เฮฮาประสาสามก๊ก

ตอนที่ 12 : นายพลเกาทัณฑ์(หญิง)ผู้ถูกลืม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    6 ต.ค. 54

จอมขมังธนูแห่งยุคสามก๊กที่ถูกลืม
 

สำหรับบุคคลท่านต่อไปที่ผมจะกล่าวถึงนี้เป็นบุคคลที่เมื่อคิดถึงแล้ว  สมัยก่อนผมจะเกลียดหลอกว้านจงมากที่ไม่เขียนถึง  แต่เอาบทบาทไปประเคนให้เตียวเสี้ยนที่ไม่มีตัวตนทั้งๆ ที่บุคคลผู้นี้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าบุคคลอื่น และพลอยเกลียดเฉินโซ่วด้วยที่ละเลย(หรืออาจจะเขียนถึง แต่นิดๆ หน่อยๆ)  ปัจจุบันนี้ดวงตาเห็นธรรมแล้วย่อมไม่ถือโทษโกรธอีกต่อไป  แต่ก็ยังอดเสียดายไม่ได้ที่คนๆ นี้ถูกละเลย  ในขณะที่หลอกว้านจงอุส่าห์เขียนบทให้เมียเบ้งเฮ็กขี่ม้าออกรบได้  แล้วทำไมม้ายยย ทำมายคนผู้นี้จึงไม่มีบท!

ทั้งๆ ที่หลักฐานร่วมสมัยหลายชิ้นก็กล่าวถึงคนผู้นี้... จอมขมังธนูอีกคนของวุ่ยก๊ก!  นายพลต้วนจง! หรือ ต้วนฮูหยิน!

ฟังคำว่า "ฮูหยิน" ต่อท้าย ผมคงไม่ต้องบอกท่านนะครับว่า นักรบชั้นนายพลผู้นี้เป็นผู้หญิง  และเธอยังเป็นภรรยาของโจโฉด้วย! แล้วลูกสาวของเธอก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสามสนมของเหี้ยนเต้อีกต่างหาก  อยากถามคนเขียนงิ้ว(คุณหลอ)ว่า ละเลยทำหอกอารายยยย!?

 <ชีวิตรักโจโฉ.. นิยายที่เขียนขึ้นจากช่องว่างทางประวัติศาสตร์ที่มีไว้ให้จิ้น

ในเรื่อง "ชีวิตรักของโจโฉ" สามก๊กฉบับพิศวาส ได้ปรากฏตัวละครหญิงผู้หนึ่ง นามว่า "โต้วฮูหยิน" ซึ่งเป็น  ผมไม่แน่ใจว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ เพราะการออกเสียง  แต่เรื่องราวของเธอคล้ายๆ กับท่านนายพลหญิงของเรา  คือเธอเป็น "ผู้หญิงที่โจโฉนำไปเคียงข้างในสมรภูมิด้วย"  ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่า  โจโฉนั้นจะว่าเจ้าชู้ก็ไม่เชิงนัก  โจโฉในประวัติศาสตร์นับว่าเป็นหนุ่มรูปงามคนหนึ่งทีเดียว  แต่ไม่ยักมีชื่อในบัญชี "สุดหล่อแห่งยุคสามก๊ก" เหมือนลิโป้ จิวยี่ จูล่ง ม้าเฉียว ทั้งที่ทำสาวๆ กรี๊ดกร๊าดไปทั่ว(แปลกมาก)  อาจจะเพราะเสน่ห์ของโจโฉนั้นค่อนข้างแปลก  รูปร่างบอบบางหน้าตาสวย ดูเด็กกว่าอายุ ดูแล้วน่ารักน่าทะนุถนอม จึงถูกใจสาวน้อยสาวใหญ่สาวแก่แม่ม่ายเป็นอันมาก  แต่ไม่มีใครคิดว่าคนผู้นี้จะเป็นเสือเพราะดูยังไงมันก็แมวชัดๆ  เมื่อไม่ทันระวังนี่แหละโอกาสเรียบร้อยโรงเรียนโจจึงมากกว่าปกติ  เขามักหว่านเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจบ่อยๆ เพราะมนุษย์สัมพันธ์ดีและดูเชื่อง  ความจริงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ค่อนข้างชัดเจนว่าส่วนใหญ่ผู้หญิงที่โจโฉได้มาล้วนเป็นลักษณะ "บรรณาการ" มากกว่า เพราะสมัยนั้น เวลาชนะศึกเป็นธรรมดาที่ผู้หญิงของเจ้าเมืองที่ตายจะถูกยกมอบให้เป็นกรรมสิทธิแก่ผู้ชนะ(ถ้าไม่นับว่าเป็นแผนกาเซี่ยง เจ๋าซื่อก็เข้าทำนองเดียวกัน) ด้วยธรรมเนียมสงครามเช่นนี้เอง  ภรรเมียของโจโฉจึงมากขึ้นทุกวัน  ในขณะที่สมัยก่อนจะเป็นขุนศึกผู้ช่วงชิงใต้หล้าโจโฉมีเมียแค่สามคนและไม่เคยคิดจะหาเพิ่ม

สำหรับต้วนจง  เธอถูกพ่อแม่ขายมาเป็นนางโลม หรืออาจจะจำเป็นต้องเป็นก็ไม่อาจจะรู้ได้  แต่เธออายุไม่ถึงยี่สิบในวันที่พบกับโจโฉซึ่งขณะนั้นอายุสี่สิบ(นับแบบจีน)  เนื่องจากสามารถยึดเมืองปักเอี๋ยงไว้ได้  โจโฉและพรรคพวกจึงได้เวลาหาความสำราญ  ต้วนจงได้เข้ามารับใช้โจโฉใกล้ชิดและโจโฉก็ไวพอที่จะสังเกตเห็นว่าเธอนั้นสูงสง่าและสวยราวกับนางไม้  ว่ากันว่าสูงถึงเจ็ดเชียะสามชุน(~168 cm)ทีเดียว  ระหว่างที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับความงามของสาวน้อยอยู่  ลิโป้เกิดจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวแถมโจโฉกับทหารก็กำลังอยู่ในอารมณ์โรแมนติกซะขนาดนั้นการต่อสู้จึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล  โจโฉเห็นต้วนจงดูห้าวหาญไม่กลัวตาย  พยายามควบคุมสถานการณ์ฝูงนางโลมแตกรังเช่นนั้นก็เกิดความประทับใจ  จึงออกอุบายให้สาวๆ เปลืองผ้า  วิ่งออกไปอีกด้าน  ผลปรากฏว่าทหารลิโป้เห็นกองทัพขาก่อนก็เกิดอารมณ์กระเจิง  มือไม้อ่อนแต่อย่างอื่นแข็งแทน  กว่าจะหลุดออกมาได้ฝ่ายตรงข้ามก็แผ่นแนบไปไกลแล้ว  ยกเว้นโจโฉที่ขาสั้นจึงล้าหลังเสมอเวลาถอยทัพแถมมัวแต่ห่วงลูกน้องจึงยังติดอยู่ในเมือง  และขณะนั้นทัพลิโป้จุดไฟเผาเมืองแล้วครับ

ท่านคงจะจำเรื่องขำๆ ที่ลิโป้ไปเจอโจโฉแล้วจำไม่ได้เพราะมันมืดทำให้โจโฉจึงรอดแบบปาฏิหาริย์และพิลึกพิลั่นสุดๆ ได้  เรื่องนี้เกิดจริงในประวัติศาสตร์  แต่เนื้อหาต่างกันนิดหน่อย  เพราะความมืดไม่ได้อำพรางโจโฉ  แต่เป็นตัวโจโฉนั่นแหละที่อำพรางฐานะตนได้แนบเนียนที่สุด  ลิโป้ไม่ได้อยู่ที่นั่น  แต่เป็นทหารกลุ่มหนึ่งที่จับโจโฉได้และไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะเป็นโจโฉไปได้เช่นกัน(ถ้าสงสัยว่าทำไม ให้ย้อนกลับไปอ่านข้างบน)จึงถามไปว่า "เฮ้ย เจ้าตัวเล็ก โจโฉนายเจ้าอยู่ที่ไหนวะ" โจโฉยึดคราบลูกแกะที่พระเจ้าประทานให้ไว้แน่นและตอบว่า "โน่นครับ คนตัวโตที่ขี่ม้าแดงหนีไปโน่นแน่ะ"  ได้ยินดังนั้้นแล้วทหารจึงคุยกันว่า "อืม  งั้นปล่อยมันไปเถอะ  พึ่งจะลืมตาดูโลกมาไม่ถึงสามสิบปี  ครั้งจะฆ่าทิ้งก็เสียดายหน้าสวยๆ" ว่าแล้วก็จากไป  โจโฉจึงรีบพยุงลูกน้อง(ว่ากันว่าคือซุนฮก)ที่ขาเจ็บขึ้นแล้วหนีไปอีกทาง  แต่คราวนี้ซวยเพราะมาเจอทัพเตียวเลี้ยวและบังเอิญว่าในประวัติศาสตร์จริงนั้นเตียวเลี้ยวรู้จักโจโฉมาก่อนหน้าโน้นแล้วครับจึงต้องปะทะอย่างเลี่ยงไม่ได้  และเรื่องนี้ต้องยกย่องเตียวเลี้ยวเหมือนกัน  เมื่อเห็นว่าโจโฉมีคนเดียว  เตียวเลี้ยวก็สั่งลูกน้องไม่ใช่ช่วยและชนกับโจโฉซึ่งฝีมืออ่อนกว่ามาก  ถ้าไม่ใช่เพราะคิดจะจับเป็นโจโฉก็คงสังเวยคมอาวุธเตียวเลี้ยวไปแล้ว

แต่แล้วธนูดอกหนึ่งกับปักลงที่ไหล่ของนายเลี้ยว  และอีกหลายดอกที่พุ่งมา  ต้วนจงนั่นเอง  เตียนอุยอาศัยจังหวะนั้นปั่่นเตียวเลี้ยวซึ่งตอนนั้นยังเป็นผู้กองกิ๊กก๊อกหนีแทบไม่ทันแล้วช่วยเจ้านายที่เลือดท่วมไว้ได้  ก่อนจะนำออกจากเมืองไป  การที่โจโฉรอดชีวิตครั้งนี้  นอกจากเพราะเตียนอุยแล้วเค้ายังรอดเพราะผู้หญิงด้วย  เค้าจึงเชิญต้วนจงเข้ามาเพื่อพูดคุยและได้ทราบสิ่งที่น่าสนใจว่าผู้หญิงต้องมาเป็นนางโลมไม่ใช่เพราะอยากเป็นแต่เพราะไม่มีทางเลือกอื่น  โจโฉถามว่าถ้าเลือกได้เธออยากทำอะไร  เธอก็ตอบว่าเธออยากมีส่วนในการกอบกู้แผ่นดิน  พอโจโฉบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญ  ต้วนจงก็แก้ว่าผู้หญิงที่กล้าหาญมีมากแต่ไม่มีโอกาสได้แสดงออก  ตอนนั้นเองที่โจโฉตัดสินใจก่อตั้งกองทัพสตรีขึ้นมาในกองทัพของตนโดยให้ต้วนจงเป็นผู้เกณฑ์ผู้คนและรับผิดชอบดูแล  แต่โจโฉก็ตระหนักถึงความแตกต่างทางสรีระของชายหญิงเช่นกัน  จึงเน้นไปที่การยิงธนูและการต่อสู้แบบประชิดตัวยามจำเป็น  ซึ่งช่วงแรกๆ กองทัพเกาทัณสตรีนี้จะขึ้นตรงกับแฮหัวเอียน  ก่อนจะย้ายมาอยู่ในการบัญชาการของโจโฉโดยตรง

แม้จะมีผู้หญิงมาให้กระชุ่มกระชวยแต่วินัยทัพก็เข้มงวดเหมือนเดิมครับ  มีการลงโทษทหารที่ขืนใจทหารหญิงถึงขั้นตอนทีเดียว  แต่ถ้าเป็นการสมยอมและไม่เสียการเสียงานโจโฉจะไม่ว่าอะไรครับ  เช่นเดียวกับกรณีความสัมพันธ์ของไล่เอ็งยีกับพลทหารที่โจโฉไม่เคยว่าอะไรจนพลทหารผู้นั้นผิดวินัยทัพจึงมีการลงโทษ  แต่ต้วนจงแตกต่าง  เธอไม่ให้ชายใดแตะเธอง่ายๆ และโจโฉเองก็ไม่ได้แอ้มเธอง่ายๆ เหมือนกัน  เพราะเธอบอกเองว่าไม่ชอบผู้ชายที่ดูเหมือนผู้หญิง  แม่คุณเลยเมินโจโฉมาโดยตลอด  กระนั้นก็ยังให้ความเคารพอย่างสูงในฐานะแม่ทัพใหญ่  ต่อมาโจโฉยิ่งดูยิ่งแมนรึไงไม่ทราบเธอเลยเปลี่ยนใจหันมากิ๊กกับโจโฉหลังจากชนะอ้วนเสี้ยวในครั้งแรก  ต้วนจงเริ่มจากตำแหน่งนายกองพลธนูจนในที่สุดมีตำแหน่งใกล้เคียงแฮหัวเอียน  และเป็นนายพลธนูปีกขวา(คนจีนถือว่าซ้ายเหนือกว่าขวา ฉะนั้นแฮหัวเอียนจะมีตำแหน่งสูงกว่าโดยสภาวะนี้) มีคนว่าที่เธอตำแหน่งสูงในกองทัพเพราะเส้นโจโฉ  แต่ผมว่าไม่เพราะต้วนจงรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับโจโฉมานานจนแฮหัวเอียนตายเธอก็รับช่วงต่อ ผมไม่คิดว่าโจโฉจะยกตำแหน่งของแฮหัวเอียนให้ใครแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ  แต่นักประวัติศาสตร์บางคนกลับมองว่าโจโฉแก่จนหลงที่ตั้งนายพลผู้นี้เป็นผู้หญิงแทนที่จะมองว่าเธอมีความสามารถ  โจผีจะหัวโบราณกว่าพ่อรึเปล่าไม่ทราบจึงถอดต้วนจงจากตำแหน่งเมื่อตนเป็นฮ่องเต้

ผู้หญิงมีตำแหน่งสูงในราชสำนักและกองทัพไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวุ่ยในยุคที่โจโฉเป็นประมุข  แม้จะพูดถึงเพียงเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอที่จะยืนยันว่าโจโฉดูคนที่ความสามารถจริงไม่ใช่เพศและชาติกำเนิด  ต้วนจงจึงสามารถผงาดในกองทัพได้อย่างภาคภูมิยิ่งกว่าที่ฮัวมู่หลานเคยทำ  และยอดหญิงอย่างไช่เหวินจี(ซัวบุ้นกี้)ก็มีโอกาสถูกจารึกในฐานะบัณฑิตที่มีความสามารถ  ไม่ใช่เพราะเป็นเมียคนดัง  โจโฉพร้อมยกตำแหน่งทายาททางการเมืองให้ลูกสาวสืบทอดด้วยซ้ำถ้ามีความสามารถพอ  นั่นเป็นการทำสงครามกับหยู(ลัทธิข่งจื้อ)อย่างชัดเจนเพราะคนสมัยนั้นเหยียดผู้หญิงมาก  เรื่องของต้วนจงนี้ เล่าชวนหัวเคยเอามาล้อเลียนเป็นมุขด้วยว่า "Cao Cao, Where are you?" แถมเปลี่ยนชื่อนายพลหญิงเป็นผู้กองเจี๊ยบใน "ลอยเรือชมจิวยี่" ก่อนจะกลายเป็นหม่อมหนิมและลีเดีย[โจโฉไม่ใช่ทักษินนะ(-"-) พ่อคุณ]ใน "เปิดหน้ากากข่งเบ้งภาคสาม" และผมคงไม่ต้องบอกนะว่าทีมงานพับนกกระดาษไปโปรยเป็นทีมงานต้วนจงนี่เอง  แปลว่าเธอติดตามโจโฉไปในศึกเซ็กเพ็งด้วย! กลายเป็นผู้หญิงที่ใกล้ชิดโจโฉมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย! เพราะหลังจากเสียท่ากาเซี่ยงจนโจงั่งตาย โจโฉไม่เคยไว้ใจให้ผู้หญิงแปลกหน้ามานอนด้วยอีก  โดยเฉพาะถ้าอยู่ในเมืองที่พึ่งยึดได้!

นายพลต้วนจงผู้นี้ควรถูกประวัติศาสตร์ละเลยหรือไม่เมื่อเธอเกือบจะเป็นผู้เด็ดชีวิตจูล่งผู้เก่งกาจ ถ้าโจโฉไม่ลงจากหลังม้ามาหยุดมือเธอไว้ด้วยตัวเอง  แม้จะไม่ถูกเขียนอย่างชัดเจนโดยพงศาวดารที่มีสุมาเอี๋ยนเป็นบรรณาธิการแต่เรื่องราววีรกรรมของเธอมีในหลักฐานร่วมสมัยอย่างจดหมายเหตุวุ่ยก๊ก  เธอเคยเกือบได้ชีวิตของข่งเบ้งมาแล้วด้วยในศึกฮั่นจง  และเธอคนนี้แหละคือบุคคลที่ยิงเกาทัณอาบยาพิษใส่จิวยี่ "ตัวจริง" ขณะที่จิวยี่สามารถฉุดโจโฉขึ้นม้าได้สำเร็จ  ผู้หญิงคนนี้ต้องถูกละเลยโดยนักประวัติศาสตร์และแฟนๆ สามก๊กด้วยหรือ เมื่อเธอนี่แหละคือคนที่บัญชาให้พลธนูยิงเรือใส่เรือสอดแนมของซุนกวน... โดยเฉพาะเรื่องเรือสอดแนน  ที่หลอกว้านจงเขียนสวยหรูจนเหมือนเป็นวีรกรรมข่งเบ้งหลอกเอาธนูจากโจโฉ  จริงๆ มันเป็นความบังเอิญอันเกิดจากไหวพริบของซุนกวน  และความจริงยิ่งกว่านั้นคือ  ธนูที่ได้มาฟรีๆ นั้นเอามาใช้จริงแทบไม่ได้  เนื่องจากเรือสอดแนมระหว่างที่บรรดาพลธนูสาวกำลังทำลูกศรกันอยู่  และเมื่อต้วนจงมาถึงเธอก็ตรวจสอบและพบว่าไม้ที่ใช้ทำมีปัญหา  เมื่อเห็นว่ามีเรือสอดแนมเธอจึงแก้ปัญหาที่มีแต่ได้กับได้โดยสั่งให้ระดมยิงใส่เรือสอดแนม  ผลคือเรือถึงกับเสียสมดุลย์และเกือบล้มจนซุนกวนต้องสั่งให้กลับเรือ  ท่านสงสัยหรือไม่ว่าต้องระดมยิงลูกศรขนาดไหนจึงจะมีน้ำหนักมากพอจะทำให้เรือเอียงได้ นอกเสียจากตัวลูกศรมีน้ำหนักที่ผิดปกติและต้องยิงแบบไดจึงจะทำให้ลูกศรที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นนั้นไปปักบนเรือ  นี่ไม่พอที่จะวัดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาหรือไง?
 <ซุนกวน

ใน "หงสาจอมราชันย์" มีมือเกาทัณฑ์แสนสวยนามเสี่ยวม่าน  แต่ยังไงก็คือขันทีไม่ใช่ผู้หญิง  แต่ต้วนจงคนนี้คือผู้หญิง  และเธออาจจะเป็น "ฟ่าน" ใน "จอมราชันย์อหังการ" ด้วยก็ได้  แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ  ทำไมประวัติศาสตร์และบทงิ้วไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเธอ?

เพราะเธอเป็นผู้หญิงหรือ?  เพราะเป็นทหารหญิงของวุ่ย?  หรือเพราะเป็นผู้หญิงของโจโฉ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

478 ความคิดเห็น

  1. #460 kagehana2312 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 02:24
    อาจเพราะสมัยนั้นเหยียดเพศหญิงรุนแรง ประกอบกับแค่ลำพังผู้ชายเองก็กัดกันแย่งชิงอำนาจอยู่แล้ว

    ใครชนะก็เขียนประวัติศาสตร์ในตัวเองสวยหรู จึงไม่น่าแปลกใจที่จะละเลยผู้หญิงสักคนที่แม้จะเก่ง

    แต่ก็คงมีผู้ชายไม่น้อยในยุคนั้นที่หมั่นไส้และรับไม่ได้ที่จะเห็นผู้หญิงเก่งกว่า จึงแกล้งทำเป็นลืมๆ กันไปมั้งคะ

    #460
    0
  2. #121 Kuroda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 15:09
    เป็นคนที่สำคัญ ขนาดนี้ เค้าลืมกันได้ไงน้าาา
    #121
    0