The last of your expectation

ตอนที่ 6 : เมื่อเฮอร์ไมโอนี่โชว์ภูมิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    5 ส.ค. 54

"จากตรงนั้นเป็นห้องอาบน้ำ  เมื่อก่อนคุณรีมัส  ลูปินต้องอยู่ที่นี่และกลายเป็นมนุษย์หมาป่า  เวลาเค้ากลายเป็นคนเค้าต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่เพราะฉะนั้นที่นี่จึงมีห้องอาบน้ำ" ทอมบอกหลังจากเก็บกวาดได้เกือบเสร็จแล้ว "เธอพาเค้าไปอาบน้ำในนั้นก่อนแล้วชั้นจะกลับไปหาเสื้อผ้ามาให้ศาสตราจารย์สเนปเปลี่ยน"

"ครับ  ว่าแต่..." สกอร์ปิอัสยังงงงอยู่ "แล้ว  คุณรู้เรื่องศาสตราจารย์ลูปินเป็นมนุษย์หมาป่าและวิธีเข้ามาในเพิงโหยหวนได้ยังไงกัน" ทอมเงียบและมีท่าทีกังวลใจ  ก่อนที่สกอร์ปิอัสจะรีบพูดเมื่อนึกได้ว่าอาจจะทำอะไรบางอย่างเกินไปแล้ว "ขอโทษครับ  ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้คุณ"

"เธอไม่ผิดหรอก  สกอร์" ทอมกระซิบเศร้าๆ "นี่เป็นความจริง  ชั้นมีความทรงจำจางๆ ของลอร์ด โวลเดอร์มอร์.... เรื่องที่ชั้นรู้เกี่ยวกับเพิงหวยหวนคือเรื่องที่โวลเดอร์มอร์ฟังมาจากหางหนอน..." ทอมถอนใจ  ก่อนเสกให้ฝุ่นทั้งหมดหายไปเป็นอันจบงาน "มันทำให้ชั้นกลัวมาตลอดว่าระหว่างชั้นกับโวลเดอร์มอร์ต้องมีอะไรเกี่ยวพันธ์กัน  เรื่องวันนี้ยิ่งทำให้ชั้นยิ่งกังวล  ว่าตัวเองอาจจะทำให้เธอกับเพื่อนๆ ต้องเดือดร้อน"

"อะไรกัน... ผมไม่เห็นกลัวพวกยมทูตนั่นซักนิด" สกอร์ปิอัสว่า  ทั้งๆ ที่ตัวเองร้องดังกว่าเพื่อนตอนที่วิ่งหนี

"ชั่งเถอะ.... ชั้นจะไปเอาเสื้อผ้าสำหรับศาสตราจารย์  พวกเธอดูแลเค้าด้วย" ว่าแล้วก็ไป  และหลังจากนั้นสกอร์ปิอัสก็เห็นโรซี่เดินตามทอมออกไปด้วย

"เดี๋ยว! เธอจะไปไหน!"

"ไปเอาอาหารเที่ยงมาให้พวกเธอไง  ไม่กินข้าวเหรอ"

"ไปเอาที่ไหน" สกอร์ปิอัสทำหน้าเลิกลัก

"ในครัว"

"เธอรู้ได้ยังไงว่าครัวอยู่ไหน?!"

"เจมส์กับเฟรดบอกชั้นตั้งแต่คืนแรกที่มาถึงฮอกวอร์ต" เธอจากไป  และก่อนที่จะถึงประตูเธอหันมาและออกคำสั่ง "ส่วนเธอช่วยอัลจับศาสตราจารย์สเนปอาบน้ำ!"

"หา!?!"

หลังจากถูกทิ้งให้งง  สกอร์ปิอัส  มัลฟอยสะบัดหัวแล้วเดินไปในห้องเพื่อขอตัวช่วย  เค้าเจอเข้ากับอัลบัส พอตเตอร์ที่ท่าทางจริงจัง

"ศาสตราจารย์ครับ  คุณจะต้องอาบน้ำนะ!"

เงียบ....

"อีกครั้งนะ  ผมจะหันหลัง  คุณถอดเสื้อผ้าแล้วไปอาบน้ำซะ!"

เงียบ....

"นี่คุณจะให้ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณไม่ได้นะ!"

ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ  สกอร์ปิอัสรีบเข้ามาก่อนที่มันจะไปกันใหญ่ "อัล  ชั้นว่า  เค้าไม่เข้าใจหรอก  ท่าทางเค้าดูเหม่อๆ ยังไงไม่รู้  เหมือนสติมันยังมาไม่เต็มที่  จะว่าไปแล้ว  มันก็ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ  แม้ว่าตอนที่ปรากฏตัวมาครั้งแรกจะดูมีสติสตังแต่ก็ไม่ค่อยมากมายอะไรนะ... บางทีอาจจะเพราะเค้าตายแล้วก็ได้  ก็เลยเหมือนไม่ค่อยเต็ม"

อัลบัสมองอย่างใช้ความคิด... จนถึงตอนนี้อีกฝ่ายยังเห็นเค้าเป็นแฮร์รี่  เห็นโรซี่เป็นเกรนเจอร์  และเห็นสกอร์เป็นเดรโก?  "เหมือนเค้าอยู่แต่ในโลกแห่งความทรงจำของตัวเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างมากนัก"  ด้วยคำๆ นี้  ทำให้สกอร์ปิอัสนึกอะไรออก

"บางทีเค้าอาจจะแสดงความรู้สึกได้อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ต้องแสแสร้งก็ได้  เพราะเค้าอยู่แต่ในโลกของตัวเอง" เมื่อคิดได้ดังนั้น  อัลก็เริ่มต้นถาม

"คุณคือศาสตราจารย์สเนปใช่มั้ยครับ"

"....ใช่"

"นั่นไง" สกอร์ปิอัสทำท่าดีใจ "แฮกริดบอกว่าคุณไม่ค่อยชอบพ่อของ-- เอ้ย! ไม่ใช่!  ผมหมายถึงคุณไม่ชอบแฮร์รี่  พอตเตอร์  เป็นความจริงเหรอฮะ"

พริบตา... ดวงตาสีดำที่ว่างเปล่านั่นมีประกายของน้ำตาที่คลอ  เค้ากำลังร้องไห้! ร้องไห้จริงๆ! เด็กๆ มองหน้ากันเมื่อเห็นมันและเริ่มกังวลว่าพวกตนได้ทำเกินไปแล้ว  และเห็นว่าสเนปส่ายหน้าช้า

"ชั้นรักเค้า..." เสียงกระซิบนั่นจริงใจ "ชั้นไม่สามารถเกลียดส่วนหนึ่งของลิลี่ได้  แต่  เค้าก็ช่างเหมือนพ่อของเค้าเหลือเกิน..."

แต่กระนั้น  เด็กทั้งสองก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าคำตอบนั้นจะไม่มีวันออกจากปากของสเนปที่เป็นปกติ  เพราะผู้ใหญ่มีปัจจัยหลายสิ่งที่ทำให้แสดงออกไม่ตรงกับความรู้สึกจริงๆ ของตัวเอง  มันเป็นสิ่งที่ทอมบอกพวกเค้าตลอดช่วงเวลาที่คบกัน  และจากที่พวกเค้าพบ  สเนปไม่เคยชอบพ่อของอัลเลย... มันเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องทำตัวเย็นชาใส่เด็กที่ไม่รู้เรื่องแบบนั้นนะ!?  สกอร์ปิอัสผ่านช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดมามากพอที่จะเข้าใจน้ำตาและความทุกข์ของผู้อื่นได้ดีกว่าเด็กวัยเดียวกัน  อัลบัสยื่นมือเข้ามาเช็ดน้ำตาให้

"อย่าร้องไห้เลยครับ  แฮร์รี่  พอตเตอร์ไม่เกลียดอาจารย์เลยแม้แต่น้อย"

"อัล  เราคงต้องช่วยเค้าพอสมควร  เพราะเค้าไม่รับรู้อะไรเลยถ้าไม่สั่นสะเทือนตัวเค้ามากพอ" สกอร์ปิอัสบอก "ขนาดชั้นเรียกชื่อนายขนาดนี้แล้วเค้ายังคิดว่าตัวนายเป็นพ่อของนายอยู่เลย  แบบนี้แปลว่าเค้าคงเลือกรับรู้แค่บางเรื่องจริงๆ"

"เราต้องช่วยเค้าอาบน้ำด้วยรึเปล่า?" อัลชักกังวล

"ก็อาจจะ... นี่นาย  เราเป็นผู้ชายทั้งคู่  ทำไมจะต้องมาเขินอายอีแค่ถอดเสื้อผ้าผู้ชาย! ทำตัวเป็นหญิงที่ไม่เคยต้องมือชายไปได้!!" สกอร์ปิอัสคำราม  ก่อนจะพุ่งเข้าไปดึงสเนปให้ลุกขึ้น  ดูเหมือนจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นทั้งปวง  แล้วเริ่มแกะกระดุมของสเนปทีละเม็ด  มีอัลบัสร้องโวยวายเป็นพวกโฮโมวิตถาร  ก่อนจะซุกหน้ากับกองผ้าห่ม  จนกระทั่งเสื้อผ้าทั้งหมดของสเนปหลุดออกหมด  สกอร์ปิอัสพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เขินมากเกินไปแล้วหันหน้าหนี  ขณะที่อัลยกหัวขึ้นจากผ้าห่ม  มองดูเต็มๆ  จากหน้าของเด็กชายตาสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม  ก่อนจะผวาวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับผ้าห่ม

"เอ่อ! อ๋า! ศาสตราจารย์ครับ! คือว่า!" พูดลนลานพลางยื่นผ้าห่มให้  แต่ตัวเองหน้าแดงกล่ำ  หันหนีไปทางอื่น "นี่ นี่ นี่ ผ้า! เอาไป ไป ไปห่มก่อน!  เดี๋ยว! เดี๋ยวจะเป็นหวัด!"

สกอร์ปิอัส  มัลฟอยกระโดดถีบอัลบัสกระเด็นออกไปข้างๆ

"ศาสตราจารย์ครับ" เด็กชายผมสีเงินส่งผ้าขนหนูให้สเนป  หันหน้าที่แดงกล่ำ(แต่ไม่มากเท่าอัล)ไปข้างๆ พลางบอก "นี่ครับ ผ้าเช็ดตัว"

สเนปแม้จะยังไม่มีสติสตังเต็มที่  แต่ก็รับไปพร้อมกับยิ้มให้เป็นการขอบคุณ...

แม้จะไม่ค่อยรู้เหตุผล  แต่อัลอดประทับใจไม่ได้ที่สกอร์สติดีอย่างเหลือเชื่อ!  หลังจากช่วยสเนปอาบน้ำพักใหญ่อัลบัสก็เริ่มคลายความรู้สึกเขินอาย  ตอนนี้เค้ากำลังพิจารณารูปร่างของผู้ชายที่โตเต็มวัยอย่างสเนป  เค้าเองก็เคยเห็นร่างกายของพ่อจากการเปลือยกายอาบน้ำด้วยกันสมัยเป็นเด็กเล็กๆ มาแล้ว  มันแตกต่างจากสเนปอย่างลิบลับ  สเนปบอบบางมากเมื่อเทียบกับแฮร์รี่  แม้ว่าแฮร์รี่จะเป็นชายร่างผอมสูง  ไม่ได้ล่ำสันอะไรนัก  แต่ก็ดูใหญ่หนาทันที--เมื่อเปรียบเทียบกับสเนป--ที่ไม่เพียงแต่จะผอมบางมากแล้วยังตัวเล็กและเตี้ยกว่าแฮร์รี่ตั้งเยอะด้วยซ้ำ

อัลจำได้ว่าแฮร์รี่บอกเกี่ยวกับความรู้สึกต่อสเนปก่อนที่จะรู้ว่าเค้าคือคนที่ปกป้องแฮร์รี่มาตลอดว่ามันเป็นยังไง  แฮร์รี่เล่าว่าในความรู้สึกของเค้าตอนนั้น  สเนปเป็นพ่อมดที่อัปลักษณ์  ชั่วร้าย  แต่เมื่อความรู้สึกเหล่านั้นผ่านไป  เค้ามองดูภาพของสเนปโดยไม่รู้สึกว่ามันน่าเกลียดหรืออัปลักษณ์เลยขนาดนั้น  นั่นทำให้เค้ารู้ซึ้งว่า  อคติมีพลังมากเพียงใดในการเปลี่ยนมุมมองของคนเรา  และตอนนี้  อัลกำลังมองดูชายผู้เป็นเจ้าของชื่อกลางของเค้า  สเนปมีจมูกที่โดดเด่น  คิ้วดกดำ  ใบหน้าที่เปียกน้ำทำให้ขนตาจับกันเป็นแพ  ริมฝีปากที่เรียวบางได้รูปนั่นด้วย  หน้าตาดีอย่างที่อัลคาดไม่ถึง! เป็นใบหน้าที่อ่อนโยนและมีเค้าที่ดูคล้ายผู้หญิง! แม้ว่าจะไม่ค่อยสวยนักถ้าเจ้าของใบหน้านี้ดันเป็นผู้หญิงจริงๆ  แต่สำหรับผู้ชายที่เป็นเจ้าของ  นี่เป็นใบหน้าที่จัดสวยงามมาก!

วูบหนึ่ง... ใบหน้าของเด็กชายกลายเป็นสีแดงกล่ำ  และคราวนี้หัวใจของเค้าก็ยิ่งเต้นรัว!

สกอร์ปิอัสหันขวับมามองเพื่อนผมยุ่ง  พลางขมวดคิ้วอย่างไม่ไว้วางใจ...








"แว๊กกกกกกกกกกกกก!!!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างสยองขวัญดังขึ้นจากปากของชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาเหมือนศาสตราจารย์สเนปราวกับโขกออกจากแม่พิมพ์เดียวกัน--บราเทอร์เซเวอรัส--บาทหลวงหนุ่มแห่งโบสถ์ช่างปั่นฝ้ายผู้เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของเหล่าแม่ยก--พ่อยก(เหล่าผู้ชายที่ชอบลดโลกร้อน)ทั้งหลาย--ขนาดเรียกให้ชาวบ้านในย่านมาเข้าโบสถ์ได้ทุกวัน  หลังจากที่เผลอหลับไปงีบหนึ่งเพราะอ่านพระคัมภีร์วิวรณ์จนเพลีย  เสียงร้องนี้ดังมากจนทำให้บรรดาบาทหลวงทั้งหลายแห่มาดูว่าเป็นตายร้ายดียังไง  แต่เมื่อถามเจ้าตัวก็ไม่ยอมเล่าอะไรเกี่ยวกับฝันร้ายที่พึ่งพบพาน

เค้าดันทะลึ่งฝันว่าถูกสกอร์ปิอัสกับอัลบัส--เด็กสองคนที่พึ่งรู้จักจับถอดเสื้อผ้าและจับอาบน้ำ! ทำไมเค้าถึงได้ฝันอะไรอุบาทว์ชาติชั่วชนาดนั้น!? หรือเพราะเค้ามีรสนิยมลดโลกร้อนด้วยการชอบไม้ป่าเดียวกัน! แถมยังเป็นไม้ป่าเดียวกันประเภทโชตะค่อนด้วย!?!

เซเวอรัสตัดสินใจเดินไปหาเจ้าอาวาส  เพราะเรื่องนี้มันสำคัญ  หากเค้ามีจิตใจเช่นนั้นแอบแฝงเค้าควรรีบสารภาพบาปเพื่อขอรับการอภัยจากเจ้า  เพราะอย่างไรเสียมันย่อมไม่ใช่สิ่งถูกถ้ามนุษย์จะรักใคร่ผู้ชายด้วยกัน  ไม่งั้นโกโมราและโซดอมหรือจะถูกเผาด้วยไฟแห่งสวรรค์จนวอด  แน่สิ  เพราะพระเจ้าสร้างอาดัมมาคู่กับอีฟ  ไม่ใช่อาดัมคู่กับสตีฟ

แต่เค้ากลับได้พบกับผู้วิเศษสามคนที่ยืนอยู่ที่ห้องนมัสการ  มีหลวงแม่ลูเครเซียนั่งอยู่บนเก้าอี้!

แฮร์รี่  พอตเตอร์  กับ เฮอร์ไมโอนี่และโรนัลล์  วิสลี่ย์!

"เซเวอรัส... เมื่อกี้ชั้นได้ยินเสียงเธอร้องด้วย" หลวงแม่ว่า

"ครับ  ผม... นอนละเมอ" บราเทอร์เซเวอรัสมองไปรอบเหมือนประเมินสถานการณ์  ทำให้แฮร์รี่ขนลุกอย่างประหลาด  เพราะแม้บุคลิกของบาทหลวงหนุ่มจะแตกต่าง  แต่แววตาแบบนั้นมันเหมือนอดีตอาจารย์สอนปรุงยาที่เค้าเคยเกลียดไม่มีผิด  ยิ่งอยู่ในชุดสีดำยาวกรอมเท้าแบบนี้ก็ยิ่งเหมือนกันเข้าไปใหญ่ "เกิดอะไรขึ้น"

"ไม่มีอะไรหรอก  เซเวอรัส  มีอะไรก็ไปทำซะ"

"ไม่จำเป็น" เฮอร์ไมโอนี่ตัดบท "หลวงแม่... ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์คาทอริกหรอกใช่มั้ยคะ  เพราะนิกายโรมันคาทอริกไม่มีพระเป็นผู้หญิง"

"เธอพูดถูก... ชั้นเป็นพระตามหลักนิกาย  แต่ไม่ใช่พระของคาทอริก  ทว่า, ที่นี่เป็นโบสถ์คาทอริกจริงๆ และชั้นก็แค่แวะมาหาพ่อเป็นครั้งเป็นคราว!"

"หลวงแม่... นามสกุลมัลฟอยใช่มั้ยคะ"

"อะไรของคุณน่ะ  ชั้นบอกไปแล้วว่า--"

"อย่าปิดบังอีกเลย  ชั้นรู้แล้วว่าคุณคือน้องสาวฝาแฝดของลูเซียส  มัลฟอยและเป็นอาของเดรโก  นามสกุลโพทาเรียสคือนามสกุลแฝงของลูกหลานตระกูลเรเวนคลอ  และแม้ไม่ได้เรียนที่ฮอกวอร์ตก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่ใช่แม่มด  เพราะโรงเรียนเวททมนตร์ในอังกฤษไม่ได้มีแต่ฮอกวอร์ตซักหน่อย  ที่สำคัญ  ถึงไม่เรียนที่ฮอกวอร์ต  ก็ยังมีโรงเรียนอีกมากมายที่คุณจะเข้าเรียน"

"คุณนายวิสลี่ย์... เธอเป็นแม่มดที่ฉลาดที่สุดเท่าที่ชั้นเคยรู้จักเลยนะ" ลูเครเซียอดชมไม่ได้

"ไม่หรอก... ชั้นควรจับได้ตั้งแต่คุณพูดเรื่องโฮโมนครูชแล้ว  ถ้าคุณไม่ได้จบจากเพลมิล๊อคส์คุณคงไม่ได้พูดเรื่องการแปรธาตุมนุษย์เป็นฉากๆ แน่"

แฮร์รี่และรอนมองหน้ากัน อะไรคือเพลมิล๊อคหว่า?

"นั่นแหละที่ทำให้เธอฉลาดที่สุด" ลูเครเซียลุกขึ้น "เธอรู้แม้แต่เรื่องราวของเพลมิล๊อคส์ที่แม้แต่พ่อมดศาสตร์มืดระดับสูงยังแทบไม่รู้จัก  วิทยาลัยแห่งเวทมนตร์ที่เน้นเรื่องศาสตร์มืดและการปรุงยาที่สุด  สถาบันลึกลับที่รับนักเรียนเพียงห้าคนในรอบหนึ่งร้อยปี  จึงยากจะมีใครได้รับเลือกให้เข้าเรียนเว้นแต่เป็นคนพิเศษจริงๆ  เพราะมันเป็นโรงเรียนที่เฮก้า  ฮัฟเฟิลพัฟก่อตั้งขึ้นก่อนที่เธอจะแยกตัวจากศาสตร์มืดและหันไปร่วมกับกริฟฟินดอร์  ขณะที่มีผู้วิเศษไม่มากนักที่รู้จักมัน  แต่เธอก็ยังอุส่าห์หาข้อมูลของมันมาจนได้..." ลูเครเซียปรบมือพลางหัวเราะอย่างชื่นชม  ตอนนี้หล่อนดูเหมือนพี่ชายฝาแฝดอย่างไม่ผิดเพี้ยน "เธอรู้ด้วยรึเปล่าว่าศาสตราจารย์สเนปก็เคยถูกเสนอชื่อให้เข้าเรียนที่นั่น  และเค้าจะเป็นอัจฉริยะมากกว่าที่เป็นหลายเท่าถ้าเค้าไม่มัวยึดติดกับลิลี่  เอฟเวนส์"

"เพลมิล๊อค" เซเวอรัสกระซิบ  เหมือนเค้าเคยได้ยินที่ไหนซักแห่ง  และเฮอร์ไมโอนี่ก็ถามขึ้น

"ขอถามอีกครั้ง... บราเทอร์เซเวอรัสคือศาสตราจารย์สเนปใช่มั้ย!?"

คำพูดนี้เหมือนฟ้าที่ฝ่าลงมา  ทั้งรอน  แฮร์รี่  และ เซเวอรัส  ทุกคนอ้าปากค้างไปตามๆ กัน  หลวงแม่ลูเครเซียถอนใจ "เธอจะบ้ารึไง"

"การเล่นแร่แปรธาตุมนุษย์ไม่สามารถทำสำเร็จได้ในยุคนี้ก็จริง! แต่การคืนชีพมนุษย์เป็นสิ่งที่เพลมิล๊อคทำสำเร็จมาแล้ว!" เฮอร์ไมโอนี่แสดงหลักฐานที่เธอค้นพบให้ดู  มันเป็นบันทึกของกระทรวงเวทย์มนตร์ที่เก่าจนฝุุ่นเกาะ   และทำให้ลูเครเซียหัวเราะอย่างสะใจ

"แต่กระทรวงเวทมนตร์นั่นแหละไม่ยอมรับเรื่องแบบนี้และกวาดล้างเพลมิล๊อค ดัมเบิลดอร์ผู้น่าสมเพชนั่นแหละที่ประกาศว่าไม่มีเวทมนตร์ใดที่จะทำให้คนตายคืนชีพ  นั่นนับเป็นการปฏิเสธว่าคนที่เหลือเพียงวิญญาณหรือจิตใจอย่างใดอย่างหนึ่งคือคนตายนั้นไม่เป็นความจริงไง  เลยทำให้การที่โวลเดอร์มอร์เหลือแต่วิญญานแล้วล่องลอยไปเรื่อยๆ หนีการตามล่าของยมทูตกลายเป็นการดำรงชีพในสภาพของวิญญานแทนที่จะเรียกว่าตายไปแล้วและเหลือแต่วิญญานอาฆาต!"

"บราเทอร์สเนปคือผลงานการคืนชีพให้ศาสตราจารย์สเนปใช่มั้ย  ชั้นสังเกตเห็นตรามารที่แขนของเค้าตอนที่อยู่โรงพยาบาล  ถ้าเค้าเป็นแค่โฮโมนครูสคงไม่มีตรามารหรอก  และโวลเดอร์มอร์ก็คงไม่สนใจทำตรามารให้เด็กอายุสี่ขวบ" เฮอร์ไมโอนี่พยายามคาดคั้นเอาความจริงด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว  แฮร์รี่และรอนจึงรู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่คงสำเนียกเรื่องนี้มานานและตรวจสอบจนแน่ใจที่จะถามแล้ว  แต่เธอไม่หลุดให้ใครรู้เรื่องจนกระทั่งวันนี้  น่าตกใจที่จะคิดได้ว่า  สิบเก้าปีที่ผ่านมาเฮอร์ไมโอนี่ฉลาดและเยือกเย็นขึ้นมากจนถึงขนาดนี้ "เดรโกบอกชั้นว่า  ศพของศาสตราจารย์สเนปหายไป  คุณเอาศพของเค้าไปทำอะไร"

"ขอโทษฮะ  มีใครอยู่บ้าง--" โทนเสียงเทนเนอร์ดังขึ้นจากประตูโบสถ์  ทอม โลกิ ริดเดิ้ลปรากฏตัวขึ้น  เค้ากวาดตามองบางสิ่งในห้อง ก่อนจะหันไปสะดุดกับชายหนุ่มที่เหมือนจะยืนอยู่นอกสายตาของสามผู้วิเศษกับหนึ่งภิกษุณี  บาทหลวงเซเวอรัสหันมามองเค้า   และเค้าก็รีบบอกเมื่อทุกคนหันมาเป็นตาเดียว "ขอโทษครับ  ผมมาขอยืมเสื้อผ้าที่อยู่ที่บ้านของเซเวอรัส  มีอะไรรึเปล่าครับ"

"ไม่มากมายหรอก  เธอมาก็ดีแล้ว  พวกเค้ากำลังจำเป็นต้องรู้เรื่องอยู่ดีเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น" ลูเครเซียบอก "เดี๋ยวเราจะไปฮอกวอร์ตด้วยกัน  เพราะการทิ้งเด็กๆ ไว้กับคนตายเป็นเรื่องที่อันตรายมาก"

คำพูดที่ละม้ายคล้ายดาบแหลมแทงตรงเป้าทำให้ทอมอึ้ง  เค้ากระซิบอย่างงุงงเบาๆ "หลวงแม่รู้ได้ยังไงว่า"

"พ่อชั้นบอก... เธอเอาเสื้อผ้าอะไรก็ได้เปลี่ยนให้เค้าก่อนแล้วค่อยพาเค้ามา  ส่วนเซเวอรัส" หันไปหาบาทหลวงหนุ่มที่ยืนข้างกำแพงนานแล้วและทำให้รอนกับแฮร์รี่ที่มัวแต่ฟังข้อมูลชวนซ๊อกจนลืมไปก็พลอยนึกได้ไปด้วย "ไปเอาเสื้อผ้าพวกนั้นที่บ้านของเธอมา  แล้วค่อยมาเคลียร์ข้อสงสัยของเธอที่นี่" จากนั้นก็หันไปหาพวกแฮร์รี่ "ถ้าคุณอยากรู้เรื่องนักก็รอที่นี่  แล้วจะได้รู้ทุกอย่าง  ถือว่าเป็นรางวัลสำหรับสติปัญญาของคุณนายวิสลี่ย์  แล้วก็" หันไปหาทอม "ไปได้แล้ว  และ  อย่าลืมพาเด็กๆ พวกนั้นมาด้วยเพราะพวกเค้าก็อยู่ในอันตรายเหมือนกัน"

ทอมไม่มีเวลาแม้แต่จะอัศจรรย์ใจเงียบๆ ในความหยั่งรู้แสนวิเศษนั้น  เค้ารีบหายตัวไป  และความเงียบร้ายกาจก็เริ่มคุกคามทุกคน  ไม่มีใครพูดอะไรออก  และเฮอร์ไมโอนี่  เธอตระหนักบางอย่างที่ไม่อยากคิด  แต่มันเป็นจริง

ลูเครเซีย, ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา  เธออาจจะเก่งพอๆ กับดัมเบิ้ลดอร์ด้วยซ้ำ!!








TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #235 micupcake16 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 22:41
    ลูเครเซียเก่งโฮกก
    #235
    0
  2. #82 tl16 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2554 / 11:20
    นั่นสิอยากให้เสนปสมหวังบ้าง....
    #82
    0
  3. #81 ชชชชชชชชชชชชชช (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 00:31
    ชอบมากกกกกก แอบจับคุ่เสนปกับใครสักคนก้อดีน้าาาาาา รีกมากหลงมากช่วงนี้ 555555
    #81
    0
  4. #80 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2554 / 23:47
     โอ้ววววว ไม่ผิดหวังเช่นเคยค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ (มองอย่างกระหาย แฮ่..)

    กร๊าซซซซซซ อัลน้อยจ๋าาาาา คิดอะไรอยู่รึเปล่าาาาาาา

    ตื่นเต้นๆ รอไม่ไหวแย้ววววว อยากรู้เรื่อง ยิ่งอ่าน ยิ่งอยากรู้ ...

    สู้ๆนะ จะคอยเป็นกำลังใจให้้ ...

    VVVVVV

    Eve P Berm 

    มาดูทุกวันเหมือนกันเลยค่ะ ฮ่าๆ

    #80
    0
  5. #79 Eve P Berm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2554 / 17:47
    เย้ๆๆๆ มาแล้วๆ แวะมาดูทุกวัน รอแล้วรอเล่า

    เอามาลงต่อเร็วๆนะ รอไม่ไหวแล้วอยากอ่านๆ

    ป.ล.มาลงทุกวันจะเจ๋งมาก
    #79
    0