เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 27 : ปราญ์ช(?)ปากสุนัข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 ม.ค. 55

ปราญ์ช(?)ปากสุนัข
 
^รูปเข้ากับบุคลิกมาก

หลายคนที่เคยอ่านสามก๊กในนวนิยายคงจะจำหมอนี่ได้ เพราะเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีสีสันยิ่งนัก เมื่อขงหยงกราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ยีเอ๋งรับราชการ แต่เหี้ยนเต้โยนการตัดสินใจไปให้โจโฉ โจโฉจึงต้องเรียกมาสัมภาษณ์งาน ยีเอ๋งก็มาคารวะโจโฉแต่โจโฉไม่คารวะตอบเพราะเห็นว่ายีเอ๋งเป็นเด็ก หมอจึงทำเป็นรำพึงให้โจโฉได้ยินว่า "น่าเสียดาย มองไปทั่วทั้งแผ่นดินกว้างใหญ่ไม่เห็นคนดีมีสติปัญญาสักคน" โจโฉเห็นว่ายีเอ๋งมาสัมภาษณ์งาน ถึงไม่นึกว่าจะถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก็งงหลายเติบก่อนจะว่า "แผ่นดินเรามีที่ปรึกษาแลทหารที่มีฝีมืออยูมาก ทำไมจึงว่าไม่มีคนดี" ยีเอ๋งเป็นคนทะนงตนมากจนมองไม่เห็นใครในในสายตาจึงย้อนถามว่า "ที่ว่ามีที่ปรึกษาและทหารซึ่งมีสติปัญญาและฝีมือนั้นข้าพเจ้ายังมองไม่เห็น ไหนลองเอ่ยนามให้ข้าพเจ้าฟังหน่อยเป็นไร" โจโฉจึงร่ายยาวทั้งที่ปรึกษาและทหาร  ยีเอ๋งฟังแล้วหัวเราะก๊ากแล้วว่า

-อันซุนฮกนั้นหน้าเหมือนหนึ่งจะร้องไห้ ชอบแต่ให้เยี่ยมไข้ส่งสักการศพ(เอ่อ... ซุนฮกหน้าดูเศร้า เพราะเค้าคิ้วตกครับ)
-ซุนฮิวนั้นชอบแต่ให้เป็นสัปเหร่อรักษาศพ(ไปอยู่ด้วยกันกับซุนฮกเลย)
-เทียหยกนั้นชอบแต่ใช้ให้เฝ้าจำหล่อ(เป็นยาม)
-กุยแกนั้นชอบแต่ให้แต่งโคลงและอ่านบัตรหมาย
-เตียวเลี้ยวนั้นชอบแต่ให้ตีกลองแลระฆัง(สงสัยว่าเตียวเลี้ยวหน้าเหมือนอารามบอย)
-เคาทูนั้นชอบแต่ให้เลี้ยงวัวแลม้า
-ลิเตียนนั้นชอบแต่ให้อ่านฟ้อง(อ่านคำร้องของชาวบ้าน)
-งักจิ้นนั้นชอบแต่ให้เดินหมาย(คนส่งเอกสาร)
-ลิยอยนั้นชอบแต่ใช้ให้ชำระอาวุธ
-หมันทองนั้นชอบแต่ให้เสพสุรากับกระดูกสุกร
-อิกิ๋มนั้นชอบแต่ให้แบกกระดานไปทำค่าย(เป็นกรรมกร)
-ซิหลงนั้นชอบแต่ให้ฆ่าสุกรขาย
-แฮหัวตุ้นนั้นชอบแต่ให้คอยรักษาตัวอย่าให้ข้าศึกตัดเอาศีรษะแลแขนซ้ายขวาไปได้(รักษาตัวให้ได้ก็พอ เพราะเสียตาไปข้างแล้ว)
-อันที่ปรึกษาแลทหารนอกนั้นชอบแต่ให้หาบเสบียงส่งกองทัพ ซึ่งท่านนับถือว่ามีสติปัญญากล้าหาญนั้นไม่เห็นด้วย

โกรธสิครับ, โจโฉย้อนถามว่า "เจ้าดูหมิ่นเหยียดหยามคนอื่นขนาดนี้แล้วเจ้ามีดีอะไรบ้าง" ยีเอ๋งก็โอ้อวดว่า "ข้าพเจ้ามีความรู้เจนจบทั้งเดือนดาวในนภากาศ และฮวงจุ๊ยว่าอย่างใดเป็นมงคล อย่างใดเป็นอัปมงคล การศาสนาไม่ว่าลัทธิขงจื้อ เต๋า หรือพุทธ และลัทธิอื่นเช่น นิตินิยม ศิลปิน บักจื๊อ การทูต-ประนีประนอม และเกษตรกรรม แม้ในการปกครองแผ่นดินข้าพเจ้าก็สามารถถวายคำแนะนำให้ฮ่องเต้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในราชธรรมเสมอด้วยพระเจ้าเงี้ยวเต้ และพระเจ้าซุ่งเต้ ซึ่งทรงทำนุบำรุงแผ่นดินให้ร่มเย็นเป็นสุข เปี่ยมพระบารมีมากพ้นสุดรำพันก็ได้ สามารถอบรมแนะนำสั่งสอนอาณาประชาราษฎรทั่วแผ่นดินให้ประพฤติคุณธรรมและสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินเหมือนกับขงจื๊อก็ได้ ซึ่งเปรียบกับท่านก็เหมือนเปรียบกับคนอันหาปัญญามิได้"
 
อย่าบังอาจดูถูกนายท่านของเตี้ยวนะ(ในรูปไม่ใช่ยีเอ๋งครับ เป็นโนบุนากะ)

ปาด... มึงบ้ารึเปล่าเนี่ย เตียวเลี้ยวชักดาบออกมาหมายจะลากลิ้นไอ้เด็กอวดดีที่บังอาจลบหลู่เจ้านายที่รักยิ่งกว่าฮ่องเต้หลังจากถูกไล่ไปตีระฆัง แต่โจโฉห้ามไว้เพราะคนทั่วไปมีความเชื่อมีความเข้าใจว่ายีเอ๋งเป็นคนดีมีความสามารถเป็น ต้องกระชากหน้ากากนั่นออกก่อน โจโฉจึงว่า  "ทางราชการยังขาดคนตีกลองต้อนรับแขก ให้รับยีเอ๋งไว้ให้มีหน้าที่ตีกลองต้อนรับแขกเวลามีงาน" นับเป็นการฉีกหน้าเด็กหนุ่มผู้จองหองมาก มันเลยแต่งตัวเป็นขอทานในวันทำงานวันแรกแต่ก็ตีกลองได้ดีจนทุกคนประทับใจ พอทหารคนหนึ่งถามว่าทำไมมามาดขอทานแบบนี้ ยีเอ๋งก็แก้ผ้าออกหมด-กลายร่างจากขอทานเป็นเปรตเลยคราวนี้ โจโฉตกใจพ่นเหล้าพรวดใส่หน้าข่งหยงก่อนจะแล่นลิ่วไปด่าถึงที่ เปรตหนุ่มก็โต้ไปว่า "กูทำเพื่อเป็นการออกหน้าแทน เพราะร่างกายนี้สะอาด พ่อแม่ให้กูมา" โจโฉโวยกลับว่า "แล้วร่างกายใครมันโสโครกกันฟะ?" ยีเอ๋งจึงตอบว่า "มึงไม่เข้าใจรึ กูจะพรรณนาให้ฟัง มึงไม่รู้จักว่าใครเป็นปราญ์ช ใครเป็นควาย คือตามึงโสโครก ไม่ศึกษากาพย์กลอนหนังสือ คือปากมึงโสโครก ไม่ยอมรับฟังความจึง คือหูมึงโสโครก ไม่ถ่องแท้ประวัติศาสตร์จากอดีตถึงปัจจุบัน คือกายมึงโสโครก ไม่สุภาพเมตตาต่อบรรดาเจ้าพระยาผู้ครองเมือง คือท้องมึงโสโครก จิตใจมึงนั้นมุ่งคิดก่อการกบฏอยู่เป็นเนืองนิจ คือจิตใจมึงโสโครก" ดูมัน! ถ้าฉากนี้โจโฉเอาตีนเล็กๆ กระทืบจนร้องเอ๋งทุกคนคงสะใจและปรบมือกันน่าดู แต่โจโฉกลับเอาโทสะของตนและคำด่าสารพัดของยีเอ๋งโยนลงชักโครกแล้วก็เอาน้ำราดจนเกลี้ยง
 
แก้ผ้าตีกลอง(ดีที่ในภาพมีผ้าเตี่ยวกันอุจจาด)

ใครหาว่าโจโฉใจร้อนอัตตาสูงก็เปลี่ยนความคิดเถอะครับ เพราะโดนด่าต่อหน้าผู้คนมากขนาดนี้ ยีเอ๋งไม่โดนถีบก็บุญแล้ว งานนี้ข่งหยงถึงกับรีบคำนับโจโฉเพราะเกรงว่าความผิดจะตกอยู่แก่ตัวเนื่องจากมันเป็นตัวการนำยีเอ๋งมา โจโฉก็ว่า "โทษซึ่งเจ้าได้กระทำไว้กับข้าที่แล้วมาถึงบัดนี้นั้นจะยกโทษให้ แต่เมื่ออ้างว่ามีสติปัญญาข้าจะมอบหมายให้ไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋ว หากกระทำการสำเร็จจะปูนบำเหน็จให้เป็นขุนนาง"  แล้วโจโฉจึงเรียกซุนฮกมาสั่งให้ตั้งโต๊ะไล่ผีที่ประตูเมืองด้านตะวันออก(คือจุดธูปไล่นั่นเอง) รุ่งขึ้นยีเอ๋งจะออกเดินทางเห็นซุนฮกและขุนนางจำนวนมากกำลังทำพิธีไล่ผีและไม่มีใครสนใจก็ลงจากม้าทำเป็นร้องไห้เดินเข้าไปที่การพิธีนั้น แล้วว่า "เราเห็นท่านทั้งปวงอุปมาเหมือนหนึ่งศพ เราเดินเข้ามาในระหว่างศพก็มีความสงสาร เราจึงร้องไห้" ตอนนั้นทุกคนฟิวส์ขาดสนิทก็โวยอย่างพร้อมเพียงว่า "ถ้าพวกกูเป็นศพ มึงก็เป็นศพไม่มีหัวล่ะ" ว่าแล้วทุกคนต่างชักกระบี่ แต่ซุนฮกห้ามไว้แล้วว่า "ยีเอ๋งมันเหมือนสัตว์เดียรัจฉาน อย่าให้เลือดต่ำๆ มาเปื้อนกระบี่เลย" ยีเอ๋งไม่ลดราวาศอกโต้กลับว่า "พวกมึงก็เดียรัจฉาน แถมเป็นประเภทปูเสฉวนที่ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยลำพังตัวได้ต้องอาศัยเปลือกหอยอย่างโจโฉ" แหม... บอกได้อย่างเดียวว่ายีเอ๋งไม่ควรใช้ยาสีฟันในการทำความสะอาดปากแต่ควรใช้น้ำยาล้างส้วมล้างปากมากกว่า แต่ทุกคนกลับไปทำพิธีไล่ผีต่อไม่ต่อปากต่อคำอีก

ยีเอ๋งไปพบเล่าเปียวแล้วดูหมิ่นเล่าเปียว  เล่าเปียวเป็นผู้ดีจึงว่า "ซึ่งโจโฉใช้ให้ท่านมาเกลี้ยกล่อมเรา เรายังมิปลงใจก่อน เมื่อใดท่านไปเกลี้ยกล่อมหองจอเจ้าเมืองกังแฮปลงใจไปด้วยโจโฉแล้ว เราก็จะปลงใจด้วย" ยีเอ๋งจึงไปเมืองกังแฮก็ได้รับการต้อนรับจากหองจอเป็นอย่างดี ในระว่างที่กินด้วยกัน หองจอถามว่าระหว่างตัวเรากับขงหยงหรือเอียวปิวนั้น ท่านเห็นว่าใครมีสติปัญญามากกว่ากัน เพราะยีเอ๋งบอกว่าเมืองหลวงที่ฉลาดมีเพียงสองคนนี้ ซึ่งมันก็ตอบว่า "อันตัวท่านจะไปเปรียบกับสองขุนนางผู้ใหญ่นั้นไม่ได้ เพราะตัวท่านเปรียบได้กับเจว็ดอยู่บนศาล ถึงจะมีผู้เซ่นไหว้ประการใดเจว็ดนั้นก็มิได้พูดจาด้วย คนที่มาเซ่นไหว้จึงเหมือนกับมาเซ่นไหว้ขอนไม้ หาคุณค่าความหมายอันใดมิได้" หองจอได้ยินก็ชักกระบี่ออกฟันยีเอ๋ง ซึ่งมันก็ด่าหองจอจนสิ้นใจตาย

ทั้งหมดเป็นนวนิยายและพงศาวดารรุ่นหลังครับ สำหรับเวอร์ชั่นประวัติศาสตร์นั้นยังมีที่แตกต่างไปอีก เฉินโซ่พูดถึงยีเอ๋งน้อยมาก แต่ก็พอมีบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้อยู่บ้าง ซึ่งผมก็พอจะรวบรวมมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ ได้ดังนี้ ยีเอ๋งเป็นนักพูดฝีปากเอกอายุสิบเก้าปีเท่านั้น ด้วยความสนิทเป็นการส่วนตัวข่งหยงจึงให้ยีเอ๋งเข้ามาทำงานซึ่งโจโฉก็ทำหน้าที่สัมภาษณ์ แต่ไม่ทราบว่าอีเย๋งเห็นโจโฉหน้าตาดีผิดคาดรึไงไม่ทราบ มันเลยแซวโจโฉมีลักษณะบอบบาง(เอาแบบตรงตัวเลยนะ)สมเป็นผู้นำประเภท "กกกอดและปกครอง" ซึ่งไม่รู้จะแปลว่า "กกผู้หญิง-ครองบ้านเมือง" หรือ "ปกครองผัวแต่เอาเมียเค้ามากก" ก็สุดจะเดา  โจโฉจึงสอนเกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำเพราะคนเราไม่เหมือนกัน แต่ยีเอ๋งนิสัยโอหังมากจึงพูดจาดูหมิ่นโจโฉมากขึ้น แต่โจโฉก็ระงับความโกรธและบอกกับยีเอ๋งว่า "แม้จะมีความสามารถก็ไม่ได้แปลว่าจะได้ตำแหน่งใหญ่โตได้ทันที ทางที่ดีจงศึกษาหาจากผู้น้อยก่อนแล้วค่อยไต่เต้าไป" แล้วก็ส่งไปเป็นเสมียนก่อน  พอยีเอ๋งรู้โกรธมาก แล่นไปพบและด่าทอโจโฉต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก โจโฉเลยจัดการตบสั่งสอนด้วยตีนหน้า(ตีนแมวไง)ก่อนจะถูกยีเอ๋งที่สูงใหญ่กว่าผลักจนล้ม(ผลักโจโฉล้ม! ชั่งกล้าทำ) ซุนฮกเห็นเจ้านายล้มลงแทบเท้าเลยฟิวส์ขาดกระโดดบีบคอยีเอ๋ง ทั้งคลุกฝุ่นบนพื้นอยู่พักใหญ่กว่าบรรดาที่ปรึกษาจะจับแยกกันได้ แล้วโจโฉก็ส่งยีเอ็งไปหาเล่าเปียว ซึ่งพอยีเอ๋งไปแล้วโจโฉก็พูดกับข่งหยงว่า "ถ้าไม่คิดว่ากำลังรับสมัครคนข้าปาดคอมันทิ้งไปแล้ว" ฮา.. ถ้าเป็นเรื่องจริงแปลว่าซุนฮกห้าวกว่านิยายเยอะนะเนี่ย
 
โจโฉกับที่ปรึกษาคนสนิท(ตัวสูง) ที่เห็นหงิมๆ แต่ในประวัติสาสตร์จริงไม่ธรรมดา

 
จอมสามหาว

เล่าเปียวต้อนรับยีเอ๋งอย่างดีและยีเอ๋งก็สรรเสริญเล่าเปียวเป็นอันมากจนได้รับราชการกับเล่าเปียว แต่มันล้อเลียนและดูถูกขุนนางของเล่าเปียวคนอื่น ทุกคนจึงพร้อมใจใส่ร้ายมันให้เล่าเปียวฟังว่ามันพูดลับหลังยังไง เล่าเปียวโกรธมากจึงแกล้งส่งยีเอ๋งไปตรวจราชการที่เมืองกังแฮ และจบชีวิตลงด้วยวัยยี่สิบปียีเอ๋งเมื่อมันด่าทอหองจอในที่สาธารณะชนิดฟันทีเดียวตายไม่ทันได้ร้องเอ๋งสมชื่อ ด้านโจโฉพอได้ข่าวการตายของยีเอ๋งก็ถอนใจแล้วบอกกับข่งหยงที่ยืนหน้าซีดตรงนั้นว่า "คราวหน้ามึงอย่าเอาคนของมึงมาทำงานกับกูอีก" เรื่องจริงๆ ของยีเอ๋งในประวัติศาสตร์จึงเอวังด้วยประการนี้

ตอนหน้าผมจะขอเล่าเรื่องการตายของโจผีในส่วนที่ติดค้างราเบลเอาไว้ รวมทั้งการตัดสินใจครั้งใหญ่ของสุมาอี้ครับ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #469 NeramitMaya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:03
    ยีเอ๋งนี่ช่างปราชญ์เปลือกจริงๆ
    #469
    0
  2. #468 NeramitMaya (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:03
    ยีเอ๋งนี่ช่างปราชญ์เปลือกจริงๆ
    #468
    0
  3. #353 Aoyamo_kun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 16:58
    แกร๊~~~~~บังอาจผลักท่านโฉของช้านนนนน //อยากกราบท่านหองจอกับซุนฮกจริงๆ
    #353
    0
  4. #315 Wiji (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 20:37
    กล้าผลักโจโฉล้ม! ไม่กลัวขบวนผู้ภักดีต่อโจโฉรุมสหบาทาสามัคคีเหรอไงเนี่ย?
    #315
    0
  5. #91 -NIRIN- (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 21:27
    โอวว ปากแดง+ดีเกินจริงๆ ในนิยายกับในประวัติศาสตร์ดูจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นะ .. เจ้าบร้าาบังอาจผลักท่านโฉหัวทิ่ม! ลุยเลยท่านซุนฮก!
    #91
    0
  6. #90 ราเบล (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 20:21
    ยี่เอ๋งในนวนิยายกับประวัติศาสตร์ดูท่าทางจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ ข้อเสียหลักของยี่เอ๋งคือมักใหญ่ใฝ่สูงเกินตน ทั้งที่ยังไม่มีผลงานให้ประจักษ์เท่าไหร่นักแถมยังปากไม่ดี จึงสมควรแล้วที่ได้รับจุดจบแค่นี้

    ขอบคุณมากนะครับที่รับเรื่อง การตายของโจผีให้ ขอบคุณจริงๆ
    #90
    0