The last of your expectation

ตอนที่ 18 : บาดแผลที่น่าขยะแขยง--1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 ก.ย. 54

มีคนมากมายรายล้อมอาคารที่พังแล้ว  หลายๆ คนได้ยินได้ฟังและเป็นพยายานสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น  และมองตรงไปยังจุดเดียวกัน  ทางคนเข้าใจ  บางคนไม่เข้าใจ

"นั่นมันอะไรน่ะ  แฮร์รี่" แฮกริดพูดขึ้น "นั่นมันสเนปใช่มั้ย  แล้วนั่นก็บราเทอร์เซเวอรัส  แต่สเนปตายแล้วไม่ใช่เหรอ?  แล้วเมื่อกี้มันอะไรกัน" วูบหนึ่งเค้าหันไปทางซิเรียส "แล้วนายก็ดูเหมือนซิเรียสด้วย"

"เรื่องนี้มันพูดยากนะครับแฮกริด" แฮร์รี่พยายามจะพูดแต่แฮกริดดูจะตื่นตะลึงกับบางอย่างมากเกินไป

"นั่น  อาเทน่าไม่ใช่เหรอ..? ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้?"

แฮร์รี่ไม่รู้จะพูดอะไร  แต่คนที่ไวกว่ากลับเป็นแอสโทเรีย  ที่ผละออกจากอ้อมแขนของเดรโกแล้วรีบไปหาซิเรียส "มัวทำอะไรอยู่  คุณคิดถึงเธอมาตลอดไม่ใช่รึไง" แต่ซิเรียสยังไม่ขยับ  แอสโทเรียกระตุ้นอีกครั้ง "เร็วสิคะ"

"หุบปาก!!!"

ทุกคนอึ้งไปกับท่าทีของซิเรียส  ทำไม  เค้าต้องการเธอไม่ใช่เหรอ? ความทรงจำของเค้าออกจะแจ่มชัด  และก่อนที่ใครจะทันพูดอะไร  อาร์เทมีสและอะพอลโล่เดินเข้าไปหาแม่ของพวกเค้าแล้วหันกลับไปยังพ่อด้วยความขุ่นแค้น

"เค้าไม่มีคุณค่าพอหรอกแม่" อะพอลโล่บอก "ไม่ต้องสนใจเค้า"

"ไม่มีคุณค่าเหรอ? ไร้สาระ! ทำไมชั้นจะต้องไปให้คุณค่าคนของโวลเดอร์มอร์ด้วย! การจะเรียกร้องขอความรักจากคนอื่นน่ะ มันต้องดูตัวเองด้วยว่าสมควรมั้ย! เพราะมันไร้ค่าสำหรับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของความรัก! และผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้มีคุณค่าแม้แต่น้อย!"

"โฮะๆๆๆ" เสียงหัวเราะแบบมีจริตของไลชาดังขึ้น  ก่อนที่เค้าจะสะบัดผมสวยแล้วพูดด้วยท่าทางเหมือนตัวเองสวยเริดซะเต็มประดา "อาเทน่าของพวกเราน่ะเหรอไม่มีคุณค่า... อาเทน่าเป็นคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องโลกเวทมนตร์และโลกทั้งโลก  และเพื่อสิ่งนั้น  เธอยอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง  เธอเสียสละมากกว่าที่ใครจะเสียสละได้เพื่อส่วนรวม  แม้ว่าตัวเองจะต้องตกนรกเพราะความบาปก็ไม่เป็นไร ขอเพียงช่วยเหลือคนจำนวนมากได้  และตอนนี้  เจ้าเด็กจอมงอแงที่มีปัญหา  เอาแต่โทษความโหดร้ายของคนอื่นโดยไม่ดูตัวเอง  แล้วโวยวายว่าโลกไม่ยุติธรรม  ตอนนี้กล้ามาต่อว่าคนที่ทำเพื่อส่วนรวมด้วยเหรอ"

"ว่าไงนะ!!!" ซิเรียสคำราม  จะกระโจนออกไป  แต่คนอื่นช่วยกันห้ามไว้

"พอที!" บราเทอร์เซเวอรัสบอก "เลิกทะเลาะกันได้แล้ว! และแบล็ก! นายก็อย่าแส่หาเรื่องเลย  นายสู้เค้าไม่ได้หรอก!" ก่อนจะหันไปหาอาเทน่า "คุณผู้หญิง" เค้าสุภาพกับเธอมาก "ถ้าไม่รังเกียจ  เราอยู่ด้วยกันสงบๆ จนกว่าจะถึงวันสำคัญนั้นได้มั้ยครับ  แล้วคุณช่วยบอกเราด้วย  ว่าจากนี้ไปจะมีอะไรเกิดขึ้น"









เซเวอรัส สเนปนั่งกอดเข่าตามลำพังในป่าต้องห้าม อัลบัสที่วิ่งตามมาหยุดและมองดูจากระยะไกล  เค้าไม่สามารถรับรู้อะไรนอกจากชายหนุ่มที่นั่งตามลำพังใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่  ดวงตาสีดำชั่งว่างเปล่า  ดูไร้ชีวิตจิตใจอย่างสุดจะบรรยาย  ขณะที่น้ำตาไหลออกมาเป็นระยะ  ไม่สามารถแห้งเหือดไปได้  อัลคิดหลายตลบก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหา  แต่เซเวอรัสไม่สนใจรับรู้

อัลแทบไม่รู้สึกว่าเค้าเป็นคนตาย  ไม่รู้สึกว่าเค้าเคยเป็นผู้เสพความตาย หรือเคยเป็นอาจารย์ของพ่อด้วยซ้ำ  คนที่นั่งตรงนี้เป็นเพียงชายคนหนึ่ง  แค่ชายคนหนึ่ง!? เค้าดูเหมือนตุ๊กตาที่ปรักหักพังจนไม่สามารถจะซ่อมแซมได้

เหมือนเด็ก, เกือบจะ...!

"เซวี...?" อัลกระซิบเมื่อใกล้พอ "ได้ยินผมมั้ย?"

สเนปค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง  จมูกอันโดดเด่นเป็นสิ่งแรกที่สังเกตได้ชัด  ตามมาด้วยดวงตา... โอ ชั่งดำสนิท!

"เซวี..." อัลยังคงเรียกเค้า "ไม่เป็นไรนะฮะ"

และโดยไม่ทันตั้งตัว  สเนปดึงเค้าเข้าสู่อ้อมแขน  อัลสามารถรู้สึกได้ถึงความผ่ายผอมที่ซ่อนอยู่  ไม่ใช่เพราะเคยเห็นแล้วจากช่วงเวลาที่เค้ายังเสมือนไร้สติ  แต่รู้สึกได้จากสัมผัสใต้เสื้อผ้า  และมันเย็นจับขั้วหัวใจ  แต่แม้จะให้ความรู้สึกเยือกเย็นอย่างที่คนๆ หนึ่งจะสามารถหลอมเหลวในความตายได้  แต่อัลก็ไม่อาจจะผละออกไปจากเค้า

มีคนมากมายอยู่กับทอมที่โน่น  แต่กับเซวีที่นี่  เค้าไม่มีใครอีกแล้ว...

อัลนิ่งในอ้อมกอดเย็นเฉียบขณะที่อีกฝ่ายปล่อยโฮอย่างไม่อายใคร!
-------------------------------------------

มันเป็นเรื่องที่แปลกที่ไม่คาดคิด  ศาสตราจารย์มักกอนนากัลและสมาชิกของฮอกวอร์ตต้องมานั่งฟังเรื่องราวพิลึกพิลั่น ฮอกวอร์ตมีเสาค้ำ! แล้วเสาค้ำนั่นก็ต้องสังเวยด้วยมนุษย์! ด้วยร่างที่ทรงพลังเวทย์!? ผู้คนที่ทรงพลังอำนาจหายไปไหน!? เพราะไปอยู่ที่ใต้ฮอกวอร์ต  ในฐานะเครื่องสังเวยงั้นเหรอ!?!

บ้าที่สุด... ใครจะไปเชื่อเรื่องพวกนั้นกัน!?!?!

"ไร้สาระ ใครจะไปเชื่อว่าฮอกวอร์ตเป็นแบบนั้นกัน!" ศาสตราจารย์ลองบัตท่อมยืนขึ้น "ฮอกวอร์ตนี่นะ! แล้วยังอาเทน่า มัลฟอยเป็นกริฟฟินดอร์ในร่างใหม่! กริฟฟิลดอร์ไม่มีวันตาย แต่ยังอยู่ในร่างคนตระกูลมัลฟอยเหรอ! บ้าที่สุด!"

"มันเป็นจริงครับ" บราเทอร์เซเวอรัสยืนยัน "ผมได้เห็นทุกอย่างแล้ว"

"คุณแน่ใจเหรอว่าคุณไม่ได้ถูกหลอก" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลถามอย่างเห็นใจ "ทั้งเรื่องที่เธอกริฟฟินดอร์  ทั้งเรื่องที่คุณคือวิญญานของศาสตราจารย์สเนป"

"เรื่องนี้... มีคนมากมายเป็นพยานได้..." เค้าหันไปยังเอรีสมัลฟอยที่ยังคงก้มหน้าอยู่ "แล้วผมว่าเรามีพยานหลักฐานมากพอนะ  อย่างที่ชัดเจนที่สุดคือตอนที่เราไปคุยกันที่ห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ไม่ใช่เหรอครับ  แล้วเห็นนี่ว่าหมวกคัดสรรทักทายทั้งอาเทน่าและเอรีสว่ายังไง"

ทุกคนนึกตอนที่ไปคุยกันที่ห้องทำงานอาจารย์ใหญ่  แล้วหมวกคัดสรรที่ดูมีความสุขกับการกลับมาของอาเทน่าและเอรีส  มันเรียกพวกเค้าทั้งคู่ว่า "ก๊อดริก" ทุกคำ

"แล้ว... เธอคิดจะทำยังไงต่อไป" เค้าถามหลังจากเงียบมานาน

"ผมอยากจะขอ... ในวันที่ประตูเปิดออก" บราเทอร์เซเวอรัสกระซิบ "ผมขอให้เป็นผมที่จะสังเวยเพื่อที่ทุกอย่างจะได้จบไป"

"หมายถึง... สังเวยวิญญานนะเหรอ" ซิเรียสถาม "ฮ่า... นายนี่นะ" เค้ายังมีความอคติต่อสเนป  แม้ว่าสเนปที่เป็นเนื้อหนังและวิญญานจะแตกต่างกันมาก  แต่ตรงหน้าที่อยู่ตรงนี้มันคือสเนปที่เคยมองหน้ากันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ  ไม่มีอะไรที่จะทำให้เป็นเอนเอียงไปจากเดิมได้เลยแม้แต่น้อย

และสำหรับซิเรียส... สเนปไม่มีวันที่จะมีคุณค่าทางวิญญานพอที่จะสังเวย  และไม่มีวันที่เชื่อด้วยว่าคนๆ นี้จะเป็นคนที่มีใจเสียสละเพื่อคนอื่นๆ ได้!

"ครับ" บราเทอร์เซเวอรัสยังคงสงบ

"คิดแบบนั้นก็ดี" เอมิเรียบอกก่อนจะเตือน "แต่เธอรู้ด้วยใช่มั้ยว่า  ถ้าเธอเสียวิญญานไปเธอไม่ได้มีสภาพเหมือนกับสเนปอีกคนหนึ่ง  สเนปคนนั้นยังคงสภาพร่างกายและหัวใจได้  และจะอยู่ต่อไปโดยไม่แตกดับ  แต่เธอมีแต่จะดับสูญไปทั้งวิญญานและจิตใจ  ไม่มีทางที่จะเป็นเหมือนกันกับสเนปคนนั้น  ไม่เหมือนใครที่เธอรู้ว่าพวกเค้าคงอยู่แม้จะเสียดวงวิญญาน  พูดง่ายๆ มันก็คือการจากไปชั่วนิรันดร์นั่นเอง"

"ผม..." เซเวอรัสอึกอัก "กลัวเหมือนกัน  แต่  ก็จะตัดสินใจ" เค้าถอนใจก่อนจะถามจินนี่ "ตอนนี้อัลอยู่กับเซวีใช่มั้ยครับ  ถ้าไม่รังเกียจ  ผมขอคุยกับพวกเค้าหน่อย  ผมคิดว่าเมื่อเช้าผมคงทำเกินไป"

"นั่นนายแคร์ร่างกายของตัวเองด้วยเหรอ  ในเมื่อนายคือวิญญาน  เค้าสิต้องใส่ใจนาย" ซิเรียสยังแขวะไม่เลิก

"ผมใส่ใจเพราะเค้ามีหัวใจของผมอยู่  ความรู้สึกและตัวตนที่แท้จริงของผมที่สูญหายไปก็อยู่ในตัวเค้า  ที่อยู่ในตัวผมตอนนี้มันแค่ขยะ  เดี๋ยวมันก็หายไป  ไม่คงทนถาวร  แต่ที่อยู่ในร่างกายของผมคือความจริงที่จะไม่มีวันตาย  ทั้งความรักที่มีต่อลิลี่  ทั้งความรู้สึกดีๆ ผมเองก็ยังคงหวังที่จะรักษาทุกสิ่งที่ผมมีในตอนนี้ด้วยเหมือนกัน  ไม่มีอะไรที่จะทำให้ผมสามารถที่จะคงอยู่ได้นอกจากมอบทั้งหมดของผมให้เค้าดูแลเพื่อที่ผมจะจากไปอย่างหมดห่วง"

ท่ามกลางคนมากมายที่มองเค้าอย่างกังขาในห้องเรียนที่ว่าง  ทอมลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป  บ้าที่สุด! เซเวอรัสจะสังเวยตัวเอง! ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นซักหน่อย  มีสิทธิอะไรที่จะเรียกร้องให้คนเสียสละขนาดนั้น!? เค้าเดินตรงไปที่ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่  และเห็นว่าบานประตูยังเปิดอ้าอยู่

"คุณไม่มีสิทธิกำหนดวิถีชีวิตของใคร!?" เสียงของทอมดังก้อง ขณะที่สามแม่ลูกนั่งคุยกันในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่  ที่โซฟารับแขก "เซเวอรัสไม่จำเป็นต้องตาย! คุณไปยัดเยียดให้เค้าทำได้ยังไงกัน!?"

"จอมมาร เราไม่ได้ยัดเยียดให้เค้าทำ  แต่เป็นหัวใจของเค้าเองที่เรียกร้อง" อาเทน่าพูด  ก่อนจะหันไปคุยกับภาพของดัมเบิ้ลดอร์ "จริงมั้ยอัลบัส" ดัมเบิลดอร์เพียงถอนใจ

"แต่ถ้าคุณไม่บอกเค้าว่าเกิดอะไรขึ้น!?!"

"แต่ถ้าเค้าไม่เต็มใจ การสังเวยก็ล้มเหลวอยู่ดี" อาเทน่าชี้แจง "และถ้าเค้าไม่ยอมที่จะเสียสละชั้นก็ไม่สามารถบังคับได้  การสังเวยทุกครั้งต้องสังเวยคนที่เต็มใจเท่านั้น  เหมือนที่พระเยซูเต็มพระทัยไปตายบนไม้กางเขนเอง  การสังเวยจึงสำเร็จ  แต่เมื่ออับราฮัมจะถวายอิสแอ๊คแก่พระเจ้ากลับถูกปฏิเสธ  เพราะอิสแอ๊คไม่ได้ต้องการที่จะตายแม้แต่น้อย"

"แต่การสังเวยนั่นไม่ใช่การตายธรรมดา! ไม่เหมือนที่พระเยซูทรงทำ! ที่เซเวอรัสกำลังถูกเรียกเอามันโหดร้าย!" ทอมโกรธจัด "คนที่ถูกสังเวยทุกคนเสียแค่ร่างกาย  แต่จิตใจจะคงอยู่ในวิญญาน  และเป็นอิสระจากโลก! แต่เซเวอรัส! ถ้าเค้าจากไปเค้าจะจากไปตลอดกาล! จะไม่มีเค้าอีกแล้วไม่ว่าในสวรรค์หรือนรก!!"

"ใช่... มันน่าเสียดายที่เราจะเสียจิตวิญญานที่ประเสริฐขนาดนนั้น  แต่เค้าไม่ได้มีอยู่จริงนะ  บุคลิกภาพทั้งหมดของเค้าน่ะ  มันแค่สิ่งที่เกิดขึ้นมาเพื่อที่เค้าจะสามารถคงอยู่ได้บนโลกจนกว่าจะถึงเวลานั้น  ศาสตราจารย์สเนปต่างหากที่เป็นของจริง"

"แล้วถามสเนปแล้วรึยังว่าเค้ายอมเสียจิตวิญญานของเค้ามั้ย!? คุณพูดได้ตามใจชอบเพราะคุณไม่ได้เสียอะไรเลย!"

"เธอคิดว่าชั้นไม่ได้ทำอะไรรึไง?" อาเทน่ายืนขึ้น "ชั้นนี่แหละเป็นต้นคิดเรื่องการถอดวิญญานเพื่อที่จะให้ร่างกายคงอยู่นิรันดร์แล้วตรึงจิตใจไว้กับร่างกาย  เพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวย  แต่ชั้นล้มเหลวเพราะซัลลาซาร์หันมาแว้งกัดชั้นเพราะรับสิ่งที่ชั้นทำไม่ได้!"

"นั่นมันก็สมควรอยู่แล้ว" ทอมหอบ

"ซัลลาซาร์ไม่สามารถให้ใครเสียสละได้..." อาเทน่า แบล็กตอบ "แต่ถ้าชั้นทำเหมือนเค้า  ยังแค่อุ่นๆ ไม่ยอมให้มันหมดเรื่องหมดราวกันไปโลกทั้งโลกคงพินาศไปนานแล้ว  ชั้นอยู่มาถึงทุกวันนี้เพื่อรักษาโลกไว้ไม่ให้อะโพคาลิฟ-ฟาทำลายมันลง"

"คุณจะบอกว่าพวกคุณเคยพยายามสังเวยวิญญานของใครรึไง"

"ความจริง... ในจตุราชา  มีคนที่ยอมจะเป็นหนึ่งในเครื่องสังเวยแล้ว  เหลือแค่ในพวกเธอ  จอมมาร  ถ้าเค้าไม่ยอมในนาทีสุดท้ายชั้นจำเป็นต้องสังเวยวิญญานของเซเวอรัส"

"แล้วคุณถามแล้วรึยังว่าสเนปยอม... เสียจิตวิญญานของตัวเองมั้ย" ทอมแทบอยากจะกระโดดบีบคออาเทน่าอยู่แล้ว

"เมื่อวิญญานกับร่างกายและจิตใจแยกกันแบบนี้แล้ว  ไม่จำเป็นต้องถามความสมัครใจของเค้าตัวหรอก  ให้มโนธรรมในวิญญานตัดสินก็พอแล้ว"









สเนปยังคงนั่งที่มุมห้องที่หนาวเย็น  มันคือคนตายดีๆ นี่เอง  คนตายเท่านั้นที่ทนอยู่ในความมืดและความเหน็บหนาวนี่ได้  อัลขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ เค้า  สู้กับความหนาวที่ไหลออกมา  ไม่สามารถทิ้งเค้าไปได้  ซักพักสเนปก็พูดขึ้นเบา

"ออกไปจากห้องนี้ซะ  ไม่งั้นเธอจะเป็นหวัดเอาเปล่าๆ"

"แล้วคุณล่ะฮะ"

"ชั้น... ไม่เป็นไร"

"เซวีฮะ... มีอะไรบอกผมได้นะ"

"เธอช่วยชั้นไม่ได้"

"เซวี... คุณจะให้คนอื่นอย่างเดียวไม่ได้หรอก  คุณต้องให้คนอื่นให้แก่คุณบ้าง  พระเจ้าให้เราเป็นภาระซึ่งกันและกันนะฮะ"

สเนปหันขวับ "ชั้นเป็นคนที่เผื่อแผ่งั้นเหรอ?"

"ฮะ" อัลตอบ  สเนปส่ายหัว

"ไร้สาระ  เธอไม่ได้รู้จักชั้นซักหน่อย  ทำไมคิดจินตนาการไปได้ว่าชั้นเป็นยังไง" สเนปเหยียดยี้มอย่างเย้ยหยัน "เธอพึ่งพบชั้นและอยู่กับชั้นในช่วงเวลาที่ชั้นไม่เป็นตัวของตัวเองแล้วเธอก็เอาความที่ชั้นพยายามไถ่บาปมาเป็นข้อที่ตัดสินว่าชั้นเผื่อแผ่งั้นเหรอ!?"

"ผมไม่รู้วาคุณเป็นแบบไหน แต่คุณเป็นคนอ่อนโยน และ" อัลมองลึกเข้าไปในดวงตาของสเนป "วิญญานที่บริสุทธิ์ของคุณนั่นแหละที่ยืนยันว่าแท้จริงแล้วคุณคือเทวดาที่มีจิตใจดี  และคุณสะอาดบริสุทธิ์"

"พอที!" สเนปตะคอก  เค้าเริ่มเหลืออดที่จะต้องมารับฟังจินตนการที่ไม่อยู่บนความจริงของเด็กคนนี้และระเบิดออกมา "หุบปากได้แล้ว! ชั้นไม่ใช่เทวดา! ชั้นมันไม่มีอะไรนอกจากเนื้อหนังโสโครก! ชั้นถูกข่มขืนตั้งแต่อายุสิบสี่แล้วถูกขายไปให้คนอื่นๆ อีกหลายคน! เธอยังจะว่าชั้นบริสุทธิ์อีกเหรอ!? และเมื่อลิลี่แต่งงานกับเจมส์ พอตเตอร์ชั้นก็เสียใจจนแทบคลั่ง! ชั้นอยากจะฆ่ามันทุกวินาทีจนกระทั่งมันตายจริงๆ! ในนามแห่งสวรรค์!" ใบหน้าของสเนปเต็มไปด้วยริ้วรอยของความบาดเจ็บทางใจ "ชั้นเป็นทั้งฆาตกร! เป็นโสเภณี! และเป็นครูที่น่ารังเกียจ! เป็นผู้เสพความตายโดยสมัครใจ! ชั้นกระหายความมืดและความชั่วร้าย! เธอยังจะว่าชั้นเป็นคนที่บริสุทธิ์อีกเหรอ!?!"

สเนปหอบ  ก้มหน้าลง  หวังว่าอัลจะตบหน้าเค้าแล้ววิ่งหนีไป  และเกลียดเค้าไปเลยเหมือนที่คนอื่นๆ เป็น  แต่สิ่งที่เค้าพบกลับเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความสงสารของอัล

เซเวอรัสน้ำตานองหน้า  เมื่อนึกได้ว่าตนพูดอะไรออกไปบ้าง...

"เธอไม่เคยสารภาพกับใครขนาดนี้มาก่อน" เสียงคุ้นๆ ดังขึ้นและทำให้สเนปเงยหน้ามอง  ลูเซียสยืนกอดอกอยู่ที่ประตูคุกที่เปิดออกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกข่มขืน... ถ้าไม่นับชั้นที่รู้โดยบังเอิณแล้วคาดคั้นจนเธอสารภาพ  ชั้นว่าคงมีแต่ลิลี่ที่เธอยอมสารภาพกับหล่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

สเนปหอบทั้งน้ำตา  ลุกจากมุมห้อง  แล้วตรงไปที่ลูเซียส  ก่อนจะพูดด้วยความโกรธเมื่อเห็นว่าตัวเองถูกหักหลังขนาดไหน  ที่รออยู่ด้านนอกคือแฮร์รี่กับซิเรียส  รวมทั้งรอน เฮอร์ไมโอนี่ เดรโกและตัวเค้าอีกคนที่รออยู่ด้านนอก  เห็นได้ชัดว่าทุกคนคงรู้เรื่องหมดแล้ว  สเนปก้มลงมองและเห็นโรซี่กับสกอร์ปิอัส  เค้ามองลูเซียสอย่างเกลียดชัง

"ตอนนี้ชัดเกลียดทั้งคู่เลย... ทั้งนายและจอมมาร" ก่อนจะออกไปจากหน้าของทุกคน  บราเทอร์เซเวอรัสมองตามไป  ก่อนจะตามไปเงียบๆ  ลูเซียสหันไปหาเฮอร์ไมโอนี่ที่ครางอย่างเศร้า

"เมื่อกี้โกหกใช่มั้ย... เรื่องที่เกิดกับศาสตราจารย์"

"จริงทั้งหมด... แต่เซเวอรัสไม่บอกใครโดยไม่จำเป็นหรอก"

"ซิเรียส!?!" แฮร์รี่เรียกตามเมื่อเห็นซิเรียสเดินลิ่วๆ ไปแล้วเปลี่ยนเป็นการวิ่งออกไป  เดรโกสังเกตได้ชัดเจนว่าพวกเค้าทุกคนเดินไปในทางเดียวกัน

ทางที่สเนปไป!?

รอนเดินเข้าไปแล้ววางมือบนไหล่ของอัลที่เริ่มสะอื้น "มันเป็นความผิดของผม! ผมไม่เข้าใจอะไรเลย! ผมทำให้เค้าต้องพูดออกมา!" อัลร้องไห้ "ผมทำร้ายเซวี!!"

"ไม่ใช่ความผิดของเธอซักหน่อย หมอนั่นนิสัยน่ารังเกียจมานานแล้วถ้าเธอจะรู้" รอนบอกแต่อัลส่ายหน้า

"ผมไม่รู้หรอกว่าการข่มขืนที่ว่ามันเป็นยังไงและเกิดได้ยังไง... แต่ความจริงคือเค้าถูกทำร้าย! ใครๆ ก็ต้องคิดว่าตัวเองดีที่สุดอยู่แล้ว! แต่ฟังสิ่งที่เซวีพูดสิ! เค้าเกลียดและขยะแขยงตัวเอง! เค้าเจ็บปวดเพราะสิ่งที่เค้าไม่ได้ก่อ! แต่เพราะเค้าถูกทำร้ายเค้าถึงกลายเป็นแบบนั้น!"

ลูเซียสถอนใจแล้วรีบตามสเนปไปให้ทัน เช่นกันเมื่ออัลปาดน้ำตาแล้ววิ่งไปยังที่ๆ สเนปไป

รอนกระซิบเบาๆ "เราตามพวกเค้าไปมั้ย?"

แฮร์รี่ส่ายหน้า "ชั้นไม่รู้รอน... แต่ชั้นไม่อยากรู้อะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว  ที่ผ่านมาชั้นคิดมาตลอดว่าถูกสเนปข่มเหงรังแก  แต่ตอนนี้ชั้นรู้สึกว่าชั้นต่างหากที่รังแกสเนปตลอดเวลา  ถ้าชั้นตามไป  ชั้นคงมีส่วนในการกลั่นแกล้งเค้ามากขึ้นไปอีก"

"แล้วซิเรียสล่ะ" เดรโกถาม

"ชั้นไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำอะไรบ้าง" เฮอร์ไมโอนี่บอก "มันตันไปหมด"






TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

274 ความคิดเห็น

  1. #247 micupcake16 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 09:46
    อ่านตอนนี้แล้วสะเทือนใจมาก
    #247
    0
  2. #125 ดนดอนสามเ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2554 / 02:03
    กรี้ดดดดดดดดด ทำไมชอบทำเสนปของเค้าแบบนี้อ่ะ ทนไม่ได้

    แต่เสนปดูมีเสน่ห์ สุดๆเลยฮ่ะ ฮิฮิ
    #125
    0
  3. #124 Negro Recuerdos (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กันยายน 2554 / 18:52
    กรี๊ดดดดด มาแล้วววววววว

    พออ่าน ... อ๊อกก!!!  หนักกว่าเธอคือนิรันด์ซะอีกค่ะ....


    สนุกมากกกกก เดาทางไม่ถูกเลย..... ซึ่งทำให้ค้างอยา่งรุนแรง และติดงอมแงมฃ

    มาต่อนะคะ จะคอยเป็นกำลังใจให้เช่นเคยค่ะ สู้ๆ รักซามมาเอลที่ซู้ดดดด จู๊บๆ
    #124
    0
  4. #123 Eve P Berm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กันยายน 2554 / 15:28
    อ่าาาาา มาแล้วๆ แวบเข้ามาดูเฉยๆเองนะ    

    โธ่ ๆๆๆๆๆ สเนปผู้น่าสงสาร

    จะมีอะไรหนักหนามากว่านี้ไหมเนี๊ย (ซึ่งรู้ว่ามีแน่นอน)

    มาต่อเร็วๆนะ อยากอ่านต่อจัง
    #123
    0