Months’ love #สิงหากันยา

ตอนที่ 1 : CHAPTER 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    17 ก.ค. 62







“อ๊ะเบา ๆ ดิไอ้สิงห์ กูเจ็บ!!


“เออ ก็เบาสุดแล้วเนี่ย!


“ก็กูเจ็บอ่ะ มึงทำแรง!!อ๊า ๆ เจ็บ ๆ ๆ ๆ” 


“แรงห่าอะไร มึงอ่ะ ขี้สำออย” 


“ก็กูเจ็บบบบบ” 


“เออ แป๊ปเดียวน่ะ ใกล้เสร็จแล้ว” 


“พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันเนี่ย” เสียงไอ้เฟรนด์ดังขึ้นจากด้านข้าง ผมหันไปมอง เห็นมันมองมาด้วยหน้ายับ ๆ ”กูหลับอยู่ต้องตื่นขึ้นมาดูเลย คิดว่าพวกมึงได้กันซะอีก” 


“ได้กันก็ดีดิวะ” ไอ้สิงห์ตอบไอ้เฟรนด์ไปอย่างติดตลก ส่วนผมน่ะเหรอ ปั้นหน้านิ่งแทบไม่ไหวแล้ว 


“แล้วนั่นมึงเป็นห่าอะไรไอ้กันต์” 


“กูไม่ทันระวังมองดูตะไคร่น้ำ ก็ลื่นล้ม” แล้วก็เป็นแผลที่ศอกเนี่ย ไอ้สิงห์ถึงได้มานั่งทำแผลให้ผม คนห่าอะไรมือหนักฉิบหาย จิ้มทีร้องจ้ากทุกรอบเลยเนี่ย 


“ทำไมไม่ไปห้องพยาบาล” 


“เออ กูจะพาไป มันก็ไม่ยอมไป” ไอ้สิงห์ตอบไอ้เฟรนด์พร้อมช้อนตามองผมด้วยสายตาดุ ๆ 


“ก็เป็นนิดเดียวเอง” ผมตอบพร้อมส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้ไอ้สิงห์ มันทำขมวดคิ้วและก้มหน้าทำแผลให้ผมต่อ ส่วนไอ้เฟรนด์มันก็ทำกวนตีนผมโดนการทำปากอุบอิบที่กำลังบอกผมว่าไอ้สิงห์ชอบผม และนั่นยิ่งทำผมแทบกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้ มองค้อนมันบอกให้มันเลิกแซวได้แล้ว มันทำหัวเราะไร้เสียงและก้มหน้าฟุบกับโต๊ะเหมือนเดิม 


และนั่นทำให้ผมได้มีเวลาในการแอบมองหน้าคนที่ผมชอบใช่…  ผมชอบไอ้สิงห์


ผมชื่อกันต์ ที่มาจากกันยา เดือนเกิดของผม และไอ้คนที่ผมพูดถึงเมื่อกี้ก็คือสิงห์ ชื่อจริงคือ นายสิงหา แน่นอนว่าชื่อมันก็ตั้งมาจากเดือนเกิดของมันเหมือนกัน มันเป็นเรื่องบังเอิญมาก ๆ ที่ชื่อของเรามีที่มาคล้าย ๆ กัน และในขณะเดียวกันความที่ชื่อเราช่างมีความหมายคล้องจองก็ทำให้เหล่าแฟนคลับที่ชอบจิ้นเรา ชอบเรียกพวกเราว่า #มีแฟนชื่อเดือนจจจ และจจจก็ย่อมาจากจุด จุด จุด และจริง ๆ ชื่อนี้มันก็มาจากที่ไอ้สิงห์เพราะมันไปชงไว้นั่นแหละครับว่าแฟนมันมีชื่อเดือนและก็พูดเว้นว่าจุดจุดจุด และท้ายที่สุดมันจะเป็นใครได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่ผม


ผมกับสิงห์เรารู้จักกันมาได้สองปีกว่าแล้ว เราเรียนคณะนิเทศเหมือนกัน แต่ว่าเราเรียนกันคนละสาขา ผมเรียนบรอสแคสฯ ส่วนมันก็เรียนฟิล์ม และที่เรามาบรรจบพบกันได้เพราะหนังสั้นของพี่เหยี่ยวรุ่นพี่ปีสี่ที่ผมรู้จักในชมรม เขาขอให้ผมไปเล่นบทเอกเพราะว่าคาแร็คเตอร์ตรงกับตัวละคร และผมก็มีประสบการณ์เล่นเคยเป็นตัวประกอบในหนังดัง ๆ บ้าง ก็เลยถูกชวนให้มาเล่น 


ตอนแรกผมก็ไม่อยากจะเล่นหรอก ที่ผมไม่อยากจะรับเล่นไม่ใช่เพราะไม่ได้ค่าจ้างหรอกนะ แต่เพราะมันเป็นหนังสั้นที่สอดแทรกเนื้อหาชายรักชายต่างหาก ในสมัยนั้นหนังแนวชายรักชายยังไม่เปิดกว้างเท่าปัจจุบันนี้ ผมเองก็กลัวว่ามันอาจจะกระทบหน้าที่การงานของผมบ้าง และอีกอย่างผมเลยไม่ค่อยจะโอเคหนังแนวนี้สักเท่าไร ผมไม่ได้แอนตี้เกย์นะ แต่ก็คิดว่าก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองน่าจะดีกว่า  


ก็นั่นแหละครับ… ผมก็ได้กลืนน้ำลายตัวเองไปเรียบร้อยแล้วเมื่อรู้จักสิงห์ ผมไม่ได้ตกหลุมรักมันตั้งแต่แรกพบหรอก แต่ทำงานด้วยกันและต้องอินกับบทมันก็ทำให้ผมหวั่นไหวเข้า 


ด้วยความที่เรามีนิสัยคล้าย ๆ กัน เคมีหลายอย่างก็ตรงกันทำให้หลังจากที่เราเล่นหนังสั้นด้วยกันจบ เราทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนสนิทไปแล้ว เราเริ่มไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น ก็ยิ่งทำให้เรายิ่งสนิทกันแบบประเภทตัวติดกันเลยล่ะ ส่วนตอนอยู่มหาลัย ถึงเราไม่ได้เรียนด้วยกันในวิชาเอก แต่เราก็เรียนวิชาอื่นด้วยกันได้ และโชคดีที่เราก็ลงวิชาโทเหมือนกัน ทำให้เราเลือกเรียนบางคลาสด้วยกันได้อย่างไม่มีปัญหา  


เรื่องราวระหว่างผมกับสิงห์มันไม่ได้จบกันแค่นั้น เพราะหนังสั้นที่เราเล่นกันมันดันปังยอดวิวทะลุล้านได้ เริ่มมีคนถามถึงเราว่าเราเป็นใคร เรียนที่ไหนและไล่ติดตามพวกผมทั้งคู่ พอเห็นว่าในไอจีของผมไม่ก็สิงห์มีรูปของกันและกันอยู่ก็ทำให้คนที่อิน ๆ จากเรื่องสั้นตั้งตัวเป็นคู่จิ้นของเรา พอเรามีท่าทางมุ้งมิ้งให้กันหน่อยก็แท็ก #สิงหากันยา ก็ขึ้นเทรนในทวิตเตอร์ตลอด เช่นเดียวกับแท็ก #มีแฟนชื่อเดือนจจจ ก็จะห้อยสอยตามกันไป 


ส่วนผมก็คงได้กำไรจากการโดนจิ้นครั้งนี้เพราะไอ้สิงห์เป็นพวกชอบเอาใจแฟนคลับ มันชอบจะมาสร้างโมเมนต์หวาน ๆ กับผมให้แท็กของเราขึ้นเทรนทวิตเตอร์ ผมเองก็ฟินตามแฟนคลับของเราไปเหมือนกัน 


ความดังของเราทั้งคู่ไม่ได้หยุดแค่ในมหาลัยเท่านั้น ตอนนี้ทั้งผมกับสิงห์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับค่ายโทรทัศน์ชื่อดัง และอีกไม่นานเราก็จะได้เล่นซี่รี่ส์ด้วยกัน เพราะในช่วงที่เราทั้งคู่กำลังดังขนาดนี้ทางค่ายเลยไม่อยากปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้หลุดหายไป ถึงได้รีบจับพวกเราเซ็นสัญญาและทำซี่รี่ส์ต่อ 


แต่ก็นั่นแหละครับ สำหรับผม ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นแค่เพื่อนหรือแค่คู่จิ้น เพราะผมชอบมันเข้าแล้วจริง ๆ ส่วนไอ้สิงห์มันไม่เคยพูดกับผมหรอกว่ามันรู้สึกยังไง แต่ท่าทางที่เล่นเกินจริงของมันก็ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่ามันก็ต้องรู้สึกดีเหมือนกันกับผม และไอ้เฟรนด์เองก็ฟันธงให้ผมแล้วว่าไอ้สิงห์ก็ชอบผม


ผมดีใจที่เราคิดตรงกัน และผมก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เคลียร์ความสัมพันธ์ที่กำกวมนี้เมื่อไร แต่สำหรับผม ผมว่าเราอยู่กันแบบนี้มันก็น่ารักดีนะ 


“เนี่ย แค่กูไม่อยู่ด้วยแป๊ปเดียวก็ไปเจ็บตัวมา กูต้องคอยตามประกบดูแลมึงทุกฝีก้าวเลยหรือไง” ไอ้สิงห์บ่น แต่สิ่งที่มันบ่นออกมาทำให้ผมยิ้มอีกแล้ว “กูอยู่ปกป้องมึงตลอดไม่ได้ มึงดูแลตัวเองบางสิ” 


“อือ ต่อไปกูจะระวังให้มากกว่านี้” ผมพูดพร้อมส่งยิ้มให้มัน ไอ้สิงห์เงยหน้าขึ้นมายิ้มตอบผมพร้อมวางมือมาขยี้หัวผมเบา ๆ จากนั้นมันก็เอาปากมาจุ๊บหัวผมแบบที่มันชอบทำ 


“กูไปเรียนล่ะ แล้วเจอกันตอนเย็น” ผมยิ้มตอบพร้อมพยักหน้ารับคำพูดของไอ้สิงห์ มันส่งยิ้มกลับมาให้ผมก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าสะพายแล้วเดินจากผมไป ส่วนผมน่ะเหรอ ก็ได้แต่ยิ้มค้างด้วยอารมณ์ฟินอยู่อย่างนั้น หัวใจของผมมันค่อย ๆ พองโตมากขึ้นเรื่อย ๆ มีความสุขจริง ๆ 


“แหมมมม ๆ ยิ้มหน่อยยิ้มใหญ่” ไอ้เฟรนด์แซวผม ผมหันไปมองหน้ามันในขณะที่ยังยิ้มค้างอยู่แบบนั้น “กูล่ะหมันไส้ จะหวานกันไปไหนวะ”​


“ก็ปกติเปล่าวะ” ผมตอบพร้อมขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ไอ้เฟรนด์มากขึ้น ดูท่ามันจะหมันไส้ผมมากถึงได้ทำมองบนใส่ผมและเปะปากแรงแบบนั้น 


“พรุ่งนี้ก็วันวาเลนไทน์แล้ว เตรียมตัวเสียตัวหรือยังล่ะมึง” 


“เสียตัวก็เหี้ยแหละ ไอ้สิงห์มันให้เกียรติกูจะตายไป มันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”


“แต่อย่างน้อยก็ต้องมีจูบแล้วป่าววะ มึงกับมันก็คุยกันมานานแล้วนี่” คำพูดของไอ้เฟรนด์ทำผมแทบจะระงับความคิดของตัวเองไม่ได้ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลยนะ แต่พอคิดว่ามันจะเป็นอย่างไอ้เฟรนด์พูดก็ทำผมระงับอาการฟินของตัวเองไม่ได้เลย 


ไอ้สิงห์ทำกับผมมากสุดก็หอมแก้มนั่นแหละ ส่วนจูบเราไม่เคยหรอก ถึงแม้ว่าในซี่รี่ส์ที่เราเล่นมันจะมีซีนจูบอยู่บ้าง แต่ผมก็ไม่อยากให้จูบแรกของผมกับไอ้สิงห์เกิดขึ้นตอนที่เราเข้าฉาก ถ้ามันจะเกิดผมก็อยากจะให้มันเกิดเพราะเราอยากให้มันเกิด ไม่ใช่เพราะบท 


“ไอ้กันต์ กูว่ามึงกับมันควรจะพูดเรื่องถึงความสัมพันธ์กันได้แล้วนะ จะเพื่อนก็ไม่ใช่ จะแฟนก็ไม่เชิง มึงชอบความรู้สึกครุมเครือแบบนี้เหรอ” จู่ ๆ ไอ้เฟรนด์ก็ลากผมไปดราม่าซะงั้น มันน่ะคิดมากไป 


“ไม่เป็นไรหรอกมึง อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ดีแล้ว ทุกวันนี้มันก็มีแต่กู แค่นี้คำตอบก็ชัดแล้วป่ะ” 


“กูเห็นตัวอย่างจากคนอื่นมาเยอะแล้ว ถ้ามันเบื่อมึงขึ้นมาไปมีแฟนใหม่ มึงจะไปด่ามันไม่ได้นะกันต์ เพราะสถานะมึงกับมันเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น” 


กริบเลยครับ ผมไม่เคยคิดแบบที่ไอ้เฟรนด์คิดเลยสักครั้ง 


“แต่มันไม่ใช่คนเจ้าชู้ มันคงไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกมั้ง” ผมพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก อย่าเอาคำว่าแฟนมาทำให้ความสัมพันธ์ของเราอึดอัดไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่ไอ้เฟรนด์พูดทำผมคิดไปไกลถึงแอสการ์ดแล้วเนี่ย  


“กูรู้ว่ามึงกลัวจะเสียความสัมพันธ์ดี ๆ แบบนี้ไป แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ของพวกมึงมันก็ไม่ใช่เพื่อนกันอยู่แล้ว มึงจะกลัวอะไรวะ หรือถ้าไอ้สิงห์ไปมีแฟนใหม่ สุดท้ายความสัมพันธ์นี้ก็พังอยู่เดิม ในเมื่อตอนนี้พวกมึงยังรักกันอยู่ กูว่ามึงเรียบเคลียร์เถอะ จะแฟนก็แฟน จะเพื่อนก็เพื่อน เอามันสักอย่าง ไม่ใช่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้” 


มาเป็นชุดเลยสัด เอาซะกูจุกจนพูดอะไรไม่ออกเลย 


“กูรู้ว่าไอ้สิงห์มันไม่เจ้าชู้ มันคงไม่ทำแบบที่กูพูดหรอก แต่กูว่าการเคลียร์ความสัมพันธ์มันก็ดีกว่านะเพื่อน” ตอนแรกก็ไม่เครียดหรอก แต่ก็เครียดเพราะคำพูดของไอ้ห่าเฟรนด์เนี่ย ตอนนี้ผมเอาแต่คิดเรื่องไอ้สิงห์ไปมีแฟนใหม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมหมาจริง ๆ เลยนะ จะด่าว่ามันนอกใจก็ไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นแฟนกับมัน


“พรุ่งนี้กูจะเคลียร์กับมัน”​ เอาวะเอาไงเอากัน


“เออดี เคลียร์กันให้จบ ๆ จะได้สบายใจกันไป อีกอย่างกูก็เหนื่อยที่จะลุ้นว่าเมื่อไรพวกมึงจะง้างปากขอเป็นแฟนกันสักที” 


“แล้วถ้ามันปฏิเสธกูล่ะ” ผมเริ่มวิตกกังวลแล้วนะเนี่ย ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาพฤติกรรมของไอ้สิงห์เหมือนแฟนผมมากขนาดไหน แต่ผมก็แอบกลัวอยู่ดี 


“โอ๊ยมันจะมาปฏิเสธอะไร ถ้าลองบอกว่าที่ผ่านมาคิดกับมึงแค่เพื่อนจะกระทืบมันให้ ไอ้ห่ามีที่ไหนวะ เทียวไปรับไปส่ง พาไปเที่ยว ซื้อนู่นซื้อนี่ให้ เอาอกเอาใจ จุ๊บหัวทุกครั้งที่เจอหน้า กอดกันทุกครั้งที่เจอ” 


“แม่งกูเครียด” ผมเครียดจริง ๆ นะ ถึงแม้ว่ามันจะจริงแบบที่ไอ้เฟรนด์พูด แต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดี ผมกลัว… กลัวการเปลี่ยนแปลงระหว่างเรา มันจะดีใช่ไหม มันจะไม่อึดอัดใช่ไหม 


“มึงจะเครียดห่าอะไรไอ้กันต์ เอาเวลาเครียดไปคิดเถอะว่าพรุ่งนี้มึงจะเริ่มพูดกับมันยังไง”


“เออ กูจะเข้าเรื่องยังไงดีวะ มึงช่วยกูคิดหน่อยดิ” 


“มึงมาถามอะไรกู มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยมีแฟน ไปถามไอ้ยอร์ชนู่น มันน่าจะช่ำชองเรื่องพวกนี้” ไอ้ยอร์ชที่ไอ้เฟรนด์พูดถึงก็เป็นเพื่อนสนิทของผมอีกคน แต่ไอ้ห่านั่นไม่ค่อยมาอยู่กับพวกเราสักเท่าไร ไอ้คนร้อยเมียอย่างมันวัน ๆ ไม่ค่อยทำอะไร นอกจากตามประกบสาว ๆ แล้วพอได้เรียบร้อยถึงกลับมาพร้อมรายงานผลว่าเก็บได้อีกแต้ม มันเป็นเหี้ยที่เหี้ยเสมอต้นเสมอปลาย ผมไม่เคยเห็นด้วยที่มันทำตัวแบบนี้หรอก แต่นั่นมันก็ชีวิตมัน พูดมากไปก็หาว่าเสือกอีก 


“ไม่เอาอ่ะ กูไม่อยากถามมัน คนอย่างมันมีคำแนะนำอะไรอย่างอื่นได้นอกจากเรื่องใต้สะดือ”


“เออ ก็จริง” ไอ้เฟรนด์แค่นหัวเราะเห็นด้วยกับคำพูดของผม แต่แม่งเอ๊ยนี่ผมยังไม่หายกังวลหรือพรุ่งนี้เลยนะเนี่ย ผมจะไปเริ่มพูดยังไงดีวะ แล้วไอ้สิงห์ล่ะ มันจะตอบผมกลับมาว่ายังไง 


“ไอ้เฟรนด์ เอายังไงดีวะ กูควรเริ่มทำอะไรก่อนดี” ผมเริ่มปรึกษาไอ้คนที่ไม่มีประสบการณ์เรื่องความรัก กลุ่มผมนี่แม่งก็สมส่วนจริง ๆ ไอ้เพื่อนอีกคนก็มากรัก อีกคนก็ไม่เคยมีเลย พวกมึงช่วยแชร์ ๆ กันหน่อยได้ไหม 


“อืม… งั้นเอางี้ไหม มึงซื้อของขวัญอะไรให้มันสักอย่าง เป็นของคู่กันก็ได้ มึงให้มันแล้วก็บอกว่าอยากคู่กับมันตลอดไป จบด้วยขอเป็นแฟน” 


“เจ๋งวะ” ผมชอบไอเดียไอ้เฟรนด์ ขอซื้อไอเดียนี้เลยล่ะ ว่าแต่… “แล้วของคู่นี่อะไรดีวะ” 


“เรื่องของมึงดิ จะให้กูช่วยคิดทุกอย่างเลยหรือไง ไปคิดเอาเอง” ไอ้เฟรนด์ทำกอดอกหันหน้าหนีเหมือนเป็นการบอกว่าไม่แสดงความเห็นอะไรอีกแล้ว ส่วนผมก็ได้แต่ทำปากยื่นใส่มันเป็นการแสดงอาการงอแงเล็กน้อย “มึงไม่น่ามาถามเรื่องแบบนี้กับกูนะไอ้กันต์ มึงน่ะควรถามตัวเองมากที่สุด เพราะมึงรู้ว่าไอ้สิงห์มันชอบอะไร ไม่ชอบอะไร กูจะไปรู้ได้ยังไงว่าควรซื้ออะไร” 


หลังจากไอ้เฟรนด์พูดประโยคนั้นออกมา ผมก็เริ่มระลึกชาติว่าไอ้สิงห์มันชอบอะไร ผมรู้ทุกอย่างว่ามันชอบอะไร และรู้ว่ามันเคยอยากได้อะไร แต่รู้ไปก็เท่านั้นเพราะมันมีครบหมดทุกอย่างแล้ว ก็บ้านมันรวย อยากได้อะไรมันก็ซื้อ 


อืม… งั้นต้องเป็นขออะไรที่ไอ้สิงห์ยังไม่มี…. อื้อผมว่าผมเริ่มคิดออกแล้ว

.

.

.

.

.

.


 

 

07:22 P.M. 


ตอนนี้ผมกับไอ้สิงห์พากันเดินออกจากร้านอาหาร สภาพผมตอนนี้เรียกว่าอิ่มแบบแทบจะอ้วกได้เลยล่ะ ก็ไอ้สิงห์มันไปโมโหหิวจากที่ไหนมากก็ไม่รู้ มาถึงก็สั่งเอา ๆ พออาหารเข้าปากมันถึงระลึกได้ว่าตัวเองสั่งเยอะเกินไป แล้วก็มาลำบากตอนที่พยายามยัดตอนใกล้อิ่ม แม้ว่าไอ้สิงห์ก็บอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องฝืน แต่ผมเป็นพวกเสียดายถ้าต้องกินทิ้งขว้าง ก็เลยอยู่ในสภาพแบบนี้ไงล่ะ 


“ไง จะไปกินบิงซูต่อป่ะ” มันแซวผมเพราะก่อนหน้านั้นที่จะกินข้าว ผมชวนมันไปกินบิงซูด้วยกัน 


“บิงซูพ่องดิ” ผมหันไปมองค้อนไอ้สิงห์อีกทั้งด่ามันทางสายตาด้วย เพราะมันแหละทำให้ผมอดกินบิงซู และไอ้สิงห์มันก็รู้ว่าผมกำลังงอนมัน มันถึงปล่อยเสียงหัวเราะแล้วเอาแขนมาโอบคอผมไว้ พร้อมใช้มือขยี้หัวของผมเบา ๆ 


เนี่ยมันก็ชอบทำให้ผมใจอ่อนอยู่เรื่อยเลย


“เออ... กูมีเรื่องจะถาม” ผมเงยหน้ามองไอ้สิงห์ มันไม่ได้มองมาที่ผม มันมองตรงไปข้างหน้าในขณะที่แขนมันก็ยังโอบคอของผมไว้ “มึงชอบดอกไม้อะไร” 


หัวใจของผมเต้นรัวขึ้นมาเสียเดียวนั้น และในหัวของผมตอนนี้ก็คิดไปไกลถึงวันพรุ่งนี้แล้ว แต่ถามตรง ๆ แบบนี้เลยเหรอวะ ถามแบบนี้กูก็รู้หมดดิว่ามึงจะซื้อดอกไม้ให้กู ไอ้บ้าเอ๊ยปั่นหน้านิ่งไม่ไหวแล้วนะ ฟินเว้ย!!


“ดอกกุหลาบ” ความจริงผมไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั้นหรอก ผมไม่ได้มีดอกไม้ในใจว่าชอบดอกอะไร แต่ดอกกุหลาบก็เป็นดอกไม้ที่เบสิกดี อีกอย่างจะไม่ได้ยากให้มันไปตามหาด้วย ผมรู้นิสัยสิงห์ดี มันไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากวุ่นวาย


“แล้วสีล่ะ” นี่มึงไม่คิดจะคิดอะไรเองบ้างสินะ ได้...


“ดอกกุหลาบสีขาว ขนาดแบบช่อใหญ่ ๆ อ้อขอห่อช่อด้วยกระดาษสีเงินเพราะมันจะได้ดูแพงดี ขอโบว์สีเงินใหญ่ ๆ ด้วย” บอกขนาดนี้แล้วหวังว่ามันจะไม่มีคำถามอะไรอีกแล้วนะ จริง ๆ ผมก็ไม่ได้ต้องการเป๊ะแบบนั้นหรอก แต่แค่กลัวมันจะถามไม่จบไม่สิ้น 


ผมเงยหน้ามองไอ้สิงห์ มันดูอึ้งกับคำตอบที่ร่ายยาวของผม แต่ท้ายที่สุดมันก็ทำพยักหัวเหมือนรับรู้คำพูดของผมแล้ว หน้าตาอึน ๆ ของมันทำผมแอบหลุดยิ้ม น่ามันดูตลกดีและดูน่ารัก 


“พี่สิงห์พี่กันต์คะ” จู่ ๆ ก็มีกลุ่มผู้หญิงวิ่งมาหยุดตรงหน้าพวกเราทั้งสอง ทำผมงงไปชั่วครู่ “หนูดีใจที่ได้เจอพี่ ๆ มากเลยค่ะ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ”​ 


อ๋อ ที่แท้ก็แฟนคลับพวกเรานี่เอง ผมยังไม่ชินกับชีวิตการมีแฟนคลับสักเท่าไร ถึงได้ทำหน้างงทุกครั้งที่มีคนวิ่งเข้ามาหา 


“ได้เลยครับ ไหน ใครก่อนดี” ไอ้สิงห์ยิ้มรับแฟนคลับอย่างเป็นมิตร ผมเองก็ยิ้มกว้างพร้อมขยับตัวออกห่างจากไอ้สิงห์เพื่อให้น้องแฟนคลับมาอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเรา  


พวกเรายืนอยู่ตรงนั้นสักพักใหญ่เพื่อให้แฟนคลับได้ถ่ายรูปคู่กับพวกเราจนครบคน มีการพูดคุยกันเล็กน้อยเป็นการเทคแคร์แฟนคลับ จนท้ายที่สุดเราทั้งคู่ก็ต้องขอตัวออกมาก่อน 


“กูลืมไปเลยนะเนี่ยว่าพรุ่งนี้ว่าเรามีงานแจกของขวัญที่ตึก” เมื่อกี้มีน้องแฟนคลับบอกว่าจะไปรอเจอพวกเราที่ตึก MB Entertainment ผมจำได้ไม่มีลืมว่าพรุ่งนี้เราต้องไปแจกช็อกโกแลตแฟนคลับ แต่ก็ไม่คิดว่าไอ้สิงห์มันจะลืม และดูหน้าของมันตอนนี้สิ ดูเหมือนมีเรื่องอะไรคิดอยู่ในหัว 


“มีอะไรหรือเปล่าวะ” ผมถาม 


“พรุ่งนี้กูติดธุระ” ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกหวิวใจแปลก ๆ กับคำพูดของไอ้สิงห์​ อาจเพราะพรุ่งนี้เป็นวันวาเลนไทน์ผมก็เลยแอบคาดหวังว่ามันจะอยู่กับผม ถึงแม้จะเซ็งแต่ก็ไม่อยากคิดเพราะรู้สึกตัวเองงี่เง้าเกินไป ไม่เอาน่าไอ้กันต์ นี่ขนาดยังไม่เป็นแฟนกันจะทำตัวเห็นแก่ตัวเลยเหรอ มึงเองก็ไม่ชอบแฟนที่ทำตัวงี่เง้านี่ ต้องมีเหตุผลสิ “แต่ไม่เป็นไร หลังจากเสร็จงานที่ตึกแล้วเดี๋ยวกูไปทำธุระ แล้วตอนดึก ๆ กูจะไปหามึงที่คอนโด” 


อารมณ์ของผมดีขึ้นมาเพียงพริบตาเมื่อได้ยินว่าไอ้สิงห์จะมาหาผมที่คอนโด งั้นว่าแผนต่าง ๆ ที่ผมวางไว้จะไม่ล้ม


“แล้วมึงล่ะ วันพรุ่งนี้ไปไหนหรือเปล่า” ตอนที่ผมได้สบตากับไอ้สิงห์ หัวใจของผมมันเต้นรัวขึ้นมาเสียเดียวนั้น และไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมรู้สึกแบบนี้ ก็ชอบมัน... จะใจเต้นแรงเพราะมันก็คงไม่แปลกหรอก 


“ไม่ได้ไปไหน เสร็จงานก็คงกลับห้อง” 


“เออ เดี๋ยวกูไปหา” บ้าเอ๊ยระงับอาการฟินของตัวเองไม่ไหวแล้วนะ “แล้วนี่มึงจะไปทำอะไรอีกไหม หรือจะกลับเลย”

 

“ก...กู ว่าจะไปดูของให้แม่กูหน่อยน่ะ” ผมตอแหล ที่จริงผมจะไปดูของขวัญให้ไอ้สิงห์ต่างหาก และถ้ามันจะไปด้วยรับรองแผนล่มแน่ เอายังไงดีว่า จะปลีกตัวยังไงดีวะ และเวลานี้เป็นเวลาเดียวที่ผมจะไปหาของขวัญให้มันได้ เพราะถ้ากลับมันก็ต้องขับรถไปส่งผมที่คอนโดก่อน  


“เออ กูว่าจะไปดูของให้แม่เหมือนกัน” 


“งั้นเราแยกกันไหม แล้วเสร็จแล้วค่อยโทรหากัน” ผมรีบพูดแทรก ส่วนไอ้สิงห์ก็ทำหน้ามึน ๆ คงฟังไม่ทันว่าผมพูดอะไร แต่สุดท้ายมันก็พยักหน้าตอบรับคำพูด “เดี๋ยวกูเสร็จแล้วโทรหานะ” 


ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะรีบเดินแยกออกมา เมื่อเดินออกมาได้ไกลแล้วก็หันไปมองไอ้สิงห์ มันเองก็เดินไปตามทางของมัน เพียงแค่นั้นผมก็ต้องยิ้มออกมาอย่างมีความสุข 


อดใจรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ได้จริง ๆ วะ 

.

.

.

.

.

.

.


 

 

14 Feb 20xx


และแล้ววันที่ผมรอคอยก็ได้มาถึง ความกังวลมันเริ่มถาโถมเข้ามาตั้งแต่ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ผมตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงระหว่างผมกับไอ้สิงห์ ผมกังวลกลัวไอ้สิงห์จะไม่เห็นด้วยกับความคิดผม ถ้ามันบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันต่อไปแบบนี้ดีแล้วล่ะผมจะทำยังไง ผมคงจะเหวอสุด ๆ เลยล่ะ แต่ไม่หรอกมั้ง ไอ้สิงห์ก็ออกจะชัดเจนทุกตรง มันคงไม่ได้คิดกับผมแค่เพื่อนหรอก ถ้าลองบอกว่าที่ผ่านมาทำเพราะเพื่อนกัน คอยดูจะให้ไอ้เฟรนด์จัดการแน่


การเจอของเราในวันนี้เริ่มต้นที่หน้าตึกบริษัทของเรา มีแฟนคลับมารอพวกเราเพียบเลย แต่ก็ไม่ได้มารอแค่พวกเราสองคนหรอก นอกจากผมกับสิงห์ ยังมีนักแสดงวัยรุ่นอีกหลายคนที่มาร่วมแจกของขวัญให้กับแฟนคลับ วันนี้มันเป็นวันที่แสนสบายและชิล ๆ แต่วันนี้ไอ้สิงห์ค่อนข้างเล่นตัวไม่ค่อยมากอดผมเหมือนทุกที เพราะงั้นแฟนคลับก็เลยร้องขอบอกให้ไอ้สิงห์ดูแลผม มันเองก็เอาอกเอาใจแฟนคลับโดยการป้อนช็อกโกแลตให้ผม รับรองเลยล่ะว่าวันนี้ทั้งไอจีและทวิตเตอร์ของผมจะโดนแฟนคลับแท็กรูปคู่พวกเรากันแน่


“มึงได้เอารถมาป่ะ” ไอ้สิงห์ถามในขณะที่เราทั้งคู่กำลังรวบของขวัญของแฟน ๆ มากอดไว้เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน 


“ไม่ได้เอามา” 


“งั้นเอางี้เอาของไปไว้ในรถกูก่อน ยังไงคืนนี้กูก็ต้องไปหามึงอยู่แล้ว มึงจะได้ไม่ต้องแบกขึ้นรถแท็กซี่กลับห้อง” ผมพยักหน้าตอบรับไอ้สิงห์และก้าวเท้าเดินตามหลังมันไปติด ๆ 


ระหว่างทางที่เดินไปเราก็เม้าท์กันเรื่องทั่วไป จนในที่สุดไอ้สิงห์ก็พาผมมาถึงรถของมัน ผมเดินไปยืนรอตรงประตูหลัง หากทว่าสายตาของผมต้องไปสะดุดกับบางสิ่งที่วางอยู่ตรงเบาะหลัง เพียงแค่นั้นหัวใจของผมมันก็เต้นรัวขึ้นมาเสียเดี๋ยวนั้น

 

มีดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่วางอยู่ตรงนั้น และที่สำคัญ… มันห่อด้วยกระดาษสีเงินและสีโบว์ใหญ่ ๆ สีเงิน นี่มันตรงกับที่ผมพูดบอกไอ้สิงห์เมื่อวานนี้เด๊ะเลยนี่หว่า บ้าเอ๊ยอดดีใจไม่ได้อีกแล้ว 


“ไอ้กันต์ เอามาไว้หลังรถนี่” เสียงของไอ้สิงห์ทำผมตื่นจากภวังค์ความคิด ผมรีบเดินไปหามันด้วยสภาพหน้าแดง ๆ ดีที่ตรงนี้อับแสง ไอ้สิงห์ถึงไม่มีทางได้เห็นแก้มแดง ๆ ของผม 


“แล้วแน่ใจนะว่าจะไม่ให้กูไปส่งที่คอนโด” ก่อนหน้านั้นไอ้สิงห์ถามผมแล้วว่าจะให้ไปส่งที่คอนโดก่อนหรือเปล่า แต่ผมปฏิเสธไปเพราะไม่อยากให้มันเสียเวลาไปทำธุระของมัน 


“กูดูแลตัวเองได้น่ะ แค่นั่นแท็กซี่กลับเอง” 


“กูไม่ไว้ใจเลย เผื่อมึงเผลอหลับแล้วแท็กซี่พาไปไหนต่อไหนอีก โดนปล้ำไม่รู้ด้วยนะ”​ มันก็ขี้กังวลมากเกินไป 


“มึงจะบ้าเหรอ กูเป็นผู้ชายนะ” 


“ผู้ชายก็โดนได้” 


“กูไม่โดนหรอก” 


“กูบอกว่าโดนได้ก็โดนได้” ไอ้สิงห์ทำพูดน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันจะคิดมากไปถึงไหน ผมเป็นผู้ชายไม่โดนทำอะไรง่าย ๆ หรอก แต่เห็นมันเป็นห่วงแบบนี้ก็แอบดีใจ “งั้นเดี๋ยวกูเรียกแกร็บให้ กูจะได้เช็คจากแอปแล้วเห็นว่ามึงกลับถึงคอนโดแล้วจริง” 


มันนี่ก็เว่อร์ได้โล่เลย แต่ความเว่อร์ของมันก็ทำผมยิ้มหน้าบานเลยเนี่ย 


และนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับไอ้สิงห์ตอนกลางวัน พอเราแยกกันผมก็เอาคิดเรื่องของคืนนี้ กลับมาถึงห้องมันก็โทรมาเช็คผมอีกรอบ ทำตัวเหมือนกับแฟนทุกอย่าง หลังจากที่มันได้คำตอบว่าผมอยู่ห้องปลอดภัยดี ผมก็เก็บกวาดห้องให้มันสะอาดทั้งที่มันก็สะอาดอยู่แล้ว ทั้งที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไอ้สิงห์มานอนกับผม แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่เราอาจจะนอนด้วยกันในฐานะแฟนก็ได้ อ๊ากกกก แค่คิดก็ทำผมแทบอยากกัดหมอนให้ขาด


ก่อนจะถึงเวลานั้นผมก็หยิบของขวัญที่ผมเตรียมมาให้ไอ้สิงห์เพื่อเช็คดูอีกรอบ แค่มองก็ทำผมยิ้มแก้มแตกอยู่เพียงลำพัง แต่เอ๊ะผมไปแอบเห็นดอกไม้ที่ไอ้สิงห์เตรียมให้ผมแล้วนี่ ถ้าอย่างนั้นมันจะเซ็งไหมนะที่ผมเห็นแล้ว ไม่ได้ล่ะ ผมต้องไปซ้อมแกล้งทำเป็นตกใจตอนที่มันยื่นดอกไม้ให้ 


บ้าเอ๊ยเขินนนนนน!! 

.

.

.

.

.

.


 

 

10:34 P.M. 


ณ ตอนนี้ผมก็ยังคงเฝ้ารอการกลับห้องของสิงห์ มันหายไปทั้งวันจริง ๆ หายไปจนผมอยากจะรู้ว่ามันไปทำธุระอะไร ผมเองก็ไม่ได้ถามด้วย ถ้าไม่ติดว่ามันพูดกับผมว่าจะมานอนด้วยกัน ป่านนี้ผมคงจะหนีมันไปนอนแล้วดูสิจากที่ตอนแรกตื่นเต้นจนจะเป็นบ้า ตอนนี้ผมเหงาและก็เซ็ง มันหายไปไหนของมันเนี่ย ไลน์ก็ไม่ไลน์มา

 


F Friend : แม่ง!! น้องมีนไม่รอดแล้ววะ 


F Friend : น้องมีแฟนแล้วแน่เลย ฮืออออ 


F Friend : Sent a picture 


Your Yorch : เชี่ย… หนึ่งในเป้าหมายกู 


Your Yorch : เซ็งชะมัด 


Your Yorch : ใครแฟนน้องวะ มึงรู้ป่ะ 


F Friend : ไม่รู้วะ น้องไม่ได้แท็ก 


 

หน้าจอของผมปรากฏชื่อไลน์ข้อความแชทในกลุ่ม แค่เห็นก็ทำผมยิ้มแบบมาเหนือ ก็ผมรู้เรื่องที่น้องมีนมีแฟนก่อนที่พวกมันจะพูดอีก และที่ผมรู้ก่อนชาวบ้านเพราะเมื่อวานผมไปบังเอิญเจอน้องมีนเลือกของขวัญให้แฟน ซึ่งเป็นร้านเดียวกันกับที่ผมไปซื้อของขวัญให้ไอ้สิงห์ ผมกำลังจะเปิดไลน์เข้าไปตอบกรุ๊ปเพิ่งขิงพวกตกข่าวสักหน่อย 


ติ๊งหน่อง


แต่ทว่าผมก็รีบวางโทรศัพท์ทันทีและรีบวิ่งไปเปิดประตู ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าผมดีใจมากขนาดไหนที่ได้ยินเสียงนั้น และทันทีที่เปิดประตูห้องก็ทำให้ผมยิ้มกว้างมากขึ้นไปอีก 


“อ่ะ ของขวัญวันวาเลนไทน์” ไอ้สิงห์ยื่นตุ๊กตาหมาให้ผม ทันทีที่ได้รับผมก็ยิ้มกว้างแบบไม่กั๊กอาการ แต่เอ๊ะ… ไหนดอกไม้ล่ะ มันไม่ได้ถือมาด้วย ในมือของมันตอนนี้ก็มีแต่ของแฟนคลับที่ผมเอาไปฝากไว้ในรถของมัน “แม่ง รถติดฉิบหาย กูกินอิ่ม ๆ มาก็หิวอีกรอบแล้วเนี่ย มึงทำอะไรให้กูกินหน่อยได้ป่ะ กูจะไปอาบน้ำ” 


ผมปิดประตูห้องตามหลังพร้อมหันไปมองตามหลังไอ้สิงห์ไป แค่ไม่ได้ดอกไม้ทำไมผมต้องเฟลมากขนาดนี้ ทั้งที่นั่นมันควรจะเป็นของผม ก็ดอกไม้ช่อนั้นมันตรงกับที่ผมบอกไอ้สิงห์ทุกอย่าง มันก็แปลว่าดอกไม้อันนั้นต้องเป็นของผม แล้วทำไมมันไม่เอามาให้ผม หรือว่ามันลืม


“ไม่ชอบเหรอ” คำถามของไอ้สิงห์ทำผมตื่นจากภวังค์ความคิด ผมเงยหน้ามองก็เห็นมันมองผมในขณะที่มันกำลังแกะกระดุมเสื้อ ผมส่ายหัวรัวและฝืนยิ้ม ผมคาดหวังกับดอกไม้ช่อนั้นมากเกินไป พอไม่ได้มันเลยทำให้ผมไปไม่ถูกจริง ๆ “กูเลือกตัวนั้นนานมากเลยนะ มึงไม่ชอบจริงเหรอ” 


“เปล่า กูชอบ” ผมรีบปฏิเสธ ส่วนไอ้สิงห์มันก็เดินเข้ามาใกล้ผม จากนั้นมันก็อ้าแขนสวมกอดผมไว้แน่น ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนน้ำตามันเริ่มปริ่ม ๆ ผมไม่ได้ชอบดอกไม้มากขนาดนั้น แล้วทำไมผมถึงอยากได้ดอกไม้ช่อนั้น 


แต่ถ้ามันไม่ใช่ของผมแล้วมันจะเป็นของใคร ?


“แล้วตัวนี้ที่มึงกอดอยู่ มึงชอบหรือเปล่า” หัวใจของผมเต้นรัวกับคำถามของไอ้สิงห์ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่ในหัวหายวับไปทันที ผมคลี่ยิ้มและกอดมันแน่น แน่นอนอยู่แล้วว่าตัวนี้ผมต้องชอบมากที่สุด 


เดี๋ยวนะ… 


ผมสูดดมเสื้อไอ้สิงห์ แต่รู้สึกว่าได้กลิ่นแปลก ๆ ที่เหมือนไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมของมัน ผมแทบจะจำน้ำหอมของมันทุกกลิ่นได้ และตอนเช้ามันก็ไม่ได้ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ ผมพยายามดมแล้วดมอีกก็ได้กลิ่นน้ำหอมของมันผสมกับน้ำหอมที่เหมือน… น้ำหอมผู้หญิง 


บ้าไม่หรอก มึงเป็นหมาหรือไงไอ้กันต์ถึงดมแล้วรู้เลยว่าได้น้ำหอมผู้หญิง


“มึงไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวกูไปทำอะไรให้กิน ส่วนตุ๊กตา… กูชอบมากเลยนะ” ผมผละตัวออกจากมันพร้อมส่งยิ้มบางให้ ในหัวของผมมีความคิดอยู่ล้านอย่างเกิดขึ้น ทั้งดอกไม้ที่หายไปกับกลิ่นแปลก มันทำให้ผมคิดไปไกลมาก ๆ ผมพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก แต่ในตอนนี้ผมคิดไปไกลมากแล้วจริง ๆ 


ไอ้สิงห์ไม่ตอบอะไรกลับมา มันลาผมโดยการจับจุ๊บตรงกลางหัวของผม จากนั้นมันก็เดินเข้าไปในห้องนอนของผมเพื่อไปอาบน้ำ ส่วนผมพอได้อยู่เพียงลำพังก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองแทบยืนไม่ไหว 


ผมคิดมากไปเองใช่ไหม ใช่… ผมต้องคิดไปเองคนเดียว 


ใครจะช่วยให้ผมเลิกคิดมากได้ ไอ้เฟรนด์ใช่!! มันจะเป็นคนที่ช่วยผมได้ดีที่สุดตอนนี้ เมื่อคิดแบบนั้นได้ผมก็รีบเดินไปหยิบโทรศัพท์ของผม หน้าจอมันปรากฏข้อความมากมายที่ไอ้ยอร์ชกับไอ้เฟรนด์คุยกัน ผมรีบเปิดเข้าไปอ่าน และเตรียมพิมพ์เล่าเรื่องคิดมากของผมลงไปในกรุ๊ป 


แต่… 


ร่างกายของผมมันชาไปหมดทุกส่วน หัวใจมันบีบแน่นจนหายใจแทบไม่ออก เพราะรูปที่ไอ้เฟรนด์ส่งมาในกรุ๊ปตั้งแต่เริ่มแชทนั้นเป็นรูปที่แคปมาจากไอจีน้องมีน สาวสวยประจำคณะของผม และภาพที่น้องอัปนั้นก็เป็นภาพช่อดอกไม้ที่ผมเห็นในรถของไอ้สิงห์ พร้อมกับแคปชั่นว่า ไม่โสดแล้ว’ 


ผมรู้สึกเหมือนถูกฟาดหน้าด้วยภาพนั้น เหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากฝันหวาน ว่าที่ผ่านมานั้นไอ้สิงห์มันไม่ได้คิดอะไรกับผม และมันก็มีคนที่ชอบอยู่แล้ว และผมก็เพิ่งมารู้ความจริงก็ตอนที่สายไปแล้ว 


ในตอนนี้หัวของผมคิดไปไกลมาก ๆ ทุกอย่างที่กำลังจะเกิดในอนาคตต่อไปนี้ผมเชื่อว่ามันทำจะให้ผมรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกจับขังในกรง ผมเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นนักแสดง เพิ่งได้รับบทซี่รี่ส์ร่วมกับไอ้สิงห์ และเราต้องอยู่ในฐานะคู่จิ้นกันไปอีกสักพักใหญ่เพราะทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้น แต่ในทางกลับกัน ความรู้สึกของผมมันถูกพังทลายลง มันกลายเป็นจุดจบ ผมไม่อยากจะอยู่กับมันอีกแล้ว ผมยังทำใจกับความเจ็บนี้ไม่ได้ 


แม่ง… เจ็บเหี้ย ๆ 

 











TW : @theeta9397 หรือ @theetamark

FB : www.facebook.com/theeta9397 



 

   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #42 A'Ice JiJa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 17:10

    ร้องไห้
    #42
    0
  2. #32 miss.md (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 23:24
    เริ่มมาก็จุกมากแล้ว เขียนดีมากๆค่ะแงงง สิงค์อย่าทำแบบนี้ขอร้อง!! สงสารน้องมาก แง
    #32
    0
  3. #14 _pitti06 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 06:44

    ไม่ไหวว จุกมากๆเลย แงง
    #14
    0
  4. #11 cxiixcvii9397 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 20:45
    อุแงงงงงงง
    #11
    0
  5. #10 myy_bf (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 08:44
    เจ็บมากๆเลย ㅠㅠ
    #10
    0
  6. #9 anantaya93 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:53

    เจ็บดิ โอ้ยสงสารน้องอ่า อยากจะร้องไห้ไปพร้อมน้องจิงๆhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

    #9
    0
  7. #8 cartoona007 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 18:54

    ทางนี้ก็เจ็บเหมือนกัน ร้องแล้ว

    #8
    0
  8. #5 praneekukku (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 08:18
    เจอแบบนี้จุกเลย T_T
    #5
    0
  9. #4 nooonut293 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 01:18
    เปิดมาก็ดราม่าเลยเหรอคะT_T
    #4
    0