Months’ love #สิงหากันยา

ตอนที่ 2 : CHAPTER 2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    4 ส.ค. 62




          “ขอบคุณสำหรับข้าวไข่เจียวหมูสับนะครับ” ไอ้สิงห์ถ่ายไข่เจียวเสร็จก็แพนกล้องโทรศัพท์มาถ่ายหน้าผม เป็นการลงหลักฐานผ่านสตอรี่ไอจีว่ามันได้มาอยู่กินกับผมคืนนี้ ส่วนผมถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะยิ้มใส่กล้องแล้ว แต่วันนี้ความจริงมันทำให้ผมตื่นจากฝัน และผมก็เจ็บเกินที่จะฝืนยิ้มได้ ก็ทำเพียงทำหน้านิ่ง ๆ แม้ว่าอยากจะร้องไห้ก็ตาม


“มึงจะอัปลงทำไมวะ กลัวเขาไม่รู้หรือไงว่าเราอยู่ด้วยกัน” ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะไม่ถามคำถามนี้


“ก็ใช่ดิวะ วันวาเลนไทน์ทั้งที แฟนคลับเราก็ต้องอยากรู้ว่าเราอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ให้พวกเขาฟิน ๆ กันหน่อย” ไอ้สิงห์ตอบผมพร้อมทำยักคิ้วทำหน้าขี้เล่นใส่ ทั้งหมดที่มึงทำหวานกับกูก็เพื่อเอาใจแฟนคลับสินะ ทำไมกูถึงโง่คิดว่ามึงอยากทำมันมาจากใจ “แล้วของขวัญที่กูให้อยู่ไหน ทำไมไม่เอามากอดไว้” 


ผมนั่งมองหน้าไอ้สิงห์ด้วยใบหน้านิ่ง แม้ว่าผมจะเริ่มแสบจะจมูกแล้วก็ตาม ผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร แต่จะให้ด่ามันที่มันมาให้ผมคิดไปไกลผมก็ไม่กล้าทำ 


“ไปเอามากอดเลย” ไอ้สิงห์ทำโวยวายทั้งที่ข้าวไข่เจียวเต็มปาก ส่วนผมก็ต้องยอมทำตามคำสั่งของมัน ผมเดินไปหยิบตุ๊กตาหมาของมันมากอดไว้ ก่อนจะอุ้มมันกลับมานั่งตรงหน้าไอ้สิงห์เหมือนเดิม และการที่ผมยอมกอดตุ๊กตา ไอ้สิงห์ดูจะดีใจมาก ๆ มันยิ้มกว้างตาหยี พร้อมเอามือมาลูบหัวตุ๊กตาราวกับมันเป็นลูกหมาตัวจริง “นี่มึงรู้ไหม ว่ามันพูดได้ด้วยนะ” 


“ตุ๊กตาจะพูดได้ยังไง ปัญญาอ่อน” ตั้งแต่โดนหักอกมา ผมรู้สึกว่าตัวเองพูดขวางไอ้สิงห์ได้ทุกคำพูด จะบอกว่าเริ่มเกลียดมันก็คงไม่ใช่ แต่ผมแค่กำลังทำให้ตัวเองเลิกชอบมันตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ามันไม่ได้ชอบผมเลย 


“นี่ไงมันพูดได้” ไอ้สิงห์พูดพร้อมเอามือมาบีบตรงขาตุ๊กตา 


กูรักมึง เสียงของไอ้สิงห์ดังออกมาจากตุ๊กตา และหลังจากนั้นไอ้สิงห์ก็กดมือตุ๊กตาซ้ำ ๆ ให้ตุ๊กตาหมาบอกรักผม พร้อมกับส่งยิ้มกว้างที่แสนสดใส เหมือนไม่ได้รู้สึกผิดกับการกระทำตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว 


คำพูดที่มันอัดเข้าไปในตุ๊กตาทำผมเจ็บจนพูดอะไรไม่ออก มันเจ็บจนผมแทบไม่อยากหายใจคำบอกรักปลอม ๆ ของมึง กูไม่อยากได้หรอก


“โบราณชะมัด ตุ๊กตาอัดเสียงเขามีกันเป็นชาติแล้ว” และผมก็เลือกที่จะพูดจาขวางมันอีกรอบ แต่รอบนี้ผมทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ วะ น้ำตาของผมกำลังปริ่มตรงขอบตาแล้ว “กูขอตัวก่อน” 


ผมวางตุ๊กตาลงบนเก้าอี้ที่ผมนั่ง จากนั้นก็รีบลุกมาจากที่ตรงนั้น แต่ทว่าผมก็โดนรั้งมือไว้เสียก่อนและจะเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ไอ้สิงห์ ผมกลั้นทั้งลมหายใจและน้ำตา หันไปมองหน้ามันและฝืนยิ้มเพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจ 


“ของขวัญกูยังมีอีกนะ” ไอ้สิงห์พูดพร้อมลุกขึ้นยืน ผมเงยหน้ามองมันด้วยความรู้สึกแทบขาดใจ ตอนนี้มันยืนใกล้ผมประเภทตัวห่างกันแค่คืบเดียว นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกอึดอัดใจเวลาที่อยู่ใกล้มัน “มึงรับของขวัญอีกชิ้นของกูก่อน” 


และไอ้สิงห์ก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง จากนั้นมันก็ชูของสิ่งนั้นให้ผมดู มันยกยิ้มเหมือนภาคภูมิใจที่มันรู้ว่าของที่มันกำลังให้ผมคือสร้อยคอที่ผมเล็งไว้นานมาก ๆ ผมควรจะดีใจมากที่สุดในโลก แต่มันก็ดีใจไม่ออกเพราะสายตาของผมดันไปสะดุดกับบางอย่างที่อยู่ในข้อมือของไอ้สิงห์





 

พี่กันต์ สายสร้อยข้อมือที่พี่กันต์เลือกสวยจังเลยคะ มีนอยากได้แบบพี่ มีนว่ามันน่าจะเหมาะกับว่าที่แฟนของมีนมากแน่ ๆ’  


เอาสิ พี่ว่าดีไซน์สวยดีนะ ผู้ชายน่าจะชอบอะไรแบบนี้


แต่พี่กันต์จะโอเคไหมคะ ถ้ามีนจะซื้อตามพี่


ไม่เป็นไรหรอก คนที่เราให้ก็คนละคนกัน เราซื้อเหมือนกันก็ไม่เห็นเป็นไรเลย


ขอบคุณนะคะพี่กันต์

 



            ใช่ครับ… ตอนนี้ไอ้สิงห์ใส่กำไลที่น้องมีนซื้อเมื่อวานนี้


เป็นยังไงล่ะไอ้กันต์… เสือกเป็นคนดีให้เขาซื้อกำไลข้อมือเลียนแบบ สุดท้ายก็โดนฟาดหน้าหนัก ๆ แบบนี้ยังอยากจะเป็นคนดีอยู่ไหมล่ะ แม่งเอ๊ย… จะให้กูรู้สึกเจ็บไปถึงไหนวะ 


“นี่มึงดีใจจนร้องไห้ออกมาเลยเหรอ” ใช่ครับ ผมกลั้นน้ำตาตัวเองไม่อยู่แล้ว 


“อืม โทษทีนะ กูดีใจมาก จนกลั้นน้ำตาไม่ได้จริง ๆ” ใครบอกว่ากูดีใจ กูเจ็บกับการสิ่งที่มึงทำกับกูต่างหากล่ะ แล้วไอ้สร้อยเหี้ยนี่มึงจะซื้อให้กูทำไม กูอยากได้มันมานาน แต่ตอนนี้มึงทำให้กูไม่อยากได้มันแล้ว 


“กูเห็นมึงดีใจแบบนี้กูก็ดีใจ มานี่ กูใส่ให้” ไอ้สิงห์แกะตะขอจัดการใส่สร้อยให้ผม ฉากนี้เหมือนซีนในละครที่พระเอกใส่สร้อยให้นางเอกอย่างโรแมนติก แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้มันไม่ได้หอมหวานแบบในละคร ผมอยากจะขอร้องให้มันเลิกทำตัวแบบนี้กับผมสักที “เหมาะกับมึงจริง ๆ ด้วย” 


ไอ้สิงห์พูดพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้ มันเอานิ้วมาเกลี่ยน้ำตาให้ผมเบา ๆ แต่ผมทำเนียนปัดมือมันออก เพราะผมไม่อยากให้มันมาทำอะไรแบบนี้กับผมอีกแล้ว 


“มึงรีบแดกข้าวไปแดกข้าวเถอะ เดี๋ยวข้าวเย็นแล้วมันจะไม่อร่อย” ผมรีบหันหน้าหนีไอ้สิงห์เพราะไม่อยากให้มันสังเกตเห็นว่าสีหน้าของผมตอนนี้มันแย่มากขนาดไหน


“แล้วมึงจะไปไหน ไม่มานั่งเป็นเพื่อนกูก่อนล่ะ กูเหงา” มึงกูโทรไปคุยกับแฟนมึงสิ


“กูว่าจะไปท่องบทละครก่อนอ่ะ อาทิตย์หน้ามีซีนอารมณ์ด้วย กูอยากพร้อมมากกว่านี้” น้ำเสียงผมเริ่มสั่นนิด ๆ ผมรีบเดินหนีไปนั่งตรงโซฟา พร้อมทำท่าทางเปิดบทละคร 


“ซีนไหนวะ” 


“ซีนที่โดนหักอก” แล้วน้ำตาของผมไหลลงมาอัตโนมัติ ไอ้สิงห์คงไม่เห็นหรอกว่าตอนนี้ผมกำลังร้องไห้หนักขนาดไหนเพราะผมนั่งหันหลังให้มัน ผมพยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไว้ไม่ให้มันตกใจว่าทำไมผมร้องไห้เร็วขนาดนี้ นี่คงจะเป็นวิธีที่ผมได้เนียนปลดปล่อยความเสียใจออกมาได้ดีที่สุด ตอนนี้ผมพร้อมที่จะเข้าฉากนี้เลยด้วยซ้ำ มันคงจะเป็นซีนที่ผมทำได้ดีที่สุดในเรื่อง


ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าที่ผ่านมานั้นผมจะคิดไปเองคนเดียว จริงอย่างที่ไอ้เฟรนด์พูดไว้ทุกอย่างเลย ผมโกรธที่มันไปมีแฟนใหม่ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเรายังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน ผมไม่รู้ว่าตัวเองช้าไปตั้งแต่เมื่อไร มันไปจีบน้องมีนตอนไหนผมก็ไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าตอนนี้ความทรงจำต่าง ๆ ที่ไอ้สิงห์เคยทำกับผมมันย้อนกลับมาตรอกย้ำให้ผมไม่เหลือความทรงจำดี ๆ เลยสักอย่าง จากที่คิดว่ามันทำเพราะมันรู้สึกชอบผม ในตอนนี้ผมป้อนข้อมูลใหม่ทั้งหมดว่ามันทำเพื่อเพื่อนก็เท่านั้น 


ก็ดีแล้วที่ผมรู้ตัวทันก่อนที่พูดสารภาพรักกับมันไป คิดแล้วก็สมเพชตัวเองฉิบหาย 


ผมหลุบตามองแขนเสื้อของตัวเอง แล้วก็เอามือเปิดมันออกเพื่อดูสร้อยข้อมือที่ตัวเองใส่ ผมไม่รีรอที่จะถอดมันออก และเก็บมันรวมไว้กับสร้อยข้อมือของไอ้สิงห์ที่ผมตั้งใจจะเอาให้มัน 


สร้อยข้อมือที่ผมซื้อมาผมตั้งใจให้เป็นสร้อยข้อมือคู่ของเรา บนสร้อยมีจี้สัญลักษณ์ดาวประจำราศี อันที่ผมใส่เป็นราศีของไอ้สิงห์ นั่นก็คือโลโก้ Leo ส่วนอันที่ผมตั้งใจจะให้ไอ้สิงห์ก็เป็นสัญลักษณ์ราศีเดือนเกิดของผม นั่นก็คือ Virgo ผมคิดภาพว่าถ้าเราเป็นแฟนกันใส่สัญลักษณ์ราศีแฟนก็คงจะดีไม่น้อย แต่สุดท้ายผมก็ต้องเก็บความคิดพวกนั้นไว้ที่ผมคนเดียว เพราะตัวจริงเขาทำแทนผมหมดแล้ว


ถ้าถามความรู้สึกของผมตอนนี้… ผมยังไม่พร้อมที่จะตื่นจากฝัน ผมยังอยากหลอกตัวเองต่อไปว่าไอ้สิงห์มันรักผม แต่นั่นแหละครับ… มันก็คือความฝัน ความฝันที่เราสามารถเห็นได้เพียงแค่คนเดียว คนอื่นไม่ทางมาเข้ามาเห็นเรื่องราวในฝันของผมได้ และบนโลกใบนี้ไม่มีใครใช้ชีวิตในความฝัน สิ่งที่พบหลังจากตื่นจากฝันต่างหากที่คือเรื่องจริง เรื่องจริงที่ได้บอกผมว่าหัวใจของไอ้สิงห์เป็นของคนอื่นไปแล้ว อย่าทำให้ตัวเองต้องเจ็บเพราะฝันอีกเลย  


กูรักมึงสิงห์นี่จะเป็นความรู้สึกรักสุดท้ายที่กูจะมอบให้มึง ขอโทษที่กูหลงตัวเอง และกูสัญญาว่าต่อไปนี้กูจะทำหน้าที่เพื่อนร่วมงานที่ดีสำหรับมึงให้ได้ ส่วนเป็นเพื่อนรักนั้น… กูทำให้มึงต่อไปไม่ได้แล้วจริง ๆ 

.

.

.

.

.

.

.

 

 

ในเช้าวันต่อมาผมก็ยังต้องมาเรียนหนังสือก่อนจะต้องไปทำงานต่อในช่วงเย็น และสภาพผมตอนนี้มันแย่มาก ๆ แย่แบบไม่ควรไปทำงานต่อได้ เพราะทั้งตาบวมและหน้าก็โทรม สมองก็ไม่พร้อมที่จะรับความรู้เข้าหัวเลย แต่ต่อให้สภาพของผมแย่ขนาดไหนผมก็ไม่อยากจะที่ขาดเรียนเพราะผมอยากเก็บโควต้านั้นไว้ใช้ในตอนที่จำเป็นต้องขาดจริง ๆ 


เฮ้อผมไม่รู้จริง ๆ ว่าอีกนานแค่ไหนผมจะทำใจกับเรื่องนี้ได้ แต่ผมจะใจร้อนอยากให้มันผ่านไปเร็ว ๆ ก็คงทำไม่ได้ เพราะเรื่องมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเอง แค่วันเดียวก็ทำผมแย่ขนาดนี้แล้ว และวันต่อ ๆ ไปผมจะเป็นยังไง ผมอาจจะทำใจได้เร็วขึ้นถ้าได้เคลียร์ความรู้สึกกับไอ้สิงห์และขอให้มันห่างผมไปสักพัก แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลย


“อารมณ์ของมึงกลับมาปกติหรือยัง” ไอ้สิงห์ถามผมในขณะที่กำลังถอยรถเข้าซองเพื่อจอดรถ ในตอนนี้มันยังเข้าใจว่าที่ผมร้องไห้เพราะอินกับบทละครที่ซ้อมเมื่อคืน ผมอยากจะตอบมันนะว่ามันไม่มีทางกลับมาปกติได้หรอก ถ้ากูยังอยู่กับมึงแบบนี้ แต่ก็ไม่อยากจะพูดอะไรออกไปให้เราต้องทะเลาะกัน มันยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดก็เท่านั้น “เงียบทำไม หรือว่างอนอะไรอยู่” 


“เปล่า” ผมว่าไอ้สิงห์จะต้องเข้าใจว่าผมงอนมันแน่ ๆ  เพราะเวลาที่ผมงอน ผมจะพูดน้อย แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ไง ผมพูดน้อยเพราะไม่อยากจะคุยกับมัน 


“หันมานี่ดิ”​ ผมไม่อยากจะหันไปมองแต่ก็ต้องยอมหันไป “มีอะไรพูดกับกูตรง ๆ กูทำอะไรให้มึงไม่พอใจหรือเปล่า” 


มึงต่างหากที่ต้องพูดกับกูตรง ๆ มึงไปมีแฟนแต่มึงไม่คิดจะเล่าอะไรให้กูฟังสักอย่าง กูเป็นเพื่อนมึงอยู่หรือเปล่า 


“ดูดิ ตาบวมหมดแล้วเนี่ย มึงโอเคแน่นะ” กูไม่มีทางโอเคได้หรอกสิงห์ กูเข้าใจผิดมาตลอดว่ามึงชอบกู แล้วมาเจอความจริงแบบนี้กูรับไม่ได้ “เอาแว่นไปใส่ป่ะ แฟนคลับจะได้ไม่สังเกตเห็น” 


ผมปล่อยให้มันพูดอยู่ฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่ได้ขัดคืนที่มันใส่แว่นให้ เมื่อใส่แว่นเสร็จเรียบร้อย ผมก็หยิบกระเป๋ามาสะพายและลงจากรถไปโดยไม่คุยอะไรกันมันสักคำ ผมอยากจะเดินหนีมันไปเลยนะ แต่ถ้าทำอย่างนั้นมันต้องมาวอแวเพื่อถามผมแน่ ๆ ว่าผมโกรธอะไร และถ้าเป็นอย่างนั้นมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ผมยังไม่อยากพูดเรื่องนั้นกับมันในตอนนี้ 


โชคดีที่วันนี้ผมไม่มีเรียนกับไอ้สิงห์สักวิชา ยังพอมีช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้พักหายใจได้บ้าง แต่หลังจากเรียนเสร็จ เราทั้งคู่ก็ต้องรีบพากันไปถ่ายรายการ ซึ่งนั่นแหละที่เป็นปัญหากับผม นอกจากจะต้องทนอยู่กับไอ้สิงห์ช่วงเวลาใหญ่ ๆ ยังต้องรีบจัดการตาบวม ๆ ของตัวเองด้วยเนี่ย 


“เฮ้ยสองผัวเมีย!!!” ไอ้ยอร์ชตะโกนทักผมกับสิงห์อยู่ตรงหน้า ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ทำผมจุกจนพูดอะไรไม่ออก ที่ผ่านมามันก็เรียกผมกับไอ้สิงห์แบบนี้ตลอด แต่ผมเพิ่งมารู้สึกเจ็บเพราะความจริงที่รู้


“โอ้โห แดดแรงมากดิสัด” ไอ้เฟรนด์แซวผมเพราะผมใส่แว่นดำ รอแยกจากไอ้สิงห์เมื่อไรพวกมึงได้จุกตามกูแน่ 


“เมื่อคืนไอ้กันต์ซ้อมบทแล้วมันร้องไห้หนัก เช้ามาก็เลยตาบวมเนี่ย ตอนนี้ก็ดูเหมือนยังซึม ๆ อยู่” ไอ้สิงห์อธิบายให้ไอ้สองตัวนั่นฟัง ทำเป็นรู้ดีนะมึง ที่กูร้องไห้ก็เพราะมึงตั้งหาก ไอ้ฟาย


“บทห่าอะไรทำให้มึงร้องไห้ตาบวมถึงขั้นต้องใส่แว่นวะ” ไอ้เฟรนด์ถามต่อ 


“รีบขึ้นเรียนเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันเช็คชื่อ” ผมพูดพร้อมเดินเข้าไปใกล้ไอ้สองตัวนั่น จากนั้นก็หันไปมองหน้าไอ้สิงห์ “ค่อยเจอกันตอนจะไปทำงานนะ” 


ผมจะเดินไปเฉย ๆ ก็ได้ แต่ก็ไม่อยากให้ไอ้สิงห์รู้สึกว่าผมโกรธมัน ก็อยากที่บอกผมไม่อยากให้มันเข้ามาง้อให้ผมรู้สึกอึดอัดใจ เพราะงั้นผมถึงได้พยายามทำตัวปกติกับมันทุกอย่าง


“เออ เรียนเสร็จแล้วก็โทรหากูล่ะกัน” ผมพยักหน้าตอบรับคำพูดของไอ้สิงห์ ร่ำลากันเสร็จผมก็รีบเดินหนีมันออกมา ความอ่อนแอทำให้ผมอยากจะปล่อยน้ำตาอีกแล้ว ผมเกลียดที่ตัวเองอ่อนแอแบบนี้ 


“ยังไงวะครับเพื่อน เมื่อคืนร้องดังไหม” ไอ้ยอร์ชรีบถามสถานการณ์ทันทีที่เราแยกกับไอ้สิงห์ เออ กูร้องดังมากไอ้สัด ร้องไห้เนี่ย


“สรุปยังไง ๆ ไม่โสดแล้วใช่ป่าววะ” 


“เออ ไอ้สิงห์ไม่โสด” ผมตอบไปแค่นั้นก่อน ดูสิ พูดแค่นี้น้ำตาของผมก็เริ่มปริ่มอีกแล้ว 


“อ๊ากกกกไม่เสียแรงที่กูชิปคู่มึงมานาน ในที่สุดเพื่อนกูก็ไม่โสดแล้ว” ไอ้เฟรนด์ทำกระดี๊กระด๊าโดยมีไอ้ยอร์ชที่ร่วมปรบมือยินดีกับข่าวนี้ อารมณ์ของพวกมัน แตกต่างกับผมโดยสิ้นเชิง… 


“กูยังไม่ได้พูดสักคำว่ากูไม่โสด” เหมือนคำพูดของผมจะทำให้วงแตก ทั้งไอ้ยอร์ชและไอ้เฟรนด์ต่างหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้ามึนงงปนช็อกค้าง ส่วนผมก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าอีกไม่นานน้ำตาของผมจะปล่อยลงมาอีกรอบ


“ไม่ต้องขึ้นเรียนแหละ ไปเคลียร์กันด่วนเลย!” ไอ้เฟรนด์ลากผมออกมาจากบริเวณลิฟท์ ตอนแรกผมก็ไม่ได้อยากขาดเรียนหรอก แต่สภาพใจผมตอนนี้มันแย่มากจริง ๆ และผมก็ต้องการที่ระบายออกมา มันอาจจะทำให้ความอึดอัดของผมดีขึ้นก็ได้ 


ผมเดินตามแรงดึงของไอ้เฟรนด์ไปเรื่อย ๆ ผมไม่รู้ว่ามันจะพาผมไปไหน จนเมื่อมันปล่อยมือผมและหยุดเดิน ก็เป็นสัญญาณบอกว่านี่จะได้เวลาปลดปล่อยความอึดอัดของผมออกมาจนหมด พวกมันเป็นเพื่อนสนิทของผมและพวกมันก็ไม่ใช่เพื่อนสนิทของสิงห์ ผมถึงกล้าระบายทุกอย่างกับมันได้


“ยังไงกันวะไอ้กันต์ มึงเล่ามาให้หมดว่าที่มึงพูดเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไง” ไอ้ยอร์ชเริ่มเปิดประเด็นถาม ผมเองก็พร้อมที่จะระบายออกมาเต็มทนแล้ว ผมไม่อยากเก็บไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว 


“มึงจำรูปดอกไม้ที่น้องมีนลงในไอจีได้ปะ” ผมพูดน้ำเสียงซึม และแค่ผมเกริ่นเหมือนพวกมันทั้งสองจะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ถึงได้ทำอ้าปากค้างเหมือนช็อกไปแล้ว “ดอกไม้ช่อนั้นเป็นของไอ้สิงห์เองแหละ” 


“เฮ้ย… จริงเหรอวะ ใช่แน่เหรอ” ไอ้เฟรนด์ถามกลับเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “มึงแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นดอกไม้ไอ้สิงห์ มึงอาจจะเข้าใจผิดก็ได้” 


ผมก็อยากคิดแง่ดีแบบไอ้เฟรนด์นะ แต่ก็ไม่อยากจะหลอกตัวเองอีกแล้ว เพราะหลักฐานทุกอย่างมันชัด


“วันก่อนวันวาเลนไทน์ ไอ้สิงห์เคยถามกูว่าชอบดอกไม้อะไร กูก็บอกไปแบบละเอียดทั้งดอกกุหลาบสีขาว ขนาดช่อดอกไม้ บอกแม้กระทั่งว่ากระดาษที่ห่อเป็นสีเงิน โบว์ก็สีเงิน และวันวาเลนไทน์กูก็เห็นช่อดอกไม้นั่นในรถของไอ้สิงห์ แต่มันไม่ได้เอามาให้กู มันเอาไปให้น้องมีนแทน” 


“โครตเหี้ย” ไอ้ยอร์ชสบถออกมา ใช่… มันเป็นคำสบถที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของผมมากที่สุด 


“อาจจะเป็นดอกไม้คนอื่นฝากซื้อก็ได้ปะ” ไอ้เฟรนด์ก็ยังไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ผมเข้าใจไอ้เฟรนด์นะ เพราะขนาดผมยังไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง เพราะที่ผ่านมามันก็ดูกุ๊กกิ๊กกับผมดี แต่หลักฐานมันชัดตรงที่


“วันก่อนวันวาเลนไทน์ กูไปเจอน้องมีนที่ร้านขายเครื่องประดับ วันนั้นกูก็ไปซื้อของขวัญให้ไอ้สิงห์นี่แหละ น้องมีนเห็นกำไลที่กูเลือกให้ไอ้สิงห์สวยดีเลยขอซื้อตาม กูก็เลยรู้ว่าอันที่น้องซื้อมันเป็นลักษณะแบบไหน และถ้ามึงสังเกตข้อมือไอ้สิงห์ ตอนนี้มันก็ยังสั่งกำไลอันนั้นอยู่” พูดแล้วก็เจ็บชะมัด… แม่งเอ๊ย… ผมอยากย้อนเวลากลับไปก่อนที่เราจะเป็นเพื่อนกันจริง ๆ ผมจะได้ห้ามตัวเองไม่ให้หวั่นไหวทุกการกระทำของไอ้สิงห์ 


“น้องมีนก็รู้ว่ามึงสนิทกับไอ้สิงห์ น้องเขาไม่พูดเลยเหรอว่าซื้อไปให้ไอ้สิงห์” คำถามของไอ้ยอร์ชทำผมชะงักไปเลย นั่นสิ… ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ตอนนั้นน้องมีนบอกแค่ว่าจะซื้อให้แฟน แต่น้องมีนต้องรู้ดิว่าผมสนิทกับไอ้สิงห์ ทำไมน้องมีนไม่พูดออกมาตรง ๆ ว่าซื้อให้ไอ้สิงห์ 


“น้องมีนไม่ได้บอกกูว่าซื้อให้ไอ้สิงห์ บอกแค่ว่าซื้อให้แฟน”


“แล้วไอ้สิงห์ล่ะ บอกมึงหรือเปล่าเรื่องน้องมีน” ไอ้เฟรนด์สักถามต่อ ผมส่ายหัวแทนคำตอบ มันเก็บเป็นความลับแบบไม่ยอมปริบปากบอกผมเลยสักคำ เหมือนว่าชีวิตมันไม่มีน้องมีนมาเกี่ยวข้อง เพราะอย่างนี้ไงผมถึงยังไม่พูดออกไปว่าผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว “กูว่ามันแปลก ๆ นะ มันจะปิดมึงไว้ทำไม มึงต้องเคลียร์เรื่องนี้กับไอ้สิงห์ด่วนเลย” 


“แต่กูไม่อยากเคลียร์” ผมตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด


“ทำไมวะ มึงจะปล่อยให้มันมาทำตัวกำกวมกับมึงเพื่ออะไร กูอยากรู้ด้วยว่าทำไมมันไม่บอกความจริงกับมึงเรื่องที่มีแฟนแล้ว ไม่แน่นะ ว่ามึงอาจจะเข้าใจผิดอยู่ก็ได้ เพราะกูไม่เชื่ออ่ะว่าไอ้สิงห์ไม่ได้ชอบมึงจริง ๆ กูว่ากูดูไม่ผิดนะเว้ย!” เห็นไหม ผมไม่ได้มโนคิดไปคนเดียว ขนาดไอ้เฟรนด์ก็ยังคิดว่าไอ้สิงห์ชอบผม แต่… ผมคิดว่าผมไม่น่าจะเข้าใจผิดนะ ทั้งดอกไม้และกำไล มันเป็นหลักฐานที่มัดตัวได้ถูกต้องที่สุดว่าสองคนนั้นแอบคบกัน 


“ที่กูไม่พูดเพราะกูจะรอดูว่ามันบอกกูเรื่องน้องมีนเมื่อไร” สถานะของผมตอนนี้ไม่ต่างจากเมียหลวงในละครที่จับได้ว่าสามีมีกิ๊ก แต่ยังเงียบเพราะรอดูว่าสามีจะทำท่าทียังไง แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ไง ผมไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้สิงห์เลยสักนิด น้องมีนต่างหากที่เป็นตัวจริง 


“มึงจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไรวะกันต์ แบบนั้นมึงจะยิ่งเจ็บนะเว้ย อย่างน้อยถ้ามันคบกับน้องมีนจริง ก็จะได้ขอให้มันเลิกทำพฤติกรรมแบบนี้กับมึง” 


“แต่กูว่าทำแบบที่ไอ้กันต์คิดน่ะดีแล้ว” ไอ้ยอร์ชพูดขัดไอ้เฟรนด์ ส่วนผมเองก็แปลกใจไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะมีคนเห็นด้วยกับความคิดของผม “ที่ผ่านมาไอ้สิงห์มันทำพฤติกรรมกำกวมกับมึงมากจริง ๆ กันต์ ขนาดกูไม่จริงจังกับความรักกูยังคิดแบบนั้นได้ แล้วพอมึงมาบอกว่ามันไม่ยอมบอกเรื่องที่คบกับน้องมีน กูว่ามันตั้งใจที่จะปิดไม่ให้มึงรู้ว่ามันมีแฟน ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงก็ต้องเล่าให้ฟังทุกเรื่อง แต่แบบนี้กูว่ามันมีอะไรแอบแฝงแล้วล่ะ” 


ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ดูจะพึ่งเรื่องความรักได้น้อยสุดกลับวิเคราะห์ออกมาอย่างเฉียบขาด และเป็นการวิเคราะห์ที่ทำให้ผมมองภาพไอ้สิงห์แย่กว่าเก่า ทำไมมันจะเป็นคนที่ใจร้ายแบบนี้


“แต่มึงแน่ใจแน่นะว่าการทำแบบนี้จะไม่ทำให้มึงรู้สึกแย่ กูเป็นห่วงมึงจริง ๆ นะ” ไอ้เฟรนด์ถามผม สีหน้าของมันบอกผมว่ามันเป็นห่วงจริง ๆ


“ไม่ไหวก็ต้องไหว เพราะกูอยากจะรู้ว่ามันจะทำแบบนี้ไปได้นานขนาดไหน แต่ก็ไม่แน่นะว่าการที่กูได้รู้ความจริงมันอาจจะทำให้กูรู้สึกเกลียดที่มันมาให้ความหวังกูก็ได้” ผมพูดให้ไอ้สองตัวเข้าใจว่าผมเข้มแข็ง ซึ่งพวกมันไม่เห็นแววตาของผมใต้แว่นตาดำว่ามันกำลังแสดงความอ่อนแอมากขนาดไหน


“มึงเองก็อย่าลืมนะว่ามึงกับมันต้องอยู่ด้วยกันอีกสักพักใหญ่ เพราะงานคู่ของพวกมึงก็ไม่ใช่น้อย ๆ” จริงอย่างที่ไอ้ยอร์ชพูดทุกคำ ผมต้องทนกับความอึดอัดนี่ไปสักพักใหญ่เลย แต่มันก็น่าลุ้นดีนะว่าไอ้สิงห์มันจะเล่นละครตบตาผมว่าเป็นชายโสดได้นานขนาดไหน มันคงจะน่าตลกดีที่ผมรู้ความจริงทั้งหมด แต่ต้องทนดูมันตอแหลใส่ 


อึ้งเลยจริง ๆ ตั้งแต่รู้จักกับไอ้สิงห์มา มันเป็นคนที่ดีมาก ๆ ดีทุกเรื่อง ไม่ว่าใครมันก็ทำดีหมดและไม่เคยคิดร้ายกับใคร เพราะงั้นผมเลยไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นคนที่ใจร้ายชอบให้ความหวังคนแบบนี้ ในตอนนี้นอกจากผมจะเสียใจที่มันมาให้ความหวังผมแล้ว ผมยังโครตเสียความรู้สึกที่หลงคิดว่ามันเป็นคนดี 


จบแล้ว… ไม่เหลือแล้ว ในตอนนี้คู่จิ้นสิงหากันยาเพิ่งเริ่มต้นขึ้นในโลกมายา แต่ในชีวิตจริงนั้นมันถึงจุดจบแล้ว

.

.

.

.

.

.

.

ช่วงเวลาพักหายใจช่างแสนสั้น ผมห่างจากไอ้สิงห์ได้ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ก็ต้องกลับมาเจอกันใหม่เพราะเราเรียนกันเสร็จแล้วและต้องรีบไปทำงานกันต่อ ตอนอยู่บนรถผมอึดอัดที่จะพยายามทำเป็นปกติก็เลยโกหกมันไปว่าของีบ ผมนอนหลับตาแต่หูยังได้ยินทุกอย่าง และนั่นมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมากกว่าเก่าอีก เพราะแฟนมันโทรมาหาและที่ผมรู้ว่าแฟนมันโทรมาก็เพราะได้ยินมันเรียกว่าคุณมีนา แค่นั้นก็ทำตาของผมร้อนผ่าวไปทั้งหมด 


ผมเพิ่งคิดได้ก็ตอนที่มันเรียกว่าคุณมีนานั่นแหละ ว่าน้องมีนชื่อจริงว่ามีนา ก็คงจะเป็นชื่อที่ตั้งมาจากเดือนเกิดเหมือนกันแหละมั้ง ตำนานรักแฮชแท็ก #มีแฟนชื่อเดือนจจจ ก็คงต้องจบลงในวันนี้ ที่แท้ไอ้สิงห์ก็หมายถึงน้องมีนของมันนั่นเอง พอรู้ความจริงแล้วผมรู้สึกสมเพชตัวเองชะมัด 


เพราะรถเงียบผมถึงได้ยินมันคุยอะไรกับแฟนมันบ้าง ก็ยังเป็นบุญของผมที่ไอ้สิงห์มันไม่ได้พูดจาที่บอกว่ารักอย่างนู่น คิดถึงอย่างนี้ มันแค่รายงานว่ามันกำลังไปไหน ไปทำอะไร ที่ไหนและกับใคร แถมยังพูดกับน้องมีนอีกว่าผมหลับอยู่ และนั่นทำให้ผมอดรู้สึกโกรธไม่ได้ ถ้าผมไม่แกล้งหลับมันก็คงจะไม่รับสายน้องมีนงั้นเหรอ มันจะปิดบังผมไปเพื่ออะไรกันวะ 


ตั้งแต่อกหักมา นี่คงจะเป็นช่วงเวลาที่ผมทรมานใจมากที่สุด ผมทั้งรู้สึกคอตีบ แสบจมูก ตาร้อนผ่าว ผมอยากจะปล่อยน้ำตาออกมาให้หมดแต่ต้องกลั้นน้ำตาไว้เพราะไม่อยากให้ไอ้สิงห์มันรู้ และการที่ต้องทนฟังไอ้สิงห์คุยโทรศัพท์กับคนที่มันรักมันทำให้ผมรู้สึกเจ็บจนหายใจแทบไม่ออก ในตอนนี้ผมทำได้เพียงกำมือตัวเองที่ซ่อนอยู่ในอ้อมแขนตัวเองแน่น ผมไม่อยากจะทนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว 


นั่นแหละครับ… มันคงเป็นเวรกรรมที่ผมเคยก่อกรรมกับใครในชาติปางก่อน ผมถึงต้องมาอยู่ในสถานการณ์เจ็บปวดอย่างนี้ แต่ผมก็ผ่านมันไปได้ ถือว่าผมก็เก่งไม่ใช่น้อย ในตอนนี้ผมกับไอ้สิงห์มาถึงบริษัทแล้ว พี่ม่อนผู้จัดการส่วนตัวของเรามายืนรอตรงหน้าทางเข้าตึก เมื่อเห็นพี่ม่อนผมก็รีบสาวเท้าไปหาพี่ม่อนและเอาแขนโอบเอวพี่เขาไว้ ที่ผมรีบเข้าหาพี่ม่อนเพราะผมตั้งใจที่จะไม่ปล่อยโอกาสให้ตัวเองได้อยู่กับไอ้สิงห์สองต่อสองอีกแล้ว


แล้วการทำงานของผมก็ได้เริ่มขึ้น หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งหน้าแต่งตาแล้วก็เข้าไปหน้าฉากเตรียมตัวเริ่มถ่ายรายการ ผมพยายามทำยิ้มทำตัวให้ปกติทุกอย่าง ยิ่งตอนนี้มีแฟน ๆ อยู่ในห้องส่งด้วยผมยิ่งกลัวว่าแฟนคลับจะจับได้ว่าผมเปลี่ยนไป ครั้งก่อนแค่ผมงอนไอ้สิงห์ก็โดนจับได้แล้ว และครั้งนี้หนักกว่าตอนงอนมันอีก ผมยิ่งต้องพยายามทำตัวเหมือนตุ๊กตาใส่ถ่านที่วิ่งเล่นไปมาไม่หยุด ส่วนไอ้สิงห์เองก็เข้ามาหยอกผมเพื่อให้แฟนคลับได้กระชุ่มกระชวยหัวใจ ผมยิ้มกว้างแบบสดใสสุด ๆ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่ารอยยิ้มที่ผมยิ้มออกมามันเป็นรอยยิ้มที่ปลอมมากขนาดไหน 


แล้วการทำงานของพวกเราก็ได้เริ่มขึ้น ในช่วงเวลาที่ฟังพี่พัฒน์พิธีกรพูดเปิดรายการ ก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้พักผ่อนจากการแสร้งทำเป็นความสุข แต่ไอ้สิงห์ดันหันมามองหน้าผม เพราะงั้นผมเลยแกล้งทำเป็นขยับแว่นตาเลนส์สีเหลืองเป็นการทำเป็นไม่สนใจ 


“น้องกันต์ พี่ถามนิดหนึ่ง ตอนที่พี่รู้ว่าน้องชื่อกันยา พี่แอบตกใจเล็ก ๆ เพราะชื่อน้องเหมือนผู้หญิงมาก ๆ ชื่อของน้องกันต์มีที่มาที่ไปไหม” พี่พัฒน์ถามผม มันเป็นคำถามที่ใครหลายถามผมมาตลอด ผมเองก็คิดว่าชื่อจริงของผมหวานมาก ดีนะที่ผมยังมีชื่อเล่นที่แมน ๆ ว่ากันต์ให้ตัวเองได้ภาคภูมิใจในชื่อตัวเองบ้าง  


“ก่อนที่ผมจะเกิด คุณย่าของผมไปดูดวงมาครับ หมอดูบอกว่าถ้าให้ตั้งชื่อผมจากเดือนเกิด ผมจะโด่งดังและเป็นคนมีชื่อเสียง” ผมตอบไปตามความจริงที่คุณย่าเล่าให้ผมฟัง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมอดูนั่นจะแม่นขนาดไหน แต่พอได้มองย้อนกลับไปในอดีตผมก็ได้รู้ว่าผมได้มาไกลจากเดิมมาก 


“หมอดูที่ไหนครับ แม่นเหมือนกันนะเนี่ย พี่อยากจะไปดูขอชื่อใหม่หน่อย จะได้โด่งดังเหมือนน้อง ฮ่า ๆ” พี่พัฒน์พูดออกติดตลก พี่เขาทำผมหลุดยิ้ม และเป็นยิ้มที่มาจากใจของผมจริง ๆ 


“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ อาจจะแต่มีชื่อเสียงในกลุ่มคนเล็ก ๆ” 


“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก พวกน้องทั้งคู่ดังกันมากจริง ๆ” จะพูดเถียงอีกรอบก็คงจะดูไม่ดี ผมเลยส่งยิ้มแทนคำขอบคุณแทนที่เขาชมผม “ว่าแต่สิงห์ล่ะ ชื่อสิงหานี่เป็นเพราะมีใครไปดูหมอดูหรือเปล่า” 


“ผมไม่เคยถามแม่เลยครับว่าชื่อผมมายังไง ผมเกิดเดือนสิงหาผมก็เลยคิดมาตลอดว่าที่ชื่อนี้เพราะผมเกิดเดือนนี้” ไอ้สิงห์ตอบพร้อมส่งยิ้มกว้าง และผมก็ลืมตัวเผลอมองหน้ามันด้วยสายตาหลงใหลเสียทุกครั้ง โชคดีที่ผมดึงสติตัวเองได้ทัน ผมจึงรีบหันไปมองพี่พัฒน์เพื่อเป็นการอยู่กับโลกความจริง 


“แต่แหม ผมก็อดที่อยากจะชงไม่ได้ ชื่อสิงหากันยา ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้” พี่พัฒน์ทำส่งยิ้มแซว ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจะยิ้มเขินหน้าแดงไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมทำเพียงแค่แต้มยิ้มเล็ก ๆ มันไม่มีความฟินอีกต่อไปแล้วเพราะในชีวิตจริงคือ สิงหามีนา ตั้งหากที่ถูกต้อง 


แล้วพี่พัฒน์ก็เริ่มสัมภาษณ์พวกเราต่อ ก็เหมือนรายการอื่น ๆ ที่จะสัมภาษณ์ว่าเรามารู้จักกันได้ยังไงแล้วทำไมถึงกลายเป็นคู่จิ้นสิงหากันยาได้ ในรอบนี้ไอ้สิงห์เป็นคนตอบคำถาม ผมเองก็ได้แต่นั่งเงียบไม่ได้พูดเสริมอะไรเหมือนที่ผ่านมา แค่ผมปั้นหน้าทำแววตาสดใสก็เหนื่อยมากพอแล้ว


“สิงห์เป็นคลั่งการสะสมรถยนต์มาก ๆ เรื่องนี้จริงหรือเปล่า” พี่พัฒน์ยิงคำถามต่อ 


“ใช่ครับ ผมชอบสะสมรถยนต์” ของสะสมคนรวย ๆ คนบ้าอะไรชอบสะสมรถยนต์ 


“อย่างนี้โรงรถบ้านคุณไม่ใหญ่เท่าลานจอดเครื่องบินเลยเหรอ” พี่พัฒน์ถามด้วยสีหน้าปนตกใจนิด ๆ มันก็น่าตกใจอยู่หรอก เพราะด้วยวัยของไอ้สิงห์ดูไม่น่าจะเป็นคนที่ชอบสะสมรถยนต์เลย ตอนผมรู้ครั้งแรกผมก็ช็อกเหมือนกัน ก็รู้ว่ามันรวยจากการดูการแต่งตัว แต่ไม่รู้ว่ามันรวยถึงขั้นสะสมรถยนต์ 


“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ คืออันนี้ผมไม่ได้ชอบคนเดียว คุณพ่อผมก็ชอบด้วย เวลาผมเจอรถคันเจ๋ง ๆ ผมก็ชอบมาป้ายยาคุณพ่อครับ คุณพ่อจะได้ซื้อผมเองก็ได้ความสุขทางใจที่ได้เห็นมันอยู่ในบ้าน” ทั้งพี่พัฒน์และแฟนคลับที่อยู่ในห้องส่งต่างพากันหัวเราะ ส่วนผมก็แกล้งทำยิ้มตามทำสนุกสนานร่วมด้วย 


“ฉลาดไม่น้อยเหมือนกันนะเนี่ย แล้วนี่มีคันไหนที่รักเป็นพิเศษหรือเปล่า” ผมหันไปมองไอ้สิงห์เพราะผมไม่เคยถามมันมาก่อนว่ามันรักคันไหนมากที่สุด 


Rover Mini Cabriolet ปี 1996 ครับ” ต่อให้มันตอบมาแล้วผมก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าหน้าตารถมันเป็นยังไง เพราะมันเปลี่ยนรถบ่อยจนผมเลิกจำรถของมันแล้ว 


“ทำไมถึงเป็นคันที่รักมากที่สุด” 


“เพราะมันเป็นรถคันแรกที่ผมซื้อด้วยเงินของตัวเองครับ ผมเลยรักมันมากและก็หวงมากด้วย ผมไม่ยอมให้ใครได้ขึ้นมันเลยนอกจากพ่อกับแม่ของผม” งั้นผมก็คงจะไม่เคยเห็นคันที่มันพูดถึง แต่ก็แปลกดีนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงอยากรู้ให้ได้ว่ามันหมายถึงคันไหนกันแน่ แต่ตอนนี้ผมไม่อยากรู้เรื่องมันอีกแล้ว “แต่จริง ๆ นอกจากพ่อแม่ของผมยังมีคนหนึ่งที่ได้ขึ้น” 


ร่างกายของผมชาไปหมดทุกส่วน หัวใจของผมเต้นรัวเพราะหวาดกลัวคำตอบของไอ้สิงห์ อย่าบอกนะว่ามันกำลังจะบอกผ่านรายการว่ามันเป็นแฟนน้องมีน แต่… มันก็ไม่น่าเจ็บเท่ากับการที่ต้องรับรู้ว่าคนที่ได้นั่งรถคันที่ไอ้สิงห์หวงนักหวงหนาคือแฟนของมัน


“ใครเหรอ… อย่าบอกนะว่า” พี่พัฒน์ทำชี้มาทางผม ส่วนผมก็หันไปมองหน้าไอ้สิงห์เพราะอยากรู้คำตอบชา ๆ ให้ตัวเองได้ตัดใจเร็วขึ้น มันหันมามองหน้าผมและส่งยิ้มให้ 


“ไอ้กันต์นี่แหละครับ”​ เหวอไปดิครับ 


แฟนคลับพากันกรี๊ดจนสตูดิโอแทบแตก แม้แต่พี่พัฒน์ยังส่งยิ้มแซวมาทางพวกเรา มีแต่ผมนี่แหละมั้งที่เหวอพูดอะไรไม่ออก ผมเนี่ยนะได้ขึ้นรถคันนั้นของมันแล้ว 


“คันไหนวะ”​ ผมถามเพราะผมจำไม่ได้จริง ๆ ว่าตอนไหน แล้วมันก็ไม่เคยพูดให้ผมฟังว่านี่เป็นรถที่มันหวงมากที่สุด พอได้ยินว่านอกจากพ่อแม่แล้วมีผมที่ได้นั่งรถคนนั้นก็ทำความพยายามที่จะตัดใจจากมันเท่ากับศูนย์


“ก็วันเกิดมึงปีที่แล้วไง ที่กูพามึงขับรถข้ามสะพานพระราม เปิดประทุนรถดูพลุริมแม่น้ำเจ้าพระยา” 


แค่มันพูดถึงเหตุการณ์ตอนนั้นก็ทำผมจำได้ไม่มีลืม เป็นวันเกิดที่ผมมีความสุขที่สุด ผมไม่รู้ว่ามันมีงานอะไรถึงได้มีการจุดพลุได้ตรงกับวันเกิดของผม มันเหมือนฉากในหนังที่แค่รถของเราเลื่อนขับผ่านเข้ามาในเขตสะพานพลุก็ถูกจุดตลอดทางที่รถของเราขับอยู่บนสะพาน ส่องแสงสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้า มันเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดระหว่างเราที่ผมไม่กล้าลบเลือนมันออกไปจากหัวได้เลย


มันคงจะเป็นความทรงจำเดียวที่ช่วยเยียวยาหัวใจของผมได้ดีที่สุด 








04/08/62


เอาแล้วววววววววววว พฤติกรรมกับสิงห์ที่ทำกับกันต์นี่ดูยังไงก็ไม่เหมือนเพื่อนเลยอ่ะ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้กันต์คิดไปไกลได้ยังไง แต่ตอนนั่งอยู่บนรถกันต์บอกว่าได้ยินสิงห์คุยโทรศัพท์กับมีนอยู่เด้อ มันยังไงกันแน่! แฟนกันหรือมั่วนิ่ม! 




แอบแปะรูปรถให้ดู แล้วนึกภาพสิงห์ขับรถคันที่ตัวเองหวงที่สุดให้กันต์นั่ง แล้วพาขับผ่านจุดที่จุดพลุ บ้าไปแล้วว! 

มาค่ะ เรื่องราวมันก็ยังไม่หมด มันก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น นิยายเรื่องนี้ไม่ได้เศร้าอย่างเดียวเด้อ ย้ำหลาย ๆ รอบ ไรต์พยายามทำให้มันครบทุกรส อย่ากลัวว่าจะได้อ่านแต่เศร้า ๆ อย่างเดียว 

*อาจจะมีคำผิดอยู่บ้างนะคะ ไรต์อ่านทวนแค่รอบเดียว* 

ขอกำลังใจเยอะ ๆ หน่อยนะค้าบ ฮืออออ แอบรักเรื่องนี้แต่คนอ่านน้อย ใครชอบก็บอกต่อหน่อยน้า ฮือ รักนะครับ ฝากเล่นแท็กด้วยนะค้า #สิงหากันยา 



01/08/62

ความอึดอัดก็ยังมาอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็ได้ฟังแต่ความคิดและสิ่งที่กันต์เห็นอยู่ฝ่ายเดียว ความจริงนั้นเป็นยังไง สิงห์เป็นแฟนกับมีนจริงหรือเปล่า ถ้าจริงจะเป็นยังไงต่อ แล้วถ้าไม่จริงล่ะจะเป็นยังไง ทุกคนว่าสิ่งที่กันต์เห็นเป็นความจริงหรือไม่ คอมเม้นร่วมแสดงความเห็นกันเร็วววว 

ฝากเล่นแท็กด้วยน้า #สิงหากันยา ใครแทนภาพสิงหากันยาเป็นยังไง ลองไปใส่รูปติดแท็กกันนะค้าบ ไรต์แอบอยากเห็นภาพของทุกคน อิอิ 


*อาจจะมีคำผิดอยู่บ้างนะคะ ไรต์อ่านทวนแค่รอบเดียว* 




24/07/62 

หลายคนคงท้อร่วมกับกันต์ไปแล้ว ทำไมเปิดเรื่องมาทำไมม่าตั้งแต่แรก ไรต์ขอบอกเพียงว่าเรื่องนี้ไม่ได้ม่าเพียงอย่างเดียว และฟิคของไรต์เตอร์ธิต้าจบดีทุกเรื่อง เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยความเจ็บปวด แต่เรื่องราวต่อจากนั้นต่างหากที่น่าลุ้นว่าท้ายที่สุดเขาจะรักกันได้ยังไง 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #53 MTBBminttt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 12:08
    อยากอ่านต่อจังค่ะไรท์
    #53
    0
  2. #48 anantaya93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 00:19

    มาต่อไวๆน่ะ


    #48
    0
  3. #47 กนกพร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 09:53

    ชอบกำลังหน่วงได้อารมณ์แอบรักแอบเจ็บมาต่อเถอะนะ

    #47
    0
  4. #43 A'Ice JiJa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 17:29

    สงสารน้อง
    #43
    0
  5. #41 Gmonster_xx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 02:29
    มาต่อไวๆจ้ส
    #41
    0
  6. #40 Looktal_tuan1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:15
    มีนาคือน้องสาวของสิงหารึเปล่า
    #40
    0
  7. #39 chaleemb2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 05:55
    มีนาคือน้องไงน้องอ่ะ เดาค่ะ
    #39
    0
  8. #38 cartoona007 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 04:52
    ทนเจ็บไปก่อนเนาะ เดี๋ยวบ่อยก็ชิน //ปาดน้ำตา
    #38
    0
  9. #37 cxiixcvii9397 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 01:04
    กับมีนนี่ญาติกันป้ะ
    #37
    0
  10. #36 nooonut293 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:43
    มีนาน้องสาวหรือเปล่าน๊าาา
    #36
    0
  11. #35 _pitti06 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 23:56
    ก็คือ สงสารน้องสุดด ทรมานน่าดู ต้องฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บ ฮืออ
    #35
    0
  12. #34 Gizlib (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 20:30
    น้องกันต์ของพี่ ไม่ร้องน้าาาา
    #34
    0
  13. #33 miss.md (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 23:33
    ชอบมากค่ะ เขียนมาแค่นี้ก็คืออินและติดมาก อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ มาต่อไวๆนะคะ
    #33
    0
  14. #31 chaleemb2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 08:55
    เราว่ามันเป็นความเข้าใจผิดกันแน่ๆ แบบแฟนมีนเป็นเพื่อนสิงห์ฝากให้ซื้อดอกไม้ให้ไรงี้ ต้องเป็นแบบเน้ ฮืออออ
    #31
    0
  15. #30 cartoona007 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 04:03
    บอกเลยค่ะว่าอินเรื่องนี้มาก แม้จะแค่เริ่มต้น แต่ใจหน่วงไปหมดแล้ว
    #30
    0
  16. #29 Bar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:59

    ทำดีมากกันต์ ถ้ามันกำกวม ก็ รอดูต่อไปแบบนร้แหละ ข้อมูล และหลักฐาน มันน่าคิดไปทางนั่นมากๆๆ

    #29
    0
  17. #28 5948294 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:25

    สงสารกันยา
    #28
    0
  18. #27 _pitti06 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:43

    ฮือออ น้องงง
    #27
    0
  19. #26 Need1239 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 05:25
    สำหรับน้องมีน ดอกกกกกก มากค่ะ นี่ว่าแหม่งๆ อาจเป็นแผนน้องมีน แบบว่าวันเกิด รึไม่ก็ฝากซื้อดอกไม้ น้ำหอมก็ กอดขอบคุณ สร้อยก็บอกตอบแทนความมีน้ำใจ งี้ก็ได้

    /ชอบนะคะ
    #26
    0
  20. #25 จานี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 06:49

    มันต้องไม่ใช่แบบนี้ฮื่อๆๆๆๆๆๆ

    #25
    0
  21. #24 Kai_kako (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 01:59

    แง น้องเสียใจตั้งแต่ต้นเรื่องเลย
    #24
    0
  22. #23 Gizlib (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 21:52
    น้ามตามา น้องกันต์ของพี่ สู้เขานะลูก
    #23
    0
  23. #22 anantaya93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 16:56

    สงสารน้อง งื้อๆ แถบจะร้องไห้ตามแล้วhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.png

    #22
    0
  24. #21 Love AmeriThaiKong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 10:03

    สงสารกันยา ว้อยยยยยยยยยยย ถ้าไม่รักกันยาแล้วให้ตุ้กตาอัดเสียง"กูรัก-"ทำไม ยิ่งคิดยิ่งเจ็บแทนกันยา
    #21
    0
  25. #20 cxiixcvii9397 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 20:20
    เจ็บตามㅠㅠ
    #20
    0