เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 19 : เจ้าพระยาตาเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 พ.ย. 54

เจ้าพระยาตาเดียว
 
^หึๆๆ ได้เวลาตูออกโรงแล้วเฟ้ย

บันทึกประวัติศาสตร์ของเฉินโซ่วนั้นได้เขียนถึงนักรบยุคขุนพลถึงยุคสามก๊กไว้มากกว่าร้อยคน  กว่าครึ่งนั้นไปชุมนุมอยู่กับโจโฉ  และที่เหลือก็กระจักกระกระจายไปอยู่ในชมรมต่างๆ ซึ่งผมจะไม่พยายามขุดคนที่ไม่รู้จักมาให้ท่านเซย์ฮัลโหลโดยไม่จำเป็น เพราะมันมีแต่ทำให้ผู้อ่านนั่งงมโข่งมากกว่าจะมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผมได้(เช่นกรณีของแม่ทัพต้วนจงที่อุส่าห์ไปขุดออกมาให้ยลโฉม จนป่านนี้ยังไม่มีใครโผล่มาคอมเม้นส์ซักคน) และตอนนี้มาดูขุนพลที่แวบไปแวบมาอยู่หลายตอนซึ่งจะถูกกล่าวถึงจริงๆ จังกันบ้าง

แฮหัวตุ้น(เซี่ยหัวตุ้น)เป็นหลานชายคนโตของตระกูล แก่กว่าโจหองซึ่งเป็นลูกชายคนโตของโจโก๋ในสามเดือน ฉะนั้นอาตุ้นจึงเป็นที่คาดหวังและจับตามองของตระกูลแฮหัวโดยตลอด และลูกชาวนาผู้นี้ก็ได้ร่ำเรียนวิชาการต่อสู่จนช่ำชองยิ่งกว่าผู้ใหญ่อีกเมื่อมีอายุเพียงสิบสองปี  ทว่า  พอเข้าปีที่สิบสามคุณปู่ก็ดันพาแมวตัวหนึ่งที่แม่ชอบเรียกอย่างประชดว่าอาหมาน(แปลว่าซ่อนเร้น, ไอ้หลืบ, ไอ้มารหัวขน)มาแนะนำตัวว่าเป็นลูกชายคนโตตัวจริงของแฮหัวโก๋(เซี่ยหัวซง)หรือโจโก๋ แถมน้องแมวตัวนี้เป็นแก่กว่าพี่ตุ้นสองปี สร้างความไม่สบอารมณ์แก่คนส่วนใหญ่ของตระกูลแฮหัวเนื่องจากเป็นลูกนอกสมรสที่จนป่านนี้พ่อก็ไม่ยอมรับ  มีสภาพครึ่งๆ กลางๆ ไม่รู้จะเป็นโจโฉหรือแฮหัวโฉดี(คือถ้าพ่อมันไม่รับจริงๆ ปู่จะยอมให้ใช้แซ่แฮหัวว่างั้นเถอะ) จึงเรียกว่าอาโฉน้อยไปก่อนเพราะฟังดูดีกว่าอาหมานเป็นกอง แต่บรรดาญาติๆ ทั้งหลายก็พอใจจะเรียกอย่างเหยียดหยามว่าอาหมานอยู่ดี  ส่วนตุ้นเก็บความไม่สบอารมณ์ของตนไว้จนกระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งปีก็เกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนหัวใจของหนุ่มน้อยตุ้นไปตลอดกาล
 <แมวเจ้าปัญหาที่ทำให้ตุ้นเสียตำแหน่งหลานชายคนโตของตระกูลแฮหัว แม้ว่าไซ้ส์มันจะเล็กไปหน่อย แต่มันแก่กว่าใครเพื่อนเลย(เหลือเชื่อจริงๆ)

ระหว่างที่ตุ้นกำลังเดินชมตลาดอยู่นั้นเอง ปากที่กำลังเคี้ยวขนมตุ้ยๆ ก็เป็นอันต้องหยุดเมื่อไปเจอกลุ่มอันธพาลที่กำลังเดินเก็บค่าคุ้มครอง ตุ้นไม่พอใจที่เห็นคนถูกรังแกก็เลยเดินกร่างเข้าไปหาทำให้มีปากมีเสียงกันและถูกหมาหมู่รุมฟัด  ขณะที่จะไม่ไหวนั้นเจ้าหัวหน้าใหญ่มันบังอาจดูหมิ่นอาจารย์ที่เคารพรัก น้องตุ้นจึงเกิดอาการฟิวขาดจัดการแทงมั่วด้วยความโกรธ หารู้ไม่ว่าคมทวนดันไปทะลุปากไอ้ตัวแสบนั้น ด้วยความที่ฆ่าคนโดยไม่ตั้งใจบวกความกลัวและพรรคพวกมันทำท่าจะฉีกเนื้อตุ้นให้ได้ทำให้ตุ้นต้องกระเซอะกระเซิงหนีไปตามประสาเยาวชนที่ทำความผิดเพราะสมัยนั้นไม่มีสถานพินิจ ฆ่าคนมีแต่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเท่านั้น  จนเมื่อประกาศจับออกไปทั่วทั้งเมืองน้องตุ้นผู้น่าสงสารที่เข้าไปหลบในป่าก็ยอมออกมาให้จับ...(TT_TT) เพราะน้องชายร่วมบิดามารดาของตนกำลังจะกลายเป็นผู้รับโทษตายแทน  ตุ้นจึงเข้ามาสารภาพกับท่านเจ้าเมืองเพื่อขอให้ปล่อยน้องไป และสองพี่น้องก็ต่างพูดปกป้องกันและกันและรับผิดเองจนกลายเป็นเรื่องน่าประทับใจและสะเทือนใจของผู้คนไปทั่ว  ท่านเจ้าเมืองก็ไม่รู้จะจัดการกับจำเลยเด็กทั้งสองอย่างไร
 <อดีตฆาตกรเยาวชน ผู้คนมักมองกันในแง่ร้ายเพราะงานของหลอกว้านจง แต่เค้ามีด้านดีๆ เหมือนกันคือรักพี่รักน้อง

มีคนหนึ่งที่วิ่งเต้นไปกราบคนโน่นไหว้คนนี้ไปทั่วคือโจโฉ-ญาติผู้พี่ที่พึ่งจะได้นามสกุลพระราชทานไปใช่ ความเครียดอันใหญ่หลวงทำให้ลมล้มไปสร้างความตกใจให้น้าเสี่ยวม่าน-น้องชายคนเดียวของแม่ซึ่งตอนนี้เป็นอาเพราะโจเต็งรับเป็นลูกบุญธรรมหลังจากที่คิดสั้นไปเป็นขันที(ตระกูลเฉาเป็นตระกูลขันที ฉะนั้นผู้ที่จะได้รับสืบทอดวงศ์ตระกูลจึงต้องเป็นขันทีเท่านั้น) คุณอาที่น่าสงสารก็แล่นไปบอกพี่ชายบุญธรรมเผื่อจะนึกสงสารลูกบ้าง  ปรากฏว่าคุณหลานดันทะลึ่งหายป่วยรีบไปขอความช่วยเหลือต่อ พอพ่อมาถึง ความที่ชังน้องเมียเก็บที่กลายมาเป็นน้องชายแถมแย่งมรดกเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงหาว่าต้มและจากนั้นไม่เชื่อเสี่ยวม่านอีกต่อไป น้าเสี่ยวม่านนี่เป็นคนละคนกับเสี่ยวม่านในหงสาฯ นะครับและคงเป็นคนละคนกับอาของโจโฉในนิยายด้วยเพราะชื่อไม่เหมือนกัน โจโฉแบกหน้าไปขอความเมตตาจากสุมาฝางซึ่งท่านก็ช่วยเหลือและแนะนำบันฑิตหนุ่มที่มีชาติตระกูลสูงและร่ำรวยอย่างอ้วนเสี้ยวและข่งหยงต่ออีกทอดทำให้เงินก้อนใหญ่มา(ไม่ทราบว่ายืมมาหรือเอาตัวเข้าแลก)  เค้าเอาเงินมาติดสินบนเจ้าเมืองสำเร็จทำให้โทษประหารลดลงเหลือแค่จำคุกแต่จำคุกได้ไม่นาน  ส่วนนายพลโจโก๋ก็โดนข้อหาจากการที่ลูกนอกสมรสวิ่งเต้นเรื่องช่วยนักโทษออกจากคุกต้องออกจากราชการเพราะถูกขันทีโหลนำเรื่องนี้มาต้อนจนอยู่ต่อไม่ได้ ทำให้โจโก๋และลูกเมียคนอื่นๆ พลอยชังน้ำหน้าโจโฉมากกว่าเดิม
 
^โจโฉ(กลาง)สมัยรับราชการใหม่ๆ(หน้าละอ่อนมาก) ชายร่างสูงแต่งตัวดีข้างๆ คืออ้วนเสี้ยวที่ต่อมากลายเป็นเจ้านายและคู่ศึก ส่วนหนุ่มท่าทางห้าวห่ามข้างๆ โจโฉคือแฮหัวตุ้น ที่ตอนนั้นเป็นเหมือนองครักษ์ของโจโฉ นับเป็นบอร์ดี้การ์ดคนแรกทีเดียว(แต่ดูท่าทางไม่ค่อยชอบอ้วนเสี้ยวเท่าไหร่)

สองพี่น้องตุ้น-เอียนซาบซึ้งใจในตัวพี่โฉมากจึงยอมรับนับถือเป็นพี่อย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก  ไม่กี่เดือนต่อมาทั้งสองก็ได้ตอบแทนบุญคุณอย่างจุใจโดยยกพวกไปช่วยญาติผู้พี่และอาซ้อที่บ้านเตียวเยียง(ว่าแล้วผมก็ต้องขอโทษที่ให้ข้อมูลผิดไป เพราะสุ่ยจิงไม่ได้ตายครับแต่บาดเจ็บหนักจนไม่สามารถมีลูกได้ น้าเสี่ยวม่านจึงจัดแจงให้หลานรักรับคุณหนูเล่าชีมาเป็นภรรยาคนที่สอง)  และหลังสร้างบาดแผลให้แก่เตียวเยียงอย่างแสบทรวงในครั้งนั้น ตุ้นและเอียนก็มาร่วมก๊วนกับโจโฉเต็มตัว ตุ้นได้เข้าป่าไปสร้างทีมงานจากบรรดาโจรที่ปราบได้กลายเป็นกองกำลังที่ทำงานให้โจโฉเมื่อโจโฉเริ่มรับราชการ  หลังโจโฉขอออกจากวังมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจี้หนาน คนพวกนี้ก็ตามมารับใช้ซึ่งทั้งหมดเรียกกันว่า "รุ่นห้าสี" ซึ่งแฮหัวตุ้นและแฮหัวเอียนนับเป็นแม่ทัพคนแรกของโจโฉทีเดียว คิดดีๆ นะครับ โจโฉที่ตัวเล็กหน้าสวยมีดีอะไรทำให้ลูกน้องสิโรราบได้ โดยเฉพาะก่อนหน้านั้นที่ยังไม่มีอะไรเลย เค้าสร้างฐานอำนาจมาจากอะไร แฮหัวตุ้นนี่เอง อาจจะกล่าวได้ว่า ถ้าไม่มีแฮหัวตุ้นโจโฉคงมาไม่ได้ขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่แฮหัวตุ้นจะเป็นน้องชายคนโปรดที่เข้าพบได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งหรือนัดหมายก่อน ในเกมDWก็ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นจนสาววายวี๊ดว๊ายกันมาก ขนาดจับคู่นี่เป็นคู่ประวัติศาสตร์อีกคู่หนึ่งในสายวาย แม้แต่ในสามก๊กโมเอ๊ะก็ไม่เว้น(เฮ้ย ตกลงเค้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันไม่ใช่เหรอ?)
 
^ความสัมพันธ์ของโจโฉและแฮหัวตุ้นนั้นค่อนข้างสนิทสนมกันมาก บางครั้งก็สนิทกันมากกว่าพี่น้องร่วมท้องกันซะอีก แต่เนื่องจากทั้งคู่มีสายสัมพันธ์ในฐานะเจ้านายกับลูกน้องรวมอยู่ด้วย แฮหัวตุ้นจึงให้ความสำคัญกับโจโฉมากกว่าพี่น้องทุกคน(ความเป็นพี่เป็นน้องถูกคูนสองด้วยความจงรักภักดี)

 
 
 <อ่า... แม้พงศาวดารจะระบุชัดว่าเป็นพี่น้องกัน แต่ก็มีคนไม่น้อยทีชอบตีความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพี่โฉกับน้องตุ้นแบบเกินความเป็นพี่น้อง

 
^แม้แต่ในสามก๊กโมเอะยังไม่เว้น

โดยปกติแม่ทัพมักมีรูปร่างและท่าทางที่สง่างาม ท่านเหล่านั้นล้วนสูงใหญ่บึกบึน กระทั่งเล่าปี่ก็ยังสูงอยู่ระหว่าง173-176 cm  แต่พวกเค้าเหล่านั้นกลับต้องถูกกันไปข้างหลังเพื่อความปลอดภัยอันดับหนึ่ง  ทว่ากฏนี้ใช้ไม่ได้กับแม่ทัพที่ชื่อโจโฉที่สูงแค่เมตรครึ่งแต่เปรี้ยวดาบยิ่งนัก  น้องตุ้นเป็นห่วงพี่โฉมากที่ชอบออกแนวหน้าเวลารบเพราะติดเครื่องไอพ่นเวลาบุกแต่น้ำมันหมดเวลาจะหนีประจำ จนถึงขนาดหาบอดี้การ์ดมาคอยคุ้มกันซึ่งก็คือเตียนอุย กระนั้นโจโฉก็โชกเลือดกลับมาตลอด ครั้งล่าสุดกาเซี่ยงใช้แผนนารีพิฆาตเตียนอุยดันไปแล้วไปลับ ปล่อยให้โจโฉกลับมาในสภาพยับเยินและหวาดเสียวเพราะทั้งตัวมีเสื้อคลุมนอกแค่ตัวเดียว  เล่าแล้วในเรื่องของกาเซี่ยงว่าโจโฉถูกกองกำลัง "ทราบฝ่าย" บุกเข้าไปทำร้ายในห้องนอนหลังจากเริงสวาทกับนางเจ๋าซื่อเสร็จ(แต่แค่ทุบตีธรรมดาหรือถูกรุมโทรมข่มขืนกระทำชำเรารึไม่นั้น แล้วแต่แรงจิ้นของพวกท่านครับ ผมไม่ขอออกความเห็น) แฮหัวตุ้นก็เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของโจโฉมากกว่าเดิมโดยผ่านทางเคาทู ซึ่งเคาทูก็ทำได้ดีกว่าเตียนอุย
 <โจโฉหนีการตามล่าของกาเซี่ยงและเตียวซิ่ว กลับมาในสภาพบาดเจ็บสาหัส

บางคนอาจจะไม่ทราบว่าแฮหัวตุ้นตัวจริงนั้นรูปหล่อยิ่งนัก ครับ.. ในบทที่ผมเล่าเรื่องข่งกว๋ามีข้อความที่ว่า "โจโฉมักคลุกคลีกับพวกทหารหนุ่มรูปหล่อ" ซึ่งก็ไม่ผิดซะทีเดียว แต่หลอกว้านจงไม่ค่อยเชิดชูฝ่ายโจโฉเท่าไหร่ทำให้หลายคนไม่ค่อยทราบว่าวุ่ยมีคนที่หล่อลากดินไม่น้อย แฮหัวตุ้นครบเครื่องทั้งฝีมือ-สูง-หล่อ-ล่ำ-ตาเดียว! ยิ่งDWยิ่งหล่อจนสาวกรี๊ดกระจายจับวายสะบั้น(นับว่าเป็นผู้ชายที่มีกรรมท่วมท้นอีกคนหนึ่งก็ว่าได้) ว่าแล้วก็นึกได้ หลายคนอาจจะจำไม่ได้ว่าทำไมตุ้นจึงมีตาข้างเดียว ตุ้นถูกยิงที่ตาในศึกลิโป้และสร้างวีรกรรม "กระเดือกลูกตาของตัวเอง" กลางสมรภูมิเนื่องจากเป็นเลือดแม่เชื้อพ่อหรือเพราะความจริงแกเกิดหิวขึ้นมาก็สุดจะเดาแล้วก็ "สู้แบบลืมตาย" กระทั่งรอดมาได้ในสภาพสาหัสเพราะแฮหัวเอียนไปช่วยทัน จากนั้นโจโฉไปเฝ้าพยาบาลอยู่ข้างเตียง(รักกันจริงๆ เนอะ)แฮหัวตุ้นจึงรอดตายมาแบบปาฏิหาริย์เพราะกำลังใจข้างเตียงที่ท่วมท้น ตั้งแต่นั้นแฮหัวตุ้นก็มีตาข้างเดียว
  
^โจโฉพยายามถวายฎีกาต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้(ดูเหมือนพระองค์จะไม่ค่อยอยากรับแฮะ)
 
^ชั่งเป็นน้องชายและลูกน้องที่เคียงบ่าเคียงไหล่จริงๆ

เห็นบ้าระห่ำอย่างนี้อาจจะคิดว่าแฮหัวตุ้นจะโมโหร้ายวู่วามเหมือนกวนอู-เตียวหุย  แต่ไม่ใช่ครับ ตามประวัติศาสตร์แฮหัวตุ้นเป็นสุภาพบุรุษมาก เค้าเป็นหนึ่งในบรรดาคนที่ร่วมใช้แรงกายขุดคลอง-สร้างเขื่อน-ทำนากับประชาชนอย่างไม่ถือตัว จึงเป็นที่รักของประชาชนและเพื่อนทหาร ยามว่างยังชอบอ่านหนังสือและไปเรียนหนังสือกับพวกเด็กๆ ด้วย(เนื่องจากสมัยเด็กไม่มีโอกาส) อาจจะมีด้านที่โหดบ้างคือตอนที่พยายามยับยั้งโรคระบาด ซึ่งสั่งฆ่าคนและเผาศพจำนวนมาก แต่นั่นก็ทำเพราะเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไม่อยู่แล้วไม่ใช่เพราะความโหดเหี้ยมอยากเห็นเลือดคน แฮหัวตุ้นอยู่กับโจโฉในวันที่เค้าจากโลกนี้ไป และตายตามกันไปทั้งที่ยังไม่ครบปีด้วยซ้ำ นับเป็นคนที่ตายดีคนหนึ่งในยุคที่เต็มไปด้วยสงคราม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #445 『WhiskY』 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 05:03
    ที่1ในใจเลยค่ะคนนี้ (///-///). ขอบคุณมากสำหรับความรู้เพิ่มเติมที่ไม่เคยรู้มาก่อน
    #445
    0
  2. #318 LE BASIlIC (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 22:12
    _(:3」∠)_

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 เมษายน 2559 / 23:36
    #318
    0
  3. #157 XIAHOU DUN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2555 / 21:03
    ขอถามอะไรหน่อยครับ คือ เท่าที่ผมอ่านสามก๊กมา ไม่เจอประวัตพี่ตุ้นละเอียดขนาดนี้เลย ไม่ทราบท่านหาข้อมูลมาจากไหนเหรอครับ ?
    #157
    0
  4. #156 XIAHOU DUN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2555 / 21:01
    กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดด มาก ผู้ชายในฝันเลยคนนี้ !! (โดนโจโฉตรบ) ขอบคุณที่เขียนบทความนี้ขึ้นมา อา...สบายใจขึ้นเยอะ ได้ไอดอลแล้วว
    #156
    0
  5. #72 ราเบล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 / 01:29
    ในบทความ เจาะลึกขุนพลสามก๊ก ของeagle เคยบอกไว้ว่า แฮหัวตุ้นตอนรบเป็นคนบ้าระห่ำ แต่ปกติจะเป็นคนสุภาพ ตอนที่แฮหัวตุ้นถูกสั่งให้ดูแลเมืองซงหยง แฮหัวตุ้นก็สั่งให้ทหารและชาวบ้านถมดินกั้นน้ำ สำหรับใช้ในการเกษตร โดยที่ตัวแฮหัวตุ้นเองก็เข้าไปร่วมถมดินกับเขาด้วย จึงเป็นที่ยอมรับทั้งเหล่าขุนนางและประชาชน

    ถ้าเคยอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาคลังหน จะพบว่าแฮหัวตุ้นหลังๆจะไม่ค่อยมีบทในการรบเลย อย่างมากก็ถูกแต่งตั้งเท่านั้น เพราะปกติแฮหัวตุ้นจะเหมือนองครักษ์ของโจโฉตลอด ฝ่ายโจโฉเองก็คงไม่ค่อยอยากให้แฮหัวตุ้นไปเสี่ยงมากนักด้วยล่ะมั้งครับ   แต่ก็นับว่าเขาเป็นขุนศึกที่เก่งกาจคนหนึ่งของโจโฉเลยเชียวล่ะครับ

    ปล.เกี่ยวกับอายุแฮหัวตุ้น ในฉบับการ์ตูน (ที่มันมี20เล่ม ที่วางขายไม่ครบตอนนี้น่ะครับ) โจโฉเคยบอกว่า แฮหัวตุ้นแก่กว่าเขาสามเดือน อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจครับ
    #72
    0