The last of your expectation

ตอนที่ 37 : หอฮัฟเฟิลพัฟที่พังลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ก.พ. 55

"จอมมาร" นาซิสซาครางขณะที่เห็นร่างของเด็กหนุ่มมีเลือดไหลออกจากจุดต่าง พยายามที่จะค้ำยันเสาหลักของหอคอยสลิธีรีนที่จวนเจียนจะถล่มลงมา แต่เธอไม่สามารถช่วยเค้าได้ เพราะหน้าที่ของเธอคือต้องปกป้องเค้าด้วยชีวิต  ขณะที่ปีศาจเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น เธอเริ่มโกรธแค้นพอๆ กับที่ห่วงสามีและลูก

"จะไปช่วยเดรโกกับลูเซียสก็ได้นะ  ผมคิดว่าผมอาจจะพอป้องกันตัวได้บ้าง" ทอมบอก

"ท่านทำคนเดียวไม่ได้หรอกคะ ชั้นต้องช่วย" เธอตะโกนก่อนจะร่ายคำสาปใส่ปีศาจที่เข้ามา รู้ชัดว่าข้างนอกจะต้องมีมากกว่านี้หลายเท่าตัว และจุดที่กำลังทำการถอดอาคมยิ่งต้องมีมาก แต่เธอทิ้งเค้าไปตอนนี้ไม่ได้ เพราะถ้าหอคอยถล่มลงมาอย่าว่าแต่โลกเวทมนตร์เลย เผลอๆ หนีไปไหนก็ไม่พ้น "อะราเดีย เอ็กซ์เตอมี่" เธอตะโกนเมื่อปีศาจตนหนึ่งโจมตีเค้า

ทอมรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทำไมต้องดึงพลังของลอร์ด โวลเดอร์มอร์ออกมา และสุดท้ายจะเป็นเช่นไร












"เมอร์กัน! มัลฟอย!" มักกอนนากัลตะโกนบอกพรรคพวก "พวกมันเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นอีกแล้ว!" เธอยิงคำสาปใส่เป็นชุดก่อนจะหันไปทางเฟรย์ผู้พยายามย้ำยันเสาหลักของหอคอยกริฟฟินดอร์ "คุณยังไหวมั้ย!?"

"มันหนักมากขึ้นทุกที!" เฟรย์คำรามอย่างทรมาน "ขืนปล่อยไว้ร่างกายของผมคงได้บี้แบนคาพื้นแน่ๆ!"

"ที่เสากลางของฮอกวอร์ตหนักกว่านี้หลายเท่า!" เอรีสตะโกนบอก "อดทนหน่อยเถอะ!"

"หวังว่าพวกนั้นคงจะไม่ทำอะไรผิดพลาดอีกหรอกนะ เพราะถ้าปีศาจมากกว่านี้เราคงแย่" มักกอนนากัลหอบๆ บางทีหลังการต่อสู้ครั้งนี้จบลง พวกเธออาจจะต้องออกจากโลกเวทมนตร์ไปสู่โลกมักเกิ้ล ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งเลยก็ได้ เพราะมันรุนแรงมากขึ้นทุกทีแล้ว

แต่แล้วปีศาจอีกตัวปรากฏขึ้น  มันรูปร่างเหมือนมังกรขนาดมหึมา

"คราวนี้คนที่คำนวนผิดคงเป็นเดรโกเองเลยสิเนี่ย  หนอย... คิดว่าเทพพอแล้วเชียว!" เอรีสเริ่มเสกผู้พิทักษ์มากกว่าเจ็ดตัวซึ่งเกินขอบเขตความสามารถของพ่อมดทั่วๆ ไปแล้ว

"คุณรู้ได้ไง" มักกอนนากัลถาม

"ก็เจ้าหนุ่มนั่นเอาโจทย์มาถามผมเองเลย เจ้าปีศาจตัวนี้มันอยู่ในโจทย์ข้อที่สองร้อยเจ็ด"

ทันไดนั้นทั้งคู่ต้องหันขวับเมื่อได้ยินเสียงกระอักกระไอ ภาพเลือดมากมายที่ไหลหยดย้อยออกจากปากของเฟรย์ดูน่ากลัวมาก บาทหลวงเอรีสปาดน้ำบางอย่างที่ไหลออกจากตาและจมูก มันคือเลือดสดๆ

กับเสียงทอดถอนใจ... เค้าเองก็คงมาถึงขีดจำกัดแล้วเหมือนกัน หวังว่าทอมจะไม่เป็นไรมาก เพราะโดยหลักแล้วหอสลิธีรีนมักมีปีศาจเข้าไปน้อยที่สุดรองจากคุกใต้ดิน นาซิสซาน่าจะยังพอรับมือได้ ที่น่าเป็นห่วงคือเสากลางของปราสาทที่ตอนนี้อาเทน่าค้ำยันไว้อยู่ต่างหาก

"มิเนอร์ว่า!!" เสียงกรีดร้องของเฟรย์ดังขึ้นและเป็นเอรีสที่พุ่งเข้าไป คว้าเธอออกจากทางที่เพดานถล่มลง  เมื่อฝุ่นจางลง ทั้งคู่มองดูกองซากที่กั้นระหว่างพวกเขากับเฟรย์  ขึ้นไปข้างเจ็ดชั้นมีรูโบ๋ติดต่อกันขึ้นไปจนเห็นดาวเต็มฟ้า

"โอ..." มิเนอร์ว่าจับหัวใจอย่างเจ็บปวด หอคอยกริฟฟินดอร์ที่ยิ่งใหญ่เสียหายขนาดนี้

"คุณต้องต่อสู้ต่อ แต่ผมจะร่ายเวทย์ป้องกันคุณกับเฟรย์ไว้ มันเป็นเวทย์ขั้นสูงที่ผมทำได้คนเดียวในตอนนี้"

"เอรีส... นายอาจจะตาย" เสียงของเฟรย์อ่อยเต็มทน "สภาพนายตอนนี้ทำไม่ได้หรอก"

"ถ้าชั้นตาย ชั้นจะกลับไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอาเทน่าอีกครั้ง แต่ที่แน่ๆ พวกนายจะเหนื่อยน้อยลง"

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาเสี่ยงชีวิตขนาดนี้ แต่ตอนนี้มิเนอร์ว่ามักกอนนากัลหลั่งน้ำตาให้กับทางเลือกของเอรีส

ตายแล้วทำไม ร่างนี้มันหนักและเป็นแค่เปลือก ตัวจริงของเค้าคือเจ้าบ้านกริฟินดอร์ต่างหาก...

เพราะงั้น ทำเถอะ แล้วกลับไปยังที่ๆ คุณจากมาก...














ตอนนี้พื้นที่รอบๆ ของหอคอยเรเวนครอพังลงมาเกือบหมด  แต่ไลชายังคงค้ำยันเสาเอาไว้เพื่อไม่ให้หลักอาคมสำคัญหนึ่งในห้าถล่มลงมา อาร์เทมิสมองดูเค้าด้วยความห่วงใย นั่นดูไม่เหมือนไลชาที่เธอคุ้นเคย ทั้งเลือดที่ไหลทั่วตัว  ทั้งเสื้อผ้ารุ่งริ่งและผมเฝ้ายุ่งเหยิง  แต่เธอช่วยอะไรไม่ได้เพราะสถานการณ์ตอนนี้ที่แย่ลงอย่างแจ่มชัด ปีศาจเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ตอนนี้เธอเห็นด้านนอกอย่างชัดเจนเพราะไม่มีกำแพงที่เคยกั้นระหว่างหอคอยเรเวนครอกับโลกภายนอกแล้ว

อะพอลโล่เริ่มเซซัง... ไม่มีทางหนีจากฝันร้ายนี้ได้เหรอ?

เสาหลักของหอคอยเรเวนคลอสำคัญขนาดต้องเอาชีวิตของเรามาทิ้งเลยเหรอ?

รากไม้งอกขึ้นจากพื้น ทำให้ทุกคนนึกได้ว่าสถานการณ์นี้เลวร้ายเพียงใด อะโฟรดิตี้-แม่ของลูเซียสและลูเครเซียคือเครื่องสังเวยคนสุดท้าย บางทีตอนนี้การถอนอาคมคงมาถึงขีดจำกัดแล้วเพราะมันเริ่มมองหาเครื่องสังเวยอันต่อไป

มันมุ่งมาที่พวกเค้า...

ใช่แล้ว หากไม่สังเวยบราเทอร์เซเวอรัส จะต้องมีคนสี่คนที่อาจจะถูกสังเวย คืออะพอลโล่กับอาร์เทมีส ทอมกับสเนป... ตอนนี้พวกมันต้องการเครื่องสังเวยแล้ว...

กับการกรีดร้อง ไม่มีทางที่จะให้มันได้น้องสาวเค้าไป อะพอลโล่ดึงพลังเฮือกสุดท้ายออกมา ตอนนี้ปีศาจไม่น่ากลัวซักนิดเมื่อเทียบกับเรื่องรากไม้น่าขยะแขยง "อะพอลโล่!?!" เสียงกรีดร้องของอาร์เทมีสดังขึ้น เมื่อเค้าหมดทาง รากไม้อัปลักษณ์กำลังพยายามรัดร่างของเค้าไว้และแทรกเข้ามาในทุกอณูเนื้อ

"อะพอลโล่!?" คราวนี้เสียงที่เรียกเค้าไม่ใช่เสียงน้องสาว

เป็นเสียงผู้ชาย แต่ไม่เหมือนเสียงของไลชา เสียงหนวกหูดังก้อง และร่างของเค้าก็เป็นอิสระจากพันธนาการ ร่วงลงกับพื้น

ใครบางคนรับร่างเค้าเอาไว้...?

"อะพอลโล่! ได้โปรด! มองพ่อสิ! อย่าพึ่งตายตอนนี้! ให้พ่อได้เป็นพ่อที่ดีซักครั้งเถอะ!"

อะพอลโล่มองเค้า  มันคือซิเรียส....

"พ่อ..." เค้าเรียกอย่างลืมตัวมันเป็นภาพที่ทำให้ปลาบปลื้ม เค้าลืมไปแล้วว่ากำลังงอนพ่ออยู่ "บราเทอร์เซเวอรัสล่ะ ทำไมพ่อไม่คุ้มครองเค้า"

"เค้าปลอดภัย มีคนมาช่วยคุ้มครองเค้าแล้ว!" ซิเรียสละลักละลำพูด ตาสีเทามีน้ำตาไหลออกมา ขณะที่ลูบหน้าลูกชายอย่างปลอบขวัญ "อาร์เทมีส... ไม่เป็นไรใช่มั้ย!?" เค้าอ้าแขนอีกข้างและหันไปทางลูกสาว เธอไม่แม้แต่จะเล่นแง่ อันที่จริงเธอรอมันมาตลอดด้วยซ้ำ อาร์เทมีสวิ่งเข้าไปหาซิเรียสและซบอกเค้า ร้องไห้อย่างหนัก มันจะเรื่องบ้าอะไรก็ชั่งอย่างน้อยเธอก็ได้พ่อของเธอกลับมาแล้ว

"อย่ามัวแต่ซึ้งกันได้มั้ย มาช่วยกันก่อน" เสียงอ่อยๆ ของไลชาเรียกสติทั้งสามคน

"อาร์เทมีส ลูกไปช่วยไลชาก่อน ส่วนพ่อจะช่วยพี่เค้าสู้" ซิเรียสสั่ง

แต่ไม่ทันไร แสงจ้าจากทางฮัฟเฟิลพัฟก็ปรากฏชัด ทำให้ทุกคนพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนหันไปมองและไลชาที่จวนเจียนจะล้มก็ครางออกมา "ไม่จริง..."

อาเทน่าบอกว่าไงนะ... ถ้าเสาค้ำถล่มลงมา แปลว่าผู้ค้ำยันคงปางตายหรือไม่ก็ตายไปแล้ว

"เอมิเรีย!!!" ทั้งสี่ประสานเสียงกันดังลั้น















"คุณเอมิเรีย!!!" เซเวอรัส สเนปร้องเสียงหลง ขณะที่อัลกับลิลี่พยายามดึงไม่ให้เค้าไปที่เสาหลักของหอคอยฮัฟเฟิลพัฟที่พังลงมา... เอมิเรียถือว่าเป็นผู้ที่มีพลังเวทย์ด้อยที่สุดในจตุราชาแล้ว เมื่อกี้คงมาถึงขีดจำกัดแล้วเหมือนกัน "คุณเอมิเรียตอบหน่อย!!" สเนปพยายามเรียกหา ท่ามกลางฝุ่นผงที่มากมาย

เพราะแบบนี้เค้าถึงบอกให้พวกสเนปออกจากหอคอยให้เร็วที่สุด เพราะเค้าไม่ไหวแล้วสินะ

"คุณเอมิเรียก็ไม่มีวิญญานเหมือนเซวี เค้าคงไม่เป็นไรใช่มั้ยฮะ!" อัลบอก เค้าอยู่ที่นี่โดยไม่มีส่วนในการต่อสู้เพราะเค้าเป็นวิญญานของลิลี่ เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนที่อยู่ในเขตบริเวณจะเป็นพวกไร้วิญญาน

"ชั้นไม่รู้ แต่เค้าบอกให้เราออกมาเพราะเค้าไม่อยากให้เราบาดเจ็บ!"

"ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว รีบไปดูเค้าเถอะ!" สเนปบอก ทั้งสามย้อนกลับไปที่หอฮัฟเฟิลพัฟ
-------------------------------------------------------------

ท่ามกลางควันที่ฟุ้งกระจาย เอมิเรียลืมตาขึ้นมอง ร่างกายของเค้ายับเยินมาก... เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลจากแผลต่างๆ มาอาบ เค้าคิดถึงวันที่กริฟฟินดอร์เลือกเค้าให้เป็นจตุราชาเพื่อแทนที่ฮัฟเฟิลพัฟที่ไม่อยู่อีกแล้ว คิดถึงสมัยที่เค้ายังเป็นอาจารย์ของฮอกวอร์ต รอยปากสวยงามยิ้ม อาจารย์ที่เป็นขันที... พวกนั้นไม่รู้กันเลย คิดว่าเค้าเป็นผู้หญิงจริง

และกริฟฟินดอร์ไม่อยากให้เค้ามีปมด้อย เลยให้เค้าอยู่ในฐานะอาจารย์หญิง  เวลานี้เค้าหวนคิดถึงตัวจริงของเค้า

ก่อนหน้านั้นเค้าเป็นเจ้าชายแห่งประเทศฮังการี่ เป็นมักเกิ้ล เค้าพบหนังสือการันตรีมัวและวิธีทำสัญญากับซาตาน... มันเรียบง่ายมาก ทีแรกเค้ากลัวที่จะต้องจ่ายวิญญาน แต่เมื่อรู้ว่าเมื่อเสียวิญญานเค้าจะไม่ตายอีกความกลัวก็ลดลงมาก เค้าทำสัญญาแลกกับเวทมนตร์ เค้าจำได้ว่าเค้าเลือกปีศาจตนไหนสำหรับพันธสัญญา เค้าเลือกลูซิเฟอร์...

พอพ่อที่เป็นกษัตริย์ฮังการี่รู้ก็ขับเขาไปเสีย ท่านไม่ต้องการสังหารเค้าจึงสั่งตอนเค้าแทน ตอนนั้นเค้าอายุสิบสอง แน่นอนว่าคำขอสำหรับเวทมนตร์ เค้าไม่ต้องการอายุสิบสองตลอดไป เค้าจึงโต้ขึ้นจนถึงจุดหนึ่งแล้วไม่แก่อีกเลย

เวลาผ่านไป เค้ารู้คุณค่าของความตายและอยากที่แสดงหาความตายอีกครั้ง

เอมิเรียมองดูปีศาจมากมายมารุมล้อม พวกมันทุบตีและฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเค้า  ฉีกแขนข้างหนึ่งและขาอีกข้างขาดหายไปรวมทั้งเปลือยร่างที่พิกลพิการของเค้า เผยสภาพของชายที่ถูกตอนตองเค้า แต่เอมิเรียไม่สนใจต่อการสูญเสียใดๆ อีกแล้ว

เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งๆ เท่านั้น....

"เจ้าชายราดูลส์ที่เจ็ดแห่งฮังการี่" เสียงเล็กๆ ของเด็กชายดังขึ้น เอมิเรียรู้จักมัน แม้เสียงนี้จะต่างจากตอนนั้นที่มันปรากฏตัวเพื่อทำสัญญากับเค้า แต่มันแน่นอนไม่ผิดตัวเด็ดขาด "นามของท่านถูกลบออกจากประวัติศาสตร์และจะไม่มีใครจดจำอีกเพราะท่านได้ทำให้ศาสนจักรต้องผุพังลงเพราะเห็นแก่เวทมนตร์"

"อะโพคาลิฟ-ฟา" เอมิเรียพูดชาๆ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะแห้งๆ ไร้เรี่ยวแรง "ไม่สิ ตอนนั้นชั้นเรียกแกว่า ลูซิเฟอร์!"

"ใช่... ตอนนั้นท่านได้มอบวิญญานให้กับข้าด้วยและอยู่อย่างอมนุษย์ที่ไม่มีวันตาย" เด็กชายที่ดูเหมือนอัลบัส พอตเตอร์ยืนอยู่เหนือร่างของเค้าในชุดสีขาว แผลเป็นรูปสายฟ้าและแว่นกลมยังเห็นชัดเจน เพราะร่างนี้ได้ถูกสร้างเพื่อเลียนแบบแฮร์รี่ พอตเตอร์ในวัยเยาว์ "แต่ตอนนี้ข้ายินดีที่จะบอกแก่ท่านว่า... ข้าอยากคืนวิญญานให้แก่ท่านเพื่อที่ท่านจะได้ตายอย่างมนุษย์ธรรมดา"

อะโพคาลิฟ-ฟาก้มลงจูบเค้าที่ริมฝีปาก แล้วจากนั้นทุกสิ่งมลายไป ทั้งหมดของเค้ากลายเป็นร่างเล็กๆ ของเด็กชายอายุสิบสอง...

ทั้งหมดของจตุราชาที่ชื่อเอมิเรียคือมายา แต่เจ้าชายราดูลส์ที่เจ็ดที่กำลังจะตายท่ามกลางปีศาจคือของจริง!

ดวงตาสีน้ำตาลมองไปที่ฟากหนึ่งของโครงหอคอยที่พังลง  เค้าเห็นเซเวอรัส หลบอยู่ตรงนั้น ดวงตากำลังมองมาอย่างสงสารและเจ็บปวด แม้จะไม่เห็นตาคู่นั้นแต่เค้าแน่ใจว่ามันจะเหมือนแววตาของเฮก้า ฮัฟเฟิลพัฟ หรืออาจจะ โลกิ พริ้นซ์

"เจอกันในนรก" เด็กชายพูดอย่างไม่แยแสและร่างของเค้าก็ถูกปีศาจฉีกออกเป็นชิ้นๆ นับว่าสาสมแล้วกับบาปที่เค้าทำทั้งในฐานะจตุราชาและผู้เสพความตายสีน้ำเงิน เสียงกรีดร้องสุดท้ายของเอมิเรียดังก้อง ร่างที่สวยงามถูกฉีกกระชากจนขาดรุ่งริ่ง ถูกเหยียบซ้ำจนบี้แบนกับพื้น เหลือเพียงศีรษะที่เต็มไปด้วยความกลัวและความทรมาน

ผู้ใดให้ความเป็นอมตะ ผู้นั้นให้ความตาย!

ลิลี่และอัลครางเบาๆ น้ำตาไหลไม่ขาดสาย สเนปไม่ขยับ แต่เค้ามองดูอย่างเจ็บปวด น่าแปลกที่ตอนเราพบกันอีกครั้งในตอนนั้น เอมิเรียและจตุราชายังเป็นเหมือนศัตรูอยู่เลย  แต่ตอนนี้เค้ากลับต้องหลั่งน้ำตาให้ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจจะบรรยาย

อะโพคาลิฟ-ฟาหันมาทางเค้า และส่งยิ้ม สเนปรู้ชัด หมายความว่าอะไร

วิญญานเจ้าเป็นของข้า!

สเนปรีบพาอัลและลิลี่ออกไปจากที่นี่ เพราะแกนหนึ่งในห้าได้พังลงแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ













มันเป็นอะไรที่เจ็บปวด ตอนนี้ทุกคนอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บและอ่อนแรง  แต่คนที่หนักที่สุดคือลูเซียส อาเธอร์วิสลี่ย์ที่แบกเค้ามาตลอดทางได้วางลงเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยจนไปไม่ไหว  ตอนนี้เฮอร์ไมโอนี่และเดรโกกำลังถอดอาคมกลุ่มสุดท้ายที่ยากเป็นพิเศษ ขณะที่ลูเครเซียดูจะมาถึงจุดสุดท้ายแล้ว เธออ่อนแรงไม่แพ้คนอื่นๆ แต่ยังดีที่รู้ว่าควรทำอะไรต่อจึงสร้างกำแพงเวทย์สำหรับป้องกันและหาที่ซ่อนแทน ตอนนี้ที่อยู่ด้วยกันในภาระกิจสุดท้ายคือแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ และเดรโก

อาเธอร์มองลูเซียส เค้าไม่คิดเลยว่าท้ายที่สุดแล้วชายที่เค้าเคยมองว่าคลั่งเลือด ชั่วร้าย และเห็นแก่ตัวจะบาดเจ็บหนักขนาดนี้เพื่อให้ภาระกิจนี้สำเร็จ

"...เครเซีย..." ลูเซียสกระซิบ  เธอขยับเข้าใกล้เค้า

"พี่ชาย"

"ชั้นฝันเห็นแม่"

"แม่ไม่มาหรอก อย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนั้น"

ลูเซียสหอบจนตัวโยน "ชั้นอยากเห็นนาซิสซากับเดรโกอีกครั้ง"

"อย่าพูดแบบนี้สิ... ต้องได้เห็นแน่ๆ"

ลูเซียสมองน้ำตาของน้องสาว รู้ชัดว่าอะไรเป็นอะไร "เธอรู้มั้ยว่าพ่อเราเป็นไงบ้าน ดูเหมือนเธอจะสัมผัสอะไรได้มากนะ"

ลูเครเซียส่ายหน้า "จิตของกริฟฟินดอร์อีกดวงที่หอกริฟฟินดอร์รวยรินเต็มที่แล้ว อาจจะไม่รอดแล้วก็ได้"

อาเธอร์พูดไม่ออก เลือดของลูเซียสหายไปจากร่างกว่าครึ่งแล้ว ตอนนี้แทบไม่มีอะไรเหลือนอกจากกากเดนแห่งร่างปรักหักพังที่ไม่ช้ามรณะก็คงจะซื้อเอา เว้นแต่จะมีใครพอช่วยได้บ้าง

"วิสลี่ย์... ร้องไห้เหรอ"

"ชั้นไม่ได้ร้อง" อาเธอร์เช็ดน้ำตา

"โกหก... นายกำลังร้อง... นายร้องทำไม"

"..."

"นายร้องไห้เพื่อชั้นเหรอ?"

น้ำตาของอาเธอร์หยดลงที่แก้มของลูเซียส ผสมกับเลือดบนแก้มและทำให้มันจางลง "อย่าพูดอะไรมากนะ เจ้าบ้า พักซะ จะได้ดีขึ้น"

"เมื่อกี้ปราสาทด้านตะวันตกพังลง... เอมิเรียคงไม่เห็นไรใช่มั้ย" เค้าพ้อเหมือนไม่ได้สติ

"ลูเซียส!?" อาเธอร์เรียกเมื่อได้รู้สึกถึงร่างกายที่เย็นลงจนน่ากลัวของอีกฝ่าย

"เซเวอรัส... ลิลี่... ยังมีมากเหลือเกินที่เรายังไม่ได้เคลียร์กัน"

ดวงตาของลูเซียสเบิกค้างอย่างว่างเปล่า และร่างนั้นก็ไม่ไหวติงอีก ลูเครเซียร้องไห้อย่างสุดจะทน "พี่... พี่ชาย"

"ลูเซียส!" อาเธอร์ตะโกน พยายามปั้มหัวใจและผายปอดก่อนจะทุบพื้นเมื่อรู้ว่าเสียเวลาเปล่า "โธ่เว้ย!"

ลูเครเซียจูบพี่ชายฝาแฝดของเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งใบหน้า ริมฝีปาก ความรักของพี่น้องฝาแฝดยิ่งใหญ่นั้น ทั้งๆ ที่พวกเค้าไม่ได้โตมาด้วยกัน

...คนเราตายง่ายขนาดนี้เลยเหรอ...!?

...โดยเฉพาะกับคนอย่างหมอนี้...!?

...เราน่าจะได้เป็นเพื่อนกันเมื่อทั้งหมดจบลงไม่ใช่รึไง...!?

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือเสียงแปลก เค้าหันควับแล้วพบว่าลูเครเซียเอาหินกรีดข้อมือของเธอจนเป็นแผลยาว "ถอยออกไป อาเธอร์" อาเธอร์ตกใจผงะออก เห็นชัดว่าสติของเธอหลุดลอยไปแล้ว

เลือดถูกวาดวงแหวนเวทย์ วิชาต้องห้ามของโลกเวทมนตร์ ในเวลาแบบนี้ ในที่แบบนี้นี่นะ!

คิดจะแปรธาตุมนุษย์! เพื่อเอาพี่ชายกลับมางั้นเหรอ!?

แล้วเธอจะใช้อะไรสำหรับการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมล่ะ!?

ทันใดนั้นเค้าต้องกรีดร้องเมื่อเห็นลูเครเซียเอาคมหินเชือดคอตัวเอง!? แล้วก็กระจายออกไปรอบๆ มันส่องแสงสีแดงออกมา อาเธอร์ไม่อาจทำอะไรได้ เมื่อเห็นร่างของเธอถูกฉีกออกและแหลกเหลวไปต่อหน้าต่อตา!

ในที่สุดบาดแผลทั่วร่างลูเซียสก็ค่อยๆ ดีขึ้น และลมหายใจก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง

น้ำตาไหลอาบหน้าของอาเธอร์ ไม่แน่ใจว่ารู้สึกยังไง

ดีใจที่ลูเซียสกลับมา หรือเสียใจที่ลูเครเซียตาย?

ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน....








TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #266 micupcake16 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 23:32
    ฮืออออ ตอนนี้ก็บีบใจ
    #266
    0
  2. #189 FLEUR~ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:38
    น้องสาวสละชีวิตให้พี่ เศร้าอ่ะ .............
    #189
    0
  3. #188 หนุ่มหล่oสุดLนีeน (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:49
    อ่านแล้วอึ้งค่ะ คิดฉากมหาสงครามขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย สุดยอดอ่ะ (ยอมรับว่าอ่านแล้วแอบเริ่มมึน ฮ่าๆๆ ชักงงว่าใครเป็นใครแล้วล่ะ เซฟ คนที่เป็นวิญญาณกับร่างก็ชักงงๆละ แต่ยังไงก็ยังรักเซฟเช่นเดิมทั้งร่างกายและวิญญาณเลย >///< )
    สู้ต่อไปนะซามมาเอล   
    #188
    0
  4. #187 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 02:35

    กรี๊ดดดด ตอนนี้โคตรลุ้นอ่ะ  TT "" มาต่อนะ .. เอมิเรีย ไปแล้ว

    อ๋าาาา ลูเซียสสสสส ลูเครเซียยยย ตอนลูเซียสที่แทบกรี๊ดออกมาลั่นบ้าน .%!!

    ตอนนี้เศร้ามาก ลุ้นมาก ตื่นเต้น มากเลย .. สงครามชัดๆ

    สู้ๆค่ะ ซามมาเอล จะคอยเป็นกำลังใจให้เช่นเคย ^^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 04:16
    #187
    0