BlackMail #ลับ19มบ [MARKBAM]

ตอนที่ 11 : TAPE TEN [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 936 ครั้ง
    6 พ.ย. 62



TAPE TEN



ช่วงเวลาแห่งความจริงกำลังเดินทางมาแล้ว และมันเป็นช่วงเวลาที่มาร์ครอคอยมากที่สุด เขาอยากจะรู้ความจริงเรื่องวันนั้นใจแทบขาดว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงถูกเข้าใจผิดเรื่องสั่งคนให้ข่มขืนแบมแบม


หลังจากที่มินวูนึกออกว่าใครที่จะให้คำตอบเรื่องนี้ได้ เขาก็รีบติดต่อคนคนนั้นให้มาหาที่ร้านโดยการใช้เรื่องงานเป็นข้ออ้าง และฝ่ายนั้นก็ไม่ได้มีธุระติดขัดอะไร เขาจึงมาหามินวูได้ในทันที ตอนนี้ก็เหลือแต่รอให้คนคนนั้นมาถึง ส่วนมาร์คเองก็ได้แต่นั่งซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะจัดดอกไม้เพื่อรอฟังเรื่องราวจากชายคนนั้น และที่เขาต้องซ่อนแบบนี้ก็เพราะเขาเป็นนักร้องดัง หากฝ่ายนั้นเห็นหน้าเขาอาจจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายได้


กริ๊ง


เสียงกระดิ่งร้านดังขึ้นเป็นการบอกว่ามีคนเดินเข้ามา และเสียงนั่นก็ทำให้คนที่นั่งเหม่ออยู่ใต้โต๊ะเริ่มกลับมาสู่อารมณ์ตื่นเต้น มาร์คเงี่ยหูรอฟังเสียงบทสนทนาของมินวูกับชายคนนั้น 


“โทษทีนะที่ต้องให้ไปส่งของดึก ๆ งานด่วนน่ะ” มินวูพูดทักอีกฝ่ายก่อน แค่ประโยคแรกก็ทำมาร์คหายใจแทบไม่ออกแล้ว 


“ไม่เป็นไร งานได้เงินกูเอาหมด ถ้ากูยังไม่หลับก็ออกมารับไปส่งได้ตลอด” ส่งของที่ว่าก็คือดอกไม้ที่มาร์คซื้อจากร้านมินวูและให้ซองซูไปส่งให้กับป้าจองอึน วันนี้ไม่ใช่วันพิเศษ แต่ที่เขาต้องซื้อดอกไม้ก็เพราะต้องการล่อให้ซองซูมาเจอ เพื่อหลอกถามข้อมูลแบบไม่น่าสงสัย และก็ปล่อยไป 


“เออ จะว่าไปแล้ว… มึงก็คอยส่งดอกไม้ให้ร้านกูตลอดเลยเนอะ กี่ปีได้วะ” มินวูแกล้งพูดเรื่องอื่นเพื่อเป็นการเปิดประเด็นเข้าสู่เรื่องของแบมแบมอย่างเนียน ๆ 


“จำไม่ได้วะ น่าจะหลังจากที่มึงแต่งงานมั้ง” ซองซูตอบ


“เออ ก็นานอยู่เหมือนกัน… แต่เราไม่ได้เป็นเพื่อนกันแต่แรกใช่ไหมวะ เรารู้จักกันได้ยังไงนะ” มินวูรู้คำตอบอยู่แล้วในหัว แต่แกล้งหลอกถามเพื่อให้ซองซูพูดและโยงเข้าเรื่องนั้นอีกที


“นานแล้วจำไม่ได้เว้ย!” แต่อีกฝ่ายก็ดันลืมซะงั้น 


“เอ๊ะกูคุ้น ๆ ว่าใช่ตอนที่เพื่อนกูจ้างมึงให้มาทำงานที่โรงเรียนหรือเปล่า” คำพูดของมินวูทำมาร์คลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แค่ฟังก็เจ็บหัวใจแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะได้รู้ความจริงจากปากมินวูว่าเขาไม่ได้เป็นคนสั่งให้ข่มขืน แต่การขัดขวางเส้นทางฝันของแบมแบมก็เลวไม่ต่างกัน  


“เออ ใช่แต่อย่าไปพูดถึงเรื่องนั้นเลยวะ”


“ทำไมไม่อยากให้พูดถึงวะ เพื่อนกูแค่สั่งให้มึงจับเด็กคนนั้นไปขังไว้เฉย ๆ ไม่ใช่เหรอ และพวกมึงก็ไม่รู้ด้วยว่ากูให้จับเด็กคนนั้นไปขังไว้ทำไม”​ มาร์คสนใจในคำพูดของมินวูไม่น้อย ยิ่งมินวูพูดแบบนี้มาร์คยิ่งรู้สึกแปลกที่ซองซูไม่อยากให้พูดถึงเรื่องนั้น 


“ช่างมันเถอะวะ กูไม่อยากพูดถึงมันนานมากแล้ว” 


“ทำไม มีอะไร หรือว่าพวกมึงทำอะไรเด็กคนนั้นนอกเหนือคำสั่งพวกกูเหรอ” คำถามของมินวูทำคนฟังอย่างซองซูลอบกลืนน้ำลายลงคอ สีหน้าซีด ๆ พวกนั้นบอกความจริงมินวูหมดแล้วว่ามันมีเรื่องราวต่อจากนั้นจริง ๆ “เรื่องมันก็นานมากแล้ว กูไม่เอาผิดมึงหรอก แต่มึงมาเกริ่นแบบนี้กูก็อยากรู้ดิวะ เล่าหน่อย”  


มินวูพยายามพูดกล่อมเพื่อให้ซองซูเลิกกลัวเขา เพราะมันอาจจะช่วยทำให้เขาและมาร์คได้รู้ความจริงเรื่องวันนั้น


“มึงจำไอ้ฮวายูได้ป่ะ”​ 


จำไม่ได้โว๊ยมาร์คคำรามในใจ เขาหงุดหงิดแทบบ้าที่ตัวเองจำอะไรไม่ได้เลย อย่างน้อยถ้าเขายังพอจำได้ว่าใครเป็นใครมันก็อาจจะทำให้เขาเห็นภาพในหัวตอนฟังเรื่องพวกนี้


“หลังจากที่พวกมึงไป พวกกูก็เฝ้าเด็กคนนั้นตามคำสั่ง ตอนแรกพวกกูก็เฝ้ากันเฉย ๆ หรอก แต่จู่ ๆ ไอ้ฮวายูก็บอกกับกูและไอ้ซึงจองว่าจะให้เงินค่าจ้างในส่วนของมัน ถ้าพวกกู….” 


มาร์คกำมือแน่นด้วยอารมณ์โกรธ แม้ไม่รู้ว่าเรื่องราวต่อจากนั้นคืออะไรแต่เขาก็พอจะเดามันได้


“ยอมให้มันมีเซ็กซ์กับเด็กคนนั้น มันบอกเด็กนั่นตรงสเป็คมัน” มินวูอ้าปากค้างด้วยอาการช็อกกับเรื่องที่ได้ยิน  “ตอนนั้นกูก็เด็กมากและก็เหี้ยมากด้วย กูไม่สนว่าใครจะเป็นยังไง แค่กูได้เงินกูก็โอเค กูกับไอ้ซึงจองก็เลยยอมให้รับข้อเสนอนั่น”

 

“ทำไมมึงใจร้ายแบบนี้วะ” มินวูได้พูดแทนใจมาร์คไปแล้ว ตอนนี้เรื่องเล่าของซองซูทำเขาจุกจนพูดอะไรแทบไม่ออก เขาไม่คิดว่าเรื่องที่มาร์คโดนเข้าใจผิดจะเป็นเรื่องจริง เขาไม่เคยรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย


“เออ คิดย้อนกลับไปกูก็เกลียดตัวเองมากเหมือนกัน ไม่รู้ทำไมกูถึงเลวได้ขนาดนั้น แต่ก็โชคดีนะเว้ย!ที่วันนั้นมีคนมาช่วยไว้ทัน”


“จริงเหรอ? ใคร?” มินวูถามต่อ  


“ไม่รู้วะ มันใส่ชุดฟอร์มโรงเรียนมึง ผิวพรรณก็ดีนะ แต่กูไม่เห็นหน้าหรอก มันใส่หมวกใส่ผ้าปิดปาก ตอนนั้นเรื่องราวมันเกิดขึ้นเร็วมาก มันมาถึงก็กระทืบและก็ต่อยพวกกู มันน่าจะโกรธมาก เพราะขนาดพวกกูมีกันสามคน มันยังสามารถไล่กระทืบไล่ต่อยจนพวกกูแม่งเจ็บกันแบบวิ่งหนีแทบไม่ไหว”


ไม่รู้ทำไมคราวนี้ถึงกลับมีภาพลาง ๆ เกิดขึ้นในหัวของมาร์ค เหมือนกับว่าเขาได้ถูกดึงไปอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น แค่คิดก็ทำเขาปวดหัวจนต้องรีบยกมือมานวดขมับของตัวเอง 


ภาพที่เห็นในหัวพวกนี้คืออะไรกัน… 


“ทำไมพวกกูถึงไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยวะ ที่ผ่านมากูเข้าใจมาตลอดว่าเด็กคนนั้นถูกกักตัวไว้แค่สองชั่วโมง จากนั้นก็ถูกปล่อยตัวออกมา เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมเด็กคนนั้นไม่เอาเรื่องเลยวะ” มินวูคิดจนหัวแทบระเบิด ตอนนี้เขาอยากจะเรียกมาร์คขึ้นมาคุยและหาเหตุผลไปด้วยกัน แต่ยังทำไม่ได้เพราะซองซูยังยืนอยู่ตรงนี้ 


“เดี๋ยวนะ… กูเพิ่งมาคิด ๆ ออกเมื่อกี้ ไอ้คนที่สั่งให้พวกกูจับเด็กคนนั้นไปขัง ใช่… มาร์ค ต้วน คนที่เป็นนักร้องดัง ๆ อยู่ตอนนี้ไหมวะ” 


“มึงจะบ้าเหรอ เกี่ยวอะไรกับไอ้มาร์ค ไม่ใช่มันทำ คนอื่นต่างหาก” มินวูรีบแก้ตัวแทนมาร์คเพราะกลัวว่าซองซูจะเอาไปพูดต่อจนมาร์คเสียชื่อเสียง ก็โชคดีที่ซองซูก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไร เขาพยักหน้าและบันทึกข้อมูลเมื่อกี้ลงหัว “เม้ากันนานเกินไปแหละ มึงรีบไปส่งดอกไม้เถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา” 


“เออ ๆ กูไปล่ะ แต่เดี๋ยวกูเพิ่งนึกออกเมื่อกี้” มินวูแอบลอบกลืนน้ำลาย กลัวซองซูจะนึกเรื่องอะไรที่เป็นพฤติกรรมไม่ดีของมาร์คได้ “วันที่ 19 นี้กูไม่ว่างไปส่งดอกไม้ให้บ้านมิเชล ต้วนนะ”


แค่พูดถึงชื่อมิเชล ต้วน ก็ทำมาร์คสะดุ้งขึ้นมาอัตโนมัติ 


“อ้าว ทำไมล่ะ ไม่อยากไปส่งแล้วเหรอ” 


“ไม่ใช่แบบนั้นโว๊ยพอดีวันนั้นลูกกูมีเต้นงานกิจกรรม กูจะไปดูลูกกู แต่แค่ 19 เดือนนี้เท่านั้นนะ เดือนหน้าและเดือนต่อ ๆ ไปกูยังว่าง”


“กลัวกูยกเลิกขนาดนั้นเลยเหรอ” มินวูถามพร้อมส่งยิ้มแซว 


“ตราบใดที่กูยังไม่เห็นมิเชลตัวเป็น ๆ กูไม่มีทางเลิกส่งโว๊ยกูจะไปขอลายเซ็นเขาให้เมียกูให้ได้ เมียกูชอบเขามาก!

  

 “โอเค ๆ ไว้ค่อยคุยกัน รีบไปส่งดอกไม้เถอะ”


ตอนนี้มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวของมาร์ค นอกจากเรื่องของแบมแบมที่เพิ่งเคลียร์ไป ก็มีเรื่องแม่ของเขาที่เข้ามา จากการปะติปะต่อเรื่องราวที่สองคนนั้นคุยกันมันทำให้มาร์คตีความได้ว่า แม่ของเขาสั่งดอกไม้ร้านของมินวูทุกเดือน มันไม่แปลกหรอกที่จะสั่งดอกไม้ เพราะแม่เขาก็ต้องไปพบปะคนนู่นคนนี้มากมาย แต่ทำไมต้องวันที่ 19


“ซองซูไปแล้ว” มินวูพูดปลุกให้มาร์คตื่นจากภวังค์ความคิด มาร์คเงยหน้ามองเพื่อนก่อนจะค่อย ๆ คลานตัวออกจากโต๊ะจัดดอกไม้ “ที่แท้เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้เอง เรื่องใหญ่ถึงขั้นเกือบโดนข่มขืน แบมแบมไม่เอาเรื่องเลยเหรอ อย่างน้อยจับไอ้พวกนั้นไม่ได้ ก็จับพวกเราได้ ทำไมถึงเก็บเรื่องเงียบ”


มาร์คลุกขึ้นยืนด้วยความคิดที่เต็มอยู่ในหัวของเขา ในตอนนี้มันมีสองเรื่องที่ทำให้เขาคิดวนเวียนอยู่ในหัวไม่เลิก

เรื่องแบมแบมตอนนี้เขาก็ได้รู้ความจริงแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นคนสั่งให้ข่มขืน ไอ้พวกนั้นคิดชั่วกันเอง แต่จะไปแก้ตัวก็คงจะฟังไม่ขึ้นแน่เพราะท้ายที่สุดมันก็เป็นเขาเองที่ทำให้แบมแบมไปเจอสถานการณ์แบบนั้น


แต่ในตอนนี้เรื่องของแบมแบมไม่ทำให้เขาสงสัยมากเท่ากับเรื่องแม่ของเขา


“เมื่อกี้พวกนายคุยกันเรื่องส่งดอกไม้ให้แม่ฉัน คืออะไรเหรอ” ตอนนี้คงต้องพักเรื่องของแบมแบมไปก่อนแป๊ปนึง 


“อ๋อ แม่นายสั่งดอกไม้จากร้านฉันทุกวันที่ 19 ของทุกเดือน” 


“ของทุกเดือน” มาร์คถามกลับด้วยความสงสัย มินวูพยักหน้าตอบรับเป็นการบอกว่ามาร์คฟังไม่ผิด ทุกเดือนน่ะเข้าใจถูกแล้ว “แล้วสั่งไปให้ใคร”


“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนถามนาย ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมแม่นายต้องสั่งให้ฉันไปส่งดอกไม้ทุกวันที่19 และก็สั่งแบบนี้มานานหลายปีแล้วนะ”


“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย” 


“ตอนแรกฉันก็เข้าใจว่าจะเอาไปเยี่ยมหลุมศพใครหรือเปล่าเพราะดอกไม้ที่ไปส่งต้องเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวเท่านั้น แต่มาคิด ๆ แล้วมันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะคงไม่มีใครไปเยี่ยมหลุมศพใครทุกเดือนหรือเปล่า”


“อืมคงไม่ใช่ เพราะถ้าเป็นคุณตาคุณยาย ฉันต้องไปเยี่ยมด้วยเหมือนกัน” ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมต้องซื้อดอกไม้ไปทุกเดือน แล้วเอาไปทำอะไร ไปหาใคร 


“อาจจะเอาไปเยี่ยมคนป่วยหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นคนป่วยจริง เขาต้องป่วยนานมากเลยนะ เพราะมันก็หลายปีมากที่แม่นายสั่งดอกไม้ไปแบบนี้” 


มาร์คเงียบเพราะเขากำลังคิดวิเคราะห์เรื่องราวในหัว ในตอนนี้เหมือนหัวของเขามันแทบจะระเบิดออกมา เพราะเขาคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง ทั้งเรื่องแบมแบมและเรื่องแม่ของเขามันตีกันไปมาอยู่ในหัวของเขา จนมาร์คไม่รู้ว่าจะคิดเรื่องไหนก่อนดี 


Rrrrrr


แล้วก็ได้หยุดคิดเรื่องที่หนักหัวไปชั่วครู่เพราะเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น มาร์คหยิบมันขึ้นมาแล้วยกหน้าจอมาดูด้วยอาการมึนหัว เห็นหน้าจอปรากฏชื่อของแจ็คสันก็กดสายรับด้วยสภาพที่ยังไม่หายอึน 


“ฮัลโหล มีอะไร” 


(ไอ้มาร์ค เมื่อกี้กูเจอเด็กของมึงด้วย) 


“ใคร?” มาร์คถามพร้อมยกมืออีกข้างที่ว่างมานวดคอตัวเอง เขาแทบไม่สนใจการสนทนาของแจ็คสันแม้แต่น้อย


(ก็ดีเจเสียงหวานของมึงไง) เอาล่ะ ตอนนี้เริ่มสนใจแล้ว 


“ทำไม เจอแล้วทำไม มีอะไรหรือเปล่า” เพราะรู้นิสัยแจ็คสันดีว่าจะไม่โทรมาแค่อวดว่าได้เจอเท่านั้น อดคิดมากไม่ได้ว่ากำลังจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้เขาไม่สบายใจไหม 


(กูเห็นน้องยืนคุยกับไอ้อินซา) 


“ว่ายังไงนะ!” แค่ได้ยินชื่อนี้ก็ทำมาร์คโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เพราะประวัติของอินซาค่อนข้างเน่าเฟะ คนวงในมักรู้ว่าอินซาชอบหลอกเด็กหน้าตาดีโดยการบอกว่าจะปั้นเป็นคนดัง ใครที่อยากเด่นอยากดังก็ต่างหลงไปในกลอุบาย สุดท้ายก็จบโดยการเสียตัวโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย 


(กูบอกว่าเห็นน้องยืนคุยกับไอ้อินซา กูเห็นก็รีบโทรมาบอกมึงเผื่อว่ามึงยังดีลกับน้องเขาอยู่ สรุปยังดีลอยู่ไหมวะ) 


“เออ กูยังดีลอยู่!!แต่มึงรีบไปขัดขวางเลยนะ!!ถ่วงเวลาจนกว่ากูจะไปถึงงาน” 


(เดี๋ยว ๆ ไอ้มาร์คใจเย็น อย่างแรกเลยนะ มึงมาที่นี่นักข่าวได้รุมทึ้งมึงพอดี และอย่างที่สองกูไม่เคยคุยกับเด็กของมึงเลยกู จะไปขวางได้ยังไงวะ) 


“กูจะไม่ยอมให้ไอ้เวรหน้าไหนมาทำร้ายแบมแบมอีก เข้าใจที่กูพูดใช่ไหม” มาร์คกดเสียงกดต่ำแสดงอารมณ์โกรธใส่คู่สาย แน่นอนว่าเป็นน้ำเสียงที่ทำให้แจ็คสันไม่หือไม่อือเลย


(โอเค ๆ มึงเองมานี่ก็ระวังตัวด้วย) มาร์คกดวางสายแจ็คสัน เงยหน้ามองก็เห็นมินวูกำลังมองเขาด้วยสีหน้าตกใจปนสงสัย แค่พูดชื่อแบมแบมออกไปมินวูก็น่าจะพอรู้อะไรบ้างแล้วล่ะ


“ไว้ค่อยคุยกันนะ เดี๋ยวโทรหา” มาร์คไม่รอให้มินวูตอบอะไร เขารีบพาตัวเองออกมาจากร้านดอกไม้ รีบตรงไปที่รถของเขา 


ตอนนี้มือไม้ของมาร์คสั่นจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่คำพูดของแจ็คสันที่บอกว่าแบมแบมอยู่กับอินซา และเขาก็กลัวว่าแบมแบมจะหลงเชื่อคำลวงหลอกของอินซา และตอนนี้ในหัวของเขามันดันคิดภาพเหตุการณ์ร้าย ๆ ล่วงหน้าไปแล้ว แค่คิดก็ทำมาร์คโมโหจนแทบคุมสติของตัวเองไม่ได้แล้ว 


เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนได้มาสัมผัสเรือนร่างของแบมแบม ที่สำคัญกว่านั้น… เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าตัวบางของเขาอีกแล้ว เขารู้ว่าอดีตที่ผ่านมาแบมแบมเจอเรื่องโหดร้ายมามากขนาดไหน และเขาก็ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองแน่นอน  


ขอร้อง… อย่าไปกับมันนะ แบมแบม 

.

.

.

.

.

.

รถคันหรูเคลื่อนตัวบนท้องถนนอย่างรวดเร็ว หากแต่จราจรบางช่วงที่ติดขัดทำให้คนที่อยู่หลังพวงมาลัยรู้สึกร้อนรนใจกลัวจะเกิดอะไรขึ้นไม่ดีกับแบมแบม ในตอนนี้มาร์คได้แต่หวังในใจลึก ๆ ว่าแจ็คสันจะสามารถช่วยขัดขวางไว้ได้อีกแรง แต่ถึงจะคิดหวังพึ่งแจ็คสัน มาร์คก็ไม่แน่ใจว่าแจ็คสันจะมีโอกาสบอกตัวตนจริง ๆ ของอินซาได้หรือเปล่า ถ้าเกิดบอกไม่ทัน แล้วแบมแบมตัดสินใจไปกับอินซาซะก่อน มันจะเป็นยังไง เพียงแค่คิดเท่านั้นก็ทำมาร์คทำแทบเป็นบ้าแล้ว 


มาร์คใช้ความเร็วในการขับรถเท่าที่เขาจะทำได้ เขาขับรถมายังสถานที่จัดงานวันเกิดของผู้กำกับลี ซองจุน แค่มองไปตรงทางเข้าด้านหน้าก็รับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าไปข้างใน เพราะด่านแรกนั้นดันมีนักข่าวที่ดักรอทำข่าวผู้มาร่วมงานอยู่จำนวนไม่น้อย 


ทุกอย่างมันเสี่ยงมาก แต่ในเวลานี้เขาพร้อมที่จะเสี่ยงทำทุกอย่างเพื่อปกป้องไม่ให้แบมแบมได้เจอสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบในอดีตอีก ในตอนนี้มาร์คเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกที่เขามีต่อแบมแบมมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แทบจะทุกเวลาที่เขานึกถึงแต่เรื่องของแบมแบม 


มาร์คลงรถมาแบบไม่ปิดบังใบหน้า เพราะเขารู้ว่าปิดบังไปก็เปล่าประโยชน์ แน่นอนว่าวินาทีที่นักข่าวเห็นตัวเขา เขาจะต้องโดนรุ่มทึ้งแน่นอน แต่ในเวลานี้มาร์คแคร์ซะที่ไหนกันล่ะ ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องของแบมแบมเท่านั้น


และเมื่อมาร์คเดินมาถึงทางเข้างานที่มีฝูงนักข่าวยืนรอทำข่าวผู้มาร่วมงาน มาร์คเดินแหวกฝูงนักข่าวเข้าไป ตอนแรกเหล่านักข่าวก็ยังไม่ทันได้รู้ตัว จนเมื่อได้หันมามองก็พากันตกอกตกใจกันทั้งหมด ใครมีสติก็รีบรัวภาพถ่ายไว้ทัน และหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งแสงแฟลชและเสียงนักข่าวที่ยิงคำถามถูกพุ่งไปที่ไอดอลหนุ่ม 


มาร์คไม่เดินช้าให้โดนนักข่าวรั้งไว้ทัน เขารีบเดินเข้าไปในเขตงานปาร์ตี้ และโชคดีที่มีการ์ดยืนคุมตรงหน้าทางเข้างาน ทำให้นักข่าวที่วิ่งตามเขาต้องเบรกชะงักเหมือนเจอลวดหนาม ส่วนมาร์คต่อให้ในเวลานี้เขาจะแต่งตัวด้วยเสื้อฮู้ดกับกางเกงวอร์มดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะมาร่วมงาน แต่เขาดังพอที่จะทำให้การ์ดปล่อยผ่านเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอดูบัตรเชิญ


เมื่อมาร์คได้เดินเข้ามาในพื้นที่งาน เขาก็รีบกวาดสายตามองหาคนตัวบางของเขา มาร์คเดินเข้าไปในวงผู้คนที่กำลังยืนพูดคุยกันเป็นกลุ่ม ๆ อยู่ตรงกลางงาน การมาของเขาทำให้คนที่พบเจอตกใจไม่น้อย นอกจากนั้นยังมีสงสัยเรื่องการแต่งตัวของเขาด้วย เพราะตอนนี้มาร์คเหมือนเพิ่งหลุดมาจากฟิตเนสอย่างไงอย่างนั้น บางคนที่สนิทมาร์คระดับหนึ่งก็เอ่ยทักทาย แต่คนที่ถูกทักกลับยกมือขอตัวและรีบเดินต่อไปอย่างรีบ ๆ 


Rrrrr


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ มาร์คหยิบมันขึ้นมากดรับโดยที่ตาไม่มองหน้าจอ สายตาของเขากำลังมองหาแบมแบมอย่างไม่ละความพยายาม 


(ไอ้มาร์คมึงมาแล้วใช่ไหม กูได้ยินคนเขาพูดถึงมึงกัน ตอนนี้มึงอยู่ไหน) 


“มึงนั่นแหละอยู่ไหน แบมแบมยังอยู่ในสายตามึงใช่ไหม มึงช่วยแบมแบมได้ทันใช่ไหม”


(เอ่อ… นั่นแหละสิ่งที่กูจะบอกมึง…)แค่แจ็คสันพูดเท่านั้นก็ทำมาร์ครู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาเสียเดียวนั้น (กูขอโทษ เมื่อกี้คุณซูจางเข้ามาทัก กูแค่ละสายตาไปแค่แป๊ปเดียวเท่านั้น เด็กของมึงก็หายไปแล้ว นี่กูเพิ่งแยกจากคุณซูจางได้ ก็เลยรีบมาตามหา แต่ก็หาไม่เจอ) 


สิ่งที่แจ็คสันพูดทำมาร์คโกรธและกังวลในเวลาเดียวกัน เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเป็นการระงับอารมณ์โกรธ


(มึงโกรธกูใช่ไหม กูขอโทษ) มันไม่ใช่ความผิดของแจ็คสันเลยสักนิด มาร์คกำลังบอกตัวเองแบบนั้น 


“ช่างมันเถอะ มึงเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ในตอนนี้เราต้องตามหาแบมแบมให้เจอก่อนที่ไอ้เลวนั่นจะพาไปถึงไหนต่อไหน” 


(ใช่ กูเห็นด้วย อืม… งั้นเอาอย่างนี้ เดี๋ยวกูจะลองไปถาม ๆ กับพวกการ์ดดูว่าเห็นแบมแบมออกไปบ้างไหม มึงเองก็ตามหาในงานไป)


” ไม่รู้ทำไมมาร์คถึงรู้สึกร้อนผ่าวที่ตาขึ้นมา หรือเป็นเพราะในเวลานี้เขากำลังเกลียดความรู้สึกตอนนี้ 


(แต่เดี๋ยวนะ… มึงจะตามหาเจอใช่ไหม มึง


ใช่ แจ็คสันกำลังจะพูดถึงอาการป่วยของมาร์ค นั่นแหละคือสิ่งที่เขาเจ็บปวดกับความรู้สึกของตัวเอง ที่ผ่านมามาร์คอยู่กับมันได้อย่างชินชา แต่ในตอนนี้เขาไม่อยากจะป่วยแบบนี้อีกต่อไปแล้ว แค่เขากวาดสายตามองหาแบมแบมก็ไม่สามารถหาเจอได้เพราะเขาจำหน้าแบมแบมไม่ได้ 


“กูจำชุดที่แบมแบมใส่วันนี้ได้” นั่นอาจจะเป็นโชคดีที่เขาได้ไปนั่งเฝ้าแบมแบมลองชุดที่ห้องเสื้อเมื่อวันก่อน เลยจำได้ว่าแบมแบมตัดชุดสูทใหม่สีชมพู เข้าคู่กับแม่ของเขา 


(อืม งั้นก็ตามนี้ก่อนนะ แต่ถ้ามึงทำไม่ได้ ไม่ต้องโทษตัวเองนะ เดี๋ยวกูกลับมาช่วยมึงหาเอง) 


“อืม ขอบคุณมึงมากนะ ไว้ค่อยคุยกัน” มาร์คตอบเสียงซึมและตัดสายแจ็คสัน เมื่อการสนทนาจบลงเรียบร้อย มาร์คก็สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เป็นการเรียกกำลังให้กับตัวเอง เขาบอกตัวเองในใจว่าต้องทำได้ จากนั้นเขาก็เริ่มตามหาผู้ชายที่ใส่ชุดสูทสีชมพูในงานอีกครั้ง 


มาร์คเดินตามหาไปเรื่อย ๆ เจอใครที่ใส่ชุดสีชมพูและหุ่นคล้ายกับแบมแบมก็เข้าไปแกล้งทักว่าสบายดีไหม ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตอบกลับมาเพื่อที่เขาจะได้ฟังเสียงว่าคนคนนั้นใช่แบมแบมหรือเปล่า เมื่อได้คำตอบว่าไม่ใช่มาร์คก็เริ่มเดินตามหา แต่แปลกเสียจริงที่ชุดสูทสีชมพูน่าจะสีที่คนไม่ค่อยหยิบมาใส่ แต่ทำไมวันนี้มันเยอะแยะจนทำให้มาร์คแทบจะเป็นบ้าตาย 


ความรู้สึกหลายอย่างมันประดังประดาเข้ามา เขาทั้งเครียดและกังวลเรื่องของแบมแบม ในขณะเดียวเขาก็รู้สึกอึดอัดกับความรู้สึกนี้ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเขาก็เจอแค่ความว่างเปล่า เหมือนทุกคนต่างใส่หน้ากากสีขาวจนเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นใคร มาร์คไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดกับโรคจำใบหน้าคนไม่ได้มาก่อน จนมาวันนี้เขาถึงได้รู้ว่า เขาเกลียดไอ้โรคบ้านี่ที่สุด 


มาร์คพยายามอดกลั้นความรู้สึกไว้ภายใน เขารู้สึกท้อแต่ก็ไม่อยากละความพยายาม ในตอนนี้มาร์คได้แต่พูดกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่าถ้าเขาไม่ป่วยเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้ ป่านนี้เขาก็คงจะเจอตัวแบมแบมแล้ว 


“มาร์ค ลูกมาทำอะไรที่นี่” เสียงมิเชลดังมาจากสักที่ เหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำให้มาร์ครู้สึกสบายใจในเวลานี้ มาร์คหันไปมองตามเสียงก็เห็นหญิงที่อยู่ในชุดที่เขาเคยเห็นมาก่อน ความจริงต่อให้เขาไม่หันมามอง มาร์คก็รู้ว่านี่คือแม่ของเขา 


“ลูกมาที่นี่ทำไม ลูกบ้าไปแล้วเหรอ” 


“แบมแบมอยู่ไหน” มาร์คยิงคำถามที่ตัวเองอยากรู้ทันที นั่นสินะ เขาควรจะถามแม่เขาตั้งนานแล้วว่าแบมแบมอยู่ไหน ไม่ใช่มาเดินตามหาให้เสียเวลาแบบนี้


“แบมแบมมาขอตัวกลับไปก่อนแล้ว ลูกมีอะไรกับน้องหรือเปล่า” คำพูดนั้นทำมาร์คแทบล้มทั้งยืน เขาไม่อยากจะคิดร้าย แต่ในเวลานี้คิดร้ายไว้ก็ดีที่สุดเพราะจะได้เป็นตัวกระตุ้นให้เขารีบตามหาแบมแบมให้เร็วที่สุด อีกอย่างเขารู้ว่าอินซาเป็นคนยังไง 


“แล้วเห็นหรือเปล่าว่าไปกับใคร” 


“ตอนน้องมาบอกแม่น้องมาคนเดียว แม่ก็คิดว่าน้องจะกลับบ้านไปก็เลยไม่ได้ถามอะไรต่อ มีอะไรหรือเปล่ามาร์ค แม่ใจไม่ดีเลย” แค่สีหน้าของมาร์คก็บอกคำตอบหมดทุกอย่างแล้วว่าอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แต่มาร์คไม่อยากจะให้แม่ของเขาต้องกังวลไปด้วยจึงรีบส่งยิ้มปกปิดความรู้สึกตัวเอง 


“ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่เรื่องงาน” มาร์คโกหกไป


“ลูกโกหกแม่ไม่เนียน มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า” มิเชลพยายามเค้นคำตอบให้ได้ แต่เจ้าลูกชายของเธอก็ใจแข็งเสียจริง ๆ เขาไม่อยากให้แม่ของเขาต้องมากังวล และมาร์คเองก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้เองทั้งหมด ในตอนนี้เขาคิดจนปวดหัวเพราะไม่รู้จะตามหาแบมแบมได้จากที่ไหน แต่ทว่าเมื่อมองไปที่มือของแม่ที่กำโทรศัพท์แน่นก็ทำให้มาร์คเพิ่งหาทางสว่างเจอ


“ผมขอเบอร์โทรศัพท์ของแบมแบมหน่อย” นี่น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่างน้อยถ้าโทรไปก็อาจจะทันพูดเรื่องราวทั้งหมด ทำไมไม่คิดได้แต่แรก!!


แม้มิเชลจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่เธอก็ไม่ได้คาดคั้นคำตอบอะไรในตอนนี้เพราะคิดว่าอาจจะต้องมีเรื่องด่วน เธอรีบเปิดโทรศัพท์เพื่อเอาเบอร์โทรของแบมแบมให้กับมาร์ค ส่วนมาร์คเมื่อได้เบอร์โทรศัพท์ของแบมแบมแล้ว เขาก็รีบกดโทรออกพร้อมรีบสาวเท้าออกมา ชายตามองเห็นแม่ของเขากำลังจะรีบเดินตามมา มาร์คจึงรีบเร่งฝีเท้าและแทรกผู้คนออกไปเพื่อให้แม่ตามเขาไม่ทัน 


มาร์ครู้ว่าทำอย่างนั้นแม่จะเป็นห่วง แต่ในเวลานี้เขาไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต และแน่นอนว่าเขาอยากให้คนรู้เหตุการณ์นี้น้อยมากที่สุด ทั้งหมดมันก็เพื่อความรู้สึกของแบมแบมทั้งนั้น


หัวใจของมาร์คมันเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากร่างกาย เขากังวลกลัวจะเกิดเรื่องอะไรดีอะไรขึ้น และการที่แบมแบมไม่ยอมรับสาย มันยิ่งทำให้มาร์คยิ่งเครียดมากกว่าเก่า 


ไม่มีคนรับสาย….


มาร์คกดโทรออกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีใครรับ ระหว่างที่โทรหานั้นตาของเขาก็มองหาคนที่ใส่ชุดสูทสีชมพูไปด้วย แต่มองหาเท่าก็หาไม่เจอ ที่เจอก็มีแต่คนที่เคยเข้าไปทักถามแล้ว 


“มาร์คกูโทรหามึงไม่ติดเลย” เสียงแจ็คสันดังมาจากด้านข้าง มาร์คหันไปมองตามเสียงเห็นเพื่อนของเขาเดินตรงมาด้วยใบหน้ายุ่ง ๆ 


“ได้เรื่องไหม” มาร์คถามในขณะที่หูของเขาก็ยังฟังเสียงสัญญาณรอสายจากคู่สายอยู่ 


“ก็ได้แล้วเนี่ยเลยโทรหา แต่โทรไม่ติด!” แค่แจ็คสันพูดมาเท่านั้น มาร์คก็รีบกดวางสายจากแบมแบมทันที แจ็คสันเองก็ดูหงุดหงิดไม่น้อยที่โทรหามาร์คไม่ติด “ยามบอกเห็นสองคนนั้นขึ้นลิฟท์ไป ตอนนี้กำลังเช็คอยู่ว่าจะไปห้องไหน กูโทรหามึงไม่ติดเลยเดินมาตามหาเนี่ย ไปดูเร็ว!” สิ้นสุดคำพูดแจ็คสันก็เป็นฝ่ายรีบวิ่งนำไปก่อนโดยที่มาร์ควิ่งตามหลังติด ๆ 


สถานที่จัดงานเป็นห้องโถงห้องหนึ่งของโรงแรม และการที่แบมแบมกับอินซาขึ้นไปข้างบนด้วยกัน มันก็มีความหมายเดียวนั่นก็หมายถึงใช้ห้องพักโรงแรม นั่นหมายความแบมแบมกำลังเดินตามแผนของอินซา แค่คิดแบบนั้นมาร์คก็โกรธจนแทบจะควบคุมสติตัวเองไว้แทบไม่อยู่ และไม่ว่าจะยังไงก็ตามมาร์คจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแบบนั้นแน่

.

.

.

.

.


 

 

BAMBAM’S PART


“อึดอัดหรือเปล่าที่เรามาคุยกันต่อในนี้” คุณอินซาถามพร้อมแต้มยิ้มด้วยใบหน้าเป็นมิตรให้กับผม ผมส่ายหัวตอบกลับไป แม้ว่าผมจะรู้สึกอึดอัดจริง ๆ ก็ตาม 


“เอาที่คุณอินซาสะดวกเลยครับ ผมยังไงก็ได้” แค่เขาสนใจในตัวผมแค่นั้นผมก็ดีใจแทบบ้าแล้ว


ชเว อินซา ผมเพิ่งได้รู้จักกับเขาอย่างเป็นการส่วนตัวเมื่อครู่นี้ ผมเคยเห็นเขาตามข่าวต่าง ๆ ว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวงการบันเทิงทั้งหมด ไม่ว่างจะงานเพลง ภาพยนตร์​ หรือแม้แต่ซีรี่ส์ ก็มีเขาอยู่เบื้องหลังมาแล้วมากมาย วันนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว เขาบอกว่าชอบบุคลิกของผม และยังบอกอีกว่าผมเหมาะกับคาแร็กเตอร์ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เขากำลังดูบทอยู่ เขาเลยชวนผมมาพูดคุยแบบส่วนตัว ตอนแรกผมก็คิดว่าเราจะคุยกันวันอื่น แต่เขาขอคุยกับผมวันนี้เพราะเดี๋ยวเขาจะไปต่างประเทศ มีวันนี้วันเดียวเท่านั้นที่ผมจะคุยกับเขาได้ เพราะงั้นผมได้มาอยู่ในห้องนี้กับคุณอินซาสองคน


ในตอนนี้ผมก็ยังแอบไม่เข้าใจเขาอยู่ดีว่าทำไมเขาไม่ชวนผมไปคุยตามร้านคาเฟ่ ถึงผมจะสงสัยแต่ผมก็ไม่กล้าถามอะไรออกไปก็เลยได้แต่ยอมเดินตามเขาจนมาถึงที่ตรงนี้ ถ้าหากว่าผมเป็นผู้หญิงผมคงไม่กล้าเดินตามเขามาแน่ แต่ผมเป็นผู้ชาย เขาทำอะไรผมไม่ได้หรอก


“นายดูดีทุกสัดส่วนเลยจริง ๆ บุคลิก หน้าตา รูปร่าง ดูดีแบบที่ฉันต้องการเลย”​


“ขอบคุณนะครับ” ผมยิ้มตอบไป แต่ไม่รู้ทำไมผมกลับรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาซะงั้น ก็ดูสายตาที่เขามองผมสิ มันช่างหวานเยิ้มจนน่าขนลุก เขา… ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกันใช่ไหม 

“แต่ฉันอยากเห็นแบบละเอียดกว่านี้


“ยังไงครับ” ผมถามกลับอย่างไม่เข้าใจ ละเอียดกว่านี้มันหมายความว่ายังไง 


“บทของฉันมันมีฉากถอดเสื้อผ้าด้วย ฉันอยากเห็นว่าถ้านายถอดเสื้อผ้ามันจะเป็นแบบภาพที่ฉันเห็นในหัวไหม” ผมว่ากลิ่นมันเริ่มแปลก ๆ แล้วนะ 


“ผมไม่สะดวกที่จะถอดตอนนี้ ยังไงผมขออ่านบทได้ไหมครับ ผมอยากรู้ว่าที่คุณหมายถึงมันเป็นยังไง” ผมพยายามปลอบตัวเองในใจว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่ผมคิดหรอก คุณอินซาดูเป็นคนดีจะตายไป ก่อนหน้านั้นเราก็คุยกันถูกคอมาก ๆ เขาคงไม่คิดร้ายกับผมหรอก


“ฉันเป็นผู้ชาย นายก็เป็นผู้ชาย นายจะอายอะไรกัน” มันก็ใช่… แต่ถ้าคุณดันเอาข้ออ้างเรื่องงานมาพูดเพื่อให้ผมถอดเสื้อผ้าล่ะ และอีกอย่างผมโชว์เนื้อหนังตอนนี้ไม่ได้ด้วย เพราะไอ้มาร์คมันดันมาทิ้งรอยบนตัวผมไว้ 


“คือวันนี้ผมไม่สะดวกจริง ๆ ครับ” 


“แล้ววันไหนล่ะ ฉันจะไปต่างประเทศยาวด้วยนะ ก่อนหน้านั้นก็มีคนมาถอดเสื้อโชว์ฉันอยู่หลายคน ถ้านายไม่โชว์ฉันก็คงจะต้องขอตัดสิทธิ์นาย” 


แม่ง… น่าอึดอัดชะมัด ตอนนี้ผมสับสนมาก ๆ ผมไม่รู้ว่าจริง ๆ คุณอินซาคิดอะไรอยู่กันแน่ ตอนแรกผมก็คิดว่าเขาอาจจะแอบร้าย แต่มาคิดถึงตอนที่เขาพูดคุยกับผมในงาน เขาก็คุยแต่เรื่องงานกับผมจริง ๆ ผมคิดมากไปเองใช่ไหม 


ทำยังไงดี… ผมอยากรับงานแสดง งานทุกอย่างที่อยู่ในวงการบันเทิงผมอยากทำ แต่แค่ถอดเสื้อก็คงไม่เป็นไรหรอกเพราะเขาไม่ได้บอกให้เราถอดทั้งหมด 


ไม่ได้สิทำยังไงดี… ผมโชว์ไม่ได้เพราะตัวผมมีรอยจูบ เพราะไอ้มาร์คคนเดียว!! มันนี่จะเป็นมารขัดขวางผมทุกเรื่องเลยใช่ไหม 


“คือร่างกายผมมันมีรอยบางอย่างแบบ… ผมอยากให้มันหายก่อน ผมอายที่จะโชว์คุณตอนนี้งั้นเอาอย่างนี้ไหมครับ เดี๋ยวผมจะส่งคลิปตอนที่ผมถอดเสื้อไปทาง Kakao talk งั้นผมขอ” ฉิบหายแหละ ผมเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ บ้าชะมัด ทำไมวันนี้มันมีอุปสรรคมากมายขนาดนี้วะเนี่ย


“พอเถอะ” ผมชะงักเพราะคำพูดของคุณอินซา น้ำเสียงของเขาเหมือนบอกว่ารำคาญผมเต็มทน ผมพูดอะไรไม่ดีออกไปงั้นเหรอ ก็ไม่นะ ผมมีเหตุผลที่จะไม่ถอด แต่ถ้าเขาไม่รับฟังก็ช่างเถอะ


“ผมขอโทษครับ ผมถอดตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ ผมไม่สะดวกใจ… ยังไงผมก็ต้องขอขอบคุณคุณอินซามาก ๆ นะครับที่ให้โอกาสผม และขอโทษที่ทำให้คุณเสียเวลา” ผมรู้สึกแย่ต่อเขามาก ๆ เขาอุตส่าห์ปลีกเวลาเพื่อมาคุยเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวกับผม แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ถ้าจะโทษ ก็โทษไอ้มาร์คคนเดียวเลย ทำไมมันต้องขัดขวางความฝันของผมตลอด!!!“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คุณจะได้พักผ่อน” 


ผมลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่ง หากทว่ายังไม่ได้ก้าวเดินผมก็ต้องชะงักเมื่อคุณอินซาเอามือมาจับแขนผมไว้ ยังไม่ทันได้ถามอะไรผมก็โดนฉุดกระชากให้เดินตามเขาไป เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวผมถึงโดนลากไปได้อย่างง่าย ๆ กว่าจะมีสติก็ตอนที่ร่างของผมถูกผลักลงเตียงแล้ว 


“อย่าเล่นตัวให้มากได้ไหม” ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของคุณอินซาตอนนี้ไม่เหมือนคนที่ผมเคยรู้จักมาก่อนหน้านั้นเลย ในตอนนี้เขาดูเป็นคนร้ายที่โดนปีศาจสิงร่างเมื่อครู่ “ไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าการคุยเรื่องงานกับฉันมันต้องแลกกับเซ็กส์เท่านั้น”


นี่มันอะไรกัน… 


หัวใจของผมมันหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม จากสถานการณ์ตอนนี้ผมเพิ่งได้คำตอบว่าผมติดกับดักคนเลวเข้าแล้ว ในตอนนี้หัวสมองของผมมันโล่งว่างไร้ความคิดทุกสิ่ง ผมยังคงช็อกค้างกับความจริงที่ผมได้พบอยู่ตอนนี้ และคิดว่า… ทำไมชีวิตของผมต้องวนเวียนอยู่กับเรื่องราวเลวร้ายไม่จบไม่สิ้น


“คุณอินซา คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” ผมพยายามพูดห้ามและขัดขืนไอ้อินซาในเวลาเดียวกัน แต่เพราะผมพลาดตั้งแต่แรก มันเลยได้เป็นฝ่ายคลุมเกม ในตอนนี้ไอ้อินซามันนั่งคร่อมร่างผมไว้ อีกทั้งยังจับข้อมือของผมขึงกับเตียง ถึงผมเป็นผู้ชายแต่ผมก็สู้แรงมันได้เพราะมันตัวใหญ่กว่าผมเยอะมาก


“ยอมฉันง่าย ๆ เถอะ เพราะผลประโยชน์ตามมาคือนายจะได้เฉิดฉายในวงการบันเทิงแน่นอน”​ ผมอยากเฉิดฉายในวงการบันเทิงนะ แต่ผมไม่ยอมทำโดยวิธีนี้แน่!! 


“ขอบคุณในข้อเสนอ แต่ผมไม่ขอรับ” ผมพูดออกไปอย่างตรง ๆ ต่อให้ผมอยากจะเด่นดังจนเนื้อเต้นมากขนาดไหน แต่ผมก็ไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกแน่ ๆ แค่ร่างกายของผมโดนไอ้มาร์คย่ำยี แค่นั้นก็แย่มากพอแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ไอ้อินซาได้ย่ำยีอีกคนหรอก 


“โทษทีนะ ฉันคงฟังคำพูดของนายไม่ได้ เพราะนายน่ะ” ไอ้อินซาเว้นเสียง จากนั้นมันก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม มันใกล้มากจนลมหายใจของมันรดแก้มของผม จากที่กลัวมันอยู่แล้วผมยิ่งรู้สึกกลัวมันมากขึ้นไปอีก ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ผมขยะแขยงไอ้อินซาเหมือนกับไอ้มาร์ค แต่ทำไมความรู้สึกตอนอยู่ใกล้กันมันต่างกัน “ตรงสเปกฉันทุกอย่าง จะปล่อยให้โอกาสหวาน ๆ แบบนี้หลุดลอยไปได้ยังไง” 


“ปล่อยนะโว๊ย!!” ผมพยายามดิ้นสู้ สถานการณ์ตอนนี้มันแย่มาก ๆ ผมโดนไอ้เวรนั้นฝากจูบมาตามลำคอของผม ผมเกลียดที่ตัวเองเกิดเป็นผู้ชายแรงน้อยถึงได้โดยตกเป็นเหยื่อมาตลอด ผมทำอะไรผิดไปงั้นเหรอทำไมโชคชะตาถึงเล่นกับผมแบบนี้!!! “เจ็บนะ!!” 


ไอ้อินซามันรวบแขนผมเข้าด้วยกัน จากนั้นมันก็เอาเนคไทที่มันสวมอยู่มามัดข้อมือผมไว้ และนั่นทำให้ผมเสียเปรียบมากยิ่งขึ้น 


“และอย่าคิดโง่ ๆ ล่ะว่าจะเอาเรื่องที่ฉันทำไปแจ้งความ นายจะทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะฉันจะถ่ายคลิปแบล็กเมล์นายไว้”


แบล็กเมล์ อีกแล้วเหรอ… หรือว่าที่ชีวิตของผมวุ่นวายแบบนี้เป็นเพราะผมไปทำร้ายไอ้มาร์ค แต่มันไม่แฟร์เลยนะ ไอ้มาร์คทำร้ายผมก่อนและมันเองก็ได้คลิปแบล็กเมล์ผมไปแล้ว ถ้างั้นกรรมของผมก็ต้องถูกลบล้างไปแล้วสิ ทำไมผมถึงต้องโดนทำร้ายอีก 


“คุณทำไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะไม่มีใครรู้จักผมหรอก” ผมพูดไปด้วยความน้อยใจโชคชะตา ความเจ็บปวดมันทำให้ผมปล่อยน้ำตาออกมาอย่างอดกลั้นไม่ได้ แค่คิดว่าผมจะต้องตกเป็นเมียของไอ้อินซา ผมก็กลัวจนตัวสั่นแล้ว 


“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะดันนายเอง แต่นายควรจะดีใจนะ เพราะกับคนอื่นฉันแค่รับปาก แต่กับนายฉันชอบมาก เพราะงั้นฉันจะดันให้นายดัง”​


“ผมไม่ต้องการ” ผมตอบกลับไปอย่างไม่คิด ไอ้อินซายิ้มรับคำพูดผมเหมือนว่ามันมีแผนร้าย ๆ ในหัว

 

“นายต้องรับ เพราะฉันจะทำให้นายดังมาก ๆ และนายก็ต้องตอบแทนที่ฉันช่วยโดยการเป็นคู่นอนกับฉัน ถ้านายไม่ทำฉันก็จะเอาคลิปที่ถ่ายวันนี้ไปแฉ แน่นอนว่านายจะอายจนไม่กล้าสบตาใครเลย”


โครตเลว… ทำไมชีวิตของผมต้องมายุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้ด้วยนะ โชคชะตาไม่คิดจะให้ผมได้เจอคนดี ๆ บ้างเลยเหรอ คนที่ไม่คิดทำร้ายผม… 


“ร้องไห้ทำไม เรากำลังจะมีความสุขกันนะ” 


“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ต้องการ!! ปล่อยผม!!!” ครั้งนี้ผมสู้ขาดใจ ผมดิ้นให้แรงเท่าที่จะทำได้ ยังไงผมจะไม่ยอมให้ไอ้เวรนี่ได้ย่ำยีผมแน่ ผมต้องสู้ ผมต้องหนีออกไปให้ได้ “ช่วยด้วย!!!ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!!” 


ผมตะโกนลั่นห้อง แต่ไม่รู้ทำไมผมกลับนึกหน้าไอ้มาร์คขึ้นมาซะงั้น ผมอยากให้มันช่วยงั้นเหรอ

 

“ถ้าแหกปากอีกทีมึงได้เจ็บตัวแน่” ไอ้อินซาดูโกรธมาก แต่ผมไม่สนหรอก


“ใครก็ได้ช่วยด้วย!!” 


พลั่ก


ผมยังไม่ทันได้แหกปากรอบสอง ไอ้อินซาก็ซัดหมัดเข้ามาเต็ม ๆ หน้าผม ในตอนนี้ผมรับรสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในปาก และรู้สึกเจ็บที่มุมปากรวมทั้งแก้ม

 

ถึงผมจะเจ็บ แต่ผมก็ไม่กลัวเจ็บ ผมเลื่อนสายตาไปมองไอ้อินซาด้วยสายตาโกรธแค้น มันเองก็ดูหงุดหงิดเอามาก ๆ 


“กูไม่อยากจะใช้วิธีนี้เลยนะ”​ สิ้นสุดคำพูดไอ้อินซาก็ทำอะไรสักอย่าง มันหยิบกระปุกยาเล็ก ๆ ในกระเป๋ากางเกงของมันขึ้นมา เห็นแค่นั้นก็ทำผมดิ้นสู้อีกครั้ง แต่ไอ้เวรนั่นมันนั่งคร่อมร่างผมไว้ ผมเลยหนีไม่รอด ไอ้อินซามันหยิบยาสีขาวขึ้นมาหนึ่งเม็ด ผมปิดริมฝีปากเพื่อปกป้องตัวเอง “อย่าให้กูต้องใช้กำลังอีกครั้ง กิน!


ผมไม่ฟังคำพูดมัน ยังคงปิดปากแน่นไม่ให้มันยัดยาประหลาดนั่นเข้ามาในปากผมได้ ผมไม่รู้ว่ามันคือยาอะไร แต่เป็นยาที่มาจากไอ้เวรนี่ มันไม่มีทางเป็นยาดี ๆ ได้แน่


“กูบอกให้กิน!” สิ้นสุดคำพูดไอ้อินซาก็ฝากหมัดเข้ามาที่หน้าท้องของผม มันต่อยแรงจนทำผมทั้งจุกและเจ็บจนต้องนอนงอตัว และนี่เป็นสิ่งที่ผมได้ทำพลาดครั้งยิ่งใหญ่ ไอ้อินซามันยัดยานั่นเข้าปากผม ผมพยายามอมยานั่นไว้ไม่กลืนลงคอ แต่ไอ้เวรนั่นก็ดันเอาน้ำมากรอกปากผม ทำผมต้องเผลอกลืนไปอย่างไม่ตั้งใจ 


จบแล้ว… ทุกอย่างจบแล้ว… ชีวิตเฮงซวยก็ยังคงอยู่กับผม 


น้ำตาของผมยังคงไหลริน ในตอนนี้ผมไม่ได้ดิ้นสู้ไอ้เวรนั่นแล้ว เพราะร่างกายของผมมันอ่อนล้า ผมรับรู้ทุกการกระทำของไอ้อินซา แต่ภาพตรงหน้ามันช่างพล่ามัวและทุกอย่างรอบตัวมันเป็นเหมือนภาพสโลว์โมชั่น หรือว่านี่จะเป็นผลของไอ้ยาเวร ๆ นั่น 


“โอ้โห มีรอยจูบเต็มหน้าอกแบบนี้ แปลว่าเรื่องบนเตียงของมึงก็คงจะไม่ธรรมดาสินะ แต่ให้เดาน่าจะเป็นผู้ชายทำมากกว่า ผู้หญิงไม่น่าจะชอบทิ้งรอยเยอะ ๆ แบบนี้ อืมน่าจะเป็นผู้ชายที่หวงมึงด้วยสินะ ถึงได้ทิ้งรอยแสดงความเป็นเจ้าของไว้แบบนี้” 


หน้าของมาร์คลอยเข้ามาในโสตความทรงจำ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมถึงคิดถึงมันมาก ๆ ผมอยากให้เป็นมันที่อยู่ตรงนี้ อยากให้เป็นมันเท่านั้นที่ได้สัมผัสเรือนร่างของผม ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงกล้าคิดบ้า ๆ แบบนั้น แต่ในตอนนี้มันปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าผมคิดถึงมัน… 


“ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่เจ็บตัวแล้ว” ไอ้อินซาพูดพร้อมถอดเสื้อตัวเอง ส่วนร่างกายของผมก็มันคล้ายกับเป็นอัมพาตไปแล้ว ผมรับรู้ทุกสัมผัสของไอ้เวรนั่นที่มาจับตัวผม แต่ผมขยับตัวและขัดขืนไม่ได้ 


“ปล่อย!”​ ในเมื่อสู้ทางกายไม่ได้ผมก็จะใช้เสียงสู้


“มึงหนีไปไหนไม่ได้หรอก โทษตัวเองเถอะที่ทำให้กูอยากได้” สิ้นสุดคำพูดไอ้เวรนั่นก็โน้มใบหน้าลงมาฝากจูบที่ลำคอของผมอีกครั้ง การกระทำของมันทำขนของผมลุกตั้งแต่บนลงล่าง ผมขยะแขยงมัน ผมไม่อยากให้มันมาสัมผัสร่างผม ผมอยากจะดิ้นให้แรงเพื่อให้มันออกให้ไกลห่าง แต่ร่างกายของผมมันไร้การตอบสนอง นี่ผมจะต้องเสียตัวให้มันจริง ๆ เหรอ


“ปล่อย!! ปล่อยผม ฮือออ” 


ผมร้องไห้สะอื้นเสียงดังโดยไม่ถือฟอร์มอีกต่อไปอีก น้ำตาของผมมันอาบแก้มจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมก็โดนไอ้มาร์คแบล็กเมล์ แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกกลัวเท่ากับตอนนี้ และเหตุการณ์ตอนนี้มันทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสมัยตอนที่ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนศิลปะและการแสดง


ผมจำมันได้อย่างดีไม่มีวันลืม และเรื่องราววันนั้นก็ไหลเวียนเข้ามาในหัวของผมอีกครั้ง…. 

 

 

 

 


06/11/62

บอกเลยว่าตอนต่อไปเราจะได้ไปอ่านเรื่องราวสมัยตอนเรียนกันสักที จะได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าใครเป็นคนทำน้องแบมกันแน่!! แต่ตอนนี้ไปตามพี่มาร์คมาช่วยเร็ว ไอ้อินซา แกไม่ได้ตายดีแน่ แกทำลูกชั้น!!!

รวมพลังทีมคุณแม่ไปช่วยลูก 


ขอคอมเม้นให้กำลังด้วยนะคะ ไม่รู้จะเม้นอะไรก็เม้นบอกว่ารอก็ได้งับ ไรต์จะได้รู้ว่ามีคนรอ ฮือออ 

ฝากเล่นแท็กด้วยน้า #ลับ19มบ 





11/10/62

พี่มาร์คมาช่วยน้องแบมให้ทันน้าาาา 

ปล.หายไปนานกับการอัปนิยาย สารภาพว่าท้อมากๆ เหมือนไม่ค่อยมีคนอ่านแง้วป่ะ ฮือออ 

 

 



16/09/62

เอาแล้วค่ะ ตอนนี้เราได้รู้ความจริงแล้ว ว่าในวันนั้นพี่มาร์คไม่ได้เป็นคนสั่งให้ใครข่มขืนแบมแบม แต่ถึงยังไงพี่ก็ยังโทษตัวเองว่าเป็นเพราะพี่น้องเลยเจอเรื่องแบบนั้น คิดว่าปมนี้เคลียร์ยัง ? 

แล้วมาต่อเรื่องแม่มาร์ค เป็นการเฉลยครั้งแรกเลยว่า ลับ19 เลข 19 ไม่ใช่แค่หมายถึงเรตฟิคหรือหมายถึงฉากอย่างว่า แต่เป็นตัวเลขของวันวันหนึ่ง ซึ่งมีความหมายอะไรนั้นต้องไปติดตามต่อ 

แล้วดอกไม้สีขาวที่แม่มาร์คซื้อไปนั้น เอาไปใคร? 

แต่กรี๊ดดดดดด น้องแบมกำลังตกอยู่ในอันตราย แล้วน้องก็มีความอยากเป็นคนดังอยู่พอตัว น้องจะหลงกลอุบายนั่นไหม ฮืออออ พี่มาร์ค ต้องไปช่วยน้องให้ทันนะ!!!! 

ใครอยากอ่านต่อ ต้องคอมเม้นแล้วล่ะ เม้นน้อยไรต์ไม่มีแรงมาต่อ ต้องช่วยกันเม้นนะ ไรต์จะได้กลับมา

ฝากติดแท็กด้วยค้าบ #ลับ19มบ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 936 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,584 ความคิดเห็น

  1. #2402 toto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 20:48

    มาร์คมาช่วยน้องเร็ว

    #2,402
    0
  2. #2380 MarkP_endear. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 01:10
    พี่มาร์คมาเร็วววว น้องจะแย่แล้ว
    #2,380
    0
  3. #2364 Rose (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:57

    มมาร์คช่วยน้องด้วย...ไปตายซะอินซาฉันเกลียดแกกกทำลูกฉันทำไมมมม

    #2,364
    0
  4. #2334 AdaAps (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 07:05
    แงง้ รอนะคะ รีบมาต่อเร็ววว พี่มาร์คต้องมาช่วยน้องแบมนะ😭
    #2,334
    0
  5. #2333 Ptttttch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 09:14

    มาช่วยน้อง เร็วๆ

    #2,333
    0
  6. #2332 Pimtcnct (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 01:00
    ปมเรื่องดีมากเลยค่ะ แต่ตอนนี้คือลุ้นมาก มาร์คต้องมีสกิลพระเอกมาช่วยน้องให้ทันดิ!
    #2,332
    0
  7. #2331 0948760391 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 00:47

    พี่มาร์คมาช่วยน้องเร็วๆนะ
    #2,331
    0
  8. #2330 Thursday&Autumn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 19:53

    พี่มาร์ครีบมาช่วยน้องเร็วๆเลยนะ
    #2,330
    0
  9. #2329 Nisa_9397 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 15:50
    มาร์คมาเร็วๆๆ
    #2,329
    0
  10. #2328 mineboominee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 10:26
    มาร์คมาช่วยน้องเร้วววว
    #2,328
    0
  11. #2327 FangTanarak (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:43

    มาร์คมาช่วยน้องเร็วๆๆๆ /// รีบกลับมาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #2,327
    0
  12. #2326 Adiarus (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:16
    ม้าคคคคคคคคค มาช่วยน้องเร็วๆๆ
    #2,326
    0
  13. #2325 Kibibiza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 22:18
    มาช่วยแบมด้วยนะมาร์ค
    #2,325
    0
  14. #2324 soso2226 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 21:48
    สงสารน้อง ทำไมต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ขอให้มีคนมาช่วยน้องทันด้วยยยน้า
    #2,324
    0
  15. #2323 Duen2528 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 20:01
    เอาจริงๆก็คืออยากให้มาอัพทุกๆวันเลย เพราะติดและชอบเรื่องนี้มาก คือหายไปนานจนเราเริ่มเสียดาย ว่าจะมาอัพอีกไหม มาอัพบ่อยๆนะคะ ติดตามตลอด ติดทุกเรื่องเลย
    #2,323
    0
  16. #2322 My love markbam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 14:55
    พี่มาร์ค มาเร็วๆๆๆๆ
    #2,322
    0
  17. #2321 รักนบบ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 09:45

    โอ้ยยยยยยยยยยยย ทำไมไม่มาช่วยสักทีใจจะขาดดดดดดดด ฮืออออออออออออออออ

    #2,321
    0
  18. #2320 pp_bb38 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 09:42
    ลุ้นมากกกกกก
    #2,320
    0
  19. #2319 YupawadeeAllamat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 07:16
    อิพี่อยู่หนายยยยยมาช่วยน้องด่วนเลยยยยยย
    #2,319
    0
  20. #2318 nananam- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 06:06
    มาร์ครีบมาช่วยแบมเร็ววววว
    #2,318
    0
  21. #2317 MBLOVE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 05:35

    ????????ชอบมากๆ ไรท์เขียนดีมากค่ะ มาต่อเร็วไนะคะลุ่นค่ะพี่มาร์คจะมาช่วยน้องทันไหม ใจจิขาดแล้ว หัอกคนเป็นแม่ที่เห็นลูกโดนทำร้ายยยย ????????????????

    #2,317
    0
  22. #2316 piyawan1p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 05:28
    รอพี่มาร์คมาช่วยน้องแบมมมมม
    #2,316
    0
  23. #2315 uromtbb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 03:18
    น้องงงงงง
    #2,315
    0
  24. #2314 i_am_a_weirdo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 02:24
    อีพี่ขี่ม้าขาวมาไวๆเลย
    #2,314
    0
  25. #2313 saiPrincess (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 02:24
    พี่มาร์คเร็ววว วิ่งถึงไหนแล้ววววว!!
    #2,313
    0