The last of your expectation

ตอนที่ 20 : My soul, her soul

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 ต.ค. 54

เซเวอรัส สเนปยกมือขึ้นปิดหู  อยากจะปฏิเสธทุกสิ่งที่ได้ยิน... แต่ว่า  เสียงนั้นดังก้องขึ้นอีกครั้ง...

"ชั้นว่า... ชั้นคิดแทนเธอดีกว่า  เซเวอรัส  ชั้นจะให้อัล--"

"อย่านะ!!!"

"ทำไมล่ะ  เค้าไม่ใช่คนในหัวใจของเซเวอรัส สเนปซะหน่อย"

"แต่วิญญานดวงนี้--!"

"แล้วบราเทอร์เซเวอรัสล่ะ"

สเนปหอบ  รู้สึกเหมือนพายเรือวนอยู่ในอ่าง  ไม่สามารถหาทางออกเองได้  ใบหน้าซีดจนเขียว  เหงื่อเม็ดโตไหลพลักๆ ทั้งๆ ที่ร่างทั้งร่างเย็นราวกับน้ำแข็ง

ถ้าเค้าปฏิเสธบาทหลวงคนนั้นว่าไม่ใช่วิญญานของเค้าก็เท่ากับเค้าปฏิเสธว่า 'อัล' ไม่ใช่ 'วิญญานของลิลี่' ถ้าเช่นนั้น  เด็กคนนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เกี่ยวกับลิลี่ เหมือนกับที่บาทหลวงคนนั้นจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เกี่ยวกับเค้า

"พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า  ในสถานที่ซึ่งเจ้ากล่าวว่า 'เป็นที่ทิ้งร้าง  ไม่มีมนุษย์หรือสัตว์' ในหัวเมืองแห่งยูดาห์และตามถนนกรุงเยรูซาเร็มซึ่งร้างเปล่า  ไม่มีมนุษย์หรือชาวเมืองหรือสัตว์,  ที่นั่นจะได้ยินเสียงบันเทิงและเสียงรื่นเริงและเสียงเจ้าบ่าวเจ้าสาว  และเสียงบรรดาคนเหล่านั้นที่ร้องเพลง  ขณะที่เขานำเครื่องบูชาโมทนาพระคุณมายังพระนิเวศของพระเจ้า" เสียงแผ่วเบาเรียกเซเวอรัสจากสภาพจนตรอกกลับสู่แผ่นดินโลก  เค้ามองไปที่ประตูและเห็นทอม กับโรซี่และสกอร์ปิอัส  เค้าลืมไปแล้วชั่วขณะหนึ่งว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเค้าคือคนที่เค้าแค้น... คนที่ฆ่าลิลี่ที่แสนงามและสุดรักของเค้า  รู้เพียงว่าเด็กผู้ชายคนนี้ช่วยเค้าไว้จากกิโยตินที่กำลังจะตัดคอของเค้า  เสียงของทอมยังดังต่อเนื่องเหมือนเสียงของทูตสวรรค์  กับข้อความในพระคัมภีร์ที่เค้าไม่ได้แตะมานานแสนนาน "ว่า 'จงถวายโมทนาแต่พระเจ้าจอมโยธา  เพราะพระเจ้าประเสริฐ  เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์  เพราะจะให้แผ่นดินนั้นกลับสู่สภาพเดิม  พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ'..."

"มันคือ 'เยเรมีย์' บทที่สามสิบสาม  ข้อที่สิบเอ็ดและสิบสอง" ไนจัส อะโพคาลิฟกล่าวเบาๆ อย่างชื่นชม "เสียงของเธอราวกับเสียงของเทวดา... เธอจำพระคัมภีร์ได้ทั้งเล่มเลยรึเปล่านี่่"

"นั่นไม่สำคัญครับ" ทอมระมัดระวัง  เพราะเค้าไม่รู้ว่าเค้ากำลังพูดอยู่กับใคร  แค่ผู้หญิงคนหนึ่งหรือไม่  เพราะถ้าเธอคือผู้กุมความลับของโลกทั้งโลก  เค้าอาจจะกำลังพูดกับพระเจ้าเลยก็ได้ "สำคัญคือข้อพระคัมภีร์ที่ผมพูดเมื่อกี้"

"งั้นเหรอ  ทำไมล่ะ"

"การที่ศาสตราจารย์สเนปบอกว่าเซเวอรัสไม่ใช่วิญญานของเค้าไม่เค้าไม่ยอมรับก็ไม่ต่างอะไรกับที่กล่าวว่า  'เป็นที่ทิ้งร้าง  ไม่มีมนุษย์หรือสัตว์'  ร่างกายนี้ได้ร้างจากวิญญานเหมือนที่ในหัวเมืองแห่งยูดาห์และตามถนนกรุงเยรูซาเร็มซึ่งร้างเปล่า  ไม่มีมนุษย์หรือชาวเมืองหรือสัตว์... แต่ผมสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เปรียบได้กับ 'เสียงบันเทิงและเสียงรื่นเริงและเสียงเจ้าบ่าวเจ้าสาวและเสียงคนที่ร้องเพลง' ในเมืองที่ถูกทิ้งร้างนั่น" ทอมกระซิบอย่างปลาบปลื้ม "มันคือความรักที่เค้ามีให้เธอ... เพราะความรักของเค้าประเสริฐ  เหมือนความรักมั่นคงของพระเจ้าที่ดำรงอยู่..." เค้าหันไปมองอัลที่ยังคงหลับด้วยมนตร์วิเศษ "ผมได้ยินเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแล้วสิ"

...อัลคือวิญญานของลิลี่  เหมือนที่ เซเวอรัส คือวิญญานของศาสตราจารย์สเนป...

...นั่นคือเหตุผลที่อัลมีความรู้สึกแปลกๆ กับสเนป  มันคงเป็นความรู้สึกที่แท้จริงของลิลี่...!?

...ส่วนที่เซเวอรัส กับ อัล ไม่มีอะไรนอกจากเพื่อนที่ดีต่อกันมันชัดเจน  เพราะพวกเค้าต่างก็เป็นแค่วิญญานที่ปราศจากร่างและจิตใจของตนเอง เมื่อไม่มีความผูกพันธ์จากอดีตมาเป็นเครื่องพันธนาการ  ก็ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่านั้น...

และสิ่งที่เค้าได้ยินในชั่วขณะที่เค้าและเด็กทั้งสองมาถึง  ไนจัสบอกว่าเธอจะใช้ร่างกายที่เป็นลิลี่แทนก็ได้  เพราะวิญญานก็อยู่นี่แล้ว  หรือไม่งั้น  ก็จะใช้วิญญานของลิลี่(อัล)สังเวยแทนก็ได้  เพราะยังไงซะวิญญานที่ไร้ร่างและจิตใจมันก็แค่วัสดุที่ไร้องค์ประกอบ  เหมือนที่เซเวอรัส(บาทหลวง)บริสุทธิ์จากการเป็นกรรมสิทธิ์ของสเนป(อาจารย์สอนปรุงยา)  แต่พอเรื่องนี้ถูกนำมาพิจารณาจริงๆ สเนปกลับรับผลไม่ได้!

ไนจัสอาจจะแค่ลองใจ... แต่เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร!?!

"ไนจัสครับ..." ทอมถามเบาๆ "ใช่ผมไม่ได้เหรอ"

"ทอม!?!" สกอร์กับโรซี่ตระโกนพร้อมกัน  ตอนนั้นสเนปหันไปมองอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อกี้... จอมมารพูดว่า...!?

"สำหรับอะไร" ไนจัสยังคงอ่อนโยนเหมือนในคืนที่เธอช่วยเค้าจากนรก

"อะไรก็ตามที่คุณกำลังเรียกเอาจากสเนป  แล้วก็เซเวอรัส" ทอมสั่นเมื่อคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น  แต่ว่า... "บูชาดวงวิญญาน,  สังเวยร่างกายอันเป็นอมตะ... อะไรก็ได้  ขอแค่อย่างเดียว" ตอนนั้นทอมมีน้ำตาคลอที่หางตา  น้ำตาจริงๆ และสเนปตะลึงมองมัน "อย่าเอาเซเวอรัสไปเลย"

"ทอม...?" โรซี่ครางทั้งน้ำตา  เอามือกดที่หัวใจของเธอที่ตอนนี้เจ็บแปล๊บ

สเนปสั่นโดยไม่รู้ตัว  จอมมารคนนั้น  กำลังปกป้องเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ตัวเค้าเองก็เชื่อว่าเป็นวิญญานของเค้า-สเนป-ที่ถูกจอมมารฆ่า  ทำไม!? ทำไมถึงสามารถเสียสละได้ขนาดนั้น!? จอมมารที่เห็นแก่ตัวและไร้รักคนนั้นเนี่ยนะ!?

"ยอมเสียสละขนาดนั้น" ไนจัสถอนใจ "ลอร์ด โวลเดอร์มอร์นี่นะ..."

"ได้โปรด..." ทอมลุกเข่าลงแล้วร้องไห้เงียบๆ

เค้าไม่สามารถเสียบราเทอร์เซเวอรัสได้  แต่เค้าก็ไม่อาจจะให้อัลเป็นอะไรไปอีกคนเหมือนกัน  แม้เค้าจะไม่ชอบสเนปมากมายอะไร  แต่สเนปก็คือตัวตนที่เซเวอรัสเคยเป็นเมื่อนานมาแล้ว  เค้าไม่สามารถทำร้ายเซเวอรัสได้

แม้จะมีจิตใจที่แตกต่าง  แต่พวกเค้าคือคนเดียวกัน  เค้ารักทุกสิ่งที่เป็นเซเวอรัส

"ไม่ได้"

"ทำไมล่ะฮะ! จิตใจผมบริสุทธิ์ไม่พอเหรอ!? ความรักที่ผมมีไม่มีคุณค่าพอที่จะจ่ายเพื่อซื้อเวลาของโลกเหรอฮะ!" ทอมตะโกนออกมา "ผมรู้ว่าผมเคยเป็นอะไรมาก่อน! แต่ตอนนี้ผมกลับใจแล้ว! และผมเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ชำระผมแล้ว! และตอนนี้ผมไม่กลัวตายอีกแล้วด้วย! ต่อให้คุณไม่คิดว่าผมรักเซเวอรัสด้วยความจริงใจ  ก็ให้ผมได้ตอบแทนคุณที่ช่วยให้ผมได้มีโอกาสแก้ตัวก็ได้!"

"จิตใจของเธอบริสุทธิ์พอ... ทอม  แต่อย่าลืมว่าเธอเคยตัดแบ่งวิญญานเป็นแปดส่วนมาแล้ว  ตอนนั้นในตัวเธอไม่เหลืออะไรนอกจากวิญญานพิกลพิการที่แทบจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ วิญญานแบบนั้นไม่มีพลังพอที่จะหยุดอะโพคาลิฟ-ฟาหรอก"

"งั้นเหรอ... นั่นสินะ" ทอมกล้ำกลืนน้ำตา "ไม่มีทางอื่นนอกจากยอมรับอยู่แล้วนี่... ก็ทำตัวเองทั้งนั้น"

หญิงสาวชุดดำมองดูภาพตรงหน้าอย่างพิจารณา  ก่อนจะยื่นมือออกไป  และทำให้อัลค่อยๆ ลืมมาขึ้นมาช้าๆ และสเนปที่โอบกอดร่างนั้นไว้น้ำตาร่วงหล่นลงอย่างแผ่วเบา

"เซวี...?"

ไม่มีคำตอบกลับ  สเนปกระชับอ้อมกอด  กดร่างของเด็กชายไว้แนบอก  และอัลก็ดูจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ทอมปาดน้ำตาออกจากหน้า  แล้วยิ้มให้กับไนจัส

"งั้น... ชั้นจะคิดดูอีกที" เธอพูดแล้วหายไปเงียบๆ

ในห้องนั้น  ไม่มีใครพูดอะไรได้อีก  ทั้งโรซี่  สกอร์ปิอัส  ทอม อัล และ ซักพัก  สเนปก็เงยหน้าขึ้น  แม้จะไม่สนิทใจนัก  แต่ทอมรู้ว่าการคืนดีได้ก่อตัวแล้วให้หัวใจของสเนป  เค้ามองทอมอย่างซาบซึ้งใจก่อนจะพูดเบาๆ

"จอมมาร... เรื่องในวันนี้..."

"ไม่มากพอสำหรับการไถ่โทษ  แต่ซักวันคุณคงยกโทษให้ผมจริงๆ"

"แล้วถ้า..." สเนปกัดปาก  น้ำตายังไหลไม่ขาดสาย  และเสียงบางอย่างที่ดังนอกประตูก็บอกให้ทอมรู้ถึงความหมาย

"ครับ  ผมไม่บอกใครหรอก"









"ไนจัสมาที่นี่ทำไม... ดูเหมือนจะไม่อะไรพิเศษซะด้วย" เอมิเรียพูดอย่างใช้ความคิด

"บางครั้งพระเจ้าก็ชอบทำอะไรแปลกๆ  สำหรับไนจัส" เฟรย์ถอนใจ "ถ้าเธอสร้างโลกได้  เธอจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของเธอ"

ไลชาไม่คิดแบบนั้น  เค้ามองไปยังอาเทน่าที่ยังจับคางอย่างใช้ความคิด  ก่อนจะพูดเบาๆ ที่ทำให้คนทั้งห้องหันไปมอง "เมื่อก่อนชั้นก็เคยพบนะ... มนุษย์ที่กลายเป็นเทพเจ้านะ..."

"จะว่าไป... คุณเกิดมานานกว่าใครเค้านี่นะ" อาเทน่าเหมือนจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงใคร  และมันก็จริงซะด้วยเมื่อไลชาพูดอย่างเลื่อนลอย

"ชั้นน่ะ... ความจริงก็เป็นแค่มักเกิ้ลธรรมดาแท้ๆ  แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มสะสมเวทมนตร์  จนกลายมาเป็นจตุราชา  และคงไม่มีวันได้เป็นผู้วิเศษ  ถ้าตอนนั้นชั้นไม่ไปดูการประหารนักโทษสามคน  ไม่คิดว่าจะจริงแท้ๆ แค่พูดแดกดันนิดหน่อย  ไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ  รู้ตัวอีกทีตัวเองก็อยู่มาจนป่านนี้"

"คุณโชคร้ายที่ไปอยู่แถวนั้น  เค้าสาปต้นมะเดือให้ยืนต้นตายได้  เค้าก็สาปคุณให้ไม่แก่ไม่ตายได้เหมือนกัน..."

ไลชาไม่ตอบ  เค้าเดินไปที่หน้าตาแล้วมองทอดออกไปข้างนอกอย่างเหนื่อยหน่าย  เฟรย์รู้สึกเห็นใจ

ความรู้ของคนที่ต้องท่องไปในโลกโดยไม่มีวันแตกดับมากว่าสองพันปีเป็นความรู้สึกยังไงนะ
++++++++++++++++++++++++++++

"คุณพูดกับลูกแล้วรึยัง"

เป็นคำถามที่ตรงไปตรงมามากเกินไป... ซิเรียสฉีกกระดาษจากหนังสือตรงหน้าแล้วขยำเป็นก้อนก่อนจะโยนทิ้งไปข้างหลัง  ซึ่งทำให้ต้องวิ่งแทบไม่ทันเมื่อเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์แว๊ดมาแต่ไกลเมื่อซิเรียสบังอาจทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน  เจมส์ พอตเตอร์รีบวิ่งตามไปติดๆ

"ถ้าไม่พูดจะไม่มีโอกาสนะครับ  คุณโชคดีนะที่ลูกของยังอยู่  ไม่งั้นคุณจะต้องเจ็บไปตลอดชีวิต"

"หนวกหู! เด็กจะเข้าใจอะไร!"

"ไม่เข้าใจหรอก!" เจมส์ตะโกนกลับ "ผมรู้แค่ว่าผมจะไปขอโทษทอม  และคุณก็ต้องไปขอโทษศาสตราจารย์สเนปด้วย!"

ซิเรียสหยุด... หันไปมองหลานของเจมส์ พอตเตอร์ที่ดันชื่อเจมส์เหมือนกัน แล้วนิสัยเหมือนกันด้วย  โดยเฉพาะตอนนี้  สิ่งที่เค้าไม่เคยเล่าให้สเนปฟังและไม่คิดจะเล่าให้ฟังด้วย  คือก่อนที่เจมส์จะตาย  เจมส์บอกว่าอยากขอโทษสเนปซักครั้ง  ตอนนั้นเค้าไม่ใส่ใจอะไรนอกจาก  เพราะเจมส์แต่งงานกับลิลี่  เป็นธรรมดาที่อยากจะเอาใจเธอ  แต่ตอนนี้เค้ารู้เหตุผลแล้ว

สเนปปกป้องเค้าทั้งๆ ที่เกลียด  เพียงเพราะเค้าเป็นผู้ชายที่ลิลี่รัก  เจมส์คงนับถือหัวใจของสเนปขึ้นมาในคราวนั้น...

บางที... คนที่ผิดจริงๆ อาจจะเป็นเค้าก็ได้  ถ้าเค้าบอกสเนปแต่แรก สเนปคงไม่เอาความเจ็บแค้นไปลงกับแฮร์รี่ที่ไม่รู้เรื่องอะไร...

"ทำไมเธอต้องอยากขอโทษโวลเดอร์มอร์" เค้าถามเด็กชาย  เพราะเหตุผลอาจจะเหมือนกันมากกว่าที่เค้าคิด

"ทอมกำลังจะเสียคนสำคัญไป... และเค้ากำลังทำทุกอย่างที่คิดออกเพื่อปกป้องบราเทอร์เซเวอรัส" เจมส์ถอนใจ "ผมคิดว่าผมคงเป็นคนที่แย่มากถ้า..."

"เธอเหมือนปู่ของเธอมากกว่าที่พ่อของเธอเหมือนเค้า"

"หา..."

"เปล่า.." ซิเรียสยิ้ม "ชั้นจะพูดกับลูกของชั้นแน่ๆ  และจะพูดกับภรรยาด้วย"

"จริงเหรอฮะ!" เจมส์ตื่นเต้น  "งั้นให้ผมไปเป็นหลอดไฟได้มั้ย"

"ถ้าชั้นพร้อมจะพูดนะ" เจมสหดเหลือเท่าไม้ขีด ซิเรียสหัวเราะ  ก่อนจะ "เฮ้! นั่นอะไรนะ!"









"จริงๆ แล้วอาดัมไม่ใช่มนุษย์คนแรกหรอกนะ ตามตำนานแล้วลิลิธเป็นมนุษย์คนแรกสุดที่พระเจ้าทรงสร้าง  เธอให้กำเนิดอาดัม  ผู้ชายคนแรก  จากนั้นก็ค่อยแต่งงานกับเค้า" เฮอร์ไมโอนี่บอกพลางชี้ให้ทุกคนดูในเอกสารที่ซีรอกท์มา "แต่คู่นี้ค่อนข้างมีปัญหา  เพราะลิลิธเชื่อว่าเธอเท่าเทียมกับอาดัมทุกอย่างก็เลยต่อต้าน"

"ตรงกับข้อมูลที่ชั้นได้มาเหมือนกัน" เดรโกชี้ "ไนจัส อะโพคาลิฟสร้างมนุษย์คนแรกขึ้นมาตามคุณลักษณะของเธอ  มีนามว่าลิลิธ  ลิลิธได้ให้กำเนิดอาดัม  แล้วจากนั้นก็แต่งงานกับเค้า  แต่ปัญหามีอยู่ว่าอาดัมไม่มีเวทมนตร์  ซึ่งต่างกับลิลิธ แต่กระนั้นไนจัสก็ยังให้เค้าเป็นผู้นำครอบครัว  ลงตัวพอดี! นั่นคือเหตุผลที่เธอต่อต้าน! ความจริงแล้วไนจัสอาจจะแค่เฉลี่ยหน้าที่ของทั้งคู่ให้เท่ากันก็เป็นได้!"

แฮร์รี่นั่งดูบรรยากาศความสนิทสนมของเดรโกกับเฮอร์ไมโอนี่ด้วยความรู้สึกสุดจะบรรยาย  ขณะรอนหงุดหงิดมาก  แน่ล่ะ! ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีทางที่จะเห็นเดรโกกับเฮอร์ไมโอนี่สนิทกันแบบนี้  เพราะคำว่าเลือดบริสุทธิ์! กับ ลูกมักเกิ้ล! โชคดีจริงๆ ที่ตอนนั้นสองคนนี้เด็กเกินกว่าจะมองข้ามมัน  เพราะไม่งั้น  เฮอร์ไมโอนี่คงเป็นคนนามสกุลมัลฟอยแทนที่จะเป็นคุณนายวิสลี่ย์อย่างทุกวันนี้! เพราะเห็นแก่พระเจ้าเถอะ  สองคนนี้เข้าขากันดีเป็นบ้า  ก่อนที่แฮร์รี่จะพ่นกาแฟพรวดเพราะคำอุทานโลกแตกของเฮอร์ไมโอนี่

"ในนามแห่งกางเกงในเมอร์ลิน! นี่แหละคือความจริงของประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ! ทีแรกผู้หญิงมีอำนาจมากกว่าอยู่แล้วในแง่พิธีกรรม และการติดต่อกับพระเจ้า! แต่พอเผ่าพันธ์ของมนุษย์ถูกแยกเป็นสองอย่างสมบูรณ์คือมักเกิ้ลกับผู้วิเศษ! ผู้ชายกลับรวบอำนาจทั้งหมด! ทุเรศจริงๆ เลย!!"

"นี่เธอไปจำคำอุทานบ้าๆ นั่นมาจากไหน?" เดรโกช๊อกกับคำว่า 'ในนามแห่งกางเกงในเมอร์ลิน' มากกว่าสิ่งที่เธอค้นพบ

"เอ๊ะ!?" เฮอร์ไมโอนี่งง เพราะเหมือนเธอจะอุทานแบบไม่รู้ตัวมากกว่า

อีกด้าน  รอนเช็ดกาแฟออกจากหน้าของตัวเองพลางถามเบาๆ "แฮร์รี่... นายไม่คิดจะขอโทษชั้นเลยใช่มั้ย!"

"เอ่อ! ขอโทษ!" แฮร์รี่รีบพูด  ก่อนจะนึกได้... ในนามแห่งเมอร์ลิน... นี่เป็นคำอุทานที่ได้ยินทั่วไปในโลกของผู้วิเศษ  แต่ "ถ้าผู้วิเศษยังเชื่อในตำนานการสร้างโลกเหมือนที่มักเกิ้ลเชื่อ  พวกเค้าจะอุทานว่า ในนามแห่งไนจัส แทน ในนามแห่งเมอร์ลินรึเปล่านะ?"

คราวนี้ทั้งห้องมองเค้าอย่างตะลึง  นานมากกว่าจะได้ยินเสียงเบาๆ จากเฮอร์ไมโอนี่...

"รู้มั้ยแฮร์รี่... ถ้าเธอไม่หลับในชั่วโมงประวัติศาสตร์เวทมนตร์  เธอจะไม่ถามแบบนี้เลย" คราวนี้  ทุกคนหันมาทางเฮอร์ไมโอนี่เป็นตาเดียว  เธอมองซ้ายขวาอย่างไม่แน่ใจ  ก่อนจะพูด "สี่ผู้ก่อตั้งแห่งฮอกวอร์ต  คำอุทานของพวกเค้าคือ ในพระนามแห่งไนจัส--เทวีผู้ครอบครองของข้า"
----------------------------------------

"เซวีฮะ!!"

"อื้อ  ว่าไง"

"มันเป็นสีเขียวแบบที่คุณว่าเด๊ะเลย!"

"ไหน... ตอนนี้เธอต้องคนทวนเข็มนาฬิกานะ  ใช่! แบบนั้นแหละ!"

ถึงแม้อัลจะจับต้นชนปลายไม่ได้ว่าทำไมอยู่ดีๆ เซวีถึงใจดีขึ้นมาขนาดนี้  แต่เค้าก็มีความสุขกับมัน  ตั้งหน้าตั้งตาช่วยเซวีปรุงยาสำหรับเก็บเข้าตู้ของห้องพยาบาล  ระหว่างนั้นเด็กชายยิ้มอยู่ตลอดเวลา

หลังจากเสร็จ ทั้งคู่เคียงกันที่ใต้ต้นสน  แม้จะเต็มไปด้วยหิมะที่ขาวโพลนแต่ไม่รู้สึกหนาวซักนิด ซักพัก คู่แฝดสกุลแบล็กก็โผล่มา  สเนปทักทายทั้งคู่  ท่าทางมีความสุขผิดกับแต่ก่อน

"ตอนนั้นบ้านกริมโมเพลสตกเป็นของพอตเตอร์เพราะไม่มีใครรู้ว่าพวกนายยังอยู่  ตอนนี้พวกนายกลับมาแล้ว  ไม่คิดจะทวงสิทธิเหรอ"

"ไม่ล่ะ!" อาร์เทมีสนั่งลงข้างๆ อัล "ชั้นอยู่กับแม่ดีกว่า!"

"นายดูใจดีนะ ผิดกับที่ชั้นได้ยินมาลิบลับ!" อะพอลโล่นั่งข้างๆ สเนป "ถามจริง! นายไม่รังเกียจพวกเราเหรอ! เราเป็นลูกของคนที่ชอบรังแกนายเชียวนะ!"

สเนปถอนใจ ถ้าตอนนั้นลิลี่ยังอยู่เค้าอาจจะเป็นผู้ชายที่น่ารักมากคนหนึ่งก็ได้... พอคิดได้ยังงั้นก็อดไม่ได้ที่จะ "พวกนายรู้แต่แรกแล้วสินะ"

"อะไร"

"วิญญานของลิลี่"

คู่แฝดมองหน้ากันอย่างขอคำตอบ  และสเนปสามารถพินิจใจได้ว่า  ทั้งคู่คงไม่รู้จริงๆ อัลมองหน้าสเนป "อะไรเหรอฮะ เซวี!"

"อัล เธอ" เค้าระมัดระวัง "ไม่เคยประสบกับเหตุการณ์บางอย่างที่ลืมไม่ลงสินะ"

"เอ๋!?!"

ใครเค้าถามแบบนั้นกันวะ ไอ้โง่! สเนปกร่นด่าตัวเอง  ใครจะเข้าใจเรื่องพรรค์นั้นกัน  แต่... พูดยังไงก็ไม่เข้าล๊อคอยู่ดีนะ... อัลกำลังมองเค้าอย่างพิจารณา  ก่อนจะ

"บราเทอร์เซเวอรัส.."

"เอ๊ะ!?" ทั้งสามหันมามองพร้อมกัน

"ผมเคยเห็นเค้า..... เมื่อนานมาแล้ว  ตอนนั้นมันแปลกๆ เหมือนผมรู้จักเค้าที่ไหนซักแห่ง..." แม้จะไม่ชัดเจนนั้น  แต่ทั้งสามคนรู้ตรงกันว่าบางสิ่งที่พวกเค้าคาดไม่ถึง  กำลังจะได้รับการเปิดเผยจากปากของเด็กชาย...





TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #249 micupcake16 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 10:48
    ทอม ฮืออ ทอมตอนนี้นิสัยดีมาก
    #249
    0
  2. #130 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2554 / 00:19


     เคราเมอร์ลิน .. ไลช่า อายุ เกินสองพันปี .... ใครเป็นคนสาปมันฟร่ะ ... สงสัยๆ

    ข้าขอตั้งฉายาให้ ฮีว่า อิกระเทยสองพันปี ..!!!

    ...................

    หืม .. อะไรรึซีเรียจ .. แกตกใจอะไร ...?

    ...................

    อุทานซะนี่ เลยนะ เฮอร์ไมโอนี่ .....

    แหม ... ถ้าใครเป็น แฟนคลับ .. เดร&เฮอร์ คงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่...

    รอนเอ๋ย .. อย่าคิดมากนะ .. แกเป็นสามีเธอแล้วนะ แล้วเธอก็เป็นภรรยาแก... อย่าคิดมาก  เดรโกเค้าก็มีลูกมีเมีนแล้ว เหมือนแก

    .................

    สรุปเฮอร์จ๋า .. เธอตะลึงมาก ..กับความจริงที่ว่า หญิงเหนือชาย .. โอ้วววว

    ..........

    เรื่องคำอุทาน ... ของผู้ก่อตั้ง ... ดูเหมือนจะมีแค่เฮอร์ไมโอนี่ คนเดียว ที่ชี ไม่หลับในห้องเรียนประวัติศาสตร์ กรั๊ากกก

    คำอุทานยาวมากค่ะ ... แต่ลองพูดแ้ล้ว ... มันก็พูดได้นะ .. เจ๋งด้วย ฮี่ๆ

    ..............

    อัลจ๋าๆๆๆๆ เรื่องอะไรเหรออออออออออออออออ 
    .............
    แว้กกกก ค้างเช่นเคย ........

    มาต่อนะคะ พี่ซามมาเอล คอยเป็นกำลังใจให้เช่นเคยค่ะ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 ตุลาคม 2554 / 00:26
    #130
    0
  3. #129 Eve P Berm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 22:16
    "ในนามแห่งกางเกงในเมอร์ลิน"


    อ่านไปอ่านมาชักจะงงๆ ต้องทบทวนเล็กน้อย
    เริ่มจะเดาทางไม่ออกซะแล้วสิ เรื่องมันจะไปทางไหนต่อน่าาาา???

    มาต่อไวๆนะค่ะ รอ ร๊อ รอ
    #129
    0