The last of your expectation

ตอนที่ 40 : การต่อสู้เยี่ยงสุนัขจนตรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 มี.ค. 55

"ใช่... เวทมนตร์จะดำรงอยู่ด้วยการดำรงอยู่ของราชาและราชิณีแห่งเวทย์เท่านั้น... แต่โลกเวทมนตร์ได้ทำลายกษัตริย์ของตนทิ้ง พวกเค้าได้ทำลายสายใยที่เชื่อมระหว่างเค้ากับอีกมิติหนึ่งทิ้งไป ตอนนี้เวทมนตร์ได้มาถึงจุดแตกหักแล้ว และเมื่อทุกอย่างจบลง พวกผู้วิเศษจะพบความจริงว่าพวกเค้าแท้จริงแล้วก็เหมือนกับมักเกิ้ล ไม่ได้มีสายเลือดที่สูงส่งหรือแตกต่างเลย เพียงแต่พันธสัญญาแห่งเวทย์เท่านั้นที่ทำให้พวกเค้าแตกต่าง"

"ผมควรขอโทษเพ็ตทูเนีย... ผมไม่ควรพูดแบบนั้นกับเธอเลย" เซเวอรัสสำนึกตน

"เซวี!?" ลิลี่กังวลอย่างประหลาด "เธอคงไม่...!?"

"ไนจัส... ถ้าผมสังเวยวิญญานผมจะรักษาทุกอย่างไว้ได้มั้ย"

"เซวี!?!" ลิลีตะโกน

"ลูกแกะบริสุทธิ์... เธอจะไม่สังเวยวิญญานก็ได้ เพราะถ้าการต่อสู้จบลง พวกเธอทั้งหมดจะออกไปสู่โลกในฐานะมนุษย์ธรรมดา วันพิพากษาไม่ได้แปลว่าโลกจะล่มสลายแต่เป็นการล่มสลายของเวทมนตร์ต่างหาก" ไนจัสตอบเค้า

"ผมไม่สามารถ... ให้เวทมนตร์หายไปจากโลกได้หรอกครับ"

"ไม่นะ! เซวี!" ลิลี่กรีดร้อง หันเค้าไปพบกับเธอตรงๆ "เวทมนตร์ไม่มีความสำคัญเท่าเธอหรอกนะ!"

"ลิลี่... ถ้าเราไม่มีเวทมนตร์เราคงไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ถ้าเราไม่มีเวทมนตร์ก็คงไม่มีแฮร์รี่เพราะเธอจะไม่รู้จักเจมส์ด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีเวทมนตร์!"

"ไม่ได้เด็ดขาด!!" ลิลี่กอดเค้าแนบแน่น "ไม่ได้นะเซวี! เธอทำแบบนั้นไม่ได้!" น้ำตาของเธอไหลหยดจนเสื้อของเค้าเปียกหมด "ชั้นรักเธอ! ชั้นไม่สามารถเสียเธอได้! ชั้นต้องการให้เธออยู่ต่อไป!"

"ผมยังอยู่นะ! ในฐานะศาสตราจารย์สเนปไง!"

"มันไม่เหมือนกัน! ไม่เหมือนกัน!" ลิลี่คราง รับตอนจบแบบนี้ไม่ได้  เซเวอรัสมองไนจัสอย่างมีความหมาย เธอพยักหน้า และเซเวอรัสที่กอดโต้ตอบคลายอ้อมกอดลง  ลิลี่หล่นลงไปนอนบนพื้น  มองเค้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและตระหนก

เซเวอรัสทรุดลงและจูบเธอช้าๆ ลิ้มรสทั้งหมดในช่องปาก เป็นจูบที่แท้จริงนับแต่เค้าเคยจูบเธอ... ลิลี่ดิ่งลงสู่นิทรา...

"ไม่ต้องรีบร้อน เด็กน้อย... ยังไม่ถึงเวลา"

"ผมทราบ" เซเวอรัสพิจารณามองใบหน้าของเธอ ใบหน้าที่จะขอมองให้เต็มอิ่มเพราะจากนี้จะไม่ได้เห็นอีก








การต่อสู้อันรุนแรงส่งผู้วิเศษมากมายลงไปนอนกับพื้น ตอนนี้ไม่มีใครสามารถสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ ทุกคนอยู่ในภาวะที่จวนเจียนหมดหวัง เพราะแค่ปกป้องเด็กๆ ก็เต็มกลืนแล้ว  คราวนี้รากไม้มากมายมัดร่างของพวกเค้าไว้กับพื้น

อัลบัสนั่งสั่นอยู่กับพื้นเมื่อเห็นสเนปถูกตรึงมือเท้าไว้กับต้นเอลเดอร์ เลือดมากมายไหลหยดลงกับรากของต้นเอลเดอร์ช้าๆ

"ยังก่ะ พระคริสต์บนไม้กางเขนเลยนะ" ปีศาจตนหนึ่งชื่นชม

สเนปหายใจหอบ  ก่อนจะร้องสุดเสียงเมื่อเศษปราสาทที่ถูกทำให้กลายเป็นเหมือนหอกหินขนาดใหญ่แทงลงที่ไหล่ เลือดไหลออกมาไม่ขาดสาย

"ม่ายยยยย! พอที! อย่าทำเค้า! ถ้าจะทำทำชั้นสิ! ทำชั้น!" อัลร้องไห้อย่างจนตรอกกับพื้น ร่างของเค้าถูกกดไว้โดยหนึ่งในสี่จตุราชาแห่งความมืด

บางสิ่งที่น่ากลัวคลื่นเข้ามา...

ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับพูด "พวกเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่จริงๆ ยอมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ทำให้สุดท้ายแล้วไม้ได้อะไรเลย เปรียบได้กลับวิญญานในนรกภูมิที่แย่งกันเพื่อจะปืนขึ้นไปสู่ปลายทางออกจนต้องตกลงมาตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายไม่มีใครผ่านขึ้นไปได้แม้แต่คนเดียว อนิจจา... ถ้าพวกเจ้าเสียสละเพื่อกันและกัน ทุกคนก็ปลอดภัยหมด"

"เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง!" แฮร์รี่พยายามจะดิ้นรนเพื่อเป็นอิสระ แต่รากเอลเดอร์กับชอนไชเข้ามาในร่างเค้ามากขึ้น "เราทำเพื่อปกป้องเค้า! เพื่อปกป้องเค้าเท่านั้น!"

"หมายถึงบราเทอร์สเนปน่ะนะ เสียเวลาเปล่าเพราะคนที่เสียสละอย่างแท้จริงก็คือเค้า ข้าว่าป่านนี้เค้าคงรู้ทุกอย่างและเตรียมตัวสำหรับบูชาดวงวิญญานแล้ว!"

"หุบปากนะ! หุบปาก!"

พลังน่ากลัวกำลังเคลื่อนเข้ามา...

"อัลบัส ดัมเบิลดอร์... สุดท้ายแล้วเจ้าสามารถยอมรับความจริงได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในวันนั้นที่น้องสาวเจ้าตาย! บุตรชายคนโตแห่งพรีวีเร็ต! ไม่ว่าจะเกิดซักกี่ชาติ เจ้าก็ยังเป็นคนโง่คนเดิม!"

พลังน่ากลัวกำลังเคลื่อนเข้ามา...

"ทอม มาโวโล่ ริดเดิ้ล... ความปรารถนาที่จะชนะความตายของเจ้าน่ายกย่องนัก! แต่สุดท้ายได้อะไร! บุตรชายคนที่สองของพรีวีเร็ต เจ้าเดินซ้ำรรอยเดิมเพื่อเป็นอมตะ!"

"ผมเปลี่ยนไปแล้ว!" ทอมคำราม "ผมไม่ต้องการเป็นอมตะ! ไม่ต้องการมีเวทมนตร์! ผมพอใจที่จะเป็นแค่ทอมธรรมดา! แล้วปล่อยเบลลาทริกซ์ได้แล้ว!" ทอมไม่ขัดขืนรากของเอลเดอร์ แต่เค้าแสดงความมุ่งมั่นผ่านดวงตา  ปีศาจยิ้ม ขณะที่ทอมลดเสียงลง "ความผิดพลาดบางอย่างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่สามารถเป็นอุทาหรณ์ให้ตัวเองได้ มนุษย์ไม่ได้เลวทรามไปทุกคนหรอกนะ ไม่งั้นนายของคุณจะเรียกร้องการเสียสละจากลูกแกะบริสุทธิ์ได้ยังไง ในเมื่อคนดีไม่มีเลย"

"ไม่ใช่หรอก... บุตรคนที่สองแห่งพรีวีเร็ต! ไม่ใช่ว่ามีคนดีกับคนเลว! แต่ทุกคนดีและเลวเหมือนกันหมด!"

เสียงที่ดังขึ้นนำมาซึ่งการขยับตัวของอาเทน่าที่นอนแน่นิ่งใต้รากไม้อยู่นาน ร่างในชุดสีขาวปรากฏตัวขึ้น ดูคล้ายวัยเด็กของแฮร์รี่ แต่มีมวลพลังจำนวนมหาศาล

อะโพคาลิฟ-ฟา!

"เพียงแต่ลูกแกะที่ถูกเลือก คือมนุษย์ที่เราทำให้บริสุทธิ์เพื่อใช้ในพิธีกรรม"

ทอมมองไปที่ร่างของเบลลาทริกซ์อย่างเป็นกังวล ตอนนี้เลือดได้ไหลออกจากทุกซอกทุกมุมในร่างแล้วและกำลังซีดอย่างน่ากลัว แม้ว่าเธอจะตายไปแล้วก็ตามแต่ภาพร่างของเธอที่ถูกรากไม้ชอนไชไม่ใช่ภาพที่เค้าจะรับได้

"จะไม่มีพิธีกรรมบ้าบออะไรทั้งนั้น!"

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไป แสงพุ่งขึ้นและกระจายตัวไปรอบๆ ทำลายรากไม้เอลเดอร์ที่กำลังกดร่างไว้จนหมด อาเทน่าลุกขึ้นยืนแล้วกระชับไม้กายสิทธิ์ในมือ

"เมื่อกี้รอให้ข้ามาถึงสินะ" อะโพคาลิฟ-ฟาถาม

"ใช่ แล้ววันนี้มันต้องจบ!"

เหล่าปีศาจทำท่าจะโจมตี แต่อะโพคาลิฟ-ฟาห้ามไว้ "อย่าเด็ดขาด มันเท่านั้นที่ข้าต้องจัดการเอง"










"เธอแน่ใจเหรอว่าเธอจะไม่เปลี่ยนใจจริงๆ"

เซเวอรัสส่ายหน้า ยิ้มขณะมองดูลิลี่

"ถ้าเธอสลายไป ลิลี่จะเสียใจมากนะ"

"ผมทราบครับ แต่บาดแผลของเธอจะได้รับการเยียวยาแน่นอน เพราะแม้ผมจะจากไป แต่รูปเงาของผมยังอยู่ในสภาพที่จับต้องได้ มันเป็นบุคลิกภาพทั้งหมดของเซเวอรัส สเนป และอัลคือวิญญานของลิลี่ ความรักที่อัลมีต่อศาสตราจารย์เซเวอรัสสเนปจะเยียวยาลิลี่ เพราะยังไงเสีย ลิลี่กับอัลก็ต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกันใช่มั้ยครับ"

"เซเวอรัส การรักษาพลังเวทย์มีค่ากว่าวิญญานของเธอเหรอ"

"สำหรับผม... เวทมนตร์ไม่เคยมีค่ามากกว่าวิญญาน แต่ผมเป็นหนี้เวทมนตร์ และเป็นหนี้ทุกคนในโลกเวทมนตร์ เป็นความจริงที่เวทมนตร์ไม่ควรมีอยู่ เซติที่หนึ่งอาจจะทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในการปลงพระชนม์โอซีริส เวทมนตร์อาจจะทำให้มักเกิ้ลกับผู้วิเศษต่างกันทั้งๆ ที่พวกเค้าต่างเป็นเลือดและเนื้อของอาดัมกับอีฟ... แต่ว่า ถ้าไม่ใช่เวทมนตร์ ผมจะไม่ได้เรียนที่ฮอกวอร์ต จะไม่ได้เป็นเพื่อนกับลิลี่ และอาจจะไม่ได้พบเพื่อนที่ดีอย่างลูเซียสและนาซิสซา ถ้าไม่มีเวทมนตร์ ผมคงเป็นบาทหลวงไม่ใช่อาจารย์สอนปรุงยา"

"เธอพูดผิด ถ้าไม่มีเวทมนตร์ ลูเซียส-นาซิสซาก็คือเพื่อนมักเกิ้ลของเธอ เธอจะมีความสุขเหมือนเด็กอื่นเพราะจะไม่ถูกพ่อทำร้ายและแม่จะไม่ต้องตาย จะไม่มีลอร์ดโวลเดอร์มอร์และลิลี่จะไม่ตาย แฮร์รี่จะอยู่อย่างมีความสุขเหมือนเช่นเด็กอื่น"

"แต่ว่า... คนเราควรเสียใจกับอดีตเหรอครับ ผู้วิเศษมากมายที่ใช้เวทมนตร์เป็นชีวิตประจำวันหากถูกบังคับให้ถอดเวทมนตร์ไปคงเหมือนเสียแขนและขา การที่พวกเขาถูกบังคับให้ถอดเวทมนตร์คงทำให้พวกเขาต้องสาปแช่งต่อฟ้า  และความจริง แม้จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกว่าเรื่องดีๆ แต่ผมก็ไม่เสียใจหรอก จากนี้ไปเวทมนตร์คงอ่อนค่าลงมาก แต่ยังดีกว่าให้มันหายไปเลย"

"เธอเป็นคนดีนะเซเวอรัส ไม่ได้คำพูดเล่นๆ แต่เธอเป็นคนดีจริงๆ"

เซเวอรัสมองดูไนจัสก่อนจะถามเบาๆ "คุณ เป็นอะไรกับโอซีริสกันแน่"

กับรอยยิ้มที่เป็นปริศนา เซเวอรัสรู้ว่านั่นคือคำตอบ

"ผมเหลือเวลาอีกกี่ชั่วโมง"

"สามชั่วโมง"

เซเวอรัสรู้สึกใจหายขึ้นมาทันที เค้ามองลิลี่ที่หลับไหลด้วยความรู้สึกสุดจะพรรณา

ทำไม ทำไม ทำไม!?

ทำไมต้องรอจนตอนนี้ถึงได้รู้ว่าตนได้รับความรักจากเธอเพียงไร

ทำไมต้องรอจนตอนนี้ถึงตระหนักได้ว่า ตนเองไม่ได้โชคร้ายอะไรเลย!?

เพียงแค่หลับตาก็สามารถจดจำดวงตาของเธอได้ และตอนนี้มันกำลังจะหายไป

น้ำตาไหลอาบหน้าของเซเวอรัส พระเจ้า! เค้ารักเธอ! รักเธอมากกว่าอะไรทั้งหมด! แต่ตอนนี้เค้ากำลังจะทำให้เธอร้องไห้อีกครั้งด้วยการตัดสินใจโง่ๆ ของเค้า แต่เค้าก็หวัง ว่าการตัดสินใจโง่ๆ ครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เค้าจะสามารถทำให้เธอได้!

"อยาก... อธิฐานอะไรมั้ย" ไนจัสถาม "อธิฐานได้สามข้อ"

"ข้อหนึ่ง... ขอให้ลิลี่มีความสุขตลอดไป อย่าได้ทุกข์เพราะเรื่องของผมอีก"

"ข้อนี้คงต้องใช้เวลาซักระยะหนึ่ง"

"ข้อสอง... คนที่เคยทำร้ายผม อย่าให้พวกเค้าต้องตกนรกเลย ได้โปรดยกโทษให้พวกเค้าด้วย"

"ชั้นให้อภัยเฉพาะส่วนที่เธอยกโทษให้พวกเค้า แต่ที่เหลือพวกเค้าจะลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ขึ้นอยู่กับการกระทำของพวกเค้าเอง"

"ข้อสาม... อย่าให้ใครต้องโศกเศร้าเมื่อผมจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่ว่าใคร อย่าให้ใครร้องไห้เพื่อผมอีก"

ข้อสุดท้ายทำได้ยากยิ่ง และไนจัสก็ไม่คิดจะตอบตกลงเค้า ทุกอย่างมีแต่ความว่างเปล่า...









กับการสาดเวทมนตร์อย่างรุนแรง ตอนนี้รากไม้เอลเดอร์เสียหายอย่างหนัก จนหลายต่อหลายคนเป็นอิสระกันหมด เจมส์กับรีมัสพยุงร่างของสเนปออกจากต้นไม้ เช่นเดียวกับที่ซิเรียสกับอาเธอร์ช่วยกันพาลูเซียสที่ยังไม่หายดีวิ่งไปตามทางเพื่อหลบการโจมตี ตอนนี้เป็นเรื่องของจตุราชาที่เหลือเพียงสามกับอะโพคาลิฟ-ฟา ขณะที่คนที่เหลือพยายามต่อสู้กับจตุราชาแห่งโลกปีศาจด้วยสภาพที่เต็มกลืน!

กับลมหายใจหอบลึก! และควันที่จางลง! อะโพคาลิฟ-ฟานั่งบนบัลลังก์ใต้ต้นเอลเดอร์เหนือซากมากมายที่ถูกสังเวยและตอนนี้ถูกรากเอลเดอร์ยักษ์นำมาวางข้างบน

หมอนั่นไม่เป็นไรเลย...

"พลังมากกว่าตอนเป็นผู้ชายซะอีกนะ นี่หมดแล้วเหรอ กริฟฟินดอร์"

อาเทน่าหอบ เลือดไหลเป็นทางจากแขนทั้งสองข้าง แปลว่ามาถึงขีดจำกัดแล้ว

"เสียดาย.. ข้าลืมบอกไปว่าวันนั้นที่เราสู้กัน ข้ายังไม่เอาจริง"

"หุบปาก!!" กับการสะบัดไม้กายสิทธิ์ทว่า ไม้กายสิทธิ์กลับระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

เป็นภาพที่คิดไม่ถึงที่สุด อะโพคาลิฟ-ฟาหัวเราะอย่างเป็นสุข

คราวนี้ ราวกับเวทมนตร์ที่น่าสะพรึงกลัว ซากปราสาทมากมายลอยขึ้นฟ้าและตกลงมากลายเป็นธนูหิน ไม่มีทางที่จะหลบได้พ้น อาเทน่าและไลชาถูกเฟรย์ที่กลายร่างเป็นกวางขวางและรับธนูหินแต่ผู้เดียว ขณะที่ไดอาน่าและนาซิสซาเอาตัวบังเจมส์(เด็ก) สกอร์ปิอัส และโรซี่ไว้ รีมัสเอาตัวบังอัล เจมส์-สเนปตรงๆ และอีกหลายคนที่โดน หลายคนใช้เวทมนตร์ป้องกันได้ทัน

ซีเรียสกรีดร้องเมื่อลูกชายของเค้าเอาตัวเข้ามาปกป้องเค้าและลูเซียส เค้าพยายามประคองพลังชีวิตที่เหลือน้อยเต็มทีของอีกฝ่าย

"ทำไมทำโง่ๆ แบบนี้! เจ้าลูกบ้า!"

"ผมโง่ตรงไหนกัน!" อะพอลโล่พึมพำ

"แกโง่สิ! แกรู้ว่าพ่อของตายไปแล้วนี่นา!" น้ำตาซิเรียสตกลงบนหน้าลูกชายหลายแหมะ

อาเทน่าพลิกร่างของเฟรย์ที่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ออกจากเธอ ไลชาร้องไห้อยู่ข้างๆ

"ปลอด... ภัย... มั้ย"

"เฟรย์!" อาเทน่าคราง รู้มาตลอดว่าชายคนนี้รักเธอ เค้าถามอีกครั้ง

"บอกชั้น.. เธอ... ปลอดภัย.. มั้ย!?"

"อื้ม!" เธอกระซิบ และร่างของเฟรย์ก็ไม่ไหวติงอีก...

จากไปอย่างหมดห่วง...

รีมัส ซัลลาซาร์ และ โรวีน่า เป็นเพียงคนตาย พวกเค้ามาถึงขีดจำกัดแล้วและค่อยๆ หายไปช้าๆ อะพอลโล่หายใจรวยรินในอ้อมแขนของซิเรียส แฮร์รี่และเดรโกที่ล้อมรอบรอนที่หายใจหอบหนักด้วยความเจ็บสุดจะบรรยาย ขาข้างหนึ่งของเค้าได้ถูกธนูหินสับจนขาด ดัมเบิลดอร์ที่ประคองมักกอนนากัลที่บาดเจ็บหนักไว้ ไดอาน่าหมดลมหายใจแล้ว จินนี่กับเฮอร์ไมโอนี่ที่กอดกันและร้องไห้ เจมส์และเซเวอรัสที่โดนเข้าไปไม่มีปัญหามากเพราะไม่ได้โดนหักขนาดไม่รอด ส่วนสเนปเป็นร่างไร้วิญญาน ไม่มีวันตายหรอก

อะโพคาลิฟ-ฟายิ้มอีกครั้ง "ก๊อดริก กริฟฟินดอร์... สุดท้ายแล้วเจ้าตัดสินใจจะปล้นเวทมนตร์จากข้า ชั่งเป็นเรื่องที่โง่จริงๆ จนแล้วจนรอดเจ้าไม่เคยทำสิ่งที่ถูก มีแต่พยายามทำให้เป็นไปตามใจของตัวเอง"

"เจ้าปีศาจ!" อาเทน่ากัดฟันกรอด

"ไลชา เอริน่อม... หรือ ที่ถูกคือ เทธิอูส ซิวาล ราทารัส, ชายหนุ่มรูปร่างงามชาวโรมันที่เที่ยวนอนกับเพื่อนทหารคนนั้นที คนนี้ที วันหนึ่งอยู่ดูการประหารชีวิตนักโทษชาวยิวสามคน หนึ่งในนั้นคือเยซูแห่งนาซาเรส เจ้าแกล้งคนที่กำลังแบกกางเขนไปสู่ความตายด้วยการเตะตัดขาให้เค้าล้ม แล้วก็ถูกเยซูแห่งนาซาเรสสาปว่า เจ้าจะต้องอยู่บนโลกนี้จนกว่าเค้าจะกลับมา พอรู้ตัวอีกที คนรอบตัวก็ล้มหายตายจากไปหมด ทำให้ข้าคิดถึงคำสาปของทวยเทพต่อไอโอในตำนานกรีซไม่มีผิด"

"เอาชีวิตข้าไปซะ! เหมือนที่เอาชิวิตเจ้าชายราดูลแห่งฮังการี่ไป! ประกาศเลยว่าเจ้ามีอำนาจเหนือเค้า!"

"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก เพราะข้าคิดจะถอนคำสาปให้กับเจ้าอยู่นะ เพราะข้าเริ่มเบื่อเจ้ามากขึ้นทุกวัน!"

ทันใดนั้นลมหายใจหายไปจากปอดของไลชา ร่างของเค้าล้มลงทันทีและกลายเป็นโครงกระดูกต่อหน้าต่อตาของทุกคน!

"ตอนนี้จตุราชาตายหมดแล้ว และข้าเห็นว่าเจ้าอยู่นานเกินไป ก๊อดริก ข้าจะส่งเจ้าไปอยู่กับเพื่อนทั้งหมดของเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ"

"อย่าแตะต้องเธอ!"

เสียงของทอมดังก้องพร้อมกับร่างของเค้าพุ่งออกมาพร้อมกับธนูหิน แทงที่ศีรษะของอะโพคาลิฟ-ฟาจนร่างเล็กๆ ล้มลง จากนั้นทอมก็ขึ้นคร่อมแล้วจ้วงแทงไม่ยั้ง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วถอยออกจากร่างที่ยับเยินนั่น

"มันตายรึยัง!?" อาเธอร์ตะโกนถาม

ทอมส่ายหัวพลางมองจตุราชาแห่งความมืดที่หัวเราะสนุกสนาน จากนั้นร่างที่ถูกธนูหินแทงจนเละก็กระโดดลุกขึ้นมาและบาดแผลก็หายไปหมด ทอมตกใจสุดขีดกับภาพที่เห็นจนเสียหลักหกล้มขณะที่ถอยหลัง

"น่าเสียดาย! น่าเสียดาย! น่าเสียดาย!" เค้าหัวเราะอย่างสนุกสนานเมื่อได้เห็นความพยายามสุดท้ายของอีกฝ่าย "ลืมบอกไปว่าเจ้าเป็นแค่มนุษย์ ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ แต่ข้า! ข้าเป็นอมตะ!!"

อะโพคาลิฟ-ฟาจูบนิ้วกลางของตัวเองและแตะมันกับพื้น บาซิสลิสที่ตายแล้วในอดีตกลับฟื้นขึ้นมาและโผล่ทะลุพื้นขึ้นข้าง แม้มันจะตาบอดทั้งสองข้าง แต่มันก็ได้กลิ่นและได้ยินเสียง มันพุ่งเข้าหาทอม วินาทีนั้นกลับกลายเป็นการคาบเอาร่างของเบลลาทริกซ์ที่วิ่งเข้ามาขวาง ทุกคนกรีดร้องสุดเสียงกับการขย้ำร่างนั้นจนท่อนร่างแหลกเหลวหมด แม้หล่อนจะตายแล้วแต่มันก็น่ากลัวอยู่ดี

กับการเสกเวทย์ของดัมเบิลดอร์และแฮร์รี่พร้อมๆ กัน อสูรร้ายตัวนั้นล้มฟาดลงกับพื้น!

อะโพคาลิฟ-ฟาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ล้อเล่นนิดๆ หน่อยๆ

"เบลล่า!" ทอมคคลานเข้าไปหาเธอ "ทำใจดีๆ ไว้! เบลล่า!"

ร่างของเธอค่อยๆ สลายไปเป็นฝุ่นผง ทอมร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะทน

"อะไรกัน! นั่นน่ะ! เป็นคนที่ตายไปแล้วนะ!" อะโพคาลิฟ-ฟาเตือน

"แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้" ทอมหันมาด้วยความโกรธจัด "กล้าดียังไงลบหลู่คนตายแบบนี้!!"

อะโพคาลิฟ-ฟายิ้ม... จวนจะได้เวลาที่เค้ารอคอยเต็มทนแล้ว...







TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #269 micupcake16 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 23:56
    สูญเสียคนดีๆไปมากเหลือเกิน ฮืออ
    #269
    0
  2. #203 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 16:20
    โอโหวววว มันสสสสสสสสส์ สุดยอดอ่ะ แต่มึนๆกับตำนานคริสต์นิดส์นึง =[]=



    ทำไมเซฟชอบทำให้หัวใจเจ็บปวดนักนะ โอ้ยยย สงสาร ทำไมท่านเป็นคนดีอะไรเยี่ยงนี้ T^T



    ชอบฉากนี้มาก อ่านแล้วน้ำตาคลอเบ้า



    "เซเวอรัสที่กอดโต้ตอบคลายอ้อมกอดลง ลิลี่หล่นลงไปนอนบนพื้น มองเค้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและตระหนก



    เซเวอรัสทรุดลงและจูบเธอช้าๆ ลิ้มรสทั้งหมดในช่องปาก เป็นจูบที่แท้จริงนับแต่เค้าเคยจูบเธอ... ลิลี่ดิ่งลงสู่นิทรา..."

    #203
    0
  3. #195 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 06:56
     ช่าย ... เรื่องซับซ้อนจนมึน แต่มันก็มันสสส์ พ่ะยะค่ะ >[]<

    สู้ๆค่ะซามาเอล จะคอยเป็นกำลังใจให้เช่นเคย
    #195
    0
  4. #193 Eve P Berm (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มีนาคม 2555 / 03:53
    บอกได้คำเดียวเลยว่า มันส์มากกกกกกกกกกกกกกพะยะค่ะ...

    แต่เศร้าคนตายไปแยะเลย TT__TT
    เพิ่งรู้ว่าตัวเองเริ่มเดาเรื่องไม่ถูก เริ่มจะมั่วซะแล้ว เพราะเรื่องซับซ้อน ล้ำลึกมาก
    อย่าง ดัมเบิลดอร์ กับ ทอม เป็นบุตรคนที่หนึ่งกับสองแห่งพรีวีเร็ต มันมีมูลเชื่อมโยง OMG!!!!! ประทับใจมากกกก
    อย่างไรก็ตาม ก็ยังอุปเรื่อง บุตรคนที่สาม...คนสุดท้ายไว้อยู่ดี (อยากรู้ว่าจะเดาถูกไหม? ^^)

    จะรอตอนต่อไปอย่างจิตใจจดจ่อแน่นอน เรื่องมันมันส์ขนาดนี้ พลาดได้ไง สู้ๆนะค่ะ...
    #193
    0