The last of your expectation

ตอนที่ 9 : อาเทน่า--สมรภูมิเทวีแห่งหอคอยกริฟฟินดอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 ส.ค. 54

...ภรรยาของซิเรียส...!?!?

แฮร์รี่ รอน และ เฮอร์ไมโอนี่มองดูเอรีสอย่างไม่เชื่อ, เพราะเอรีสเป็นพ่อของลูเซียส  มัลฟอย ย่อมแปลว่าอายุคราวพ่อซิเรียสด้วยเพราะลูเซียสแก่กว่าเจ็ดปี  แล้วทำไมซิเรียสต้องไปคว้าผู้หญิงอายุมาคราวแม่มาทำเมียด้วย!?  จริงอยู่สำหรับแม่มดอายุคงเป็นเพียงตัวเลข  พวกพ่อมดแม่มดล้วนเด็กกว่าอายุจริง  ถ้ามักเกิ้ลเห็นคงคิดว่าพวกเค้าห่างกันแค่เจ็ดปีเท่านั้น  แต่ยังไม่พอเมื่อเอรีสบอกอีกว่า

"ดูเหมือนจะมีลูกด้วยกันด้วยนะ  ถ้าชั้นจำไม่ผิด,  ผู้หญิงหนึ่ง ผู้ชายหนึ่ง  เหมือนพ่อเปี๊ยบเลยทั้งคู่"

"อย่าบอกนะว่าฝาแฝดอีก" สกอร์ปิอัสโพล่งขึ้นมา "หลวงพ่อ, เอ้ย, คุณทวด"

"ใช่... แต่ก็ไม่ถึงกับแปลกนักหรอกแม้จะหายากเต็มที  ในโลกมักเกิ้ลก็มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น เพียงแต่มักเกิดกับแฝดที่เป็นไซโกสเดียวกันเหมือนเด็กแฝดวิสลี่ย์(เฟรด-จอร์ด)และมีสายสัมพันธ์แค่รุ่นเดียวโดยมีเงื่อนไขว่าคู่แต่งงานก็ต้องเป็นแฝดแท้เหมือนกัน" เอรีสถอนใจ "แต่ในโลกเวทมนตร์  คำว่าแฝดแท้จะหมายถึงแฝดชายหญิงที่มีลักษณะเหมือนเป็นร่างแบ่งภาคที่ต่างเพศกัน  และวิญญานก็เป็นดวงเดียวกันแต่ถูกเป็นสองส่วนโดยไม่ต้องฆ่าคนเพื่อสร้างฮอลลักซ์เลย  มันเกิดจากการฆ่าคนของมารดาที่กำลังจะตั้งครรภ์ พูดง่ายๆ คือมีไข่อ่อนที่กำลังจะฝังตัวกับผนังมดลูกอยู่ในท้อง ทำให้วิญญานของหล่อนไม่ฉีกขาดเพราะไข่อ่อนได้รับผลนั้นเต็มๆ  และพวกเค้าเกิดมาพวกเค้าจะได้รับผลแห่งความบาปของมารดาตกทอดไป  ทำให้มีลูกแฝดแท้ร่วมกับคู่ครองได้อีกหนึ่งรุ่นโดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นการ 'ต่างคนต่างจับคู่กับคู่แฝดอีกคู่' เหมือนรุ่นพ่อแม่ด้วยซ้ำ, เด็กรุ่นที่สามที่เกิดมาก็จะเป็นพี่น้องพลังเวทย์กับเด็กอีกกลุ่มที่เกิดจากคู่แฝดของพ่อแม่  แต่ถ้ากรณีที่คู่แต่งงานของทั้งคู่ก็เป็นคู่แฝดแท้อีก... เด็กรุ่นต่อมาก็จะมีความเกี่ยวพันธ์ทางวิญญาณได้แม้จะเกิดจากคนละพ่อคนละแม่"

"ชั้นเคยอ่านเจอผ่านๆ ในห้องสมุดของฮอกวอร์ต  ตอนที่ค้นหาข้อมูลของฮอรักซ์!! มันอยู่ถัดจากเรื่องฮอลรักซ์พอดี!!" เฮอร์ไมโอนี่โพล่งออกมา  รอนอ้าปากค้างว่าเธอจำได้ไง  ขนาดเค้าที่ไปหาด้วยกันตอนปีหกยังจำไม่ได้ว่าเคยอ่านเจอผ่านๆ  และที่สำคัญ  ตอนนั้นเธอไม่น่าจะมีแก่ใจจำด้วยซ้ำ  เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่ห้องสมุดของฮอกวอร์ตทำให้เธอผิดหวัง

"เธอฉลาดมาก... ชั้นกับอาเทน่าและเลาเรส พอตเตอร์เป็นแฝดแท้รุ่นที่สอง... รุ่นแรกที่เป็นแฝดแท้คือพ่อของเลาเรสกับแม่ของชั้นและพ่อของชั้นกับแม่ของเลาเรสที่รับพันธสัญญาของก๊อดริก  กริฟฟินดอร์มาตั้งแต่ก่อนพวกชั้นจะเกิด  ชั้นกับเลาเรสจึงมีความผูกพันธ์ลึกซึ้งในฐานะวิญญานภาคสว่างของก๊อดริก กริฟฟินดอร์ที่ไม่ยอมลาโลกด้วยเหตุผลสำคัญ  เราสองคนเกิดในช่วงเวลาเดียวกันโดยไม่คลาดแม้แต่วินาที  เมื่อเลาเรสตายวิญญานของเราจึงกลับมารวมกันในร่างนี้  แต่เราไม่มีความทรงจำของก๊อดริกหรอกนะ"

คำพูดนั้นทำให้แฮร์รี่ช๊อกหนัก "จะบอกว่าคุณคือกริฟฟินดอร์เหรอ!! เรื่องบ้าๆ แบบนั้นใครเค้าจะไปเชื่อ!!  ในเมื่อคุณก็เป็นพวกบ้านสลิธีรีน!" ตอนนั้นทั้งอัล สกอร์ โรซี่ รอน และ เฮอร์ไมโอนี่อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อ  ลูเครเซียลุกขึ้นจากเก้าอี้ฟังเทศแม้จะบาดเจ็บและเดินไปที่หน้าต่างโบสถ์

"แต่อาเทน่า... แม้เธอเป็นจิตมารของก๊อดริก  แต่เธอดึงกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของก๊อดริกทั้งหมดมารวมในตัวโดยไม่แบ่งแยก  มันบีบให้ร่างอีกครึ่งหนึ่งที่ต้องเป็นน้องสาวของเลาเรสไม่มีสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพราะปราศจากทั้งวิญญานและจิตใจ  และตอนนี้  ขอเพียงชั้นตายตามเลาเรสไป  วิญญานนี้จะไปรวมในตัวเธอ  และอาเทน่าก็จะมีพลังเต็มเปรี่่ยมเหมือนสมัยที่เรายังเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้ชื่อก๊อดริก กริฟฟินดอร์ ซึ่งมีพลังมากกว่าดัมเบิลดอร์ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดด้วยซ้ำ"

รอนล้มทั้งยืน, เค้ารับอะไรมามากเกินกว่าจะทนฟังต่อไปได้แล้ว  แต่ก็ไม่วายที่จะปากคอสั่น "มันเป็นไปไม่ได้หรอก  พวกมัลฟอยเป็นพวกบ้านสลิธีรีน ถ้าคุณเป็นอย่างที่คุณว่า  คุณคงถูกยัดเข้าบ้านกริฟฟินดอร์รวมทั้งลูกหลานของคนด้วย"

"สายเลือดตระกูลมัลฟอยเข้มข้นมากนะโรนัลล์... วิญญานของชั้นคือหนึ่งในสี่ของก๊อดริกก็จริงแต่พลังของก๊อดริกแทบไม่สืบทอดมาหาชั้นเลยผิดกับเลาเรส  และชั้นยังอยู่ในฐานะผู้นำตระกูลมัลฟอยด้วย  ต้องยัดตัวเองเข้าไปอยู่สลิธีรีนอยู่แล้ว  แต่อาเทน่า... ทันทีที่หมวกคัดสรรลอยเหนือหัวเธอโดยไม่ทันแตะแม้ปลายผมมันก็ประกาศเสียงก้องด้วยความปิติอย่างที่สุดว่า "กริฟฟินดอร์"  อาเทน่าอยู่ฮอกวอร์ตแค่สี่ปีก็ออกจากโรงเรียนไปอยู่ที่เพลมิล๊อกพร้อมๆ กับเฟรย์ที่เป็นเพื่อนสนิท  พวกเค้าเป็นนักเรียนของเพลมิล๊อกที่เก่งที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์นับแต่เฮก้า  ฮัฟเฟิลพับก่อตั้งมันขึ้นมา"

เฮอร์ไมโอนี่และโรซี่มองหน้ากันเหมือนจะเริ่มเข้าใจบางอย่าง  อัลหันกลับไปมองสเนปที่หลับสนิท  ปล่อยเอรีสพูดต่อไป

"ลูเซียสและลูเครเซียเป็นรุ่นที่สาม  เป็นแฝดแท้ที่มีความเกี่ยวพันธ์ทางวิญญาน  ส่วนเจมส์ พอตเตอร์ก็เป็นน้องชายของพวกเค้าในทางพลังเวทย์เพราะเป็นทายาทกริฟฟินดอร์ที่อยู่ร่างเนื่อที่ชื่อเลาเรส  พอตเตอร์  ลูเครเซียมีพลังสูงมากตั้งแต่เด็กแถมเกิดก่อนเจมส์เจ็ดปี  ทำให้การแบ่งพลังเวทย์ไม่เพียงพอที่เลาเรสจะมีลูกแฝดได้อีก  แถมเด็กแฝดแท้ที่เกิดจากอาเทน่ากับซีเรียสก็ยังมาแบ่งเอาพลังเวทย์จากกองกลางนี้ไปอีก  เจมส์เลยกลายเป็นฝาแฝดที่เกิดมาตามลำพังโดยมีพลังเวทย์ที่ค่อนข้างสูง  สายพลังเวทย์ของกริฟฟินดอร์ที่จะส่งผ่านหาลูกจึงยุติลง  แต่กระนั้นพวกเธอที่เป็นสายเลือดของเราและเกิดมาหลังจากนั้นก็ถือเป็นทายาทกริฟฟินดอร์ทุกคนไม่เว้นแม้เดรโกและสกอร์ปิอัส... เธออาจจะไม่รู้แฮร์รี่  แต่นี่แหละคือเหตุผลที่นิสัยของเดรโกเหมือนเจมส์  เพราะความสัมพันธ์ทางวิญญาน  ถ้าเปรียบเทียบกับมัลเกิ้ลจะเห็นว่าการที่หลานชายจะนิสัยเหมือนอามันเป็นเรื่องปกติ"

แฮร์รี่ตกใจที่รู้ว่านอกจากเค้าแล้ว  ก่อนหน้านั้นยังมีคนที่เลือกบ้านด้วยตัวเองมาก่อนคือเอรีส ต่างแต่ว่า เค้าหนีจากสลิธีรีนไปกริฟฟินดอร์  ขณะที่เอรีสหนีจากกริฟฟินดอร์ไปสลิธีรีน

"ว่าแต่มาทีน่า" เฮอร์ไมโอนี่ถามเบาๆ

"ใครคือมาทีน่า?" เอรีสเลิกคิ้ว

"ก็... ที่เป็นแม่ของด๊อบบี้"

ตอนนั้นเองที่พวกบาทหลวงทุกคนหัวเราะก๊ากพร้อมๆ กัน  เพราะใครๆ ก็ได้ยินทั้งนั้นว่าแม่ด๊อบบี้ชื่อ "ทีมานี่" หล่อนอุส่าห์จำสับสนได้ยังไง แต่นั่นก็ไม่พอที่จะลบความกังวลใจออกไปจากแฮร์รี่ได้  ซิเรียสมีลูก แต่ไม่เคยบอกเค้า, ทำราวกับเด็กพวกนั้นไม่มีตัวตน  เค้ามองดูสเนปที่นอนหลับโดยมีอัลเฝ้าไม่ห่างด้วยความใจที่ห่อเหี่ยว--พ่อที่เป็นแหล่งความสุขสำหรับการเสกผู้พิทักษ์  เค้าพยายามที่จะเค้นความสุขออกมาจากการคิดถึงพ่อแต่มันแทบไม่มีอะไรเลย  และคิดถึงทอมซึ่งสำหรับแฮร์รี่ตอนนี้เค้าไม่ใช่โวลเดอร์มอร์ แต่เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่น่าสงสาร  เค้าคิดจะไปตามหาเด็กคนนั้น  แต่บางสิ่งเรียกความสนใจของเค้า... บาดแผลของสเนปที่ค่อยๆ หายไป!!

"เอรีสฮะ? นี่?" อัลท่าทางดีใจมาก

"เป็นฝีมือของอาเทน่าแน่ๆ,  เธอคงรักษาบาดแผลให้เซเวอรัส"

"แล้วทำไม..." แฮร์รี่นึกได้เกี่ยวกับข้อสงสัยของเฮอร์ไมโอนี่  และคำพูดของเฟรย์ "รึว่า..." เอรีสพูดเบาๆ

"บราเทอร์เซเวอรัสคือวิญญานของศาสตราจารย์สเนป ใช่... ที่นอนตรงนี้มีแต่ร่างกายกับความทรงจำเท่านั้น"

"บางที คุณอาเทน่านั่นแหละ  ที่จะหาวิธีที่จะให้ร่างและวิญญานรวมกัน  ใช่มั้ยคะ" โรซี่ถามเป็นครั้งแรก  หลังจากฟังมาตลอด  แต่ไม่มีใครตอบเธอแม้แต่คนเดียว  เธอหันไปหาลูเครเซียที่ยืนที่หน้าต่าง--เป็นคำตอบสุดท้าย  ลูเครเซียส่ายหัว

"วิญญานที่ยังบริสุทธิ์เท่านั้นที่ใช้การได้  ถ้าทำร่างกับวิญญานและความทรงจำมารวมกันเซเวอรัสก็จะกลับไปเป็นคนเดิมที่เต็มไปด้วยความปวดร้าว  วิญญานเปื้อนมลทินแบบนั้นป้าอาเทน่าไม่ต้องการหรอก  ชั้นว่าเพื่อให้ได้ลูกแกะบริสุทธิ์  เธอมีแต่จะทำลายเซเวอรัสที่นอนอยู่นี่ทิ้งไป"

เวลานั้นอัลเหมือนหล่นลงสูงนรกน้ำแข็ง... ทำลายเซเวอรัส สเนป, ที่น่าสงสารคนนี้เหรอ?










แพขนตาสีดำดกหนาเปิดออก  เผยให้เห็นตาสีดำขลับ  เซเวอรัสพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบ  มีชายคนหนึ่งที่หน้าตาคุ้นๆ นั่งยองย่ออยู่ข้างๆ และกำลังมองด้วยท่าทางเอ็นดู  ผู้ชายที่มีตาสีเทาและหน้าตาหล่อเหลาอย่างหาใครเปรียบเทียบได้ยาก  ผมสีดำเงาดูมีน้ำหนัก  และ... อายุเหมือนจะพอๆ กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทั้งร่างกายและวิญญาน

"สวัสดี  เจ้าขี้แย(สนิฟเวลลัส)"

วูบหนึ่ง เค้าเหมือนรู้จักชายคนนี้  มันซ้อนทับกับภาพชายคนหนึ่งที่กายร่างจากสภาพที่เป็นหมาสีดำ!? และโดยไม่รู้ตัว  เค้าเรียกชื่อมันออกมา "ซิเรียส แบล็ค!"

ชายคนนั้นยืนขึ้น  และเค้าก็พบว่าคนอีกคนที่ดูราวกับเป็นเวอร์ชั่นผู้หญิงของชายคนนั้นก็เข้ามาใกล้  และเสียงหัวเราะของทั้งคู่ก็ประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน "แม่! หมอนี่เรียกอะพอลโล่ด้วยชื่อของพ่อแน่ะ!" ผู้หญิงพูดขึ้น

"นั่นเป็นเพราะว่า, ร่างกายดันกลับมาบนโลกน่ะสิ  เลยทำให้วิญญานเริ่มฟื้นความทรงจำ  ขืนปล่อยไว้นานเกินไปต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแน่!" เฟรย์พูดขึ้น "เราต้องจัดการหมอนั่นโดยเร็วแล้ว"

"ไม่ต้องวุ่นวายขนาดนั้นก็ได้" เสียงเย็นๆ ผู้หญิงดังขึ้น  เซเวอรัสหันขวับไปแล้วพบกับผู้หญิงที่ดูเหมือนอายุประมาณสี่สิบปีเมื่อมองจากภายนอกนักอยู่บนเก้าอี้  ผู้หญิงที่เหมือนเอรีส  ผมและดวงตาสีเดียวกัน  เธอมีผมที่ยาวแค่ครึ่งคอและหวีแสกข้าง  สวมเสื้อคอเต่าแขนขาวสีดำ  กางเกงสแล๊คและเข็มขัดสีดำ  รองเท้าดำขัดมัน  ที่ไหล่ของเธอคือเสื้อคลุมสีแดงจัด  เสื้อผ้าของมักเกิ้ล!! ท่าทางเกือบจะเหมือนผู้ชาย "เราจำเป็นต้องให้เค้าในการทำให้จอมมารเป็นจอมมารที่สมบูรณ์แบบ  ถ้าเกิดทำอะไรไม่เข้าท่าก็เสียแผนสิ"

"คุณ... อาเทน่า  ใช่มั้ย" เซเวอรัสกระซิบ

"รู้จักชั้นด้วยเหรอ?  น่ารักจัง  กระต่ายน้อย!?"

"คุณพาผมมาที่นี่ทำไม! ให้ผมกลับเดี๋ยวนี้นะ!"

อาเทน่า  แบล็คลุกจากเก้าอี้  เดินตรงเข้ามาแล้วคุกเข่าลงและเชยคางบาทหลวงหนุ่มขึ้นอย่างทะนุถนอม "จิตใจบริสุทธิ์สะอาด... แตกต่างจากสเนปอีกคนมากจริงๆ เมื่อก่อนที่เธอยังเป็นคนเดียวกันกับเค้าน่ะ เธอบริสุทธิ์เพียงความรัก  แต่ตอนนี้ดูสิ เธอเป็นเหมือนโลกิ  นี่แหละสิ่งที่จำเป็นต่อวันพิพากษาโลก  ไนจัส อะโพคาลิฟถึงได้แยกวิญญานของเธอออกจากร่างเพื่อจะเป็นเฟริส์ทชิลเด้น(first-children แปลว่าลูกหัวปี ขออนุญาตทับศัพท์เพื่อความเท่)  เสียแต่ว่าความบริสุทธิ์นี้ได้รับการเพาะบ่มไว้เพียงสิบเจ็ดปี  คิดแล้วก็เสียดายโลกิ  ถ้าจอมมารไม่กลัวเกินไปว่าความรู้สึกต่อโลกิจะกลายเป็นความรัก  วิญญานของเค้าจะมีคุณค่ามากกว่าเธออีกนะ"

"หมายความว่าไง  แล้วใครคือโลกิ!?"

"โลกิ  พริ้นซ์--เป็นคุณตาแท้ๆ ของเธอ  เซเวอรัส,  พ่อของไอลีน  พริ้นซ์...  คนแรกที่ทำให้ลอร์ดโวลเดอร์มอร์หวั่นไหว!"

'คุณตาของชั้น!' เซเวอรัสคิดในใจก่อนจะบอกออกมา "ผมเป็นโฮโมนครูซ!  ไม่ใช่เซเวอรัสที่คุณพูดถึงหรอก!"

"เธอนี่... แกล้งโง่ไม่เก่งเลยนะ... ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนฉลาดแท้ๆ   เอ... รึเพราะเธอสูญเสียหัวใจของเซเวอรัส  สเนปคนนั้นไป  สติปัญญาที่เฉลียวฉลาดเล่ห์เหลี่ยมพราวนั่นก็เลยหายไปด้วย!?" เซเวอรัสกลืนน้ำลาย  ใช่  เค้าพอจะรู้รางๆ แล้วจากการพูดคุยกันระหว่างลูเครเซียกับคุณนายวิสลี่ย์  และแน่ใจจากที่เฟรย์พูด  เค้ารู้แล้วว่าเค้าคืออดีตอาจารย์สอนปรุงยาและอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอร์ต  และแน่นอน  อีกฝ่ายสามารถพินิจใจเด็กหนุ่มอายุยี่สิบเอ็ดได้ง่ายๆ เพราะเซเวอรัสคนนี้บริสุทธิ์เกินกว่าจะรู้จักการสกัดใจ "ใช่... เธอรู้แล้วนี่! เธอคือศาสตราจารย์สเนป  ใช่แล้วล่ะ!"

"คุณบอกว่าผมคือศาสตราจารย์สเนป  แล้ว  ศาสตราจารย์สเนปคนนั้นเป็นใครกัน  เค้าถูกพามาที่โบสถ์  และผมได้อาบน้ำให้เค้าด้วย" เซเวอรัสกระซิบเบาๆ "ถ้าผมเป็นวิญญาน  แล้วทำไมร่างไร้วิญญานยังเดินไปเดินมาได้"

"เซเวอรัส... ร่างที่นอนสงบอยู่ในหลุมฝังศพและร่างที่ถูกผู้คุมวิญญานชิงวิญญานไปน่ะ  คือร่างที่ไร้ทั้งวิญญานและจิตใจ  แต่ตามความจริงแล้วเธอมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากวิญญาน  ไม่สิ  เธอไม่ตายและไม่มีชีวิต  ผู้ที่เสียดวงวิญญานไปแต่จิตใจยังยึดติดกับร่างจะถูกสาปแช่งจากทิวากาลและรัตติกาล  พวกเค้าจะไม่มีหนทางในโลกหลังความตายเพราะพวกเค้าจะไม่ตาย  และแน่นอน  พวกเค้าไม่เคยมีชีวิตอยู่มาแต่ต้น  ยมทูตจะตามล่าดวงวิญญานแต่จะไม่สนใจร่างกายหรอก... น่าสงสารลอร์ด โวลเดอร์มอร์  ถ้าเค้ายอมตัวเองให้มีความรักบริสุทธิ์ไม่หวังสิ่งตอบแทน  มีรักแท้ของพระเจ้าที่มั่นคงไม่แปรเปลี่ยน  แล้วจากนั้นยอมเสี่ยงที่จะถูกกระชากดวงวิญญานออกไปโดยยึดหัวใจไว้กับร่าง  เค้าก็จะเป็นสิ่งที่เค้าใฝ่ฝันมาตลอด  เค้าจะไม่ตาย!"

เซเวอรัสอึ้ง "แล้ววิญญานล่ะ!?  วิญญานที่สูญเสียจิตใจจะเป็นยังไง!?"

"มันก็จะคงสภาพบริสุทธิ์ตลอดกาล  ไม่มีความบาปใดๆ อีก  จนกระทั่งวันที่มันได้กลับไปรวมกับหัวใจอีกครั้ง" อาเทน่ายืนขึ้นและก้าวเดินออกไป  มีสายตาของเซเวอรัสมองตาม "เธอแคร์เหรอว่าเธอเป็นวิญญานของเค้า! วิญญานไม่ใช่ของใครทั้งนั้น  มันเป็นของพระเจ้า!  เธอเป็นสมบัติของพระเจ้าที่ทรงประทานให้คนชื่อเซเวอรัส  สเนป!  เพื่อแสดงสถานภาพความเป็นมนุษย์! และเมื่อถึงเวลาเธอก็จะถูกเรียกคืนเหมือนกัน!"

"ผมไม่เข้าใจ  ผมมีร่างกาย  ผมมีความรู้สึกนึกคิด  แล้วจะบอกว่าจิตใจและร่างกายของผมถูกแยกจากผมไปได้ยังไง"

"วิญญานเท่านั้นที่เป็นสมบัติล้ำค่า... เมื่อมันถูกแยกจากจิตใจอันเป็นสิ่งที่เหมือนคู่ชีวิตอันสมบูรณ์แบบแล้วไซร้  มันก็ย่อมก่อร่างสร้างจิตใจขึ้นมาใหม่ได้  แต่จิตใจนั้นจะไม่คงทนถาวร  มันสูญสลายได้  ผิดกับจิตใจอันเป็นของคู่กับวิญญานแต่แรก  ถ้าเธอกลับไปอยู่ร่างและวิญญานเดิม  จิตใจของเธอตอนนี้ก็ย่อมสูญสลายไปด้วย  ถามหน่อย... เธออยากจะลืมความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อทอมและปล่อยให้จิตใจที่อาฆาตโวลเดอร์มอร์ยึดครองเธองั้นสิ?"

ไม่มีวันแน่นอน  เพราะถ้าเป็นแบบนั้น  เค้าจะเกลียดทอมที่น่าสงสาร  ถ้าเค้าทิ้งไปทอมก็ไม่เหลือใคร "ผมไม่สามารถเกลียดทอมได้... และจะไม่มีวันยอมเกลียดเค้า"

"เท่ากับปฏิเสธการหลอมรวมกลับคืนสู่ร่างกายสินะ"

"ถ้าจิตใจนี้หายไป  แล้วทอมไม่เหลือใครล่ะก็..."

"แค่นั้นแหละ" ว่าแล้วหันไปหาลูกสาว "อาเทมีส... เอาอาหารมาให้หลวงพี่ฉันก่อนสิ  แล้วก็เสื้อผ้าด้วย"

"ค่ะ  แม่" อาเทมีส  แบล็กออกไป  จากนั้นก็ปล่อยให้เซเวอรัสเป็นอิสระ  ก่อนจะมีคำสั่งเพิ่มอีก

"เราจะออกไปข้างนอก  เธอพักผ่อนให้สบายเถอะ.... เฟรย์  อะพอลโล่  เราไปกันเถอะ"

"เดี๋ยว" เซเวอรัสนึกได้ "ผมจะไว้ใจพวกคุณได้ยังไงว่าพวกคุณเป็นคนดีพอ  ในเมื่อเพื่อนคุณฆ่าอเล็กซ์"

"เธอไม่จำเป็นต้องไว้ใจชั้น  แค่รู้  หนึ่ง  เราไม่ทำร้ายเธอ  สอง  เราไม่ยอมให้เธอกลับไปเป็นวิญญานของศาสตราจารย์สเนป  สาม  แม้เป้าหมายของชั้นจะต่างจากเอรีสแต่เราต่างก็ครึ่งหนึ่งของก๊อดริก กริฟฟินดอร์  และกริฟฟินดอร์จะไม่ยอมให้ลูกหลานของเอวาต้องสูญสิ้น" และในที่สุด  อาเทน่า  แบล็กก็จากไปพร้อมๆ กับลูกคนของเธอ  ทิ้งเซเวอรัสไว้ตามลำพังในห้อง  เฟรย์ถามเบาๆ

"อาเทน่า  เธอคิดจะขัดขวางการกลับคืนสู่ร่างของดวงวิญญานด้วยวิธีการนั้นเหรอ"

"แน่นอนที่สุด... ชั้นไม่สนหรอกนะว่าเซเวอรัสจะจำได้หรือไม่ว่าเค้าเคยเป็นใคร  เคยรักใครและเกลียดใคร  แต่ตราบเท่าที่เค้าไม่เป็นทาสของหัวใจ  วิญญานของเค้าก็จะบริสุทธิ์" เธอยิ้มออกมา "ดูเค้าสิ  ดวงตาใสสะอาดเหมือนโลกิไม่มีผิด  โลกิน่ะเป็นพ่อมดศาสตร์มืด  เป็นวิญญานที่มีเจตจำนงค์อิสระและหัวใจอันมีมาแต่เริ่มแท้ๆ แต่เค้ากลับบริสุุทธิ์อย่างไม่น่าเชื่อเพราะเกิดมาเพื่อเป็นเฟริส์ทชิลเด้น  เค้าเป็นคนแรกที่สามารถทำให้จอมมารหวั่นไหวได้  แต่เพราะเค้าทำได้จอมมารถึงได้ฆ่าเค้าซะ หารู้ไม่ว่าลูกแกะบริสุทธิ์นั่นแหละที่จะทำให้เค้าเป็นอมตะได้จริงๆ"

"นั่นเพราะจอมมารไม่เชื่อว่าเธอคือกริฟฟินดอร์ต่างหาก"

"แต่คราวนี้  เราไม่ต้องแนะนำหรอก  ปัญหามีอยู่ว่า  เราต้องใช้เซเวอรัสคนนี้ในการนำลูกแกะบริสุทธิ์กลับมาให้เรา  รึว่าจะใช้เค้าแทนลูกแกะ"








TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #238 micupcake16 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 23:05
    สเนปป จะปลอดภัยทั้ยนะแบบนี้
    #238
    0
  2. #227 BirdS of ParadiZe (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 01:25
    นำกลับมา อาเทน่าจะทำยังไงกันแน่
    #227
    0
  3. #219 obo224 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 12:28
    งงแค่ว่า แล้ว อาเทน่ากะเฟรย์จะทำไปเพื่ออะไร
    #219
    0
  4. #93 tl16 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2554 / 11:48
    งงเล็กน้อออออออย
    #93
    0
  5. #92 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 02:14
     มึนค่ะ รู้สึกเหมือนโดนห่าลูกกระสุนรัวใส่สมอง ... ตัวละครเยอะจนเรียบเรียงไม่ทัน. กับเรื่อง ร่างกาย วิญาณจิตใจ หัวใจ
    โอยมึน .. 

    ต้องอ่านหลายๆรอบๆค่อยเป็นค่อยไป แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลา เดี๋ยวมาอ่านใหม่อีก

    โอ้ย สงสาร เซเวอรัส ทั้งสองคนเลย 

    สนุกมากค่ะ ซามมาเอล ถึงแม้ว่าจะเกิดอาการมึนก็ตาม สู้ๆค่ัะ ซามมาเอล 
    คอยเป็นกำลังใจให้เช่นเคย  แต่งได้ร้ายกาจที่สุด 
    #92
    0
  6. #91 Eve P Berm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2554 / 23:03
    อ่านแล้วชักจะงงๆ ยุ้ยญาติเยอะจริงๆเลย เริ่มลำดับศักดิ์ไม่ถูกเลยแฮะ (เยอะเกิน???)

    ดูท่าทางเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆซะแล้วแฮะ

    รีบมาลงต่อไวๆนะค่ะ รออย่างใจจดใจจ่อ
    #91
    0