The last of your expectation

ตอนที่ 38 : วาระสงบนิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ก.พ. 55

"สกอร์ปิอัส! นายจะไปไหนน่ะ!"

"ชั้นจะไปหาพ่อชั้น แล้วก็ทอมกับอัล กับบราเทอร์เซเวอรัส แล้วก็ศาสตราจารย์สเนปด้วย" เด็กชายตอบอย่างจริงจัง

"อย่าโง่น่า! นายไปมีแต่จะเป็นตัวถ่วงเปล่า!" เจมส์บอก

"จะให้รอเฉยๆ รึไง! เมื่อกี้มีอะไรผิดปกติ! นายก็รู้!" สกอร์ปิอัสรู้สึกลำบากใจ "ทำไมชั้นต้องมาอยู่อย่างงี้  ทำไมชั้นทำอะไรไม่ได้เลย! ช่วยไม่ได้แม้แต่ทอมกับอัล! แล้วยังศาสตราจารย์สเนปกับบราเทอร์! ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เราทำอะไรร่วมกับเค้าตั้งหลายอย่าง!" เด็กชายยกมือขึ้นลูบหน้า "พ่อนายต่อสู้กับศาสตร์มืดมาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง แล้วเราล่ะ! ชั้นว่าเราก็ไม่ได้ต่างจากเค้านะ!"

"สกอร์พูดถูก" โรซี่ว่า "ชั้นเองก็ห่วงทอมกับอัลแล้วก็เซเวอรัส... ทั้งที่เป็นบราเทอร์แล้วก็ศาสตราจารย์! เธอจะทำอะไรก็แล้วแต่เธอ แต่ชั้นกับสกอร์จะไม่อยู่เฉยแน่!"

"งี่เง่า" เจมส์คราง "ใครว่าชั้นจะปล่อยให้พวกนายไปกันวะ ที่สำคัญชั้นก็ห่วงซิเรียสเหมือนกันนะเฟ้ย!"

"แล้วเมื่อกี้ใครหาว่าชั้นเป็นตัวถ่วงวะ!" สกอร์สุดจะทน

"ก็มันจริงนี่!"

"หย่าศึกกันก่อนได้มั้ย หนุ่มๆ!" โรซี่เริ่มมีน้ำโห เธอดูเหมือนเฮอร์ไมโอนี่ตอนเด็กๆ พอๆ กับที่สกอร์เหมือนเดรโก "ถ้ามันยากนักก็ไปกันหมดทั้งสามคนเป็นไง!"

นั่นคือสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่ตอนอายุเท่ากันจะไม่มีวันทำ แต่มันหลุดจากปากโรซี่เรียบร้อย ทำให้ใครบางคนที่แอบดูคิดได้ว่าหล่อนเป็นลูกสาวของรอน

"ไปกันหมด! เธอจะบ้าเหรอ!"

"แล้วไง ตอนที่พ่อเธอชนกับลอร์ด โวลเดอร์มอร์ครั้งแรกก็อายุเท่าๆ กับพวกชั้นนี่!" โรซี่พูดอย่างรำคาญ แล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้น

"เยี่ยมมาก!" ไดอาน่านั่นเอง "อา... ไม่ต้องกังวลหรอก ชั้นไม่ได้มาเพื่อห้ามพวกเธอ  แต่ชั้นจะไปด้วย เพราะยังไงชั้นก็ปล่อยลูกหลานไปกันเองสามคนไม่ได้หรอก"

"แต่เราจะให้ยายแก่ไปด้วยได้ยังไง เดี๋ยวเป็นลมเป็นแร้งขึ้นมา--" เจมส์พูดไม่ทันขาดคำไดอาน่าก็ยิงพลังจากนิ้วก้อยใส่กลางหน้าผากจนกระเด็นล้ม ก้นกระแทกพื้น "โอ้ย! เจ็บนะ!"

"แล้วเจ้าล่ะ... แค่เสกคาถาโดยไม่มีไม้กายสิทธิ์ยังทำไม่ได้ แล้วคิดว่าจะเหนือกว่าชั้นเรอะ!" ไดอาน่าดุ "ชั้นจะบอกความจริงให้รู้! สามีชั้นน่ะไม่ได้เรื่องเลย! เลาเรสก็ธรรมดา! เจมส์-พ่อของแฮร์รี่ พอตเตอร์น่ะ เก่งได้ชั้นย่ะ!" เจมส์อ้าปาก "ยังจะมาเถียงอีก! เดี๋ยวโดนเลย!" เด็กชายรีบหุบปาก เอามือกุมหน้าผากก่อนที่จะโดนอีกดอก "ไปกันได้แล้ว! เมื่อกี้ชั้นเห็นหอคอยฮัพเฟิลพัฟถล่มลง ต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่!" ทันไดนั้นเสียงดั่งฟ้าคำรามดังก้อง และแสงสีแดงที่กระจายตัวเหมือนกับแสงสีทองเมื่อครู่นี้ก็ทำให้ทุกคนหันไป

"อะไรน่ะ...!" โรซี่คราง

"คราวนี้.. เป็นหอกริฟฟินดอร์รึ!?" ไดอาน่ากัดปาก รีบพุ่งไปทันที เด็กๆ ไม่มีเวลาถาม พวกเค้ารีบตามไป









เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าจากพื้นแล้วมองที่มาของแสงสีแดง ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น เวลานั้นแฮร์รี่ลืมตัวแล้ววิ่งไปยังที่มาของลางวิบัตินั่นพลางตะโกนสุดเสียง "ศาสตราจารย์มักกอนนากัล! คุณเมอร์กัน! คุณมัลฟอย!" รอนและเดรโกดึงพลังทั้งหมดที่มีรีบช่วยจินนี่กับเฮอร์ไมโอนี่ออกจากพื้นที่เริ่มแยก  ใช่ชั่วพริบตานั้น กวางตัวใหญ่พุ่งออกมาจากหอกริฟฟินดอร์ที่ถล่มลงโดยมีแมวลายตัวหนึ่งเกาะหลังมาด้วย

"คุณเมอร์กัน" แฮร์รี่ครางเมื่อเห็นกวางที่บาดเจ็บทรุดลงกับพื้น วางแมวที่กลายเป็นคนช้าๆ ลง ตัวมันก็กลายเป็นคนเช่นกัน

"พังแล้ว... ชั้นทำอะไรไม่ได้เลย" เฟรย์หายใจหอบ

"เอรีส มัลฟอยล่ะ" รอนเดินเข้ามาพลางถาม

"เค้าไปแล้ว..." ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกระซิบ "กลับไปอยู่ในร่างเดียวกันกับอาเทน่า"

"เค้าตายเหรอ!?" เดรโกที่เดินตามเข้ามาถามบ้าง

"ใช่..." เฟรย์ตอบ

"โอ... คุณปู่!" เดรโกครางออกมาทั้งน้ำตานองหน้า

"เวทย์ครั้งสุดท้ายที่แลกด้วยชีวิต... จะค้ำเสาที่เหลือไว้ได้นานสี่ชั่วโมง" เฟรย์บอก  พยายามยืนขึ้น "ชั้นจะช่วยถอดอาคมที่เหลือทั้งหมด  เร็ว  เราไม่มีเวลามาก!"










เซเวอรัส สเนปมาถึงที่หมายพร้อมกับอัลและลิลี่  เค้าตรงเข้าไปรื้อกองหินอย่างร้อนรน เผื่อจะเจอใครซักคนที่ยังมีชีวิต  จากนั้นก็ตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ก่อนจะสงบลงเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

"อาเธอร์ วิสลี่ย์" สเนปกระซิบ

"ศาสตราจารย์สเนป... ถ้าคุณตามหาพ่อของลูเซียสคิดว่าเสียเวลาเปล่า"

สเนปไม่ถามอะไรอีก เค้าตรงเข้าไปประคองลูเซียสที่อาเธอร์อุ้มมา ลมหายใจรวยรินเหลือเกิน "หลวงแม่ลูเครเซียล่ะ!?"

"เธอตาย... เพื่อช่วยพี่ชาย" เค้ากระซิบ

สเนปชักไม่กายสิทธิ์ออกมา ร่ายคาถาสมานแผล อ่อนหวานเหมือนบทเพลง บาทแผลของลูเซียสค่อยๆ เย็บตัวช้าๆ  ลิลี่วางมือที่ไหล่ของเค้าแล้วพูดเบาๆ "ชั้นจะออกไปอีกด้าน  ไม่ต้องรอนะ"

"อย่านะ! มันอันตรายมาก!" สเนปหันมาอย่างวิงวอน

"ชั้นก็เหมือนเธอ... ชั้นไม่มีทางตายหรอกเซฟ  แต่ว่า..." เธอมองอัลอย่างมีความหมาย "เธอต้องปกป้องวิญญานของชั้นนะเข้าใจมั้ย"

"เธอไม่อยากอยู่ใกล้ชั้นเหรอ..." สเนปตัดพ้อ

"ชั้นอยากอยู่ใกล้เธอ... ใกล้จนถึงวิญญาน  และแน่นอน  ชั้นอยากให้เธออยู่ใกล้วิญญานของชั้นด้วย"

ลิลี่จากไปแล้ว สเนปได้แต่มองห่างๆ เหมือนตอนที่เธอไปจากเค้า ไปหาเจมส์ แต่ว่า เมื่อมือของอัลจับแขนเค้าไว้ และสายตาที่มองอย่างวิงวอนนั่นจับจ้อง ความเจ็บปวดของเค้าก็จางลง

ใช่แล้ว... ถึงแม้ว่าเธอจะจากไป ชั้นก็หวังว่าเธอจะเพียงแค่จากไป...

เพราะวิญญานของเธอจะอยู่กับชั้นที่นี่...

และมันจะไม่ทำให้ชั้นต้องเดียวดาย...
-----------------------------------

อาเทน่าเป็นอิสระจากภาระของเธอ  เมื่อเวทมนตร์สำคัญช่วยค้ำเสาที่เหลือไว้ แลกกับชีวิตของใครบางคน  เธอคลานออกจากจุดค้ำยันใจกลางฮอกวอร์ต ขณะที่เหล่าอาจารย์ที่ต่อสู้กับปีศาจมาหลายชั่วโมงได้นั่งพักบ้าง  เนวิลล์วิ่งเข้าไปประคองอาเทน่าที่ทรุดลงกับพื้นแล้วหลับตาลง

เธอกำลังจมลงไปในห้วงจิต...!

...อาเทน่า... เสียงที่คุ้นเคยเรียกเธอ

...เอรีสเหรอ...

...ใช่ ชั้นเอง...

...ชั้นทำให้เธอต้องตาย...

...อะไรกัน... เสียงของเอรีสเหมือนจะขบขัน ...อาเทน่า เราเป็นคนๆ เดียวกันนะ  เธอและชั้นต่างก็เป็นวิญญานของกริฟฟินดอร์เหมือนกัน  มือของชั้นตอนนี้จะเป็นมือของเธอ ตาของชั้นตอนนี้จะเป็นตาของเธอ...

...จริงสินะ เราแค่กลับมาอยู่ด้วยกัน...

...ใช่ อยู่ด้วยกัน และเราจะไม่พรากจากกันอีก...

...........................................................................................

...................................................................

.........................................

....................


"อาเทน่า!?" เสียงของเนวิลล์เรียกเธอกลับมาอีกครั้ง

"ศาสตราจารย์ลองบัตท่อม...?" อาเทน่าพูดพลางเอามือขยี้ตา "ชั้นหลับไปนานแค่ไหน?"

"แค่สิบนาทีเอง แต่เมื่อกี้ผมตกใจแทบแย่ อยู่ๆ ก็หยุดหายใจไปเฉย แถม..!" เนวิลล์พูดพลางหอบ "เหมือนตอนนี้คุณ อยู่ดีๆ ก็สาวขึ้นมาเฉยๆ"

อาเทน่าตรวจดูมือไม้ของตัวเอง รู้สึกถึงความอ่อนเยาว์ที่กลับมา บาดแผลหายไปแล้ว และพลังเวทย์ก็ฟื้นฟูขึ้น อันที่จริงพลังของเธอดูจะกลับมาสู่สภาวะเดิมแล้ว ไม่สิ เหนือกว่าเดิมต่างหาก! เหนือกว่าตอนเป็นกริฟฟินดอร์ด้วยซ้ำ

"เราต้องรีบตามหาคนอื่นๆ แล้ว... หวังว่าคงจะยังไม่ตายกันหมดนะ" อาเทน่าบอก "เรามีเวลาสามถึงสี่ชั่วโมงที่จะทำทุกอย่างให้เสร็จกอ่นที่เวทย์จะคลายลง!"

"คุณมัลฟอย... ดูนั่น..." อาจารย์ท่านหนึ่งชี้ไปยังแสงสีเงินอมฟ้าที่ปรากฏขึ้นหลายดวง









ซิเรียสไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไร  เค้าเห็นเธอ... เห็นเธออีกครั้ง...!? ญาติผู้พี่ของเค้ากำลังเดินนวยนาฏเข้ามา แต่ก่อนที่เค้าจะทำอะไร แสงก็พุ่งออกจากไม้กายสิทธิ์ของเธอตรงเข้าใส่เค้าจนกระเด็น

"น่าเสียดาย... คนตายฆ่ากันเองไม่ได้"

"เบลล่า..." ซิเรียสยันตัวลุกขึ้น

"ใช่... ดีใจที่เธอกันอีกนะ ญาติที่รัก" เธอประชดประชัน

"ชั้นก็..."

แต่ไม่ทันได้พูดอะไรมาก ลำแสงอีกมากมายก็พุ่งเป็นชุดๆ จนซิเรียสปัดป้องไม่ทัน ไม้กายสิทธิ์ของเค้ากระเด็นออกไป  ลูกชายและลูกสาวไม่สามารถช่วยเค้าได้ เช่นเดียวกับไลชาที่ไม่สามารถช่วยได้เพราะอยู่ในสถานภาพที่สาหัสเกินกว่าจะขยับตัวด้วยซ้ำ

"เบลล่า! หยุด! ฟังชั้นหน่อย!"

"มันเสียเวลา ซิเรียส" เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ "มีอะไรมากมายที่ชั้นอยากจะฟังจากเธอแต่เธอไม่เคยพูดออกมา! ชั้นเสียเวลาเปล่า!"

"เบลล่า" ซิเรียสหอบแฮ่กๆ อยู่กับพื้น เลือดไหลออกมาตามจุดต่าง "พอที ชั้นไม่ตายหรอกยัยบ้า ชั้นตายไปแล้ว"

"เธอไม่ตายจริงๆ หรอก เพราะสิ่งที่อาเทน่าทำ"

"แต่ชั้นถือว่าชั้นตายแล้ว เพราะเธอ..."

"โอ้.. น่าดีใจจัง" เบลลาทริกซ์ยิ้มเยาะ เธอเป็นเพียงวิญญาน แต่ดูเหมือนจริงมากเหลือเกิน ทั้งความคมชัดและพลังเวทย์

"ชั้นผิดไปแล้ว..." ซิเรียสเค้นเสียง "ชั้นสมควรตาย..."

คราวนี้เบลลาทริกซ์หยุดกึก เธอลดไม้กายสิทธิ์ลง "รู้ตัวด้วยเหรอ! ว่าสมควรตาย!"

"ชั้นทำร้ายญาติผู้พี่ของชั้น... ชั้นทำราวกับว่าตัวเองวิเศษนักที่ไม่เกือกกลั้วกับความมืด แต่ว่า ทั้งหมดเพราะชั้นกลัวความผิดของตัวเอง" ซิเรียสพูดเบาๆ "เบลล่า คนที่วางยาพิษในน้ำซุปตอนนั้นคือชั้นเอง"

"หึ!" ผู้หญิงที่สวยคมคายคำรามอย่างสะใจ "เกิดกลัวความผิดขึ้นมา แล้วสารภาพตอนนี้คิดว่าจะช่วยอะไรได้!"

"ชั้นไม่ต้องการการยกโทษให้จากเธอ" ซิเรียสหอบ "ชั้นแค่อยากให้เธอรู้ว่าความจริงชั้นเสียใจมาตลอด! มันน่าหัวเราะใช่มั้ย ทั้งที่ชั้นเป็นกริฟฟินดอร์แต่กลับขี้ขลาดขนาดนี้!" เบลลาทริกซ์ไม่ตอบ ซิเรียสพูดทั้งน้ำตา "สเนปทำให้ชั้นรู้ว่าพวกเธอรู้ความผิดของชั้น แต่ไม่มีใครพูดอะไร... ตลอดเวลาชั้นมีแต่คิดตำหนิคนอื่น แต่ไม่เคยดูตัวเอง ชั้นเสียใจเบลล่า เสียใจจริงๆ"

กับความเงียบ  นานมากกว่าจะได้ยินการตอบรับ

"ทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้"

ซิเรียสเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจและเห็นมัน "เบล--!?" เค้ากระซิบอย่างคาดไม่ถึง

"ทำไม.. ไม่พูดให้เร็วกว่านี้!?" เธอพูดพลางยกมือขึ้นลูบหน้า แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา  ซิเรียสพูดไม่ออก เค้าพยายามเค้นทั้งหมดเท่าที่สามารถก่อนจะ

"เธอจะทำอะไรกับชั้นก็ได้... ขอเพียงแค่... ถ้ามันชดเชยความเจ็บปวดของเธอ" ซิเรียสแทบไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไป แต่เบลลาทริกซ์ส่ายหน้า

"ชั้นไม่อยากแก้แค้นหรอก... ชั้นก็แค่... อยากได้ยินเธอสารภาพกับชั้นเท่านั้น!"

"เบลล่า... โอ้! เบลล่า!?" ซิเรียสคลานเข่าเข้าไปกอดสะโพกของเธอไว้ แนบหัวลงกับตักของเธอ "ชั้นขอโทษ! ชั้นขอโทษ!"

"ซิเรียส..." คราวนี้ซิเรียสเงยหน้าขึ้น เค้าเห็นคนมากมายที่ตายจากไปมารวมกัน เค้าเห็นพ่อแม่ เห็นเรกูรัส ทุกคนเข้ามาหาเค้า มองเค้าราวกับรอเวลานี้มานาน วินาทีนั้นซิเรียสรู้ว่าตัวเองทำเรื่องโง่ๆ ไว้มากเพียงใด เค้าร้องไห้เมื่อเห็นทุกคน

"เรกูรัส... ชั้นเป็นพี่ที่ไม่เอาไหน" เค้าครางออกมา

"เป็นพี่ที่ดีพอแล้ว... ผมยกโทษให้" เรกูรัสตอบ

แล้วคราวนี้ทุกคนเข้ามาโอบกอดเค้าไว้ราวกับจะต้อนรับกับบ้าน  แต่เบลลาทริกซ์ถอยออกไป แล้วหายไปเงียบๆ ซิเรียสอยู่ในความผาสุขและการสำนึกบาป เป็นครั้งแรกที่เค้ามีความสุขอย่างแท้จริงโดยไม่ใช่ความสุขนอกบ้าน

พึ่งรู้ว่าความสุขกับครอบครัวเป็นอย่างไร... ตอนนี้รู้ชัดว่าทำไมสเนปไม่เคยทิ้งบ้านออกมา...

อะพอลโล่มองดูเงียบๆ ก่อนจะวิ่งเข้าไปดูอาการของไลชา "คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย"

"อืม... ตอนนี้เราคงสบายซักระยะ แต่อีกไม่นาน อะโพคาลิฟ-ฟาต้องเคลื่อนไหวอีกครั้งแน่"

"หรือไม่ก็เคลื่อนไหวแล้ว แต่เราไม่รู้" อาร์เทมิสกระซิบ

"พ่อ.. แม่.. ทุกคน..?" ซิเรียสครางเมื่อทุกคนค่อยๆ เลือนลาง

"พวกเค้ากำลังจะไป ซิเรียส" ไลชาบอก "พวกเค้าหมดห่วงแล้ว"

"หมดห่วงเหรอ" ซิเรียสกระซิบ "ที่ผ่านมาห่วงเรื่องของชั้นคนเดียว"

"ใช่..." ไลชาตอบ "ดีจริงๆ ที่เจ้ายังมีโอกาส แต่ข้าไม่มีแล้ว เมื่อทุกอย่างจบลง เจ้าก็จะได้ข้ามภพไปอยู่กับเค้าเช่นกัน" ไลชาพยายามรวบรวมกำลังยืนขึ้นอีกครั้ง "เราไปที่ใจกลางฮอกวอร์ตเถอะ"
-------------------------------------------

"จอมมาร"

ทอมลืมตาขึ้นช้าๆ งงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น "นาซิสซ่า!?"

"ดีจัง ฟื้นซะที!"

ทอมเอามือกุมหน้าผาก "หลวงพ่อเอรีสไปแล้ว"

"เค้าตายเหรอ! แล้วลูเซียสกับเดรโกล่ะ!?"

"เดรโกปลอดภัย ส่วนลูเซียส ดูท่าจะแย่"

"โอ..."

"คุณไปหาเค้าได้นะ ตอนนี้อยู่ไม่ห่างจากหอกริฟฟินดอร์มาก"

"ท่านรู้ได้ไง"

"ในฝัน"

"ฝัน?"

"ไปสิ" ทอมไล่

"ค่ะ" นาซิสซารีบไปอย่างไม่รังเล

ไม่นานนักทอมก็ลุกขึ้นพิงกำแพง  มองดูร่างที่ปรากฏขึ้นในความมืด ก่อนจะมาสู่แสงสว่างที่เกิดจากประกายแสงสีเงินที่ระยิบระยับไปทั่วเหมือนกับหิ่งห้อย

"จอมมารคะ" และเสียงกระซิบที่เหมือนพูดกับคนรัก

"เบลลาทริกซ์" เค้าพูดกับเธอ "ผมรอเธออยู่"

ราวกับใฝ่ฝันที่จะได้ยินคำๆ นี้มานาน เธอตรงดิ่งมาที่เค้าแล้วทรุดลง ยกมือขึ้นลูบหน้าของเค้าอย่างรักใคร "คิดว่าจะไม่ได้พบท่านอีก"

"ใบหน้าที่ไม่มีความกราดเกรี้ยวอีกแล้วของเธอสวยเหมือนวันที่เราพบกันครั้งแรกไม่มีผิด"

"ท่านก็เหมือนกันค่ะ  ท่านหล่อเหลาเหมือนตอนที่เราพบกันครั้งแรก" เธอกระซิบ

"ทำแบบนี้ไม่ผิดต่อสามีเธอเหรอ?"

"คนที่ชั้นรักมีแต่ท่านคนเดียว"

ทอมยกมือขึ้นลูบหน้าเธอ "วินาทีที่ผมได้ความรักกลับมา ผมตระหนักชัดว่าผมโง่แค่ไหนที่ทอดทิ้งความรักไป ถ้าตอนนั้นผมตอบสนองต่อความรัก เธอคงเป็นผู้หญิงที่สวยงามและความสุขเหมือนตอนนี้"

"จอมมาร..."

"คนที่ฆ่าเธอไม่ใช่ใครหรอก  ผมเอง... ผมขอโทษ"

"จอมมาร" เธอครางพลางซบตักเค้า ลมหายใจเค้าเกือบจะรวยริน

"เบลลาทริกซ์.. ผมขอเธอ... ไปสู่สุขคติเถอะนะ แล้วผมสาบานว่าผมจะไม่รักใครนอกจากเธอ"

"ให้ชั้นสู้เคียงข้างท่านอีกครั้งเถอะ" เธอตอบเค้า "ชั้นไม่อิจฉาสเนปแล้วล่ะ"

ทอมลุกขึ้น แล้วยื่นมือไปหาเธอ "ถ้าเธอพร้อม ถ้าเธอยินดี มากับผม"

เบลลาทริกซ์จับมือเค้าไว้ แล้วจากนั้นก็ออกเดินไปพร้อมๆ กัน....









ท่ามกลางความมืดอันเว้งว้างของมิติ  เด็กชายที่ดูเหมือนแฮร์รี่ พอตเตอร์ในวัยเด็กนั่งขดตัวอยู่กลางเหล่าปีศาจ แต่บางสิ่งบอกให้รู้ว่าเค้ากำลังจะเอาจริงในรอบต่อไปแล้ว

"ลูกแกะที่จะใช้บวงสรวงข้าอยู่ไหน"

ภาพของเซเวอรัส สเนป--บาทหลวงที่อยู่กับสลิธีรีนและเรเวนครอปรากฏให้เห็น พวกเค้าดูจะอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของฮอกวอร์ต...

เด็กชายหลับตาลงอีกครั้งเพื่อดิ่งลงไปในจิตสำนึกของตัวเอง รอเวลาที่พลังเวทย์จะกลับมาเต็มเปรี่ยมสำหรับศึกสุดท้าย ระหว่างนั้น ร่างๆ หนึ่งในชุดสีดำปรากฏขึ้น

"อากาท่า..? ไม่สิ... ท่านเองเหรอ" เค้ากระซิบ

ร่างที่ดูราวกับคนที่ชื่ออากาท่าในความคิดของเค้าโผล่ขึ้นจากพื้นราวกับโผล่ขึ้นจากน้ำ  ความจริงมันเป็นน้ำทั้งหมด... น้ำแห่งจิตวิญญานของเค้า...

ทะเลแห่งน้ำตา...

"กริฟฟินดอร์ได้ผ่านช่วงเวลาที่ขมขื่นที่สุดมาแล้ว  เค้าไม่รู้จักความสิ้นหวังหรอก"

"แค่พ่อมดธรรมดา แต่บังอาจจะต่อกรกับจักรวาลทั้งจักรวาล  ไม่สิ  ไม่ใช่พ่อมด ตอนนี้เป็นแม่มดต่างหาก"

"ทุกอย่างจะมาถึงที่สุด... บางทีโลกอาจจะไม่ถึงเวลาที่จะต้องพิพากษา"

"มันถึงเวลาแล้วผู้สร้าง... โลกที่จะถูกพิพากษาน่ะ คือโลกของบุตรและธิดาของอีฟ"

เค้าลืมตาอีกครั้งเพื่อกลับสู่ความจริงของตน และออกคำสั่งกับเหล่าปีศาจ "อย่าแต่ต้องลูกแกะเด็ดขาด เพราะมันต้องเป็นของข้า"





TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #267 micupcake16 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 23:41
    ดีใจที่ซีเรียสได้เคลียร์กัยครอบครัวด้วย
    #267
    0
  2. #200 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 14:34
    ซาบซึ้งงงงงงง พี่น้องตระกูลแบล็กปรับความเข้าใจได้สักที ดีอ่ะ



    เบลล่ากับท่านลอร์ดจะหวานไปหนายยยยย >v<



    #200
    0
  3. #190 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 02:01
     อรีายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยตอนนี้ชอยมากกกก

    เฮ้อ ได้ปรับความเข้าใจกันเยอะเลย ทั้ง ซีเรียจเบลาครอบครัว ทอมกับเบลา ชอบฟิคซาามาเอลก็เพราะแบบนี้แหละ

    แต่ทีไรติดงอมแงมทุ๊กที  

    40 ตอนจบแล้วหรอ ... ใกล้แล้วสินะ ... TWT สู้ๆค่ะซามมาเอล จะคอยเป็นกำลังใจมห้เช่นเคย

    #190
    0