เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 2 : ความลับของจิ้งจอกเก้าหางแห่งวุ้ยก๊ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ส.ค. 54

ความลับของจิ้งจอกเก้าหางแห่งวุ้ยก๊ก

 
ขึ้นตอนที่สองแล้วก็ต้องเขียนให้ยาวหน่อย  เดี๋ยวจะหาว่าเป็นบทความที่เขียนเพื่อบ่น  ไม่ได้มีสาระแต่ประการใด  สำหรับตอนที่สองนี้ผมขอเขียนเกี่ยวกับจิ้งจอกเก้าหางแห่งวุ้ยก๊ก  เกี่ยวกับเรื่องลึกลับที่ไม่มีใครขุดคุ้ยขึ้นมาเพราะมันค่อนข้างไร้สาระที่จะเอามาพูด  แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเอามาพูดเพื่อที่จะไม่มีใครเข้าใจอะไรผิดๆ อีกเพราะข้อมูลในนิยายนั้นมีน้อยเกิดไป

หลายท่านคงสงสัยว่าจิ้งจอกเก้าหางคือใคร?  ผมก็เฉลยเลยว่าจิ้งจอกเก้าหางคือฉายาที่นายกรัฐมนตรีร่างเล็กแห่งยุคสามก๊กเรียกขานผู้ใต้บังคับบัญชาท่านหนึ่งของพณฯ ท่านเอง  และเป็นบุคคลคนที่ผมกล่าวในบทเช็กเทาว่าจะเขียนถึงในตอนที่สองนี้  คราวนี้คงเข้าใจแล้วว่าทำไมมังกรเทวดาจึงปราชัยแก่จิ้งจอกตัวนี้ได้  เพราะท่านมังกรนั้นขี้เซาครับ  มัวแต่นอนจนไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ของท่านหาใช่จิ้งจอกธรรมดา แต่เป็นจิ้งจอกเก้าหางที่ตามความชื่อแต่โบราณนั้นถือได้ว่าเป็นปีศาจที่มีฤทธิ์อำนาจน่ากลัวที่สุดในตำนานทีเดียว

จิ้งจอกเก้าหางมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ซือหม่า ชงต๊ะ" ส่วนชื่อจริงชื่อ "อาอี้" หรือ "ซือหม่า อี้(สุมาอี้)" ซึ่งหลายคนคงสงสัยอีกว่าทำไมเป็นจิ้งจอกเก้าหางแทนที่จะเป็น "หงสาจอมราชัญ" คำตอบคือผมชื่อสัตย์กับประวัติศาสตร์ครับ เมื่อราชัญหงสาหมายถึงโจโฉ  แล้วผมจะกล้าล้อเล่นกับศรัทธาที่คนยุคโบราณมีต่อท่านได้อย่างไร  ในการ์ตูนเรื่องหงสาจอมราชัญ สุมาอี้มีอายุมากกว่าความจริงเล็กน้อย  และเป็นผู้อยู่เเบื้องหลังสงครามและความวุ่นวายในสามก๊ก  ที่สำคัญคือ "หล่อโคตร!" แม้เป็นตัวเอกของเรื่องแต่ก็ไม่เก็บซีนไว้แต่เพียงผู้เดียว(อ่านหงสาบางทียังต้องพลิกดูปกว่าเรื่องนี้ใครเป็นพระเอก  เพราะบทถูกเฉลี่ยออกไปอย่างทั่วถึง)  ในขณะที่เรื่อง จอมราชัญอหังการ  สุมาอี้ดูธรรมดาจนแทบไม่เชื่อว่าท่านคือจิ้งจอกเก้าหางของบิ๊กโจ!  แถมยังมีคอที่มหัศจรรย์มากคือหมุนได้ถึงสามร้อยหกสิบองศารอบตัว  แต่อย่างไรก็ดีทั้งสองคือฝ่ายบุ๋นธรรมดาไม่ใช่สุมาอี้ที่แท้จริง  ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น!?

สุมาอี้ที่แท้จริงนั้นเป็นยอดฝีมือครับ  ท่านได้รับการศึกษามาแบบเดียวกับโจโฉคือทั้งบู๊และบุ๋น และท่านก็เก่งเทพทั้งบู๊และบุ๋นด้วย  เพราะงั้น สุมาอี้ใน "มังกรอหังการ  หมาป่าคะนองศึก" จึงเป็นสุมาอี้ที่สมจริงกว่าแม้ว่าจะออกลูกเว่อร์ ด้วยความสูงผิดมนุษย์(และเล่นไสยศาสตร์) เพราะสุมาอี้ไม่ใช่แค่เสนาธิการแต่เป็นแม่ทัพด้วย  ทั้งยังมีกองทัพที่น่ากลัวในมืออันเรียกขานว่า "ซากทัพ"   แต่สำหรับผมแล้วที่โดนใจที่สุดนั้นกลับเป็นสุมาอี้จากDW6 ที่ฆ่าโจโฉ เพื่อสนองความทะเยอทะยาน แถมยังเข้าใจสัจธรรมของชีวิต  และพูดขึ้นในฉากสุดท้ายว่า "มันเป็นดังนั้นสินะ, ใต้เท้าโจโฉของข้า" ทำให้ผมนึกเซบาสเตียน  มิคาเอลิส จากเรื่อง คนลึกไขปริศนาลับ(โจโฉเป็นชิเอล?)  และมันยังทำให้ผมนึกสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แท้จริงของทั้งสองขึ้นมาซึ่งผมจะกล่าวในบทถัดไป

ตอนนี้กลับมาที่ความลับของจิ้งจอกเก้าหางอีกครั้ง!  เคยสงสัยมั้ยว่าถ้าสุมาอี้เก่งขนาดเป็นผู้ชนะแห่งสามก๊ก(ความจริงผู้ชนะแห่งสามก๊กไม่ใช่สุมาอี้หรอกครับ  เป็นสุมาเอี๋ยนต่างหาก) แล้วเฮียมัวไปหลับอยู่ที่ไหนตั้งนาน  อายุก็มากกว่าขงเบ้งเพียงสองปีเท่านั้น  ตลอดเวลาในสามก๊กของหลอกว้านจงแกแทบไม่มีบทจนกระทั่งชนะขงเบ้งจนมีชื่อเสียงเกรียวกราว  ผมไม่ทราบความคิดของหลอกว้านจงหรอกครับ  แต่ความจริงตามประวัติศาสตร์นั้นสุมาอี้อยู่ในอุปการะของโจโฉมาตั้งแต่อายุสิบกว่าด้วยซ้ำ  แม้แต่ชื่อชงต๊ะก็โจโฉเป็นผู้ตั้งให้  แถมยังรับราชการกับโจโฉมาตั้งแต่อายุสิบเก้าเท่านั้นเอง

แต่แล้วอยู่ๆ สุมาอี้ก็หนีหน้าโจโฉเป็นเฉยๆ!?

มีบันทึกประวัติศาสตร์กล่าวว่า "เพราะสุมาอี้เกรงกลัวโจโฉ" ส่วนฉบับงิ้วบอกว่า "เพราะโจโฉเป็นคนโฉด"  แต่เมื่อผมลงลึกเข้าในความสัมพันธ์ของทั้งคู่  ผมก็พบความลับของจิ้งจอกเก้าหาง  และสิ่งนั้นก็ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดโดยไม่เป็นต้องไปตีความหมายให้ยุ่งยากกว่าทำไมสุมาอี้ไม่อยากทำงานให้โจโฉ

ผมมีโรคประจำตัวอยู่อย่างหนึ่  คือภูมิแพ้  เป็นโรคชนิดเดียวกับที่สุมาอี้เป็น  ใครไม่เป็นหนักๆ ไม่รู้ครับว่าทรมาณเพียงใด  ตัวผมนั้นอีแค่จับไม้กวาดยังเป็นหวัด  แล้วทรมาณมากครับ เพราะผมจามตั้งแต่สิบโมงเช้าจนกระทั่งห้าโมงเย็นก็ยังไม่หาย  ผมย่อมเข้าใจความรู้สึกของสุมาอี้ที่ไม่อยากจามหนักๆ แบบนั้นจึงคอยเลี่ยง  เพราะเค้ารักษาตัวดีจึงอายุยืนถึงเจ็ดสิบสองปี  แล้วไอ้โรคภูมิแพ้นี่เองเป็นเหตุผลที่เค้าไม่ค่อยอยากสมาคมกับใครเพราะเวลาเป็นสุมาอี้จะเป็นหนักมาก โจโฉห่วงมากจนถึงขนาดสั่งหมอหัวโถไปคอยจ่ายยา ซึ่งโรคประจำตัวแบบนี้ อย่างมากคงแนะนำว่าอย่าอยู่ใกล้สิ่งที่ตัวเองแพ้  แล้วสุมาอี้ก็แพ้แหลกลานซะด้วย  โจโฉเองก็มีอาการภูมิแพ้(บ้าง)นานๆ ครั้ง  แม้ไม่มากเท่าสุมาอี้แต่ก็พอเข้าใจว่าเวลาเป็นมันรู้สึกยังไง  จึงสั่งให้มาทำงานโดยให้ไปทำงานกับโจผีแทน สุมาอี้เจอทั้งไม้อ่อนไม้แข็งของเจ้านาย ก็เลยยอมแพ้  กลับไปทำงานโดยย้ายไปทำกับโจผีแทน

คราวนี้บางท่านคงงงอีก  สุมาอี้แพ้อะไรนักหนาถึงขึ้นไม่ทำงานกับโจโฉ!  คำตอบคือเพราะโจโฉตัวจริงในประวัติศาสตร์เป็น the animmals lover! แล้วลูกๆ ของโจโฉก็ดันเป็นกันทุกคน  มีคนแหกคอกแค่คนเดียวคือโจผี  จึงไม่มีขนอะไรติดเสื้อมาให้สุมาอี้ระคายจมูก  ขณะที่โจโฉไม่ได้แพ้บรรลัยเหมือนสุมาอี้  ก็เลยสามารถเอาไอ้ตัวที่ชอบที่สุดมาทั้งกอดจูบและเอานอนด้วยได้  ขณะที่สุมาอี้แพ้หลายหลาย แถมในบรรดาสัตว์เลี้ยงนั้น  สิ่งที่โจโฉชอบที่สุดดันเป็นสิ่งที่สุมาอี้แพ้หนักที่สุดด้วย!  ถ้าไม่หลบไปนอนเกาสะดืออยู่บ้านหรือไปทำงานกับโจผีแทน  ก็มีหวังได้จามใส่หน้าโจโฉทั้งวันแน่  พอจะนึกออกมั้ยว่าไอ้ตัวที่โจโฉชอบที่สุดคืออะไร?

 
เอาเป็นว่า... ผมบอกเลย  สิ่งที่สุมาอี้แพ้มากที่สุดคือ "ขนแมว" ครับ! 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #420 pamelaz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 12:50
    ข้อมูลว่าสุมาอี้แพ้ขนแมวนี่ ไปหามาจากไหนคะเนี่ยยย 5555 \\ชอคแปป

    สู้ๆนะคะ อ่านจะครบแล้ว น่ารักมากทุกตอนเลย

    ปล อยากรู้จริงๆนะ ข้อมูลพวกนี้หาจากไหนอะ ล้วงลึกยังกะเป็นเมียโจโฉมาเอง
    #420
    0
  2. #311 Wiji (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 18:58
    สุมาอี้หล่อมากกกก
    #311
    0
  3. #234 The silver wings (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 16:01
    สนุกค่ะ ฮามากๆๆเลย :D
    #234
    0
  4. #228 บุ๊ค (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2555 / 23:59
    5555 สนุกค่ะๆ
    #228
    0
  5. #31 Fuoco Penegan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2554 / 22:17

    เออ... สุมาอี้แปลกแหะ หมุนหัวได้สามร้อบหกสิบองศา คงเป็นนกฮูกมากกว่าละมั้ง แถมเป็นจิ้งจอกเก้าหางแต่กลับแพ้ขนแมวซะงั้น นี้ถ้าขงเบ้งรู้ว่าแพ้ขนแมวคงสั่งให้ไพรพลเกณฑ์แมวจากแคว้นจ๊กไปลอบวางล้อมบ้านสุมาอี้ให้เป็นภูมิแพ้ตายเลยมั้งน่ะ

    #31
    0
  6. #30 สุมาอี้ ชงต๊ะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 10:37
     ว่าแต่...คุณรู้ได้ไงว่าสุมาอี้เป็นภูมิแพ้...ฮึ?
    #30
    0
  7. #29 สุมาอี้ ชงต๊ะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2554 / 16:33
     เดี๋ยว~
    รู้สึกว่าจะไม่ใช่360องศานะ 180องศารึเปล่าคะ?
    #29
    0
  8. #28 boom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 11:17
    ว้าววว เปรียบเทียบกับ เซบาสจังด้วย นึกภาพออกเลย อิอิ

    แปลกดีเนอะ โหดๆๆ แต่กลับรักน้องเหมียว
    #28
    0
  9. #27 ltmonkey (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 17:27
    อ่านแล้วก็รู้สึกว่าได้รู้จักสุมาอี้มากขึ้น

    จริงๆแล้วเราชอบขงเบ้งนะ แต่ก็ชอบสุมาอี้ด้วยเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ครั่นคร้ามต่อขงเบ้งดี สูสีกันดี

    การที่สุมาอี้สามารถหมุนหัวได้360องศานั้น คนโบราณเรียกว่า"สุนัขจิ้งจอกเหลียวหลัง" หมายถึง สามารถมองเห็นอะไรข้างหลังได้โดยไม่ต้องหันหัลง หรือเอี้ยวตัว

    อันหมายถึงคนที่เจ้าเล่ห์อย่างสุนัขและชอบลอบกัดนั่นเอง



    ภูมิแพ้ เราก็เป็นนะ แต่เป็นไม่หนัก เข้าใจเลยว่ามันทรมานขนาดไหน



    สู้ๆนะคะ
    #27
    0
  10. #26 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 00:34
     ว่าแล้ว ...  สงสารจับใจค่ะ เรื่องภูมิแพ้ ... ได้ข่าวว่ามันทรมาณมาก

    อ่านไปยิ้้มไปเช่นเคยค่ะ ภาพน่ารักทุกภาพเลย
    #26
    0