BlackMail #ลับ19มบ [MARKBAM]

ตอนที่ 3 : TAPE TWO [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,427 ครั้ง
    28 ม.ค. 62



TAPE TWO


BAMBAM PART 


เชี้ยแล้ว ตื่นจิตใต้สำนึกมันปลุกให้ผมตื่นเพราะผมจะหลับไม่ได้ และโชคดีที่มันปลุกผมได้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นผมซวยแน่


แค่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผมก็รับรู้ได้ว่าร่างกายของผมบอบช้ำมาก ถ้าผมรู้ว่าไอ้มาร์คมันจะเซ็กส์จัดขนาดนี้ผมคงจะแบล็คเมล์มันด้วยวิธีอื่น บ้าชะมัด!มันทำผมอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมง เรื่องเมื่อคืนมันแย่... มันแย่มาก ๆ 


ผมเบิกตามองเพดานห้องนอนอย่างสะลึมสะลือ ภาพเมื่อวานยังหลอกหลอนผมไม่เลิก ผมเกลียดมัน เกลียดมันเข้ากระดูกดำ แต่ผมก็ไม่คิดว่าผมจะยอมเอาร่างกายของตัวเองให้มันเล่นสนุกแบบนั้น ผมรู้สึกเจ็บไปทุกส่วน ไม่รู้ว่ากระดูกเชิงกรานของผมหักแล้วหรือยัง ไอ้บ้านั่นมันเล่นใส่ผมแทบไม่ยั้งเลย


ความจริงผมตั้งใจที่จะอยู่ไม่นาน กะเวลาให้ได้คลิปสักนิดหน่อยก็กลับแล้ว แต่ทุกอย่างมันผิดจากที่คิดไปหมด ผมไม่สามารถหลบหลีกมันได้เลย ไม่รู้ว่านี่จะเรียกขาดทุนหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าผมไม่น่าจะขาดทุนแน่นอนเพราะผลลัพธ์ที่ตามมานั้นมันคุ้มที่จะเสีย


ผมค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง แค่ขยับตัวจะลุกขึ้นนั่งผมก็รู้สึกได้เลยว่ามันยากลำบากมาก ๆ ไม่รู้ว่าผมจะกลับถึงบ้านไหวหรือเปล่า จริง ๆ ถ้าให้ผมได้พักอีกหน่อยคงจะดีขึ้น แต่มันไม่มีเวลาแล้ว ผมจำเป็นที่จะต้องรีบออกจากที่นี่ในตอนนี้ เพราะไอ้มาร์คมันกำลังหลับอยู่ ถ้ามันตื่นขึ้นมาผมกลัวว่าผมจะไม่ได้กลับบ้านแน่


“อ๊ะ!” ทันทีที่ผมลุกขึ้นผมก็แทบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น ไม่รู้ว่ามีใครเคยพิการเพราะการมีเซ็กส์หรือเปล่า ผมอาจจะอยู่ในเคสนั้น ขาผมของไม่มีแรง บ้าเอ๊ย! ขืนถ้าขายังไร้แรงแบบนี้ ผมคงไม่รอดแน่ ๆ 


ผมหันกลับไปมองมาร์ค มันก็ยังคงหลับลึกอยู่บนเตียง โชคดีที่เสียงของผมเมื่อกี้ไม่ทำให้มันตื่น แต่ถ้ายังอยู่นานกว่านี้อีกนิด ไม่แน่มันอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วทำอะไรผมก็ได้ ไม่เอา...ไม่เอาอีกแล้ว ให้มันทำมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว แค่นี้ผมก็เกือบจะขาดทุนแล้วนะ และอีกอย่างผมขยะแขยงมันเต็มทน ถ้าต้องได้ร่วมเตียงกับมันอีก ผมขอตายยังจะดีซะกว่า 


เอาไงเอากัน อดทนสิแบมแบม ไม่อยากเห็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นวันนี้หรือไง


เมื่อผมได้แรงใจกลับมา ผมก็พยายามพยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง โชคดีที่รอบนี้ผมไม่ได้ล้มแล้ว แต่ที่ตกใจก็คงจะเป็นความรู้สึกเหมือนมีน้ำบางอย่างไหลมาออกจากช่องทางข้างหลังของผม ไม่ต้องสืบก็คงจะรู้ มันเป็นน้ำที่ไอ้มาร์คมาปล่อยทิ้งไว้ข้างในผมยังไงล่ะยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด มันมามั่นใจอะไรกับผมวะถึงไม่ยอมใส่ถุงยาง ดีนะที่ผมเป็นผู้ชาย ไม่งั้นมันคงจะได้ข่าวฉาวก๊อกสองคือทำคนท้องแน่ ๆ แต่แค่คิดแบบนั้นผมก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาแล้ว ไม่มีวัน ต่อให้มีลูกกับผู้ชายทั้งโลก ผมยังยอมดีกว่ามีลูกกับคนแบบมัน


ผมหันไปมองเช็คดูไอ้มาร์คอีกครั้งเห็นมันยังหลับอยู่ เมื่อทางสะดวกผมก็ค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินไปจุดที่วางกล้องไว้อย่างยากลำบาก ก่อนจะหยิบกล้องผมก็ต้องหันไปมองมันอีกรอบเป็นการเช็คให้แน่ว่าจะไม่มีการโป๊ะแตกลืมตามามองตอนผมกำลังเอามือหยิบกล้อง ระหว่างที่ผมกำลังเอื้อมมือขึ้นไปหยิบกล้องผมก็ยังคงจับจ้องคนที่นอนอยู่บนเตียง เมื่อมือจับกล้องได้แค่นั้นแหละ ผมก็รีบหามุมหลบเพื่อเช็คกล้องทันที


ผมหยิบเจ้ากล้องจิ๋วของผมขึ้นมาเปิดดู อยากจะเห็นคลิปให้ชื่นใจจริง ๆ ว่าผมไม่ได้เปลืองตัวฟรี หากทว่ายังไม่ทันได้ดีใจก็ต้องรู้สึกเซ็งขึ้นมาเพราะแบตมันหมด ก็ไม่แปลกใจหรอกที่มันจะหมด เพราะก่อนที่จะเอามันมาผมก็ไม่ได้ชาร์ตเต็มซะด้วย ก็มันกะทันหันใครจะคิดว่าจะได้ใช้มันล่ะ และอีกอย่างผมก็อยู่บนเตียงตั้งหลายชั่วโมง ไม่แปลกหรอกที่มันจะแบตหมดจนปิดตัวเองไปแบบนี้


เรื่องนั้นค่อยว่ากันเถอะ เอาเป็นว่าผมต้องออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน การที่ผมยังอยู่ในที่นี่มันไม่ปลอดภัยเลยสักนิด


ผมกำกล้องไว้ในมือแน่น จากนั้นก็รีบเดินไปหยิบกระเป๋าที่ผมวางทิ้งไว้ ดีที่การเดินเหินของผมมันเริ่มสมดุลแล้ว ถึงจะมีอาการเจ็บ ๆ อยู่บ้าง แต่ผมก็ทนไหว ผมเก็บกล้องใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็รีบวิ่งไปหยิบกางเกงชั้นในมาใส่ ต่อให้ตอนนี้ผมจะรู้สึกเหนอหนะตัวมากขนาดไหน แต่ผมก็ต้องอดทนไว้ ทุกอย่างมันจะสะอาดก็ตอนที่ผมกลับถึงบ้าน


ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริง ๆ ผมอยากจะกลับถึงบ้านเร็ว ๆ เพื่อจัดการปล่อยคลิปนั้นซะลงทุนไปแล้วก็อย่าค้างทุนไว้นาน ผมต้องเอากำไรตั้งแต่ตอนนี้เลย และผมคิดว่านี่น่าจะเป็นกำไรที่ผมเฝ้ารอมาทั้งชีวิต


นอนหลับไปเถอะมาร์คต้วน คืนนี้จะเป็นคืนที่นายได้นอนสบายที่สุด แต่หลังจากที่นายตื่นมา...ฉันไม่รับประกันหรอกนะว่าต่อไปชีวิตนายจะได้พบกับความสุขหรือเปล่า แต่ที่รู้ ๆ ชีวิตของฉันพบความสุขแน่


รอไม่ไหวแล้ว...

.

.

.

.

.

07.42 A.M. 


Rrrrrrrrrrr


Rrrrrrrrrrrrrrrrr


Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr


เสียงโทรศัพท์ดังกระหน่ำอย่างต่อเนื่องในเช้าของในวันที่แสนเหน็บหนาว แต่ดูเหมือนว่าคนที่โทรเข้าก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาโทรกระหน่ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดความพยายามของเขาก็ได้สำเร็จเสียที


ร่างหนาที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวด้วยอาการงัวเงีย เสียงโทรศัพท์มันทำให้เขาหงุดหงิดเพราะถูกปลุก คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน กำลังจะทำหูทวนลมและนอนต่อ แต่!


Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr


ปลายสายก็ไม่ยอมแพ้ สุดท้ายคนที่ยอมแพ้ก็ต้องเป็นมาร์ค


ร่างหนาลุกขึ้นนั่งอย่างหัวเสีย เขาขยี้หัวตัวเองสองสามทีแสดงอาการหงุดหงิด สุดท้ายเขาก็ต้องยอมลุกไปหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะอีกฝั่ง มือหนาหยิบมือถือขึ้นมา พออ่านรายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก็ทำเขาต้องพ่นลมหายใจออกมาแสดงอาการรำคาญ


“ฉันบอกแล้วไงว่าให้ยกเลิกงานวันนี้ เพราะฉันอยากพักผ่อน” รับสายได้ก็บ่นปลายสายทันที


(รับสักทีนะ ไอ้บ้าเอ๊ย!!!ฉันโทรหาจนมือจะหงิกอยู่แล้ว!!!!!) ปลายสายดูน้ำเสียงหงุดหงิดไม่น้อย ส่วนคนฟังก็ยังไม่หายหงุดหงิดเช่นกัน เพราะวันนี้มันวันฟรีของเขา เขาควรได้พัก ไม่ใช่ตื่นนอนมาเช้า ๆ แบบนี้ 


“แล้วมีใครตายหรือไงถึงได้โทรเป็นบ้าแบบนี้” มาร์คเริ่มเข้าเรื่อง จากนั้นก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูมาพันช่วงล่างของตัวเองไว้ หากทว่ากำลังหยิบก็เพิ่งนึกเรื่องบางเรื่องได้ และนั่นทำให้เขาต้องหันไปมองเตียงที่ว่างเปล่า


(ไม่มีใครตายหรอกเว้ย มีแต่แกนี่แหละที่ตาย ไอ้บ้าเอ๊ย!! ฉันบอกแล้วยังไงว่าเรื่องเซ็กส์น่ะเว้นบ้างก็ได้ ฉันว่าแล้ว ฉันว่าแล้วว่ามันต้องมีวันนี้ อ๊ากกกกกก!!!) จินยอง เมเนเจอร์ของมาร์คแทบพ่นไฟใส่โทรศัพท์ มันเป็นคำพูดที่ทำให้มาร์คอดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมจินยองถึงพูดแบบนั้น


“ทำไม มีอะไรเกิดขึ้น” คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดีแล้ว


(ฉันส่งไปให้ในเมลแล้ว ไปเปิดดูเดี๋ยวนี้!)อยู่ ๆ ใจมันก็หวิวขึ้นมาแปลก ๆ ท่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ คนสูงรีบเดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา จากนั้นก็ทำการเปิดหน้าจอMacbookมาร์ควางโทรศัพท์ลงพร้อมเปิดลำโพงเพื่อที่จะได้ดูสิ่งที่จินยองส่งมาได้อย่างถนัด นิ้วเรียวพิมพ์รหัสปลดล็อคหน้าจอ เมื่อทุกอย่างถูกปลดล็อกแล้ว มาร์คก็ไม่รอช้าที่กดเข้าไปดูอีเมลของเขา


นิ้วเรียวลากนิ้วบน Trackpad จิ้มไอคอนรูปอีเมล์ ไม่นานหน้าจอของเขาก็ปรากฎเมล์ทั้งหมดที่เข้ามา ตาคมรีบสแกนหาอีเมล์ของเมเนเจอร์ของเขา เมื่อเจอแล้วก็ไม่รอช้าที่จะกดเข้าไปดู


แล้วสิ่งที่อยู่ในอีเมล์ก็ทำให้มาร์คช็อกค้างไปเสียแล้ว...


ยังไม่ทันได้เปิดดู แต่ดูจากรูปหน้าปกคลิปก็รู้เลยว่าคลิปนี้มันถูกถ่ายจากห้องของเขา และมันก็เกิดขึ้นเมื่อคืนสด ๆ ร้อน ๆ มาร์คจ้องมันอย่าง ๆ นิ่งครู่หนึ่ง จากนั้นก็เริ่มทำการลากเม้าส์ไปคลิ๊กเปิดดู แล้วคลิปหนึ่งนาทีในนั้นก็ถูกฉายให้เขาได้ดู


(ฮัลโหล!ดูอยู่หรือเปล่าจินยองถามเพราะเห็นเสียงมาร์คเงียบไป แต่ต่อให้ไม่ถามก็คงจะเดาได้ว่ามาร์คคงกำลังช็อกอยู่แน่ ๆ (นี่แหละที่ฉันพล่ามบอกแกเสมอว่าต้องระวังตัวให้มาก อย่าคิดว่าทุกคนที่เข้าหาแกจะมีแต่คนที่ชื่นชม มันอาจจะมีคนที่คิดจะทำร้ายแกอยู่แฝงตัวมาก็ได้)


ชัดเลยล่ะว่าคนคนนั้นก็คือเด็กที่เขานอนด้วยเมื่อวานนี้


(แม่งดูจากคลิปก็รู้ว่ามันป้องกันตัวเองดี ไม่มีอะไรที่สาวหามันได้เลย มันฉลาดมากที่เซ็นเซอร์หน้าไว้ใช่...ในคลิปนั้นมีแค่สองจุดที่ถูกเซ็นเซอร์ นั่นก็คือหน้าของเด็กที่เขานอนด้วยกับจุดล่อแหลมของเขาทั้งสอง แต่ที่ไม่เซ็นเซอร์ให้เลยนั่นก็คือหน้าของมาร์ค เป็นการบอกจุดประสงค์ชัดเจนว่าต้องการทำลายเขา


(แล้วนี่มันเป็นใคร จะตามตัวได้ที่ไหน แกรู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้างคำถามนั้นทำคนฟังชาไปหมดทุกส่วน เขาไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับแบมแบม รู้แค่ว่า...


“มันเป็นเพื่อนร่วมงานของจุนซู”


(เพื่อนร่วมงานงานอะไรที่ไหนอย่างไร?) ดูเหมือนเมเนอเจอร์ของเขาจะรู้ทันถึงได้จี้คำถามแบบนั้น


“ก็นั่นแหละเพื่อนร่วมงาน”


(แล้วชื่ออะไรเอาล่ะ...คำถามยากอีกแล้ว และการที่มาร์คเงียบไปมันทำให้อีกฝ่ายอารมณ์พุ่งปรี๊ด (แกไม่รู้เหรอวะเนี่ยว่ามันทำงานที่ไหน ไว้ใจได้แค่ไหน แล้วนอนด้วยกันแม้แต่ชื่อยังไม่รู้ ไอ้บ้ามาร์ค!!!!อ๊ากกกกกก!!!!)


“ช่างแม่งเถอะ!!” มาร์คสบถออกมาอย่างหัวเสีย “มันเกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว” ร่างหนาพิงตัวเอนกับเก้าอี้อย่างหงุดหงิด


(ช่างมันได้ไงวะ แกเป็นศิลปิน และไม่ใช่ศิลปินเดี่ยว เกิดข่าวนี้ขึ้นเมมเบอร์คนอื่นก็ลำบาก ไอ้บ้ามาร์ค แกนี่... ฮึ่ม!!! ฉันสัญญาว่าฉันจะได้ฆ่าแกแน่ แต่ตอนนี้ฉันขอเคลียร์เรื่องข่าวก่อน ส่วนแกก็ห้ามออกไปไหน อยู่แต่บ้านเข้าใจไหม และจำไว้ว่าอย่าเอางูพิษที่ไหนเข้าบ้านอีก!)


แล้วปลายสายก็ตัดไป เมื่อความเงียบคืนสู่ห้อง มาร์คทำได้เพียงถอนหายใจและนวดขมับตัวเอง คำพูดของจินยองประโยคสุดท้ายยังคงดังก้องในหัวของเขา


“งูพิษ...”

.

.

.

.

.


@ G.O.T Entertainment


“เธอเห็นคลิปของมาร์ค JMJ หรือยัง”


“เห็นแล้วแก ฮืออออ ตอนฉันเห็นคลิปนะ ฉันพูดได้คำเดียวว่าภาพกระต่ายน้อยของฉันถูกล้างหมดสมองแล้ว ฉันอุตส่าห์ให้เขาเป็นเจ้าหญิงของวง ทำไมเขาทำฉันอกหักแบบนี้!”


“เธอกล้ามองมาร์คเป็นเจ้าหญิงได้ยังไง เขาออกจะหล่อแบด แต่เห็นคลิปเขาแล้วจั๊กจี้ใจชะมัด”


“ไม่เอา ฉันไม่ชอบ!! เนี่ยไม่ใช่แค่ฉันไม่ชอบนะ บ้านไซต์หลายบ้านก็ปิดไปแล้ว เพราะคลิปนั่นคลิปเดียวเลย ฮืออ พ่อกระต่ายน้อยของฉันนนน”


“ก็บ้านไซต์พวกนั้นเขาชิปตัวเองกับมาร์คนี่หว่า พอเห็นแบบนี้ก็คงจะรับไม่ได้ล่ะมั้ง แต่ฉันชอบมาร์คเวอร์ชั่นนี้นะ เผ็ดชะมัด”


“ฉันไม่ชอบบบบบบ ฮืออออ” 


“เสียดายที่ไอ้นั่นเขาโดนเซ็นเซอร์ ฉันแอบอยากรู้ไซส์เขาจริง ๆ”


“หุบปากกก!!! อย่าคิดแบบนั้นกับลูกฉัน!!!”


บทสนทนาของหญิงสองคนที่กำลังยืนรอกาแฟอยู่ตรงหน้าทำแบมแบมยกยิ้มด้วยความรู้สึกดีไม่น้อย เริ่มรู้สึกแล้วล่ะว่าตอนนี้ตัวเองกำลังได้กำไรแบบมหาศาล เพราะหลังจากที่เขาปล่อยคลิปออกไป มีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยที่ช็อกและรับไม่ได้ที่มาร์คมีเซ็กส์กับผู้ชาย มันค่อนข้างรุนแรงกว่ามีคลิปหลุดกับผู้หญิงเสียอีก นี่ยังดีที่แบมแบมปรานีมาร์ค ไม่อย่างนั้นก็จะเลือกคัดคลิปช่วงที่เขาทำสู้เหมือนไม่ยอม เพราะคลิปช่วงนั้นมันทำให้ภาพออกมาว่ามาร์คกำลังข่มขืนเด็กผู้ชาย


ทุกอย่างมันช่างลงตัวเพราะไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นคนในคลิป แต่ถึงจะวางใจเรื่องนั้นได้ ก็แอบระแวงไม่ได้ว่ามาร์คจะมาตามล่าหัวเขาหรือเปล่า เพราะคิดไว้แล้วว่าอาจจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนั้นแน่ แบมแบมเลยตั้งใจว่าจะหนีไปหลบก่อนสักพักหนึ่ง พอเรื่องเงียบ ๆ แล้วค่อยกลับมา แต่มันก็ซวยตรงที่เขาไม่สามารถทำได้ทันที เพราะเขาเป็นดีเจ ถ้าเขาหนีไปเลยทุกคนก็จะวุ่นวายเพราะไม่มีคนจัดรายการ แบมแบมเลยต้องแวะกลับมาหาคนจัดรายการแทนเขาก่อน เมื่อหาคนแทนได้แล้วถึงจะหนีได้ นั่นแหละที่ทำให้เขาปวดหัว


“กาแฟของคุณแบมแบมค่าาา” พนักงานร้านกาแฟขานหาเจ้าของแก้ว คนตัวบางรีบเดินไปรับ จากนั้นก็พาตัวเองออกจากร้านกาแฟที่อยู่ชั้นล่างตึก


แบมแบมรีบเดินตรงไปที่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปพบปะเพื่อนทำงานเพื่อเคลียร์ตารางให้เรียบร้อย ระหว่างทางที่ขึ้นลิฟท์ คนรอบตัวก็ต่างพูดถึงเรื่องของมาร์ค แบมแบมก็ทำได้เพียงดูดกาแฟและฟังพวกคนเล่านั้นอย่างอารมณ์ดี คิดไปแล้วก็ยังสะใจไม่หายที่ตัวเองสามารถแก้แค้นได้สำเร็จ เกลียดขี้หน้ามาร์คมานาน พอได้เจอวันที่เขาแย่แบบนี้มันทำให้แบมแบมรู้สึกมีความสุขที่สุด


ในที่สุดแบมแบมก็มาถึงชั้นทำงานของเขา คนตัวบางเดินแหวกคนที่อยู่ในลิฟท์ออกมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนที่เพิ่งเดินออกไปนั้นคือคนที่อยู่ในคลิปที่ทุกคนกำลังพูดถึง ขายาวก้าวเดินมาถึงห้องพักส่วนกลาง เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปก็เห็นจุนซูนั่งทำหน้าอึนอยู่ตรงนั้น ภาพนั้นทำแบมแบมหลุดหัวเราะออกมา


“ฉันซื้อกาแฟมาฝาก” แบมแบมยื่นกาแฟอีกแก้วที่ยังไม่มีเจ้าของให้จุนซู ฝ่ายนั้นเห็นกาแฟก็แทบจะคลานเข้ามารับ เพราะสภาพตอนนี้เขาต้องการกาแฟมาก ๆ 


“ขอบใจนะที่ซื้อมาฝาก” พูดขอบคุณเสร็จก็รีบดูดกาแฟเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ส่วนแบมแบมเองก็ทำเพียงยิ้มตอบ ก่อนจะถอดกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ “เออว่าแต่ ทำไมรถนายอยู่ที่บ้านฉัน เมื่อคืนนี้นายกลับยังไง”


คำถามนั้นทำแบมแบมชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะรู้คำตอบดีว่าเหตุผลที่ทิ้งรถไว้บ้านจุนซูก็เพราะไปกับมาร์คไงล่ะ


“อ่อ ฉันเมาอ่ะ กลับไม่ไหว ก็เลยเรียกแท็กซี่กลับ” แบมแบมอ้างไปแบบนั้น 


“จริง ๆ นายนอนบ้านฉันก็ได้นะ โธ่!แย่ชะมัดที่เมื่อวานฉันไม่ได้ดูแลแทคแคร์นายเลย” จุนซูทำปากยื่นแสดงอาการเซ็ง ส่วนแบมแบมนั้นก็ทำได้เพียงยิ้มตอบไป “เออจริงสิ เห็นพี่มินซูบอกว่านายกำลังหาคนมาจัดรายการแทน นายจะไปไหนเหรอ” 


“เอ่อ...พอดีคุณย่าฉันป่วยน่ะ ท่านต้องการคนคอยดูแล เลยจะขอลาไปดูแลท่าน” พูดไปแล้วก็อยากจะตบปากตัวเองที่อ้างคุณย่าขึ้นมา แต่มันจำเป็นจริง ๆ 


“อ่างั้นเหรอ...งั้นก็ขอให้คุณย่านายฟื้นตัวเร็ว ๆ นะ” แบมแบมพยักหน้ายิ้มตอบ ฝ่ายนั้นเห็นแบมแบมยิ้มให้ก็ส่งยิ้มให้แบมแบมบ้าง “แล้วตารางจัดรายการนายมีวันไหนบ้าง ขอฉันดูหน่อยเผื่อว่ามีช่วงเวลาไหนที่ฉันว่างจะได้ทำแทนนายได้”


แบมแบมเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ จุนซู จากนั้นก็หยิบไอแพดของเขาขึ้นมาเปิดตารางงานให้จุนซูดู ฝ่ายนั้นก็เปิดของตัวเองเทียบบ้าง เมื่อได้วันที่สามารถแทนได้ จุนซูก็จัดการลงตารางงานของแบมแบมลงไปในตารางของเขา


“เดี๋ยวฉันจัดการให้เองไม่ต้องห่วง ส่วนที่เหลือที่ตารางชนกับฉัน นายลองไปลองดูกับตารางคนอื่นดู ฉันว่าพี่มินซูกับอึนแฮน่าจะว่างอยู่นะช่วงนี้ นายลองไปถามพวกเขาดู” จุนซูเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับแบมแบมเสมอ เวลาเขาขอความช่วยเหลืออะไร เพื่อนคนนี้ช่วยเขาได้ทุกเรื่องและเต็มใจช่วยเขาทุกครั้ง แบมแบมรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เป็นเพื่อนกับจุนซู และเขาก็เป็นเพื่อนที่ดีแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่กลุ่มเพื่อนสนิทเดียวกัน แต่แบมแบมก็รับรู้ได้ว่าเพื่อนคนนี้จริงใจกับเขาที่สุด


“เออ จริงสิ ฉันเกือบลืมเลย ฉันทำข้อมูลศึกษาแขกรับเชิญที่จะมาสัมภาษณ์ จริง ๆ ฉันจะทำไว้ทุกครั้งเวลาที่ต้องเตรียมตัวสัมภาษณ์ แต่นายได้ตารางงานฉันไป ฉันว่านายเอาไปน่าจะดีกว่า” แบมแบมพูดพร้อมจัดการหยิบไอแพดขึ้นมาส่งรายละเอียดงานที่เขาหาไว้เข้าอีเมล์ของจุนซู


ระหว่างที่เขาทั้งสองกำลังหัวจุ่มกันดูไอแพดเครื่องเดียวกันนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก ทั้งจุนซูและแบมแบมต่างเงยหน้าขึ้นมองดูว่าใครที่เข้ามา หากทว่าพอได้เห็นถนัดตาแล้ว ร่างแบมแบมก็เหมือนถูกสาปกลายเป็นหิน แม้แต่หายใจยังทำไม่ได้ 


ฉิบหายแล้ว!


คนตรงหน้าที่แบมแบมเห็นนั่นก็คือมาร์ค นี่ขนาดเขาใส่หมวกปิดแมสแบมแบมยังดูออกว่าเป็นเขา!!


มาร์คกำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมจัดการถอดหมวกและแมสปิดปากเขาออก ระหว่างนั้นเขาจ้องหน้าแบมแบมตาแทบไม่กะพริบ ไม่มีเสียงพูด เสียงเรียก หรือเสียงโวยวายอะไร เขาทำเพียงเดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ ทำแบมแบมเดาไม่ถูกว่าเขาจะมาไม้ไหน


จะทำยังไงดี หนีไม่ทันแล้ว!


“อ...อ้าว มาทำอะไร” จุนซูถามขึ้นด้วยความรู้สึกกังวลเล็ก ๆ เพราะรู้ดีว่าแบมแบมไม่ค่อยชอบมาร์คสักเท่าไร กลัวว่าการเจอกันครั้งนี้จะทำให้เพื่อนตัวเล็กรู้สึกอึดอัดขึ้นมา


“ฉันขอคุยอย่างเป็นส่วนตัวได้ไหม...” แบมแบมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจเต้นรัวแสดงอาการหวาดกลัวไม่น้อย นี่มันไม่ใช่ภาพที่คิดไว้เลย ทำไมมาร์คถึงมาที่นี่เร็วขนาดนี้ คิดแล้วก็โมโหตัวเองที่คิดน้อยไป น่าจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้วค่อยหนี


“ก...กับใคร ฉันหรือ...” จุนซูถามขึ้นด้วยความไม่มั่นใจ ใจก็คิดว่ามาร์คจะมาคุยกับเขาแน่ ๆ แต่ทำไมมาร์คถึงเอาแต่จ้องแบมแบมแบบนั้น แถมสายตา... ช่างแพรวพราวเหมือนกับสนใจเพื่อนตัวน้อยของเขา


“ก็ต้องกับนายสิ” มาร์คตอบเสียงเรียบพร้อมเลื่อนหน้ากลับมามองเพื่อนตัวเอง และคำตอบนั้นทำแบมแบมช็อกค้างไปรอบที่สองแล้ว แต่การที่แบมแบมเอาแต่ตกใจในคำตอบของมาร์ค ทำให้ฝ่ายนั้นหันกลับมามองแบมแบมอีกครั้งด้วยความสงสัย “ฉันขอคุยแบบเป็นส่วนตัวกับจุนซูได้ใช่ไหม”


สิ้นสุดเสียงนั้นแบมแบมก็ลนลานเก็บข้าวเก็บของใส่กระเป๋า จากนั้นก็รีบเดินออกจากโซฟาที่นั่งอย่างรวดเร็ว ในหัวมีล้านความคิดเกิดขึ้นพร้อมกัน เจ้าตัวเล็กไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำไมมาร์คถึงไล่เขาออกจากห้อง แล้วท่าทางก็ไม่เหมือนคนที่ดูโกรธเลยสักนิด เขาทำเหมือนคนไม่รู้จักกันมากกว่า


“เดี๋ยวก่อน” มาร์ครั้งแบมแบมไว้ และนั่นทำให้คนตัวเล็กแทบหยุดหายใจ หรือว่าจะโดนแกล้งหลอกให้ตายใจ แล้วกำลังจะเชือดทิ้ง “นายทำของตก” 


แบมแบมค่อย ๆ หันไปมอง เห็นมาร์คยื่นสายชาร์ตโทรศัพท์ของเขาให้ คนตัวเล็กไม่กล้าแม้แต่จะสบตามาร์คเลยด้วยซ้ำ เพราะกลัวจะโดนเขาเล่นงานเรื่องที่ปล่อยคลิป เจ้าตัวบางรีบเอามือไปรับสายชาร์ตโทรศัพท์คืนพร้อมพยักหัวเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ ถึงแม้ว่าจะไม่อยากทำแบบนั้นก็ตาม แต่ต้องทำเนียนเป็นมารยาทดีไว้ก่อน พอได้ของตัวเองคืนมาแล้วก็รีบเดินเร็วออกจากห้องพักส่วนกลาง


เมื่อได้ออกมานอกห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้ว คนตัวเล็กก็หอบหายใจถี่ทันที


เกิดอะไรขึ้น...นี่มันเหมือนไม่ใช่นิสัยมาร์คเลย เขาต้องโมโหหรือโวยวายไม่ก็ต้องต่อยหน้าที่ไปสร้างเรื่องให้ แต่นี่มันผิดจากที่คิดไว้ที่ทุกอย่าง แถมที่ช็อกสุดก็คือโดนไล่ออกมาจากห้อง ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้


ถึงไม่เข้าใจแต่แบมแบมก็ต้องรีบออกจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด เพราะครั้งต่อไปโชคอาจจะไม่ดีแบบนี้ก็ได้ คนตัวบางรีบวิ่งไปกดเรียกลิฟท์ลงอย่างร้อนใจ ตามองตัวเลขบอกชั้นลิฟท์ที่กำลังค่อย ๆ ลดลงใจแทบขาด หันกลับไปมองห้องพักกลางก็เห็นประตูมันยังคงปิดสนิท ไม่รู้ว่ามาร์คคุยอะไรกับจุนซู หมอนั่นกำลังจะฟ้องจุนซูเรื่องแบล็กเมล์หรือเปล่า แล้วถ้าฟ้องแล้วยังไงต่อ เพราะยังไงจุนซูก็ไม่มีทางจะจัดการเขาแทนมาร์คได้ แล้วยังไง...เขาคุยอะไรกัน


ความอยากรู้อยากเห็นเกิดขึ้นในความรู้สึกของแบมแบมอีกครั้ง เจ้าตัวเล็กหันกลับมามองลิฟท์อีกครั้งเป็นการบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ แต่ความอยากรู้มันก็ยังอัดแน่นอยู่ข้างในจนเลือกไม่ถูกจะไปทางไหนดี


“บ้าเอ๊ย!” สุดท้ายแบมแบมก็เลือกที่จะสืบเรื่องมาร์คก่อน


ถึงแม้ว่าอยากจะหนีแทบตาย แต่มันก็อดที่จะอยากรู้ไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่โดนจับ แล้วธุระที่มาร์คบอกจะคุยกับจุนซูมันเรื่องอะไรกัน ทำไมเขาถึงต้องรีบมาคุยกับจุนซูในวันที่เขาเพิ่งเป็นข่าวแบบนี้


แบมแบมอยากจะเปิดประตูห้องไปฟังให้รู้เรื่องกันไปเลย แต่ถ้าทำแบบนั้นก็คงไม่ได้อะไรกลับมา เพราะมาร์คคงไม่พูดต่อ หรือไม่อาจจะซวยโดนลากไปสั่งสอนต่อก็ได้ ตอนนี้แบมแบมรู้สึกหัวแทบจะระเบิดแล้ว ทำยังไงดี ทำยังไงจะได้รู้ว่ามาร์คคุยอะไรกับจุนซูโดยที่ไม่เสี่ยง


ตาสวยหันไปมองห้องที่อยู่ตรงข้ามห้องพักกลาง เมื่อมองมันก็ได้คำตอบ คนตัวเล็กรีบเดินเข้าไปซ่อนตัวในห้องนั้น และรอคอยให้มาร์ค ต้วนออกจากห้อง เมื่อปลอดภัยจากมาร์คแล้ว แบมแบมก็จะซักจุนซูเรื่องที่มาร์คมาคุยให้หมด ยังไงจุนซูก็ต้องเล่าให้ฟังแน่ แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น ต้องเตรียมตัวและเตรียมสคริปที่จะพูดกับจุนซูให้ดี ไม่งั้นจุนซูจะสงสัยเอาได้ว่าคนในคลิปนั้นคือเขา!

.

.

.

.

.

.

BAMBAM PART 


ผมว่าผมใกล้จะประสาทตายแล้วล่ะ ไอ้บ้ามาร์คคุยอะไรกับจุนซูอยู่นานสองนาน ผ่านมาครึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว ก็ยังไม่ออกจากห้องเลย ส่วนผมตอนนี้ก็ได้แต่แอบมองผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ในห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องพักกลาง ถึงแม้ว่านี่จะโชคดีแล้วที่มันยอมปล่อยให้ผมหนีออกมาได้อย่างง่าย ๆ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมมันถึงไม่โกรธผม ทั้งที่ผมทำอนาคตมันพังซะขนาดนั้น


แต่เรื่องคลิปนั่นหลังจากที่ผมปล่อยไปแล้วผมก็รู้สึกดีนะที่ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ผมต้องการ แต่หลังจากที่เจอหน้ามาร์คผมก็เลยเพิ่งรู้ตัวว่าผมคิดน้อยเกินไปหน่อย ผมเอาแต่อยากจะทำลายมันจนลืมความปลอดภัยของตัวเอง แต่ทำยังไงได้วะ ผมปล่อยคลิปไปแล้ว และอีกอย่างคนที่รู้ความจริงว่าคนในคลิปเป็นใครก็มีแต่ผมกับมาร์คเท่านั้น ถ้ามันจะแฉอะไรก็เชิญแฉไปเถอะ ไม่มีหลักฐานก็คงจะเชื่อยากอยู่หรอก


เหอะ...แต่ก็ไม่แน่หรอก ใคร ๆ ก็เข้าข้างมาร์คอยู่แล้วนี่ มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว...เป็นลูกนักแสดงชื่อดังแล้วยังไงวะ ทำไมต้องอวยมันด้วย มันไม่เคยได้ครึ่งของพ่อแม่มันเลยสักนิด แต่ทุกคนก็ยกยอทำอย่างกับมันดีเลิศประเสริฐอย่างนั้นแหละ น่ารำคาญ!


ดูเหมือนในหัวของผมจะมีล้านความคิดจริง ๆ ถ้าสองคนนั้นไม่แยกกันในสิบนาทีนี้ ผมว่าผมคงจะหมดความอดทนแล้วกลับบ้านจริง ๆ แน่ 


หลังจากความคิดของผมสิ้นสุดลง ผมก็สะดุ้งตกใจเพราะได้้เห็นความเคลื่อนไหวจากห้องนั้นแล้ว ผมรีบปิดม่านทันทีเมื่อเห็นประตูห้องพักกลางถูกเปิดออก หัวใจของผมเต้นแรงเพราะลุ้นระทึก ผมพยายามแอบมองดูอีกครั้ง เห็นไอ้มาร์คมันกลับมาใส่หมวกใส่แมสเหมือนเดิมแล้ว มันยืนคุยกับจุนซูอยู่ครู่หนึ่งแล้วสุดท้ายมันก็เดินออกไป ผมมองไล่ตามมันเพื่อเช็คให้แน่ว่ามันจะไปไหนกันแน่ ไอ้มาร์คมันเดินไปกดลิฟท์ ส่วนผมก็ได้แต่รอให้มันหายไปในลิฟท์จริง ๆ ถึงเวลานั้นจะได้เริ่มแผนเนียนถามจุนซูต่อ


เอาล่ะ มันไปแล้วจริง ๆ แต่ถึงจะเห็นว่ามันไปแล้ว ผมก็จะไม่เสี่ยงกลับไปหาที่ห้องพักกลางแน่ ๆ เพราะเป็นการป้องกันเผื่อมันกลับมาหาจุนซูอีกครั้ง ดังนั้นผมจะอยู่ห้องนี้และล่อให้จุนซูมาหาผม เมื่อคิดแผนได้เรียบร้อย ผมก็รีบกดโทรศัพท์โทรหาจุนซู รอสายไม่นานคู่สายก็มีคนรับสาย เหมือนกับว่าโทรศัพท์อยู่ในมือเขาพอดี


(ว่าไงแบมแบมน้ำเสียงปกติดี ไม่รู้ว่าจุนซูแกล้งทำตัวปกติหรือว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคลิปนั่น


“โทษทีนะ ตอนนี้นายแยกกับ... มาร์คหรือยัง พอดีฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษานายหน่อย” ต่อให้ผมเห็นว่ามาร์คแยกไปแล้วก็ตาม ผมก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่เห็น


(อ้อ แยกกันแล้ว มีอะไรจะปรึกษาเหรอ แล้วนี่นายอยู่ที่ไหน)


“ฉันอยู่ห้องอัดเสียงเก่าอ่ะ พอดีมันมีตารางงานอันหนึ่งของฉันที่มันไม่ลงตัว ฉันเลยอยากให้นายมาช่วยคิดหน่อยว่าจะเอายังไงดี” ระหว่างที่รอให้มาร์คกลับไป ผมก็ได้ขอตารางงานดีเจคนอื่น ๆ มาด้วย โชคดีที่มันมีคิวหนึ่งที่มันไม่มีใครว่างเลย ตอนแรกผมก็เครียดอยู่หรอกเพราะมันทำให้การหนีของผมยากลำบาก แต่ค่อยว่ากันทีหลัง ถือว่าเป็นข้อดีที่เอามาอ้างกับจุนซูได้


(โอเค ๆ เดี๋ยวฉันเดินไปหา)


แล้วสายก็ตัดไป ส่วนผมก็รีบหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดตารางงานทำเป็นเหมือนกำลังดูตารางงานอยู่ ทั้งที่จริงแล้วผมเอาแต่จ้องประตูห้องนู่นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง!


“ฉันคิดว่านายจะกลับไปแล้วซะอีก” เสียงจุนซูดังขึ้นพร้อมการปรากฎกายของเขา เพราะอยู่แค่ห้องฝั่งตรงข้ามเขาเลยมาเร็ว


“ตอนแรกก็กะว่าจะรีบไปหาคุณย่าหลังจากเคลียร์ตารางงานเสร็จ แต่มันยังไม่เสร็จน่ะสิ” ผมทำงอแง ส่วนจุนซูก็รีบเดินมานั่งลงข้าง ๆ ผมพร้อมยื่นหน้ามามองตารางงาน ผมเอานิ้วจิ้มหน้าจอไปวันที่หาคนมาแทนไม่ได้


“ไม่มีใครว่างเลยเหรอ” ผมพยักหน้าตอบรับไปอย่างช้า ๆ “ฉันก็ดันมีคิวถ่ายละครซะด้วยสิ เลี่ยงไม่ได้ด้วย” 


“ทำไมยังไงดีนะ” ที่จะรู้ว่านายคุยอะไรกับมาร์คบ้าง


“งั้นเดี๋ยวฉันลองแชทไปถามเพื่อนของฉันคนอื่น ๆ ก่อน ว่ามีใครที่ว่างบ้าง” จุนซูหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาจากนั้นก็กดนู่นกดนี่ ส่วนผมเองก็เงียบไปและกำลังประมวลคำพูดที่จะหลอกถามจุนซู ถามตอนนี้แหละน่าจะเหมาะ ต้องรีบถามก่อนที่จุนซูจะหาคนมาแทนตารางงานของผมได้


“แล้ว....ทำไมหมอนั่นถึงมาเดินเพ่นพล่าน ทั้งที่เพิ่งเป็นข่าวดังแท้ ๆ” เอาแล้ว...ผมพูดไปแล้ว หวังว่าจุนซูจะเล่าอะไรให้ผมฟังบ้าง


“เฮ้อ พูดแล้วก็สงสารมันชะมัด” จุนซูบ่นออกมาในขณะที่ตายังจับจ้องโทรศัพท์อยู่ ที่จุนซูพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไง สงสารอะไรกัน “คลิปนั่นมันทำร้ายมันชัด ๆ เห็นมาร์คบอกว่ากระแสตอนนี้แย่มาก ๆ” 


“แต่หมอนั่นก็ทำตัวเองไม่ใช่เหรอ...ถ้าไม่มั่วเอง ก็คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น” ผมพยายามข่มความรู้สึกแล้ว แต่ก็ดันพลั้งปากไปจนได้


“ฉันเข้าใจที่นายนะแบมแบม ฉันรู้ว่าสิ่งที่มาร์คทำกับนายในอดีตมันแย่ แต่ในตอนนี้ถ้านายได้ลองเปิดใจให้มัน นายจะรับรู้ได้ว่ามันเปลี่ยนไปเหมือนคนละคน” ไม่จริง...มันก็ยังคงเป็นคนเลวในสายตาของฉันอยู่ “เมื่อก่อนมันเคยแย่กว่านี้เยอะมาก แต่นี่ถือว่าดีขึ้นแล้ว”


“นายจะรู้สึกดีกับมาร์คยังไงก็เรื่องของนายเถอะจุนซู แต่ฉันไม่มีทางเปลี่ยนความรู้สึกแน่” ไม่มีวัน...และนับวันจะยิ่งเกลียดมากขึ้นเรื่อย ๆ 


“อืม ฉันก็เข้าใจความรู้สึกนายอีกแหละ เป็นฉันก็คงจะทำใจให้อภัยได้ยาก” ความรู้สึกของผมกำลังดิ่งลงเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องอดีตมันทำหัวของผมหนักอึ้งไปหมด เพราะอย่างนี้ผมเลยอยากให้มาร์คได้มีช่วงชีวิตที่คล้ายกับผมบ้าง มันจะได้แฟร์ 


“แต่ก็เอาเถอะ ถึงฉันจะไม่ชอบหน้าหมอนั่น แต่ตอนนี้มันก็ดูน่าสงสารอยู่” ระหว่างพูดผมก็มองหน้าจุนซู อยากจะรู้ว่าเขาจะหันมาด่าผมว่าหน้าไม่อายหรือเปล่า แต่จุนซูก็ไม่ได้หันมามอง เขามัวแต่แชทคุยถามเพื่อนเรื่องตารางงาน ถ้าเป็นอย่างนั้น จะถามต่อล่ะนะ... “ว่าแต่คนในคลิปนั่นเป็นใคร หมอนั่นจะตามจับหรือเปล่า”


เอาล่ะ ผมกำลังเข้าประเด็นคำถามเสี่ยง ๆ นั่นแล้ว ไม่รู้ว่ามาร์คจะพูดอะไรกับจุนซูหรือเปล่า ผมต้องสังเกตจุนซูให้ดีว่าเขาแสดงสีหน้ายังไงบ้าง จะได้รู้ว่ามาร์คบอกจุนซูหรือยังว่าคนคนนั้นเป็นผม


“นั่นก็เรื่องซวยของมันเลยล่ะ” จุนซูหันมาพูดกับผม ผมสังเกตจุนซู ความรู้สึกผมก็ยังไม่รู้สึกว่าเขาแปลกไปจากเดิมตรงไหน ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้อะไรเลย หรือแกล้งแสดงละครหลอกผม ถ้าเป็นอย่างนั้น....แปลว่าจุนซูเลือกมาร์คสินะ แต่ยังไงก็ตามผมก็ยังไม่ได้ปรักปรำว่าเขาคิดแบบนั้น ผมก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ว่าเขาต้องเข้าข้างผม เราสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ตอนนั้นจุนซูกับมาร์คต้วนก็ไม่ได้ดูสนิทกันไปมากกว่าผมเลยด้วย


“ทำไม เรื่องซวยอะไร” ผมถามต่อ และหวังว่าจุนซูจะคลายความลับให้ผมฟัง


ก็ที่ไอ้มาร์คมาหาฉัน เพราะมันจำหน้าคนที่ในคลิปไม่ได้ล่ะสิ” คำพูดของจุนซูทำผมช็อกค้างไปเสียแล้ว มาร์คจำหน้าผมไม่ได้จริง ๆ เหรอ...


“ตลกหรือเปล่า ร่างชิดกันขนาดนั้น จำหน้าไม่ได้เลยหรือไง” ไม่มีทางเป็นไปได้ ผมโดนมาร์คทำตั้งหลายชั่วโมง จูบก็โดนจูบนับครั้งไม่ถ้วน จะบอกว่าจำหน้าไม่ได้ก็บ้าไปแล้ว มันต้องวางแผนอะไรแน่ 


“นั่นสิ ตลกหรือเปล่า มีใครที่ไหนที่จะลืมหน้าคนที่ตัวเองเพิ่งมีเซ็กส์กัน”


ไอ้บ้านั่นกำลังคิดทำอะไรอยู่ หรือนั่นเป็นเหตุผลที่มาร์คไม่ได้โวยวายใส่ผมเลยตอนเจอกัน จะเล่นบททำเป็นจำกันไม่ได้สินะ เล่นได้เนียนมากเลยล่ะ ไม่คิดว่าการแสดงละครของมันจะพัฒนามากขนาดนี้ เพราะเมื่อสมัยเรียนมันเล่นละครได้ห่วยแตกมาก


“ถ้าเป็นอย่างนั้นผู้ร้ายในคลิปก็คงจะโชคดีเลยล่ะสิ” ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรว่ามันจะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่า แต่ว่าผมต้องระวังตัวด้วย เพราะผมไม่เชื่อที่มันบอกว่าจำหน้าผมไม่ได้


“ก็คงงั้นมั้ง ว่าแต่นายได้ดูคลิปหรือยัง” คำถามนั้นทำผมลอบกลืนน้ำลาย ฉันไม่ใช่แค่ดูจุนซู... ฉันอยู่ในนั้นเลยล่ะ “มาร์คเอามาให้ฉันดูอยู่ มันให้ช่วยฉันตามหาคนที่หุ่นแบบในคลิป ตอนดูฉันก็คิดไม่ออกว่าเป็นใคร ถ้าไม่ติดว่าที่ฉันคิดว่านายจะไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่ ฉันก็คงคิดว่าเป็นนายไปแล้ว”


อีกครั้งที่ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดีแล้วที่จุนซูคิดแบบนี้


“เหมือนฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมแกล้งทำเป็นถามต่อ 


“ก็ดูจากหุ่นอ่ะนะ แต่ไม่ใช่หรอก ฉันรู้ว่านายคงไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่ แค่จะเข้าใกล้นายยังอึดอัดมากเลยใช่ไหม” ผมส่งยิ้มบางตอบ ขอให้เป็นจุนซูคนเดียวที่นึกว่าเป็นผม


“แล้วถ้านายบอกว่าเหมือนฉันขนาดนั้น นายได้บอกมาร์คไปหรือเปล่าล่ะว่าเหมือนฉัน” ผมไม่รู้ว่ามันยังไงกันแน่ ผมไม่รู้แล้วว่าสรุปหมอนั่นมันลืมจริงหรือแกล้งลืม แต่ก็ไม่อยากจะให้จุนซูพูดอะไรถึงผมให้มันฟัง


“ไม่ได้พูดหรอก ฉันกลัวว่าไอ้บ้านั่นจะมาตามล่ากับนายแทน คนมันระแวงมันก็อาจจะทำอะไรบ้า ๆ ขึ้นมาได้” เฮ้อ โล่งใจชะมัดที่จุนซูไม่ได้พูดออกไป แต่ยังไงก็ตามผมก็ยังไม่สบายใจ มาร์คจะแว้งกัดผมตอนไหนก็ได้ เรื่องนี้มันเริ่มบ้าไปแล้ว ผมกำลังหาเรื่องให้ตัวเองชัด ๆ เลย มันน่าจะจบตั้งแต่ปล่อยคลิปสิ ทำไมมันยังตามมาให้ผมคิดจนปวดหัวแบบนี้ “แต่เดี๋ยวไม่นานมันก็คงจะตามหาเจอเองแหละ”


“ทำไม มีเบาะแสแล้วเหรอ” ถามรีบถามกลับด้วยใจที่ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เริ่มหายใจไม่ออกแล้วล่ะสิ


ก็ฉันแนะนำมันไปว่าให้ไปดูกล้องวงจรปิด เผื่อจะได้หลักฐานอะไรบ้าง”


ไอ้เวร ผมลืมเรื่องกล้องวงจรปิด!!! ทำไมผมถึงได้บื่อแบบนี้วะเนี่ย บ้าเอ้ย!!! ผมคิดว่าตัวเองฉลาดแล้วที่ทำร้ายไอ้มาร์คแบบนั้น แต่ผมมันโง่โง่ชัด ๆ ถ้าสมมุติไอ้มาร์คมันจำหน้าผมไม่ได้จริง แต่ถ้ามันได้ดูคลิปจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งมันต้องจำได้แน่ ๆ หรือก็ไม่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ลืมผม แต่มันแค่แกล้งทำเป็นลืมเพื่อทำอะไรสักอย่าง


ผมใกล้จะเป็นบ้าตายแล้วนะ!!!


ยังไงก็ตาม การที่ไอ้มาร์คมันมีหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิด มันอาจจะไม่ดีต่อผม เพราะไม่แน่มันอาจจะเอาคลิปนั่นไปลง SNS แล้วคดีก็จะพลิก กลายเป็นทุกคนมาตามล่าผมเพราะดูจากคลิปดูก็รู้ว่ามันเป็นการปล่อยคลิปเพื่อแบล็คเมล์ชัด ๆ 


ดังนั้นผมต้องทำลายคลิปจากกล้องวงจร ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าผมจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน


“บ้าจริง ฉันต้องรีบไปแล้ว” ผมพูดขึ้นพร้อมทำท่าดูนาฬิกาในข้อมือ


“รีบไปดูคุณย่าเหรอ รีบไปสิ เดี๋ยวเรื่องหาคนมาแทนถ้าหาได้แล้วฉันจะโทรไปบอกนายเอง” ยิ่งจุนซูดีกับมากเท่าไร ผมยิ่งรู้สึกผิดกับเขามากเท่านั้น ขอโทษนะจุนซู โปรดเข้าใจฉันด้วย...


“ขอบใจมากนะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะ” ผมส่งยิ้มลาให้จุนซู หมอนั่นก็ส่งยิ้มตอบกลับมา เมื่อลาเรียบร้อยแล้วผมก็รีบพาตัวเองออกจากห้องอัดเสียง และรีบตรงไปกดลิฟท์พร้อมกดปุ่มเรียกลิฟท์ให้ลงมาหาผมเร็ว ๆ 


ระหว่างที่รอในหัวของผมก็กำลังคิดหาทางออกเรื่องนี้อยู่ ผมไม่อยากยอมแพ้ เสียตัวไปขนาดนั้นแล้วยังไงผมจะไม่ยอมให้มันเสียไปโดยเปล่าประโยชน์แน่ ๆ ทำยังไงดีนะ...ผมไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปในบ้านไอ้มาร์คอีกครั้ง เพราะนั่นอาจจะเป็นแผนล่อให้ผมเข้าไปก็ได้ อะไรก็เป็นไปได้ ผมต้องระวังตัวไว้ แต่ยังไงก็ตาม...ถ้าผมไม่เข้าไปผมจะทำลายหลักฐานได้ยังไงกันนะ


ติ๊ง!


ลิฟท์ได้มาถึงชั้นของผมแล้ว ผมเงยหน้าขึ้นมาเตรียมจะเข้าไปในลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่างและออกจากตึกนี้ หากทว่าพอได้มองเข้าไปในลิฟท์ก็ทำผมตกใจเล็กน้อย


“อ้าว! ไอ้แบม!!” ผมยิ้มรับทันทีพร้อมก้าวขาเข้าไปในลิฟท์ ส่วนไอ้ 'คิม ยูคยอม' พอผมเดินเข้าไปใกล้ มันก็ทำยื่นมือมาทักทายและชนไหล่กันเบา ๆ เป็นการทักทายที่ทำมานานตั้งแต่สมัยเรียน


“ไงวะ มาทำอะไร” ผมถามกลับ 


“ฉันมาโปรโมทเพลงใหม่ ว่าแต่เพลงใหม่ของฉันนายฟังหรือยังเนี่ย!” ยูคยอมทำมัดมาต่อยที่ต้นแขนผมเบา ๆ 


“ไม่เห็นจะอยากฟังเลย” ผมทำลอยหน้าลอยตา 


“ย่าห์!! ทำไมไม่ฟัง!!! ฟังแล้วช่วยโปรโมทให้ด้วยนะเว้ย!!” ดีที่ในลิทฟ์มีแค่ผม ยูคยอม และก็เมเนเจอร์ของมัน ไม่งั้นถ้าใครได้ยินเข้าก็คงจะรู้ว่ามันกำลังจะใช้เส้นในการโปรโมทเพลงผ่านรายการของผม


“งั้นพูดแบบนี้แปลว่านายก็ไม่เคยฟังฉันจัดรายการเลยสินะ” ผมมองช้อนไปที่ไอ้เพื่อนตัวสูง มันทำชะงักเล็กน้อยเหมือนกับว่าผมเล่นงานมันได้ตรงจุด


“แบมมมม เพื่อนรักกก คือช่วงนี้อาทิตย์คัมแบคของฉันไง แค่ฉันว่างได้คุยกับนายนี่ก็ดีมากแล้ว” ดูเหมือนว่าทุกคนจะยุ่งกันหมดยกเว้นดีเจอย่างผม จะหาว่าผมอิจฉาเพื่อนผมก็ยอมรับ แต่ผมก็ไม่เคยคิดร้ายกับมัน ในทางกลับกันผมก็ยินดีที่มันได้สู่ความฝันของมัน นั่นก็คือได้เป็นนักร้อง ส่วนผมน่ะเหรอ...เกือบมีโอกาสได้เป็นแล้วสุดท้ายก็โดนคนเลว ๆ มาปาดหน้าเค้กไปซะก่อน 


เดี๋ยวเหมือนผมจะลืมอะไรบางอย่าง เวรเอ้ย!! ผมลืมว่าตัวเองรีบอยู่ และตอนนี้ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าผมจะทำลายคลิปกล้องวงจรปิดนั่นได้ยังไง


ติ๊ง!


แล้วลิฟท์ก็พาพวกเรามายังชั้นล่างของตึก ผมรีบก้าวเท้าออกจากลิฟท์และจะหันไปลายูคยอมเพื่อไปแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อ


“เออ แล้วนี่นายว่างหรือเปล่า ฉันพอจะมีเวลาพักอยู่นิดหน่อย ไปกินกาแฟกันไหม” ไอ้ยูคยอมพูดขัดผมซะก่อน เสียดายชะมัดที่มันดันว่างไม่ตรงกับผม “ไปกัน ฉันอยากจะเม้าท์เรื่องมาร์คต้วนใจจะขาดแล้วเนี่ย”


ไอ้ยูคยอมทำพูดเสียงกระซิบ จากนั้นมันก็เอาแขนมาคล้องคอเป็นการล็อคตัวผมให้ไปกับมัน แต่เดี๋ยวนะ...เหมือนผมคิดอะไรได้อย่าง แต่ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือเปล่า


“ฮยอง ไว้เดี๋ยวเจอกันบริษัทนะ” ไอ้ยูคยอมบอกลาเมเนเจอร์ของมัน จากนั้นมันก็เดินกอดคอผมออกมาจากที่ตรงนั้น ส่วนผมตอนแรกก็ว่าจะบอกลามันเพราะจะรีบไปเคลียร์เรื่องกล้อง แต่เพราะคิดอะไรได้ผมเลยไม่จำเป็นต้องบอกลามัน “ไปร้านไหนดีวะที่คนจะไม่พลุกพล่าน ไปร้านลุงลีดีไหม ที่มันอยู่ในซอก ๆ ใกล้ ๆ นี่ ที่นายเคยพาฉันไปหลบแฟนคลับจำได้หรือเปล่า”


“ยูคยอม ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยทำ” ผมพูดสวนขึ้นมา ทำไอ้ยูคยอมหันมามองหน้าผมด้วยใบหน้าที่ปนความสงสัย “นายเอารถมาใช่ไหม” 


“เออใช่...ว่าแต่มีอะไรวะ ถามหารถทำไม นายจะให้พาไปไหนงั้นเหรอ”


“ไปบ้านมาร์ค ต้วน” 

.

.

.

.

.

.

.


แล้วในตอนนี้ความลับของผมก็ถูกเปิดเผยให้แก่ยูคยอมได้รู้ ผมทำใจอยู่นานว่าจะเล่ามันดีไหม แต่ในตอนนี้ผมก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะทำยังไง ถ้าผมไม่ขอให้ยูคยอมช่วย ผมก็คงไม่มีโอกาสที่ทำลายคลิปจากกล้องวงจรปิดนั่นแน่ ๆ ผมไม่อยากจะให้การเสียตัวของผมมันเปล่าประโยชน์ และแน่นอนว่าหลังจากที่ยูคยอมได้ฟังเรื่องจริงจากปากของผม ก็ทำมันอึ้งไม่พูดกับผมไปเกือบหลายนาที หลังจากหายอึ้งมันก็ด่าผมแทบไม่หยุด และจากอีกนั้นไม่นานมันก็ร้องไห้ซึ่งทำเอาผมช็อกเอามาก ๆ มันบอกว่ามันสงสารผม มันเข้าใจผมดีว่าผมรู้สึกอึดอัดกับเรื่องนี้มากขนาดไหน มันทำผมเกือบร้องไห้ตามสุดท้ายผมก็ต้องฮึบเอาไว้เพราะนี่ไม่ใช่เวลามานั่งเศร้าถึงอดีตที่ผ่านมา ผมจะต้องทำลายหลักฐานทุกอย่างที่มาร์คมีทิ้งให้ได้


เพราะมันเห็นว่าผมถึงทางตันแล้วจริง ๆ มันเลยจะช่วยทำตามคำขอร้องของผม ยูคยอมเป็นเพื่อนสนิทของผม ผมไว้ใจมันได้แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ ผมไม่กลัวว่ามันจะหักหลังผม เพราะเราเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมากจริง ๆ ยูคยอมก็โกรธและเหม็นขี้หน้ามาร์คไม่น้อยไปกว่าผม เพราะสิ่งที่มาร์คทำกับผมมันโหดร้ายเกินไป แต่ถึงมันจะไม่ชอบ มันก็เป็นพวกเก็บอาการได้เก่งมาก การที่มันเป็นศิลปินค่ายเพลงเดียวกันกับมาร์คทำให้มันย่อมต้องเจอกับมาร์คบ่อย ๆ มันก็เหมือนผมที่แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออก แต่ถ้านอกเหนือจากงาน มาร์คชวนไปไหนมันก็ไม่เคยไปด้วยหรอก


แต่ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ยูคยอมได้ก้าวข้ามจากโซนนั่น เพราะมันยอมไปหามาร์คที่เพ้นท์เฮ้าส์เพื่อไปทำลายคลิปให้กับผม ผมเล่าเรื่องที่มาร์คทำเป็นไม่รู้จักผมให้มันฟัง ยูคยอมก็กลัวว่ามาร์คจะแอบวางแผนอะไรไว้ เพราะอย่างนั้นมันเลยไม่อยากให้ผมได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่อยู่กับมาร์คแค่สองต่อสอง ซึ่งผมก็คิดอย่างนั้นไว้เหมือนกัน เพราะมันอันตรายเกินไป 


ทุกอย่างเป็นไปตามแผน มาร์คยอมให้ยูคยอมเข้าไปในเพ้นท์เฮ้าส์ของมัน ในระหว่างที่เดินทางไปไอ้ยูคยอมก็โทรบอกมาร์คก่อนเรื่องที่จะเข้าไปหามันจะได้ไม่ดูผิดสังเกตมากเกินไป โชคดีที่ไอ้ยูคยอมมีโปรเจ็กต์งานที่ต้องทำร่วมกับมาร์คค้างไว้เลยมีข้ออ้างที่จะเข้าไปหาได้


และเหมือนโชคจะเข้าข้างผม เพราะมาร์คเพิ่งมาถึงที่ตึกเพ้นท์เฮ้าส์ของมันได้ไม่นาน ยูคยอมขอให้มาร์ครออยู่ข้างล่างก่อนค่อยขึ้นห้องไปพร้อมกันเพื่อที่มันจะได้ไปขัดขวางไม่ให้มาร์คได้เข้าไปดูคลิปจากกล้องได้ ส่วนผมก็ได้แต่รอแผนต่อไปนั่นก็คือ...ผมที่ต้องถ่วงเวลามาร์คไว้ให้นานที่สุดเพื่อให้ยูคยอมได้ลบคลิปที่มีผมอยู่ในนั้นทั้งหมด


กริ๊ง~


ผมหันไปมองที่ประตูทางเข้าร้านกาแฟด้วยอาการตื่นเต้น และเมื่อเห็นมาร์คกำลังเดินเข้ามาในร้าน ก็ทำผมมือไม้สั่นและเกิดอาการอะไรไม่ถูกขึ้นมา มันเป็นไปตามแผนที่ผมวางไว้ทุกอย่าง มาร์คยอมลงมาซื้อกาแฟให้ยูคยอมตามแผนที่เราคุยกันไว้ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าเขาจะยอมเสี่ยงลงมาซื้อกาแฟทั้งที่เขาไม่ควรออกไปไหน แต่ก็แปลกที่ไม่มีนักข่าวดักแถวนี้เลยสักคน เป็นไปได้ยังไงกันนะ ทั้งที่ข่าวแบบนี้นักข่าวน่าจะอยากจะได้คำตอบจากมาร์คมากที่สุด ไม่เข้าใจเลยชะมัด 


แต่ยังไงก็ตามเรื่องอื่นช่างมันเถอะ ผมควรเริ่มแผนสักที จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอนั่นมีแผนอะไรกันแน่


ผมจ้องมองไปที่มาร์คพลางดูดกาแฟทำเนียนไป ระหว่างนั้นผมก็สังเกตทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมัน โชคดีของมันอีกแหละที่ร้านนี้แทบไม่มีคนเลย จะมีก็แต่พนักงานที่ทำกาแฟและพนักงานที่ประจำแคชเชียร์ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าต่อให้มีคนนอกแค่สองคนก็รับรู้ได้ว่ากระแสข่าวน่าจะไม่ธรรมดา เพราะพนักงานสองคนนั้นถึงดูลุกลี้ลุกลนที่เห็นมาร์ค ส่วนไอ้มาร์คแทนที่จะรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้าง มันกลับทำหน้าตานิ่งเฉยเหมือนไม่รู้สึกร้อนรนอะไรเลย เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด


เอาล่ะ ผมควรจะเริ่มแผนสักทีก่อนที่ไอ้มาร์คจะได้กาแฟแล้วกลับบ้านไป ไม่รู้ว่าป่านนี้ไอ้ยูคยอมลบคลิปได้หรือยัง แต่ถ้าได้แล้วมันก็คงจะส่งข้อความมาบอกผม แต่นี่ยังเงียบอยู่งั้นแปลว่าผมต้องคุยกับไอ้มาร์คจริง ๆ สินะ ถึงแม้ผมจะไม่อยากคุยกับมันมากขนาดไหน แต่ผมก็ต้องฝืนความรู้สึกไว้ ผมต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าที่มันบอกว่าจำหน้าผมไม่ได้มันจริงหรือเปล่า และอีกอย่างผมอยู่ในที่สาธารณะ ลองมันทำอะไรผมขึ้นมา ผมเชื่อว่าพนักงานสองคนนั้นจะต้องช่วยผมได้แน่


ผมเลื่อนตาไปมองไอ้มาร์คอีกครั้ง จากนั้นก็เลื่อนตาไปมองพนักงานสองคนนั้น เมื่อไม่มีใครมองมาที่ผม ผมก็หลุบตามองแก้วกาแฟของผมที่วางเกือบชิดขอบโต๊ะ จากนั้น...


เคร้ง!


“x!” ผมอุทานออกมาเสียงดังเมื่อแก้วกาแฟของผมตกลงไปถึงพื้น นั่นเป็นแผนที่จะทำให้ทุกคนหันมามอง ผมเงยหน้าขึ้นมามองไปที่เป้าหมาย เมื่อได้สบตากับมาร์ค ผมเห็นหมอนั่นแสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่ามันตกใจอะไร แต่แม่งทำผมใจเต้นไปแล้วเพราะผมกลัวโดนจับลงโทษ ผมรีบหลบสายตาจากมัน จากนั้นก็หันไปมองที่พนักงานแกล้งทำเป็นขอความช่วยเหลือ


“ผมขอโทษ” ผมรีบออกตัวขอโทษเมื่อพนักงานถืออุปกรณ์มาทำความสะอาดมาอยู่ตรงหน้าผม รู้สึกผิดชะมัดที่สร้างความวุ่นวายให้กับพนักงาน ผมขอโทษจริง ๆ ครับ หวังว่าทิปที่ผมแอบให้ก่อนหน้านั้นจะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจในการทำงานนะ


“ไม่เป็นไรค่ะ คุณลูกค้าไปนั่งตรงโต๊ะที่สะอาดก็ได้นะคะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันทำความสะอาดเอง” ผมรู้สึกผิดจริง ๆ นะเนี่ย ดีที่แก้วเป็นพลาสติก ไม่งั้นคงจะวุ่นกว่านี้แน่


ผมลุกออกจากเก้าอี้เอาตัวออกห่างจากวงน้ำกาแฟที่กระจายเป็นวงใหญ่ แต่เมื่อมองไปที่พื้นผมถึงได้รู้ว่าผมเกิดปัญหาใหญ่แล้ว!!รองเท้าผมเปื้อนคราบกาแฟ นี่มันคู่โปรดของผมเลยนะ แถมแพงด้วย!! บ้าเอ๊ย!!!


“เอานี่ไปเช็ด” เสียงทุ้ม ๆ ดังจากข้างหลังของผม และนั่นทำให้ผมสะดุ้งหันไปมองด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นว่าเจ้าของเสียงนั่นคือใครก็ทำผมแทบขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ มาร์คเลิกคิ้วมองผมเหมือนกำลังสงสัยว่าทำไมผมไม่ยอมรับกระดาษทิชชู่จากเขา ผมพยายามควบคุมสีหน้าของตัวเองให้ปกติที่สุด จากนั้นก็ยอมรับทิชชู่จากมือมาร์คมาเช็ดคราบกาแฟที่เปื้อนรองเท้าผม


บ้าเอ๊ย อึดอัดชะมัด ต่อให้ก่อนหน้านั้นผมจะกล้ามากขนาดไหน แต่ทุกครั้งเลยทีเห็นหน้ามันก็ทำความกล้าผมแทบหายไปหมด ไม่เอาสิวะแบม อย่าลืมภารกิจสิ จะขี้ขลาดต่อไปไม่ได้นะ ไม่งั้นนายจะตกอยู่ใต้เครื่องมือของมัน!


“ขอบคุณนะครับ” ผมแกล้งทำเป็นสุภาพขอบคุณมันหลังจากที่เช็ดรองเท้าเสร็จ ผมพยายามทำใจสู้เงยหน้าขึ้นสบตามาร์ค


และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมได้เห็นแววตาแพรวพราวจากตาคู่นั้นของมัน ก่อนหน้านั้นมันก็ใช้สายตาแบบนี้มองผมตอนที่อยู่ที่บริษัท ดูยังไงก็เหมือนแววตาของคนเจ้าชู้


“หึ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้เจอกันอีก” คำพูดนั้นทำผมแทบขาดอากาศหายใจ มาร์คแต้มยิ้มมุมปากเล็ก ๆ ทำผมกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ ที่พูดอย่างนั้นหมายความว่ายังไง สรุปที่มันบอกว่าจำผมไม่ได้มันก็เป็นแผนงั้นเหรอ!


“กาแฟของคุณมาร์คได้แล้วนะคะ” เสียงพนักงานดังขึ้นขัดจังหวะ มาร์คไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นอีก มันเดินไปหยิบถุงกระดาษที่มีแก้วกาแฟของมันอยู่ในนั้นมาถือไว้เหมือนเตรียมตัวพร้อมที่จะกลับบ้านแล้ว


“กาแฟนายหกหมดแล้ว ให้ฉันสั่งให้นายใหม่ไหม” มาร์คหันมาถามผม ส่วนผมนั้นก็ยังไม่หายจากอาการตกใจ ผมหันไปมองหน้ามาร์คเห็นมันมองหน้าผมนิ่งเหมือนรอคำตอบ


“ไม่เป็นไร ผมไม่อยากกินแล้ว” ทั้งที่ผมบอกตัวเองว่าอย่ากลัวแต่ผมก็กลัวไปแล้ว บ้าเอ๊ย!ผมไม่อยากคิดเลยว่าถ้าผมแอบเข้าไปในห้องมาร์คเอง ผมคงจะไม่รอดออกมาแน่ ๆ ทุกอย่างมันเป็นแผน มาร์คโกหกจุนซูบอกจำผมไม่ได้ ที่จริงเขาจำผมได้!!


“สีหน้าของนายดูไม่ค่อยดี เป็นอะไรหรือเปล่า” คำถามของมาร์คทำผมต้องเงยหน้ามองเขา อีกแล้วที่ผมรู้สึกแปลกในพฤติกรรมของมาร์ค เขาดูนิ่งมาก ๆ ถ้านี่เป็นแผนเพื่อให้ผมติดกับดักของเขา ถ้าอย่างนั้นเขาจะถามผมด้วยคำถามเมื่อกี้ทำไม แปลก... แปลกชะมัด...


“ที่คุณพูดว่า...ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอกันอีก มันหมายความว่ายังไงเหรอครับ” มาร์คดูงงที่ผมถามแบบนั้น เพราะสีหน้าของเขาฟ้องแบบนั้น


“ก็เราเพิ่งเจอกันที่ G.O.T ไม่ใช่เหรอ ที่นายนั่งอยู่กับจุนซู หรือฉันจำผิด...” ทำไมมาร์คถึงพูดแบบนั้น... อย่าบอกนะว่าที่เขาบอกว่าจำหน้าผมไม่ได้ มันคือเรื่องจริง!!


“อ้อใช่ จริงสิ...ผมเพิ่งนึกได้” มันจะใช่เรื่องจริงเหรอที่มาร์คจำผมไม่ได้ ไม่อยากจะเชื่อ...เมื่อวานมาร์คก็ไม่ได้เมาไร้สติขนาดนั้น มันดูไม่เมาเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมมันถึงไม่พูดเรื่องเมื่อวาน ทั้งที่ผมทำมันเจ็บแสบ มันกลับไม่เอาเรื่องผม...


“จุนซูบอกฉันว่านายเป็นดีเจที่ So Radio ใช้ชื่อว่า DoubleB เป็นชื่อในวงการ” จุนซู...ไหนบอกว่าไม่บอกอะไรมาร์คไปไงล่ะ ทำไมไอ้หมอนี่ถึงรู้ลึกแบบนี้!!! “ฉันเดาไม่ผิดเลยว่าดีเจ DoubleB ตัวจริงจะน่ารักเหมือนเสียง”


“คุณพูดเหมือนกับว่าเคยฟังผมจัดรายการอย่างนั้นแหละ” ผมสวนกลับทันที ไม่รู้ว่ามันมาไม้ไหน แต่ว่าคำพูดที่มันพูดเมื่อกี้เหมือนมันกำลังจะจีบผมชัด ๆ 


“ก็ต้องเคยสิถึงกล้าพูดได้” ว่าไงนะ...มาร์คต้วนฟังรายการที่ผมจัดด้วยงั้นเหรอ “ฉันชอบที่นายวิเคราะห์เรื่องความหมายและวิเคราะห์เรื่องดนตรีของเพลงเหมือนว่านายมีความรู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี”


“...” 


“และบางทีนายก็มีคำพูดสอนใจอะไรสักอย่าง ที่บางครั้งมันจี๊ดที่หัวใจของฉัน อย่างเช่น... อย่าให้ความสุขของคนอื่นมาบังคับจนเราเสียความเป็นตัวเองหลังจากนั้นมาฉันก็เหมือนระเบิดตัวเอง ทำทุกอย่างที่ตัวเองมีความสุข และฉันก็ค้นพบว่านี่มันเป็นชีวิตที่ดีที่สุด”


“...” 


“ฉันเป็นแฟนคลับนายนะดีเจ DoubleB ฉันจะรอฟังนายจัดรายการครั้งต่อไป ช่วงนี้ฉันคงว่างยาว คงจะได้ฟังนายจัดรายการครบทุกวันแน่”


ผมรู้สึกหายใจไม่ออก ผมอยากจะคิดว่านี่เป็นแผนที่มาร์คหลอกให้ผมตายใจ ให้ผมใจอ่อนกับเขา แต่สิ่งที่เขาพูด มันมีดีเทลละเอียดที่ลึกกว่านั้น.... มาร์ครู้วิธีการจัดรายการของผม และที่เขาพูด... บอกว่าเป็นแฟนคลับผม... มันเป็นอะไรที่บ้ามาก ๆ ผมเพิ่งทำลายชีวิตเขา แล้วเขามาพูดแบบนี้กับผมเนี่ยนะ


“นี่ฉันพูดเยอะเกินไปหรือนายไม่พูดอะไรเลย โทษทีนะที่ฉันพูดเยอะไป ฉันแค่ตื่นเต้นที่ได้เจอนายตัวจริง” ทุกคำพูดของเขามันทำผมแทบหายใจไม่ออก ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงดี ไม่เคยมีใครมาพูดอะไรแบบนี้กับผม ผมคงจะดีใจมากกว่านี้ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่คนที่ผมเกลียด


ใช่...ผมเกลียดเขามาก ถ้าแฟนคลับผมมีสิบคนและเขาเข้ามาเป็นคนที่สิบเอ็ด ผมก็จะจำไว้ว่าแฟนคลับผมมีแค่สิบ อย่าหาว่าผมใจร้าย เพราะสิ่งที่เขาทำกับผมมันใจร้ายมากกว่านี้


ติ๊ง!


เสียงข้อความเข้า ผมตัดบทสนทนาด้วยการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ยูคยอมส่งข้อความมาบอกผมว่าเรียบร้อยแล้ว


ในที่สุดเรื่องราวระหว่างผมกับมาร์คจะได้จบลงเสียที จริง ๆ มันควรจะจบตั้งแต่ที่ผมปล่อยคลิปไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้มันก็สำเร็จแล้ว มาร์คไม่มีหลักฐานมัดตัวผมได้


“ผมมีธุระต้องไปต่อ ผมขอตัว” ผมพาความอึดอัดของผมออกมาจากที่ตรงนั้น ผมไม่รอให้มาร์คพูดลามันไม่จำเป็น ผมมาที่นี่ก็เพื่อทำแผนของผมให้มันสำเร็จ และในตอนนี้ทุกอย่างมันได้จบลงแล้ว มาร์คจะจมอยู่กับเวรกรรมที่ตัวเองก่อ ส่วนผมก็คงจะได้ยืนมองอย่างสะใจ


“เดี๋ยวก่อน!” ผมชะงักปลายเท้าเพราะเสียงรั้งนั่น ผมควรจะเย็นชาแล้วออกจากร้านไปเลย ผมไม่ได้แคร์ความรู้สึกของมันอยู่แล้ว ถึงจะคิดอย่างนั้นผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันมีอะไรจะพูดกับผมงั้นเหรอ เพราะอยากรู้ผมถึงยอมหันไปมอง


จู่ ๆ มาร์คต้วนก็ยิ้มขึ้นมา รอยยิ้มนั่นทำผมประสาทเสีย


“คุณยิ้มอะไร” ผมชักเหม็นหน้าหมอนี่เกินทน...


“ก็แค่อยากจำหน้านายอีกสักนิด” เป็นบ้าอะไรของมันวะ ไม่เข็ดกับความเจ้าชู้ของตัวเองหรือไง เหอะ!ดูเหมือนว่าที่ผมทำลายชีวิตมันไป มันจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสินะ “หวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะ...แบมแบม”


ฝันไปเถอะ!





28/01/61

เอาแล้วครับ! ไรท์ก็ยังจะพูดคำเดิมว่า พี่มาร์คลืมจริงหรือแกล้งลืมกันแน่ พี่เค้ามีแผนร้ายหรือไม่มี 555555555555 ส่วนที่ให้ยูคยอมไปลบคลิปให้นั้นจะเรียบร้อยดีใช่ไหม จะวางใจได้แล้วจริง ๆ หรือเปล่า หลังจากนั้นจะเป็นยังไงก็ต้องไปลุ้นต่อเหมือนเดิมค้าบบ  

ฝากคอมเม้นและเล่นแท็กด้วยนะค้า #ลับ19มบ 




22/01/61 

แบบนี้เขาเรียกว่า ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกหรือเปล่า โธ่... น้องแบมคิดจนปวดหัวแล้ว พี่มาร์คลืมจริงหรือแกล้งลืมกันแน่ พี่เค้ามีแผนร้ายหรือไม่มี แต่เอาเป็นว่าตอนนี้น้องกำลังจะปวดประสาทมากกว่ากับกับเรื่องกล้องวงจรปิดแล้ว 

ไปลุ้นกันต่อค่ะว่าน้องแบมจะยอมปล่อยเรื่องกล้องไปหรือเปล่า หรือจะไปตามล่าช่วยเหลือตัวเองต่อ เอาใจช่วยลูกด้วยนะคะ 

ฝากคอมเม้นและเล่นแท็กด้วยนะค้า #ลับ19มบ 




21/01/61

พีค!!!! พี่มาร์คปล่อยให้น้องหนี เกิดอัลไลขึ้น!!! พี่มาร์คแอบจ้อจี้หรือเปล่า หรือแอบมีแผนอะไรซ่อนอยู่ แล้วพี่แกมาคุยอะไรกับจุนซู 

น้องแบมหัวจะระเบิดไปแล้ว ไม่รู้ว่ายังคุ้มหรือยังที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมา น้องจะสืบเรื่องที่พี่มาร์คคุยกับจุนซูได้ไหม จะมีแผนซ่อนแผนหรือเปล่า แล้วถ้ามาร์คซ่อนแผนจริง จุนซูจะเลือกใครระหว่างแบมแบมกับมาร์ค 

เอาค้าบบบบ วันนี้มาแค่นี้ก่อนพอกรุ๊บ ๆ ตอนแรกตั้งใจจะให้ทุกคนรอก่อน แต่แบบว่าคอมเม้นถล่มมาก แท็กก็เล่นเยอะ ฮือออ ก็เลยมาปล่อยนิด ๆ หน่อยก่อนทำงาน 

อาจจะมีคำผิดอยู่นะคะ อ่านแค่รอบเดียว 


ฝากคอมเม้นและเล่นแท็กด้วยนะค้า #ลับ19มบ 

ถล่มกันได้เลย เผื่อใจอ่อนมาต่ออีก 55555555

รักกกก 




20/01/61

ฮือออ เอามาต่อเพราะทุกคนคอมเม้นต์และเล่นแท็กเยอะมาก มีแรงปั่นเลยรีบมาต่อ

เอาล่ะค่าา ใครที่เชียร์ขอให้น้องแบมทำสำเร็จ ขอแสดงความยินดีด้วยค่าที่ลูกไม่เสียตัวฟรี พอได้กำไรอยู่นะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ฮือออ 

แต่ลูกก็ฉลาดอยู่น้าาา เซนเซอร์หน้าตัวเอง แถมยังไปเซนเซอร์จุดนั่นให้อีก ใครที่หวงตัวแทนพี่กับน้องไม่ต้องคิดมากเด้อ ไม่มีใครของของพวกเขา นอกจากพวกเขาเห็นกันเอง แค่ก ๆ 

เอาล่ะพี่มาร์คมาถึงที่ทำงานน้องแบม (ขัดคำสั่งจินยองอีก) ระเบิดจะลงหรือไม่ พี่แกจะทำอะไรน้อง จะแฉน้องไหม หรือขู่ หรืออะไร ไปลุ้นกันต่อ (จุนซูฝากปกป้องน้องแบมด้วยนะ​ ฮือออออ) 

ฝากคอมเม้นและเล่นแท็ก #ลับ19มบ หน่อยน้าาา จะรีบกลับมาแน่นอน 




19/01/61

เอามาลงพอกรุบ ๆ เป็นซีเรียลอาหารเช้าให้ทุกคน 55555555 

เอาแล้ววววว สรุปพี่มาร์คไม่เห็นกล้องนะครัช ซวยแท้แน่นอน ถือว่าเป็นโชคของน้องแบม แต่ว่าาาาา อิผีจะตื่นขึ้นมาก่อนไหมน้าาาา แล้วถ้าไม่ตื่นขึ้นมา คลิปในกล้องยังมีอยู่ใช่ไหม ไม่รู้อะไรแล้ว ไปลุ้นกันต่อดีกว่า ใครธีมน้องก็เชียร์น้องเยอะ ๆ ขอให้น้องทำให้สำเร็จ 

ส่วนไรท์ธีมน้อง สงสารไอ้หนูน้อย โดนพี่ไม่ปราณี จะฟาดหัวมาร์คให้ดู บังอาจมาทำลูกชั้น 

มาเดากันว่าน้องจะซวยหรือมาร์คจะซวย 

ฝากคอมเม้นด้วยน้าา เล่นแท็กด้วยก็ดี เห็นมันคึกคักก็ชื่นใจ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.427K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,584 ความคิดเห็น

  1. #2427 palmwannapa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:01
    เทอบอกเค้าน่ารักแต่จำไม่ได้งั้นเรอะม้าคต้วน!!!!!!!!!
    #2,427
    0
  2. #2392 dream4try (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 18:57
    ระแวงแทนเลยว่ะ
    #2,392
    0
  3. #2371 MarkP_endear. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 02:30
    มีแผนอะไรแน่ๆอ่ะ อิพี่มันร้ายยย 5555
    #2,371
    0
  4. #1987 YanisaCH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 11:33
    เอ ยังไงกัน
    #1,987
    0
  5. #1773 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 18:33
    มาร์คจำไม่ได้จริงดิ หรือวางแผนอีกชั้น เริ่มสงสารลูกแล้วนะเนี่ย
    #1,773
    0
  6. #1683 NtsuMB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:07
    ไดอาลอคเดียวกันกับที่แบมพูดอ่อยมาร์คเลย มาร์คนางมีแผนอะไรเนี่ย555กลัวแทนลูก
    #1,683
    0
  7. #1032 MYPIMOOK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 02:23
    ลุ้นมากสนุกมากเลย
    #1,032
    0
  8. #1023 My love markbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 22:18
    แบมมม แม่ว่าหนูตามไม่ทันพี่มาร์ค
    #1,023
    0
  9. #996 Tubtimwan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 12:39

    สนุกมากค่า รออ่านต่อน้า

    #996
    0
  10. #917 OrnLex (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 23:10
    อ่านไปก็คือลุ้นมากกกว่าน้องแบมจะหาคนมาแทนตัวเองแล้วหนีไปเงียบๆได้อย่างใจหวังหรือเปล่า ตอนที่มาร์คเดินเข้ามาคือใจคนอ่านหล่นวูบเลยค่ะ ถถถถถถถถถ แบบโอยไม่นะน้อง แต่เกมส์พลิกพี่เค้าจำน้อวไม่ได้ จำไม่ได้จริงไหมละนิ แล้วที่บอกว่าเป็นแฟนคลัปน้องแบมก็คือตลกร้ายที่สุด สับสนแทนน้องแบมแล้วค่า

    แล้วจริงๆคือจำไม่ได้ใช่ไหมหรือแกล้ง ลบกล้องวงจรปิดได้ไหมโอยกังวลแแทนน้องแบมแล้วค่าาาาา
    #917
    0
  11. #734 PrincessDark (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 10:27
    ตกลงมาร์คยังไงกันแน่ ลืมหน้าน้องจริงดิ
    #734
    0
  12. #706 MBKY;LH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 14:37
    เอ้ะ ยังไง ทำไมบางทีก็ดูเหมือนจะดีหรือร้ายยังไงกันแน่นะ
    #706
    0
  13. #633 dejawooo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:32
    ลุ้นแทนน้องแบมมากๆๆๆๆๆ หรือมาร์คคือจะจำไม่ได้จริงๆกันแน่นะ แล้วที่มาร์คเคยทำในอดีตอาจจะลืมว่าเคยทำร้ายแบมไปเพราะจำไม่ได้ด้วยก็ได้ ฮือ ลุ้นสุดๆว่าน้องเราจะรอดมั้ย ใจตุ้มๆต่อมๆ ต้องรอดูต่อไปว่าจะบังเอิญเจอกันมั้ยนะคะ
    #633
    0
  14. #625 gorgaijaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:35
    รอฉันรอเธออยู่.... คิกๆ
    #625
    0
  15. #563 supapornbumbim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:02

    ตาพี่รู้ชื่อน้องได้ยังใง?? งงหนักมาก ฉันก็ว่าฉันอ่านครบทุกบันทัดนะ น้องก็ไม่ได้แนะนำตัวนิ้ อืมมม!!!!!
    #563
    0
  16. #555 cherryme (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:18
    ดูทรงคืออิมาร์คร้ายจริงอะะะ!!!
    #555
    0
  17. #533 mkjbjinjsyjbbyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:38

    รรอค่ะ

    #533
    0
  18. #530 ptuan93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:02
    มาร์คเป็นโรคที่จําหน้าคนไม่ได้รึเปล่าอ่ะ
    #530
    0
  19. #526 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:50
    พี่มาไม้ไหนวะ
    #526
    0
  20. #466 lovebam2x (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:20
    ยังงก็ไม่เชื่อมาร์คอ่ะ ดูร้ายกาจอยู่ดี 55555 แบมเอ้ยระวังตัวไว้ลูก
    #466
    0
  21. #465 Gmonster_xx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:20
    เราคิดว่าจำไม่ได้จริงๆละเหมือนมาร์คจะชอบแบมจริงจังขึ้นเรื่อยๆป่ะ ไรท์จะใจร้ายกะแบมไม่ได้นะ สงสารน้อง ใจร้ายกะอิพี่ได้ ห้ามทำน้อง
    #465
    0
  22. #464 Gmonster_xx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:14
    มาร์คมันเป็นโรคหรอ แบบความจำสั้น จำหน้าคนไม่ค่อยได้งี้ป่ะ
    #464
    0
  23. #463 dadakiku (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 06:34
    สองตอนที่ผ่านมา คือแบบลุ้นระทึกมากกกกก คือหายใจไม่ออกแทนน้องเลย ฮืออออออ ตอนนี้คือรอทนอ่านตอนต่อไปไม่ไหวล่ะ มาต่อยำยำ มาม่า ไวไว ผ่าน!! นะคะไรท์ รอติดตามและอุดหนุนค่า
    #463
    0
  24. #461 cxiixcvii9397 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 22:45
    นี่ว่าอิพี่จำได้อ่ะ ละพี่มันต้องมีแผนเอาเปรียบน้องอยู่แน่ๆ
    #461
    0
  25. #460 iloveimjaebeom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 22:31
    นี่ว่ามาร์คจำแบมได้อ่ะจำได้แน่ๆ แผนใช่มั้ยยยยย รอจ้าา
    #460
    0