BlackMail #ลับ19มบ [MARKBAM]

ตอนที่ 10 : TAPE NINE [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 682 ครั้ง
    5 ก.ย. 62



TAPE NINE

            “คุณมาร์ค เลิกทำตัวไร้มารยาทกับผมเสียที” แบมแบมต่อว่าคนตรงหน้า แถมทำหน้าตาโกรธสุด ๆ แม้ว่าหัวใจจะเริ่มทำงานไม่ปกติตั้งแต่ที่มาร์คเข้ามาใกล้ 


“ปากด่าแต่สายตาเย้ายวนแบบนี้มันหมายความว่ายังไง” มาร์คถามพร้อมแต้มยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่วนคนที่ถูกจับได้ก็ต้องหลบสายตาหนีความจริง 


“อย่าหลงตัวเองให้มากเลย ช่วยเลิกคิดว่าทุกคนอยากได้คุณ ผมคนหนึ่งและที่ไม่ต้องการ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น” พอคิดเหตุผลที่เกลียดมาร์คก็ทำให้สายตาเริ่มกลายเป็นสายตาเย็นชา ตาสวยช้อนมองคนที่อยู่ตรงหน้า ทำให้มาร์ครับรู้ได้ว่าแบมแบมคนเดิมกลับมาแล้ว “ผมยังเกลียดคุณมากด้วย ไม่รู้ต้องย้ำถึงเท่าไรสิ่งที่ผมพูดจะเข้าไปในหัวคุณบ้าง” 


ยอมรับเลยว่ามันเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังเจ็บไม่น้อย… มันก็สมควรที่จะได้รับแล้วล่ะ ทำร้ายแบมแบมก็ต้องถูกเกลียดมันก็ถูกแล้ว แต่


“มันไม่แฟร์” แบมแบมขมวดคิ้วทันทีหลังจากที่มาร์คพูดแบบนั้นเพราะไม่เข้าใจว่าเขากำลังหมายความว่ายังไง


“ไม่แฟร์อะไร”  


“ฉันไม่เชื่อว่าฉันเคยทำร้ายนาย” คำพูดของมาร์คทำคนตัวบางแค่นหัวเราะออกมา “มันต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดแน่ นายกำลังเข้าใจอะไรฉันผิดไปใช่ไหม” 


“ความจำเสื่อมหรือยังไงถึงจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรไว้บ้าง!!!” 


” 


“คุณมันเลว!! สั่งให้คนมาข่มขืนผม คุณคิดได้ยังไง คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า แล้วนี่อะไร… มาพูดว่าผมเข้าใจอะไรผิด ทั้ง ๆ ที่ผมเห็นกับตาว่าคุณเป็นคนออกคำสั่งไอ้พวกเลวนั่น” พอได้ยินเรื่องร้าย ๆ พวกนี้จากปากแบมแบมก็ทำมาร์คตาร้อนผ่าวขึ้นมา เขาไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่เขาทำในอดีต แม้แต่เขาเองก็ยังคิดว่ามันโหดร้าย แค่คิดภาพแบมแบมโดนทำร้ายก็ทำเขาเจ็บจี๊ดที่หัวใจขึ้นมาและในขณะเดียวกันก็โมโห ถ้ามีเครื่องเวลาย้อนกลับไปอดีตได้ เขาจะไล่กระทืบพวกที่เข้ามาทำร้ายแบมแบม และต่อยสั่งสอนตัวเองให้มีความเป็นคนขึ้นมา


“นั่นไม่ใช่มาร์คที่เป็นฉัน


“อะไรนะ?” แบมแบมถามกลับด้วยความมึนงงปนตลกในคำพูดประหลาด ๆ ของมาร์ค 


“ฉันไม่รู้ว่าคนในอดีตฉันเป็นยังไง มันอาจจะเป็นคนที่ตายจากไปแล้วก็ได้” 


“คุณพูดอะไรของคุณ เป็นบ้าไปแล้วเหรอ” 


“นายถามฉันใช่ไหมว่าฉันความจำเสื่อมหรือเปล่า”



“ใช่ ฉันความจำเสื่อม” ในที่สุดมาร์คก็ได้เปิดเผยความลับอีกอย่างไปกับแบมแบม ในตอนนี้เขาไม่รู้สึกกลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าแบมแบมจะเอาไปแฉหรืออะไรก็ตามแต่ตอนนี้เขายอมหมดแล้ว เพราะเขาไม่อยากเป็นมาร์ค ของ JMJ อีกต่อไปแล้ว 


ส่วนแบมแบมได้ยินมาร์คพูดแบบนั้นก็ได้แต่จ้องหน้ามาร์คด้วยอาการช็อกค้าง มันเป็นความลับใหม่ที่เหมาะแก่การโจมตี แต่ทำไมในตอนนี้ในหัวแบมแบมถึงลืมเรื่องแก้แค้นไปทั้งหมด ในตอนนี้มีแต่คำถามเกิดขึ้นในหัวว่า มาร์คไปความจำเสื่อมตอนไหน


“ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าฉันเคยทำร้ายนายแบบนั้น ถึงฉันจะเลวอยู่บ้าง แต่ฉันว่าฉันไม่ได้เลวถึงขั้นอยากจะสั่งให้ใครไปทำร้ายใคร”


” 


“มันอาจจะดูเหมือนใจร้าย แต่ฉันแค่อยากจะขอให้นายช่วยลืมเรื่องนั้นได้ไหม”


” 


“มาร์คคนนั้นได้ตายจากไปแล้ว” 


” 


“ฉันอยากขอโอกาสให้มาร์คคนนี้ ที่คนละคนกับมาร์คที่นายเคยรู้จัก”


” 


หัวสมองของแบมแบมโล่งว่างไร้คำตอบ ในตอนนี้แบมแบมทั้งสงสัยทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับมาร์ค และในขณะเดียวกันหัวของเขามีคำถามของมาร์ควนเวียนอยู่ในหัว พอบอกว่านี่คือมาร์คคนใหม่ แบมแบมก็เผลอใจเอนเอียงไปว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว และเปลี่ยนไปมากด้วย แต่พอคิดถึงเรื่องที่โดนทำร้ายอีกครั้งมันก็ทำให้แบมแบมทำใจที่จะยอมรับคำพูดนั้นไม่ได้


ฝ่ามือหนาเลื่อนมาประคองใบหน้าสวยอย่างเบามือ เขาลูบแก้มกลมอย่างเบามือเหมือนกลัวคนตรงหน้าจะบอบช้ำจากการโดนเขาสัมผัส สายตาที่แสนเจ็บปวดปนอบอุ่นไล่มองไปทั่วใบหน้าของแบมแบม ทำให้คนที่มองอยู่นั้นยิ่งลังเลใจมากขึ้นไปอีก มันยากที่จะยอมรับความจริง จะให้โอกาสตอนนี้มันก็คงจะง่ายเกิน


“เรามาเริ่มนับหนึ่งกันดีไหม” มาร์คพูดเสียงนุ่มทำคนฟังใจสั่นขึ้นมาอย่างไม่ควรจะเป็น แบมแบมกลั้นลมหายใจเพราะรู้สึกอึดอัดกับความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ จะก้าวขาเลือกสักทางมันก็ก้าวไม่ออก “ยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ ฉันรู้ว่ามันไม่ได้ง่าย” 


“ผมไม่ให้โอกาสคุณ มันตอบได้ง่ายจะตาย” แบมแบมกลั้นใจพูดสิ่งที่คิดว่ามันดีแล้ว แต่พูดออกไปแล้วทำไมถึงไม่ได้รู้สึกสะใจเหมือนที่ผ่านมานะ 


“ตอนนี้นายควรจะเชื่อฟังหัวใจนายมากกว่าสมองนะ” 


คำพูดของมาร์คทำแบมแบมแอบลอบกลืนน้ำลาย อีกทั้งต้องรีบหลบสายตาทันทีเพราะกลัวสายตาของตัวเองจะไปบอกอะไรมาร์คอีกแล้ว แบมแบมไม่อยากให้ตัวเองเป็นอย่างนี้ ไม่อยากจะให้อภัยคนคนนี้ง่าย ๆ อยากจะใจแข็งมากที่สุด แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าสิ่งที่อยากจะทำมันทำให้รู้สึกอึดอัด มันเหมือนกำลังแบกความรู้สึกบางอย่างไว้ อยากจะวางมันลงแต่วางไม่ได้ เพราะมันไม่ยุติธรรมกับสิ่งที่เคยโดนกระทำ 


“ขอจูบหน่อยได้ไหม” มาร์คถามขึ้นเสียงอ้อน จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนอารมณ์ขึ้นมาซะงั้น แต่ที่มาร์คทำแบบนั้นเพราะเขาไม่อยากให้แบมแบมจมอยู่กับความคิดเรื่องอดีต เขาอยากจะทำอะไรที่ทำให้แบมแบมได้เปลี่ยนใจและลองมองเขาในร่างใหม่ที่ไม่ใช่คนที่แบมแบมเคยรู้จัก


“คคุณพูดบ้าอะไรของคุณ คุณก็รู้ว่าผมไม่มีทางยอมให้คุณจูบแน่ ๆ” แบมแบมโวยวายใหญ่โต ในขณะเดียวกันแก้มก็เริ่มเปลี่ยนสีทำให้คนตรงหน้าอ่านออกอีกแล้ว


“ไม่แปลกใจบ้างหรือไงว่าทำไมฉันถึงขออนุญาตนายก่อนจูบ” 


“ก็แปลก” แบมแบมตอบพร้อมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาหวาดระแวง เดาไม่ถูกเลยว่ามาร์คกำลังจะมาไม้ไหนกันแน่


“ฉันก็แค่… อยากจะรู้ว่านายจะให้ฉันจูบหรือเปล่า มันอาจจะเป็นคำตอบว่านายเริ่มรู้สึกดีกับฉันบ้างหรือยัง” มาร์คตอบพร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างลืมตัว ทั้งที่บอกตัวเองว่าอย่าทำตัวเป็นตัวร้าย แต่มันก็อดที่จะส่งยิ้มร้าย ๆ ให้คนตรงหน้าไม่ได้

 

“ความขี้มโนและความหลงตัวเองของคุณนี่มันสูงเหลือเกินนะ” ครั้งนี้แบมแบมไม่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแดกดัน แถมยังหลบสายตามาร์คอีก


“ที่รู้ ๆ ฉันว่านายต้องรู้สึกดีกับฉันบ้างแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นนายคงไม่นอนนิ่งให้ร่างฉันทับนายแบบนี้หรอก”​ คำพูดของมาร์คทำให้แบมแบมเพิ่งมีสติได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในท่าที่นอนราบกับโซฟา และมาร์คก็เอาขามาก่ายร่างเขาไปครึ่ง ยังดีที่มาร์คยังเว้นระยะห่างความใกล้ชิดโดยการเท้าศอกคุย


“ออกไปไกล ๆ ผม” แบมแบมเอามือดันมาร์คให้ออกห่าง แต่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตามคำสั่ง แบมแบมอาจจะลืมไปว่าเขาเก่งเรื่องเอาแต่ใจตัวเองที่สุด


“อยากอยู่ใกล้ก็ไม่เห็นต้องวางฟอร์มผลักไสกันเลย ฉันดูออกหรอก”


“ผมไม่ได้อยากใกล้คุณ!” 


“ที่ไม่อยากอยู่ใกล้เพราะกลัวจะใจอ่อนล่ะสิ” ยิ่งตอนที่มาร์คยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งทำแบมแบมต้องรีบหันหน้าหนีเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ความรู้สึกของตัวเองมันผิดปกติไป


“ใกล้แค่ไหนผมก็ไม่มีทางรู้สึกอะไรหรอก ผิดกันมันยิ่งทำให้ผมอยากจะอ้วก ผมขยะแขยงคุณเต็มทน คุณต้องให้ผมพูดสักกี่ครั้ง” 


“งั้นเหรอ” เพราะอยากรู้ว่ามาร์คเจ็บกับคำพูดเมื่อกี้บ้างไหม แบมแบมถึงได้ยอมหันไปมองหน้าเขา แต่ช่างอ่านความรู้สึกยากเสียจริง ๆ แม้แต่แววตาของเขาก็ไม่ให้คำตอบอะไรเลย “งั้นขอลองพิสูจน์หน่อยสิ” 


แต่พอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของมาร์คก็ทำให้แบมแบมรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ และในจังหวะที่มาร์คโน้มหน้าลงมาอย่างช้า ๆ ก็ร่างกายบางเกร็งไปหมดทุกส่วน แบมแบมพยายามกลั้นลมหายใจและข่มความตื่นเต้นของตัวเองไว้ไม่ให้ฝ่ายนั้นหัวเราะเยาะได้


มาร์คยิ้มมุมปาก เขาอ่านการกระทำของคนตรงหน้าออกทุกอย่าง อยากแกล้งมันก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่หลัก ๆ ที่ทำการพิสูจน์นี้เพราะเขาคิดถึงทุกสัมผัสของแบมแบมต่างหาก


ริมฝีปากเข้าจูบเบา ๆ ไปที่ลำคอยาว เป็นสัมผัสเล็ก ๆ ที่เปิดผลึกความรู้สึกของแบมแบม เจ้าตัวบางเบิกตากว้างด้วยอาการตกใจ ยิ่งมาร์คพรมจูบมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกเกร็งมากยิ่งขึ้น มือเล็กกำมันแน่น พยายามกลั้นลมหายใจเพื่อให้ตัวเองผ่านด่านทดสอบนี้ไปให้ได้ แต่มันไม่ได้ง่ายเลยสักนิด 


“ขยะแขยง ออกไปจากผมนะ” แบมแบมพูดสวนทางความต้องการของตัวเอง การลอบกลืนน้ำลายลงคอครั้งแล้วครั้งเล่าให้ทำให้มาร์ครู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวแสบกำลังปากแข็งกับเขา


“ต้องการก็บอกต้องการ จะปากแข็งทำไม” 


“ผมไม่ได้ปากแข็ง ผมขยะแขยงคุณ” มาร์คถอนหน้าจากการพรมจูบลำคอเรียว เขาเลื่อนใบหน้ามามองใบหน้าสวยในระยะประชิด แบบประเภทลมหายใจรดแก้มคนที่อยู่ใต้ร่าง ส่วนแบมแบมทำได้เพียงกัดปากตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าพยายามบอกตัวเองให้มีสมาธิเข้าไว้แต่มันไม่ช่วยเลย


“ลองคิดว่าฉันไม่ใช่มาร์คคนที่นายเกลียดสิ”



“ลองมองว่าฉันเป็นคนคนหนึ่งที่ไม่เคยมีเรื่องราวในอดีต”



“ลองใช้หัวใจมองดู”


” 


“ว่าจริง ๆ แล้ว นายเกลียดฉันหรือเปล่า” 


มาร์คไม่รอให้แบมแบมตอบคำถาม เขาโน้มใบหน้าลงมาเพื่อปิดริมฝีปากอวบตามที่ใจปรารถนา ส่วนคนถูกจูบก็ตกใจไม่น้อย ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่จูบกับมาร์คแต่เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวถึงได้ตกใจ


แต่แปลกที่จูบที่มาร์คมอบให้ตอนนี้มันแตกต่างจากจูบที่เคยถูกสัมผัสมา ครั้งนี้เขาทำเพียงแค่นำริมฝีปากมาประกบค้างไว้ทั้งที่ปกติเขาชอบจูบแบบบดขยี้ริมฝีปาก และก็แปลกที่จูบนี้ทำให้อาการเกร็งทั้งหมดของแบมแบมหายไปทั้งหมด 


มาร์คเริ่มให้รสชาติจูบโดยการงับริมฝีปากอวบอย่างเบา ๆ เขาตั้งใจมอบจูบที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ สัมผัสที่แสนอ่อนนุ่มของเขามันทำให้ร่างกายของแบมแบมไร้เรี่ยวแรง และทำให้ความคิดฟุ้งซ่านในหัวหายไปทั้งหมด ในตอนนี้สิ่งเดียวที่แบมแบมโฟกัสอยู่นั่นก็คือจูบของมาร์ค ยิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจูบตอบมาร์คอย่างอ่อนโยนเช่นกัน ก็ทำพวงแก้มกลมเริ่มมีเลือดฝาด 

.

.

.

.

.

.

(NC 0%) << เนื้อหาอยู่ฉบับรวมเล่มแล้ว 

.

.

.

.

.

.

.

 

 

เช้าวันต่อมา


แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีขาวโปร่งทำให้พื้นที่ห้องที่มืดมิดในยามค่ำคืนถูกเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นของแสงแดดยามเช้า บนเตียงนอนขนาดเล็กมีร่างสองร่างนอนคู่อย่างใกล้ชิด เสื้อผ้าที่ทั้งคู่ใส่หลังอาบน้ำเมื่อคืนถูกถอดทิ้งไว้บนพื้นห้อง บ่งบอกความหมายว่าในยามค่ำคืนนั้นเขาทั้งสองได้ทำอะไรที่มากกว่าแค่พูดคุย

 

คนตัวบางพลิกตัวไปมาด้วยอาการงัวเงีย แต่สุดท้ายก็ต้องตื่นนอนเพราะเคยชินที่จะตื่นนอนเวลานี้ และภาพแรกที่เห็นหลังจากเปิดเบิกตาก็ทำเจ้าของใบหน้าสวยที่กำลังแสดงอารมณ์แสนสุขจากการนอนเต็มอิ่มต้องเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน


แบมแบมเกลียดตัวเองที่พ่ายแพ้ต่ออารมณ์ปรารถนาจนต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ และเกลียดตัวเองที่ต้องกลับมาเป็นเหยื่อให้มาร์คได้ย่ำยีอีกครั้ง แต่… 


แค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ก็ทำให้เจ้าตัวบางใจเต้นแรงซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่อยากให้เกิด แต่ถึงอย่างไรแบมแบมก็ไม่สามารถโกหกความรู้สึกของตัวเองได้ว่าเซ็กส์ครั้งล่าสุดมันทำให้ใจสั่น อาจจะเป็นเพราะมาร์คมาในโหมดอ่อนโยน และก็ไม่มีการถ่ายคลิปแบล็กเมล์ เพราะอย่างนั้นเลยทำให้แบมแบมเหมือนตกอยู่ในบ่วงภวังค์อะไรสักอย่าง พอกำลังเคลิ้ม ๆ เข้าหน่อยก็ต้องรีบปลุกตัวเองจากความคิดบ้า ๆ พยายามคิดถึงเรื่องความรู้สึกที่โกรธเกลียดก่อนนั้น พอจำเรื่องความหลังได้ แบมแบมก็ไม่อยากจะให้อภัยคนคนนี้เลย ไม่อยากให้อภัยเลยสักนิด แต่ถึงอย่างไร แบมแบมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงยอมให้คนที่ตัวเองเกลียดเข้าหาและยอมให้เขาทำเรื่องแบบนี้ได้


อีกครั้งที่เสียงของมาร์คที่บอกว่าเขาความจำเสื่อม และบอกว่าเขาเป็นคนใหม่ดังขึ้นในหัว แบมแบมก็ไม่อยากจะเชื่อคำพูดใจร้ายหรอก แต่หลาย ๆ อย่างที่เห็นมันก็ทำให้แบมแบมเถียงคำพูดเหล่านั้นไม่ได้ 


มาร์คดูเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ที่ผ่านมาแบมแบมอคติกับเขามากจนไม่เคยยอมรับข้อนี้ แต่พอวันนี้ได้มาลองคิด ๆ ก็เห็นว่ามีหลายเหตุการณ์ที่มาร์คไม่เหมือนมาร์คคนเดิม และถ้าจะให้บอกว่าเป็นมาร์คคนละคน ก็อาจจะเชื่อก็ได้ แต่เรื่องนั้น


มันไม่มีทางเป็นไปได้ มาร์คก็คือมาร์ค จะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง ยังไงเขาก็คือมาร์คที่ทำผิด ทำเรื่องโหดร้าย ใครจะยอมให้อภัยเรื่องแบบนั้นง่าย ๆ กันล่ะ’ แบมแบมคิดในใจ พร้อมยันตัวลุกขึ้นนั่ง การตื่นนอนของแบมแบมทำให้มาร์ครู้สึกตัว เขาเปิดเปลือกตามองหน้าคนข้างกายอย่างสะลึมสะลือ แต่ก็โดนอีกคนทำหน้ายักษ์ใส่ก่อนจะลุกออกจากเตียงและวิ่งหายไปในห้องน้ำ ส่วนคนเพิ่งตื่นก็ได้แต่มองตามหลังเจ้าของร่างเปลือย จนอีกฝ่ายปิดประตูห้องน้ำเสียงดังก็ทำเขาหลุดขำในลำคอ 


ความเงียบทำให้มาร์คนึกถึงฝันที่เพิ่งฝันถึงเมื่อกี้ ฝันที่ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าฝันพวกนั้นกำลังบอกอะไรเขาหรือเปล่า


หลายวันมานี่เขาฝันเรื่องราวตอนเขาอยู่ที่โรงเรียนมัธยม ในฝันของเขามักจะมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ปรากฏอยู่เสมอ มาร์คไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร ทำไมเขาถึงฝันว่าตัวเองแอบมองเด็กคนนั้นอยู่บ่อย ๆ หรือฝันพวกนั้นกำลังบอกความทรงจำของเขาที่หายไป 


เพราะกลัวภาพเหล่านั้นจะเลือนหายจากความทรงจำ มาร์คจึงต้องบันทึกไว้โดยการวาดรูป เขาทำแบบนี้ทุกครั้งที่ฝันถึงเรื่องราวสมัยตอนเรียนมัธยม มาร์คถือวิสาสะใช้ของในห้องของแบมแบมโดยไม่เอ่ยปากขอคนตัวเล็ก เขาหยิบปากกาและกระดาษเปล่ามาวาดเรื่องราวความฝันที่เขาเห็น หลังจากวาดทุกอย่างลงกระดาษหมดแล้วเขาก็ได้แต่นั่งจ้องภาพวาดและหาคำตอบกับมันว่าภาพพวกนี้ที่เกิดขึ้นในฝันมันเป็นความทรงจำของเขาที่หายไปเปล่า

.

.

.

.

.

 

 

BAMBAM’S PART 


บ้าเอ๊ยผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะต้องมารู้สึกอึดอัดในพื้นที่บ้านของตัวเอง ตอนนี้ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าไอ้มาร์ค เลยได้แต่ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ มันต้องแซวผมเรื่องเมื่อคืนแน่ ไม่ก็พูดอะไรที่หลงตัวเองอีก ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องเมื่อคืน และไม่ต้องมาถามเหตุผลว่าทำไมผมถึงทำเรื่องแบบนั้น ไม่รู้โว๊ยอย่าถาม!! 


แต่ตอนนี้ผมอยู่ในห้องน้ำมากพอแล้วและการที่ผมยืนมองตัวเองในกระจกมันทำให้ผมเสียเวลา วันนี้มีกิจกรรมหลายอย่างที่ผมต้องไปทำ ไหนจะต้องไปทำงาน มีประชุม และตอนเย็นก็ต้องออกไปงานเลี้ยงวันเกิดคุณลีซองจุนกับคุณมิเชลอีก เพราะงั้นผมไม่ควรจะมาเสียเวลากับคนไม่มีค่าอย่างไอ้มาร์ค 


ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เป็นการเรียกพลัง จากนั้นก็หยิบผ้าขนหนูมาห่อตัวอีกชั้นเพื่อไม่ให้ไอ้มาร์คได้เห็นว่ามันทำรอยตรงไหนบนตัวผมบ้าง ผมเปิดประตูห้องน้ำและรีบกวาดสายตามองหาไอ้ตัวร้าย แล้วผมก็เห็นมันกำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานของผม มันนั่งนิ่งและมองอะไรอยู่ก็ไม่รู้ เพราะสงสัยผมเลยแอบย่องเข้าไปดู 


มาร์คไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าผมออกจากห้องน้ำแล้ว นี่ผมเดินมาใกล้มันขนาดนี้มันยังไม่รู้ตัวเลย มันดูอะไรอยู่วะ ไม่ใช่ว่ามันเสียมารยาทดูของส่วนตัวผมเหรอ


ผมรีบพุ่งเข้าไปเตรียมต่อว่ามัน แต่ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าสิ่งที่มันมองอยู่ไม่ใช่สิ่งของที่ผมหวง แต่ในทางกลับกันผมกลับสงสัยมากกว่าเก่าอีกว่ามันกำลังดูอะไร 


“อ้าว อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ” มันตื่นอาการเหม่อแล้วก็หันมาถามผม พร้อมเอามือรวบกองกระดาษที่อยู่ในมือตัวเอง แต่ตาผมไวมากพอผมเลยเห็นว่ากระดาษนั่นคืออะไร 


“คุณวาดรูปอะไร” ผมไม่ได้สนใจนะ ผมแค่อยากเสือกว่าทำไมมันถึงวาดรูปคนเยอะแยะเต็มไปหมด แถมมันหลอนตรงที่คนที่มันวาดไม่มีหน้าด้วย


“ฉันวาดรูปความฝันของฉันของวันนี้” ประหลาดคน… ผมไม่เคยเห็นใครวาดรูปความฝันตัวเองเลย “อยากดูไหม” 

คำถามของมาร์คทำผมอึ้งไปชั่วครู่ เพราะผมไม่คิดว่ามันจะอยากแบ่งให้ผมดูฝันของมันด้วย ผมควรจะปฏิเสธ แต่เพราะอยากรู้ว่ามันวาดรูปอะไรบ้าง ผมเลยยื่นมือไปรับกระดาษจากมือมาร์ค 


ภาพที่ไอ้มาร์ควาดเป็นภาพเด็กผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนผมซึ่งก็เป็นโรงเรียนของมันนั่นแหละ แต่ในภาพไม่มีหน้าของเด็กผู้ชายคนนั้น หรือว่าที่มันวาดไม่ได้เพราะมันป่วยเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้ มันถึงวาดหน้าของคนในฝันไม่ได้ แต่จะว่าไป… ลายเส้นของมันทำไมคุ้นตาจัง… เหมือนผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็คงไม่แปลกหรอกมั้งที่ผมรู้สึกคุ้น เพราะผมกับมันเคยอยู่โรงเรียนเดียวกัน 


“ฉันไม่รู้ว่าภาพพวกนี้เป็นภาพความทรงจำของฉันที่หายไปหรือเปล่า” มาร์คพูดพร้อมเหม่อลอย


นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นมันในมุมอ่อนแอ ผมควรจะสะใจแบบที่เคยรู้สึก แต่ทำไมวันนี้ผมกลับรู้สึกสงสารที่มันความทรงจำหาย แบบนี้มันไม่แฟร์กับผมเลยสักนิด ทุกสิ่งที่ผมสูญเสียไป มันจะถูกลืมเลือนเพราะความน่าสงสารของมันเหรอ ที่ผ่านมาที่ผมเจอเรื่องเลวร้ายมาตั้งมากมาย มีใครบ้างที่สงสารผม 


“ก็อาจจะใช่… แต่เดี๋ยวอีกหน่อยคุณก็คงจะวาดภาพเหตุการณ์ตอนที่ทำร้ายผมได้” ผมแสดงความเย็นชาออกไปอย่างที่ผมควรจะทำ ไอ้มาร์คไม่ได้พูดตอบอะไรผม แต่มันกำลังใช้สายตาพูดแทนว่ามันกำลังรู้สึกอะไรข้างใน


ที่ผมรับรู้ได้คือความเสียใจ มันเสียใจกับอดีตที่มันทำกับผมเหรอ… ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี แต่ต่อให้มันรู้สึกผิดและขอโทษผมสักกี่พันครั้ง ผมก็จะใจแข็ง ไม่ยอมให้อภัยมันง่าย ๆ เพราะสิ่งที่ผมสูญเสียไปมันคือความสุขของผมทั้งชีวิต


และต่อไปผมจะไม่ใจอ่อนอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มันกระทำกับผม ต่อจากนี้จะไม่มีแบมแบมคนที่ไม่รักตัวเองอีกแล้ว 


“คุณออกจากบ้านผมไปได้แล้ว และต่อไปก็อย่ามาที่นี่อีก” 


ผมพูดพร้อมวางกระดาษภาพวาดของมันลงบนโต๊ะ จากนั้นก็พาตัวเองไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดที่จะใส่ไปทำงาน แต่ทำไม… ผมรู้สึกว่าหายใจไม่ทั่วท้องแบบนี้ ทำไมผมถึงรู้สึกซึมขึ้นมา ผมไม่ควรรู้สึกอะไรแบบนี้ ท่องไว้สิแบมแบม!มันคือผู้ชายเลวที่ทำร้ายอนาคตที่สดใสของนายเลยนะเว้ย


แต่ท้ายที่สุดผมก็แอบหันไปมองมาร์ค ตอนนี้มันกำลังหยิบเสื้อผ้าของตัวเองมาใส่ จากนั้นมันเดินกลับมาหยิบกระดาษที่มันวาดและกุญแจรถ ใช้เวลาเพียงไม่นานมันก็เดินออกจากบ้านผมไปโดยไม่พูดจาอะไรสักคำ มันก็ดีแล้วที่เป็นแบบนี้


ดีแล้ว… 

.

.

.

.

.


 

 

09:42 P.M. 


รถคันหรูเลื่อนมาจอดหน้าร้านดอกไม้ในย่านอินซาดง เจ้าของรถผ่อนลมหายใจปัดเป่าอารมณ์หน่วงที่ก่อจิตใจของเขามาทั้งวัน แต่มันก็ไม่ช่วยทำให้มาร์ครู้สึกดีเลยสักนิด 


หลังจากที่โดนแบมแบมไล่ออกจากบ้าน มาร์คก็กลับไปยังเพนท์เฮ้าส์ของเขา และใช้เวลาในการนึกความทรงจำที่หายไปของเขากับภาพที่เคยวาด แต่ต่อให้เขาพยายามคิดเท่าไรมันก็ไม่ทำให้เขาได้คำตอบ มาร์คไม่รู้ว่าตัวเองจมอยู่กับความซึมเศร้าอยู่นานเท่าไร จนมินวูเพื่อนที่เขาตามหาโทรติดต่อกลับมาว่าเขาอยู่ที่บ้านแล้ว มาร์คก็รีบมาที่นี่เพื่อมาตามหาความทรงจำที่เหลือกับเพื่อน 


และมาร์คก็ได้แต่หวังว่าการได้เจอมินวูครั้งนี้จะทำให้เขาได้คำตอบเรื่องราวสมัยเรียน ว่าคำตอบของมินวูจะเหมือนกับที่เขาได้ยินมาจากคนรอบตัวหรือไม่ 


มาร์คหยิบหมวกกับแมสมาปิดบังใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้คนที่อยู่แถวนี้ได้รู้ว่าเขาคือใคร เมื่อปิดบังใบหน้าเรียบร้อยแล้วมาร์คก็ลงจากรถและเดินตรงไปยังร้านดอกไม้


กริ๊ง


เสียงกระดิ่งตรงประดูดังขึ้นบอกเจ้าของร้านว่ามีคนเข้ามา มินวูที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ร้านมองไปทางเสียง เห็นชายหนุ่มร่างสูงที่มีออร่าจับแม้ปิดบังใบหน้าอยู่ ก็ทำมินวูยกยิ้มทันทีเพราะรู้ว่าใครมาหาเขา ส่วนมาร์คเองก็ไม่มั่นใจสักเท่าไรว่าคนที่เขากำลังมองอยู่นั้นใช่เพื่อนหรือเปล่า เพราะเขาทั้งความจำเสื่อมและจำหน้าคนไม่ได้ ไม่มีทางรู้แน่จนกว่าฝ่ายนั้นจะทักเขาก่อน 


“ไม่อยากจะเชื่อว่ามาร์คต้วนจะมาหา ขอถ่ายรูปไปอวดเพื่อนได้ไหมครับคุณมาร์ค” มินวูเอ่ยทักแบบติดตลก ทำให้มาร์คได้รู้ว่าคนคนนั้นคือเพื่อนสมัยเรียนของเขา มาร์คหันมองซ้ายขวาก่อนจะถอดแมสเพื่อคุยกับเพื่อนได้ถนัดมากขึ้น 


“สบายดีไหม” มาร์คถามพร้อมแต้มยิ้มเล็ก ๆ เขารู้สึกเกร็งกับการพูดคุยกับมินวูครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะเขาจำเรื่องราวความสัมพันธ์กับเพื่อนคนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่นิด


“สบายดี นายล่ะ โอเคใช่ไหม” แค่มินวูถามมาร์คก็รับรู้ได้ว่ามินวูหมายถึงข่าวฉาวที่เขาโดนแบมแบมลงโทษ มาร์คไม่ตอบแต่พยักหน้ารัวเป็นการบอกว่าเขาโอเค “ว่าแต่นายมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้เร่งตามหาฉัน เห็นแม่เล่าให้ฟังว่านายโทรเช็คกับแม่ตลอดว่าติดต่อฉันได้หรือยัง”


เอาล่ะ เหมือนว่านี่จะเป็นคำพูดที่ทำให้มาร์คได้เริ่มเปิดคำถามที่คาใจมานานของเขาสักที


“นายพอจะมีเวลาคุยกับฉันเรื่องสมัยเรียนมัธยมไหม” คำถามของมาร์คทำให้มินวูมองหน้ามาร์คด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ถึงจะสงสัยว่าเรื่องมัธยมเนี่ยนะที่ทำให้มาร์คอยากเจอเขา แต่มินวูก็พยักหน้าตอบตกลงโดยไม่ต้องถามเหตุผล เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวสูง และพามาร์คเข้าไปในเขตบ้านของเขา 


“ที่รัก เขาฝากดูร้านหน่อยนะ” มินวูพูดกับภรรยาของเขา ส่วนมาร์คเห็นว่าภรรยาของเพื่อนมองมาที่เขาด้วยใบหน้าตกตะลึง เขาก็ทำเพียงแต้มยิ้มบางเป็นการทักทาย ก่อนจะรีบเดินตามมินวูเข้าไปในบ้าน “นายคงไม่รู้ล่ะสิว่าฉันมีลูกมีเมียแล้ว” 


มินวูอัปเดตเรื่องราวของเขาให้มาร์คฟัง มินวูคิดว่ามาร์คจะตกใจที่เห็นเขามีภรรยาแล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้นมาร์คกลับรู้สึกมึนงงมากกว่า เพราะเขาแทบไม่รู้จักมินวูเลยด้วยซ้ำ 


“แต่งงานกันนานหรือยัง” มาร์คชวนคุยตามมารยาทเพราะเห็นมินวูพูดถึงเรื่องครอบครัว มินวูยังไม่ตอบในทันที เขารอให้มาร์คได้นั่งเรียบร้อยก่อนถึงตอบคำถามของมาร์ค 


“จบมัธยมก็แต่งงานเลย” คำพูดของมินวูทำมาร์คตกใจ เพราะเขาไม่คิดว่าเพื่อนจะแต่งงานเร็วขนาดนั้น “แฟนฉันท้องตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนศิลปะการแสดงแล้ว เพราะงั้นฉันถึงไม่ได้ทำตามความฝันเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ”


“นายไม่เสียใจบ้างเหรอ” มาร์คถามเพราะเขารู้ว่าเด็กส่วนใหญ่ที่เรียนโรงเรียนศิลปะการแสดงต่างก็อยากจะเฉิดฉายในวงการบันเทิงกันทั้งนั้น แต่พอคิดถึงเหตุผลนั้นก็ทำให้มาร์คนึกถึงแบมแบมและนั่นก็ทำให้เขารู้สึกหน่วงที่ใจอีกแล้ว


“ตอนแรกฉันก็เสียใจอยู่บ้าง แต่พอได้เห็นหน้าลูกความฝันของฉันมันก็เปลี่ยนไปตลอดกาล และความฝันใหม่ของฉันก็คือทำให้ครอบครัวมีความสุข”


มาร์คยิ้มรับคำพูดของมินวู มาร์คไม่รู้ว่ามินวูนิสัยยังไง เคยเป็นคนใจร้ายเหมือนกันกับเขาหรือเปล่า แต่ได้ฟังความคิดของมินวูตอนนี้เขาก็รับรู้ได้ว่าเพื่อนคนนี้ดูเป็นคนที่อบอุ่นมาก ๆ  


“คุยเรื่องฉันมามากแล้ว คุยเรื่องของนายบ้างเถอะ แต่จะว่าไปเราก็ไม่ได้คุยกันนานมากเลยนะ นายหายไปตั้งแต่วันออดิชั่นครั้งนั้น หายแบบเหมือนหายตัวได้ รู้ข่าวอีกทีก็ได้ยินข่าวว่านายไปอเมริกาแล้ว” 


มาร์คเม้มริมฝีปากทันที เขารู้ว่าเรื่องราวความจริงมันเป็นยังไง ที่ผ่านมาเขากลัวที่จะพูดความจริงเรื่องนี้ แต่ในตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อได้ความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา 


“เราสนิทกันมากใช่ไหม”


“ใช่สิ ต่อให้เราไม่ได้คุยกัน ฉันก็ยังเห็นว่านายเป็นเพื่อนรักของอยู่ ถึงแม้ว่าฉันจะเคยงอนนายบ้างที่นายไม่ติดต่อมาเลย แต่วันนี้นายมาเจอฉัน ฉันก็หายงอนแล้ว” มินวูพูดติดตลก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้ขำด้วยเพราะเขากำลังกังวลกับเรื่องเล่าของมินวู  


“เรื่องที่ฉันคุยวันนี้อาจจะกระทบชื่อเสียงของฉัน แต่ฉันเชื่อใจนายนะ ว่านายจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร” มาร์คพูดย้ำออกไป แม้ว่าในใจลึก ๆ เขาก็ไม่ได้คาดหวังความซื่อสัตย์กับเพื่อนคนนี้ เพราะมาร์คเองจำความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมินวูไม่ได้เลย ในตอนนี้มินวูเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับเขา แต่ถึงอย่างไรก่อนมาที่นี่เขาก็ได้ข้อมูลมาจากแจ็คสันและแจบอมเพิ่มว่ามินวูเป็นเพื่อนซี้ปึกของเขาสมัยเรียน และสองคนนั้นก็บอกว่าไว้ใจเพื่อนคนนี้ได้ มาร์คถึงได้ยอมเสี่ยง 


“ถ้าฉันจะทำร้ายนาย ฉันมีเรื่องให้แฉเยอะเลยล่ะ” คำพูดของมินวูทำมาร์คเบิกตามองเขาด้วยอาการตกใจ มินวูยิ้มรับก่อนจะพูดต่อ “สมัยเรียนพวกเราแสบจะตายไป และฉันก็กุมความลับของนายทุกอย่าง แต่ฉันก็ไม่เคยพูดบอกใครว่าฉันเป็นเพื่อนนาย งั้นก็วางใจได้เถอะว่าฉันจะไม่พูดอะไรกับใครแน่” 


มินวูทำให้มาร์ครู้สึกว่าการมาหาคำตอบครั้งนี้จะไม่สูญเปล่าแน่ 


“เรื่องที่นายรู้ว่าฉันไปอเมริกา” มาร์คเริ่มพูดเกริ่นก่อนจะถามถึงเรื่องของแบมแบม “ความจริงมันไม่ใช่ ที่ฉันหายไปฉันประสบอุบัติเหตุ และฉันก็ความจำเสื่อม” 


คำพูดของมาร์คทำมินวูจ้องหน้าเพื่อนด้วยอาการช็อก 


“เพราะฉะนั้นฉันถึงอยากมาตามหาความทรงจำของฉันกับนาย เผื่อว่าฉันจะจำอะไรได้บ้าง นายพอจะช่วยฉันได้ใช่ไหม” มินวูนิ่งไปครู่ใหญ่ จนได้สติกลับมาเขาถึงยอมพยักหน้ารับคำพูดของมาร์คว่าเขายอมช่วยมาร์คตามหาความทรงจำ “ตอนนี้มีเรื่องคาใจฉันมากที่สุด นั่นก็คือเรื่องวันที่ฉันไปออดิชั่นเป็นศิลปินค่าย ASG นายรู้ใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น” 


มินวูหน้าซีดหลังจากที่มาร์คถาม มันเป็นคำตอบที่ทำให้มาร์คได้รู้ว่ามินวูต้องจำเรื่องวันนั้นได้เหมือนกัน และการที่มินวูพยักหน้าตอบรับก็เป็นคำตอบย้ำเตือนว่ามาร์คเข้าใจถูกแล้ว


“วันนั้นฉันวางแผนเพื่อไม่ให้เด็กที่ชื่อแบมแบมได้ไปออดิชั่นใช่ไหม”

 

” มินวูไม่ตอบแต่พยักหน้า และคำตอบของมินวูก็ทำให้มาร์คแววตาไหววูบเสียเดียวนั้น เขาได้แต่ภาวนาว่าเรื่องวันนั้นจะเป็นการเข้าใจผิดและมินวูจะให้ความจริงกับเขาว่าเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น แต่พอได้มาฟังความจริงเพิ่มอีกคน ก็ทำให้มาร์คพูดอะไรแทบไม่ออก เขาเกลียดตัวเองมาก ๆ 


“ตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่ นายตอบฉันได้ไหม” 


“ก็นายอยากเป็นนักร้องค่าย ASG มากไง ถ้านายไม่ได้มันนายจะคลั่งตาย” 


“แต่นายก็ฝันเหมือนกันกับฉันไม่ใช่เหรอ แต่นายก็ไม่ได้เลือกที่จะทำวิธีเลว ๆ แบบฉัน” 


“ก็ไม่แน่หรอก ถ้าตอนนั้นฉันมีรายชื่อเข้าออดิชั่นเหมือนกันกับนาย ฉันก็คงจะทำแบบที่นายทำก็ได้ พวกเราศีลเสมอกันจะตาย” มาร์คช็อกค้างกับคำตอบของมินวู ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนสีเพราะเขารู้สึกเจ็บแทนแบมแบม 


“นายเห็นดีเห็นชอบลงได้ยังไง สั่งให้คนไปข่มขืนคน มันเป็นเรื่องปกติเหรอ” คำพูดของมาร์คทำมินวูเบิกตากว้างด้วยอาการตกใจ จากที่นั่งเอนหลังชิดกับโซฟาก็รีบนั่งหลังตรงทันที


“หมายความว่ายังไง ข่มขืน?” การที่มินวูถามกลับอย่างนั้นทำให้มาร์คเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มันต้องมีการเข้าใจผิดแน่ ๆ


“ฉันรู้มาจากคนอื่นว่าการที่ฉันได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับ ASG เพราะว่าฉันสั่งคนให้ไปข่มขืนเด็กคนนั้น เพื่อให้เด็กคนนั้นไปออดิชั่นไม่ได้” 


“ไปกันใหญ่แล้วนายแค่สั่งให้คนนอกมาช่วยจับเด็กคนนั้นไปขังไว้ก็เท่านั้น นายไม่ได้สั่งให้ใครข่มขืนเลยนะมาร์ค” 


“แล้วทำไม… คนอื่นถึงเข้าใจว่าฉันสั่งให้ข่มขืน”


เอาแล้วล่ะ เหมือนว่าตอนนี้มาร์คจะต้องตามหาเรื่องราวความจริงต่อแล้ว แต่ที่แน่ ๆ เขารู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่งที่ได้รู้ความจริงจากปากเพื่อนสมัยเรียนว่าเขาไม่ได้คิดทำเรื่องโหดร้ายขนาดนั้น ถึงการจับแบมแบมขังไว้เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์มันจะดูเลว แต่มันก็ไม่แย่เท่ากับการที่สั่งให้คนข่มขืนด้วย


“ฉันยืนยันได้ว่านายไม่ได้สั่งให้ข่มขืน วันนั้นฉันก็ยืนอยู่กับนายตอนที่นายสั่ง แต่เรื่องที่คนอื่นเข้าใจผิดแบบนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าทำไม” 


“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงความจริงมันยังไงกันแน่” มินวูเงียบหลังจากที่มาร์คถาม เขากำลังช่วยเพื่อนคิดหาคำตอบกับเรื่องนี้ จนเมื่อคิดอะไรออกได้… 


“ก็คงต้องไปหลอกถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ฉันพอจะรู้ว่ามันทำงานที่ไหน” 


มาร์คคิดว่าการตามหาความจริงจะจบตั้งแต่ที่มาเจอมินวู แต่มันไม่จบเพียงแค่นี้เพราะเขาต้องไปตามหาคำตอบต่อ และเขาก็ได้แต่ภาวนาในใจว่านั่นจะเป็นที่สุดท้ายที่ทำให้เขาได้รู้ความจริงว่าในภาพที่แบมแบมเห็นมันเกิดเรื่องอะไรกันแน่

 

 






05/09/62

อันดับแรกเลยขอพูดเรื่อง NC0% ก่อน ตอนแรกไรต์ก็ว่าจะแต่งลง แต่มาคิด ๆ แล้วไรต์ไม่มีเวลาที่จะขยี้ซีนนี้ทำให้ไม่ได้มาอัปสักที เพราะแต่ง NC ทีไรต์ต้องใช้เวลาเยอะมาก ๆ และอีกอย่างไรต์อยากดึงความสนใจกลับมาด้วย เพราะกลัวจะเรื่องจะเอื่อยเกินไป ก็เลยทำเป็น 0% ไว้ ใครอยากอ่านก็รอไปอ่านในเล่มกันน้า และอย่าเพิ่งตกใจว่าเฮ้ย! มีเล่มแล้วเหรอ ยังจ้า น่าจะต้องรอปลาย ๆ ปีน่าจะได้ทำ แต่ตอนนี้เปิดจอง Blue #บทรักมบ ใครยังไม่อ่านไปอ่านได้น้า จะได้มาจองเล่มจะได้ไม่พลาดกัน 

อ่ะต่อมา ในที่สุดมาร์คก็ได้เจอมินวูแล้วจ้าา มาพร้อมไขปริศนาธรรมที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าทำไม่ทำ สรุปหวยออกที่ไม่ได้ทำ แต่มีการขังเกิดขึ้นจริง แล้วเรื่องจะเป็นยังไงต่อ แต่ขอบอกเลยว่าทุกอย่างยังไม่แน่ชัด ยังมีอะไรซ่อนอยู่เยอะแยะมากมาย ที่ไรต์เองก็คันไม้คันมืออยากจะเฉลยแล้ว ตื่นเต้น 555555

ขอกำลังใจด้วยนะคะ หลังจากนี้น่าการเคลียร์ปมจะเรื่องมาแบบตู้ม ๆ เลย ขอกำลังใจจากทุกคนด้วยนะค้าบ จะได้รีบกลับมาอัปเร็ว ๆ 


คิดถึงนะ ฝากเล่นแท็กด้วย #ลับ19มบ  







17/08/62 

ฮื่ออออออ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้จะทีมใครเลยตอนนี้ มาร์คดูไม่ยอมรับว่าตัวเองเคยทำอะไรแบบนั้น แต่น้องแบมก็ยังยืนยันว่าพี่มาร์คเป็นคนทำร้าย สรุปพี่มาร์คทำจริง ๆ หรือเปล่า  

ตอน TAPE EIGHT ไรต์นั่งอ่านคอมเม้น ยังมีหลายคนที่ไม่อยากให้น้องแบมใจอ่อน ไรต์ก็เข้าใจความรู้สึกเหมือนกัน เรื่องที่เจอมันยากที่จะให้อภัยกันง่าย ๆ และจริง ๆ น้องก็เริ่มหวั่นไหวบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นน้องถึงได้รู้สึกอึดอัดและสับสน ถ้ามาร์คไม่ใช่คนที่เคยทำร้ายมาก่อน ป่านนี้น้องอาจจะเปิดใจรับเต็มที่แล้วก็ได้ แต่ตอนนี้น้องไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเหมือนเลือกอะไรก็ไปก็ผิดในความรู้สึกของตัวเองทั้งหมด 

///ขอสลับอารมณ์ ใครอ่านฟิคไรต์มาหลายเรื่องก็จะรู้ว่าไรต์แต่งเหมือนไบโพล่า เดี๋ยวเครียด เดี๋ยวหวาน 555555////

แต่บ้าาาาาาาาาาาา เขากำลังจะทำอะไรกันน่ะ แล้วครั้งนี้พี่มาร์คเริ่มด้วยจูบแบบอ่อนโยนด้วย *กลิ้งไปกลิ้งมา* เรื่องราวต่อจากนั้นจะเป็นเช่นไร ต้องติดตามนะ!!

นับหลังจากตอนนี้เป็นต้นไปไม่อยากจะให้ทุกคนผ่านเลยสักตอน เพราะมันกำลังมีเรื่องราวอะไรที่รออยู่ ยังไงขอกำลังใจหน่อยน้า ขอคอมเม้นเยอะ ๆ เลยจะได้มีแรงกลับมาพิมพ์เร็ว ๆ 

ใกล้จะได้รู้ความจริงบางอย่างแล้ว ที่ไรต์คันไม้คันมือมาก เกือบหลุดสปอยไปล้านรอบ แต่ก็หลุดไปแค่อย่างเดียวในแอค @theeta9397 แต่ใกล้แล้วล่ะ ใกล้รู้แล้วว่าสรุปเรื่องวันนั้นมันเป็นยังไงกันแน่ ใครยังเชื่อว่าพี่มาร์คไม่ได้ทำก็รายงานตัวมาาาาา 

ฝากเล่นแท็กด้วยนะค้าบ คิดถึงรีดเดอร์ทุกคนเลย 

#ลับ19มบ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 682 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,584 ความคิดเห็น

  1. #2433 palmwannapa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 17:16
    อหหหกพลิกล็อคกันน่าดูถล่มทลาย55555555 คาดเดาไปทั่วเลยฉัน สนุกอะชอบแบบนี้ๆๆๆ ชอบที่ตัวพระเอกค่อยๆสืบไม่โวยวาย อยากได้!!!
    #2,433
    0
  2. #2423 AiRibBoN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 10:43
    อ่านตอนนี้เหมือนอ่านนิยายสืบสวนหน่อยๆแหะ5555 ได้หลายรสชาติเลย
    #2,423
    0
  3. #2403 toto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:18

    โล่งใจที่มาร์คไม่ได้สั่งให้ข่มขืน

    #2,403
    0
  4. #2379 MarkP_endear. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 16:56
    มีคนจงใจทำให้เข้าใจผิดแน่ๆ พี่มาร์คสู้ๆนะ
    ความจริงก็คือความจริงวันยันค่ำ !
    #2,379
    0
  5. วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 18:29
    ใคร! ใครมันทามมมมมมมมม!!!!! จะฆ่ามัน! จะฆ่ามันนนนนนนน!!!!! *คว้าปืน*
    #2,280
    0
  6. #2154 NawapornSooksri (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 22:20
    อยากให้ความจริงเปิดเผยสักทีอ่า
    #2,154
    0
  7. #2153 Bamsoonjung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:04
    ถึงมาร์คจะไม่ได้สั่งให้ข่มขืน แต่มาร์คก็สั่งให้คนไปจับตัวแบมแบม
    #2,153
    0
  8. #2152 Nattitap (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 11:58

    ติดตาม
    #2,152
    0
  9. #2151 Kibibiza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 21:08
    ตื่นเต้นจัง
    #2,151
    0
  10. #2150 monokoto1122 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 22:38

    แงงงงง ดีใจที่มาร์คไม่ได้ทำจริงๆ (จากปากคำของมินวู) หาตัวการที่แท้จริงให้ได้นะพ่อพระเอก

    #2,150
    0
  11. #2149 Youbelong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 19:09
    คนร้ายตัวจริงอาจจะเป็นแม่ของมาร์คก็ได้ [เดาสุดๆ]
    #2,149
    0
  12. #2148 Premyuda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 16:15
    💓💓💓💓💓💓
    #2,148
    0
  13. #2146 0948760391 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:05

    สนุกมากกกกกก เข้มข้นสุดๆๆๆๆ
    #2,146
    0
  14. #2145 lovebam2x (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:41
    แสดงว่ามีคนจงใจทำให้แบมเข้าใจว่ามาร์คคือคนสั่งให้ข่มขืนแบมหรอ คนคนนั้นจะต้องเกลียดมาร์คมั้ยถึงได้อยากให้แบมเกลียดมาร์ค ใครกันอยากรู้จริงๆค่ะ
    #2,145
    0
  15. #2144 แค่คนอินดี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:00
    เอาแร้ววววววว ค่ดลุ้นๆๆๆๆ
    #2,144
    0
  16. #2143 PrincessDark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 16:55
    แบมลูกเข้าใจมาร์คผิดมาตลอดเลยแบบนี้
    #2,143
    0
  17. #2142 nuttua9397 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 12:10
    ติดตามนะค้า
    #2,142
    0
  18. #2141 radon86 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 11:13

    รอไรท์เสมอนะ สู้ๆ คับ

    #2,141
    0
  19. #2140 Doubles93 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:01
    รอลุ้นเลยค่าา สู้ๆนะคะไรท์
    #2,140
    0
  20. #2139 EARNZIIEARN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 10:33
    รอลุ้นๆ
    #2,139
    0
  21. #2138 SRK_BJK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 08:20
    เราคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่มาร์คจะมี2บุคลิกเลยค่ะแล้วเราก็สงสัยด้วยว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุแต่อาจจะมีใครลอบทำร้ายเลยค่ะมาต่อเร็วๆนะคะ(เราอยากอ่านncจังเลยค่ะแงไรท์เขียนncได้กรุบมากเรายกให้เป็นfavในncเลยนะฮับ)
    #2,138
    0
  22. #2137 janejizz_mb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 06:55
    เหมือนอ่านนิยายสืบสวนอ่ะ55555 ลุ้นนนนมากกกกกสรุปอะไรยังไงเนี่ยยยย
    #2,137
    0
  23. #2136 TAnchi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 03:21
    น้องแบมทำร้ายจิตใจพี่มาร์คเกินไปแล้ว!!

    เวลาน้องมันพูดคำร้ายๆใส่พี่ คนอ่านอย่างฉันน้ำตาซึมเด้อออ อ่อนไหวเหลือเกินแม่!

    อยากให้น้องแบมเป้นฝ่ายเข้าหาคนพี่บ้าง

    ตามหาความจริงบ้าง สงสารมาร์คแล่ววว
    #2,136
    0
  24. #2135 mamataya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 01:14
    สงสารพี่มาร์คจัง รอตอนต่อไปนะคะ
    #2,135
    0
  25. #2134 immiff (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 00:43
    เอากำลังใจไปเลยไรท์​ ไรท์ตื่นเต้นอยากเฉลย​ เราก็ตื่นเต้นอยากรู้เรื่องราว​ คือตอนนี้อ่านแล้วหน่วง​ แบบคนจะรู้สึกดีต่อกันก็ทำไมได้เพราะติดเรื่องอดีต​ แงงง
    #2,134
    0