ทั้งๆ ที่ตัวโจโฉนั้น หากโจงั่งยังไม่ตายก็ได้อุ้มเหลนแล้ว(เป็นทวดไปแล้ว) หรือเผลอๆ อุ้มเหลนเรียบร้อยแล้วแต่ไม่กล่าวถึงเพราะเป็นเหลนที่เกิดจากหลานสาวหรือไม่ก็ลูกของหลานสาว(ฮา) เพราะฉะนั้นฮองตงที่อายุจวนจะแปดสิบอยู่รอมร่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง

แฮหัวเอียนคือแม่ทัพพลธนูปีกซ้ายของเว่ย ตามทำเนียมจีน ซ้ายจะใหญ่กว่าขวา ตำแหน่งพลธนูปีกซ้ายจึงมีความหมายว่า "ใหญ่ที่สุดในบรรดานักรบที่ใช้ธนู จะว่าไปวุ่ยก็มีแม่ทัพพลธนูที่เก่งมากอยู่หนึ่งอีกคนเหมือนกันคือหวนฮูหยิน(แม่ทัพต้วนจง)แต่กลับมีตำแหน่งเฉพาะระหว่างสงครามเท่านั้น แม้โจโฉจะไม่เคร่งธรรมเนียมข่งจื้อแต่ก็จำต้องรักษากฎหลายๆ ข้อที่สืบต่อกันมาเพื่อไม่ให้การปกครองประเทศเกิดปัญหา จึงไม่มีตำแหน่งขุนนางสำหรับผู้หญิง ยกเว้นในสนามรบที่ตั้งได้ทันทีตามกฎอัยการศึก แต่อีกความหมายคือ แฮหัวเอียนอาจจะเก่งจริงๆ ก็ได้ และเก่งเหนือหวนฮูหยินที่เกือบทำให้จูล่งสิ้นชื่อมาแล้ว  แฮหัวเอียนเป็นน้องชายของแฮหัวตุ้น นั่นย่อมหมายความว่าเขาเป็นญาติผู้น้องของโจโฉด้วย และเขาก็เป็นมากกว่าแค่น้อง เพราะตอนที่ตุ้นเข้าตาจนตอนอายุสิบสี่นั้น เอียนได้ยอมไปมอบตัวกับทางการขอรับโทษแทนตุ้นมาแล้ว เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นที่ฮือฮามากและทำให้ผู้คนโจษจันในความห้าวหาญและความรักที่ทั้งพวกเขามีต่อกันมาก เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีคนมากมายมาร่วมกับโจโฉเมื่อแรกเริ่มก่อตั้งกองทัพธรรม นอกเหนือจากแฮหัวตุ้นที่ไปเกณฑ์พวกโจรมาร่วมแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะเอียนด้วย ผู้คนย่อมความคาดหวังไว้อยู่พอควรเนื่องจากว่าเอียนเป็นผู้มีคุณธรรม คนที่เขาเทิดทูลบูชาย่อมเป็นคนดีอย่างแน่นอน เมื่อโจโฉประกาศกร้าวถึงความมุ่งมั่นของตนผู้คนจึงไม่ลังเลที่จะติดตาม นับได้ว่าแฮหัวเอียนก็เป็นผู้ก่อร่างสร้างวุ่ยก๊กไม่แพ้โจโฉเหมือนกัน

แล้วแฮหัวเอียนก็ร่วมรบกับโจโฉมาตลอด เช่นเดียวกับแฮหัวตุ้น แต่เท่าที่ปรากฏในประวัติ แฮหัวเอียนดูจะสุขุมและเกิดความผิดพลาดน้อยกว่านักรบหลายคนของวุ่ย ขณะที่แฮหัวตุ้นและโจโฉเป็นพวกที่สู้แบบลืมตายจนเกือบเป็นศพคาสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน แต่แฮหัวเอียนกลับแคล้วคลาดปลอบภัยเสมอเพราะความสุขุมของเขานั่นเอง เช่นเดียวกับอาวุธที่เขาใช้ มันคือธนู เป็นอาวุธที่ต้องมีสมาธิและความสุขุมสูงมากจึงจะยิงได้อย่างแม่นยำ และความสุขุมต้องทำให้ได้แม้จะอยู่บนหลังมาหรือในสถานการณ์สงครามที่รุนแรงเพียงใด เนื่องจากต้องดึงลูกดอก ง้างคันศรและยิงออกไป ซึ่งการจะยิงเข้าเป้าในสนามรบที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย ยังไม่นับเรื่องที่อาจจะพลาดไปโดนพวกเดียวกัน ฉะนั้นคนที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาการได้ย่อมต้องมีความสามารถที่เหนือชั้นชนิดการันตีได้ว่าไม่มีทางพลาดไปโดนพวกเดียวกันแน่ อีกประการ พวกเขามักมีประสาทตาและหูที่เหนือกว่าแม่ทัพนายกองทั้วไปทำให้ยากที่พวกเขาจะต้องอาวุธ เพราะมองเห็นเร็ว คาดเดาทิศทางได้แม่น จึงมักหลบพ้นวิถีเสมอ จนมีคำกล่าวที่น่าสนใจว่า "แม่ทัพพลธนูที่เสียหัวกลางสนามรบคือแม่ทัพพลธนูที่เสียสมาธิ" เช่นเดียวกัน... แฮหัวเอียนแทบไม่เคยต้องอาวุธเพราะคุณสมบัติที่ครบถ้วนเหล่านี้ ฉะนั้น บุรุษที่สามารถตัดหัวของแฮหัวเอียนจึงไม่ใช่จะเป็นใครก็ได้

คู่ปรับในสงครามของแฮหัวเอียนก็คือฮองตง ซึ่งเป็นแม่ทัพพลธนูเช่นกัน นับว่าสมศักดิ์ศรี เพราะต่างฝ่ายต่างก็เป็นนักรบที่มีประสาทสัมผัสเป็นเยี่ยม แม้ฮองตงจะอายุมากแล้วแต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะด้อยกว่าแฮหัวเอียน ประสาทสัมผัสของฮองตงสู้แฮหัวเอียนไม่ได้ซึ่งสิ่งนี้ได้รับการพิสูจน์ผ่านการตายของฮองตงเอง แต่การตายของแฮหัวเอียนก็แสดงถึงประสบการณ์ทางการรบที่เหนือกว่าและประสาทตาที่เหนือมนุษย์ด้วยเหมือนกัน ตามบันทึกแฮหัวเอียนตายเพราะลูกธนูของฮองตง(แต่ในนิยายเรื่องสามก๊กตายด้วยอะไร ผมก็จำไม่ได้แล้ว แต่คับคล้ายคับคราว่าจะเป็นการตายที่ไร้สาระมาก) แถมเป็นลูกธนูที่พุ่งมาจากระยะไกลด้วย

ฮองตงแตกต่างจากแฮหัวเอียน เพราะขณะที่แฮหัวเอียนอยู่กับโจโฉมาแต่ต้น ฮองตงกลับเป็นเทพประธานสำหรับเล่าปี่ ทั้งนี้เพราะจู่ๆ เขาก็โผล่มารบกับเทพเจ้ากวนอูผู้เก่งกาจทั้งๆ ที่ผมหงอกทั้งหัวแต่ก็รบกับกวนอูเกินร้อยเพลงแต่ไม่รู้แพ้รู้ชนะ ทำให้เขาถูกใจกวนอูมากเพราะไม่มีใครต่อกรกับเขาได้ขนาดนี้มาก่อน ความชื่นชมที่เขามีต่อกวนอูทำให้หันหยวนกลัวเขาคิดร้ายและตัดสินใจประหารฮองตง โชคดีที่อุยเอี๋ยนช่วยฮองตงไว้ ทำให้เล่าปี่ได้ยอดนักรบอย่างฮองตงและอุยเอี๋ยนมาอยู่ในมือพร้อมๆ กัน(โดยเฉพาะอุยเอี๋ยน เล่าปี่ไว้ใจเขามาก และในประวัติศาสตร์จริงอุยเอี๋ยนเป็นขุนพลที่มีผลมากที่สุดในบรรดาขุนพลของเล่าปี่-เหนือห้าทหารเสือ กวนอู เตียวหุย ม้าเฉียว ฮองตง และ จูล่ง ด้วยซ้ำ แต่กลับตกสำรวจ ไม่ถูกจัดรวมเป็นหกขุนพล เพราะอาจารย์หลอนกว้านจงกับพ่อลูกเหมาดันทะลึ่งเขียนให้เขาเป็นคนคดจนต้องถูกฆ่าตาย เหตุผลน่าจะเพราะเขาไม่ถูกกับข่งเบ้ง) และฮองตงก็ไม่ทำให้เล่าปี่ผิดหวัง เขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่งแม้ว่าจะอายุมากกว่าใคร แม้จะมีอายุมากกว่าเจ็ดสิบแล้วแต่ยังสามารถขี่ม้าควงกระบี่ได้ด้วยตัวเองมันก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ความจริง อย่างที่ผมได้ตั้งข้อสันนิฐานไว้แล้ว ผมคิดว่าคนสมัยก่อนแก่ช้ากว่าคนสมัยนี้ แม้จะเข้าวัยแง้มฝาโลงแล้วก็ยังออกรบได้อย่างห้าวหาญ(ดูอย่างกวนอูหรือจูล่งในช่วงบั้นปลายของชีวิต แก่ปูนนั้นยังรบไหว แม้แต่โจโฉที่ขี่ม้ารบขณะอายุหกสิบสี่ปี แม่ผมที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดถึงกับต้องพูดอย่างไม่เชื่อเลยว่า "อายุขนาดนั้นยังจะขี่ม้าไหวอีกเรอะ" ฮา...) แต่ที่มีวุฒิภาวะสูงเพราะแต่งงานเร็ว เพียงแต่พวกเขาก็ตายเร็วเช่นกันซึ่งไม่ใช่เพราะโรคชรา แต่เพราะสงครามและโรคระบาดเป็นส่วนใหญ่

ความน่าเสียดายของทั้งคู่คือการตายอย่างไม่สมความยิ่งใหญ่ครับ เช่นเมื่อแฮหัวเอียนถูกตัดหัวไปให้เล่าปี่ เล่าปี่กลับบอกว่า "ถ้าไม่ติดว่าข้าอยากได้(น่าจะใช้คำว่า "อยากจัดการ" มากกว่า)ตัวโจโฉจึงต้องใช้ศีรษะของแฮหัวเอียนมาต่อรองเพื่อเรียกให้เขามา ข้าคงพอใจที่จะได้ศีรษะของเตียวคับมากกว่า ศีรษะของเตียวคับมีค่ามากกว่าแฮหัวเอียนสิบเท่า" ดูสิครับ... เล่าปี่เห็นแฮหัวเอียนมีค่าเพียงแค่เป็นนกต่อล่อให้โจโฉยกทัพมาฮั่นจงเท่านั้นเอง  นับว่าหมดศักดิ์ศรีไปเลยและยังเป็นการบอกใบ้ว่า เล่าปี่นี่เองที่สั่งฆ่าแฮหัวเอียนเพื่อที่จะทำให้โจโฉเดินทัพมาด้วยโทสะหลังจากเสียงน้องชายไป ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการเจอโจโฉก็ไม่เห็นแฮหัวเอียนในสายตาด้วยซ้ำ อยากได้หัวเตียวคับมากกว่า(เฮ่ย... เล่าปี่ แกรีบออกมาเคลียร์เดี๋ยวนี้เลยว่าสรุปแล้วระหว่างแกกับโจโฉมันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลรึเปล่า ทำไมยุ่งกับเค้าจังฟะ ขนาดแก่ปูนนี้แล้วยังไม่คิดจะปล่อยเลยเหรอ?)  แล้วฮองตงก็บ้าจี้ ได้ยินดังนั้นก็อาสายกทัพออกไปอีกรอบเพื่อจะไปเอาหัวของเตียวคับที่มีมูลค่าสูงขนาดนั้นมา แล้วเล่าปี่ก็ส่งจูล่งไปช่วยรบด้วยเพื่อจะเอาหัวเตียวคับคนเดียวจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะเจอเตียวคับเอาคืน แถมภายหลังฮองตงยังต้องมาตายอย่างน่าอนาจในศึกซุนกวนเพราะแก่แล้วไม่เจียมบอร์ดี้ ถูกหามกลับกระโจมในสภาพกลายเป็นแม่นก่อนจะจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา

คราวหน้าผมคงลงเรื่องเร็วขึ้นเยอะแล้วครับ เพราะพ้นระยะเวลาการฝึกงานในออฟฟิสแล้ว อิสระจะมีมากขึ้น(ไม่ใช่อิสระฮาตะนะ) ผมจะลงเกี่ยวกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในพงศาวดารสามก๊ก ก่อนจะเข้าเรื่องการทำสงครามของข่งเบ้งในฐานะทายาททางการเมืองของเล่าปี่ในตอนถัดไป ตามอ่านตามวิเคราะห์วิจารณ์ช่วยกันหน่อยนะครับ จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว

อันนี่เอามาฝาก เห็นแล้วขำดี
โจโฉกับแฮหัวตุ้นไปเก็บทานตะวัน

แฮหัวเอียนอาสาตกแต่งให้

ออกมาเป็นแบบนี้แหละ

เหมือนจะรับไม่ได้ยังไงชอบกล...

เอียนกลัวพี่ๆ จะโกรธ

ก็เลยเอาดอกทานตะวันก้านอ้วนมาขนาบดอกเตี้ยไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #464 Wanwan_29 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 17:49
    เป็นพี่น้องสามคนสินะ (ต้นเตี้ยคือโจโฉ ผูกริบบิ้นคือแฮหัวตุ้น อ้วนๆก็แฮหัวเอี๋ยน) น่ารักนะเนี่ยยยยย
    #464
    0
  2. #220 LE BASIlIC (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2555 / 22:51
    _(:3」∠)_

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 สิงหาคม 2555 / 21:48
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 30 เมษายน 2559 / 23:31
    #220
    0