The last of your expectation

ตอนที่ 27 : วาเลนไทน์สีดำ--1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    22 พ.ย. 54

"ตัวย่าอีกคนหนึ่ง...!" อัลอึ้ง "หมายถึง เพราะผมมีวิญญานของย่าเหรอฮะ!?"

ลิลี่ส่ายหน้า "ไม่ใช่หรอก... ไม่ใช่หรอกอัล  แต่เพราะเธอคืออัล พอตเตอร์แค่ร่างกายต่างหาก  วิญญานและจิตใจของเธอคือของชั้น  ชั้นเสียใจที่จะต้องบอกความจริง  อัลบัส เซเวอรัส พอตเตอร์ได้ตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว  และไนจัสนำชั้นมา  ชั้นได้สวนทางกับวิญญานของอัลล่องลอยไปด้วย  ไนจัสถอดวิญญานของชั้นและใส่ลงไปในร่างนี้" มือเธอยังคงวางบนหัวใจของเด็กชาย "เธอไม่ใช่อัลบัสที่มีชีวิตอยู่ต่อมาได้เพราะวิญญานที่ชั้นสละให้  แต่เธอคือหัวใจอีกดวงของชั้นที่เข้ามาสวมรอยเป็นอัลบัสมาตลอด"

"นั่นไม่เป็นความจริง!"

"มันจริง... ไนจัสทำเพื่อที่วิญญานของชั้นจะไม่ถูกอะโพคาลิฟ-ฟาดูดกลืนไป  ไม่เช่นนั้นเซวีจะไม่ใช่กุญแจในการช่วยโลกแต่จะเป็นกุญแจสำหรับการทำลายโลก" อัลผงะออก ลิลี่ยืนขึ้น "มันอาจจะผิด แต่ว่าชั้นเป็นภรรยาของเจมส์แล้ว  ชั้นไม่อาจจะทำร้ายเซวีไปกว่านี้ได้  แต่เธอ! แม้มันจะผิด  แต่ชั้นหวังว่าเธอกับเซวีจะมีความสุข..." ตอนนี้เสียงของลิลี่อ่อนลง "ในส่วนที่เราไม่ได้มีด้วยกัน..."

"คุณอยากให้ผมรักกับเซเวอรัส... ทั้งๆ ที่ตอนนี้ผมเป็นผู้ชายเนี่ยนะ!?" อัลไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ

"เธอก็คือชั้นที่รักเค้าไม่ใช่เหรอ อัล และเธอก็ต้องการให้เค้ารักเธอด้วย" ลิลี่หันไปยังสายลมที่พัดผ่าน  ไนจัสกำลังรออยู่ "ถ้าทำสำเร็จ  ชั้นว่าเจมส์คงไม่ว่าอะไรหรอก  เพราะเค้าบอกแล้ว  ว่า  เค้าจะยอมซักครั้ง" ลิลี่เดินไปที่หน้าต่าง  อัลเรียกตาม

"เดี๋ยว! คุณจะไปทั้งแบบนี้เหรอ!? แล้วเซวีล่ะ!? จะไม่ให้เค้าได้ดีใจที่เจอคุณซักนิดเลยเหรอ!?" ลิลี่หันหน้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆ

"ชั้นจะกลับมาอีก  อัล  ไม่ต้องกังวล"

เธอกระโดดลงไปจริงๆ อัลวิ่งตามไปที่หน้าต่าง  แต่กลับไม่พบใครทั้งนั้น!?









เสียงลมที่ผ่านเข้ามาทำให้บาทหลวงเซเวอรัสหันขวับ ครู่หนึ่งน้ำตาของเค้าไหลวูบเมื่อเห็นภาพตรงหน้า  คนที่เค้าถวินหามากที่สุดคนหนึ่งแต่เฝ้าเก็บไว้ในหัวใจ  ลิลี่ พอตเตอร์เดินนวยนาฏเข้ามาหัวและรอยยิ้มของเธอก็เศร้าอย่างหน้าใจหาย  ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหลุดอะไรออกจากปากได้  มือเรียวสวยก็ยกขึ้นปาดน้ำตาบนหน้าของเค้า  ความสูงของทั้งคู่ต่างกันไม่มาก

"ลิลี่?" เด็กหนุ่มกระซิบ  ไม่อยากเชื่อกับภาพตรงหน้า

"เป็นเซเวอรัส สเนปคนนั้นจริงๆ" ลิลี่กระซิบ "เซเวอรัส สเนปที่ขโมยขนมของชั้น  เซเวอรัสที่ชอบแอบมองชั้นที่สนามเด็กเล่น  เซเวอรัสที่ถูกทุบตีราวกับคนไม่มีทางสู้คนนั้น" น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม "เป็นเซเวอรัสที่อ่อนแอ ขี้แย แต่ก็แสนจะเป็นคนใจดี  เซเวอรัสที่ชั้นรู้จักแต่เพียงผู้เดียว"

ทุกคนรู้จักแต่เซเวอรัส สเนปที่แสนเย็นชา เงียบขรึม ชอบคลุกอยู่กับศาสตร์มืด  รู้จักแต่บุคลิกภาพที่เด็กหนุ่มที่มืดมนคนนั้นสร้างขึ้น  แต่ ลิลี่  เธอเท่านั้นที่รู้จักอีกด้านหนึ่งของเค้า  พริบตาเดียวที่ทั้งสองโอบกอดกันไว้แน่น  ราวกับจะไม่พลัดพรากจากกัน  แต่ลิลี่รู้ดีหัวใจของพวกเค้าสวนทางกัน! เซเวอรัสรักเธอมากกว่าอะไรในโลก  แต่เพราะหวังความสุขที่เป็นของเธอ  ความสุขที่เค้าเชื่อว่าเธอได้รับจากการเป็นภรรยาของเจมส์ เค้าจึงยอมหยุดที่จะเป็นแค่เพื่อน! แต่ตอนนั้นด้านมืดของเซเวอรัสกลับทำงานต่อไป  เซเวอรัสที่ถูกผลักไสให้ไปเป็นผู้เสพความตายกลับแอบมีความคิดว่า หากเค้าเข้มแข็งขึ้นและดูมีเสน่ห์ เค้าคงแย้งเธอคืนมาจากเจมส์ได้  ลิลี่ไม่ได้รักเซเวอรัสที่เป็นแบบนั้น  แต่เธอยอมให้เค้าเป็นแบบนั้นเพื่อที่เค้าจะมีชีวิตอยู่  ลิลี่รักเซเวอรัสที่ยอมหยุดความรักที่มีต่อเธอ

เพราะงั้นตอนนี้เธอจึงเจ็บปวด  เธอกำลังกอดผู้ชายที่เธอรักที่สุดในโลก แต่เค้าก็ที่จะเป็นแค่เพื่อนทั้งๆที่รักเธอที่สุดเหมือนกัน!

อนิจจา... เซเวอรัสอีกคนรักเธอและปรารถนาเพียงเธอ แต่เธอรักเค้าเพราะแค่เค้าเป็นส่วนหนึ่งของคนตรงหน้าเธอเท่านั้น!

รักของเธอไม่อาจจะสมหวังได้ เพราะงั้นเธอจึงยอมที่จะรับข้อเสนอไนจัส เพื่อที่เธอจะสมหวังซักครั้ง!

รักกับเซเวอรัสอีกคนหนึ่ง ในฐานะอัลบัส พอตเตอร์!

แม้ว่ามันจะผิดก็ตาม...!

"ลิ..." บราเทอร์เซเวอรัสกระซิบอย่างงุงงขณะที่ล้มลงกับพื้น  และลิลี่กำลังมองดูเค้าอยู่  เธอทรุดลงข้างๆ เค้าที่มองเธออย่างไม่เข้าใจก่อนจะจูบเบาๆ ที่ริมฝีปาก "สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ" เธอกระซิบและสติสัมปะชัญญะทั้งหมดของเค้าก็ดับวูบลง
-------------------------------

การสอบสิ้นสุดแล้ว เซเวอรัสเดินไปที่หน้าต่างอย่างเศร้าสร้อย  เค้าไม่ได้นอนทั้งคืนในวันนั้นที่เค้าเรียกเธอว่าเลือดสีโคลน เค้าพยายามที่จะพบเธอแต่ลิลี่ตัดขาดเค้า  เค้าพยายามเข้าไปขอโทษ และลิลี่ คำพูดของเธอก้องในหูจนถึงตอนนี้  เค้ารู้ว่าเธอโกรธมากที่เค้าบังอาจพูดแบบนั้น! และเธอก็พูดราวกับจะผลักไสเค้าให้เป็นผู้เสพความตายไปซะ! ดวงตาของเซเวอรัสแดงกล่ำจนน่ากลัว  ขณะที่ใครบางคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดกำลังเดินมาหาเค้าจากด้านหลัง

"เค้าว่าแกไปดักรอเอฟเวนส์อยู่ที่หอคอยกริฟฟินดอร์!"

สเนปตอบกลับโดยไม่หันกลับไป "แกต้องการอะไร?"

"ชั้นต้องการบอกว่าแกอย่ามายุ่งกับเอฟเวนส์อีกดีกว่า  ชั้นว่าเธอไม่อยากมีเพื่อนสนิทเหมือนแกอีกแล้วล่ะ! โดยเฉพาะเพื่อนที่กล้าเรียกเพื่อนของตัวเองว่าเลือดสีโคลน!" สเนปหันกลับไปทันที

"แกไม่ได้ดีกว่าชั้นหรอกแบล็ก แกมันไม่มีอะไรนอกจากแค่คนงอแงที่เที่ยวโทษฟ้าโทษดินว่าไม่ยุติธรรม! แต่แกอาจจะไม่รู้! ในโลกนี้มันไม่ได้มีแต่แกที่โชคร้ายหรอก! พ่อแม่แกอาจจะคลั่งไปกับเลือดบริสุทธิ์ แต่อย่างน้อยเค้าก็รักและห่วงแกด้วยใจจริง! เรกูรัสก็รักและห่วงแกเหมือนกัน! ในขณะที่แกสามารถได้ทุกอย่างที่แกต้องการและสามารถเรียกร้องความรักได้! แกกลับตะโกนใส่พวกเค้าแล้วก็หนีไปนอนบ้านเพื่อน! ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วชั้นว่าชั้นยังมีคุณค่ามากกว่าแกเพราะอย่างน้อยชั้นก็กล้ากลับบ้านและกล้าที่จะไปขอโทษลิลี่! แต่แกล่ะ! เคยมีความกล้าพอที่จะไปยอมรับความจริงแล้วขอโทษพ่อแม่มั้ย!"

"แกอย่ามาสู่รู้เรื่องของคนอื่นดีกว่าน่า ชั้นไม่มีความจำเป็นที่จะไปขอโทษใครทั้งนั้น  ชั้นทำอะไรถึงต้องไปขอโทษ!" ซิเรียสคำราม

"จริงเหรอ... ใครกันนะที่จนป่านนี้ก็ไม่ยอมกลับบ้าน  แม่ห่วงจนล้มป่วยก็ไม่ไปดูหน้า  แล้วก็อ้างว่าพ่อแม่ไม่รักจนหนีไปกางเต้นส์นอนบ้านเพื่อน  แกนี่มันเนรคุณจริงๆ"

"ชั้นเตือนแกแล้วนะ สนิฟเวลลัส!"

ลำแสงจากไม้กายสิทธิ์พุ่งเข้ามาและสเนปปัดป้องมันออกไปก่อนจะพยายามโจมตีกลับ  แสงกระจักกระจายไปทั่วและในที่สุดไม้กายสิทธิ์ของทั้งคู่ก็ลอยขึ้นฟ้าขณะที่ซิเรียสพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อกลิ้งโค่โร่ลงไปกับพื้น "เวรเอ้ย!" สเนปคำรามขณะที่พยายามแกะมือของซิเรียสออกจากคอเสื้อ  แต่โดนหมัดเน้นๆ ปาดเข้าซีกหน้า

"แกจะขอโทษชั้นมั้ย! สเนป!?"

เซเวอรัส สเนปบ้วนน้ำลายใส่หน้าซิเรียส แบล็กอย่างท้าทาย  เค้าไม่มีวันให้แบล็กเห็นด้านที่อ่อนแอของเค้าเด็ดขาด! ไม่มีวัน!

"แกจะขอโทษชั้นมั้ย!!"

"ดีนี่แบล็ก  คราวนี้แกดูเหมือนหมาบ้าเหมือนไอ้เพื่อนมนุษย์หมาป่าของแกไม่มีผิด"

"แก-กล้า-พูด-ถึง-รี-มัส-แบบ-นี้-เชียวเหรอ!" ซิเรียสฟิวส์ขาด "ตาย-สะ-เถอะ-ไอ้-สา-ร-เลว!!"

คราวนี้หมัดแข็งๆ รัวลงมาไม่ยั้ง! แต่สเนปไม่ขยับ ทั้งๆ ที่เค้าไม่คิดว่าจะยอมตายด้วยมือของซิเรียสแน่นอน... ไม่มีวัน!? แต่ว่า... มือของเค้ากลับไม่ขยับ  ไม่รู้ว่าทำไม  บางทีเพราะเค้าชินล่ะมั้ง  เหมือนกับที่ชินกับการทุบไม่นับของพ่อตัวเอง

บานประตูเปิดออก พร้อมกับร่างของเจมส์, รีมัส, ปีเตอร์ และ ลิลี่ ดูเหมือนทั้งหมดจะมาตามหาซิเรียสแต่ไม่คิดว่าจะเจอสเนปด้วย  แถม.. ในสภาพแบบนี้!?! แต่ก็ไม่มีใครเข้าไปห้ามซิเรียส... ราวกับอยากจะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ดูให้แน่ใจว่าสเนปจะมีลูกเล่นอะไร  และซิเรียสจะเป็นลูกผู้ชายพอที่จะหยุดก่อนที่มันจะมากไปกว่านี้  และ! วูบหนึ่ง!? เจมสและลิลี่เหมือนจะเห็นอะไรบางอย่าง...? ใบหน้าของเซเวอรัส สเนป! ไม่มีความโกรธแค้น!? มีแต่ความเหนื่อยหน่ายและทอดถอนใจ... ราวกับว่าเค้าชินชากับเรื่องแบบนี้จนเริ่มจะเบื่อหน่าย  วินาทีนั้นความกลัวจับหัวใจของเด็กทุกคน! ซิเรียสสังเกตเห็นรึเปล่า!? ว่าสเนปไม่ได้เคลื่อนไหว! แขนเล็กๆ นั่นขยับเพียงเล็กน้อยก่อนจะตกลงกับพื้น!

ราวกับความคุ้นเคยที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นคนรุนแรงแบบไหน  ไม่นานมันก็จะหยุดไป  ไม่จำเป็นต้องทำอะไรหรอก

เดี๋ยวความรุนแรงก็หยุดแล้ว... ไม่นานหรอก อดทนแค่แป๊บเดียวเองนะ... แค่แป๊บเดียวเอง!

แต่ถ้ามันไม่หยุด... ก็มีแต่ตายเท่านั้น!?

"ซิเรียส... หยุดนะ..." เจมส์พูดออกมา แต่ไม่ดังกว่ากระซิบ  แต่เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ซิเรียส!" คราวนี้เสียงเรียกของเจมส์มีเสียงตะโกนของลิลี่แทรกมาด้วย และมันก็เหมือนกลับบอกให้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เจมส์ควรทำในตอนนี้  เค้าพุ่งเข้าไปดึงซิเรียสออกจากสเนปแล้วตะโกนบอก "ซิเรียส! ตั้งสติหน่อย! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมนายชกสเนปหนักขนาดนั้น!?"

วินาทีนั้นซิเรียสได้สติ เค้ามองดูมือที่โชกเลือดทั้งสองข้างของตนและมองดูสเนปที่ลิลี่ถลาเข้าไปประคองขึ้นมาในอ้อมกอดพลางเรียกชื่อเค้าอย่างเจ็บปวดและหวาดกลัว  ใบหน้าซีดเซียวโชกเลือดของสเนปดูน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก  และเมื่อเค้าหันไปมองรีมัส  คนที่เค้าพยายามจะปกป้องศักดิ์ศรีให้  ใบหน้าของรีมัสกลับทำให้เค้ารู้สึกผิด... เป็นครั้งแรกที่ซิเรียสรู้สึกละอายใจกับสิ่งที่ทำกับสเนป

--ชั้นเคยมีความกล้าพอมั้ย ที่จะบอกให้พวกนายปล่อยสเนปไป  ชั้นเคยกล้าพอมั้ยที่จะพูดว่า ชั้นคิดว่าพวกนายทำเกินไปแล้ว--

--แต่  นายก็ทำให้เรารู้สึกละอายใจบ้างในบางครั้ง  นั่นก็เป็นสิ่งที่--









แฮร์รี่ลุกขึ้นจากพื้นที่เย็นเฉียบ  เมื่อกี้เค้าพึ่งเป็นพยานกับภาพที่ไม่น่าเชื่อว่าเคยเกิดขึ้น  เค้ามองไปรอบๆ และเห็นเพื่อนๆ หลายคนค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น "อะไรนะ... ภาพเมื่อกี้?" เฮอร์ไมโอนี่ครางเบาๆ "แล้วเราอยู่ที่ไหน?" พลางมองไปรอบๆ ทำให้แฮร์รี่ตระหนักได้ว่าเค้ากำลังอยู่ในป่าต้องห้าม  จากนั้นก็หนาวเยือกสุดขีดเมื่อเห็นกับตาว่ารอบๆ ตัวของเค้าคือผู้คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้เสพความตาย  ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิต  นี่เค้ามาที่นี่ได้ยังไง  เมื่อกี้พวกเค้านั่งคุยกันในห้อง แล้ว...

เกิดอะไรขึ้น!?

"แฮร์รี่! นี่มัน" รอนครางเบาๆ

"พวกเค้าพาเรามาที่นี่" เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไป  พวกเค้าเห็นทอม ริดเดิ้ลที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ "พวกเค้าไม่มีชีวิตหรอกครับ  แค่ศพเดินได้"

"เกิดอะไรขึ้น?" แฮร์รี่ถาม "แล้วที่ชั้นเห็นมันอะไรกัน"

"มีพลังอะไรบางอย่างพุ่งผ่านประตูเข้ามา  ตอนนั้นสเนปกำลังเดินไปที่ประตูพอดี  พลังนั่นเลยผ่านร่างเค้าเข้ามาโดนพวกเรา  มีไม่กี่คนที่ไม่หมดสติ" ทอมบอก "แล้วพวกมันก็พาพวกเราบางกลุ่มมาที่นี่  แต่มันไม่ทำอะไรผม  บางทีอาจจะเพราะตอนที่พวกมันเป็นมนุษย์  พวกมันถูกทำพันธสัญญาตรามารไว้  ก็เลยไม่ทำร้ายมั้ง" ว่าแล้วก็หันไปมองแฮร์รี่ "ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแค่พวกเราที่ถูกพามา  แต่ว่าเมื่อกี้พวกคุณน่าจะได้เห็นความทรงจำของเซเวอรัส สเนปด้วยนะ  เป็นไงบ้าง"

"นั่น... เรื่องจริงเหรอ" รอนกระซิบ

"ต้องจริงอยู่แล้ว  แต่ขอโทษนะ อย่าถามผมว่าทำไมมันเกิดหรือเกิดได้ยังไง  พูดง่ายๆ อย่าถามเกี่ยวกับรายละเอียดของมัน  ผมไม่ได้หลับเมื่อกี้  เลยไม่เห็น" ทอมถอนใจ

"ซิเรียสชกสเนปขนาดนั้นเลยเหรอ" เฮอร์ไมโอนี่พึมพำทำให้แฮร์รี่รู้  ว่าพวกเค้าเห็นเรื่องเดียวกัน  ไม่นานนัก  พวกเค้าก็ได้เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ปรากฏขึ้น  เฮอร์ไมโอนี่มองอย่างประหลาดใจก่อนจะตกใจสุดขีด "โรวีน่า เรเวนคลอ!?" ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน  และผู้หญิงคนนั้นก็ตอบ

"ใช่... มันเป็นข้าจริงๆ"

"ทำไมพาพวกเรามาที่นี่"

"มาขอให้ช่วยร่วมมือกันหน่อยน่ะ" เรเวนคลอนั่งลงตรงหน้าแฮร์รี่ "ข้าอยากให้เจ้าช่วยข้านำอะโพคาลิฟ-ฟากลับมาสู่โลกอีกครั้ง"

"พูดบ้าๆ ทำไปเพื่ออะไร!?!" เฮอร์ไมโอนี่ร้องขึ้น "อะโพคาลิฟ-ฟากำลังจะทำลายโลกนี้นะ!"

"อะโพคาลิฟ-ฟากำลังจะคืนความสมดุลย์ให้กับโลก!" เรเวนคลอยืนขึ้น "รู้รึเปล่าว่าตอนนี้โลกอยู่ในสภาพไหน!?"

"อยู่ในสภาพไหนงั้นเหรอ... คงไม่ได้บอกว่าโลกกำลังโคม่าเพราะน้ำมือของมนุษย์หรอกนะ" ทอมพูดขึ้นและทำให้เธอหันขวับไปก่อนจะยิ้มอย่างขี้เล่น

"เจ้าเป็น... เชื้อสายของซัลลาซาร์นี่นา  ดูไม่เหมือนเค้าเลยนะ  เจ้าดูหล่อเหลา  แต่ซัลลาซาร์เหมือนมนุษย์วานรออก" เธอพูดพลางหัวเราะอย่างมีอารมณ์ขันทำให้แฮร์รี่กับรอนมองหน้ากันอย่างเซ่อๆ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หวนคิดถึงบทเพลงที่หมวกคัดสรรร้องตอนที่เข้าเรียนครั้งแรก --หรือเธออาจะไปอยู่บ้านเรเวนคลอ  บ้านนี้ขอคนเก่งพูดขำขัน-- บางทีเรเวนคลออาจจะเป็นคนที่เส้นตื้นเหลือทนก็ได้ "ช่ายยย! เจ้าพูดถูก!" ท่าทางของเธอกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง "โลกกำลังจะถูกทำลายเพราะมนุษย์... หากปล่อยเอาไว้โลกจะตายแต่มนุษย์จะอยู่รอด  แต่ถ้าอะโพคาลิฟ-ฟาเป็นอิสระ สิ่งที่มนุษย์สร้างจะถูกทำลาย  และธรรมชาติจะกลับคืนมา!"

"หมายความว่าคุณคิดจะทำลายมนุษย์เพื่อให้โลกอยู่รอดรึไง อย่าเอาความคิดของคนตายมาตัดสินโลกนะ! คนอื่นไม่ได้อยากตายซะหน่อย!" ทอมลุกขึ้น

"นั่นแปลว่าเจ้าอยู่ข้างก๊อดริกงั้นเหรอ!" เรเวนคลอพูดอย่างทรงอำนาจ "เจ้าคนไม่ยอมตายที่ยอมแม้แต่มาอยู่ในร่างของผู้หญิงเพียงเพื่อจะรักษาโลกจอมปลอมนี่ไว้!"

"อาเทน่าเสียสละเพื่อโลกนี่มากกว่าที่ใครจะคาดคิด มันเป็นการต่อสู้ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานเพี่อรักษาโลกเอาไว้" แฮร์รี่พูดและทำให้เรเวนคลอหันไปทางเค้าบ้าง "หลังจากลูกสาวของคุณตายไป  ลูกชายของคุณยังอยู่และใช้ตัวเองเป็นเครื่องสังเวยเพื่อหล่อเลี้ยงเสาหลักของปราสาทกาลเวลามาตลอด! ทำไมตอนนี้คุณมาทำลายความเสียสละของลูกหลานซะล่ะ!?" เค้าพูดถึงสิ่งที่ลูเซียสและลูเครเซียนำมาบอกหลังจากหาข้อมูลอย่างยากลำบาก ผู้คนที่กองเป็นซากอยู่ใต้ฮอกวอร์ตในฐานะเครื่องสังเวยล้วนเป็นสายเลือดโดยตรงของโรวีน่า เรเวนคลอทั้งนั้น  และสุภาพสตรีสีเทา  ถ้าเธอไม่ตายไปซะก่อน  เธอก็จะกลายเป็นเครื่องสังเวยคนแรก

"แล้วพวกเจ้ารู้รึเปล่าว่า  วิญญานของพวกเค้าต้องถูกตรึงอยู่ที่นั่น  ไม่มีวันเป็นอิสระ และต้องทุกข์ทรมานไม่จบสิ้น!" เรเวนคลอพูดอย่างอันตราย "เจ้าก็เหมือนกับเมื่อก่อนนั่นแหละที่พร้อมจะยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ตนเชื่อโดยไม่รู้อะไรเลยและไม่เคยยอมรับว่าไม่รู้! อนิจจา... นี่แหละสิ่งที่กริฟฟินดอร์และดัมเบิลดอร์เหมือนกัน  พวกเค้าพร้อมจะหลอกใช้ทุกคนเพื่อเป้าหมายของพวกเค้า  และกริฟฟินดอร์หลอกใช้เราเหมือนที่ดัมเบิลดอร์หลอกเจ้าให้ไปตาย!"

"ดัมเบิลดอร์ไม่ได้หลอกผม ผมยังมีชีวิตอยู่!"

"เจ้ามีชีวิตอยู่เพราะความทุ่มเทของเซเวอรัส สเนป! ทุกอย่างถึงได้ผิดแผนไปอย่างมาก! และด้วยคำๆ นี้ เจ้าถึงได้พลิกเป็นฝายชนะในตอนนั้น  ขอถามหน่อยถ้าไม้เอลเดอร์ไม่รับใช้เจ้า  เจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดจากคำสาปพิฆาติรึ!" เธอยิ้มเมื่อแฮร์รี่หน้าซีด "บางสิ่งที่ความทรงจำของสเนปไม่ได้บอกเจ้า  คือเค้านั่นแหละวางแผนให้เจ้าได้ครองเอลเดอร์และวางแผนให้จอมมารเข้าใจว่าเค้าเป็นเจ้าของที่แท้จริงเพื่อปกป้องเจ้า  แผนนี้ดำเนินไปอย่างลับๆ กับเอรีสและลูเครเซีย! และทุกอย่างมันนิ่มนวลสมจริงมากจนเจ้าอาจจะดูไม่ออกว่าสเนปรู้อยู่แล้วว่าเค้าอาจจะถูกฆ่าเมื่อจอมมารคาดว่าเค้าคือเจ้าของไม้กายสิทธิ์ตัวจริง  แค่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่!"

"พอแล้ว" ทอมกระซิบ "มีสองคนที่ถูกพาตัวหายไปจากที่นี่  สเนปกับอัล พวกเค้าอยู่ไหน"

คำพูดนั้นทำให้แฮร์รี่หายใจหอบ  สเนปกับอัลเหรอ?

"พวกเค้าจะปลอดภัย..." เธอบอกแผ่วเบา




TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #257 micupcake16 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:27
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกตื่นเต้นมาก ฮืออ
    #257
    0
  2. #161 Puiyee ^^ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 20:09
    โห้ยยย ทำไมสเนปปล่อยให้ทำอย่างน้านนนน แต่ช่างเถอะ แค่คำพูดก็คมพอแล้ว โอโห้ โดนมาก
    #161
    0
  3. #160 lorun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 / 22:24
    เกลียดซีเรียสไงไม่รู้แฮะ


    งี่เง่ามากๆอ่ะ
    #160
    0
  4. #159 Eve P Berm (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 / 10:54
    โอ๊ย คำพูดมันเสียดแทงหัวใจเหลือเกิน
    โดนมาก สุดยอดเลย
    #159
    0
  5. #158 LLม่ม๑คuสุ๑ท้าeLLห่Jปี (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 / 08:28
     สุด สุดยอดดดดดดดดดดด
    #158
    0
  6. #157 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 / 00:50
     โอ้ยยยยยยยยยย อ่านตอนนี้ ร้องไห้เหมือนเดิม สุดยอดเลยค่ะ ซามมาเอล-ซิน

    ท่านคือ เทพเจ้าการแต่งฟิค แฮร์ี่รี่ ของข้าาาาาาาา (ไม่ได้ โ้ม้ ใครจะไม่เชื่อหรือว่า บ้า ตรูไม่แคร์!!!)

    ชาบูๆๆ

    สู้ๆ่ค่ะ ซาามาเอล -ซิน รักพี่่ที่สุดในโลกกกกกก 

    แล้วมาต่อเด้อ  อ่านตอนนี้แล้ว แจ่มชัดที่สุด ... ยอมรับจริงๆ ตอนแรกรู้สึกแปลกๆกัย บาทหลวง เซวเอรัส
    แต่ตอนนี้.. ไร้ข้อกังขาใดๆ  ชั้นรักเขาาาาาาาาา ทั้งสองคนเลย ทั้งศจ. และบาทหลวง
    ไม่ว่าเค้าจะอยู่สภาพไหนก็รักได้หมดดดดด (ในฟิคของซามาเอลนะ)
    #157
    0