เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 24 : เรื่องของโจผี(เขียนไปเขียนมาฮาซะงั้น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 ม.ค. 55

โจผีดีพอหรือไม่สำหรับโจโฉ
 
^พ่อกับลูกชายคนโต(ดูแทบไม่ออกว่าใครพ่อใครลูกกันแน่)

มีคนมากมายมองว่าความรู้สึกที่มีต่อพ่อของโจผีนั้นเสแสร้ง  แต่พอนึกถึงบทเพลงที่ผมแปะไว้ในตอนที่แล้วก็อยากจะยกข้อสงสัยเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์แก่จำเลยเหลือเกิน โจผีเป็นลูกชายคนโตของเปี้ยนฮูหยิน, แต่แน่ล่ะ  ไม่ใช่คนโตของโจโฉ เค้ากลายเป็นลูกคนโตของโจโฉหลังจากที่บรรดาพี่ที่เกิดจากเล่าฮูหยินพากันล้มหายตายจากกันหมด  เป็นเหตุให้ฮูหยินใหญ่จึงโกรธมากถึงกับตัดสัมพันธ์กับสามีเพราะรักษาลูกไม่ได้ซักคน ซึ่งเราก็ได้แต่เห็นใจเติงฮูหยินที่มีลูกไม่ได้ต้องเลี้ยงลูกของเล่าฮูหยินแทน แล้วก็ไม่รู้เป็นหอกอะไร ลูกของเล่าฮูหยินก็พากันอายุสั้นเหมือนแม่ โจผีเริ่มห่างเหินจากแม่ทั้งที่เคยสนิทกันมากเพราะเมื่อพ่อเริ่มมีอำนาจแม่ก็เริ่มต้องดูแลลูกเมียคนต่อๆ มาของสามีทั้งที่จริงและไม่จริง  พอดีกับที่ตัวเองเลื่อนขั้นเป็นลูกคนโตแล้วก็เริ่มมาใกล้ชิดกับพ่อมากขึ้น จนในที่สุดก็ได้ร่วมในสงครามกวนตู้ทั้งแต่อายุเพียงสิบเจ็ดปี
 
^หลังจากสองพ่อลูกออกไปตะลุมบอลกับข้าศึกด้วยกัน(แล้วก็อาบน้ำด้วยกัน)

โจโฉแตกต่างจากผู้ชายสมัยนั้นคือไม่อายที่จะแสดงความรักต่อครอบครัวด้วยการกอดและจูบ ซึ่งอาจเพราะตอนเด็กขาดแคลนความรักจากพ่อแม่เลยชดเชยกับลูกเมียแบบเปิดเผยมาก แล้วแกก็มีลูกเมียเต็มบ้านเต็มเมือง ทั้งที่หาเองบ้าง บรรณาการบ้าง เมาบ้าง และรับมาเลี้ยงบ้าง.. บอกตามตรง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเมียนั้นมีไม่น้อยเป็นเมียแค่ในนามและเอาลูกติดท้องมาขอใช้แซ่โจ หลายคนถูกเก็บมาเลี้ยง ทำให้ลูกชายที่ถูกให้ความสำคัญมีไม่กี่คนทั้งๆ ที่ทั้งหมดล้วนมีความสามารถ เพราะในบรรดาลูกชาย 25-27 คนนั้นมีไม่ถึงสิบคนที่ยืนยันได้ว่าเป็นลูกแมวจริงๆ ไม่ใช่ลูกเสือลูกอ้วนที่เอามาย้อมเป็นลูกแมว(แหงสิ... ก็ในบรรดาเมียทั้งหลาย กว่าครึ่งหนึ่งเป็นอดีตเมียของผู้แพ้สงครามทั้งสิ้น แล้วมาอยู่กับโจโฉได้แค่เจ็ดถึงเก้าเดือนก็ออกลูกมาให้เชยชม ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นพวกเปิดปุ๊บติดปั๊บ ก็ต้องเป็นลูกผัวเก่านั่นแหละ) แต่อย่างไรก็ตาม โจโฉไม่เสียเวลามาค้นหาว่าใช่ลูกเค้าจริงมั้ย ทุกคนจึงมีความเสมอภาคจนนักประวัติศาสตร์ยกย่องโจโฉว่ามีคุณธรรมต่อลูกเมียสูงมาก ในสายตาของโจโฉลูกสาวไม่ได้แตกต่างลูกชาย แถมแนวโน้มจะรักลูกสาวที่จิตใจละเอียดอ่อนและประจบเก่งมากกว่าลูกชายด้วยซ้ำอันเป็นธรรมดาของพ่อกับลูกสาวซึ่งเหมือนงูกับเชือกกล้วยที่มักแพ้ทางกันอยู่วันยังค่ำ ที่เก่งจนต้องจารึกก็มีเช่นโจฮองเฮาที่สืบสานเจตนารมณ์อย่างแท้จริงในการปกป้องราชวงศ์ฮั่น ฉะนั้น.. การที่ลูกชายซื่อบื้อทั้งหลายจะสนิทกับพ่อที่งานยุ่งเรื่องทั้งบ้านเมืองและสงครามได้ก็ต้องเข้าหาพ่อจริงๆ จังๆ ไม่ใช่วันๆ เอาแต่เที่ยว
 
^พ่อเป็นแมวก็ต้องมีลูกเป็นแมวดิ

  
^โจเจี๋ย, ลูกสาวคนสวยของโจโฉ(จินตนาการของคนวาด) ผู้ที่ต่อมากลายเป็นฮองเฮาของพระเจ้าเหี้ยนเต้ เธอน่าเหมือนพ่อของเธอมาจนเหี้ยนเต้สั่งให้มาให้ดูตัวก่อนจะเอาเป็นเมียทีหลัง(ดูไปดูมามันก็โจโฉเวอร์ชั่นโกนหนวดดีๆ นี่เอง) แล้วเธอเป็นผู้หญิงที่ใจเด็ดมาก ไม่ยอมทิ้งขว้างผัวจนวันตาย

 
^รักลูกสาวมากกว่าลูกชาย

และลูกชายที่ประสบความสำเร็จในการเข้าหาพ่อก็คือโจผีกับโจสิด--ลูกคนโตกับลูกคนเล็กของเปี้ยนฮูหยิน, ภรรยาคนที่สามที่เลื่อนขั้นขึ้นเป็นเมียเอกหลังเล่าฮูหยินม่องเท่งไปและเติงฮูหยินก็หนีไปบวช ซึ่งเส้นทางของทั้งคู่ในการเป็นที่โปรดปรานของพ่อนั้นแตกต่างกันพอควร โจสิดจะเหมือนกับโจฉองคือกลายเป็นคนโปรดจากความสามารถที่ปรากฏชัด ขณะที่โจผีกลายเป็นคนโปรดของพ่อด้วยเงื้อนไขอันเรียกว่า "ความผูกพันธ์" ล้วน  ส่วนเรื่องความสามารถนั้นมาทีหลัง... โจผีอายุห่างจากโจงั่งมากกว่าสิบปีและเป็นน้องคนโปรด ทำให้เค้าโอกาสใกล้ชิดกับพ่อและเรียนรู้งานเพื่อจะกลายเป็นกำลังที่โจงั่งวางใจในอนาคต นั้นเองที่เค้าเริ่มเห็นพ่อในมุมที่แตกต่าง ก่อนหน้านี้โจผีจะคุ้นพ่อที่ค่อนข้างจะนิ่มนวลอ่อนหวาน พอตอนได้เห็นมุมของพ่อที่เป็นระดับยอดคนก็คงจะช๊อกพอควร  แต่ก็น้อยกว่าศึกเตียวซิ่วที่โจผีก็ได้เป็นพยานในการบาดเจ็บสาหัสและเกือบตายของโจโฉหลังจากหน้ามืดเรื่องผู้หญิงจนเสียทั้งยอดองครักษ์ เสียลูกชายคือโจงั่งที่เซ่อซ่าเอาคือไปรับดาบ และยังเสียหลานชายคือโจอันบิ๋น-ลูกชายของโจหอง  ซึ่งเพื่อนผมบางคนสันนิฐานว่าอาจจะ "เสียตัว" ด้วยเพราะแปลกใจว่าทำไมรอดชีวิตในวงล้อมของชายฉกรรณ์หลายคนได้ตั้งหลายชั่วโมงจนโจอันบิ๋นไปช่วย ตามหลักไม่น่าช่วยทัน และตอนนั้นก็อยู่ในสภาพเปลือย(แหม... ชักจะไร้สาระ) แต่เนื่องจากโจโฉเป็นบุคคลสำคัญที่ประวัติศาสตร์จีนเชิดชูมาก ตรงข้ามกับนิยายลิบลับ เราจึงต้องพูดถึงด้วยความเคารพ อะไรพอข้ามๆ ไปได้ก็ข้ามๆ ไปเถอะ อิอิอิ..
 
^เมาแล้วเจอหญิงทีไรมั่วทุกที จนตอนนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าใครเป็นลูกจริง ใครเป็นลูกย้อมแมวบ้าง

หลักศึกจางซิ่ว โจผีก็เลื่อนมาเป็นลูกคนโตและต้องทำหลายสิ่งต่อเนื่องมาจากสมัยที่โจงั่งยังอยู่ จึงได้เป็นพยายานเกี่ยวกับชีวิตของพ่อที่ต้องแขวนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นโจผีจึงนับเป็นลูกชายที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อมากที่สุด แม้เค้าจะไม่ได้เห็นทั้งหมดของพ่อในสมัยก่อร้างสร้างตัวแต่เค้าก็ได้เห็นเลือดที่ไหลเป็นทางของพ่อ เห็นบาดแผลที่น่ากลัวของพ่อ เห็นน้ำตาและความทุกข์ของพ่อ รวมทั้งได้ยินเสียงกรีดร้องของพ่อด้วย ผิดกับลูกส่วนใหญ่ที่เห็นแต่มุมของผู้ยิ่งใหญ่ นั่นย่อมทำให้โจผีมีคุณสมบัติคู่ควรกับการสืบทอดทุกสิ่งต่อจากโจโฉอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ปัญหามีอยู่ว่าโจผีดูจะเป็นคนที่ซื่อบื้อเกินไปในบางครั้งขณะที่โจสิดนั้นแยบคายกว่า ดังที่หลายท่านจะจำได้ว่าเมื่อโจสิดแต่งกลอนชมปราสาทนกยูงสำริดโดยมีถ้อยคำแฝงนัยยะว่า "มีสองสะพาน(เฉียว)โอบทั้งซ้ายขวา เหมือนมีหงส์และมังกรทองที่งดงามเคียงข้าง" ทำให้โจโฉถึงกับต้องมานั่งพิจารณาอีกครั้งเรื่องทายาททีเดียว เพราะสองเฉียวนั้น นอกจากจะหมายถึงสะพานจริงๆ ยังอาจหมายถึงนางสองเฉียว(นางสองเกี้ยว)ได้ด้วย การที่เขียนถ้อยคำแฝงนัยยะเช่นนี้ได้ทั้งที่อายุยังน้อยแปลว่าเด็กคนนี้ฉลาดล้ำลึก  จะเห็นได้ว่าในเวลาต่อมา โจโฉจัดให้สุมาอี้ไปเป็นที่ปรึกษาโจผีเพราะรู้ว่าโจผีไม่สามารถรับมือโจสิดที่คมกว่าแถมยังมีเอียวสิ้วคอยยุแยงตะแคงรั่วได้
 
^โจสิด(หล่อขนาดนี้เชียวรึ)

โจผีเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าชู้พอตัวเหมือนกัน แต่เค้าเป็นคนที่ค่อนข้างบูชาความรักเอามากๆ ด้วย ดังที่เห็นจากกวีของเค้า(ซึ่งกวีสามโจจะมีคุณลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน หากเปรียบเป็นผู้หญิง กวีของโจโฉก็คือผู้หญิงที่สง่างามดั่งนางพญา, ของโจผีก็คือผู้หญิงที่งามเพียบพร้อมเป็นแม่ศรีเรือน ส่วนของโจสิดจะเป็นผู้หญิงที่รวยสเน่ห์) เค้ามีโอกาสร่วมทัพกับพ่อและได้เขียนบรรยายเรื่องราวของทหารที่พึ่งแต่งงานก็ต้องมารบ  และหลังจากนั้นไม่นานมันก็ไปเจอเข้ากับลูกสะใภ้สุดสวยของอ้วนเสี้ยวที่อายุมากกว่าตั้งห้าปี เลยจัดการจับรีไซเคิลในคืนนั้นตัดหน้าพ่อไปอย่างน่าเขกกบาล  เท่านั้นยังไม่พอโจผีก็เอาพี่เอียนสี-ภรรยาสุดสวยไปอวดน้องๆ ให้น้ำลายหกกัน จนกระทั่งโจสิดเกิดปิ๊งเข้าอย่างจัง แล้วโจสิดเด็กกว่าเอียนสีมากกว่าสิบปี!? นับว่าพี่น้องคู่นี้ชอบของเก่าแบบลายครามจริงๆ ตอนนั้นเองครับ ที่ความสัมพันธ์ของผีกับสิดที่เคยเป็นพี่น้องที่รักกันมากที่สุดหลังโจงั่งตายไม่เหมือนเดิมอีก
 
^โจงั่ง ลูกคนโตของโจโฉสมัยเป็นราชเลขา

 
^โจผีในวัยเด็ก ตอนเล็กๆ ยังน่ารัก แต่เผลอแป๊บเดียวมันตัวใหญ่กว่าพ่อมันอีก

เฉินโซ่วเขียนเป็นตุเป็นตะว่าเอียนสีรักกับโจสิดด้วย(ฮา) ทั้งที่ความจริงเจ้าสิดมันอาจจะโมเมเอาคนเดียวก็ได้ ตามประวัติศาสตร์เหตุผลมันชัดเจนมากที่เอียนสีตายจากการถูกสนมใหม่ของโจผีใส่ไฟ โดยที่นางมารใส่ร้ายว่าเอียนสีคลอดโจยอยหลังได้กับโจผีเจ็ดเดือนแปลว่าเป็นลูกอ้วนไม่ใช่ลูกโจ(ท่านคงนึกออกว่าโจผีเชื่อว่าน้องหลายคนไม่ใช่น้องจริงๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วย่อมง่ายที่จะเชื่อเรื่องพรรค์นี้ด้วย) แล้วนังเมียน้อยก็ยังใส่ไฟเอียนสีว่าไร้ยางอายว่า "การที่เธอเคยเขียนจดหมายให้กำลังใจโจสิดทั้งๆ ที่โจสิดหลงรักเธออยู่แปลว่าเธอจงใจหว่านสเน่ห์ให้โจสิด เหมือนที่เธอหว่านสเน่ห์ใส่เว่ยหวู่ตี้เป็นประจำ" ซึ่งโจผีก็เชื่อทันทีตามประสาคนซื่อบื้อ เพราะความจริงเอียนสีก็มักชื่นชมรูปโฉมของคุณพ่ออยู่บ่อยๆ ว่า "ตั้งหกสิบแล้วยังน่ารักแบบนี้คงจะหนุ่มไปตลอดกาล" ซึ่งก็ธรรมดาของแมวทั่วไปที่แม้จะแก่แล้วก็ยังน่ารัก(ฮา)  เอียนสีได้ฟังก็ทั้งโกรธทั้งอายเลยประชดไปว่า "ไม่ต้องหว่านสเน่ห์หรอก เพราะก่อนที่ฝ่าบาทจะได้หม่อมชั้น หม่อมชั้นก็ได้เว่ยหวู่ตี้ก่อนแล้ว" โจผีช๊อกไปวูบหนึ่งก่อนจะสั่งให้เธอถอนคำพูด แต่เธอยิ่งตอกหน้ากลับไปว่า "ก็บอกแล้วไงว่าหม่อมชั้นปล้ำเว่ยหวู่ตี้ไปก่อนที่จะถูกฝ่าบาทปล้ำ!" ทำให้โจผีระเบิดพลังบ้าสั่งให้เอียนสีผูกคอตายฐานทำให้พ่อที่นอนในสุสานต้องสะดุ้งแทนที่จะได้อยู่อย่างสงบ
 
^โจผีกับภรรยาคนสวยเจินซื่อ(เอียนสี)

ตอนที่อ่านครั้งแรกก็นึกอยากแหวกหนังสือเข้าไปบีบคอฮ่องเต้โจผีให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย  แต่พอมาอ่านประวัติศาสตร์แล้วก็ยอมรับว่าเอียนฮองเฮาก็พอกัน ถ้าไม่ประชดแบบนั้นเธออาจจะอายุยืนก็ได้ แหม... พูดมาได้ว่าไปจับกดพ่อก่อนจะถูกลูกจับกด  คิดเอาว่าถ้าเป็นท่านจะหึงออกรึไม่ ถ้าเธอมีสัมพันธ์กับโจโฉระหว่างแต่งกับโจผีก็สมควรหึง แต่ถ้าเธอเสียตัวให้โจโฉก่อนที่จะเสียตัวให้โจผีเค้าก็คงจำใจยกโทษให้เธอเพราะเค้าผิดที่ไปตัดหน้าพ่อเอง แต่นี่เธอบอกอย่างจริงจังว่าเธอปล้ำโจโฉ คิดถึงความรู้สึกของโจผีที่น่าสงสารหน่อยเถอะครับ  พ่อเป็นวีรบุรุษมาตลอดแล้วอยู่ๆ ถูกผู้หญิงปล้ำเนี่ยนะ!? แล้วไม่ได้ทำให้โจผีบ้าไปแค่คนเดียวด้วยนะครับ แม้แต่โจสิดก็ยังเสียหมาพักใหญ่เพราะสงสัยว่าพี่สะใภ้คนสวยคงมีดุ้นถึงไปข่มขื่นพ่อที่เป็นผู้ชายได้ โชคดีที่ภายหลังทั้งผีและสิดเกิดมีรอยยักในสมองเพิ่มขึ้น จึงเข้าใจได้ว่าผู้หญิงพูดอะไรก็ได้เมื่อโกรธหรืองอน ทั้งคู่ก็เลยมาปรับใจคุยกัน ตอนนั้นโจผีกำลังเมา และเป็นคนอ่อนไหวมากอยู่ ได้ฟังคำสารภาพของน้องก็ซึ้งจนน้ำตาไหลเหมือนน้ำล้างกระจกรถ ให้ขันทีไปเอาหมอนของเมียมาให้น้องเก็บเป็นที่ระลึก(ผี "ชาติหน้าให้พวกเจ้าครองรักกันนะ พี่จะไม่ขัดขวางแล้ว ฮือๆ" แล้วก็เมาหลับไป) โจสิดก็เอากลับนอนกอดจนฝันถึงพี่สะใภ้ แล้วก็เขียนกวีเอียนรำลึกขึ้นมา ทำให้ต้องไปเคลียร์กับโจยอยต่อทั้งที่หมดเรื่องกับโจผีไปแล้ว
 เธอว่าเธอปล้ำพ่อตา(-"-)

ถ้าไม่นับเรื่องที่ประหารเอียนสีกับเรื่องที่ไม่เอาพี่เอาน้องเท่าแล้ว โจผีนับเป็นลูกที่ดี  ไม่ว่าเราจะมองว่าการที่เค้าใส่ใจโจโฉเพราะต้องการตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม แต่เค้าเป็นลูกที่เป็นห่วงเป็นใยโจโฉมากที่สุดและมีความกตัญญูต่อแม่มากด้วย โจผีไม่จำเป็นต้องขับลำนำต่วนเกอสิ่งทุกเดือนถ้าทั้งหมดเค้าทำเพราะหวังตำแหน่งจริง ในตอนที่โจโฉจะไปรบก็มาทำตาแดงส่งตลอด แต่ที่เจ๋งสุดคือตอนที่มาร้องไห้กอดขาพ่อว่าอย่าไปเลยเพราะพ่อแก่แล้วถ้าเกิดล้มขึ้นมาใครจะคว้าทัน ผมว่าตอนนี้โจโฉคงหัวใจละลายเหมือนกัน ตอนที่โจผีเริ่มกังวลว่าตัวเองอาจจะไม่ได้ตำแหน่งเค้าก็ปรึกษากาเซี่ยงว่าควรทำไง ซึ่งกาเซี่ยงก็ถามความรู้สึกที่เค้ามีต่อโจโฉว่าที่ทำทั้งหมดนี่จริงมั้ย "ถ้าถึงไม่มีตำแหน่งก็ต้องทำเพราะเป็นลูก ก็ไม่ต้องถามอีก เพราะที่ทำมามันก็ดีพอแล้ว แล้วคิดเหรอว่าที่ทำทั้งหมดโจโฉจะไม่เห็น" ซึ่งก็จริง  ผมต้องพูดตรงๆ ด้วยเหมือนกันว่าโจผีไม่ได้เป็นลูกที่เก่งที่สุดของโจโฉ แล้วทำไมโจโฉถึงเลือกเค้าทั้งๆ ที่ทีแรกคิดจะเลือกจากความสามารถเป็นหลัก
 โจสิดกับกวีในเจ็ดก้าว

โจโฉมองลึกลงไปที่จิตใจ ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่คิดว่าโจโฉเลือกโจผีเพราะโจผีรักเค้า แต่คงเพราะเห็นว่าถ้าเลือกคนอื่นขึ้นมาคงฆ่าพี่น้องจนหมดเพื่อรักษาอำนาจ  แต่โจผีจะไม่ฆ่าพี่น้องตัวเอง ซึ่งก็ไม่พลาดซะทีเดียว กรณีสามสี่คนที่ชิงฆ่าตัวตายไปก่อนนั้นเพราะคิดว่าโจผีจะไม่เอาพวกตนไว้ เพราะถ้าเป็นพวกเคาพวกเค้าก็ไม่เอาโจผีไว้เหมือนกัน(เช่นคนที่ไม่ไว้ใจใครเพราะคิดว่าคนอื่นจะโกงก็เพราะปกติตนเป็นคนขี้โกงเป็นต้น) แต่โจสิดนั้นรู้ดีว่ายังไงพี่ก็ฆ่าพวกตนไม่ลงจึงไม่ทำอะไร และโจผีก็ใจอ่อนไม่กล้าทำเพราะกวีเพียงสี่วรรค แล้วอีกประการ ตอนที่ปลดเหี้ยนเต้นั้น โจผีไม่คิดจะฆ่าแกงเหี้ยนเต้และลูก(ครับตอนนั้นเหี้ยนเต้มีลูกหลายคนแล้ว ซึ่งเกิดจากสนมตังกุย ฮองเฮา และ อื่นๆ นั่นแหละ เห็นได้ชัดว่านิยายใส่ร้ายโจโฉกับโจผีมากขนาดไหน) และเมื่อขึ้นครองราชย์โจผีก็ไม่ได้สนพระทัยราชการสงครามรวมทั้งเป็นที่รักของประชาชนมากทีเดียวในตลอดเจ็ดปีที่ครองราชย์ ซึ่งแตกต่างจากในนิยายมาก
 
^โจผีมักแสดงออกถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อโจโฉมากทั้งในประวัติศาสตร์และนิยาย

ผมคิดประมาณนี้แหละนะ ใครมีอะไรมาแลกเปลี่ยนก็ช่วยด้วยนะครับ ตอนหน้าผมจะมาคุยเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ผู้คนถูกนิยายทำให้เชื่อว่าเค้าคือคนฉลาดที่รู้มากจนโจโฉต้องกำจัด แต่ผมจะนำเสนอในมุมมองใหม่คือ คนผู้นี้โง่มากจนสมควรตาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #470 เล่าปี่ขงเบ้งลิโป้ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 18:32
    ไปนำเอารูปโจผีเปิดนมเอียนสีมาจากไหนครับเนี่ย
    ชอบมากกกก(โดนโจผีถีบ)​
    #470
    0
  2. #465 Neramit (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 14:55
    แหม พึ่งมาเห็น ผมเองก็มองโจผีโคตรเซนซิทีฟ และน่าสงสาร น่าเห็นใจมาก

    เดิมโจโฉคงวางโจงั่งเป็นทายาท โจผีเป็นเสนาธิการ โจสิดเป็นราชเลขา โจเจียงเป็นแม่ทัพ (เดาล้วนๆนะ) แต่พอโจงั่งตาย ทุกอย่างเปลี่ยนหมด ทุกคนต้องสามารถขึ้นแทนโจงั่งได้ แต่คนที่จริงจังจะขึ้นมาแทนโจงั่งจริงๆมีแค่โจผีคนเดียว มีแค่โจผีที่หาความรู้รอบด้าน ในขณะที่โจสิดกับโจเจียงเน้นเสริมความสามารถเดิมของตน ไม่สนด้านอื่น มีโจสิดที่มาลงเล่นการเมือง แต่ก็มาจากการยุแยงของเอียวสิ้วมากกว่าที่จะเป็นความคิดของโจสิดเอง เพราะถ้าเป็นอุดมการณ์ของโจสิดเอง พี่แกคงไม่เมาจนเสียงานหลายต่อหลายรอบ

    ถ้าไม่นับเรื่องปลดนเต้นี่โจผีเองก็แทบไม่ด่างพร้อย เน้นการบริหารไม่เน้นสงคราม อย่างสามก๊ก 2010 คำพูดโจผีเด็ดมาก ที่ว่า "แค่ทำให้ประชาชนอิ่มท้องได้ ข้าก็เป็นมหาราชแล้ว" จะเสียเรื่องผู้หญิง แต่ถ้าเทียบกับฮ่องเต้คนอื่นๆนี่ถือว่าเกินมาตรฐานอยู่มาก

    ส่วนเซนซิทีฟนี่ โจผีเองเป็นคนรักพี่รักน้องมาก อย่างตอนเตียวสิ้วไปยินดีกับโจผีแล้วโดนโจผีตวาดว่า "ฆ่าพี่กู จะมาให้กูเห็นหน้าทำไม" จนเตียวสิ้วไปตรอมใจตายทีหลัง ถ้าจะว่าเจ้าคิดเจ้าแค้นคงไม่ใช่ เพราะกาเซี่ยงที่เป็นคนวางแผนได้อยู่ดีมีสุขจนตาย น่าจะเป็นเรื่องของการวางตัวมากกว่า (เดาว่าเตียวสิ้วอาจลำเลิกเรื่องที่ทำให้โจงั่งตาย ประโยชน์เลยตกที่โจผี โจผีเลยปรี๊ดแตก) แล้วคนเซนซิทีฟแบบนี้จะคิดปลดฮ่องเต้หรือ ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางท่านก็ว่าเป็นพวกขุนนางฝ่ายสนับสนุนฮั่นนั่นแหละตัวดี ยังไม่นับเรื่องโศลก7ก้าวนะ ถ้าเป็นจริงแล้วคนวางแผนฆ่าคนจะมาเลิกคิดเพราะกลอนบทเดียวจริงหรือ หรือที่โจยอยพูดเรื่องแม่กวางนั่นอีก

    แหม มันน่ามีนิยายหรือมังงะที่โจผีเป็นตัวเอกนะ คงจะดราม่าสนุกน่าดู
    #465
    0
  3. #347 golf555+ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:40
    ลูกชายโจโฉคนโตชื่อโจงั้งไม่ใช่โจผี แต่ที่คนนึกว่าโจผีเป็นลูกชายคนโต ก็ที่โจงั้งถูกฆ่า เพราะ โจโฉ เอาเจ๋าซื่อ (อาสะใภ้เตียวสิ้ว) ไป
    #347
    0
  4. #112 elclassica (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 23:05
    ผมสงสัยในเรื่องที่มาของการอ้างอิงประวัติศาสตร์ในบางเรื่องครับ เช่น



    "ยีเอ๋งเคยผลักโจโฉลงพื้น แล้วซุนฮกผวาเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยง" หรือ "เอียนสีประชดโจผีว่านางปล้ำโจโฉก่อนมีอะไรกับโจผี" เป็นต้น (ในความเข้าใจของผม เรื่องอื้อฉาวรักสามเส้าของโจสิด โจผีและเอียนสี ไม่น่าจะถูกบันทึกในประวัติศาสตร์กระแสหลัก"



    ไม่ทราบว่าพอจะบอกแหล่งที่มาต้นฉบับได้หรือไม่ครับ ว่าบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ฉบับใด ขอบคุณครับ
    #112
    0
  5. #84 ohio-12 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 23:50
    บทกวีเจ็ดก้าว เราเคยอ่านนะ มีอยู่ในหนังสือเรียนภาษาจีนของเราด้วย  ใช่ที่บอกว่าต้นถั่วถูกเอามาทำฟืนเพื่อต้มถั่วด้วยกันเองปะ  คิดว่าน่าจะใช่นะ  เราเรียกเล่นๆว่ากลอนถั่วต้มถั่วอะ มันฟังดูฮาดี (แต่ความหมายของกลอนจี๊ดมาก)
    #84
    1
    • #84-1 ประหยัด (จากตอนที่ 24)
      25 มีนาคม 2559 / 18:40
      ใช่แล้วครับ บทกวีนี้ถามจากผู้ใหญ่:

      煮豆燃豆萁 ต้มถั่วโดยเผาลำต้นถั่ว(ใช้ลำต้นถั่วเป็นเชื้อเพลิง)

      豆在釜中泣 ถั่วในกระทะร้องไห้

      本是同根生 ที่แท้(ทั้งเมล็ดถั่วและลำต้นถั่ว)ล้วนงอกมาจากรากเดียวกัน

      相煎何太急 ไฉนจึงรีบเร่งต้ม(ผัด)นัก
      #84-1
  6. #83 Se7ven (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2555 / 09:20

    ปาด ครับ ตอนหน้าเป็นตอนของ ยี่เอ๋ง แหงมๆๆ

    ยีเอ๋งด้วยวัยเพียง 20 ปีเป็นบัณฑิตหนุ่มที่ืขงหยงเสนอตัวให้ร่วมเป็นที่ปรึกษาของโจโฉ

    จากประสบการณ์ที่นับมาไม่มากเท่าไหร่ ...แต่ความคิดของยีเอ๋งเป็นที่ยอมรับ

    ความตายของยีเอ๋ง เลยตรงกับสุภาษิตที่ว่า "ปลาหมอตายเพราะปาก"

    เพราะถึงแม้ยีเอ๋งจะเก่ง แต่ถ้าเก่งไม่ถูกเวลา ก็โดนฆ่าทิ้งได้เหมือนกัน

    ด้วยเหตุนี้ คนเก่งจึงไม่ค่อยแสดงตนออกมา จนเกษียณอายุก็ยังไม่กล้า เพราะกลัว...

    โจโฉต้องการทูตไปเจรจาเกลี้ยกล่อมเล่าเปียวเป็นพวกด้วย จึงปรึกษาขงหยงว่าควรตั้งใครเป็นทูตไป      เกงจิ๋วดี ขงหยงเสนอ ยีเอ๋ง บัณฑิตหนุ่มอายุ 20 ปี

    เมื่อยีเอ๋งมาถึงแล้วได้คำนับโจโฉ แต่โจโฉไม่ยอมคำนับตอบ ด้วยเห็นว่ายีเอ๋งไม่มีท่าทีว่าจะเป็นคนฉลาดเฉลียวสมดังคำเล่าลือ ยีเอ๋งจึงรำพันออกมาว่า ณ ที่นี่กว้างนักแต่หาคนดี ๆ สักคนไม่มี โจโฉจึงถามว่า อันข้าพเจ้านั้นมีผู้ดี ๆ เก่ง ๆ มาร่วมงานมากมาย ไฉนจึงว่าไม่มีคนดีมาร่วมงาน ยี่เอ็งกลับหัวเราะเยาะพร้อมกล่าวถึงบุคคลที่โจโฉว่ามาแต่ละคนล้วนแต่ไม่ได้เรื่องทั้งนั้น

    โจโฉฟังแล้วโมโหยีเอ๋งยิ่งนัก แต่ระงับอารมณ์ไว้ ได้ย้อนถามกลับไปว่า ท่านว่าคนของข้าพเจ้าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วตัวท่านเล่ามีดีอะไรบ้าง ยีเอ๋งตอบไปว่า ข้าพเจ้ามีความรู้ท่วมฟ้า สามารถเพ็ดทูลฮ่องเต้ให้ ตั้งอยู่ในธรรมได้ และยังอบรมคนทั้งแผ่นดินได้อีกด้วย เตียวเลี้ยวทนไม่ไหวชักกระบี่จะสังหาร แต่โจโฉห้ามไว้ และให้ตำแหน่งยีเอ๋งเป็นคนตีกลองในวัง ซึ่งยีเอ๋งก็ไม่ขัดข้อง

    ต่อมา โจโฉจัดงานเลี้ยงในวัง  แต่ยีเอ๋งกลับสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นมาตีกลองเพียงคนเดียว แต่ยีเอ๋งตีกลองได้อย่างไพเราะจับใจมาก ทำเอาแขกในงานซึ้งไปกับเสียงกลองของยีเอ๋ง  โจโฉโมโหจึงตวาดถามไปด้วยเสียงอันดังว่า ทำไมถึงแต่งตัวเช่นนี้ในเขตพระราชฐาน ยี่เอ็งแทนที่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กลับประชดถอดเสื้อผ้าออกหมด โจโฉยิ่งโมโหยิ่งขึ้น แต่ยี่เอ็งตอบไปว่า เพราะตัวข้าพเจ้าสะอาดบริสุทธิ์ ที่แก้ผ้าออกเพื่อที่จะให้ทุกคนเห็นเรือนร่างอันบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า โจโฉจึงถามย้อนกลับไปว่า เช่นนั้นเรือนร่างใครสกปรก ยีเอ๋งจึงตอบไปว่า ก็ตัวท่านไงเล่า เพราะหูท่านชอบฟังแต่เรื่องปอปั้นเยินยอ จึงถือว่าเป็นหูสกปรก ตาท่านก็ชอบจะเห็นแต่สิ่งสวยงามมดเท็จ จึงถือได้ว่าเป็นตาสกปรก จิตใจท่านก็ยิ่งสกปรกใหญ่ คิดจะเป็นโจรปล้นชิงราชสมบัติ สถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ ตัวข้าพเจ้าเป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ กลับให้มาเป็นคนตีกลอง เช่นนี้หรือจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    โจโฉจึงคิดจะประหารยีเอ๋งทันที แต่เกรงคนจะครหา จึงส่งยีเอ๋งไปเป็นทูตเจรจากับเล่าเปียว หมายจะให้เล่าเปียวประหารแทน เมื่อไปถึง ยีเอ๋งเปิดฉากเจรจาด้วยการยกตนเองข่ม เล่าเปียวจึงคิดส่งยีเอ๋งไปให้หองจอ เจ้าเมืองกังแหประหารแทน  หองจอได้ยินดังนั้นก็คิดว่า สมจริงดังที่โจโฉและหลายคนว่า หองจอแสร้งถามขอความเห็นจากยีเอ๋งว่า อันตัวข้าพเจ้านี้เป็นเจ้าเมือง ท่านเห็นควรหรือไม่ ยีเอ๋งตอบไปว่า ตัวท่านนั้นเหมือนเจว็ดในศาลเจ้า เหมาะให้คนมากราบไหว้รับของเซ่นสรวง ไม่ต้องทำอะไร สติปัญญาก็ไม่มี หองจอเลยสั่งให้นำตัวยีเอ๋งไปประหารทันที เมื่อโจโฉได้ทราบว่ายีเอ๋งโดนประหารไปแล้ว ก็หัวเราะสาแก่ใจ และบอกว่า คนปากดีมันโดนประหารเพราะลิ้นมันแล้ว
    -----------------------เอวัง----------------

    #83
    0
  7. #82 -NIRIN- (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 17:50
    โจผีนี่เป็นลูกที่ดีจริงๆเลยนะ=w=
    เซ็งนิยายโจๆทั้งหลายร้ายเหลือเกิน
    #82
    0
  8. #81 ราเบล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 20:48
    เกี่ยวกับโจผี บางคนก็มองว่า ที่โจผีทำตัวเป็นลูกกตัญญูหรือเอาใจใส่โจโฉ เพราะกาเซี่ยงเป็นผู้แนะนำ (แต่ไม่ขอยืนยันนะครับ) น่าแปลกที่โจผี หลังจากครองราชย์ไม่นานแค่10กว่าปีเท่านั้น ก็ได้กลายเป็นผีสมชื่อ อีกทั้งยังบอกแก่คนในตระกูลโจว่า อย่ามอบอำนาจทางการทหารให้สุมาอี้ ผมอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการตายของเขาหน่อยน่ะครับ ไม่ทราบว่าพอจะหามาให้ศึกษาบ้างได้รึเปล่า

    ปล.ตอนหน้า เอียวสิ้วสินะครับ แต่ผมว่าน่าจะใช้ชื่อตอน จอมอวดหัวขาดดีกว่าครับ
    #81
    0