The last of your expectation

ตอนที่ 32 : ความเจ็บปวดของพ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 388
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ม.ค. 55

"ข้าพร้อมที่จะหายไปตลอดกาลแล้วล่ะ..." เธอพูดพลางตัดผมของตัวเองอย่างปราณีต

หมายความว่าไง  เธอจะไม่ตายแต่จะหายไปเหรอ!? สเนปกำลังอยู่ในภาวะสงสัยไม่แพ้ตาของเค้าที่เข้ามายืนเคียงข้าง  แม้จะไม่สามารถสัมผัสกันได้  แต่พวกเค้ากลับดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสายตาของอัล  กริฟฟินดอร์พูดขึ้น "มีเพียงเซเวอรัสที่จะรู้เรื่องนี้  เค้าจะอยู่กับเจ้าจนวันที่เจ้าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง  เฮก้า, ถึงตอนนั้นเจ้าจะเลือกชายที่เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ของเจ้าเพื่อให้กำเนิดเครื่องสังเวยที่คำสาปมรณะจะไม่มีวันคงสภาพและส่งผ่านไปหาใครอีก" เค้ายกมือขึ้นกุมหัวพลางร่ำไห้ "ดูข้าสิ ด้วยหมายจะไม่ทำลายชีวิตใคร ข้าถึงกับปล่อยให้ลูเซียสของข้าต้องตาย! แต่ตอนนี้! ข้าเรียกเอาการเสียสละจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้า!"

"อย่าร้องไห้ เพราะทั้งหมดนั้นข้ายินยอมเอง ก๊อดริก" สเนปขมวดคิ้วมองดูอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นทรงผมใหม่และที่เปลี่ยนวิสัยทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว  ไม่น่าเชื่อ! ตอนนั้นเค้าได้ยินตาของเค้าพูดขึ้นเบาๆ

"เป็นไปไม่ได้... เธอคือมานาเกีย!?"

จากนั้นภาพทั้งหมดก็เปลี่ยนแปลงไปและนำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ มากมาย แต่สเนปจับต้นชนปลายทุกอย่างได้แล้ว เป็นการกำหนดแต่ต้นแล้วสำหรับการเป็นเครื่องสังเวยของเค้า เฮก้า ฮัฟเฟิลพัฟได้ยื่นข้อเสนอสำหรับรองรับอนาคตที่อะโพคาลิฟ-ฟาจะกลับมา โดยการที่หล่อนจะหลับใต้การดูแลของลูกชายเธอ เซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลพัฟ  และจะตื่นขึ้นมาเมื่อพบกับวิญญานบริสุทธิ์ที่จะถ่ายพลังบริสุทธิ์ประสานกับพลังอันไม่มีวันหมดของโฮโมนครูส และแม่เค้าก็ได้สิ่งนั้นมาจะส่งต่อให้กับรุ่นต่อไป ความจริงเธอคงได้คาดหมายว่าลูกของเธอจะกลายเป็นเครื่องสังเวย เพียงแต่ทั้งหมดรับกันโดยบังเอิณเมื่อแม่เค้ามีเค้ากับพ่อที่เป็นมักเกิ้ล! แน่นอนว่าลูกแกะบริสุทธิ์ต้องเป็นลูกครึ่ง เพราะเรื่องของโลกไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องของลูกหลานของอาดัมกับอีฟ  ซึ่งก็คือทั้งผู้วิเศษและมักเกิ้ล

ลูเซียสของกริฟฟินดอร์... แน่นอนว่าถ้าไม่หลับในวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ก็จะได้รู้เกร็ดประวัติศาสตร์ข้อนี้เหมือนกัน  ศาสตราจารย์บินส์เล่าเกี่ยวกับการสูญเสียงลูกชายของกริฟฟินดอร์อันเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นที่จะปฏิเสธศาสตร์มืดที่เรียกว่าการแปรธาตุมนุษย์ ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนเค้าจะชื่อ "ลูเซียส เกล็นเดล กริฟฟินดอร์" เป็นชายหนุ่มที่สว่างไสว เหมือนชื่อของเค้า การตายนี้ก่อนการทิ้งฮอกวอร์ตของสลิธีรีนเพียงสองวัน  บางทีการทิ้งฮอกวอร์ตคงมีอะไรมากกว่าแค่เลือดสีโคลน!?

"ถูกต้อง!"

เสียงที่ดังก้องทำให้ภาพทั้งหมดหายไป  สเนปและอัลเผชิญหน้ากับชายคนหนึ่งที่ปรากฏตัวในความมืดเบื้องหลังเรเวนครอ ผู้ชายคนนั้นมีใบหน้าที่เหมือนมนุษย์นีแอนเดอร์ทัน ดวงตาสีเขียว... เป็นดวงตาสีเขียวที่สวยที่สุดเท่าที่เห็นมา และผมสีเงินสว่างเหมือนเพชร เป็นผู้ชายที่หน้าตาดี แต่ก็แตกต่างจากคนทั่วๆ ไปในปัจจุบัน กล่าวคือเป็นผู้ชายหล่อที่หล่อมากหากอยู่ท่ามกลางมนุษย์นีแอนเดอร์ทันหรืออาจจะโฮโมอีเรสตัส เค้าอยู่ในชุดสีเทาที่มีเครื่องประดับที่ทำจากเงินและมรกต  แต่สเนปจำได้มากกว่านั้น! เพราะเค้าเห็นใบหน้านี้แล้วเมื่อเข้าไปในความทรงจำของแฮร์รี่ พอตเตอร์ระหว่างการสอนสกัดใจเมื่อนานมาแล้ว มันคือใบหน้าของรูปปั้นหินที่อยู่ใต้โรงเรียน และเมื่อมันอ้าปาก บาซิลิสซ์จะไหลออกมาตามการเรียกของทอม ริดเดิ้ล!

ชายคนนี้คือซัลลาซาร์ สลิธีรีน!?

"ข้าคิดว่าเจ้าจะต้องดูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงตอนที่เซเวอรัสอีกคนตายเพื่อปกป้องเจ้าซะอีก ที่ไหนได้  เจ้ากลับรู้ก่อน  ยอดเยี่ยมมาก เหมือนยายของเจ้าไม่มีผิดเลยนะ!"

"เซเวอรัส เรวิน ฮัฟเฟิลพัฟ... เป็นคุณลุงของผม เป็นพี่ชายของแม่ผม นั่นสินะ เหตุผลที่ทำให้เค้าปกป้องผมและตาย  นั่นสินะ เหตุผลที่ทำให้แม่รักเค้ามาก!"

"...ใช่"

"แท้จริงแล้ว" อัลเริ่มต้น "คุณไม่ได้ทิ้งโรงเรียนไปเพราะคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับคุณที่ปฏิเสธลูกมักเกิ้ล แต่เพราะอะไรกันแน่... ที่สำคัญ คุณตายไปแล้วใช่มั้ย!"

"ข้าตายไปแล้ว แต่ข้าขอสำหรับการกลับมาบนโลกอีกครั้ง เพื่อพบกับเจ้า... ราวกับชะตากรรม ลูเซียส และ เซเวอรัส มาพบกันและเป็นเพื่อนกันที่บ้านที่ข้าก่อตั้ง... ข้าแต่ไนจัส เทวีผู้ครอบครองของข้า.... ลูเซียสเป็นที่รักของพวกเรา เช่นเดียวกัน ลูกเพื่อนจะเป็นเหมือนลูกของเรา การตายของลูเซียสทำลายความสัมพันธ์ของเราทั้งหมด  ข้าจะสามารถยอมรับเพื่อนได้อยู่เหรอ เพื่อนที่ยอมทิ้งชีวิตของลูกชายเพื่อเห็นแก่ความถูกต้อง  แล้วอยู่ๆ ก็ตัดสินใจจะสังเวยวิญญานลูกหลานของเพื่อนเพื่อยุติทุกอย่าง"

"แต่เค้าทำเพื่อโลกนะฮะ!!" อัลคราง

"เพื่อโลกเหรอ! ข้าจะไม่ว่าซักคำถ้าเค้าพร้อมเสียสละเพื่อช่วยลูเซียสแต่แรก!! แต่เค้ารักษาอุดมคติของเค้าเอาไว้ทั้งๆ ที่รู้ว่าลูเซียสจะต้องตายสำหรับการเลือกของเค้า! แล้วเค้ามีน่ามาร้องไห้เสียใจทีหลังเหรอ! แล้วเรียกร้องการเสียสละของเฮก้า!! ทำไมเค้าไม่คิดว่าหากเด็กที่เกิดมาในอนาคตนั้นต้องสละวิญญาน! เฮก้าจะไม่เสียใจกับสิ่งนั้นบ้าง!!" ซัลลาซาร์หอบ เค้าเอียงศีรษะ กำลังร้องไห้ "ลูเซียสไม่จำเป็นต้องตาย! เจ้าก็เหมือนกัน!"

"เจ้าเป็นคนที่อ่อนโยน..."

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปทางเดียวกัน อาเทน่าปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจตุราชา อัลวิ่งไป "อาเทน่า หาพวกเราเจอได้ไงฮะ!"

"เซเวอรัส เธอต้องกลับได้แล้วนะ วิญญานของเจ้ากำลังรอเธออยู่กับผู้หญิงที่เจ้ารัก"

ดวงตาของสเนปเบิกกว้างขณะที่อัลเสียววูบ เพราะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร!?

"ซัลลาซาร์ ข้ารู้ว่าเจ้าผิดหวังในตัวข้า แต่เห็นใจข้าเถอะ ข้าเจ็บปวดไม่แพ้เจ้าหรอก เพราะข้าเสียลูกชายแล้วถึงตระหนักได้ว่าข้ารักเค้ามากเพียงไร!"

"อะไรนะ พึ่งรู้ว่ารัก!! อ้อ! ก๊อดริก! เจ้าเป็นคนแบบนี้เองเหรอ!"

"ข้าขอโทษ เพื่อนรักของข้า!"

"เจ้ามันคนเห็นแก่ตัว เจ้าเรียกร้องการเสียสละของเซเวอรัส สเนปทั้งๆ ที่เค้าก็มีพ่อที่รักเค้ามาก!! เจ้าทำให้เซเวอรัสไม่เป็นที่รักเพื่อที่จะไม่มีใครร้องไห้เพื่อเค้า! ชีวิตของชายผู้นี้ขมขื่นเหลือประมาณเพราะเป็นเครื่องสังเวยของเจ้า!" ชี้ไปที่เซเวอรัส

"แต่ทุกคนเห็นด้วยกับข้า ยกเว้นเจ้า เจ้าทิ้งฮอกวอร์ตไป" อาเทน่ายังสงบ

"ทิ้งไปเหรอ! ใครเห็นด้วยกับเจ้า!! อย่างน้อยก็โรวีน่าคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย! และเฮก้า! เจ้าแน่ใจว่านางจะไม่เปลี่ยนใจเหรอ! ทั้งๆ ที่เซเวอรัส! เค้าเห็นด้วยกับเจ้าแท้ๆ สุดท้ายก็ยังเปลี่ยนใจ! ยอมตายเพื่อปกป้องเด็กกับน้องสาวของเค้าไว้!!"

"พ่อ..." สเนปครางเบาๆ ก่อนจะเปล่งเสียงออกมา "พ่อผมยังไม่ตายเหรอ!?"

วินาทีนั้น ทุกคนหันไปมองชายหนุ่ม ไม่มีใครพูดออกเลย...








พวกแฮร์รี่กำลังตะลึงมองชายชราสกปรกคนหนึ่ง... อายุประมาณแปดสิบปี ผมเป็นสีขาวทั้งหัวแล้ว แต่ดวงตาสีเขียวยังคงงดงามจนน่าพิศวง เค้ากำลังอุ้มตุ๊กตาหมีเก่าๆ แล้วเห่กล่อม... เหมือนสติไม่อยู่กับตัว

"คุณปู่ครับ  ชายคนนี้!?" เดรโกถามเบาๆ

"หลังจากลูเซียสแจ้งข่าวการตายของเซเวอรัส เค้าก็อยู่ในสภาพนี้มาตลอด"

"พ่อของศาสตราจารย์สเนป! ใช่มั้ยคะ!" เฮอร์ไมโอนี่คราง น้ำตานองหน้า

"ใช่... เค้ารู้พยายามปฏิเสธิลูกชายมาตลอดเพราะเค้ารู้ว่าวิญญานของเซเวอรัสมีค่าจนต้องใช้เป็นเครื่องสังเวย เค้าพยายามทำให้เซเวอรัสไม่มีคุณค่าทางวิญญานพอมาตลอด  ใช่ความจริงเค้ารักลูกชายมาก และเค้าไม่สามารถปกปิดมันได้อีกก็เมื่อรู้ว่าลูกชายจะไม่กลับบ้านอีก โทบี้ที่น่าสงสาร"

"เราไม่เคยเห็นเค้าเลย" รอนพูดขึ้น

"ไม่เห็นหรอก" เสียงของลูเซียสดังขึ้น พร้อมกับนาซิสซาที่ถอนใจ "ชั้นนำศพเซเวอรัสไปให้เค้า เพราะชั้นรู้ว่านักเรียนและคนอื่นไม่ชอบเค้า มีแต่พ่อของเค้าที่จะร้องไห้เมื่อเค้าตาย!"

"นั่นเพราะมันทำตัวของมันเอง!" ซิเรียสโวย "ก็อยากทำตัวน่ารังเกียจเองจะโทษใครได้!" พูดแล้วก็กระชากเอาตุ๊กตาหมีในอ้อมกอดของชายชรา และตอนนั้นเองที่ชายชราร้องไห้ครวญคราง ขอร้องให้ซิเรียสคืนลูกมาให้เค้า เป็นภาพที่น่าเจ็บปวดพอที่จะทำให้ทุกคนหลั่งน้ำตาได้ เอรีสพยายามดึงโทไบอัสออกจากการพยายามที่จะทำร้ายซีเรียสที่ฉีกตุ๊กตาขาดเป็นชิ้นๆ

"โทบี้ หยุด โทบี้! นั่นไม่ใช่เซวีหรอกนะ! ต้องสติหน่อย!"

ตอนนั้นทุกคนมองภาพชายชราที่ร้องไห้ไม่เป็นภาษาอย่างเจ็บปวด ตอนนี้หลายคนแทบจะต้องเบือนหน้าหนีจากภาพน่าสมเพชนั่น และซิเรียส เดินหนีไปแบบไม่สนใจและใจร้าย  แต่ลูเครเซียเห็น ประกายน้ำตาที่หางคู่นั่นแวบหนึ่ง! เธอตัดสินใจพูดมันออกมา

"ถ้าเบลลาทริกซ์กลับมานายจะขอโทษเธอมั้ย!?"

วินาทีนั้นเอง ซิเรียสหยุด "พูดอะไรของเธอ"

"ก็จริงไม่ใช่เหรอ การที่นายเกลียดบ้านที่คลั่งไปกับเลือดบริสุทธิ์ของนายเพราะนายไม่สามารถยอมรับความจริงว่านายทำร้ายเบลลาทริซ์ได้! ความจริงที่นายปฏิเสธ! ความจริงที่ทุกคนในบ้านหรือแม้แต่เบลลาทริกซ์ที่รับเคราะห์ก็ไม่รู้เรื่อง!"

"ยัยนั่นฆ่าชั้น" ซิเรียสกระชากคอเสื้อของเธอ "แล้วจะให้ชั้นทำอะไรอีก!"

"แล้วเธอรู้เหรอว่านั่นคือการชดใช้ของนาย" ลูเครเซียกระซิบ









"จะปล่อยให้พวกเค้ากลับไปกับข้ามั้ย" อาเทน่ายืนกราน เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่มีเวลามาก "ชักไม้กายสิทธิ์ออกมา"

"เจ้าจะสู้กับข้ารึ"

"ซัลลาซาร์ โรวีน่า ข้าเสียใจสำหรับความผิดทั้งหมด  แต่ข้าไม่รอให้เจ้าพิพากษาข้า เพราะหากเป็นเช่นนั้น มันจะกลายเป็นความผิดซ้ำสอง และข้าก็จะไม่สามารถไปสู้หน้าลูกชายที่ตายไปได้ เพราะฉะนั้น ข้าจะไม่ทำผิดอีกครั้ง ถ้าเจ้าไม่คิดจะปล่อยข้าไปกับลูกแกะบริสุทธิ์ล่ะก็ ข้าจะต้องต่อสู้กับเจ้า"

"พอที..." สเนปก้าวออกไปขวางทั้งคู่ "ท่านสลิธีรีน ท่านเรเวนครอ ชีวิตของผม วิญญานของผม ผมเลือกเองได้" จากนั้นหันไปถามอาเทน่า "พ่อผมยังมีชีวิตอยู่เหรอ"

"ใช่... เค้ายังอยู่  ไนจัสนำเค้ามาพบข้า"

"นายท่านเรเวนครอ... ผมขอพบแม่ได้มั้ย"

"นาง  ไม่รู้อะไรอีกแล้ว"

"แต่ผมก็ยังอยากพบอยู่ดี  เพราะถ้าต้องเสียวิญญานหรือร่างนี้อย่างใดอย่างหนึ่งจริงๆ ผมเคลียร์ทุกปัญหาของผมก่อน"

"เซเวอรัส อย่าทำโง่ๆ นะ"

"ทำโง่ๆ เหรอ... ไม่เลย  นายท่านเรเวนครอ... ถ้าคนเราทำความผิดซักครั้งจะไม่ให้อภัยกันเลยเหรอครับ  ถ้าท่านไม่สามารถให้อภัยกริฟฟินดอร์ที่ยึดมั่นในคุณธรรมจนทำผิดพลาดเพียงครั้งเดียวได้  ท่านก็ไม่ควรเมตตาผมที่ยึดมั่นแต่อารมณ์และความเห็นแต่ตัวจนทำผิดพลาดซ้ำซากได้เหมือนกัน นายท่านสลิธีรีน... ถ้าครั้งนี้ผมยังทำโง่ๆ เหมือนที่ผ่านมาล่ะก็ ทายาทของท่านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลอร์ด โวลเดอร์มอร์ย่อมดีกว่าผมหลายเท่าเช่นกัน"
****************************************************************************************
Dark memories of Dambledor---Severus Snape's past # 3

"ไม่เกลียดพ่อเหรอ เซเวอรัส"

"ท่านอาจารย์ใหญ่..." สเนปหันหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำมายังดัมเบิลดอร์ จากวันนั้นก็ผ่านมาสิบเอ็ดปีแล้ว "ผมขอท่านแล้ว อย่าเข้าไปที่บ้านผมอีกเลย"

มันเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง เมื่อดัมเบิลดอร์พูดเรื่องที่แฮร์รี่ พอตเตอร์จะมาเรียนที่นี่กับเค้า แล้วสเนปทำเหมือนไม่ใส่ใจ เค้ากลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง เกิดการโต้เถียงกันระหว่างเค้ากับโทไบอัส สเนป แล้วความโกรธที่ครอบงำตัวเองจนทนไม่ได้ เค้าชักไม้กายสิทธิ์ออกมา แต่มันกลับสาปเซเวอรัส แทนที่จะเป็นโทไบอัส เค้าพาเซเวอรัส สเนปไปที่โรงพยาบาลและถอนคำสาป เค้าขอสำหรับการที่เซเวอรัสจะย้ายมาที่ฮอกวอร์ตเป็นการถาวร หรือไม่ก็ส่งโทไบอัสไปที่โรงพยาบาลจิตประสาทมักเกิ้ลซะ แต่สเนปไม่เคยยอมทำตามความต้องการของเค้า ไม่เคยซักครั้ง

"มันเป็นเรื่องของครอบครัวผม ท่านอย่ายุ่งอีกเลย"

"เซเวอรัส ตกลงเธอเป็นพวกมาโซคีสรึเปล่าเนี่ย"

"อาจจะเป็นก็ได้"

นั่นคือคำโกหก เพราะชายหนุ่มไม่ได้มีความสุขจากการถูกทุบตี บางครั้งเค้าเคยเห็นว่าเซเวอรัสลังเลที่จะกลับเข้าบ้าน บ่อยครั้ง เค้าเห็นสเนปกลัวจนตัวสั่นเมื่อคิดได้ว่าถ้ากลับไปพ่อจะต้องตีเค้าอีกแน่ๆ ซึ่งทำให้ดัมเบิลดอร์ถึงกับต้องขอร้องให้คืนนั้นเค้ากลับบ้านไปกับเค้าแทน แต่แล้วชายหนุ่มชนะความกลัวทุกครั้งและกลับเข้าไป

ความจริง เค้ารู้ดีว่าในบ้านมีความสุขบางอย่างซ่อนอยู่ในความทุกข์ ดัมเบิลดอร์รู้เพิ่มมาว่า เซเวอรัสถูกตีก็ต่อเมื่อหายไปหลายวันโดยไม่บอกให้รู้หรือขออนุญาตก่อนและกลับบ้านผิดเวลา ซึ่งมันช่วยไม่ได้ เพราะเค้าเป็นอาจารย์ของฮอกวอร์ต ต่อให้เค้าไม่นอนที่ฮอกวอร์ต เค้าก็ต้องมีเวรตรวจโรงเรียนตอนค่ำเช่นเดียวกับอาจารย์ทุกคน เค้าพยายามที่จะให้สิทธิพิเศษแก่ศาสตราจารย์สเนปหลายอย่าง แต่อีกฝ่ายไม่ต้องการความเมตตาถึงขั้นนั้น

แต่สำหรับช่วงปิดเทอม เค้าไม่ค่อยถูกตีมาก และบางทีโทไบอัสก็แสดงอาการเอื้ออาทรณ์ต่อเซเวอรัส เช่นการดูแลระหว่างป่วยไข้

เซเวอรัสพยายามรักษาช่วงเวลาอันล้ำค่าของเค้าเอาไว้ด้วยมือที่โชกเลือด และเลือดทั้งหมดคือเลือดของเค้าเอง เพราะถ้าเค้าทิ้งไป เค้าอาจจะเสียใจมากที่สุด ตรงนี้ทำให้ดัมเบิลดอร์อดที่จะละอายไม่ได้ ตลอดเวลาที่มีโอกาสเค้าใส่ใจแต่กับเรื่องความยิ่งใหญ่ข้างนอกจนเสียทั้งแม่, พ่อและน้องสาว แม้ตอนนี้เค้าเหลือน้องชายเพียงคนเดียวที่ต้องคิดถึง ก็ไม่เคยมีความกล้าพอที่จะกลับเข้าไปเพื่อขอการยอมรับแม้น้องชายของเค้าจะไม่ทำร้ายเค้าเหมือนที่พ่อของเซเวอรัสทำ เหมือนที่เค้าไม่เคยกล้าพอที่จะไปเผชิญหน้ากับความจริงจนกรินเดวัลล์ต้องฆ่าคนไปมากมายและมีผู้คนมาคุกเข่าขอร้อง

เซเวอรัสยังมีความกล้ามากกว่าเค้า กล้าที่จะเสี่ยงต่อความตายเพื่อรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดเอาไว้ นั่นคือครอบครัว

ใช่ ความรักของเซเวอรัสต่างหากที่ฉุดเค้าให้เข้า ให้กลับไปหาพ่อและรักพ่อ และด้วยคำๆ นี้ เค้าไว้ใจเซเวอรัส ไม่ว่าใครจะหาว่าชายหนุ่มนิสัยแย่ยังไง

"ผมเห็นควินเรลแล้ว" เค้าตัดบทและทำให้ดัมเบิลดอร์ตื่นจากภวังค์ "เป็นพ่อมดที่ร้ายกาจมาก"

"แล้วเธอ...?"

"พอตเตอร์น่ะ ผมจะปกป้องเค้าเอง"

"แล้วพ่อเธอ..."

"ผมต้องรายงานตัวทุกวันอาทิตย์เหมือนเคยครับ เค้าไม่โอเคถ้าผมจะใช่เวลาทั้งหมดที่นี่"

"ถ้าเช่นนั้น... เค้าจะทำร้ายเธอถ้าหากเธอกลับไปหลังทุกอย่างเสร็จแล้ว" ดัมเบิลดอร์พูดขึ้น "เซเวอรัส เรื่องของแฮร์รี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเธอคนเดียวนะ ชั้นว่าชั้นช่วยเธอดีกว่า"

"ขอบคุณครับ แต่ผมไม่สบายอยู่ดี เพราะแม้แต่ท่านก็ไม่หูไวตาไวทุกอย่างหรอก ผมจะพยายามช่วยอีกแรง"

"เซเวอรัส  เธอสามารถใช้การสะกดใจหรือดัดแปลงความทรงจำได้--"

"เวทมนตร์ไม่ใช่ทุกอย่างครับท่าน ผมจะไม่ใช่เวทมนตร์กับพ่อเพื่อปกป้องตัวเองหรอก"

"แล้วถ้าเค้า.."

"ผมไม่เป็นไรครับ ท่านอาจารย์ใหญ่ ผมชินกับความเจ็บปวดแล้วล่ะ"

นั่นน่ะโกหก, เซเวอรัส สเนปไม่สกัดใจเมื่ออยู่ต่อหน้าเค้า เพราะฉะนั้นถ้าใช้การสกัดใจย่อมมีความหมายเดียวคือกำลังโกหก ดัมเบิลดอร์ยกมือลูบรอยช้ำออกจากหน้า แต่แน่ล่ะว่าไม่ใช่ทั้งร่างกาย หากถอดเสื้อผ้าออก จะต้องเห็นรอยช้ำเต็มไปหมดแน่ๆ กระนั้นสเนปจะไม่แสดงให้ใครรู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ใต้ชุดสีดำนี้ ชายหนุ่มโค้งลงขอบคุณแล้วไปเพื่อร่วมงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ และอาจารย์คนใหม่ควีนเรลล์

วูบหนึ่งของการเดิน ชายชราเห็นชัดมีความไม่เสถียรวูบหนึ่งที่บอกให้รู้ว่าเจ็บหนักปานใด แต่เค้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

แต่เค้ารู้... ซักวันหนึ่ง โทไบอัสจะร้องไห้เสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแต่ตอนนั้นเค้าไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่จะเกิดในอนาคตนั้นน่าเศร้าเพียงใด...


TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #261 micupcake16 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:37
    ที่จริงพ่อของสเนปก็รักสเนปสินะ แง้ววว ปวดใจแทน
    #261
    0
  2. #174 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 02:27
    โอวววววววว ไม่น่าเชื่อว่าโทไบอัสจะเป็นคนดีขนาดนี้....ไม่เคยคาดฝันมาก่อนเลย มิน่าล่ะ สเนปถึงได้รักนักรักหนา ถึงจะโดนมาเยอะก็เถอะ เป็นงี้นี้เอง



    เซเวอรัส สเนป จะเท่ไปหนายยยยย แมนได้อีก ทำทุกอย่าง เสียสละทุกอย่าง โอ้ยยยย ใจละลายหมดแล้วววว
    #174
    0
  3. #173 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 20:50
    ใช่ ๆ และแล้วๆ ซัลลาซาร์ ก็ออกโรง หลังจากโผล่มานิดเดียวตลอด และแต่พูดถึง ฮ่าๆ ประทับใจมาก

    แต่ที่ยิ่งกว่านั้น และแล้วววววววว ก็รู้เหตุผลของ โทไบอัส.... อ้ากก ท่านเอ่ย ท่านครุนเครือมาตลอด และแล้วก็กระจ่าง ฮ่าๆ

    เซเวอรัส สเนป ป๋าของเรา แมน และเทพเช่นเดิม มาต่อนะคะ สู้ๆค่ะซามาเอล จะคอยเป็นกำลังใจให้เช่นเดิมมมมมมมม
    #173
    0
  4. #172 Eve P Berm (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 03:46
    เยสสสสสสสส ในที่สุด ซัลลาซาร์ สลิธีริน ก็ออกโรงแล้วววววว

    แต่รู้สึกตอนนี้ซึ้งซะไม่มี ....ซึ้งหลายฉากหลายตอนเหลือเกิน
    โอ๊ย ไม่ไหว เรื่องสเนปทำเสียน้ำตาอีกแล้ว

    มาต่อไวๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้...สู้ต่อไป รีดเดอร์รออ่านอยู่ 55555
    #172
    0