The last of your expectation

ตอนที่ 35 : คำสารภาพบาปของซิเรียส แบล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 ม.ค. 55

"พายอาร์คือะไร?"

"มันคือยี่สิบสองส่วนเจ็ด อาเธอร์ วิสลี่ย์  ให้ตายสิ นี่นายเรียนวิชาตัวเลขมหัศจรรย์เพื่อสอบเข้าเป็นข้าราชการประจำในกระทรวงเวทมนตร์เท่านั้นรึไง"

"ใช่สิ ก็ใครมันกำหนดวะ ว่าถ้าจะเข้ากรมควบคุมการใช้สิ่งประดิษฐ์ของมักเกิ้ลในทางที่ผิดต้องสอบวิชาตัวเลขมหัศจรรย์!" อาเธอร์สุดจะทน "แล้วนายลูเซียส ที่บ้าที่เอาแต่นั่งอ่านตำราวิชาตัวเลขมหัศจรรย์จนหน้ามีแต่ตัวเลขเข้าทำงานในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ  ถ้านายเข้าทำงานที่ธนาคารหรือกระทรวงพาณิชย์ชั้นจะไม่ว่าซักคำ!"

"อย่าขึ้นเสียงกับชั้น อาเธอร์ ขอครั้งเดียว อยู่ด้วยกันสงบๆ ได้มั้ยวะ!" ลูเซียสก็ชักฉุน

"ที่ชั้นมาเพราะนายบอกว่าถ้าชั้นร่วมมือชั้นจะรู้วิธีที่มักเกิ้ลทำให้เครื่องบินลอยได้! แล้วนี่ให้ชั้นมาช่วยคิดเลขอะไรเนี่ย!?" อาเธอร์ปั้นกระดาษเป็นก้อนๆ แล้วโยนใส่หัวลูเซียสที่ก้มลงเก็บปากกาขนนกที่ตกพอดีจึงพลาดไปโดนหัวเฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งคิดเลขกับเดรโกที่ด้านหลังของลูเซียส

"นายชอบมักเกิ้ลแต่ไม่เคยใช้สมองเลย..." ลูเซียสยิ้มกระหายชัยชนะ "เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมจรวดกระดาษบางอันร่อนไปไกล บางอันลอยขึ้นสูงแต่ไปไม่ไกลมาก  ไอ้โง่! เครื่องบินลอยขึ้นเพราะการปรับองศาของปีก! ความเร็วแรงลมที่ยกเครื่องบินเกิดจากความเร็วของเครื่องบินตอนออกตัว! และเครื่องบินที่ลอยอยู่ได้และไปได้ไกลก็อาศัยการปรับองศาของปีกและใบพัด! เหมือนกับวิธีที่ลมยกว่าวให้ลอยขึ้น! แต่ถ้านายอยากทดลองทำเครื่องบินที่บินได้เอง นายก็ต้องหัดคำนวนความเร็วลมกับองศาของปีกที่จะยกเครื่องบินให้ลอยสูง เข้าใจมั้ยไอ้งี่เง่า!"

คราวนี้ทุกคนในห้องที่อดทนกับการวิวาทของทั้งคู่หันมาอ้าปากค้าง เฮอร์ไมโอนี่ดูจะตกใจกว่าเพื่อนเพราะเธอไม่เคยรู้ แหงสิ เพราะเฮอร์ไมโอนี่ทิ้งโรงเรียนมักเกิ้ลมาเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ตั้งแต่อายุย่างสิบสอง หลังจากนั้นหนังสือที่เธออ่านก็คือหลังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์ เธอจะไปรู้เรื่องกลไกของสิ่งประดิษฐในโลกมักเกิ้ลอยู่เหรอ  แต่ลูเซียส! เค้ารู้ได้ยังไงกัน!?

"นายรู้ได้ยังไง?" อาเธอร์เหงื่อท่วม

"เพราะชั้นมันคือไอ้บ้าที่เอาแต่นั่งอ่านตำราวิชาตัวเลขมหัศจรรย์และมีไอดอลเป็นศาสตราจารย์เซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลพัฟไง ไอ้โง่!" ว่าแล้วก็กลับไปนั่งดีดลูกคิดต่อ ไม่สนใจอาเธอร์ วิสลี่ย์ที่มองเค้าอย่างตะลึง  ลูเซียสเงยหน้าขึ้นเมื่อหนังสืออีกสี่เล่มถูกวางลงตรงหน้าเค้า "ยังมีอีกมั้ยครับ?"

"หมดแล้วล่ะ" เอรีสตอบพลางถามลูกสาว "เหนื่อยมั้ย ลูเครเซีย" เจ้าหล่อนส่ายหน้าพลางยิ้ม

"ชั้นเคยได้ยินมาว่าปราการเวทย์ของฮอกวอร์ตมีความหนาแน่นและละเอียดมาก  แต่ไม่นึกเลยว่าเมื่อเอาทั้งหมดมาบันทึกรวมกันไว้จะรวมกันไว้จนกลายเป็นหนังสือที่หนาปึกแถมยังเยอะขนาดนี้" อาร์เทมีสพูดพลางมองดูหนังสือสี่สิบใหญ่ๆ ที่วางบนโต๊ะ "มิน่าละถึงต้องระดมพลคนที่เก่งเลขมาช่วยกัน เพราะถ้าทำคนเดียวปีหนึ่งก็คงไม่เสร็จ  เซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลพัฟนี่ก็บ้าเหลือเกินนะ"

"เดียวคิดเลขเสร็จแล้วเขียนหมายเลขเล่มและหน้าที่เป็นโจทย์ไว้ที่หัวกระดาษด้วยจะได้ไม่งง  เพราะถ้าผิดขึ้นมาเป็นเรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย... แต่แน่ใจเหรอว่าไม่ต้องแปรหน่อยเป็นนิ้วหรือเป็นเซนติเมตร์" อะพอลโล่เริ่มเอนหลังกับพนักพิง

"แฮกริดกับเนวิลล์กำลังทำไม้วัดหน่อยรูบิกอยู่" เฟรย์เกาคาง "ปัญหาคือเวลาผ่านไปนานทำให้บางจุดของอาคมพังลงเพราะไม่มีใครซ่อมแซมนี่สิ"

"เรื่องนั่นไม่ต้องกังวลหรอก เพราะเด็กๆ กำลังจะถูกทยอยส่งกลับบ้านกันหมดแล้ว" มักกอนนากัลบอก "ตอนนี้เหลือแต่พวกเรากับบางคนที่ไม่ยอมไป"

"เอ๊ะ! ใครกัน!" เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว

"ลูกๆ ของพวกเธอไง  ว่าแต่  เราไม่ขอความช่วยเหลือจากกระทรวงเลยจะดีเหรอ"

"พวกเค้าไม่เชื่อหรอก ศาสตราจารย์" เดรโกบอก

"นั่นสินะ" มักกอนนากัลถอนใจ

"จริงสิ... ถ้าเราไม่อยากให้ศาสตราจารย์สเนปต้องสังเวยวิญญาน  เราส่งคนไปเปิดชิงบราเทอร์สเนปก่อนดีมั้ย เพราะการสังเวยวิญญานต้องใช้คนที่เป็นพรหมจรรย์นี่นา"

ทุกคนมองรอนเหมือนเค้าบ้าไปแล้ว  แฮร์รี่ถีบเก้าอี้ที่รอนนั่งจนเค้าตกจากเก้าอี้ "นายมีอะไรทำก็ไปทำเถอะเพื่อน!" แฮร์รี่ลุกขึ้น "ชั้นจะไปเอาอาหารมาจากครัวมาเสริฟ" จากนั้นหันไปยังอัล โรซี่ และสกอร์ปิอัสที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่เป็นมือให้กับผีซึ่งเป็นอดีตของลูกศิษย์ลูกหาของเซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟินพัฟ "พวกเธอพักก่อนก็ได้ ไม่ต้องฝืนหรอก"

"พูดอะไรอย่างงั้นล่ะฮะ! พวกเรากำลังพยายามช่วยเซวี! แล้วนี่เป็นวิธีเดียวที่เราพอจะทำได้!" อัลบัสว่า

"ผมก็เหมือนกัน ผมอยากทำประโยชน์ให้มากที่สุด!" สกอร์ปิอัสออกความเห็น

"หนูก็ไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว" โรซี่ว่า ทำให้เด็กๆ คนอื่นที่เริ่มเบื่อฮึดสู้อีกครั้ง

"ว่าแต่ เซวีไปตรวจจุดที่อาคมชำรุด  แล้วซิเรียสไปไหน!?" ลิลี่ตั้งคำถาม

ยังไม่ทันที่จะมีใครตอบอะไร เอมิเรียก็ยกมือขึ้นเพื่อทำความเข้าใจ "เอาเป็นว่า เซวีที่ไปตรวจจุดอาคมกับทอมคือเซวีที่เป็นร่างกาย ส่วนเซวีใช่มั้ย?" ลิลี่พยักหน้า "ส่วนเซวีคนที่เป็นวิญญาน... ชักงงแล้ว... เอาเป็นว่าตอนนี้เค้าอยู่กับซิเรียส"

"ทำไมอยู่กับซิเรียส!" ลิลี่ อัล และ แฮร์รี่ร้องพร้อมกัน

"ก็... ไลชาบอกว่าต้องมีคนคุ้มครองเซวีคนที่เป็นวิญญานไง"

แฮร์รี่ ลิลี่ และ อัลมองหน้ากัน คงไม่เกิดอะไรขึ้นนะ...!?









"ทอม... คิดยังไงกับตายายของชั้น"

ทอมสะดุ้ง เป็นครั้งแรกที่ศาสตราจารย์สเนปเรียกเค้าด้วยชื่อ แทนที่จะเรียกว่าจอมมาร  เค้ามองดูหน้าที่ต้องถือว่าค่อนข้างสวยสำหรับผู้ชายแล้วเริ่มเกาหัว หน้าแดง "ก็... ผมชอบพวกเค้า  ชอบมาก"

"งั้นทำไมฆ่าพวกเค้า"

"ทำไมเหรอ... นั่นสิ... ตอนนั้นรู้สึกแค่ว่าต้องฆ่า  แต่ว่า  พอมาตอนนี้  มันชั่งไร้เหตุผลเหลือเกิน"

"ไร้เหตุผลเหรอ"

"เพราะกลัว..."

"กลัว!?"

"กลัวว่า... ถ้าปล่อยพวกเค้าไปอาจจะไม่สามารถควบคุมไม่ให้มีรักได้" ทอมถอนใจ สเนปมองอย่างค้นหา "ตอนนั้น ผมมีความรู้สึกอบอุ่นจางๆ ในใจเมื่อนึกถึงพวกเค้า  คุณเข้าใจมั้ยว่า! ตัวผมในตอนนั้นถ้าพบด้านที่อบอุ่นในตัวผมจะรีบทำลายมันเพราะกลัวว่ามันจะหลายเป็นความรัก! ใช่! เมื่อฆ่าพวกเค้าผมก็รู้ชัดว่าผมรักพวกเค้า! แล้วจากนั้น.... ก็ไม่รักใครอีก..."

"ฆ่าแม่ชั้นด้วยรึเปล่า..." สเนปเสียงแหบแห้ง ทอมส่ายหน้า

"ไม่ฆ่าก็เหมือนฆ่า... เธอตายเพราะมาหาผม"

สเนปรู้สึกอึดอัด... ไม่รู้จะทำยังไงกับคนที่ทำให้แม่เค้าตาย  แต่ว่า...!?

"ที่ผ่านมาเธอกลัวตายมากขนาดนั้นเลยเหรอ  ถึงพยายามชนะความตายแบบนั้น"

"คุณเข้าใจมั้ย เมื่อคุณเห็นแมวตายข้างถนน... มันนอนอยู่ตรงนั้น  ถ้าเราเลือดออกเราจะเจ็บมาก  แต่มันนอนตรงนั้น คันแล้วคันเล่า วิ่งทับมัน จนตัวขาดครึ่ง จนแบนติดถนน  มันไม่หนี ไม่ขยับ ไม่สามารถหลบเลี่ยง!" ทอมสั่นเมื่อคิดถึงตรงนี้ "ผมกลัวมาก  มันไม่ใช่แค่คิด มันคือความฝังใจ! อาจจะเพราะตอนนั้นผมเด็กเกินไป! เลยกลัวที่ตัวเองจะต้องตาย! กลัวจนขนลุก!" ทอมหันมามอง "กลัวว่าเราจะไปไหนเมื่อตายแล้ว  กลัวทุกอย่าง!"

"แต่ขณะที่พยายามเอาชนะความตายก็พยายามที่จะวิ่งเข้าหาความตายอย่างต่อเนื่องโดยการไล่ล่าคนที่ถูกพยากรณ์ว่าจะโค่นล้มตัวเอง  ทั้งๆ ที่รู้ว่าการตามหาคนๆ นั้นอาจจะทำให้ตนต้องตายเร็วขึ้น เธอนี่ชั่งกล้าหาญจริงนะ!" สเนปหัวเราะ

กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความกลัวตาย!

"บางที มันอาจจะเป็นอย่างที่ซิกมันด์ ฟรอยด์ว่า  เรามีความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิต  แต่ขณะเดียวกันก็แสวงหาความตายตลอดเวลา..." จากนั้นก็หัวเราะบ้าง "คุณเป็นคนที่อ่อนโยน ศาสตราจารย์สเนป! ไม่ใช่คำยกยอปอปั้นนะ  แต่คุณอ่อนโยนจริงๆ!"

"เธอก็กล้าหาญ... กล้าที่จะพยายามชนะความตายที่เธอกลัวที่สุด!" สเนปพูดด้วยใจจริง "แล้วดูเธอตอนนี้สิ! เธอไม่กลัวตายอีกแล้ว!"
--------------------------------------------

"สนิฟ-- เอ้ย... เซเวอรัส" เสียงของซิเรียสดังขึ้นหลังจากเงียบมานาน

"ครับ!?" บราเทอร์เซเวอรัสสะดุ้ง กลัวว่าซิเรียสจะทำอะไรตัวเองเหมือนสมัยที่เคยเรียนด้วยกัน(บราเทอร์เซเวอรัสก็คือวิญญานของสเนป จำได้มะ)

"เอ่อ... นายเป็นบาทหลวง"

"ครับ"

"ชั้นขอสารภาพบาปได้มั้ย"

ซิเรียสจะสารภาพบาป! พระเจ้า!? จริงเหรอเนี่ย!? บาทหลวงเซเวอรัส สเนปลูบหน้าอย่างอ่อนเพลีย "ให้ตายสิซิเรียส... คุณทำให้ผมเริ่มซีเรียสสมกับชื่อของคุณเลยนะเนี่ย!"

"อะไรนะ" เสียงของเท้าปุยหาเรื่อง  บาทหลวงหนุ่มรีบสงบเสงี่ยม

"ครับ.. ผม ไม่มีอะไรครับ" เซเวอรัสรีบจัดเก้าอี้เข้ามาใกล้ๆ "จะสารภาพบาปใช่มั้ยครับ"

"ก่อนอื่น... ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ  นายจะกลับไปอยู่ในร่างกายของนายใช่มั้ย"

"ครับใช่"

"แล้วถ้าทำไม่สำเร็จ"

"การสังเวยวิญญานเป็นทางเดียวที่จะยับยั้งทุกสิ่งครับ"

ใช่แล้วล่ะ! เค้าต้องสารภาพบาปกับคนๆ นี้เท่านั้น! ถ้าทุกอย่างสำเร็จมันก็เท่าตัว  เพราะยังไงเค้าก็ต้องกลับสู่โลกวิญญาน... แต่ถ้าไม่สำเร็จ  อย่างน้อยที่สุดเค้าก็...!

"เซเวอรัส... ชั้นไม่ได้เกลียดนาย... จริงๆ แล้วชั้นออกจะชื่นชอบนายมาก" ทันใดนั้น! บราเทอร์เซเวอรัสเถิบเก้าอี้ออกจากซีเรียสครึ่งเมตรอย่างไม่ไว้วางใจ จนซิเรียสว๊ากลั่น "ไอ้บ้า! เขยิบเข้ามา! ชั้นไม่ปล้ำแกหรอก!" ก่อนจะถอนใจเมื่อเห็นบาทหลวงหนุ่มเหงื่อซก "เป็นความจริงสินะ.. ที่สารภาพออกมาตอนนั้น... ชั้นสังเกตดู... นอกจากลูเซียสคนเดียว  ปกติเวลาอยู่กับผู้ชาย  นายจะเว้นระยะห่างประมาณหนึ่งวาเสมอ  ถ้าตอนไหนอยู่ในระยะบังคับเช่นนั่งกินอาหารบนโต๊ะอาจารย์แล้วต้องนั่งใกล้อาจารย์ผู้ชาย  นายจะหน้าบูดจนเขียว... ถ้าเด็กๆ จะไม่ค่อยเท่าไหร่"

"นี่... รู้ขนาดนั้นเลยเหรอ"

"ในบรรดาแก๊งตัวกวน... มีชั้นคนเดียวที่สังเกตเห็น  อันที่จริงชั้นรู้เรื่องรอยช้ำเต็มตัวมาก่อนที่รีมัสจะพูดให้ฟัง แม้เมื่อก่อนจะไม่รู้ว่าครอบครัวของนายเป็นยังไง  มีสมาชิกกี่คน  แต่อะไรบางอย่างในตัวนาย  ชั้นสันนิฐานว่า นายอาจจะถูกผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่กว่าซึ่งเป็นคนในครอบครัวของนายข่มขื่น"

เซเวอรัสยิ้มอย่างซังกะตาย "จริงเหรอเนี่ย... ทั้งๆ ที่รู้แบบนั้นก็ยังซ้ำเติมผมมาตลอด... นี่คุณมันซาดิส์ตชัดๆ เลย!"

ตอนนี้ซิเรียสเริ่มมองเห็นตัวตนของเด็กหนุ่มที่เค้าสนใจมากกว่าอะไรทั้งหมดในตัวของบาทหลวงหนุ่มที่มีค่าวิญญานบริสุทธิ์จนสามารถสังเวยวิญญานได้ เค้าเข้าใจไม่ผิด! บาทหลวงคนนี้คือตัวตนของศาสตราจารย์สเนปที่ถูกเปลือยออกจนล้อนจ้อน และหลุบตาลงเพื่อจะไม่เห็นน้ำตาแห่งความเจ็บปวดนั่น

"ตัวตนของนายทำให้ชั้นเกลียดและขยะแขยงตัวเอง... เซเวอรัส  ทุกครั้งที่ชั้นเห็นนายชั้นจะรู้สึกเหมือนถูกกล่าวโทษอยู่ตลอดเวลา  ชั้นพยายามพลักใสนายไปสู่ด้านมืดเพื่อตัวเองจะได้รู้สึกว่าสะอาดขึ้น  เพราะนายก็ไม่ได้ดีไปกว่าชั้น นายเป็นพ่อมดศาสตร์มืดที่ชั่วร้าย  แต่นั่นทำให้ชั้นยิ่งรู้สึกว่าถูกลงโทษจากครอบครัวมากขึ้น  ชั้นยอมรับว่าลึกๆ ชั้นชอบนายแต่แรกเห็น แต่ชั้นไม่สามารถแสดงออกได้  เพราะเมื่อชั้นชอบนาย  ชั้นจะเห็นบาปและความสกปรกในตัวเอง  ชั้นจึงบิดเบือนมันด้วยการแสดงออกว่าเกลียดนาย จนวันหนึ่งชั้นเข้าใจว่าชั้นเกลียดนายจริงๆ"

เซเวอรัสยังคงจ้องมองเค้า  ไม่แม้แต่จะเช็ดน้ำตา  แต่ลึกลงไป  มันมีความสมเพชที่ส่องประกายแจ่มชัด!

"นายทำได้ยังไง ความรักที่มีต่อพ่อที่ทำร้ายนาย! แสดงมันอย่างน่าประทับใจ! ทั้งๆ ที่นายถูกทำร้ายขนาดนั้น  ชั้นเกลียดครอบครัวของชั้น! และชั้นต่อต้านพวกเค้าทั้งๆ ที่สิ่งที่ชั้นได้รับจากครอบครัวมันไม่เท่าขี้เล็บของนายด้วยซ้ำ!" ซิเรียสลูบหน้าอย่างอ่อนเพลีย น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย "มีบางอย่างที่ชั้นค้นพบ  หลังจากนั่งคิดมานานแสนนาน... เซเวอรัส... ชั้น  ไม่ได้เกลียดครอบครัว"

"ทั้งๆ ที่ระบายให้แฮร์รี่ฟังขนาดนั้นน่ะนะ" ใช่... เค้ารู้ระหว่างที่สอนสกัดใจให้แฮร์รี่ตอนปีห้า  เค้าเห็นทั้งหมดในความทรงจำของแฮร์รี่จากการพินิจใจด้วยคาถา  ซิเรียสพยักหน้า

"ชั้นกลัวความผิดต่างหาก... ถ้าพวกเค้ารู้... เพราะงั้นชั้นถึงต่อต้านพวกเค้า  ชั้นบิดเบือนความกลัวโดยการแสดงออกถึงความเกลียด  นายพูดถูกสเนป  ตอนนั้นนายพูดได้แทงหัวใจชั้น  ทั้งถึงหยุดตัวเองไม่ได้แล้วชกนายซะขนาดนั้น  ชั้นน่ะ"

"ทำให้เบลลาทริกซ์พิการ"

ดวงตาของซิเรียสโตขึ้นอย่างพิศวง "นี่นาย!?"

"เรกูรัสเป็นบอกผม" บาทหลวงเซเวอรัสตอบอย่างสงบ

"แต่เรกูรัสไม่เคย!"

"เรกูรัสบอกผมว่าทุกคนรู้มาแต่แรกแล้ว พ่อแม่คุณ ลุงและป้าคุณ เบลลาทริกซ์ แอนโดรมิด้า นาซิสซา ทุกคนรู้สิ่งที่คุณทำและสิ่งที่คุณกลัว แต่พวกเค้าพยายามที่จะไม่พูดถึงมันเพราะกลัวว่ามันจะไปทำร้ายความรู้สึกของคุณ  กลัวว่าคุณจะกลัวความผิดและหนีไป... แต่มันก็ดีแล้ว  เพราะสุดท้ายความกลัวความผิดของคุณก็ปกป้องคุณจากการเป็นผู้เสพความตาย"

"แต่พวกเค้าเป็นผู้เสพความตายด้วยความเต็มใจนะ!"

"เริ่มแรกไม่ค่อยมีใครอยากเป็นผู้เสพความตายหรอกครับ เพ็ตติกรูก็ไม่อยากเป็น แต่เมื่อเป็นแล้วก็อวดอ้างเพื่อจะกลบเกลื่อนความขี้ขลาดของตัวเองทั้งนั้น... รึจะให้ผมเล่าให้ฟังว่าเดรโกโหยหวนขนาดไหนในวันที่รู้ว่าต้องเป็นผู้เสพความตาย"

"รู้มาตลอดงั้นเหรอ...!? แต่เบลลาทริกซ์! เธอไม่เคย!?"

"ครับ... เธอไม่เคยพูดออกมา  แม้แต่ในวินาทีที่เธอฆ่าคุณ" เซเวอรัสอ่อนโยนมาก "ซิเรียส... บางที... คุณอาจจะลืมไปแล้วว่าด้านที่อ่อนโยนของเบลลาทริกซ์ดูเป็นยังไงบ้าง"

กับเสียงร่ำไห้อันน่าสมเพชที่หลุดจากปาก... ตอนนี้มีคำขอโทษมากมายหลุดออกจากปาก ขอโทษเรกูรัส... ขอโทษพ่อแม่... ขอโทษเบลลาทริกซ์...

"ซิเรียส... เมื่อข่ายอาคมทั้งหมดถูกถอดออก  เราอาจจะได้พบกับวิญญานของคนที่ตายไปแล้ว  หากคุณมีหัวใจที่ต้องการขอโทษด้วยใจจริง... ทุกคนที่คุณต้องการพบจะมาหาคุณ  คุณจะขอโทษพวกเค้ามั้ยครับ"

"ชั้นจะทำ! ต้องทำอยู่แล้ว!" ซิเรียสปาดน้ำตาที่อาบหน้า  เซเวอรัสลุกจากเก้าอี้แล้วทำสัญลักษณ์การเขน

"ในเดชะพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และ พระจิต... บาปของท่านได้รับการอภัย ณ บัดนี้แล้ว"

"ชั้นขอโทษนะ สเนป  ขอโทษสำหรับทุกสิ่ง"

"ผมก็เช่น... ขอโทษสำหรับทุกสิ่ง"

ซิเรียสและเซเวอรัสมองหน้ากัน... เมื่อก่อน  การขอโทษเป็นอะไรที่กระดากปาก  แต่เมื่อขอโทษและได้รับการยกโทษให้  มันชั่งเป็นอะไรที่หอมหวานเหลือเกิน

ห่างออกไป... แฮร์รี่ที่แอบฟังอยู่ถูกลิลี่สะกิดและพาออกไปเงียบๆ

"ซิเรียสทำร้ายเบลลาทริกซ์  ทำให้เธอพิการ! ผมไม่อยากเชื่อเลย! ผมเห็นเธอปกติทุกอย่าง!"

"เธอพิการ... และมันทำลายชีวิตเธอชั่วหนึ่งเลยแฮร์รี่  นั่นทำให้เธอกลายเป็นคนแบบนั้น..  ลิ้นเธอไม่รู้รส  หูข้างหนึ่งไม่ได้ยิน จมูกไม่ได้กลิ่นอะไรแม้บางทีเหมือนเธอจะทำท่าเหมือนได้กลิ่นก็เถอะ.. เธอแกล้งเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอพิการ  โดยการสังเกตพฤติกรรมของคนรอบๆ ตัวแล้วก็เดาว่าอาจจะมีกลิ่นไม่ชอบมาพากล  แล้วเธอก็รับรู้ความอร่อยของอาหารด้วยการมองดูเพียงอย่างเดียว หรือไม่ก็ดูเวลาที่คนอื่นกินกัน"

"แต่ทำไม! ซิเรียสทำร้ายเธอทำไม!?"

"ซิเรียสไม่ชอบลอร์ด โวลเดอร์มอร์ เค้าไม่ต้องการให้เธอคบกับคนที่เค้าไม่ชอบ เลยแกล้งใส่ยาลงไปในอาหารที่เธอทำ  แต่ไม่คิดว่ายาจะรุนแรงขนาดนั้น และเบลลาทริกซ์เดินเข้ามาชิมมัน"

"...อะไรกันเนี่ย..." แฮร์รี่ดูเศร้าใจ

"ทำไมเหรอ"

"คือผม.. ไม่คิดว่าจะรู้สึกเสียใจกับเบลลาทริกซ์ได้ขนาดนี้"

"เหมือนที่ลูกเคยนึกไม่ถึงว่าจะสงสารเซวีและลอร์ด โวลเดอร์มอร์นั่นแหละ" ลิลี่ยิ้ม









TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #264 micupcake16 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 23:03
    อย่างน้อยซีเรียสก็สำนึกผิดแล้ว
    #264
    0
  2. #184 หนุ่มหล่oสุดLนีeน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:39
    เนื้อเรื่องตอนนี้น่ารักดีจัง ในที่สุดซีเรียสก็ขอโทษเซฟจากใจจังได้ซะทีนะ บาปของนายได้รับการอภัยแล้ว อ่านแล้วเห็นออร่าความสว่างแผ่ออกมาเลยทีเดียว ชอบตอนที่ทอมชมว่าศาสตราจารย์สเนป คุณเป็นคนที่อ่อนโยน ไม่ได้ยกยอ แต่เป็นความจริง (เนื้อแท้แล้วเซฟก็เป็นคนอ่อนโยนอยู่นะ >///<) คุณซามาเอลแต่เนื้อเรื่องเก่งมากเลย ขอชมจากใจจริง อ่านแล้วติดมาก
    #184
    0
  3. #183 เฟิร์น (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:04
    ตระกูลมัลฟอยก็เก่งนะเนี้ย พระเอกมากเลย

    สู้ๆนะคะ กำลังสนุกเลย :-)
    #183
    0
  4. #182 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 16:29
    เปิดอ่านตอนแรกถึงกับอ๊วก อ๊าคคคคค คณิตศาสตร์!!!!! เครียด ><



    ดีใจจังเลยในที่สุดซีเรียสกับสเนปก็ยอมขอโทษแบบจริงใจกันสักที



    โหววว ทำให้เบลลาทริกซ์พิการ ลิ้นไม่รู้รส หูไม่ได้ยินข้างนึง จมูกไม่ได้กลิ่น แรงนะเนี่ย โอวววว



    มาอัพต่อนะคะ มันมากคะ เป็นกำลังใจให้
    #182
    0
  5. #181 Eve P Berm (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 03:48
    รู้สึกลูเซียสจะดูเหมือนอมภูมินิดๆนะ ทุกคนถึงกับอึ้งเลย โดยเฉพาะเฮอร์ไมโอนี่ ลูกมักเกิ้ลแท้ๆ ยังไม่รู้เลย

    พายอาร์ยังมีอีกค่านึงคือ ประมาณ 3.14 (อยากตอบอาเธอร์ต่อจากลูเซียสจัง) ฮ่า ฮ่า

    'นั่งดีดลูกคิด' แลดูน่าสงสารนะ ขนาดเรามีเครื่องคิดเลขยังกดไม่ค่อยจะถูกเลย แล้วลูกคิด........T_T

    หน่วยรูบิก O_O ....คือ ลูกบาศก์ ใช่หรือเปล่า???

    ตอนเซเวอรัส(ร่างกาย)กับทอมคุยกัน เหมือนได้รู้ความจริงมากขึ้นถึงเหตุผล คำของซิกมัน ฟรอยด์ ก็คมอีก

    ต่างกันกับ บราเทอร์เซเวอรัส กับซีเรียส รู้สึกขำๆมากกว่า ขำกับปฏิกิริยาของทั้งสองคน โดยเฉพาะตอนที่ซีเรียสบอกว่าชื่นชม เซเวอรัสถึงกับกระเถิบออกห่างเลย 555555

    นี่ถ้าไม่บอกก่อนว่า "คู่นี้เค้า ไม่วายยยย" ป่านนี้เราคงคิดไปแล้วล่ะ ฮา ฮา
    แต่ก็ลุ้นนะ กว่าจะสารภาพออกมาได้ ...

    สู้ๆ รออ่านอยู่ค่ะ :D
    #181
    0
  6. #180 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 23:43
     อ้า!! ยังคงความเจ๋งเช่นเคยค่ะ ตอนคณิตนี่ .. โอย ปวดหัว ... 

    ช่วงเรื่องหลังๆ ประทับใจมากค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    สู้ๆ นะคะ ซามมาเอล จะเคยเป็นกำลังใจให้เสมอ
    #180
    0