The last of your expectation

ตอนที่ 39 : ผู้สร้างเครื่องรางยมทูต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 มี.ค. 55

บราเทอร์เซเวอรัสวิ่งไปรอบๆ พลางหอบ... เค้ามองดูร่างของสลิธีรีนที่เหมือนจะค่อยๆ เลือนหายอย่างเศร้าใจ ขณะที่อีกฝ่ายยิ้มอย่างอ่อนแอ เรเวนครอพูดเบาๆ

"ไปเถอะ ลูกแกะบริสุทธิ์... ลงไปให้ถึงในใจกลางของฮอกวอร์ต แล้วขอการโอบอุ้มคุ้มครองจากบรรพบุรุษของเจ้า เพราะตอนนี้ เราทำอะไรให้เจ้าไม่ได้แล้ว"

"แต่ผมไม่สามารถ!"

"เซเวอรัส!"

เสียงที่เค้าโหยหาอย่างประหลาดดังขึ้น เซเวอรัสหันไปมอง มันไม่เชิงจะเป็นภาพของมนุษย์หรือวิญญาน... มันเหมือนมวลแสงที่งดงามของเทพธิดา แม้จะเป็นเทพธิดาในชุดสีดำก็ตาม

"มาสิ เซเวอรัส ชั้นจะพาเธอไปยังที่ปลอดภัย"

โดยไม่สามารถบอกได้ว่าทำไม เซเวอรัสเชื่อเสียงนั่น! เค้าวิ่งตามมวลไปโดยไม่คิด มันนำเค้าอยู่ตลอดเวลา ไม่รีบร้อน กลายเป็นกลุ่มควันทะลุประตูไป เซเวอรัสผลักประตูออก รีบตามให้ทัน

ลึกลงไปเบื้องล่าง ลึกยิ่งกว่าที่อยู่ของบาซิลิส! แต่ไม่ใช่ที่แกนของเสาค้ำ!? มันเป็นห้องที่เหมือนห้องพิธีขนาดใหญ่ ที่สี่มุมคือภาพของสี่ผู้ก่อตั้งฮอกวอร์ต ก๊อดริก กริฟฟินดอร์, โรวีน่า เรเวนครอ, เฮก้า ฮัฟเฟิลพัฟ และ ซัลลาซาร์ สลิธีรีน แต่ยังไม่ใช่ที่นั่น มีอะไรบางอย่างที่เค้ายังต้องเข้าไปอีก

ร่างที่เหมือนกลุ่มควันกลายเป็นหญิงสาวที่เหมือนกับเวอร์ชั่นเพศหญิงของเซเวอรัส แต่ไม่ใช่แม่ของเค้า, เธอคือผู้หญิงที่ปรากฏตัวต่อศาสตราจารย์สเนปในวันที่จะกระชากวิญญานเค้าออกจากร่างและกลายเป็นเซเวอรัสคนปัจจุบัน

ไนจัส อะโพคาลิฟ!?

แต่ยังมีคนอื่นๆ อยู่ด้วย...

ทูตสวรรค์ของเธอ..?

เซเวอรัสเห็นแม่ เห็นตากับยาย เห็นพ่อ เห็นปู่กับย่าที่เคยรู้จัก แล้วก็ยังได้เห็นครอบครัวเมอร์กันและครอบครัวพอตเตอร์ที่เป็นพ่อแม่ของเจมส์ พวกเค้าเคลื่อนเข้ามาจากจุดต่างๆ รอยยิ้มที่อ่อนโยนราวกับจะปกป้อง ราวกับจะโอบกอดทำให้เซเวอรัสค่อยๆ ทรุดลงอย่างเหนื่อยล้า

ราวกับว่า ที่นี่จะเป็นที่ซึ่งเค้าจะพัก...

เซเวอรัสนอนหนุนตักของแม่ เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่เซเวอรัสแสนคิดถึง!

และเค้าดิ่งลงไปในห้วงแห่งจิต.. ลึกลงไปในความทรงจำของฮอกวอร์ต!?

..............................................................................

................................................

................................

เค้าเห็นชายสามคนยืนที่ฝั่ง และเบื้องหน้าคือน้ำที่เหมือนจะเป็นทะเล

และคนแจวเรือที่นั่งอยู่ที่ริมท่า ชายคนหนึ่งในสามคนเดินเข้ามาหาเค้า และพูดขึ้น "เจ้าใช่แครอล, คนแจวเรือที่จะนำเราไปสู่ปราสาทกาลเวลาใช่หรือไม่"

ชายคนนั้นพยักหน้า...

"เราคือบุตรแห่งพรีวีเร็ต ได้รับคำสั่งจากเจ้าชายมาว่าแม้ราชาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ผู้ค้ำจุนโลกยังต้องมี เรามาเพื่อรับราชโองการในการแต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ไปยังราชวงศ์"

"ถ้าท่านมีเหรียญทองอันราชวงศ์มอบให้มาแสดง"

คนแจวเรือยื่นมือออกมาและชายหนุ่มที่ท่าทางยโสก็มอบให้ พวกเค้าลงเรือและข้ามไปด้วยกัน  อะไรบางอย่างที่เซเวอรัสรู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งใดช่วย  ผืนน้ำแห่งนี้ไม่มีใครสามารถข้ามไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเวทย์แขนงใดเว้นแต่จะอาศัยเรือของแครอล เรือนำพวกเขาไปยังปราสาทที่เซเวอรัสสามารถสาบานได้เลยว่ามันคือฮอกวอร์ต  แต่เพราะอะไรบางอย่าง

มันก็ไม่เหมือนฮอกวอร์ตซะทีเดียวนัก ดูอึมครึมและมืดมน...

เมื่อถึงปราสาทที่ถูกน้ำล้อมรอบ บานประตูใหญ่เปิดออก และพวกเขาไม่พบสิ่งใดที่มีชีวิต แต่ก็ตรงไปที่้ท้องพระโรงใหญ่ซึ่งปัจจุบันคือห้องโถงใหญ่ของปราสาทฮอกวอร์ต ราชบัลลังก์ที่งามสง่ามีร่างในชุดดำที่หรูหรานั่งอยู่... เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาก  ดีจนราวกับไม่ใช่มนุษย์ ดูสง่างามและสูงส่ง เป็นอะไรที่ใกล้เคียงพระเจ้ามากกว่าจะเป็นแค่พ่อมดธรรมดา

"ที่ประทับบนบัลลังก์คือราชาโอซีริสใช่หรือไม่!?"

"ถ้าเจ้ากำลังหมายถึงโอซีริส-ฮาเดส กษัตริย์องค์แรกและองค์เดียวของเหล่าบุตร-ธิดาแห่งอีฟล่ะก็ เป็นข้านี่เองแหละ!" เสียงนั้นดังกังวาลมาก มีอำนาจจนขนลุก ในความมืดที่แสงจากดวงไฟที่ลอยอยู่รอบๆ จะส่งไปถึง มีร่างของผู้หญิงในชุดดำอีกคนหนึ่ง  ดวงตาของเธอทอแสงสีทองสลัวในเงามืด เซเวอรัสบอกได้ว่านั่นคือภรรยาของฮาเดส  พลังของทั้งคู่กดชายสามคนลงกับพื้นโดยไม่คาดคิด พวกเค้านั่งสั่นที่พื้น "พวกเจ้าต้องการอะไร!"

"มิได้, ฝ่าพระบาท! ตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์มาอย่างยาวนานมากกว่าหมื่นปีพระองค์ทรงเป็นราชาแห่งเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นเทพเจ้าในความคิดของมักเกิ้ล และเกือบจะเป็นเช่นนั้นในความรู้สึกของเราด้วย! แต่เมื่อพระองค์ทรงแยกจากเราตามประสงค์ของไนจัส-พระมารดาผู้สร้างแล้ว พระองค์จะทรงทิ้งเราไว้กับความวุ่นวายและหายไปได้รึพ่ะย่ะค่ะ! เรามาในฐานะตัวแทนแห่งผู้วิเศษทั้งหลายที่จะทูลขอราชโองการในการแต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่!"

"ข้าเข้าใจแล้วถึงเจตนาของพวกเจ้า และข้าก็รอมานานเหลือเกินที่จะมีผู้กล้ามาที่นี่เพื่อให้การสืบราชสมบัติเป็นไปอย่างถูกต้อง เพื่อที่โลกของข้าจะหายไปจากโลกของพวกเจ้าด้วย! มเหสีของข้า! มอบพินัยกรรมของข้าให้พวกเค้าซะ!" ผู้หญิงตาสีทองเดินเข้าไปแล้วมอบมวนกระดาษให้แก่พวกเค้าทั้งสาม

"ขอบพระทัยฝ่าพระบาท! พระองค์ทรงพระเมตตานัก!" พวกเค้ารับคำ

"จงจำไว้ว่า ลูกหลานของข้าทั้งหลายมิได้มีชีวิตที่เกือบจะเป็นอมตะเช่นข้า! กฎแห่งการสืบราชย์ต้องทำอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระแม่... ผู้จะครองราชย์ต่อไปจะต้องเกิดจากกษัตริย์และกระดูกซี่โครงของพระองค์เท่านั้นคือหนึ่ง เป็นโอรสหรือธิดาที่เกิดตามลำดับคือสอง เมื่อโลกของข้าได้ย้ายออกไปแล้ว พวกเขาต้องมาอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้คือสาม และอย่าพยายามคดโกงต่ออะโพคาลิฟ-ฟาคือสี่ โดยเฉพาะข้อสุดท้ายแล้ว หากผิดพลาด โลกของเราย่อมก้าวสู่การล่มสลาย!"

"ขอบพระทัย พวกเราจะรับไปปฏิบัติ!"

"ข้ารอผู้ที่กล้ามาขอราชโองการยาวนานถึงสี่ร้อยปี พวกเค้าคือคนกลุ่มแรก มาเถอะ จงขอข้าแล้วข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าปรารถนา"

พระองค์ลุกขึ้นจากบัลลังก์ ทำให้เห็นพระองค์ชัดขึ้น นอกจากความงามเหนือบุรุษใดในโลกแล้ว เซเวอรัสยังสังเกตเห็นผิวขาวซีด ผมดำเป็นมันเยิ้ม และตาสีดำสนิท... เหมือนเซเวอรัสเอง  ตระหนักชัดว่าชายคนนี้เป็นใคร

ต้นราชวงศ์โซเต็ก! บรรพบุรุษของเจ้าหญิงอากาท่า! ซึ่งเท่ากับเป็นบรรพบุรุษของตระกูลพริ้นซ์ในตอนนี้ด้วย!?!

"กระหม่อมได้รับการสอนมาว่า ฝ่าพระบาทคือเทพเจ้าบนโลกมนุษย์ จึงทรงมีอำนาจยิ่งใหญ่จนแม้แต่พระเกศาเส้นหนึ่งของพระองค์ก็สามารถพิฆาตพ่อมดที่แข็งแกร่งที่สุดได้ หม่อมชั้นขอเพียงพลังซักหนึ่งพระเกศาหากว่ามันเป็นความจริง!"

"เป็นความจริงที่แม้หนึ่งเส้นผมข้าเหนือกว่าคนทั่วไป" พระองค์เสด็จนำพวกเค้าไปยังเสาหลักของฮอกวอร์ต แต่พระเจ้า!? มันไม่ใช่ต้นเสาที่คุ้นเคย!? มีกิ่งก้านสาขางอกออกจากทุกทิศทุกทางและมันก็แตกใบ! น่าตกใจที่จะคิดว่าเสากลางของฮอกวอร์ตคือต้นไม้ที่ใหญ่ขนาดนั้น! และพระเจ้า! ไม้เอลเดอร์!? ฮาเดสหักกิ่งหนึ่งของมันออกมาแล้วดึงผมที่ยาวลากพื้นออกมาพันกับกิ่งไม้นั่น และคราวนี้ มันกลายเป็นไม้กายสิทธิ์ที่สวยงามที่สุดอันหนึ่ง เซเวอรัสจำมันได้ มันคือไม้กายสิทธิ์ของดัมเบิลดอร์ที่เค้าเห็นมันมาตลอดในสมัยที่ยังเป็นศาสตราจารย์สเนป "นี่คือไม้กายสิทธิ์ของเจ้า บุตรหัวปีแห่งพรีวีเร็ต"

ความกระหายปรากฏในดวงตาของชายหนุ่มที่ดูดิบเถื่อน คราวนี้ชายคนที่สองที่ดูหยิ่งผยองกว่าใครก็พูดขึ้น "กระหม่อมได้ยินว่าพระองค์ทรงอยู่กระหว่างสองโลก จึงสามารถข้ามเขตแดนได้ตามพระประสงค์ บางครั้งก็เรียกคนตายมาเพื่อสอบสวนด้วย ถ้าฝ่าบาทจะมอบอำนาจนั้นให้แต่กระหม่อมบ้าง!"

"เด็กเอ๋ย... ในรองเท้าเจ้ามีกรวดก้อนหนึ่งที่บังเอิญยังเหลืออยู่ตอนเจ้าขนหิน ยามนี้เจ้าสามารถใช้มันเหมือนที่ข้ามีอำนาจแล้ว" จากนั้นหันไปยังชายอีกคนที่อยู่สงบนอบน้อมที่สุด "แล้วเจ้าล่ะ อยากได้อะไร"

"ไม่รู้พ่ะย่ะค่ะ แค่อยากอยู่อย่างปลอดภัยเท่านั้น"

พระองค์ถอดฉลององค์คลุมออกแล้วเอาให้ คราวนี้มันกลายเป็นผ้าคลุมล่องหน "เจ้าจงเก็บมันไว้ แล้วเมื่อถึงเวลาที่เจ้าได้ถือกำเนิดใหม่เป็นลูกหลานของลูกหลานของเจ้าจะได้คืนมันแกข้า"









สกอร์ปิอัส เจมส์ โรซี่ และ ไดอาน่า ที่ต้องต่อสู้กับการพุ่งโจมตีโดยเฉียบพลันของเหล่าปีศาจ ได้รับความช่วยเหลือจากชายชราผมสีขาวโพลนในชุดสีม่วง เค้าตรงเข้ามาและพยุงไดอาน่าให้ลุกขึ้น

"ไม่เจอกันนานนะ ไดอาน่า!"

"อัลบัส... ชั้นไม่อยากเชื่อเลย!?" เธอมองเค้าอย่างไม่คาดคิด "คุณกลับมาเหรอ!?"

"ไม่หรอก ผมออกนอกเขตฮอกวอร์ตไม่ได้ อันที่จริง ไม่มีคนตายที่ถูกเรียกกลับคืนสู่เนื้อหนังคนไหนออกนอกเขตฮอกวอร์ตได้เลย"

"ในบันทึกโบราณเล่าเรื่องพ่อมดที่ใช้มนตร์เพลง เดินทางไปถึงปราสาทแห่งกาลเวลาแล้วขอให้ราชาโอซีริสคืนคนรักที่ตายไปแล้วให้ พระองค์ก็คืนให้ แต่แล้วเธอไม่อาจจะผ่านออกไปจากเขตปราสาทได้"

"ผมเคยอ่านเทพนิยายมักเกิ้ลที่มีเรื่องเล่าคล้ายๆ นักดนตรีหนุ่มขอให้เทพแห่งนรกชื่อฮาเดสคืนคนรักให้ และพระองค์ก็สั่นเค้าว่าห้ามหันกลับไปมองคนรักเด็ดขาด มิฉะนั้นเธอจะถูกดึงกลับนรก แต่นักดนตรีไม่อาจจะหักห้ามใจต่อความสงสัยจึงหันกลับไปมองก่อนจะพ้นเขตนรก เธอจึงถูกดึงกลับนรกไป"

"แต่ อัลบัส... ชั้นจำได้ว่าพระนามก่อนขึ้นครองราชย์ของราชาโอซีริสคือฮาเดสไม่ใช่เหรอ!?"

"ใช่... ไม่ผิดแน่นอน, ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน เล่าในหมู่มักเกิ้ล และเล่าในหมู่ผู้วิเศษที่ศึกษาศาสตร์มืด" ดัมเบิลดอร์ถอนใจ "ในนามแห่งเมอร์ลิน! ผมได้เห็นพระองค์เมื่อผมจะถูกเรียกกลับมาสู่โลกอีกครั้ง! ราชาโอซีริส! เทพฮาเดสของมักเกิ้ลโบราณ! พระองค์มีตัวตนอยู่จริง!"

"คนที่ตายที่ฮอกวอร์ตจะถูกเรียกกลับมาเหรอฮะ" เจมส์ถาม

"ไม่.. เฉพาะคนที่จะทรงชำระความ"

แล้วจากนั้นการสาดเวทมนตร์ก็เริ่มรุนแรงขึ้น  เหล่าผู้วิเศษต่างพยายามเข้าสู่แกนกลาง...!
-----------------------------------------------

"อาเทน่า!?"

"ทอม!?"

เสียงตะโกนเรียกหากันดังขึ้นเมื่อเห็นกัน กับการร่ายเวทย์ที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ ตอนนี้เหล่าผู้วิเศษจากที่ต่างๆ รอบฮอกวอร์ตได้มารวมกันแล้ว  ทั้งคนตายและคนเป็น ทั้งหมดมุ่งตรงสู่จุดศูนย์กลาง

แฮร์รี่เห็นดัมเบิลดอร์ที่เดินเข้าไปพยุงเจมส์-พ่อของแฮร์รี่ให้ลุกขึ้น เห็นเฮอร์ไมโอนี่ที่วิ่งมากอดรีมัส เห็นเบลลาทริกซ์กับทอมที่วิ่งมาถึง

แต่บางคนที่เค้าอยากให้มากลับไม่มา

"นี่มันอะไรกันเนี่ย!" อาเทอร์พูดอย่างอัศจรรย์ใจ

แต่แทบไม่มีใครสนใจที่จะถามไถ่กัน ทั้งหมดมุ่งตรงสู่การปกป้องเสาหลักของฮอกวอร์ต ขณะที่คลื่นปีศาจเริ่มไหลบ่าเข้ามา

"ยังก่ะอยู่ในนรกเลยนะเนี่ย" มิเนอร์ว่าพูดอย่างยินดีที่เห็นใครหลายคนที่จากไปกลับมา แม้จะรู้ว่าพวกเค้ามาพบกันในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่ออะไรบางอย่าง จากนั้นก้มลงไปหาลูเซียสที่นั่งหอบแฮ่กๆ อยู่กับพื้นแต่ไม่เคยที่จะเอกสารมากมายในมือ "คราวนี้ต้องสร้างอาเขตใหม่ใช่มั้ย ชั้นช่วยอะไรได้รึเปล่า!"

"นั่นสิ... อยากให้ช่วยเหมือนกัน" ลูเซียสตอบพลางยกมือลูบหน้า เลือดที่ออกมากเกินไปทำให้อ่อนเพลีย แต่น่าแปลก เค้าไม่รู้สึกเหงากับการเสียน้องสาวไป

บางทีเธออาจจะอยู่ในตัวเค้านี่เอง! เราเป็นวิญญานดวงเดียวกันไม่ใช่รึไง!?

"เฮ้ย... สเนป" เจมส์ใหญ่ตะโกนบอกอดีตคู่แข่ง "เดี๋ยวเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะ ดีใจว่ะที่ได้เจออีก!"

"เหรอ!? ชั้นว่าชั้นไม่น่าเดินมาแถวนี่เลยว่ะ ให้ตายสิ!" สเนปคำราม แต่ทั้งคู่ก็ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี

น่าประหลาด พวกเค้าน่าจะกัดกันทันทีไม่ใช่เหรอ รึว่าเพราะเรื่องเกี่ยวกับลิลี่ ทำให้พวกเค้าเคลียร์ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันได้โดยไม่ต้องพูดซักคำ... แฮร์รี่ รอนและเดรโกเองก็เข้าขากันได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับที่อาเธอร์นั่งช่วยลูเซียสในการสร้างขอบเขตป้องกัน ไม่น่าเชื่อว่าภาพแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ เนวิลล์ที่ดูเหมือนจะลืมว่าแค้นเคืองต่อเบลลาทริกซ์ไปเลย ราวกับทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อเคลียร์บางสิ่งที่ค้างคา

แต่ถ้าเป็นเกิดเพื่อให้มีการเคลียร์ พระเจ้าก็คงบ้าไปแล้ว!

"ทอม!" กับการเรียกชื่อของดัมเบิลดอร์ และการพุ่งเข้าช่วยเหลือของเฟรย์ เหล่าอาจารย์ที่ช่วยกัน ทำให้รอดจากแสงที่พุงออกจากเสาค้ำของฮอกวอร์ตได้  คราวทั้งปราสาททั้งหมดพังครืน!

ไดอาน่าและเด็กๆ อยู่ใต้การคุ้มครองของสลิธีรีนและเรเวนครอ โชคดีที่คนเป็นก็ยังไม่ตาย คนตายแล้วก็ตายอีกไม่ได้ ทุกคนรอดหมด และแน่นอนว่าเพราะเป็นผู้วิเศษถึงรอดหมด

ถ้าเป็นมักเกิ้ลคิดว่าจะรอดกี่คนกัน!?

"ทุกคน!? ดู!" เสียงตะโกนของไลชาทำให้ทุกคนหันไปมองที่เสาค้ำของฮอกวอร์ตที่ขณะนี้เติมโตสูงขึ้นและเป็นอิสระจากปราสาทแล้ว มันแตกกิ่งก้านสาขาอย่างชัดเจน กลายเป็นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

"เสาค้ำฮอกวอร์ตเป็นต้นไม้ที่มีชีวิตเหรอเนี่ย! มิน่า! มันถึงต้องกินคน!" ซิเรียสครางออกมา

"นี่มัน..." ดัมเบิลดอร์พูดอย่างไม่คาดคิด ไม่รู้ว่าจะปิติหรือหวาดกลัวกันแน่ "ต้นเอลเดอร์... ที่ให้กิ่งแก่ไม้กายสิทธิ์ของชั้น!"

แฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่มองอย่างไม่คาดคิดที่อดีตอาจารย์ใหญ่  และทอม ริดเดิ้ล เค้ารู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ในมือ เค้าคลายมือที่กำออกและพบหินก้อนหนึ่ง

"นั่นหินชุบวิญญานนี่!" เฮอร์ไมโอนี่จำได้

และแฮร์รี่... เหมือนมีอะไรอยู่ในกระเป๋ากางเกง เค้าล้วงมือไปดึงเอามันออกมา มันคือผ้าคลุมล่องหนของพ่อ... แต่ตอนนี้เค้าไม่ได้พกไม่ใช่เหรอ แล้วมันอยู่กับเค้าได้ยังไง!?

"นี่คือต้นไม้... ที่โอดินได้แขวนตัวเองอยู่จนกระทั่งได้มาซึ่งความรู้แจ้ง ท่านได้เรียนรู้รูนแล้วนำมามอบให้แก่เหล่าพ่อมดทั้งหลาย!" เสียงที่ดังขึ้นมาจากชายสี่คนที่อยู่บนกิ่งของเอลเดอร์ยักษ์ ตอนนี้ต้นเอลเดอร์ได้ปรากฏรากชัดเจนและมีซากมากมายอยู่ใต้รากนั้น

"พวกเจ้า!" อาเทน่าคำราม "อะโพคาลิฟ-ฟาไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!?"

"พระองค์จะเสด็จมาแน่นอน แต่เจ้าต้องชนะเราให้ได้ซะก่อน!"










ลิลี่ได้พบไนจัส อะโพคาลิฟอีกครั้งและถูกนำตัวไปยังห้องพิธีกรรมเบื้องล่าง และเธอได้พบคนมากมายที่รายล้อมเซเวอรัส แต่ก็กำลังจะเลือนหาย เธอรีบวิ่งไปหาเค้า

"เซวี!"

ดวงตาของเค้าเปิดออกแล้วเห็นเธอชัด "ลิลี่? ทำไมเธอมาอยู่นี่?"

"ดีจังที่ปลอดภัย" เธอกอดเค้าแนบแน่น

เซเวอรัสมองไปยังไนจัส "คุณเป็นพระเจ้าเหรอครับ"

"...ชั้นไม่รู้"

"ช่วยเราได้มั้ยครับ"

"พวกเธอสร้างมันขึ้นมา พวกเธอจึงกลับมาเพื่อจบมันเอง"

"ฮาเดสเคยตรัสบอกสามพี่น้องพรีวีเร็ตแล้วให้ทำตามกฎอย่างเคร่งครัด แต่พวกมันถูกละเลย... ฮาเดสบอกพวกเค้าไม่ใช่คิดโกงอะโพคาลิฟ-ฟา แต่จนแล้วจนรอด กษัตริย์ก็โกงต่ออะโพคาลิฟ-ฟา หากวันนั้นมอบธิดาอันเป็นลูกครึ่งให้กับอะโพคาลิฟ-ฟาเรื่องคงไม่มาถึงขั้นนี่ ความจริงมันผิดมาแต่แรกแล้ว ทุกคนไม่ควรผิดประเพณี เจ้าหญิงอากาท่าควรได้ครองราชย์ตั้งนานแล้ว" เซเวอรัสเข้าใจแจ่มชัด

"ถึงเวลาที่เวทมนตร์จะถูกริบคืนแล้ว มนุษย์ไม่ควรได้ครองมันแต่แรก เราไม่น่าอนุญาตแก่พวกเจ้า" ไนจัสเอ่ยเบาๆ

"ผมเข้าใจแล้ว... ฮาเดสหรือโอซีริสได้มาสู่โลกเพื่อรับรองเวทมนตร์ แต่ท่านถูกฆ่าโดยน้องชาย ท่านจากไปพร้อมกับเวทมนตร์ทั้งหลายในโลก และพี่น้องพรีวีเร็ตก็ได้เดินทางสู่แดนมรณะเพื่อขอรับเวทมนตร์กลับมาสู่โลกอีกครั้ง... จึงมีราชโองการแต่งตั้งกษัตริย์ เราทำผิดใช่มั้ยครับ เราได้ทิ้งการสืบราชบัลลังก์มามากกว่าพันปีแล้ว เราละเลยพันธะสัญญาทั้งหมดที่มีต่อผู้สร้าง เพราะงั้นวันนี้จึงมาถึง ผมต้องเลือกระหว่างรักษาเวทมนตร์ไว้แต่สละวิญญาน หรือรักษาวิญญานแต่เวทมนตร์จะสูญสิ้นจากโลก"






TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #268 micupcake16 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 23:48
    ทำไมลางสังหรณ์เราบอกว่าหลวงพี่จะยอมสละตัวเอง ฮืออ
    #268
    0
  2. #202 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 15:02
    โอโหววว ตำนานอะไรนี่ สุดยอดอ่ะ อ่านไปลุ้นไป 555



    ทางเลือกของสเนปแต่ละอย่างนี่ เฮ้อออ รันทดชะมัด เศร้าอ่ะ
    #202
    0
  3. #201 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 15:02
    โอโหววว ตำนานอะไรนี่ สุดยอดอ่ะ อ่านไปลุ้นไป 555



    ทางเลือกของสเนปแต่ละอย่างนี่ เฮ้อออ รันทดชะมัด เศร้าอ่ะ
    #201
    0
  4. #194 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 06:55

    โอ้ววว มีตำนานอะไร แปลกๆ ..เพิ่มขึ้น มา เราไม่รูจักเลย สงสัยต้งค้นข้อมูลเพิ่มซะแล้วววววว ><

    สู้ๆค่อไปค่ะซามมาเอล ... อ่านมาทุกตอนแต่หลังๆไม่ได้เม้นเลย .. กลับมาเ้ม้นต่อ .><

    #194
    0
  5. #192 Sammael Sin (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 มีนาคม 2555 / 12:08
    พอดีผมติดงานเยอะมาก พึ่งอัพ ขอโทษครับ
    #192
    0
  6. #191 Eve P Berm (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2555 / 23:39
    ในที่สุด ก็อัพแล้ว เย้ๆๆๆ

    เจ๋งมาก!!!!! เอาตำนานอียิปต์ กับกรีก มารวมกันได้ ...จริงๆ ก็ชอบโอซิริส กับ ฮาเดสเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วล่ะ
    แต่ จะว่าไปแล้ว ทั้งสองคนก็คือ คนๆเดียวกันอยู่แล้วนี่นา...
    โอซีริส-ฮาเดส-ยมทูต ก็ล้วนแล้วเป็นเทพเจ้า หรือสัญลักษณ์แห่งความตายทั้งสิ้น

    เมื่อถึงเวลาที่เจ้าได้ถือกำเนิดใหม่เป็นลูกหลานของลูกหลานของเจ้าจะได้คืนมันแกข้า...อย่าบอกนะว่า น้องคนที่3 ในตำนานคือ แฮร์รี่น่ะ OMG!!! ...(เดาๆ)

    ผมต้องเลือกระหว่างรักษาเวทมนตร์ไว้แต่สละวิญญาน หรือรักษาวิญญานแต่เวทมนตร์จะสูญสิ้นจากโลก ...โธ่ ทำไม เซเวอร์รัส สเนป ต้องเป็นผู้เลือก ผู้เสียสละทุกทีสิน่า เศร้า+ซึ้ง

    จะรอติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
    #191
    0