เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 29 : ชำแหละสามก๊ก-แท้จริงแล้วหลอกว้านจงเขียน "พงศาวดาร"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    12 ก.พ. 55

ชำแหละสามก๊ก-แท้จริงแล้วหลอกว้านจงเขียน "พงศาวดาร"
 

นอกจากความเป็นนักเขียนนิยายแล้ว หลอกว้านจงยังเป็นนักประวัติศาสตร์และนักภูมิศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงด้วย เค้ามีผลงานที่ยอดเยี่ยมอยู่หลายเล่ม หนึ่งในนั้นคือสามก๊กซึ่งถูกเขียนขึ้นสองเวอร์ชั่นคือ ฉบับพงศาวดารและฉบับเล่นงิ้ว ผมไม่รู้ว่าฉบับเจ้าพระยาที่เราอ่านเป็นฉบับงิ้วหรือฉบับพงศาวดารกันแน่ แต่เนื่องจากมีคนสับหลอกว้านจงมากฐานทำให้ประวัติศาสตร์บิดเบือน และมีคนไม่น้อยที่ออกมาบอกว่าหลอกว้านจงไม่ได้เขียนรุนแรงขนาดนั้นที่เขียนคือพ่อลูกแซ่เหมาต่างหากแล้วฉบับหลอกว้านจงจริงๆ ไม่มีแล้ว ผมจึงต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนตอนนี้ขึ้นมา  แต่ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องกัน เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่า "เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าหลอกว้านจงคือต้นฉบับของสามก๊กทุกเวอร์ชั่นที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน และเราต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันชัดเจนด้วยว่าสามก๊กเข้ามาถึงบ้านเราในสมัยอยุธยาตอนต้น และหลอกว้านจงก็มีชีวิตในช่วง พ.ศ.1873-1943 ซึ่งใกล้เคียงกัน ฉะนั้นสามก๊กในบ้านเราจึงเป็นของหลอกว้านจงครับ" แต่พึ่งจะมาแปลสมัยรัชการที่หนึ่งโดยทีมงานของเจ้าพระยาพระคลัง แต่ดันไม่แจ่มเรื่องภาษา และไม่เข้าใจวัฒนธรรมที่ต่างกัน ทั้งไม่รู้ว่าจีนเมื่อพันปีก่อนเป็นอย่างไร สามก๊กของเราจึงผิดมหาศาล ตัวอย่างเช่น "ฝ่ายโจโฉนั้นมีความดีความชอบจึงโปรดให้ไปกินเมืองเจลำเซียง" ต้นฉบับบอกว่า "โจโฉได้เป็นปลัดเมืองเจลำ" ไอ้ทุเรศ!  ฉบับเจ้าพระยาพระคลังนั้นมั่วซั่วมาก ทำให้ผมหลงคิดว่าซุนฮกเป็นญาติซุนกวนทั้งที่นายฮกแซ่ "เสวีย" ส่วนนายกวนแซ่ "ซุน"

นอกจากความผิดพลาดจากการแปลแล้ว ผู้แปลยังบิดเบือนต้นฉบับอย่างจงใจครับเพราะทีมงานแปลอยู่ในระบบกษัตริย์นิยมย่อมไม่พอใจที่จะเขียนยกย่องคนเก่งแต่ชาติตระกูลต่ำเตี้ยอย่างโจโฉ จึงจงใจแต่งเติมให้เล่าปี่เป็นพระเอกเนื่องจากเป็นเชื้อพระวงศ์ และกัดโจโฉมากกว่าที่ต้นฉบับเค้าเขียน ทั้งหมดนี้เกิดจากฝ่ายเราครับไม่ได้เป็นเพราะพ่อลูกเหมา ว่าแล้วก็ขอแก้ไขความเข้าใจบางท่านด้วยว่าพ่อลูกเหมามีตัวตนเมื่อสามร้อยปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้เขียนให้เขียนให้ออกทะเลมากขึ้นดังที่หลายคนเข้าใจแต่ทำให้สมบูรณ์ขึ้นครับ แต่ไม่ค่อยมีมีใครได้อ่านเรื่องที่พวกเขาเขียน จนเมื่อปี พ.ศ. 2505 จึงมีการจัดพิมพ์เป็นครั้งแรกและกลายเป็นเล่มที่คนจีนนิยมอ่านมากที่สุด โจโฉกลายเป็นตัวละครที่ตลกมากเพราะพวกเขาเก็บตกข้อมูลเกี่ยวกับนิสัยโจโฉซึ่งออกจะเพี้ยนและขี้เล่นมาเขียนด้วย คนที่อ่านฉบับหลอกว้านจงจะรักเล่าปี่เกลียดโจโฉ ขณะที่คนอ่านเวอร์ชั่นพ่อลูกเหมาจะรำคาญเล่าปี่และชอบโจโฉมาก(เพราะโจโฉติงต๊องดี) อย่างไรก็ตามฉบับพ่อลูกเหมากลับถือเป็นนิยายครับ ในขณะที่ฉบับหลอกว้านจงคือพงศาวดาร!?

ทำไมพงศาวดารของหลอกว้านจงจึงแพร่หลายขนาดนั้น? เหตุผลง่ายๆ คือความมีชีวิตชีวา ถ้าเราคิดถึงพงศาวดารฉบับคำให้การของคนกรุงเก่าจะเห็นภาพชัดขึ้น ทุกวันนี้คนไทยยังเชื่อว่าพระนเรศวรท้ามังสามเกียดชนไก่เอาบ้านเอาเมืองจริงๆ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานร่วมสมัยรองรับแต่ก็ยังพยายามทำให้มันจริงจนได้ แถมมังสามเกียดยังกลายเป็นเจ้าชายมังกะยอชวาแบบจับแพะชนแกะ แม้ประวัติศาสตร์จะบอกชัดว่าพระสุพรรณกัลยาไม่ได้ถูกนันทบุเรงฟันขาดพร้อมโอรสแต่ปลอดภัยที่อังวะและจากโลกไปด้วยโรคชราเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม เจ้าหญิงภูซิน(เมงอทเว)ก็เป็นมเหสีของพระเจ้าอะนอคะเปตลุน แต่พี่ไทยก็ไม่สนเพราะยึดเรื่องเล่าที่เหมือนนิยายมากกว่าประวัติศาสตร์ที่ไร้ชีวิตชีวา เช่นกัน คนจีนส่วนใหญ่เชื่อว่าโจโฉแตกทัพเรือเหมือนพงศาวดารฉบับหลอกว้านจงมากกว่าจะเชื่อว่าถอยทัพเพราะหนีโรคระบาด คุณวิบูล วิจิตรวาทการผู้เขียนเรื่องของพระมหาจักรพรรดิเองก้เชื่อนายปินโตทั้งๆ ที่ปินโตนั้นแต่งเติมเรื่องให้เวอร์เกินจริงเพื่อให้ขายได้ตามประสาฝรั่งที่ชอบอ้างเรื่องจริงแต่ดันเขียนนิยาย
 

 
ถ้าเป็นเรื่องแต่งอยากเขียนอะไรก็เขียนครับ เช่นเรื่องนี้ เล่าปี่ทรยศลูกน้องเพื่อช่วยโจโฉ(อ่านแล้วเกิดคำถามว่า "นี่มันสามก๊กเวอร์ชั่นไหนกันฟะ")

ความที่เป็นสามก๊กของหลอกว้านจงคือพงศาวดาร นักประวัติศาสตร์สมัยนั้นจึงถือว่าจริงเจ็ดในสิบตามหลักการพิจารณาพงศาวดารทั่วๆ ไป ซึ่งต่อมาคนรุ่นหลังก็ช่วยกันเพิ่มข้อมูลด้วยในเล่มต่างหาก แต่คนไม่รู้ก็เอาชำระแบบรวมเล่มจึงผิดกันจนทุกวันนี้ ถ้าอยากอ่านฉบับหลอกว้านจงที่สะอาดบริสุทธิ์ไม่มีแต่งเติมก็คงต้องไปอ่านที่หอจดหมายเหตุ แต่ถ้าอยากจะคิดง่ายๆ กว่านั้นคือเปรียบเทียบข้อมูลกับปีที่หลอกว้านจงมีชีวิตอยู่ว่าไปด้วยกันได้มั้ย แต่ผมกล้าพูดว่าอย่างมากก็แค่เพิ่มรายละเอียด(เช่นด่านหกด่านที่กวนอูหักชื่ออะไรบ้าง) และเป็นความจริงที่เขียนดีมากจึงถูกนำไปเล่นงิ้วด้วย หลอกว้านจงจึงมีสองชุดคือชุดพงศาวดารและชุดสำหรับเล่นงิ้ว

เอาเป็นว่าเรามาดูฉบับพงศาวดารกันหน่อยเพราะผิดพลาดเยอะ ข้อแรกพงศาวดารเล่มนี้ได้รวบรวมขึ้นจากตำนานและคำบอกเล่าโดยมีพงศาวดารเสฉวนเป็นหลักหาใช้ฉบับเฉินโซ่วอย่างหลายคนเข้าใจ(ขึ้นต้นก็แย่แล้วครับเพราะดันเป็นพงศาวดารที่เขียนตามคำสั่งข่งเบ้ง) หลอกว้านจงเกิดหลังเรื่องจริงมากกว่าพันปีท่านคิดเอาว่ากว่าจะถึงเรื่องเล่าจะถึงมือหลอกว้านจงจะเพี้ยนไปขนาดไหน และเฮียหลอคงไม่ได้เขียนแบบหลับหูหลับตานะครับ เค้าต้องพิจารณาว่าเรื่องบางเรื่องมันเข้ากันมั้ยจึงมีการเสริมบ้างตัดบ้างให้เนื้อหาไปด้วยกันได้ และตามธรรมดาคนเขียนประวัติศาสตร์ก็ต้องมีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้(เหมือนที่ผมนั่งวิเคราะห์ให้ท่านอ่าน)ก่อนจะเขียน แต่คุณหลอไม่ได้วิเคราะห์เป็นฉากๆ เหมือนซามมาเอล คนอ่านเลยไม่รู้ว่าเฮียเขียนลงไปได้ยังไง? และเนื่องจากคุณหลอเป็นทีมงานที่พ่ายแพ้จูหยวนจางจึงมีอคติกับฝ่ายที่มีอำนาจโดยชอบธรรมด้วยธรรมดาของปุถุชน ยิ่งอ่านพงศาวดารฉบับเข้าข้างเล่าปี่ก็ยิ่งไปกันใหญ่(ยิ่งพ่อลูกเหมามาสืบสันดานโจโฉก็ยิ่งติงต๊อง แต่คนอ่านรักน่าดู)ซึ่งผมเอามาให้พิจารณาดังนี้

ศึกผาแดง-ความผิดพลาดสูงสุด!?
เมื่อโจโฉพาทหารเดนตายสามสิบคนวิ่งไปมาเหมือนคนเสียสติแล้วก็ขอชีวิตกวนอูแบบหมดศักดิ์ศรี ผมพบว่าหลอกว้านจงไม่ได้พลาดซะทุกอย่างหรอกครับ เพราะตามประวัติศาสตร์ทัพของซุนกวนได้โจมตีและจมเรือลำที่โจโฉนั่งมากลางหมอกจัด กำเหลงเข้าประชิดตัวโจโฉที่กำลังป่วยด้วย แม้จะไม่รู้ว่าได้ฝากคมดาบบนร่างโจโฉหรือไม่ แต่เป็นความจริงที่หลังจมเรือมีคนที่รอดและพยายามคุ้มครองโจโฉที่โคม่ากลับค่ายมีเพียงไม่กี่สิบคนจริงๆ เป็นไปได้มั้ยว่าตามเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นอาจจะโดนกวนอูที่นำทหารมาด้วยพบเข้าพอดี กวนอูจอมโอหังไม่มีวันมาตามคำสั่งข่งเบ้งแน่ แต่คงมาตาคำสั่งเล่าปี่จอมอัจฉริยะที่ไม่ยอมให้ฆ่าโจโฉผู้มีนิสัยเป็นประเภทขุนแลกเบี้ย(ยอมตายเพื่อฆ่าทั้งกองทัพ) เพราะถ้าโจโฉเป็นอะไรไปกองทัพจะไม่ถอยกลับแต่จะปักหลักสู้และส่งข่าวกลับฮูโต๋ให้แต่งตั้งโจผีซึ่งยังไม่ได้มีโจสิดเป็นคู่แข่ง สถานการณ์สงครามกับทัพโจจะไม่ดีขึ้นแต่จะถึงจุดแตกหักกับง่อแน่นอนและตัวเองก็จะพังด้วย คำสั่งของเล่าปีน่าจะเป็นการ "จับเป็น" มากกว่าเพราะโจโฉที่ยังมีชีวิตจะเป็นเครื่องต่อรองชั้นดีกับฝ่ายวุ่ย แต่กวนอูคงต้องยอมปล่อยให้เตียวเลี้ยวอุ้มโจโฉที่ปางตายหนีไปเพราะถ้าโจโฉเสียชีวิตระหว่างการชิงตัวย่อมไม่คุ้ม สรุปแล้วหลอกว้านจงได้เก็บรายละเอียดสำคัญไว้ เพียงแต่วิเคราะห์เหตุการณ์ผิดไปหน่อย ทหารเดนตายสามสิบคนจึงช่วยกันคุ้มกันโจโฉกลับฮูโต๋แทนที่จะพากลับค่ายที่ป่าดำ
 

กวนอูหักด่าน!?
อันนี้มีคนค้านไว้ว่าหลอกว้านจงอาจจะไม่ได้เขียนเพราะบางด่านไม่มีสมัยหลอกว้านจงและมีหลักฐานให้เราพิจารณาด้วย ผมยืนยันว่าหลอกว้านจงเขียนแน่นอน แต่ไม่ได้ให้ชื่อด่านไว้(คนรุ่นหลังก็มาสันนิฐานและเติมชื่อเอง) เพราะมีเรื่องหักด่านหกด่านของกวนอูจริงๆ ในประวัติศาสตร์ แต่เป็นการหักด่านเพื่อหนีทางการหลังฆ่าคนตายครับ ด่านทั้งหกไม่ได้อยู่ไกลกันแบบอ้อมประเทศแต่แค่ประตูเมืองหกเมืองใกล้ๆ กัน เขาหนีไปและเจอกับเล่าปี่ จึงอยู่รับใช้เล่าปี่แต่นั้นเป็นต้นมา และจากวันนั้นเขาก็เปลี่ยนชื่อจากเฝิงเสี้ยนเป็นกวนอู(ฮา) เมืองที่เขาฆ่าคนตายนั้นโจโฉมีตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด แต่โจโฉสอบเรื่องแล้วพบว่ากวนอูป้องกันตัวจึงให้คนเอาจดหมายไปบอกนายด่านที่หกปล่อยไป(มันหนีโจโฉไปหาเล่าปี่จริงๆ!?) ตอนนั้นกวนอูอายุแค่สิบหกปีส่วนโจโฉก็ยี่สิบสาม มาเจอกันอีกทีก็อีกเจ็ดปีถัดมาโจโฉอาจจะจำกวนอูไม่ได้แล้ว หรือถ้าจำได้ก็ไม่ติดใจเอาความอีกเพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

เตียวเสี้ยน-ชัวส์หรือมั่วนิ่ม!?
นางเตียวเสี้ยนที่มายั่วลิโป้และตั๋งโต๊ะจนฆ่ากันตายไม่มีจริง แต่มีผู้หญิงชื่อเตียวเสี้ยนจริงๆ โดยโจโฉนี่เองที่เป็นคนแนะนำตั๋งโต๊ะให้ถวายนางแด่เหี้ยนเต้และพระองค์ก็ตั้งนางให้เป็นฮองเฮา เตียวเสี้ยนมีอายุมากกว่าเหี้ยนเต้หลายปีเพราะเป้าหมายแรกในการถวายก็เพื่อให้ควบคุมราชสำนักได้ และหากศึกษาประวัติศาสตร์อย่างแยบยล เธอนี่เองคือตัวตั้งตัวตีสำคัญในการโค่นตั๋งโต๊ะและเกือบจะตัดหัวโจโฉได้หลายครั้งเพื่อครองอำนาจหลังราชบัลลังก์ เข้าใจว่าหลอกว้านจงเจอข้อมูลว่าเตียวเสี้ยนคือผู้หญิงที่เป็นตัวแปรสำคัญของอำนาจ แถมตั๋งโต๊ะกับลิโป้มีปัญหาผิดใจกันเพราะผู้หญิง หลอกว้านจงจึงตีความว่าเตียวเสี้ยนคือหญิงงามล่มเมือง

เล่าปี่-ข่งเบ้งคนทีที่สุดในพิภพ!?!
หลักฐานร่วมสมัยไม่มีเล่มไหนบอกเลยว่าเล่าปี่เป็นคนมีคุณธรรมหรือเจ้าน้ำตา แต่บอกตรงกันว่า "เล่าปี่ทะเยอทะยานแต่สำรวมถ้อยคำ ถ้าไม่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากพอจะไม่รู้ว่าชายคนนี้มักใหญ่ใฝ่สูง" แม้เจ้าทีมงานเจ้าพระยาจะบิดปากกาให้เล่าปี่เป็นคนโคตรดีแต่ก็ไม่อาจจะกลบสิ่งที่หลอกว้านจงเขียนให้คนที่เล่าปี่ไปพึ่งใบบุญมาแล้วออกมาพูดถึงเล่าปี่เสียๆ หายๆ ได้ โจโฉที่คนอ่านคิดว่าปองร้ายเล่าปี่ทุกลมหายใจก็ถูกเล่าปี่ต้มจนเปื่อย แม้จะอ่านฉบับเจ้าพระยาที่แปลเข้าข้างเล่าปี่แล้วผมยังรู้สึกว่าเล่าปี่ต่างหากที่คุกคามโจโฉ ซ้ำเล่าปี่ยังเลือดเย็นจนน่าขนลุก... อีกคนหนึ่งคือข่งเบ้งที่โคตรมีคุณธรรม แต่อ่านไปอ่านมาแล้วต้องเกาหัวกับพฤติกรรม ซึ่งคงจะยาวถ้าให้ผมอธิบาย จึงขอแนะนำหนังสือเรื่อง "เปิดหน้ากากข่งเบ้ง" สามภาคกับ "ชำแหละกึ๋นเล่าปี่" ของเล่าชวนหัว เพราะที่เอาเป็นเหตุด่าสองคนนี้ล้วนขุดจากพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทั้งสิ้น อีกสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ ผมอ่านแล้วหัวเราะจนหงาย เพราะผมก็สังเกตเห็นเหมือนที่เล่าชวนหัวเห็นนั่นและ เลยรู้สึกเหมือนแกมานั่งพูดในใจผมเลย
 
 
ดูรูปแล้วจินเอา

เหตุผลสำคัญที่หลอกว้านจงลำดับเวลาผิดพลาดหลายครั้งเพราะคิดตามหลักเหตุผลเกินไป เช่น

1 "โจโฉประหารหมอหัวโถที่เสนอผ่ากระโหลกศีรษะของโจโฉเพื่อขุดลิ่มเลือดออก" หลอกว้านจงคงไม่คิดว่าโจโฉจะมีเหตุผลในการประหารหมอหัวโถจึงคิดว่าหมอเสนอการผ่าตัดสมองให้ แต่โจโฉระแวงถึงถูกประหาร ความจริงผู้เสนอการผ่าคือหมอหญิงที่เป็นคู่ประกบคลายเครียดยามสงครามของโจโฉนั่นเอง ทว่า โจโฉอ่อนแอเกินกว่าจะรับการผ่าตัดและหมออื่นๆ ไม่กล้าเสี่ยงเพราะหากโจโฉตายระหว่างผ่าตัดโจผีคงลากขึ้นเขียงทุกคน

2 ความจริงม้าเฉียวไล่ฆ่าโจโฉเกือบตายหลังจากนั้นหลายปีโจโฉจึงฆ่าม้าเท้งเพราะขบถ แต่หลอกว้านคงมองว่าถ้าโจโฉถูกม้าเฉียวล่าขนาดนั้นย่อมฆ่าม้าเท้งเพื่อแก้แค้นแทนที่จะปล่อยให้ม้าเท้งทำผิดแล้วค่อยฆ่า แต่บันทึกทุกเล่มระบุตรงกันว่าม้าเท้งตายเพราะทำผิดหลอกว้านจงจึงคิดว่า "โจโฉฆ่าม้าเท้งก่อนม้าเฉียวจึงแค้น" ซึ่งสมเหตุสมผลกว่า นับว่าหลอกว้านจงผิดอย่างน่าเสียดายเพราะใช้หลักคิดของคนทั่วไปมาวัดคนอย่างโจโฉที่ตันก๋งและกุยแกยังต้องยกย่องก่อนตาย ว่าเป็นผู้ครองแผ่นดินที่มีเมตตาสูงมาก

3 หลอกว้านจงว่า "โจโฉประหารฮองเฮาก่อนแล้วค่อยถวายลูกสาว" ทั้งที่โจโฉได้เป็นวุ่ยก๋งเพราะถวายลูกสาวขณะที่ฮองเฮายังมีพระชนม์อยู่ และเป็นเหี้ยนเต้เรียกร้องเอาจากโจโฉเอง แต่หลอกว้านจงคงเชื่อไปแล้วว่าโจโฉข่มเหี้ยนเต้(เพราะเจ้าซื่อบื้อโจผีมันดันตั้งตัวเป็นฮ่องเต้)จึงไม่คิดว่าเหี้ยนเต้จะขอลูกสาวโจโฉจริง และวิเคราะห์ไปว่าโจโฉบังคับให้เหี้ยนเต้รับลูกสาวเค้าเป็นฮองเฮาใหม่

4 หลอกว้านจงเป็นผู้ริเริ่มเรื่อง "ตันก๋งทิ้งโจโฉเพราะโจโฉฆ่าลิแปะเฉียและครอบครัว" ความจริงมีบันทึกที่เขียนหลังสมัยเฉินโซ่วว่า "ปฐมกษัติย์เว่ยหวู่ตี้ทรงหลบออกจากเมืองหลวงมีสมบัติพอควร ลิแปะเฉียและลูกต้องการชิงทรัพย์แต่เห็นเว่ยหวู่ตี้ระวังพระองค์จึงทำทีเป็นมิตรชวนไปพักที่บ้าน" ครับ.. พอตกดึกก็ช่วยกันปลุกปล้ำโจโฉ(เฮ้ยๆ คิดอะไรน่ะ? อย่าจิ้นให้มันมากนะ) และหมายจะฆ่าและฝังซะ โจโฉจึงพยายามหว่านล้อมให้ตัวเองมีช่องทางเอาตัวรอดก่อนจะฆ่าเด็กหนุ่มสามคนเพื่อป้องกันตัว โจโฉพูดอย่างเศร้าใจก่อนฆ่าลิแปะเฉียให้ตายตามลูกไปว่า "พวกท่านทำผิดต่อข้าเพราะความโลภ แต่ข้าทำผิดต่อท่านเพื่อไม่ให้ท่านทำผิดต่อข้า" พอดีว่าหลอกว้านจงคงได้ข้อมูลเรื่องตันก๋งหนีจากโจโฉเพราะโจโฉได้ฆ่าคนผู้หนึ่งทั้งครอบครัว เลยเดาเอาว่าเหตุการณ์ลิแปะเฉียปิดซิง เฮ้ย เหตุการณ์โจโฉฆ่าลิแปะเฉียตันก๋งคงอยู่ด้วย แม้หลอกว้านจงจะจงใจแปลงคำพูดของโจโฉเป็น "ข้ายอมผิดต่อใต้ฟ้า ดีกว่าให้ใต้ฟ้าผิดต่อข้า" จนเหมือนโจโฉจะสามารถทำผิดต่อใครก็ได้ใน "ใต้ฟ้านี้" แต่เขารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำ ผิดกับทางเราที่จงใจบิดเบือนต้นฉบับไปว่าโจโฉพูดอย่างเลือดเย็นว่า "ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้โลกมาทรยศข้า" ทำให้โจโฉเสียผู้เสียคนไปเลย

5 อีกคนที่น่าสงสารไม่แพ้กันคือจิวยี่ที่ถูกข่งเบ้งยั่วจนกระอักเลือดตายแค่เพราะดันมาตายหลังเสียรู้เล่าปี่(แต่พงศาวดารเสฉวนที่เขียนตามคำสั่งข่งเบ้งคงเขียนยกหางว่าข่งเบ้งเก่งแทนที่จะเป็นเล่าปี่เก่ง) คุณหลอคงพิเคราะห์ดูก็เลยคิดว่ากระอักเลือดตายเพราะเสียรู้ข่งเบ้ง ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะถ้าเรามีข้อมูลในมือแค่นั้นก็คงวิเคราะห์ออกมาอีหรอบเดียวกัน ส่วนพวกพ่อลูกเหมาบ้าง ยาขอบบ้าง ก็พากันเขียนเพิ่มจนจิวยี่กลายเป็นไอ้ขี้อิจฉา ถ่มน้ำลายรดฟ้า เสียผู้เสียคนไปเลยทีเดียว

ยังมีคนอีกมายมายที่เสียชื่อเสียงแบบไม่มีทางเรียกคืนเพราะบทวิเคราะห์ที่ผิดพลาด  แต่เราล่ะ มีโอกาสศึกษาข้อมูลมากกว่าหลอกว้านจงหลายเท่าแล้วยังจะถือหนังสือเล่มเดียวมาอธิบายทุกอย่างนี่ปัญญาอ่อนไปหน่อยมั้ย? แล้วเล่าอย่างกับผู้รู้แต่โดยไม่ตรวจทานต้นฉบับเค้าก่อนนี่สมควรโดนสับยิ่งกว่าหลอกว้านจงหลายเท่าเพราะทำให้คนอ่านไม่มีโอกาสพิจารณาอย่างรอบด้าน ประวัติศาสตร์ฉบับหลอกว้านจงนี้ผมว่าเค้าทำได้ดีมากแล้วสำหรับปราชญ์ชาวบ้าน เค้าได้พยายามวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ด้วยหลักเหตุและผล แม้ว่าจะไม่ถูกต้องที่สุดแต่ก็ได้นำเสนอมุมมองใหม่ๆ และเก็บตกเรื่องราวหลายอย่างที่หาอ่านไม่ได้ในพงศาวดารฉบับหัตถเลขาเช่น ฮันนิบาลฆ่าเมียเพื่อทำอาหารให้เล่าปี่ ข่งเบ้งตีเฮ็กเจียอย่างยากลำบากก็ยังไม่สำเร็จ ลิโป้ยิงธนูช่วยเล่าปี่ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหลอกว้านจงก็ต้องนับว่าเป็นบุคคลที่เราควรยกย่องคนหนึ่งมากกว่าจะสับจนเละ ถ้าเราพิจารณาอย่างเป็นธรรม

ตอนต่อไป แหละนางเตียวเสี้ยนว่าตัวจริงกับของหลอกว้านจงและนิยายที่คนรุ่นหลังเขียนนั้น อันไหนจะเผ็ดมันกว่ากัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #444 กำเหลง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 01:01
    คห.299

    ได้อ่านตรงหัว บทความไหมครับ

    หรือว่าคุณอยู่ในจำพวก เด็กไทย อ่านหนังสือ ปีละไม่ถึง 8 บรรทัด
    #444
    0
  2. #299 ... (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 09:06
    จขกท พูด เหมือนว่าการ วิเคราะ ของตัวเอง ถูกต้องแล้ว ทั้งที่ความจริงแล้ว ตัวท่านเอง ก็ไม่ได้เกิด ใน 1000 ปีที่แล้ว

    ถึงจะบอกว่าวิเคราะก็เหอะ แต่ลักษณะ การพูดแล้ว มันเหมือน สิ่งที่ คุณพูด มัน ถูก สิ่ง ที่ คนอื่น พูด มัน ผิด สำคัญ ตัวเองผิดไปหรือป่าว ? ไม่มีใครรู้ความจริงอะไรทั้งนั๊น เพราะไม่ได้เกิด ใน 1000 ปีที่แล้ว แล้วคุณมาพูดเหมือนคุณ รู้ทุกอย่าง แบบนี้... พิจารณาตัวเอง เหอะนะคับ ในโลกนี้ ไม่มีคนโง่ หรือ ฉลาด มีแค่ รู้หรือไม่รู้ อย่าสำคัญตัวเองผิดไป...
    #299
    1
    • #299-1 เล่าป่วย (จากตอนที่ 29)
      2 พฤศจิกายน 2558 / 21:13
      ว้ายยย ติ่ง จ๊ก จะร้องแล้วอ้า โอ๋ๆๆๆ
      #299-1
  3. #278 eagle(Original) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 / 02:50
    ขอเสริมเรื่องการแปลสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังหนที่มีการดัดแปลงเนื้อหาและแปลผิดไปเยอะหน่อยครับน้อง


    มันมีนัยยะที่ทำให้จำเป็นต้องดัดแปลงเนื้อหาจากสามก๊กของหลอก้วนจง ของฉบับเจ้าพระยาพระคลังหน ส่วนหนึ่งเพราะทมีงานแปลสมัยนั้นมีขีดจำกัดด้านภาษาด้วย แต่นัยยะของการดัดแปลงเนื้อหานั้น หลักๆมีสามประเด็น เรื่องนี้มีคนทำวิจัยไว้เยอะมากด้วย ก่อนหน้าเล่าชวนหัวจะมาเขียนหนังสือเป็นสิบๆปี

    1.แนวคิดด้านความเป็นพุทธที่ใส่ไปในเรื่อง ซึ่งต้นฉบับเดิมจะไม่มีตรงนี้ เป็นแนวคิดในเรื่องบุญกรรม ตัวละครสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังหนจะมีความคิดในทำนองนี้ทั้งหมดเรื่องบุญกรรม และมีการยอมรับในผลกรรมตามที่ทำ แต่ต้นฉบับหลอก้วนจงจะไปเน้นในเรื่องชะตากรรมจากฟ้าและความพยายามที่จะต่อสู้กับลิขิตฟ้าของมนุษย์ ซึ่งเราจะพบว่าตัวแทนของเรื่องนี้คือขงเบ้งที่พยายามสู้ฝืนลิขิตจนตาย

    2.สมัยร.ที่1 ซึ่งทรงรับสั่งให้แปลเรื่องสามก๊กนั้นนอกจากจะให้เพื่อเป็นตำราพิชัยสงครามและด้านการปกครองแก่เชื้อพระวงศ์แล้ว ยังเพื่อปลูกฝังแนวคิดความภักดีในเชิงบุคคล และการแทนที่ราชวงศ์เดิม เราจะพบว่าฉบับเจ้าพระยาพระคลังหนมีการพูดถึงความภักดีต่อราชวงศ์ฮั่นน้อยมาก. เพราะคสามคิดเรื่องความภักดีจะไปโยงกับบุคคลนั่นคือพระเจ้านเต้แทน

    3.เป็นการแปลและดัดแปลงเนื้อหาเพื่อให้เหมาะและเกิดความเข้าใจง่ายต่อสังคมไทยและคนทั่วไปในเวลานั้น เอาง่ายๆว่าแนวคิดการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในสามก๊กหลายตอนนั้นจะมีการอ้างความชอบธรรมและเรื่องความพยายามที่จะทำเพื่อความภักดี แต่ถ้าเราไปดูต้นฉบับหลอก้วนจง ไม่ได้เน้นเรื่องพวกนี้เลย แต่จะทำนองว่าทำตามโองการสวรรค์เพื่อประชาชน หรือแนวคิดทางทหารที่ว่าแม่ทัพออกรบแนวหน้าไใ่ต้องฟังคำกษัตริย์ ก็จะโดนบิดไป เพราะไทยเราไม่ได้มีพื้นที่กว้างไกลหรือเดินทางยากขนาดเมืองจีนยุคนั้น บรรดาแม่ทัพแนวหน้าจะทำอะไรที่สำคัญก็ยังต้องเขียนหนังสือส่งไปแจ้งต่อกษัตริย์อยู่ แต่ในสามก๊กต้นฉบับเราจะพบว่าแทบไม่มีอะไรแบบนี้ บรรดาแม่ทัพสามารถตัดสินใจเองได้ ขนาดเรื่องที่ขงเบ้งต้องถอยทัพกลับเพราะเล่าเสี้ยนเรียกตัว รายละเอียดและแนวคิดตรวนี้ก็มีการดัดแปลงที่แตกต่างกัน

    เรื่องการแปลของเจ้าพระยาพระคลังหน ไม่อยากให้โทษคนโบราณมากไป แต่ในทางกลับกันสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังหนนั้นยอดเยี่ยมในแง่วรรณกรรมความเรียงการฝช้ภาษที่สวยงามมาก แถมยังอ่านสนุก มีการเรียงความที่เหมาะกับคนไทย พี่ได้อ่านฉบับหลอก้วนจงเต็มทั้งฉบับแปลภาษาอังกฤษของ Briwett Taylor ที่เขายกกันนักว่าแปลตรงตามต้นฉบับหลอก้วนจงที่สุดในโลกกับฉบับแปลไทยของ วรรณไวและอจ.วิวัฒน์ ไปหลายรอบแล้ว (เพราะกำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเรื่องสามก๊กด้วย ต้องอ่านชนิดแทบจะเจาะทีละประโยคกันเลยว่ามีนัยยะอะไรอยู่แถมต้องศึกษาปัจจัยด้านนอกด้วยข้อมูลมหาศาลที่ต้องมาวิเคราะห์อีก) จึงพบว่าถ้าเราแปลตามเป๊ะโดยไม่ไปดัดแปลงเนื้อหาหรือการแปลเลย สามก๊กที่เข้ามาในเมือไทยอาจจะไม่ได้อ่านสนุกในหมู่ชาวบ้านทั่วไปและแพร่หลายมาขนาดนี้ก็ได้ ดังนั้นเราเป็นหนี้บุญคุณเจ้าพระยาพระคลังหนมากที่ทำให้สามก๊กกลายเป็น "วรรณกรรมไทยที่ดัดแปลงจากจีน"ชั้นเยี่ยม

    แต่ถ้าอยากอ่านฉบับที่แปลตรงจากหลอด้วนจงจริงๆ ในเมืองไทยตอนนี้ก็มีอยู่2ฉบับของ วรรณไว และอจ.วิวัฒน์ โดยฉบับของไทยเองนั้น ยืนยันกันแล้วว่าเราเอาฉบับของหลอก้วนจงที่ได้รับการปรับปรุงแล้วจากเหมาจงกังมาแปล แต่ที่น่าสนใจคือคำวิจารณ์ของเหมาจงกังที่เอียงฝ่ายเล่าปี่สุดลิ่มทิ่มประตู ใครอยากอ่านเพื่อวิเคราะห์ว่าทำไมเอียงขนาดนั้นหรือมีนัยยะอะไรซ่อนอยู่ก็ลองดูเลย



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2555 / 03:06
    #278
    0
  4. #98 Sammael Sin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:21
    อ้อ ตอบจูล่งด้วย...

    สำหรับอ้างอิงคือฉบับเจ้าพระยานั่นแหละ(แต่เอาแน่ไมได้มากเพราะความผิดพลาดสูง) แนะนำให้อ่านฉบับภาษาจีน ทั้งของพ่อลุกเหมาและฉบับหลอ ส่วนภาษาไทยคือฉบับแปลใหม่ เอามาประกอบด้วยจะรู้ว่าฝ่ายทีมงานแปลของเราทำเกินไปจริงๆ ครับ แล้วยังไปโยนว่าผิดมาจากเค้าอีกแน่ะ

    ส่วนหนังสือเรื่องอื่นๆ ก็คือสามก๊กฉบับเสริมที่มีมากมายในประเทศเรา เช่นฉบับการเมือง ฉบับตำราพิชัย ฉบับถามตอบ ฯลฯ ซึ่งผมคงลงอ้างอิงไม่ไหวเพราะถ้าอ้างอิงหมดมันจะเป็นสารนุกรมแทน(-"-) แต่เรื่องนี้มันชื่อ "เฮฮา..." เอาเป็นว่าอ่านเยอะๆ ดีกว่าครับ ส่วนถ้าชอบค้นเน็ต พิมพ์ Romance of the three Kingdoms แล้วอาจจะกำกับว่า histori ด้วยก็ได้ จะได้ฉบับภาษาอังกฤษหมด แต่อ่านแล้วตาลายน่าดู แต่ต้องอ่านหลายๆ เวอร์ชั่นด้วยนะ แล้วจะได้ฉบับประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ไม่งั้นจะผิดเหมือนที่ผมผิดช่วงแรกๆ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเชียว ตอนหน้าก็จะเผยเรื่องหน้าแตกของตนต่อด้วย

    ส่วนของไทยที่น่าสนใจก็มี "นิรโทษกรรมโจโฉ" พิมพ์หาเลยครับ จะได้ชัด สำหรับกรณีต้นฉบับหลอกว้านจงถ้าแปลฉบับภาษาจีนไม่ได้ เค้าพูดเรื่องประโยคเด็ดของโจโฉที่ถูกบิดเบือนจากต้นฉบับด้วย

    ขอบคุณครับที่มาอ่านตามคำเชิญ
    #98
    0
  5. #97 Zhao Yun - [ จูล่ง ] (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:25
    มาอ่านคร่าวๆก่อน  ตามคำเชิญ  จะหาข้อค้านที่มีเหตุผลละเอียดก็ไม่ได้มาก  ต้องขออภัยจริงๆค่ะ

    ...........................

              ตามที่ได้อ่านมา  คนที่แปลสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังนั้นเป็นคนจีนจากหลายภูมิภาคที่เข้ามาในไทย  สำเนียงคนละแบบ  และภูมิประเทศที่อยู่ก็ต่างกันทำให้ไม่เข้าใจกันหลายเรื่อง  เช่นเรื่องชื่อสถานที่  เมืองเอ๊กจิ๋ว  เสฉวน  กะเชงโต๋ดันเป็นเมืองเดียวกันซะงั้น  55+  น่าจะไม่ได้เกิดจากความตั้งใจโจมตีอะนะ

              เอาไปอันนึงก่อนละกันนะคะ  จริงๆก็อยากบอกเยอะเหมือนกัน  แต่คงยาวแหละ  เพราะหลายข้อเล็กๆน้อยๆสามารถหาข้อค้านได้จากหนังสือของเล่าชวนหัว  (แต่บางอันก็ดูเค้าอคติกับก๊กเล่าปี่เยอะเหมือนกัน  อ่านแล้วต้องมีวิจารณญาณมากๆด้วย)

              และต้องขออภัยเป็นอย่างสูงอีกครั้งค่ะ  ถ้าส่วนใหญ่ที่เราพูดจะมีแต่น้ำไม่มีเนื้อ  ไอ่เรื่องค้านนี่เราไม่เก่งนักหรอกค่ะ  แล้วก็ไม่ค่อยได้จำที่มาอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  หรือโน้ตเก็บไว้  อาศัยอ่านแล้วจำลงหมองเลยซะส่วนมากไม่ค่อยละเอียดอะไรเท่าไหร่  ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆหลายอย่างนะคะ  และถ้าไม่รบกวนจนเกินไปช่วยลงอ้างอิง  หรือบทความเสริมแบบละเอียดให้สักหน่อยจะได้ไหมคะ  เป็นวิทยาทานสำหรับคนที่ชอบสามก๊กทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่าน   
    #97
    0
  6. #96 ราเบล (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:15
    ผมยอมรับว่า เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ชอบหลอก้วนตงทั้งที่ ไม่เคยอ่านสามก๊กในฉบับของเขาเลย ที่เป็นแบบนั้นเพราะมีอคติด้วยคิดว่าไม่น่าเชื่อถือ ขอบคุณมากครับที่ทำให้ผมเห็นโลกได้ชัดขึ้น ไม่งี่นผมคงยังไม่ยอมรับกวีผู้นี้ต่อไปแน่
    #96
    0