BlackMail #ลับ19มบ [MARKBAM]

ตอนที่ 12 : TAPE ELEVEN [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,068
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 727 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

 


TAPE ELEVEN

 

 

FlashBack

19 OCT 20xx

@ โรงเรียนศิลปะและการแสดงเอ็มบี

 

“บ้าเอ๊ย! ตื่นเต้นชะมัด ฉันกลัวสิ่งที่ฉันพยายามทำมาทั้งหมดมันจะพังในวันนี้” เจ้าของริมฝีปากอวบบ่นออกมาพร้อมก้าวขาเดินอย่างรีบ ๆ ในหัวของเขามีแต่ภาพสถานการณ์ความผิดพลาดที่เขามโนขึ้นในหัวของตัวเอง

 

“แบม!นายจะกลัวไรวะ ตอนนี้ความสามารถของนายมันแทบไม่มีใครเทียบฝุ่นได้ นายได้คะแนนสูงสุดในคลาส อาจารย์ทุกคนก็รักนาย พวกเขาไม่เทคะแนนให้นายแล้วจะไปเทให้ใคร” ยูคยอมพูดปลอบเพื่อนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าเครียดกับเรื่องที่ไม่ควรจะเครียด ก็จริงอย่างที่ยูคยอมพูดทุกประการ แบมแบมเป็นเด็กเรียนดี ผลงานโดดเด่นที่สุดในรุ่นเดียวกัน ไม่ว่ากิจกรรมอะไรก็ตามเขาจะถูกจับไปอยู่ในตรงกลางเสมอ เก่งขนาดนั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรให้กังวลได้ แต่…

 

“นายรู้ใช่ไหมรอบนี้ออดิชั่นสี่คน แต่ทางค่ายเลือกแค่สาม ฉันแค่กลัวว่าฉันจะไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือก และนายก็รู้ว่าถ้าฉันไม่ได้รับโอกาสในครั้งนี้ฉันอาจจะเหนื่อยกว่านี้เป็นพันเท่า แค่ทุกวันนี้ฉันโดนพ่อแม่ฉันต่อว่าเรื่องเรียนที่นี่ก็บั่นทอนจิตใจพอแล้ว ถ้าฉันได้รับเลือกเข้าฝึกและได้ออดิชั่นในวันนี้ ฉันก็จะไม่ต้องกังวลอะไรอีก”

 

ยูคยอมเข้าใจที่แบมแบมพูดทุกอย่าง ความฝันกับอาชีพที่รักของแบมแบมเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายบาง ๆ เขารู้ว่าเพื่อนคนนี้เหนื่อยเพื่อสู้กับความฝันมากขนาดไหน

 

“ถามจริงว่านายกังวลอะไรอยู่ ดูรายชื่อคนที่ได้เข้าทดสอบออดิชั่นวันนี้ก็รู้แล้วว่าใครจะได้” แบมแบมเลื่อนสายตาไปมองเพื่อนตัวเองและคิดตาม “รายชื่อมี นาย พี่แจบอม พี่แจ็คสัน และพี่มาร์ค ให้ตายเถอะ! ไม่ต้องคิดให้ปวดหัว ดูก็รู้ว่าไอ้พี่มาร์คไม่มีทางสู้ฝีมือคนที่เหลือได้แน่นอน ทุกอย่างมันฉาวโฉ่ ใครจะอยากให้เขาได้กัน มีที่ไหนที่ให้แม่ตัวเองมาขอโอกาสให้เพิ่มจำนวนคนเข้าทดสอบออดิชั่น ทั้งที่ทางค่ายเขาต้องการแค่สามคนเท่านั้น”

 

แบมแบมก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองตามที่ยูคยอมพูดหรอก แต่ทุกอย่างมันคือเรื่องจริง ก็เห็นชัดอยู่ว่ามาร์คเป็นผู้ชายที่ไม่มีความพร้อมในการเป็นศิลปินเลยแม้แต่นิด เพราะเขายังควบคุมอารมณ์ร้อนของตัวเองไม่ได้ และไหนจะความขี้เกียจในการฝึกซ้อมอีก

 

“อือ ฉันว่าฉันเริ่มไม่เครียดแล้ว” แบมแบมตอบพร้อมแต้มยิ้ม ยูคยอมได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มให้กำลังใจเพื่อนตอบกลับ

 

“นายทำได้อยู่แล้วเชื่อสิ! หลังเลิกเรียนไว้ไปฉลองกัน!!” แบมแบมพยักหน้าตอบรับคำพูดของยูคยอม ความเครียดที่มีก่อนหน้านั้นหายไปทั้งหมด ตอนนี้เหลือแต่ความมั่นใจ และไฟที่ท่วมท้น

 

“นายไปเข้าคลาสเรียนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปซ้อมอีกสักรอบหน่อย เอาให้มั่นใจกว่านี้”

 

“โอเค ไว้เดี๋ยวฉันโทรหานะ สู้ ๆ นะเพื่อนรัก” แบมแบมพยักหน้าตอบยูคยอมก่อนจะเดินแยกจากเพื่อนไปอีกฝั่งเพื่อเตรียมตัวซ้อมเต้นอีกครั้งก่อนจะถึงเวลาออดิชั่นครั้งสำคัญ

 

แบมแบมเดินมาถึงตรงแยกตึกเพื่อตรงไปยังห้องซ้อมเต้น หากทว่า…

 

ปั๊ก!

 

ร่างเล็กชนเข้ากับร่าง ๆ หนึ่งเข้าอย่างจัง ๆ แบมแบมรีบเดินถอยหลังเพื่อกล่าวคำขอโทษคนตรงหน้า แต่เมื่อได้มองหน้าคนตรงหน้าแล้วมันทำให้เขาเป็นใบ้ไปซะงั้น

 

“ไม่ได้แหกตาดูหรือไงวะ!! คนกำลังรีบอยู่!!!” ฝ่ายตรงข้ามด่ากลับอย่างเสียมารยาท และที่แบมแบมชะงักไม่กล้าพูดคำขอโทษไปเพราะคนตรงหน้าคือคนที่เพิ่งนินทาอยู่กับเพื่อนเมื่อครู่นี้

 

“ขอโทษครับ” เพราะไม่อยากมีเรื่อง แบมแบมถึงยอมเอ่ยขอโทษกับมาร์ค ต้วนไป

 

ฝ่ายนั้นไม่ตอบรับคำขอโทษ เขาทำขมวดคิ้วแสดงอารมณ์หงุดหงิดแถมยังเดินหนีอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนแบมแบมก็ได้แต่หันหลังมองตามและแอบเบะปากใส่กับพฤติกรรมที่แสนไร้มารยาทของฝ่ายนั้น หันหน้ากลับมาเพื่อไปทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะไปทำก่อนหน้านั้น

 

“เฮ้ย! เดี๋ยว!!” แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะมาร์ครั้งเรียกไว้เสียก่อน

 

แบมแบมหันไปมองหน้ามาร์คด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาพยายามซ่อนความรู้สึกไม่ชอบไว้ข้างใน ส่วนมาร์คก็เดินกลับเข้ามาหาแบมแบมพร้อมทำหน้ากวนประสาทใส่

 

“หน้ามึงคุ้นมาก… มึงคือแบมแบม ใช่ไหม” คำถามของมาร์คทำแบมแบมชะงักเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะรู้จักชื่อของเขา ถึงแม้ไม่อยากจะตอบคำถาม แต่ก็พยักหน้าตอบไป “กูถาม พูดไม่เป็นหรือไง มึงใช่แบมแบมไหม”

 

อ้าว! ที่พยักหน้าตอบอยู่นี่ ไม่ใช่คำตอบหรือไงคนตัวเล็กเหวี่ยงในใจ

 

“ใช่ ทำไม”

 

“คุยกับรุ่นพี่ให้สุภาพหน่อยดิวะ” มาร์คเดินพุ่งเข้ามาหวังจะหาเรื่อง ส่วนแบมแบมถึงไม่ชอบกับพฤติกรรมของมาร์คแต่ก็ก้มหน้าลงเป็นการบอกว่าเชื่อฟังเขา “แล้วนี่มึงจะไปไหน”

 

อีกครั้งที่คำถามของมาร์คทำให้แบมแบมรู้สึกแปลกใจ ทำไมมาร์คต้องมาสนใจด้วย

 

“ไปซ้อมเต้นครับ”​

 

“ซ้อมเหี้ยไรอีก กลัวไม่ได้เดบิวต์หรือไง” คำพูดคำจา… น่าโมโหชะมัด

 

“ก็เพราะว่ากลัวไงครับ ผมถึงซ้อม” คำตอบของแบมแบมทำมาร์คแค่นเสียงหัวเราะออกมา เขาส่งยิ้มกวนที่ทำคนมองรู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย

 

“โชคดีของกูจริงที่ไม่ต้องเสียเวลาตามหา” หมายความว่ายังไงแบมแบมถามกลับในใจ “ตามกูมานี่” มาร์คพูดแค่นั้นก่อนจะนำโดยไม่อธิบายอะไรสักอย่าง ทำแบมแบมมองตามด้วยความมึนงง

 

“จะไปไหนครับ”

 

“กูบอกให้เดินก็เดินตามมา ไม่ต้องถามมาก” มาร์คหันมาเหวี่ยง ทำคนตัวเล็กต้องทำหน้ายู่ใส่ ถึงแม้จะไม่อยากไปไหนมาไหนกับคนคนนี้ แต่ก็กลัวจะมีปัญหาอีก ก็เลยได้แต่ยอมเดินตามไปแม้จะมีคำถามมากมาอยู่ในหัวก็ตาม แต่ก็คิดว่าคงจะไม่มีไร เลยได้แต่เดินตามมาร์คไปอย่างว่านอนสอนง่าย

.

.

.

.

.

.

 

 

 

คนตัวเล็กเดินตามหลังมาร์คไปเรื่อย ๆ จนมาถึงสถานที่รกร้างที่ตั้งอยู่ชิดขอบรั้วของโรงเรียน พอเดินมาเห็นสถานที่นี้ก็ทำให้แบมแบมเพิ่งมีคำถามดังขึ้นในหัวว่า‘คิดถูกไหมเนี่ยที่เดิมตามไอ้มาร์คมา’และการที่เห็นมาร์คพามาสถานที่ลับตาคนแบบนี้ก็เริ่มรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมา

 

“พี่พาผมมาที่นี่ทำไม มีอะไรงั้นเหรอ” แบมแบมถามพร้อมกวาดสายตามองสิ่งรอบตัวด้วยความหวาดผวา

 

“ก็จะซ้อมเต้นไม่ใช่ไง ก็ซ้อมที่นี่สิ” มาร์คตอบกลับพร้อมยิ้มยกมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ สายตาที่เขาจับจ้องมาทำให้แบมแบมเห็นภาพตัวร้ายในละคร เขาน่ากลัวเกินจนคนตัวเล็กไม่กล้าสบตาเขา

 

“ผมมีที่ซ้อมประจำของผม งั้นผมขอตัว” แบมแบมไม่รอให้มาร์คตอบรับ เขารีบหันหลังเพื่อเตรียมเดินหนี หากทว่าก็หนีไปไหนไม่ทัน เพราะมาร์คคว้าคอเสื้อไว้ก่อน

 

“กูไม่อนุญาตให้มึงไปไหนทั้งนั้น” น้ำเสียงนั้นซ่อนความน่ากลัวที่ทำคนฟังเริ่มน้ำตาคลอ ในตอนนี้แบมแบมได้แต่โทษตัวเองเป็นล้าน ๆ ครั้งที่ยอมเดินตามคนคนนี้มา “กูจะต้องได้เดบิวต์ เพราะฉะนั้นมึงต้องอยู่ที่นี่จนกว่ากูจะออดิชั่นเรียบร้อย”​

 

“ไม่!! อย่าทำแบบนี้กับผม นั่นมันโอกาสของผมเลยนะ” คนตัวเล็กดิ้นเอาตัวรอด แต่อีกฝ่ายใช้ความรุนแรงโดยการขยำคอเสื้อจนแน่นทำแบมแบมแทบหายใจไม่ออก

 

“มันก็โอกาสของกูเหมือนกัน และกูก็เหมาะสมกว่ามึงเป็นล้านเท่า ทั้งหน้าตา ส่วนสูง สาว ๆ ชอบไอดอลสไตล์นี้กันทั้งนั้น” มาร์คเลื่อนหน้าเข้ามาจากข้างหลัง ฝากเสียงกระซิบไปที่ข้างหูแบมแบมพร้อมแสยะยิ้มร้ายที่คนตัวเล็กมองไม่เห็น

 

“แต่พี่ไม่มีความสามารถ แค่หน้าตากับส่วนสูงมันทำให้พี่อยู่รอดไม่ได้หรอก!!” แบมแบมไม่น่าพูดแบบนั้น เพราะมันทำให้มาร์คโกรธจนแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่

 

“มึงมานี่!!” มาร์คฉุดกระชากเจ้าตัวบางเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาเก่า เขาผลักแบมแบมให้ล้มลงพื้นโดยไม่ได้ห่วงว่าเด็กคนนี้จะเจ็บไหม “มึงอยู่ที่นี่ห้ามออกไปไหน!!”​

 

“ทำไมผมต้องฟัง!!” แบมแบมตะโกนกลับพร้อมน้ำตาที่อาบแก้ม

 

“ถ้ามึงไม่ฟังกูจะสร้างเรื่องโกหกไปบอกพ่อแม่มึง” คำพูดของมาร์คทำแบมแบมแทบหยุดหายใจ สิ่งที่เขาขู่ทำให้แบมแบมกลัวจนไม่กล้าขยับตัว เจ้าตัวเล็กรู้ว่าถ้ามาร์คทำชั่ว ๆ แบบนั้นพ่อแม่ของเขาต้องเชื่อมาร์คแบบไม่สงสัยอะไรแน่ เพราะมาร์คก็เป็นเด็กที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงอยู่บ้าง และถ้ามาร์คพูด…“กูพอรู้มาว่าพ่อแม่มึงไม่ชอบให้มึงทำงานสายบันเทิง แน่นอนว่ากูสามารถพูดปั่นหูอะไรก็ได้”

 

นั่นแหละสิ่งที่แบมแบมกลัว ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ยิ่งร้องไห้สะอื้นหนักกว่าเก่า เหมือนหนทางที่จะได้เป็นนักร้องมันช่างห่างไปขึ้นทุกที

 

“อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครล่ะ เพราะไม่งั้นมึงกับกูจบไม่สวยแน่”

 

แล้วทำไมต้องฟังคนคนนี้ทำไมต้องยอมให้เขามาทำร้ายชีวิต แบมแบมได้แต่ถามคำถามนี้ในหัว เรื่องกลัวพ่อแม่มันก็ใช่ แต่ถ้าเขาได้ไปออดิชั่นและได้เป็นนักร้อง ถึงตอนนั้นพ่อแม่อาจจะเปลี่ยนใจและยินดีก็ได้ ถ้างั้นจะไม่ยอมทำตามคำพูดมาร์คแน่

 

เอาล่ะ ตอนนี้แบมแบมคิดว่าถ้ามาร์คออกจากที่นี่ไปเมื่อไร เขาจะรีบวิ่งกลับไปพื้นที่ที่มีคนให้เร็วที่สุด และหลังจากนั้นก็ไปออดิชั่นเพื่อรับโอกาสที่ควรได้ ตอนนี้ก็คงต้องหลอกให้มาร์คตายใจว่าจะเชื่อฟังโดยการอยู่ในที่แห่งนี้

 

มาร์คยืนมองคนตัวเล็กที่นั่งสะอื้นร้องไห้อยู่บนพื้นด้วยสายตาที่เย็นชา เขาไม่มีความรู้สึกสงสารเด็กคนนี้แม้แต่นิด เมื่อเห็นแบมแบมไม่ได้มีท่าทีว่าจะหนีเขาจึงเดินออกจากพื้นที่ตรงนั้น ส่วนแบมแบมเมื่อเห็นมาร์คหันหลังให้ก็รีบเลื่อนสายตามองตามเขาแบบประเภทไม่ล่ะสายตา รอลุ้นว่าเมื่อไรเขาจะหายไป

 

แต่ทว่า…ภาพที่เห็นต่อจากนี้กำลังทำให้คนตัวเล็กแทบขาดอากาศหายใจเสียเดียวนั้น

 

มันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่แบมแบมได้เห็นมาร์คยืนพูดคุยกับใครสักคนที่อยู่ตรงหน้าห้องเก็บอุปกรณ์ จากนั้นประตูห้องมันก็ปิดลง แบมแบมเห็นชัดว่ามีคนอยู่ข้างนอกด้วย อาจจะเป็นไปได้ว่าคนพวกนั้นจะเป็นคนของมาร์ค

 

“เฝ้ามันไว้ให้ดีอย่าให้มันออกจากที่นี่จนกว่าจะหมดเวลาตามที่นัด” มาร์คออกคำสั่งบอกกับคนนอกโรงเรียนที่เพื่อนของเขาจัดเตรียมมาให้เพื่อเฝ้าแบมแบม มาร์คชายตากลับไปมองประตูที่ปิดสนิทคิดว่าแบมแบมคงจะไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร และมันก็เป็นไปตามที่เขาตั้งใจ แบมแบมไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรหลังจากที่ประตูปิดสนิท

 

“แค่เฝ้าเหรอ ให้กระทืบข่มขวัญไหม” ฮวายู หนึ่งในนั้นถามพร้อมหัวเราะคิกคักอารมณ์ดี เรื่องใช้กำลังเป็นงานถนัดเลยล่ะ

 

“ห้ามยุ่งวุ่นวายอะไรทั้งนั้น แค่เฝ้าเฉย ๆ ถ้ามันดื้อก็แค่พูดขู่ อย่าใช้กำลังมาก มันยังเด็กอยู่”มาร์คออกคำสั่งเสียงเข้ม คนรับงานทั้งสามพยักหน้าพร้อมกันเป็นการบอกว่าเข้าใจในคำสั่ง แต่ไอ้คนที่เป็นหัวโจกทีมอย่างฮวายูค่อนข้างเซ็งเล็กน้อยที่ไม่ได้ขยับร่างกายตามใจหวัง “เงินกูโอนให้เรียบร้อยแล้ว อย่าทำงานบกพร่องก็แล้วกัน”

 

มาร์คพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น เมื่อคิดว่าไม่มีอะไรที่ต้องสั่งอีกแล้วเขาก็เดินออกมาพร้อมกับมินวู เพื่อนสนิทของเขา และในตอนนี้พื้นที่ตรงนั้นก็เหลือแค่หมาป่าสามตัวกับกวางน้อยหนึ่งตัว

 

ฮวายูเป็นคนฝ่ายเปิดประตูเข้าไปก่อน โดยมีซองซูและอินโฮเดินตามเป็นสมุน และทันทีที่แบมแบมหันมามองพวกเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา ฮวายูก็ยกยิ้มขึ้นมาทันที

 

“แค่มองเฉย ๆ จริง ๆ เหรอวะ” ฮวายูสบถออกมาพร้อมสายตาสำรวจเรือนร่างเด็กตัวบางที่นั่งสะอื้นร้องไห้อยู่บนพื้น

 

ไม่ว่าจะมองไปตรงไหน ก็ช่างน่ากัดเสียจริง…คำพูดนั้นมันดังขึ้นในหัวฮวายู ยิ่งเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้ากับคราบน้ำตาที่แสดงความอ่อนแอมันทำให้เขาอยากจะแกล้งตามนิสัยคนเลว และนั่นทำให้ตลอดทั้งสองชั่วโมงที่ฮวายูนั่งเฝ้าแบมแบม ทำเขาไม่สามารถละสายตาได้เลย

.

.

.

.

.

.

 

เวลาเลื่อนผ่านไปเป็นเวลานาน มันนานพอที่จะทำให้แบมแบมเริ่มรับรู้ได้ว่าตัวเองหมดโอกาสที่จะได้ออดิชั่นแล้ว ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ตรงนี้มันมีแต่ความเจ็บและความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดไปก็เกลียดมาร์คที่ทำให้เขาต้องสูญเสียโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ ถ้าออกจากที่นี่ไปได้ก็อยากจะไปตามเตะให้สาแก่อารมณ์ แต่แค่คิดว่าจะทำแบบนั้นก็ทำให้แบมแบมไม่กล้าทำแล้ว เพราะรู้ว่าสู้ไปตัวเองก็มีแต่แพ้

 

ไหนจะมีเรื่องพ่อแม่มาขู่อีกถึงแม้เหตุการณ์นั้นจะยังไม่ทันเกิด แบมแบมก็รับรู้ได้ว่าถ้ามาร์คใส่ความ เขาอาจจะต้องออกจากโรงเรียนนี้และจบสิ้นความฝันตลอดกาล ไม่ยุติธรรมที่สุด ยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวเล็กปล่อยน้ำตาลงมายิ่งกว่าสายน้ำตก แบมแบมร้องไห้มาเป็นเวลานานมาก นานพอที่จะทำให้ตาของเขาบวมแบบสภาพดูไม่ได้

 

แบมแบมไม่ทันสังเกตหรอกว่าการที่เขาเอาแต่นั่งร้องไห้นั้น มีใครบางคนไม่สามารถละสายตาจากการมองหน้าเขาได้ ใบหน้าสวยที่แสดงความอ่อนแอมันปลุกเร้าอารมณ์คนมองอย่างฮวายูอย่างน่าประหลาด

 

“เฮ้ย! กูมีข้อเสนอ” ฮวายูดึงเพื่อนทั้งสองมากระซิบ “กูอยากได้ไอ้เด็กนี่ เงินในส่วนของกู กูยกให้ แต่พวกมึงต้องช่วยกูเก็บเรื่องนี้ สนใจไหม”

 

ศีลเสมอกันทั้งแก๊ง พวกเขาสนใจแต่ส่วนที่ตัวเองกำลังจะได้จนไม่สนใจว่าเด็กตัวเล็ก ๆ จะเจ็บปวดมากขนาดไหน เมื่อตกลงกันอย่างเงียบ ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฮวายูก็เริ่มทำตามความต้องการของตัวเอง เขาเดินเข้าไปหาแบมแบมพร้อมเลียริมฝีปากตัวเองอย่างหื่นกระหาย

 

แบมแบมเห็นฮวายูเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่หวานหยดย้อยทำให้เขารับรู้ได้ว่ามันแปลก จนเมื่อฝ่ายนั้นเริ่มเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็กก็รีบขยับตัวถอยหนี

 

“จะทำอะไร!” แบมแบมถามขึ้นด้วยความรู้สึกหวาดกลัว สีหน้าของชายตรงหน้าทำเขาหายใจไม่ทั่วท้องและมันน่ากลัวจนคนตัวเล็กเริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง

 

“ไม่ต้องกลัวนะเด็กน้อย รับรองว่าจะไม่เจ็บ” ฮวายูยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมเอื้อมมือมาจับข้อมือแบมแบมไว้ และนั่นทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งด้วยอาการตกใจทันที

 

“ทำอะไร!!ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!” ฮวายูไม่ฟังเสียงห้าม อารมณ์ตัณหามันมีมากกว่าที่จะเขาจะรับฟังเสียงเล็ก ๆ ที่กำลังร้องปฏิเสธเขา แม้แต่ซองซูและอินโฮก็ยังไร้หัวจิตหัวใจ ทำหูทวนลมไม่ฟังเสียงเด็กชายที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ

 

ฮวายูนำริมฝีปากมาจูบบรรจงลำคอของแบมแบมหวังว่าจะให้คนตัวเล็กมีอารมณ์ร่วมด้วย หากแต่มันไม่เป็นอย่างนั้น สิ่งที่ฮวายูกำลังทำนั้นกำลังทำให้แบมแบมกลัวแทบขาดใจ และยิ่งถูกกระทำยิ่งทำให้คนตัวเล็กหวาดกลัวจนตัวสั่น แบมแบมพยายามดิ้นสู้แต่ก็ไม่มีประโยชน์ และในทางกลับกัน การขัดขืนจะทำให้ฮวายูเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ฮวายูเริ่มการปลดกระดุมเสื้อคนใต้ร่าง แต่เพราะแบมแบมเอาแต่ดิ้นสู้จึงทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจนทำวิธีลัดโดยการกระชากเสื้อจนกระดุมหลุดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

 

ความสิ้นหวังเกิดขึ้นในใจแบมแบมและในขณะเดียวกันความแค้นก็เริ่มเกาะกินมากขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาสายเล็กไหลอาบแก้มอย่างไร้สิ้นแรงจะต่อสู้ หากแต่ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ความเจ็บปวดกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้แบมแบมไม่อยากจะมีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว และแน่นอนว่าถ้าเขาได้ตายไป เขาจะขอเป็นวิญญาณอาฆาตที่ติดตามมาร์คไปตลอดชีวิต

 

แต่โชคชะตา ไม่ได้ใจร้ายกับแบมแบมขนาดนั้น...

 

ปัง!!

 

เสียงประตูห้องเก็บของถูกเปิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำคนที่อยู่ข้างในห้องเกิดอาการมึนงง รวมทั้งฮวายูที่กำลังวุ่นวายกับการจัดการถอดกางเกงตัวนอกของแบมแบมก็ต้องหยุดชะงักหันไปมองตามเสียง แต่

 

ปั๊ก!!!

 

ก็โดนกำปั้นหนัก ๆ ซัดเข้าไปที่หน้าจนตัวเซล้มไปนอนที่พื้น ฮวายูเงยหน้ามองภาพตรงหน้าก็เห็นชายในชุดเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนศิลปะและการแสดงเอ็มบี แต่ตรงเสื้อไม่มีป้ายชื่อติดไว้อยู่ ยังไม่ได้มองอย่างละเอียดว่าใครที่เข้ามาต่อยเขา ก็โดนฝ่ายนั้นซัดมัดอีกหลายทีไปที่ใบหน้าอย่างไม่ยั้งมือ

 

“เห้ย! มึงเป็นใคร!!!ช่วยกูหน่อย!!!” ฮวายูตะโกนลั่นร้องเรียกเพื่อนอีกสองที่ยืนตะลึง เสียงของเขาเตือนสติให้ทั้งคู่รู้ว่าควรทำอะไร ทั้งสองพุ่งเข้ามาจะจัดการชายแปลกหน้า แต่ก็โดนเขาซัดกลับจนกระเด็นไปคนละข้าง เหมือนจะเป็นดวงซวยของพวกเขาที่เข้าไปช่วยฮวายู เพราะชายคนนั้นพุ่งเขาไปกระทืบที่ร่างพวกเขาอย่างไม่ปรานี

 

แบมแบมนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกเหนื่อย เขานอนฟังเสียงร้องโอดครวญของพวกลูกน้องของมาร์ค ตาสวยที่แดงกร่ำเลื่อนไปมองที่ต้นเสียงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลริน แล้วแบมแบมก็ได้พบกับฮีโร่ที่เข้ามาช่วยชีวิตของเขาได้อย่างทันเวลา ภาพตรงหน้าช่างน่ากลัวเพราะฮีโร่ของเขาลงโทษสามคนนั้นอย่างไม่ไว้ชีวิต เขาอารมณ์เกรี้ยวกราดเหมือนโกรธพวกนั้นมาก ๆ ถึงมันจะเป็นภาพที่ดูน่ากลัวแต่แบมแบมก็ชอบเสียจริงที่มีคนลงโทษคนเลวพวกนั้นแทนเขาแล้ว

 

การมาของชายแปลกหน้าทำพวกคนร้ายสามคนเจ็บตัวไม่น้อย ไม่น่าเชื่อว่าเขาแค่คนเดียวสามารถทำให้พวกนั้นเจ็บน่วมจนต้องรีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แล้วความวุ่นวายก็หายไปเหลือเพียงเด็กชายที่นอนอยู่บนพื้นด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย กับชายหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังยืนนิ่งพร้อมกำมือที่เปื้อนคราบเลือดไว้แน่น เขาหอบหายใจหนักแสดงอาการโกรธจนตัวสั่น

 

“อ๊ะ!” คนตัวเล็กเผลออุทานออกมาตอนที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่ง และนั่นทำให้ชายแปลกหน้าคนนั้นได้สติกลับคืนมา เขาหันมามองแบมแบมพร้อมวิ่งเข้าช่วยประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง แบมแบมจับจ้องไปที่ใบหน้าของคนที่มาช่วย แต่ก็ไม่เห็นว่าคนตรงหน้าใบหน้าเป็นอย่างไรเพราะเขาสวมแว่นและมาสก์ปิดบังใบหน้าไว้

 

เพราะดีใจที่ตัวเองรอดมาได้ และนั่นทำให้แบมแบมปล่อยหยาดน้ำตาออกมาด้วยความโล่งอก

 

“อย่าร้องเลยนะ” ชายหนุ่มปริศนาพูดปลอบคนตัวบางด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม เขาโอบกอดแบมแบมเป็นการปลอบ กอดของเขาทำให้แบมแบมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่สุด คนตัวบางผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก ดีใจเหลือเกินที่ไม่โดนทำร้ายหัวใจไปมากกว่านี้

 

ชายหนุ่มปริศนาปล่อยให้แบมแบมได้นั่งทำใจอยู่สักพัก เขาจับจ้องคนที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกเป็นห่วงและในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเจ็บที่ต้องเห็นคนที่เขาแอบชอบตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่พอคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นก็ทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

 

“เพื่อนนายอยู่ไหน... เอาเบอร์โทรศัพท์มา ฉันจะโทรตามให้เพื่อนนายมาที่นี่” แบมแบมเองก็นึกขึ้นได้ว่าควรเรียกเพื่อนมาช่วย มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โชคดีที่เบอร์ที่โทรหาล่าสุดก็เป็นเบอร์ของยูคยอมทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลากดหา ไม่มีการรีรออะไรแบมแบมจิ้มเบอร์โทรออกหายูคยอม แต่ยังไม่ทันได้แนบหูก็โดนอีกคนแย่งโทรศัพท์ไปพูดเอง

 

และรอสายไม่นาน...

 

“ฮัลโหล นายอยู่ไหน ตอนนี้เพื่อนนายถูกทำร้าย มารับเพื่อนนายที่ห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาเก่าหลังโรงเรียน”

 

แบมแบมมองใบหน้าคนที่มาช่วยเหลือ มองแล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องปิดบังใบหน้า แม้แต่ตอนคุยโทรศัพท์ก็ไม่ยอมถอดมาสก์ปิดปากเลย แต่เขาจะเป็นใครก็ตามแบมแบมอยากจะขอบคุณเขาที่มาช่วยชีวิตจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายนี่ แบมแบมไม่คำถามอะไรเลยว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ถึงได้เข้ามาช่วยได้ทัน ทั้งที่สถานที่แบบนี้มันลับตาคนจนไม่น่าจะมีใครผ่านมาทางนี้ได้ แม้จะมีคำถามมากมายแต่แบมแบมก็เลือกที่จะเก็บมันไว้และจมกับความคิดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น ทุกครั้งที่คิดถึงมันทีไร ก็ทำให้น้ำตาไหลอาบแก้มเสียทุกครั้ง

 

ตาสวมหลุบมองต่ำด้วยแววตาเศร้าและหยาดน้ำตาก็ไหลรินลงมา และไม่รู้จะเลื่อนสายตาไปโฟกัสกับอะไร จึงจ้องมองแต่สร้อยข้อมือที่ฝ่ายตรงข้ามสวมใส่ จ้องมองมันอย่างเลื่อนลอย ปล่อยให้น้ำตาและเสียงสะอื้นที่ตัวทำลายบรรยากาศความเงียบ แต่ถึงจะจมกับความเศร้า แบมแบมก็ไม่ได้รู้สึกเดียวดายซะเท่าไรเพราะชายแปลกหน้าคนนั้นอยู่ปลอบเขา และไม่ทิ้งให้เขาอยู่ตัวคนเดียว

 

จนผ่านไปหลายนาที...

 

“แบมแบม!” ยูคยอมก็เปิดประตูห้องเข้ามาด้วยสีหน้าตกใจ และการมาของยูคยอมทำให้ชายแปลกหน้าต้องยอมปล่อยคนตัวบางออกจากอ้อมกอด และถอยออกห่างเพื่อให้ยูคยอมเข้ามาดูใจแบมแบมแทนเขา

 

ชายหนุ่มปริศนาเดินออกจากห้องอุปกรณ์โดยไม่เอ่ยคำร่ำลา กว่าจะแบมแบมจะรู้สึกตัวว่าควรจะขอบคุณเขาก็ตอนที่เขาหายไปแล้ว

 

“ไอ้มาร์ค!! ไอ้เลว!! แบบนี้ต้องฟ้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” ยูคยอมโกรธจนเลือดขึ้นหน้าหลังจากฟังแบมแบมเล่าเรื่องราวความจริงให้ฟัง

 

“ฉันไม่มีหลักฐานเอาผิดมัน อีกอย่าง... ถ้าเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่พ่อแม่ต้องไม่โอเคแน่ ๆ และมันอาจจะส่งผลร้ายทำให้ฉันต้องโดนจับย้ายโรงเรียน” แค่คิดแบบนั้นก็ทำให้แบมแบมรู้สึกกลัวจนไม่กล้าที่จะเปิดปากบอกใคร เพราะรู้ว่านี่อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้พ่อกับแม่ย้ายเค้าออกจากที่นี่

 

“ทำไมชีวิตนายต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย” ยูคยอมบ่นออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะจัดการช่วยแบมแบมจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพื่อจะได้พาแบมแบมออกไปจากที่แห่งนี้เสียที

 

แบมแบมเองก็หยุดคิดเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นไว้ชั่วครู่ เขานำมือมารวบเสื้อนักเรียนของตัวเองที่มีกระดุมเหลือน้อยชิ้น และไม่อยากให้ที่บ้านต้องรู้ปัญหานี้เขาจึงจำเป็นต้องซ่อมเสื้อตัวเองก่อนกลับบ้านให้ได้ ดังนั้นแบมแบมจึงก้มเก็บเม็ดกระดุมเสื้อที่กระจัดกระจายไปคนละที่

 

“ช่างมันเถอะ พอแล้วไม่ต้องเก็บ” แม้ว่ายูคยอมจะห้ามเท่าไรแบมแบมก็ไม่ยอมฟัง เขากวาดสายตาตามหาเม็ดกระดุมเสื้อจนกระทั่ง...

 

สายตาของแบมแบมไปสะดุดอะไรเข้า เพราะสงสัยจึงรีบไปหยิบขึ้นมาดู แต่เมื่อได้เห็นมันอย่างถนัดตาก็ทำให้แบมแบมเบิกตากว้างด้วยอาการตกใจเล็กน้อย

 

สิ่งที่อยู่ในมือตอนนี้เป็นจี้ตัวอักษรรูปE และแบมแบมมั่นใจว่านี่จะเป็นของของชายปริศนาที่มาช่วยชีวิตเขาไว้ เพราะแบมแบมจำได้ว่าตอนที่นั่งเหมอ ตาของเขาจ้องอยู่ที่กำไลข้อมือของชายคนนั้น ทั้งลักษณะรูปแบบ งานดีไซน์และฟ้อนของตัวอักษร ทำให้เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่านี่เป็นของของคนที่มาช่วยชีวิตเขาไว้

 

ในตอนนี้แบมแบมได้แต่หวังว่าสักวันจะได้คืนสิ่งนี้กับเจ้าของ... และได้กล่าวคำว่าขอบคุณกับเขาสักครั้ง... ต้องมีแน่ มีสักวันที่ได้พบกัน แบมแบมเชื่ออย่างนั้น

.

.

.

.

.

 

เรื่องราวในอดีตย้อนกลับมาทำให้คนตัวบางที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนอนน้ำตาไหลริน มันเป็นโหดร้ายเกินเด็กคนหนึ่งจะรับไหว เพราะอย่างนั้นแบมแบมถึงได้เกลียดมาร์คแบบไม่อยากจะให้อภัย

แต่ถึงจะเกลียดคนคนนั้นมาก ทำไมในเวลานี้ถึงร้องเรียกหาเขาในความคิดไม่หยุด 

“สวยมากจริง ๆ” อินซาพูดชมคนตัวบางที่อยู่ในสภาพที่เหลือแค่กางเกงชั้นในตัวเดียว สายตาของเขาซุกซนมองทุกส่วนบนร่างกายของแบมแบมพร้อมเลียริมฝีปากตัวเองอย่างหื่นกระหาย อีกทั้งยังนำฝ่ามือลูบไล้ผิวเนียนอย่างช้า ๆ ที่สร้างความหวาดกลัวให้คนถูกกระทำ  

ในตอนนี้ผลของฤทธิ์ยานอกจะทำให้ตาพร่ามัวและร่างกายขยับไม่ได้แล้ว มันยังส่งผลทำให้แบมแบมไม่มีแรงแม้แต่จะพูดห้ามคนตรงหน้าอีกด้วย

“ช…ช่วย… ด…” พยายามสุด ๆ แล้ว เสียงที่เปล่งออกมามันช่างแผ่วเบาเหลือเกิน… 

“เสียงแค่นี้จะร้องเรียกใครได้” อินซาตอบด้วยน้ำเสียงสะใจ ตรอกย้ำให้คนฟังเจ็บปวดจนปล่อยน้ำตาไหลรินอย่างคนอ่อนแอ เปลือกตาปิดแน่นยอมรับกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในตอนนี้เขารู้เพียงแต่ว่าเกลียด… เกลียดโชคชะตาของตัวเองที่ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันช่างเฮงซวย เขาอยากจะดับลมหายใจของตัวเองในตอนนี้และก็ไม่ต้องรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว… 

“ม…า…ร์ค” อีกครั้งที่แบมแบมเอ่ยเรียกคนที่เขาเกลียดมากที่สุด แต่ในครั้งนี้มันไม่ได้ดังเพียงแค่ข้างในหัว มันเปล่งออกมาเป็นเสียงเรียกที่แสนแผ่วเบาที่แม้แต่อินซาที่อยู่ใกล้เขาสุดยังไม่ได้ยิน

แล้วไอ้มาร์คมันจะไปได้ยินได้ยังไง… แบมแบมสบถกับตัวเองด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง

จู่ ๆ หัวใจดวงเล็กก็ต้องเต้นแรงมากยิ่งขึ้นเพราะฝ่ายตรงข้ามกำลังทำสิ่งที่เขาไม่ชอบ แบมแบมเบิกตากว้างมองคนที่อยู่ตรงหน้า พร้อมส่ายหัวเป็นการขอร้องว่าอย่าทำแบบนั้น 

“เสือได้กินเนื้อแล้ว มันไม่มีทางคายหรอก” 

เจ็บที่สุด… 

คนตัวเล็กหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว ไม่ต้องการแบบนี้… ไม่เอา… ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้… แบมแบมได้แต่ถามตัวเองในใจซ้ำ ๆ 

ง่วง… ง่วงแบบแทบปลุกตัวเองให้ตื่นไม่ได้แล้ว…

หรือว่านี่อาจจะเป็นทางออกที่ดี หลับไปเลย จะได้ไม่ต้องรับรู้ว่าถูกทำอะไรบ้าง

ใช่… หลับ หลับไปเลยแบมแบม หลับ… 

คนตัวเล็กกล่อมตัวเองให้หลับ เป็นการตัดการรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ และเพราะฤทธิ์ของยาจึงทำให้การกล่อมตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก 

อีกครั้งที่โสตความทรงจำของแบมแบมดึงภาพเรื่องราวในอดีตขึ้นมา หากแต่ภาพที่เขานึกถึงคือตอนที่คุณอีมาช่วยเขา และนึกถึงโอบกอดทำให้เขาหายกลัวจากเหตุการณ์ที่แสนโหดร้ายนั่น

ถ้าคุณอีมาช่วยผมเหมือนครั้งนั้นก็ดีน่ะสิ ถ้าคุณมาช่วยผมอีก… ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหายไปโดยที่ผมไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณเหมือนครั้งนั้นอีก

.

.

.

.

“อ๊า!! อ๊า!!! อ๊า!!” 

“เจ็บ!! พอได้แล้ว อ๊า!!!” 

“พอ อ๊า!!” 

“เฮ้ย!! ใจเย็น ๆ มันจะตายห่าคาตีนมึงอยู่แล้ว ใจเย็น!” 

แบมแบมเผลอหลับไปวูบเดียว แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงใครมาตะโกนโหวกเหวกอยู่รอบตัว แบมแบมค่อย ๆ เปิดเปลือกตาหนัก ๆ ของตัวเองมองภาพตรงหน้า 

ทุกอย่างมันเลือนราง… 

คุณอี…

ทำไมภาพที่เห็นตรงหน้ามันเป็นภาพเหตุการณ์ในห้องเก็บอุปกรณ์เก่าที่โรงเรียนศิลปะและการแสดงที่คุณอีมาช่วยเขา และจัดการพวกนักเลงเลว ๆ พวกนั้น 

หรือว่าตอนนี้ฤทธิ์ยากำลังทำให้แบมแบมเห็นภาพหลอนจนคิดเพ้อว่ามีคนมาช่วยเขาแล้ว? 

“ไอ้มาร์ค!! มันจะตายห่าอยู่แล้ว พอได้แล้ว ควบคุมสติหน่อยสิวะ”​

มาร์ค? 

ภาพของคุณอีที่แบมแบมกำลังจ้องมองอยู่ตอนนี้ค่อย ๆ เลือนรางหายไป แต่กลับกลายเป็นภาพชัดของมาร์คเข้ามาแทนที่ 

เหมือนอย่างกับเป็นคนเดียวกัน…

เพียงแค่ได้เห็นว่ามาร์คอยู่ในทางสายตา ก็ทำแบมแบมคลี่ยิ้มเล็ก ๆ ออกมาด้วยความโล่งอก อยากจะมองภาพมาร์คให้ชัดกว่านี้แต่อาการหนักตาก็ยังคงมีอยู่ และอีกครั้งที่ฤทธิ์ยาทำให้แบมแบมกลับไปท่องนิทราดังเดิม

ในอีกมุม… 

เลือดร้อนที่อยู่ภายในร่างกายมาร์คบ่งบอกว่าเขากำลังโกรธมากและ ณ ตอนนี้เขาก็ควบคุมสติของตัวเองไม่ได้ เขาต่อยหน้าอินซาซ้ำ ๆ อย่างสิ้นสติ แม้อินซาร้องบอกว่าเจ็บ วอนขอให้เขาหยุด ก็ไม่ทำให้มาร์คออมมือแต่อย่างใด เขารู้แต่ว่าเขาคนคนนี้สมควรตายที่ทำแบบนี้กับแบมแบมของเขา

“ไอ้มาร์ค!!! พอได้แล้ว จะให้มันตายเลยหรือไง” ครั้งที่เท่าไรของแจ็คสันก็ไม่รู้ที่เขาร้องขอให้มาร์คหยุด เพราะตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ได้ มาร์คก็ทั้งกระทืบและต่อยอินซาแบบไม่หยุดพักหายใจเลยแม้แต่นิด นี่เป็นครั้งแรกที่แจ็คสันเห็นมาร์คเป็นแบบนี้ บอกเลยว่าอารมณ์โกรธของเขาสามารถฆ่าคนให้ตายได้ และถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง อินซาก็ต้องตายคาห้องนี้แน่ ๆ “ไอ้น้อง ช่วยแยกเพื่อนพี่หน่อย”

แจ็คสันหันไปบอกกับพนักงานโรงแรมที่มาช่วยเปิดไขกุญแจห้องให้ ฝ่ายนั้นได้รับคำขอก็รีบทำตามเพราะกลัวว่าช้ากว่านี้จะมีคนตายจนเป็นข่าวใหญ่โต 

ทั้งแจ็คสันและพนักงานโรงแรม พากันหิ้วปีกแยกมาร์คออกจากอินซา ส่วนอินซาไม่ต้องกลัวว่ามันจะลุกมาทำร้ายกลับได้ เพราะสภาพหมอนั่นเรียกได้ว่าขยับตัวได้ก็บุญแล้ว

“ควบคุมอารมณ์หน่อย!! เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ไปมากกว่านี้” แจ็คสันพยายามกล่อมให้มาร์คใจเย็น ส่วนคนถูกปลอบไม่ได้ใจเย็นแม้แต่นิด เขาหอบหายใจถี่ด้วยอารมณ์โกรธ ถ้าหลุดออกจากการล็อคตัวได้ คาดว่าอินซาต้องโดนเขาลงโทษรอบสอง “รีบไปดูแบมแบมหน่อยไหม” 

เหมือนถูกปลุกให้มีสติในทันที มาร์ครีบหันไปมองแบมแบมเห็นเขานอนหลับไร้สติอยู่บนเตียง ก็รีบสะบัดตัวออกจากการล็อคตัวแล้ววิ่งไปหาด้วยความเป็นห่วง 

“แบมแบม” เขาเรียกคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง แต่การที่อีกฝ่ายไม่ตอบสนองทำเขาเป็นห่วงแทบบ้า มือหนาดึงผ้าห่มมาห่อตัวแบมแบมไว้เป็นหนอนดักแด้ พร้อมกระชับกอดคนตัวบางมาอยู่ในอ้อมกอดตัวเองไว้แน่น 

การแสดงความรักของมาร์คทำแจ็คสันเสียวสันหลัง หันไปมองพนักงานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เพราะกลัวข่าวหลุดแจ็คจึงรีบดันพนักงานคนนั้นออกไปข้างนอกพร้อมเขา 

“เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา” ตาคมหลุบมองป้ายชื่อที่อกเสื้อพนักงานและแสกนสายตาอ่านชื่ออย่างรวดเร็ว “คิม ฮยูซอก ถ้ามีข่าวที่เรื่องเมื่อกี้ออกไป แน่นอนว่าฉันจะจัดการทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเท็จและให้บริษัทค่ายเพลงของฉันจัดการฟ้องจนนายหมดตัว”

แจ็คสันก็แค่ขู่ แต่ก็ทำให้พนักงานกลัวจนหัวหด แต่เขาก็ไม่ได้ใจร้ายซะทีเดียว 

“เอานี่ไป ถือว่าเป็นรางวัลขอบคุณที่นายช่วยเด็กน่าสงสารคนนั้นไม่ให้โดนคนสารเลวข่มขืน” แจ็คสันยัดเงินก้อนโตให้พนักงาน อีกทั้งยังใช้คำพูดที่ทำให้ฝ่ายนั้นรู้สึกว่าเขาทำเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

“ผมจะไม่มีวันบอกใคร คุณแจ็คสันไม่ต้องกลัวนะครับ” ฮยูซอกตอบด้วยใบหน้าที่แสดงให้แจ็คสันเห็นว่าเชื่อเด็กคนนี้ได้แน่นอน แจ็คสันจึงพยักหน้าตอบรับเป็นการบอกพอใจที่ได้ยินแบบนี้ 

“เดี๋ยวนายไปจัดการหาห้องว่างที่อยู่ใกล้ ๆ ห้องนี้ให้ฉันด้วยนะ บอกชื่อฉันเป็นคนจอง คงไม่ต้องเดินเอกสารให้วุ่นวายใช่ไหม” แจ็คสันโชว์อำนาจอีกรอบ 

ที่เขาได้เข้าห้องนี้อย่างง่ายดายก็เพราะว่าเพื่อนสนิทเขาเป็นเจ้าของโรงแรมที่นี่ แค่ยกหูโทรศัพท์บอก เพื่อนเขาก็จัดการให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปจัดการให้ แล้ว…. คุณอินซาล่ะครับ จะให้ทำยังไง” คำถามนั้นทำแจ็คสันหงุดหงิดอยู่ในใจเล็ก ๆ อยากจะจัดการเอาตำรวจมาจับให้รู้เรื่องกันไปเลย แต่ก็กลัวจะเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมา แน่นอนว่าตอนนี้มาร์คโดนจับตามองอยู่ เขาจึงต้องยอมเลี่ยงปล่อยอินซาไปก่อน 

“นายไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวฉันจะให้คนอื่นจัดการเอง” แค่คิดก็เห็นแต่ความวุ่นวายตามมา 

แต่แจ็คสันก็คิดอยู่ในหัวแล้วว่าจะให้เพื่อนช่วยลักพาตัวอินซาออกไปจากที่นี่เหมือนหายตัว แล้วไปโผล่อีกทีก็คงจะที่โรงพยาบาลแล้วแต่งเรื่องว่าโดนปล้นทรัพย์มา อินซาก็ต้องยอมแบบนั้นแน่ เพราะถ้ามันไม่ยอมเท่ากับว่ามันฆ่าตัวตายอยากให้ข่าวที่ลักพาตัวเด็กมาข่มขืนถูกแพร่ออกไป

“ครับ เดี๋ยวผมโทรเช็คห้องพักให้สักครู่นะครับ” แล้วฮยูซอกก็เดินออกไป ทิ้งให้แจ็คสันยืนผ่อนลมหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า

ในที่สุดความเครียดก็ถูกแบกออกจากอกทั้งหมด ถ้ามาช่วยแบมแบมไม่ทันเขาเองก็ต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ แต่เหตุการณ์ในห้องเมื่อกี้น่ากลัวจนเขายังไม่หายกลัวเพื่อนตัวเองเลย มันเป็นครั้งแรกที่แจ็คสันเห็นมาร์คโกรธแบบไม่มีสติแบบนั้น เพราะงั้นเขาถึงเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของเพื่อนตัวเองกับดีเจเสียงหวานคนนั้น

แจ็คสันเดินกลับเข้าไปในห้อง เห็นมาร์คยังคงกอดแบมแบมไว้แน่น สายตาที่มาร์คมองแบมแบมเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความเศร้า ภาพพวกนี้มันทำให้แจ็คสันรู้สึกได้ว่ามาร์คไม่ได้แค่จีบเล่น ๆ แน่นอน เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความผูกพันธ์ระหว่างสองคนนั้น 

นี่เราตกข่าวอะไรไปหรือเปล่าวะ? แจ็คสันได้แต่ถามตัวเองในใจ 

“คุณแจ็คสัน ได้ห้องแล้วครับ ย้ายเลยไหมครับ” แจ็คสันพยักหน้าตอบรับฮยูซอก ก่อนจะเดินก้าวเข้าไปในห้องเพื่อบอกให้มาร์คพาแบมแบมออกไปจากที่นี่ 

“มาร์ค กูให้พนักงานเปิดห้องใหม่ให้ พาแบมแบมไปพักที่นั่นเถอะ” แจ็คสันเลื่อนสายตาไปมองร่างอินซาที่นอนหายใจแผ่วอยู่บนพื้นห้อง “คงจะดีกว่าที่แบมแบมจะตื่นมาเจออะไรทุเรศตาแบบนี้” 

คำพูดของแจ็คสันทำให้มาร์คตื่นจากภวังค์ความคิด เขาพยักหน้าตอบรับแจ็คสัน ก่อนจะเริ่มขยับตัวและช้อนร่างแบมแบมขึ้น ส่วนแจ็คสันเห็นมาร์คพร้อมแล้วก็เดินนำออกมานอกห้อง ออกมามองไปไม่ไกลเห็นฮยูซอกยืนรออยู่ที่หน้าห้องใหม่แล้ว ก็เปิดทางให้มาร์คเดินนำออกไป โดยที่เขาเดินปิดหลังให้ 

“ขอบใจนะที่ช่วยจัดการทุกอย่าง” มาร์คพูดขึ้นในระหว่างทางที่เดินไปห้องพักใหม่ เขาพอรู้ตัวอยู่ว่าเขาไม่มีสติมากขนาดไหน ก็เลยขอบคุณแจ็คสันที่ช่วยจัดแจงทุกอย่างให้

“ถ้ากูไม่ช่วย แล้วหมาหน้าไหนจะช่วยมึงวะ” แจ็คสันพูดติดตลกเพราะไม่อยากให้มาร์ครู้สึกเครียด และมันก็ได้ผล มาร์คได้ผ่อนคลายบ้าง แต่ก็ไม่หมดเสียทีเดียว 

แล้วในที่สุดแบมแบมก็ได้ย้ายมาอยู่ในห้องที่ควรอยู่ มาร์คจัดการวางคนตัวบางนอนลงบนเตียง หันไปเห็นเหลือเพียงแค่แจ็คสันที่อยู่ในห้อง ก็เลยจัดการเอาผ้าที่ห่อร่างแบมแบมออก จากนั้นก็นำผ้าห่มที่อยู่บนเตียงห่มร่างเล็กไว้ และเมื่อได้เห็นว่าคนตัวบางได้นอนพักผ่อนอย่างสบายเสียทีก็ผ่อนลมหายใจออกมาปัดเป่าอารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่ข้างใน

มาร์คไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกแจ็คสันจ้องมองอย่างไม่ละสายตา เขาอ่านทุกการกระทำของมาร์ค และก็รู้สึกคันปากอดที่อยากจะถามไม่ได้ 

“คนนี้มึงคงจะจริงจังสินะ” ครั้งที่เท่าไรไม่รู้ที่ถูกแจ็คสันปลุกให้คิด 

นั่นสินะ… มาร์คเองก็ไม่เคยถามตัวเองว่าแท้ที่จริงแล้วรู้สึกอะไรกับแบมแบมกันแน่ ก็ใช่ที่เริ่มต้นมันก็แค่เป็นการแก้แค้นกลับเรื่องที่โดนแบล็กเมล์ก็เท่านั้น แต่หลังจากนั้นเขาก็แทบไม่รู้ตัวเองว่าทำไมในทุกความคิดของเขามีแต่เรื่องแบมแบม 

รักหรือว่าเพราะรู้สึกผิดในอดีตกันนะ? 

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน” มาร์คตอบไปตามความจริง เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาควรตอบแจ็คสันคำตอบไหนกัน 

“มึงไม่รู้อะไรอีกวะไอ้มาร์ค ท่าทางมึงออกจะชัดขนาดนี้” คำพูดนั้นทำมาร์คหันไปมองหน้าแจ็คสันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ที่บอกว่าชัดนี่มันยังไง? “อ่ะ ๆ ถ้ามึงคิดไม่ออก มึงลองย้อนกลับไปคิดละกัน ว่ากับคนอื่นมึงเป็นแบบนี้ไหม” 

ไม่… มาร์คตอบคำถามนั่นในใจได้ทันที แบมแบมเป็นคนแรกที่เขาสนใจ 

“กูไม่รู้หรอกนะว่าพวกมึงความสัมพันธ์เป็นยังไง แต่สิ่งที่กูสัมผัสได้ในวันนี้คือกูรับรู้ได้ว่ามึงเป็นห่วงแบมแบมมาก ๆ” ใช่… เป็นห่วงจนแทบเป็นบ้าตายอยู่แล้ว “และมึงก็หวงเขามากด้วย ไม่งั้นคงไม่เป็นบ้าไร้สติกระทืบไอ้อินซาแบบไม่ยั้งแบบนั้นหรอก” 

นี่มาร์คก็เพิ่งรู้ตัวนี่แหละว่าตัวเขาน่ากลัวมาก แทบจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าครั้งล่าสุดเขามีเรื่องชกต่อยตั้งแต่เมื่อไร เขาจำอะไรไม่ได้เลยเพราะความจำเขาเสื่อม ทำให้เรื่องราวในอดีตลบหายไปด้วย 

“มึงบอกว่ามึงรักใครไม่ได้เพราะมึงจำหน้าคนไม่ได้ แต่กูเห็นว่ามึงรักเขาไปแล้วมาร์ค มึงรักคนทั้งที่มึงจำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ” 

มาร์คหันไปมองหน้าแบมแบม ซึ่งเขาก็รู้ว่าเขาไม่สามารถจดจำใบหน้าคนตรงหน้าได้ เพราะงั้นเมื่อกี้เขาถึงได้กอดแบมแบมไว้แน่น ให้กลิ่นกายและไออุ่นได้บอกว่าคนในอ้อมกอดคือแบมแบมตัวจริง กว่าจะตามหาตัวเจอได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด และถ้าไม่มีแจ็คสันช่วยไว้ มาร์คก็ยังคิดไม่ออกว่าเขาจะตามมาช่วยแบมแบมทันได้ยังไง แค่คิดก็ทำเขาโมโหตัวเองจนตัวสั่น น้ำตาคลอ 

“เฮ้ย! มาร์คเป็นไร” แจ็คสันรีบเดินมาจับบ่าถามไถ่อาการเพื่อนทันที 

“กูเกลียดอาการจำหน้าคนไม่ได้ ตั้งแต่จำความได้นี่เป็นครั้งแรกที่กูเกลียดไอ้โรคเวรนี่!” มาร์คทุบเข่าตัวเองด้วยอารมณ์โมโห เพราะการที่เขามองหาแบมแบมไม่เจอในวันนี้มันทำเขารู้สึกแย่มาก ๆ 

“มาร์ค ใจเย็น ๆ”​ แจ็คสันพยายามปลอบมาร์ค คิดโทษตัวเองในใจว่าไม่น่าพูดเรื่องจำหน้าคนไม่ได้เลย ตอนนั้นตั้งใจพูดให้ซึ้ง ทำไมกลายเป็นดราม่าได้ซะงั้น

มาร์คหันไปมองหน้าแบมแบมอีกครั้ง ความคิดหลาย ๆ อย่างไหลพรูเข้ามาในหัวของเขา จนทำให้เขาคิดอะไรได้บางอย่าง… 

“ตั้งแต่กูอยู่กับโรคจำหน้าคนไม่ได้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่กูอยากหายจากอาการบ้า ๆ นี่” มาร์คเว้นเสียง ทำเพื่อนกลั้นหายใจตาม “กูอยากจำหน้าแบมแบมได้”  

แบมแบมเป็นคนแรกที่เขาอยากจะจำหน้าได้ หรือว่าเขาจะรักคนคนนี้เข้าจริง ๆ แล้ว 

 

 

20/05/63

เรียกว่าหายจากการแต่งฟิคไปข้ามปี ฮืออ ไรต์ขอโต้ดดดด 

เนื่องจากติดทำเล่มบทรักมบ ไรต์เลยหยุดแต่งฟิคทุกเรื่องเพื่อโฟกัสเรื่อง ๆ เดียว ๆ จนตอนนี้แต่งจบเรื่องแล้ว (สักที!!!!) โฮฮฮฮฮ​ (กำลังทำพิมพ์สเปเชี่ยลในเล่มอยู่) ก็เลยกลับมาอัปฟิค หวังว่าจะยังรักเรื่องนี้กันอยู่นะ 

เชื่อว่าทุกคนอาจจะลืมเรื่องราวไปบ้าง กลับไปอ่านและเม้นใหม่ได้น้า อิอิ 

เรื่องนี้จบแน่นอนไม่ต้องกลัวไรต์เทน้า เรื่องราวมันอัดแน่นอยู่ในหัว ก็แค่รอเวลาพิมพ์นี่แหละค่า ฮือออ 

ยังไงฝากคอมเม้นขอกำลังใจด้วยนะค้า อยากกลับมาแต่งอย่างสุด ๆ แต่มันรู้สึกผิดที่แต่งเรื่องอื่นทั้งที่เล่มไม่เสร็จดี ก็เลยต้องพักยาว ๆ ปิดเล่มแบบสมบูรณ์เมื่อไรจะมารัว ๆ เลยเน้อออ วันนี้เลยมาแปะเท่านี้ก่อน 

 

 

 

20/12/62

เอาแล้วค่ะ เราได้รู้เรื่องราวทั้งหมดในอดีตฝั่งที่น้องแบมรับรู้แล้ว โชคดีของน้องที่มีคนมาช่วยได้ทัน และคนคนนั้นเป็นคนทื่แอบชอบน้องด้วย?

แต่เรื่องราวไม่ได้หมดแค่นี้ ใครกันเป็นคนที่มาช่วยน้องแบม เราจะได้รู้ความจริงกันเร็ว ๆ นี้ไหม แล้วในตอนปัจจุบันมาร์คจะไปช่วยน้องแบมได้ทันหรือเปล่า ฝากติดตามนะคะ

ใครพอเดาอะไรได้ คอมเม้นมาให้อ่านหน่อยค่า คิคิ

ฝากเล่นแท็กด้วยน้า #ลับ19มบ

 

13/11/62

เพราะอย่างนี้สินะน้องถึงเกลียดพี่มาร์คมาก เพราะพี่ทำกับน้องไว้เยอะไง ใจร้าย ใจดำที่สุด! น้องก็ตัวแค่นั้น ทำไมถึงทำรุนแรงกับน้องแบบนั้น

เอาล่ะ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ การกระทำของอินซาทำให้เกิดภาพแฟลชแบล็กกลับมาในอดีตให้เห็นเหตุการณ์ที่น้องจะโดน ทำร้าย ในคราวนี้เราจะได้รู้กันว่าใครมาช่วยน้อง (หรือเปล่า อิอิ)

หากสังเกตเริ่มต้นบท ไรต์เขียนวันที่ 19 ไว้ จำได้ไหมว่ามันมีอะไร หึหึ เอาล่ะ ใครพอเดาอะไรได้ คอมเม้นมาให้อ่านหน่อยค่า คิคิ

ฝากเล่นแท็กด้วยน้า #ลับ19มบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 727 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,584 ความคิดเห็น

  1. #2484 KookKaiMaliwan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 10:34
    มีแฝดใช่ไหม อีกคนเสียไปตอนเกิดอุบัติเหตุ😁
    #2,484
    0
  2. #2483 Phungpooh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 06:40
    อยากอ่านต่อค่า
    #2,483
    0
  3. #2482 Viperbm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 22:26
    เราก้อยากให้มาร์คหานจากโรคจำหน้าคนไม่ได้นี่เหมือนกัน มันดูทรมานมากเลย
    #2,482
    0
  4. #2481 Viperbm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 22:25
    คิดถึงมากเลย ขอบคุณมากนะคะที่มาต่อ สู้ๆน้า
    #2,481
    0
  5. #2480 Bamsoonjung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 21:49
    นี่คิดว่ามาร์คมีแฝด
    #2,480
    0
  6. #2479 lovebam2x (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 10:53
    รออยู่นะคะ รอเสมอ
    #2,479
    0
  7. #2478 bum-jj (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:35
    Thank you so much 🙏🙏🙏
    #2,478
    0
  8. #2477 นานา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 09:57

    ชอบมากค่ะแอดมาอีกนะคะ🙏✍🙏

    #2,477
    0
  9. #2476 juppal (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 23:39
    สงสารมาร์คคคคㅠㅠ คิดถึงไรท์มากเลยค่า
    #2,476
    0
  10. #2475 Nattitap (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 10:55
    สงสารมาร์คคคคค /คิดถึงเรื่องนี้มากๆ
    #2,475
    0
  11. #2474 fangji (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:52
    แง สงสารตามาร์คคค
    #2,474
    0
  12. #2473 iloveimjaebeom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 19:49
    คิดถึงมากค่าาา กลับมาแล้ว
    #2,473
    0
  13. #2472 mkjbjinjsyjbbyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:53

    โอ้ยยเขินอยากจำหน้าแบมได้ ..รอไรท์มาอัพตอนต่อไปอยู่น่ะค่ะ

    #2,472
    0
  14. #2471 akkanee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:27

    ดีใจที่กลับมานะคะ

    #2,471
    0
  15. #2470 mtbb_m (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 10:25
    ดีใจที่กลับมานะคะ รออ่านเสมอออ
    #2,470
    0
  16. #2469 BMC MINTTT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 04:00

    ดีใจที่ไรท์กลับมาต่อมากๆเลยค่า รออ่านนะคะ

    #2,469
    0
  17. #2468 cczaza123za (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 01:21
    รอนะคะสนุกมากกก
    #2,468
    0
  18. #2467 chaleemb2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:17
    ดีใจมากกกก ไรท์มาต่อเรื่องนี้แล้ว
    #2,467
    0
  19. #2466 Duen2528 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 12:52
    ไม่เคยลืม คือรอแจ้งเตือนทุ๊กกกกกกวัน ดีใจไรท์กลับมาแล้ว
    #2,466
    0
  20. #2465 Duen2528 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 12:52
    ไม่เคยลืม คือรอแจ้งเตือนทุ๊กกกกกกวัน ดีใจไรท์กลับมาแล้ว
    #2,465
    0
  21. #2464 Pazakiploy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 00:37
    ฝันที่ไม่กล้าฝัน คุณนักเขียนกลับมาแล้ววว รักนะคะคนดีของรีดเดอร์
    #2,464
    0
  22. #2463 FangTanarak (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 00:14
    ยังรออยู่นะคะ รีบๆกลับมาต่อน้าาาาา
    #2,463
    0
  23. #2462 _jrm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:33
    รอนะคะ
    #2,462
    0
  24. #2461 _jrm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:33
    รอนะคะ
    #2,461
    0
  25. #2460 _jrm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:33
    รอนะคะ
    #2,460
    0