BoyFriend #ไม่ใช่เพื่อนมบ [MarkBam]

ตอนที่ 3 : CHAPTER 2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 645 ครั้ง
    8 พ.ย. 63





CHAPTER 2





 “มาร์คคคค รับปากกูสิ!” เพื่อนตัวน้อยเดินมาใกล้เขา มาร์คสบตาเห็นมันกะพริบตารัว ๆ เป็นการอ้อน “นะมาร์คนะ อย่าบอกมันนะ ไม่งั้นมันล้อกูตายแน่ ๆ”


มาร์คไม่พูดตอบอะไร เขาได้แต่ช็อกในการอ้อนของเพื่อนตัวน้อย หัวใจของเขามันว้าวุ่นขึ้นมาซะงั้น ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอาการพวกนี้เลยจริง ๆ


“เออ ไม่เล่าหรอก” มาร์คตอบพร้อมหลบสายตา ไม่ชอบจริง ๆ เวลาจ้องตากับไอ้เตี้ยนั่น มันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้


ส่วนแบมแบมได้คำตอบที่พอใจก็เดินกลับไปหยิบเสื้อยืดมาใส่ และใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาที เจ้าเพื่อนตัวเตี้ยก็พร้อมที่จะลงไปกินข้าวที่ชั้นล่างแล้ว แบมแบมเดินมาปิดวิทยุพร้อมโยกหัวบอกมาร์คให้ออกไปกัน


“เออ แบม แม่มึงบอกว่าให้เอาที่ชาร์ตแบตลงไปให้ด้วย” เกือบลืมสนิท มาร์ครู้สึกโล่งใจที่ตัวเองนึกขึ้นได้ เขาคิดไปอีกว่าถ้าจำไม่ได้แล้วแบมแบมลงไปตัวเปล่า แม่ของแบมแบมต้องแอบให้แต้มลบแก่เขาแน่ใจเพราะเขาทำให้แม่แบมแบมต้องออกคำสั่งซ้ำ ซึ่งเขาคิดเองเออเองไปทั้งนั้น แม่แบมแบมไม่ใช่คนคิดเยอะแบบเขาสักหน่อย


“มึงหยิบมาให้หน่อย อยู่ตรงนั่นน่ะ” แบมแบมชี้นิ้วไปบริเวณข้างตัวมาร์ค มาร์คหันไปมองเห็นที่ชาร์ตแบบถอดแบตชาร์ตเขาหยิบขึ้นมาแล้วเดินไปหาแบมแบมพร้อมยื่นให้กับเพื่อ คนตัวเล็กรับมันก่อนจะเดินออกนอกห้องไปก่อนโดยมีมาร์คเดินตามไปติด ๆ


ทั้งมาร์คและแบมแบมเดินลงไปข้างล่าง แต่แค่ออกมาจากนอกห้องนอนก็ได้กลิ่นของหมูกะทะชวนเสียสติ และทำให้ท้องไส้ที่สงบนิ่งของทั้งสองเริ่มปั่นป่วน แบมแบมไม่อยากจะรอรีบวิ่งลงบันไดไปเหมือนเด็กซน ทำให้คนที่เดินตามหลังอย่างมาร์คได้แต่แต้มยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้า


“ไอ้บ๋อมกูจองมัน!!” ยังไม่ทันได้วิ่งไปถึงโต๊ะเจ้าตัวเล็กก็ตะโกนจองหมูเสียแล้ว และคนพี่ใช่จะเป็นคนที่ยอมฟังน้องซะเมื่อไร เขารีบเอาตะเกียบมาจิ้มที่หมูชิ้นงามที่แทรกไขมันเป็นชั้น ๆ ชวนน่าน้ำลายไหล


“แดกให้ทันกูล่ะกัน” บ๋อมตอบน้องพร้อมทำหน้าเย้ยใส่ และนั่นทำให้แบมแบมไม่ยอม มือเล็กหยิบตะเกียบขึ้นมาจองหมูบ้าง เมื่อจับจองได้แล้ว ก็หันไปมองเพื่อนใหม่พร้อมกวักมือเรียก


“ไอ้มาร์คมานั่งเร็ว ๆ รีบจองหมูไว้ เดี๋ยวไอ้บ๋อมแดกหมด” มาร์คเม้มริมฝีปากพยายามกลั้นยิ้ม เขานั่งลงตรงเก้าอี้ว่าง และเพราะโต๊ะนี้เป็นโต๊ะกลมเลยทำให้ทุกคนได้มองเห็นหน้ากันอย่างถนัด


“พวกมึงนี่นะ อายมาร์คเขาบ้างไหม ทำตัวเป็นเด็กกันไปได้” แม่บ่นลูกชายตัวเองพร้อมหักผักสดใส่ลงไปในช่องใส่น้ำซุป คำพูดนั้นของแม่บิ๋มทำมาร์คส่ายหัวรัว


“ไม่เป็นไรหรอกครับ ทำตัวตามปกติเลย ไม่ต้องรักษามารยาทกับผมหรอกครับ” มาร์คไม่อยากให้ทุกคนมานั่งเกร็งเพราะเขามานั่งกินด้วย ก็เลยต้องรีบอธิบาย


“มาร์คเองก็ไม่ต้องเกร็งใจพวกเรานะ ทำตัวตามสบายเลย” พ่อแบมแบมตอบพร้อมแต้มยิ้มอย่างเป็นมิตร มาร์คยิ้มตอบ เขารู้สึกสบายใจที่ครอบครัวของแบมแบมต้อนรับเขาอย่างเป็นมิตร


“ไอ้มาร์ค มึงชอบแดกมันหมูหรือเปล่า” บ๋อมถามมาร์ค ทำมาร์คนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะเขากำลังคิดว่าจะตอบอะไรดี จริง ๆ เขาก็ชอบกินนั่นแหละ เพราะมันอร่อยที่สุด แต่เห็นการแย่งชิงของสองพี่น้องแล้ว ขอถอยล่ะกัน


“กินได้พี่ แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่กินดีกว่า” มาร์คคิดว่าก็ยังดีกว่าตอบว่าไม่กินเลย เผื่ออนาคตข้างหน้าเขาจะได้มีโอกาสได้กินมันหมูตอนอยู่กับครอบครัวแบมแบมได้ แต่ในวันนี้เขาขอถอย


“รักษาหุ่นเหรอมาร์ค” แม่ถามต่อในขณะที่มือก็น้ำซุปใส่จานตัวเอง คำถามของแม่ทำมาร์คนิ่งไปสักพัก เขากำลังคิดคำตอบที่มันสมเหตุสมผลอยู่ เขาไม่ได้รักษาหุ่น แต่ก็ต้องหาคำตอบที่มาตอบได้ว่าทำไมถึงเลี่ยงไม่กินมัน


“ของอร่อยแดก ๆ ไปเถอะมึง เรื่องลดความอ้วนค่อยไปลดพรุ่งนี้ก็ได้” แบมแบมบอกมาร์คพร้อมยัดมันหมูเข้าปากตัวเองโชว์เพื่อน ทำมาร์คลอบกลืนน้ำลายตามหลัง


บ๋อมแอบมองอยู่เขาก็พอรู้ว่ามาร์คคงอยากกิน และเขาก็อ่านออกว่าที่มาร์คบอกเลี่ยงเพราะไม่อยากมาอยู่ในศึกสงคราม เขาเลยสละหมูที่ตัวเองจองให้กับมาร์ค


“ไม่ต้องเกรงใจหรอกไอ้มาร์ค แดก ๆ ไปเถอะ แม่กูมีมันหมูในตู้อีกเป็นกิโล แดกเท่าไรก็ไม่หมดหรอก” บ๋อมทำมาร์คมองเขาด้วยอาการอึ้ง เขาไม่คิดว่าบ๋อมจะใจดีกับเขามากขนาดนี้ ตั้งแต่เจอบ๋อมครั้งแรกเขาก็รู้สึกถูกชะตากับพี่คนนี้ ถึงจะดูกวนประสาท แต่ก็ดูใจดีมากเช่นกัน


“กินเถอะมาร์ค กินให้อิ่มเลยนะ ถ้าไม่อิ่มแม่ไม่ให้กลับบ้าน”


บ้านนี้เป็นใจดีทั้งบ้านจริง ๆ การที่มาร์คได้นั่งตรงนี้เขารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกว่าครอบครัวของแบมแบมกับครอบครัวของเขาเหมือนกันจริง ๆ พ่อแม่เขาก็ใจดี แต่น่าเศร้าหน่อยที่เขาไม่ได้โชคดีแบบแบมแบมที่มีพี่น้องด้วย เขาเป็นลูกคนเดียวมันก็มีเหงา ๆ บ้าง แต่ก็ไม่เศร้าขนาดนั้น เพราะพ่อแม่ของเขาไม่เคยทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว


“แล้วทำไมมาร์คถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ล่ะลูก พ่อแม่ย้ายมาทำงานเหรอ” แม่แบมแบมชวนคุยเพื่อทำความรู้จักกับมาร์คต่อ


“แม่ของมาร์คเป็นหมอด้วย” แบมแบมรีบขายเพื่อน คำพูดของแบมแบมทำให้สามคนที่เหลือรู้สึกไม่แปลกใจที่มาร์คมีแม่เป็นหมอ เพราะเขาดูสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณก็ดี บ่งบอกว่าเขาก็คงจะเป็นเด็กที่มีฐานะอยู่พอสมควร


“แล้วอย่างนี้มาร์คอยากเรียนหมอเหมือนแม่หรือเปล่า” พ่อแบมแบมชวนคุยต่อ


“กำลังตัดสินใจอยู่ครับว่าจะเรียนดีไหม”


“โหหหห แปลว่ามึงก็ฉลาดอ่ะดิ” แบมแบมหันมามองมาร์คด้วยอาการตื่นเต้น มาร์คมองเพื่อนตัวเตี้ยเห็นมุมปากมันเต็มไปด้วยคาบมันหมู อยากจะขำในความเด็กของมันนะ แต่ก็ต้องกลั้นไว้ “ตื่นเต้นอะ ในที่สุดแบมก็มีเพื่อนฉลาดสักที งานนี้สบายแหละ”


แบมแบมส่งยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมยักคิ้วให้มาร์ค แต่คำพูดนั้นทำให้คนเป็นแม่ฟังแล้วของขึ้น คว้าผักบุ้งได้ก็ฟาดไปที่หัวลูกชายตัวเองเต็ม ๆ


“โอ๊ยแม่! ตีแบมทำไม”


“แหมมมมม ยังจะมากล้าถาม ขึ้นมอสี่แล้วควรจะตั้งใจเรียนได้แล้ว เนี่ยดูเพื่อนสิ เขายังคิดเลยว่าอนาคตจะเรียนอะไร จะไปทำงานอะไร มึงก็คิดตามเพื่อนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เล่นปัญญาอ่อนไปวัน ๆ” แม่บ่นแบมแบมยาว แต่ก็ไม่เชิงบนซีเรียสหรอก เพราะทั้งหน้าพ่อกับบ๋อมก็ไม่ได้จะซีเรียสตาม แถมยังเอ็นจอยในการกินด้วย


“รู้แล้วน่ะแม่ พยายามคิดอยู่” แบมแบมทำยู่ปากอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะใช้ตะเกือบตักหมูมาจิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดและยัดเข้าปากเป็นการไม่รู้ร้อนรู้หนาวที่แม่บ่น


“มาร์ค แม่ฝากแบมด้วยนะ มันนี่โง่ขุดไม่ขึ้นเลย ช่วยฉุดมันขึ้นให้ไปเห็นกับความฉลาดด้วยนะ” แม่แบมแบมพูดเหน็บลูกแบบติดตลก


“แม่! แบมไม่ได้โง่คนเดียวสักหน่อย ไอ้บ๋อมก็โง่ ทำไมไม่ได้ด่ามันบ้าง”


“อ้าว! อย่างน้อยกูก็มีกีฬาดี เป็นถึงทีมนักฟุตบอลระดับจังหวัด ยังไงกูก็มีทางไปรอดของกู กูจะใช้โควต้านักกีฬาสอบเข้ามหา'ลัย” มาร์คหันไปมองบ๋อมอย่างสนใจ เพราะเขาเอาเองก็ชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เล่นจริงจังถึงขั้นอย่างจะไปแข่งขัน “แต่อย่างมึงจะเอาอะไรไปสอบได้วะ เลขก็โง่ อังกฤษก็ไม่ได้ กีฬาก็ไม่เป็น ดนตรีก็ไม่จับ ศิลปะก็ห่วยแตก”


“คอยดูเถอะ! แค่เทอมเดียวเท่านั้น เกรดกูต้องถึงสามแน่ เพราะกูมีเพื่อนฉลาด ๆ แบบมาร์ค” แบมแบมพูดพร้อมหันมายักคิ้วให้มาร์คเป็นการบอกว่ามึงต้องดูแลกูตลอดไป


“มาร์ค มึงต้องเร่งไปทำบุญแล้วนะ มึงนี่ซวยจัดเลยที่มีเพื่อนแบบไอ้แบม” บ๋อมหันมาบอกมาร์คเชิงขำขัน ส่วนมาร์คก็ทำได้แต่นั่งฟังอย่างเงียบ ๆ พร้อมยิ้มสุขรับทุกคำพูดของทุกคน “เออ มาร์ค จะว่าไปมึงก็เล่นบอลใช้ได้เลยนะ กูเห็นตอนมึงเล่นในสนามเมื่อเที่ยง มึงสนใจเข้าทีมนักฟุตบอลเปล่า ตอนนี้เขากำลังรับเด็ก ม.4 เข้าทีมใหม่ ถ้ามึงสนใจ มึงก็ลองไปสมัครดู”


“มึงไม่ต้องไปหรอกมาร์ค” เสียงแบมแบมดังขึ้นกลางวง ทำทุกคนหันไปมองแบมแบมด้วยความสงสัยว่าทำไมแบมแบมถึงห้าม ส่วนคนที่ถูกมองก็ไม่ได้สนใจ วนตะเกียบขวายหาเนื้อติดมันมาย่างต่อ ส่วนปากก็พูดต่อ เพราะเมื่อกี้เขาพูดยังไม่จบประโยค “เดี๋ยวมึงไม่มีเวลาให้กู”


คำพูดของแบมแบมทำมาร์คจ้องมองเพื่อนตัวเล็กด้วยอาการตกตะลึง เขาไม่คิดว่าแบมแบมจะอยากให้เขามีเวลาให้ ทำไมล่ะ... ทำไมต้องคอยมีเวลาให้ นี่เป็นเพื่อนกันนะ... ไม่ใช่...


มึงเป็นเมียมันหรือไง มันถึงต้องมีเวลาให้มึง” บ๋อมถามแทนใจมาร์คไปแล้ว แต่มาร์คไม่ทันคิดถึงคำว่าเมียสักหน่อย แต่ความหมายมันก็ใกล้เคียงกัน ก็มาร์คดันคิดอยู่เมื่อกี้ว่าทำพูดของแบมแบมมันไม่ใช่คนเป็นเพื่อนพูดกันเลยสักนิด แต่เหมาะกับคนเป็นแฟนกันพูดมากกว่า


อ่า... บ้าจริง ทำไมหัวใจมันเต้นแรงประหลาดอีกแล้วนะ 


“ไม่เห็นจะเกี่ยวเลยว่าต้องเป็นเมียเท่านั้นถึงต้องมีเวลาให้ เป็นเพื่อนมีเวลาให้ไม่ได้เหรอ” แบมแบมพูดจบก็หันมามองมาร์คด้วยสายตากดดัน


“ขนลุกวะไอ้แบม ไอ้มาร์ค มึงไม่ขนลุกบ้างเหรอ” บ๋อมถามต่อ ไม่ได้ปล่อยให้มาร์คได้ตอบคำถามของแบมแบม ส่วนมาร์คก็ได้แต่คิดตามคำพูดของบ๋อม ถ้าเปรียบเทียบกับเพื่อนเก่า ๆ ของเขา จะว่าไปมันก็รู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้ แต่พอมองไปที่ไอ้เพื่อนเตี้ย ก็ไม่ได้รู้สึกขนลุกอะไร ซึ่งมาร์คก็ไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะมันน่าเอ็นดูล่ะมั้ง ถึงไม่รู้สึกขนลุก 


“ว่าแต่ มาร์คมีแฟนยังลูก” บิ๋มชวนคุยต่อ และเป็นคำถามที่แบมแบมก็สนใจไม่น้อย คนตัวเล็กหันไปมองหน้าเพื่อนและจ้องมองอย่างอยากรู้คำตอบ


“ยังครับ” คำตอบของมาร์คทำบ๋อมแสดงสีหน้าอาการตกใจไม่น้อย เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนหน้าเบ้าดีอย่างมาร์คจะยังไม่มีแฟน


“มึงยังไม่มีจริงเหรอวะ หรือเคยมีแต่เลิกแล้วเพราะต้องย้ายมาเรียนที่นี่” บ๋อมถามต่อด้วยความสงสัย เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างมาร์คจะโสด


“ผมไม่มีจริง ๆ พี่ และก็ไม่เคยมี” คำตอบของมาร์คทำบ๋อมอึ้งไปเลย แต่จะว่าไปก็มาคิด ๆ เรื่องอายุของมาร์ค อยู่แค่ ม.4ยังไม่มีแฟนก็คงจะไม่แปลกหรอกมั้ง แต่เขาเองก็มีแฟนตั้งแต่อยู่ ป.5เลยคิดว่ามันไม่น่าเชื่อ


“ไม่น่าเชื่อเลยวะว่ามึงจะยังไม่เคยมีแฟน ถ้าหน้ามึงหน้าตาอย่างไอ้แบมกูก็จะเชื่ออยู่ว่ามึงไม่เคยมีแฟน เพราะหน้าตาแบบนั้นคงไม่มีใครอยากได้หรอก”


“ทำไม!กูออกจะหล่อ มึงว่ากูไม่หล่อ มึงก็ไม่หล่อเหมือนกันนั่นแหละ เพราะมึงหน้าตาเหมือนกู” คำพูดของแบมแบมทำบ๊วยและบุ๋มหัวเราะลั่น ส่วนมาร์คก็ได้แต่ยิ้ม ๆ เขาไม่ได้ขำเรื่องที่แบมแบมบอกว่าบ๋อมหน้าตาไม่หล่อ แต่ขำตรงที่บอกว่าหน้าตาเหมือนกันนี่แหละ มาร์คเห็นด้วยเพราะแบมแบมกับบ๋อมหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่บ๋อมจะออกดูแนวหล่อ ๆ เท่ ๆ ส่วนแบมแบมน่ะเหรอ...มีแต่คำว่าน่ารักน่าเอ็นดู


“มึงอย่ามาเหมาะรวมไอ้แบม มึงก็รู้ว่ากูเสน่ห์แรงขนาดไหน กูเคยว่างโสดตอนไหนบ้างล่ะ มึงควรจะพิจารณาตัวมึงมากกว่านะว่าทำไมไม่มีใครอยากเป็นแฟนกับมึง”


“ไม่จริง!ใคร ๆ ก็อยากเป็นแฟนกับกูทั้งนั้น เพราะกูเอาใจเก่ง” แบมแบมทำลอยหน้าลอยตาพร้อมยัดหมูย่างชิ้นใหญ่ข้าวปาก บ๋อมยิ้มกวน โชว์ลักยิ้มข้างแก้ม


“อะไรนะ เอาเก่งเหรอ” 


“ไอ้บ๋อม!!”แล้วคนเป็นแม่ก็เอามือฟาดไปที่ไหล่ลูกชายคนโต แต่คนโดนตีไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลย หัวเราะเสียงดังลั่น เพราะเห็นหน้าเดือด ๆ ของน้องชาย ส่วนแขกอย่างมาร์คก็ได้แต่หยิบแก้วน้ำอัดลมมาดื่มรัว ๆ เพราะเขินในคำพูดของบ๋อม “มึงพูดอะไรเกรงใจมาร์คบ้างสิ ขวัญหายหมดแล้วมั้งน่ะ” แม่บ่นต่อ 


“โห แม่!ไอ้มาร์คมันเป็นผู้ชายนะ มันไม่เขินเพราะคำพูดพวกนี้หรอก ปกติของเด็กผู้ชายน่ะแม่”


“ไม่เห็นจะจริงเลย กูไม่เห็นจะเคยคิดอะไรแบบมึงเลย” แบมแบมเถียงแทนมาร์ค ซึ่งไม่รู้หรอกว่าเพื่อนคิดอะไรอยู่ แต่ลากเข้าทีมเดียวกันไปแล้ว


“แหม ๆ ตอนนั้นที่กูกับเพื่อนเปิดดูหนังสือโป๊ มึงยังเสนอหน้ามาดูด้วยเลย”


“ไอ้บ๋อม!ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย กูก็แค่สงสัยเฉย ๆ ว่ามึงดูอะไร” เจ้าตัวเล็กแก้มแดงขึ้นมา เพราะเขินสิ่งที่พี่ชายพูด แม่เห็นบ๋อมพูดจาไม่ดีอีกแล้วก็เลยฟาดไปที่ไหล่ลูกสองสามทีเป็นการลงโทษที่พูดจาทะลึ่งต่อหน้าแขก


ส่วนแขกอย่างมาร์คก็ได้แต่มองหน้าเพื่อนใหม่อย่างแบมแบมอย่างเพลินตา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่...


“แหมมม มองน้องชายกูซะเคลิ้มเชียวนะ อย่าบอกนะว่าสเป็คมึงประหลาด ๆ แบบนี้” คำแซวของบ๋อมนอกทำมาร์คเบิกตากว้าง มองหน้าพี่ชายเพื่อนด้วยอาการช็อก


“ม...ไม่ใช่นะพี่” ก็ไม่รู้เหมือนว่าทำไมต้องรู้สึกเขินกับคำพูดนั้นด้วย บ๋อมไม่ฟังคำแก้ตัวของมาร์ค เขาหัวเราะคิกคักพร้อมชวนแบมแบมทะเลาะต่อ ส่วนมาร์คหลังจากแก้ตัวไปแล้วก็เลื่อนตาไปมองเพื่อนตัวเล็กอีกครั้ง ก็เห็นเจ้าหมอนั่นกำลังทำปากกว้างยัดหมูติดมันเข้าปากไปสามชิ้นพร้อมเคี้ยวตุ้ย ๆ ปากก็ยื่นเถียงกับพี่ชาย เป็นภาพที่มองแล้วเคลิ้มจริง ๆ 


“แหนะ ไอ้มาร์ค มึงเคลิ้มอีกแล้วนะ” 


“ไม่ใช่อย่างนั้นพี่!!!”

.

.

.

.

.

.

.

.


เช้าวันต่อมา


เวลา 06.27 .


ในเช้าวันใหม่ที่ตลาดมาลีเหมือนถูกปลุกให้มีชีวิตอีกครั้ง ผู้คนต่างหลั่งไหลกันเข้ามาจับจ่ายซื้ออาหารเช้า เสียงจอแจดังไปทั่วตลาด เช่นเดียวกับกันร้านข้าวมันไก่เจ้บิ๋ม ก็โหวกเหวกโวยวายกันแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเปิดร้าน ลูกชายทั้งสองช่วยแม่จัดร้านเสร็จแล้ว ก็ผลัดกันไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน


เจ้าลูกชายคนเล็กของบ้านเดินออกมาจากบ้านด้วยสภาพที่ยังคงมีผ้าก๊อซพันแข้งพันขา กำลังจะก้าวเท้าข้ามไปฝั่งตรงข้ามที่เป็นโซนตลาดเพื่อหาซื้ออะไรกิน แต่ทว่าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรถมอเตอร์ไซค์มีโอคันสีแดงขับตรงมาหา แค่เห็นหน้าเพื่อน ไอ้ตัวเล็กก็ส่งยิ้มแฉ่งให้ต้อนรับเช้าวันใหม่ 

“มึงมาไรแต่เช้าวะ” แบมแบมถามขึ้นเมื่อเพื่อนจอดรถตรงหน้า ฝ่ายนั้นส่งยิ้มให้ก่อนจะถอดหมวกกันน็อคออกมาวางไว้ตรงตัก


“กูมารับมึงไปโรงเรียนด้วยกันไง” เห็นได้ชัดว่าคำตอบของมาร์คทำแบมแบมดีใจสุด ๆ เพราะเจ้าตัวเตี้ยไม่อยากจะนั่งรถเมล์ไปโรงเรียน และในสภาพที่เป็นมัมมี่แบบนี้ถ้าขึ้นรถก็อาจจะลำบากมาก


“มึงมารับกูไปด้วยทุกวันเลยนะ!” แบมแบมถามด้วยน้ำเสียงแสดงอาการดีใจ มาร์คเหยียดยิ้มให้พร้อมยักคิ้วเป็นการบอกว่าเขายอมจะมารับเพื่อนเตี้ยไปโรงเรียนทุกวัน และเมื่อแบมแบมได้คำตอบแล้ว ก็เอามือมาตบบ่ามาร์คสองสามทีเป็นการบอกว่าทำถูกแล้วที่ทำแบบนี้


“อ้าว ไอ้มาร์ค มาไรแต่เช้าวะ” ทั้งมาร์คและแบมแบมหันไปมองตามเสียงก็เห็นบ๋อมเดินออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย และเจ้าน้องชายตัวแสบอย่างแบมแบมเห็นเพื่อนดีก็อยากจะอวดพี่ชายว่ามีแบบนี้บ้างหรือเปล่า


“ก็มารับกูไปโรงเรียนด้วยน่ะสิ เพื่อนมึงมีแบบนี้หรือเปล่า” แบมแบมพูดอวดพร้อมเขย่งเท้าเพื่อให้ตัวเองได้วางแขนไปบนบ่าเพื่อน


แหมเพื่อนกูไม่มีทำอย่างนี้หรอก มีแต่กูนี่แหละที่ทำแบบนี้กับแฟน”คำพูดของบ๋อมทำคนฟังทั้งสองคนอย่างมาร์คกับแบมแบมต่างเบิกตากว้างด้วยอาการตกใจ “จะจีบน้องกูก็บอกไอ้มาร์ค”


“ไอ้บ๋อม!! ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย!!!” แบมแบมไล่ด่าบ๋อมตามหลังไป ส่วนฝ่ายนั้นก็ได้แต่ส่งยิ้มกวน ๆ โชว์ลักยิ้มที่ข้างแก้ม จากนั้นก็เดินหายไปกับฝูงคน ทิ้งให้คนฟังทั้งสองหน้าร้อนไปทั้งหน้า เมื่อบ๋อมหายไปแล้ว ทั้งสองก็ได้เพิ่งมองหน้ากัน จู่ ๆ ก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกซะงั้น


“ไอ้บ๋อมแม่งกวนตีน มึงไม่ต้องไปสนใจมันหรอก” มาร์คพยักหน้าตอบรับ แม้ว่าข้างในเขาจะเริ่มว้าวุ่นแล้วก็ตาม “ว่าแต่มึงกินอะไรมายัง กูว่าจะไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง มึงกินไหม” 


“ยังไม่กิน กูกินด้วยก็ได้” มาร์คตอบเพื่อนจากนั้นก็เลื่อนรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดหน้าร้านของแบมแบม พร้อมจัดการยกรถขึ้นบนขาตั้งคู่ และในจังหวะเดียวกันนั้นบิ๋มก็เดินถือถาดไก่ต้มออกมาหน้าร้าน แค่เธอเห็นมาร์คก็ทำเธอตื่นเต้นแทบบ้า


“อ้าวมาร์ค! มาทำอะไรลูก มารับไอ้แบมไปด้วยเหรอ” คำทักของแม่บิ๋มทำมาร์ครีบยกมือไหว้ทำความเคารพ ฝ่ายนั้นยิ้มรับพร้อมพยักหัว “นี่กินข้าวเช้ายัง มากินข้าวมันไก่แม่ก่อนไปโรงเรียนมะ”


“ไม่เอาแม่ เบื่อแล้ว!” แบมแบมรั้งแขนมาร์คไว้ไม่ให้เข้าบ้านไปกินข้าว เพราะไม่งั้นก็เท่ากับว่าเขาก็ต้องกินด้วย “แบมจะกินหมูปิ้ง” 


“อ้าว!มึงจะกินอะไรก็เรื่องของมึงสิ กูชวนมาร์ค!”


“ไม่ได้แม่! แบมจะให้มาร์คมันกินหมูปิ้งกับแบม แม่อย่าบังคับมันสิ ปะมาร์ค! ไปกินหมูปิ้งกัน” ใครกันแน่ที่บังคับ บิ๋มคิดอย่างนั้นในใจ 


แบมแบมไม่ฟังความเห็นเพื่อนเลยว่าเพื่อนจะกินอะไร เจ้าเตี้ยเดินจูงมือมาร์คข้ามไปฝั่งตลาด ส่วนมาร์คที่อยู่ในสถานการณ์โดนบังคับก็ได้แต่พยักหัวให้แม่บิ๋มเป็นการบอกขอโทษ บิ๋มก็ไม่ได้โกรธอะไร ก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเอือม ๆ ในพฤติกรรมของลูกชายตัวเอง


“ทำไมมึงไม่ให้กูกินข้าวมันไก่แม่มึงอ่ะ” มาร์คถามขึ้นเมื่อตอนที่เขาเดินมาเสมอกับแบมแบมแล้ว เพราะสงสัยเลยอดใจที่จะถามไม่ได้จริง ๆ 


“ก็กูกินจนเบื่อแล้ว อยากกินอย่างอื่นบ้าง หรือมึงอยากกินล่ะ เราแยกกันตรงนี้ก็ได้นะ” แต่หน้าตาและน้ำเสียงนี่บอกเลยว่าไม่อยากให้มาร์คกินข้าวมันไก่ นี่มันบังคับกันชัด ๆ 


“ไว้วันหลังก็ได้ วันนี้กูเองก็อยากกินหมูปิ้ง” คำตอบของมาร์คทำเจ้าตัวเตี้ยหันมายิ้มแฉ่ง ภาพใบหน้าสดใสนั้นมันทำให้มาร์คมองเคลิ้มจนลืมตัว แบมแบมจะลากเขาไปไหนตอนนี้มาร์คก็ไม่รู้เรื่องแล้ว รู้แต่ว่าตอนนี้กำลังถูกสะกดด้วยยิ้มน่ารักจนลืมไปว่านั่นเพื่อนชายนะ!


“ป้า!เอาหมูปิ้ง 10 ไม้ ข้าวเหนียวสอง ขอมันเยอะ ๆ นะป้า” แบมแบมตะโกนสั่งหมูปิ้งทันทีที่มาถึงร้าน มือเล็กที่จับมือเพื่อนตอนแรกก็ปล่อยออก ทำให้คนที่ถูกสะกดด้วยเวทมนตร์ความน่ารักเพิ่งตื่นจากภวังค์ “กูสั่งเผื่อมึงแล้วมาร์ค กินด้วยกัน” 


มาร์คพยักหน้าตอบรับ พร้อมล้วงมือจะหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา แต่ทว่ามือเล็ก ๆ ของคนข้าง ๆ ก็ห้ามไว้ก่อน 


“เหมือนเดิมนะป้า เก็บกับเจ้บิ๋มเลย” มาร์คเบิกตามองเพื่อนด้วยอาการช็อกไม่น้อย อย่างนี้ก็เท่ากับว่าแม่บิ๋มจ่ายให้เขาน่ะสิ


“แหมมม~ ทุกวันเลยนะเจ้าแบม ป้าไปทวงกับแม่แกทีไรโดนบ่นหูชาตลอด” ป้าเอ่ยแซวอย่างยิ้ม ๆ ส่วนแบมแบมแทนที่จะสำนึกผิดที่ได้ยินว่าแม่บ่น แต่กลับหัวเราะคิกคัก ผิดกับอารมณ์ของมาร์ค เพราะตอนนี้เขารู้สึกไม่สบายใจ ก็เขาไม่อยากรบกวนแม่ของแบมแบม


“แบม เดี๋ยวกูจ่ายของกูเองดีกว่า” มาร์คพูดพร้อมหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา


“โอ๊ย!ไม่ต้องหรอก กูเลี้ยงเอง” พูดว่าแม่เลี้ยงน่าจะถูก “ไว้วันหลังมึงค่อยมาเลี้ยงกูล่ะกัน ไม่ก็คราวหลังกูมากินแล้วเดี๋ยวให้ป้าเขามาเก็บกับมึง” 


แบมแบมยิ้มร้ายใส่มาร์ค และคำพูดของแบมแบมก็ทำให้ป้าขายหมูปิ้งขำไปด้วย


“เจ้าแบมน่ะชอบกินหมูปิ้งมาก แต่มากินกี่ทีก็ไม่เคยจะจ่ายเงินหรอก ไม่ให้ป้าไปเก็บกับพ่อแม่ ก็เก็บกับพี่ คราวนี้จะให้เก็บกับไอ้หนูใช่ไหม ป้าจะได้จำหน้าไว้” ป้าพูดติดตลกไปทำแบมแบมหัวเราะคิกคัก ส่วนมาร์คก็ได้แต่ยิ้มรับจากนั้นก็ยื่นมือไปรับถุงหมูปิ้งแทนเพื่อน


มาร์ครู้สึกแปลกใจตัวเองที่กลับรู้สึกตื่นเต้นถ้าแบมแบมจะให้ป้ามาเก็บค่าหมูปิ้งกับเขา ถ้าเพื่อนคนอื่นก็ต้องมีบ่นบ้างแหละ ถึงแม้ว่าบ้านเขาจะมีเงินแต่ใช่จะยอมจ่ายให้ง่าย ๆ เพราะมันก็ต้องถูกใช้ในเงินค่าขนมของเขา แต่ทำไมกับไอ้เพื่อนเตี้ยนี่เขาถึงพร้อมที่จะให้และพร้อมที่จะดูแล น่าแปลกจริง ๆ 


“ไปแล้วนะป้า อย่าลืมไปเก็บเงินกับแม่แบมนะ” แบมแบมบอกลาป้า พร้อมเดินนำออกจากตลาดและเดินตรงไปโซนโต๊ะหินอ่อนเพื่อเริ่มกินหมูปิ้งก่อนไปโรงเรียน แบมแบมเลือกโต๊ะที่คิดว่าสะอาดที่สุดได้ก็หย่อนก้นลงไปนั่ง ส่วนมาร์คเดินตามมาทีหลังก็เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะกับแบมแบม


มาร์คยื่นถุงหมูปิ้งให้เพื่อนตัวเล็ก แบมแบมรับไปก็รีบหยิบถุงข้าวเหนียวให้มาร์ค จากนั้นก็บริการหยิบหมูปิ้งให้ด้วย เมื่อหยิบให้เพื่อนเสร็จแบมแบมก็เลือกไม้ที่มีมันหมูมากที่สุด เลือกได้แล้วก็หยิบขึ้นมากัดกินอย่างสบายใจ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้า


ส่วนมาร์คก็แอบลอบมองเพื่อนตัวเล็ก เห็นใบหน้าน่ารักนั่นดูผ่อนคลายเขาเองก็รู้สึกผ่อนคลายไปด้วย จนเมื่อตอนที่เพื่อนตัวเล็กเลื่อนสายตามามองเขา ก็ทำมาร์คสะดุ้งรีบหลุบตามองต่ำแทบไม่ทัน


บ้าเอ๊ย ลืมตัวอีกแล้ว 


“ไอ้มาร์ค กูเพิ่งนึกได้ว่ามึงลดความอ้วนอยู่” มาร์คช้อนตามองเพื่อน สลับกับมองไม้หมูปิ้งที่อยู่ในมือก็เห็นว่าตัวเองกำลังกัดใกล้ถึงโซนมันหมูแล้ว “ถ้ามึงไม่กินมันหมู เดี๋ยวกูกินให้ได้นะ” 


มาร์คช้อนตามองเพื่อนเตี้ย อยากจะบอกมันว่าเขาไม่ได้ลดความอ้วน เขาเองก็ชอบกินมันหมูเหมือนกัน แต่พอมองหน้าเพื่อนเห็นตาคู่นั้นจ้องมองมันหมูตาเป็นประกาย เฮ้อก็ช่วยไม่ได้เนอะ ใจอ่อนให้อีกแล้ว 


“เอาสิ” แค่มาร์คอนุญาต เจ้าเพื่อนเตี้ยก็รีบขยับมานั่งเก้าอี้เดียวกันกับมาร์ค การมาของแบมแบมทำมาร์คไม่ทันได้ตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวเจ้าเพื่อนเตี้ยก็นั่งชิดเขาจนไหล่ชนกันแล้ว 


“เอามาสิ” แบมแบมพูดพร้อมอ้าปากรอทำมาร์คแอบตกใจไม่น้อย ที่เขาตกใจเพราะไม่คิดว่าตัวเขาเองจะต้องเป็นฝ่ายป้อนด้วย


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก 


เอาอีกแล้ว ใจไม่รักดีมันเต้นแรงอีกแล้ว


มือสั่น ๆ ของมาร์คค่อย ๆ เลื่อนไม้หมูปิ้งไปจ่อที่ริมฝีปากอวบ เจ้าตัวเล็กอ้าปากกัดส่วนชิ้นมันหมูไปทั้งชิ้น ได้กินแล้วก็หันมายิ้มตาหยีให้มาร์คพร้อมกัดข้าวเหนียวกินตามหลัง ส่วนมาร์คนั้นก็เริ่มทำหน้าไม่ถูก ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกอึดอัดใจที่แบมแบมทำแบบนี้กับเขา แต่เขากลับรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังคิดอะไรประหลาด ๆ อย่างเช่นชอบที่ได้เห็นยิ้มน่ารักบนใบหน้าเพื่อนคนนี้


“เออ ไอ้มาร์ค กูยังไม่ยังไม่ได้ขอเบอร์มึงเลย ขอหน่อยดิ” แบมแบมถามเพื่อนพร้อมล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเอง หยิบโทรศัพท์ซัมซุงเครื่องจิ๋ว รุ่น E715 ขึ้นมาเปิดฝาพับรอบันทึกเบอร์โทรศัพท์เพื่อน


“05” แบมแบมเริ่มกดตัวเลขตามที่มาร์คพูด ส่วนมาร์คก็มองหน้าจอโทรศัพท์เพื่อนเพื่อดูว่าตัวเองพูดเร็วไปหรือเปล่า “9397939” 


เมื่อกดเสร็จแบมแบมก็ได้แต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยอาการอึ้ง และการที่แบมแบมไม่บันทึกเบอร์สักทีทำให้มาร์คมองหน้าเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจว่าเพื่อนเตี้ยเป็นอะไรไป


“เบอร์มึงกับกูนี่คล้ายกันเลย เปลี่ยนแค่สามตัวหลัง กูลงท้ายด้วย 393 แม่ง มึงกับกูนี่มีอะไรเหมือนกันหลายอย่างแล้วนะ” ฟังแล้วทำมาร์คใจเต้นแรงขึ้นมาซะงั้น แถมความคิดประหลาดดันดังขึ้นในหัวด้วย มาร์คแอบคิดคำพูดต่อคำพูดเพื่อนว่า 'เนื้อคู่หรือเปล่า' แต่พอเห็นตัวเองคิดอะไรประหลาดอีกแล้วก็ส่ายหัวไปมาเพื่อสลัดเอาความคิดบ้า ๆ ออกจากหัว 


“มึงโทรเข้าเบอร์กูสิ กูจะได้เมมเบอร์มึงไว้” มาร์คบอก แบมแบมพยักหน้าก่อนจะกดปุ่มโทรออกหามาร์คหลังจากนั้นก็หยิบเอาหมูปิ้งมากัด จนเมื่อตอนที่มาร์คหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็ทำเพื่อนตัวบางทำตาโต


“หู้วววว รุ่นใหม่เลยเหรอ รวยจังวะ” มาร์คไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าอะไรดี เขาไม่ใช่คนขี้อวดทั้งที่บ้านเขาก็มีฐานะมาก ๆ เพราะไม่อยากพูดถึงมาร์คก็เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง


“เออจริงวะ เบอร์มึงต่างกับกูแค่สามตัวท้าย” มาร์คพูดพร้อมตัดสายแบมแบมทิ้ง จากนั้นเขาก็กดปุ่มบันทึกเบอร์โทร ส่วนแบมแบมกำลังวุ่นอยู่กับการกินก็เลยยังไม่ทันได้เมมเบอร์มาร์คตอนนี้ ระหว่างนั้นก็มองดูเพื่อนเมมเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง จนเห็นตัวอักษรที่ขึ้นชื่อบนหน้าจอไม่ได้ขึ้นต้นด้วยสระแอ ก็แปลกใจจนต้องเอียงหน้าเข้ามาดูให้ใกล้กว่านี้


“ไอ้เตี้ย! นี่มึงเมมเบอร์กูแบบนี้เหรอ” แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาถามมาร์คอย่างหาเรื่อง ฝ่ายนั้นหัวเราะและยิ้มเล็ก ๆ 


“ก็จริงนี่หว่า มึงเตี้ยจะตาย” 


“ชักจะเหิมเกริมแล้วนะมึง รู้จักกับกูแค่วันเดียวเองนะ” แขนเล็กยกขึ้นมาวางพาดบนบ่าเพื่อนเป็นการแสดงอำนาจอยากให้เพื่อนยอม แต่ท่าทางที่เหมือนลูกแมวขู่ฟ่อนี่หรือจะทำให้เพื่อนกลัวได้


“ไม่เอา กูจะเมมชื่อนี้” ดีเท่าไรแล้วว่าไม่เมมว่าไอ้น่ารัก มาร์คแอบคิดในหัวแวบหนึ่ง จากนั้นก็ด่าตัวเองต่อว่าคิดอะไรประหลาดอีกแล้ว 


“โอเคได้! งั้นกูก็จะเมมชื่อมึงแย่ ๆ เหมือนกัน” พูดจบมือเล็กก็หยิบโทรศัพท์ที่ตัวเองวางไว้บนโต๊ะหินอ่อนมาบันทึกเบอร์ที่เพิ่งโทรออกไปล่าสุด มาร์คอมยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็โน้มใบหน้าเข้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ของแบมแบมให้ชัดว่าเพื่อนบันทึกชื่อเขาว่าอะไร


ท่าทางที่แสนสบายของมาร์คได้แปรเปลี่ยนไปเป็นอาการตกใจ นอกจากนั้นยังรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในภวังค์บางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง ตาคมของเขาเลื่อนมามองริมฝีปากอวบที่กำลังเปล่งชื่อที่บันทีึกไป อยู่ ๆ ก็เหมือนโลกมันช้าลง แม้แต่ใบหน้าเพื่อนเตี้ยก็เห็นเป็นภาพสโลว์ เสียงหวานที่ได้ยินทำหูเขาดับก็ตอนที่คนข้าง ๆ ส่งยิ้มหวานโชว์ฟันเรียงกันสวย แถมยังทำตาหยีที่ทำให้ดูน่ารักกว่าเดิมเป็นพันเท่า


แย่แล้ว...แบบนี้มันแย่ชะมัด มาร์คไม่อยากให้ความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้น ยอมรับว่าแบมแบมน่ารักมาก แต่มันก็ไม่จำเป็นที่มองแล้วต้องใจเต้นแรงหรือเปล่า


“เป็นไง” คำถามของแบมแบมทำมาร์คอยากจะตอบว่าเกินไปแล้ว


“กูว่าเราไปโรงเรียนกันเถอะ กูกลัวรถติดแล้วจะไปจอดรถที่โรง'บาลไม่ทัน” มาร์คพูดพร้อมลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วเดินไปที่รถเป็นการหยุดกิจกรรมนั้น ทำเอาเพื่อนเตี้ยมึนงงไปชั่วครู่ แต่ก็ยอมลุกเดินตามไป และก็ไม่ลืมที่จะคว้าถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งที่กินค้างอยู่เมื่อกี้ไปด้วย


มาร์คเดินมาถึงรถเขา เงยหน้ามาเห็นพ่อกับแม่แบมแบมกำลังเตรียมของขายอยู่หน้าตู้อาหาร การมาของมาร์คทำทั้งสองเงยหน้าขึ้นมามองแล้วส่งยิ้มหวานให้


“จะไปโรงเรียนแล้วเหรอลูก ขับรถดีดีนะ” แม่บิ๋มพูดพร้อมส่งยิ้มที่เป็นมาร์ค เด็กหนุ่มรีบยกมือไหว้ทั้งสองเป็นการลาไปโรงเรียน จากนั้นก็มองไปที่เพื่อนเตี้ยเห็นมันเดินมาทางนี้ก็รีบหลบสายตา มาร์ครีบเอารถลงจากขาตั้งคู่ จากนั้นก็ก้าวขาขึ้นคร่อมรถไว้


“แม่ พ่อ แบมไปโรงเรียนแล้วนะ หวัดดีค้าบ” แบมแบมยกมือไหว้พ่อแม่ จากนั้นก็หยิบกระเป๋าถือหนังสีดำมากอดไว้ แล้วก็เดินมาหาเพื่อนตัวโตที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์รอแล้ว มาร์คยื่นหมวกกันน็อกให้แบมแบมใส่ เขาเองก็ใส่ให้กับตัวเองเหมือนกัน ระหว่างใส่นั้นเขาก็เลือกที่จะไม่สบตาแบมแบมให้ตัวเองใจเต้นประหลาดอีก


หากทว่าหัวใจมันก็ไม่เชื่อฟัง แค่มือเล็กจับบ่าเขาเพื่อขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์ ก็ทำมาร์ครู้สึกหายใจแทบไม่ออก


“กูพร้อมแล้วเพื่อน!” มือเล็กก็ยังคงไม่ปล่อยมือจากบ่าของมาร์ค ทำเอามาร์คเมมริมฝีปากตัวเองเป็นการระงับความรู้สึกตัวเองไว้ ไม่อยากจะคิดไปไกล แต่ทำไมต้องรู้สึกเขินด้วย


มาร์คกดสตาร์ทมือจากนั้นเครื่องรถของเขาก็ทำงาน ตาคมมองซ้ายขวาเพื่อเช็คถนน เมื่อเห็นถนนว่างแล้วก็เริ่มออกรถเพื่อมุ่งหน้าตรงไปโรงเรียน


แต่อีกแล้วที่ใจของเขามันเต้นแรง นี่ขนาดไม่ลอบมองไอ้เพื่อนเตี้ยผ่านกระจกทำไมยังใจเต้นอยู่นะ หรือเป็นเพราะชื่อที่มันบันทึกไว้ ก็พอจะรู้หรอกว่ามันไม่มีทางคิดอะไร มันก็คงจะหมายความว่าลูกน้อง แต่ทำไมเขากลับคิดบ้า ๆ ในความหมายอีกแบบด้วย 


ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...แบมแบมก็ดันบันทึกให้ตีความหมายได้หลายความหมาย คำว่า 'คนของแบมแบม'ให้ตายเถอะคนที่คิดไม่ซื่อ ยังไงก็ไม่มีทางคิดแบบคนทั่วไปได้หรอก


ใจว้าวุ่นแต่เช้าเลยมาร์คเอ๊ย

.

.

.

.



เวลา 07.20 


เช้าวันที่สองในการมาโรงเรียนของมาร์ค ความรู้สึกช่างแตกต่างจากวันแรกโดยสิ้นเชิง เพราะในวันนี้เขาไม่ได้รู้สึกเหงาในระหว่างทางที่เดินไปยังห้องเรียน มองไปข้างกายก็เห็นเพื่อนเตี้ยเดินขากะเผลก ก็รู้สึกอุ่นใจที่เขามีเพื่อนใหม่ที่เขามั่นใจว่าไอ้หมอนี่จะต้องกลายเป็นเพื่อนซี้เขาในอนาคตข้างหน้าแน่ ๆ 


แบมแบมเป็นเพื่อนแบบที่มาร์คไม่เคยมีมาก่อน ที่ผ่านมาเขามีแต่เพื่อนตัวสูง ๆ ไม่หน้าตาหล่อเหลาเหมือนเน็ตไอดอล ก็เป็นพวกบึกบึนหัวเกรียน ผิวคล้ำเพราะเล่นกีฬา แต่แบมแบมแตกต่างจากบรรดาลเพื่อนโรงเรียนเก่าของเขาอย่างสิ้นเชิง


ตัวเล็ก ผอม นิสัยเหมือนเด็ก แต่นั่นมาร์คไม่นับว่าเป็นข้อเสียหรอกนะ เขามองว่านิสัยของแบมแบมมันดูน่าเอ็นดู น่าหยิก อีกทั้งเป็นคนที่ดูร่าเริงมาก มองไปกี่ทีเขาก็เห็นแต่ความสดใสจากเพื่อนคนนี้ นั่นทำให้มาร์ครู้สึกสบายใจที่จะอยู่กับแบมแบม


และอย่างหนึ่งที่มาร์ครู้จากลอบมองครั้งนี้


น่ารัก… ใช่… มันน่ารัก


คิดไปแล้วก็ทำมาร์คสะบัดหัวรัว เขาคิดว่ามันไม่เข้าท่าเอาซะเลยที่มองเพื่อนผู้ชายและชมว่ามันน่ารัก 


“ไอ้มาร์ค การบ้านคณิตทำยังวะ” แบมแบมถามขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบ แต่ก็ยังไม่ถึงกับทำลายความคิดฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นในหัวของเพื่อนใหม่ 


“อ..อ่อ เสร็จแล้ว” 


“หึ้ยดีจังวะที่กูมีเพื่อนฉลาด ขึ้นห้องไปกูขอลอกนะ” แบมแบมส่งยิ้มแฉ่ง แถมเอามือมาจับแขนมาร์คเป็นการอ้อนขอให้มาร์คยอมให้เขาลอกการบ้าน มาร์คไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว เขาไม่ใช่พวกขี้งกหวงวิชา เขาทำยักคิ้วพร้อมมองเฉไฉไปทางอื่นเพราะไอ้เพื่อนมันทำหน้าตาน่ารักอีกแล้ว “ขอบใจเว้ยเพื่อน!


พูดจบไอ้เพื่อนตัวเล็กก็ปล่อยมืออกจากแขนมาร์ค ทำเหมือนเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แบมแบมก็ทำถูกแล้ว ไม่งั้นคงทำให้เพื่อนตัวสูงสับสนกับความคิดจนเป็นบ้าแน่ ๆ 


แม้แบมแบมจะขาเจ็บ แต่เขาก็เดินเร็วกว่ามาร์คเสียอีก กว่ามาร์คจะตื่นจากอาการเหม่อก็เห็นเพื่อตัวเล็กเดินต๊อกแต๊กนำไปแล้ว มาร์ครีบเร่งฝีเท้าเดินตามเพื่อน แต่ทว่า


“ประเดี๋ยวก่อนค่า” ก็มีใครบางคนมาขวางทางเสียก่อน มาร์คเลื่อนสายตาไปมองคนที่มาขวางเขาด้วยอาการมึนงง “เบ้าหน้าดีม๊าก ดูดีทุกมุมมอง” 


กลุ่มเด็กนักเรียนชายใจหญิงต่างสำรวจใบหน้ามาร์คทุกระเบียบนิ้ว สายตาของพวกเขาฉายแววที่แสดงความรู้สึกแห่งความปราบปลื้มคล้ายกับได้ชมผลงานเอกที่พวกเขาเฝ้ามองหา


แบมแบมกำลังจะหันมาชวนมาร์คคุย หากทว่าก็ต้องเหวอไปชั่วครู่เพราะไม่เห็นเพื่อนอยู่ข้างกาย เจ้าตัวเตี้ยรีบมองหาเพื่อน มองไปยังทางที่เพิ่งเดินผ่านมา เห็นมาร์คกำลังถูกกลุ่มรุ่นพี่ฉายาโบว์ม่วงรุมล้อมอยู่ เพราะสงสัยว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกัน เจ้าตัวเตี้ยเลยเดินกะเผลกกลับไปหามาร์ค


“น้องชื่ออะไรเหรอคะ” อาร์ต หรืออาร์ตี้ถามมาร์คด้วยแววตาที่เป็นประกายแสดงความลุ่มหลงที่ได้มองหน้ารุ่นน้องหน้าใส


“ม… มาร์ค ครับ” แต่คนโดนถามนี่สิ รู้สึกกลัวชะมัด 


“น้องอยู่ห้องไหนเหรอ”


“อยู่ห้อง 4/7 ครับ” มาร์คตอบกลับอย่างซื่อตรง แม้เขาจะแอบรู้สึกกลัวที่ถูกรุ่นพี่จ้องมองเขาแบบตาไม่กะพริบแบบนี้


“แล้วน้องอยู่สีไหน” อาร์ตี้ถามเสียลาก ส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยที่ทำให้รุ่นน้องตัวแข็งทื่อ 


“ผ… ผมไม่รู้ ผมเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่” มาร์คตอบคำถามพร้อมยกมือมาเกาท้ายทอยแก้เก้อ


“เด็กใหม่นี่เองงง มิน่าล่ะพี่ถึงไม่เคยเห็นหน้าหล่อ ๆ ของน้องมาก่อน”​ อาร์ตี้พูดเสียงสูงพร้อมหันไปหัวเราะคิกคักกับเพื่อน การที่พวกเขาดูระริกระรี้ทำให้แบมแบมยิ่งไม่เข้าใจว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น 


“มีอะไรเหรอพี่อาร์ตี้”


สวรรค์มาโปรดแบมแบมมาช่วยมาร์คแล้ว!!


แค่มาร์คเห็นเพื่อนตัวเตี้ยมายืนอยู่ข้าง ๆ ความหวาดกลัวของเขาก็หายไปหมด เขาเดินขยับไปซ้อนหลังแบมแบมหวังใช้เพื่อนเป็นโล่บังรุ่นพี่ที่น่ากลัวพวกนั้น  


ส่วนแบมแบมในตอนนี้เขาได้แต่จ้องมองรุ่นพี่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ส่วนคนโดนถามเห็นแบมแบมก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไรหรอก เพราะพวกเขากำลังจดจ้องอยากจะได้มาร์ค


“แบมแบม แกเป็นเพื่อนกับน้องมาร์คเหรอ” เค หรือเคธีย์ถามแบมแบมเสียงบีบ 


“ใช่ มีอะไรเหรอ” ดูเหมือนว่าคำตอบของแบมแบมจะทำให้รุ่นพี่แก๊งโบว์ม่วงเริ่มมาสนใจเขาบ้างแล้ว

  

“น้องมาร์คอยู่สีไหน แกรู้ไหม น้องมาร์คเขาบอกว่าเขายังไม่รู้ว่าเขาอยู่สีไหน” แบมแบมหันไปมองหน้ามาร์คเป็นการเช็คอาการเพื่อน เห็นมาร์คยืนตัวแข็งทื่อก็พอจะเข้าใจว่าเขาน่าจะกลัวรุ่นพี่พวกนี้


“ไม่รู้อ่ะ” แบมแบมโกหก เขารู้ว่ามาร์คอยู่สีแดงจากใบเช็คชื่อที่เห็นเมื่อวาน “แต่แบมอยู่สีม่วงนะ” 


“โอ๊ยยยย พวกฉันไม่ได้อยากรู้ว่าแกอยู่สีอะไร ฉันอยากรู้สีของน้องมาร์ค อีกอย่างฉันรู้เป็นชาติแล้วย่ะว่าแกอยู่สีเดียวกันกับฉัน” เคธีย์ทำโวยวายเสียงแหลม แต่เสียงโวยวายนั่นไม่ได้ทำให้แบมแบมขวัญเสียหรอก เพราะเขาค่อนข้างสนิทกับพี่กลุ่มนี้ระดับหนึ่ง เหตุนี้ไงเขาถึงกล้าพูดตอบโต้พวกแก๊งโบว์ม่วง แม้ว่าแก๊งนี้จะเป็นเหมือนมาเฟียร่างทิฟฟานี่ก็ตาม


“พี่จะอยากรู้ไปทำไม จะจับมันไปเป็นหลีดเหรอ รีบหาไปป่าว นี่เพิ่งเปิดเทอมวันที่สองเองนะ”


“แกไม่รู้อะไร พวกแก๊งสีอื่นมันหาหลีดตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกแล้ว!” คำตอบชัดเจน ที่แท้ก็จะเอามาร์คไปเป็นหลีดนี่เอง “เนี่ย หล่อทุกมุมมองอย่างนี้ ถ้าได้อยู่สีเดียวกัน น้องมาร์คต้องเป็นหน้าเป็นตาให้กับสีเราแน่” 


อาร์ตพูดเพ้อฝันพร้อมเอามือมาควงแขนมาร์คไว้เบา ๆ ทำคนถูกกระทำแทบหยุดอากาศหายใจไปชั่วครู่ 


“เอ่อ… ผมไม่อยากเป็นหลีดครับ” มาร์คพูดออกมาอย่างตรง ๆ อย่างน้อยจะได้ให้คนอื่นเลิกคาดหวังกับเขา “ทำไมไม่เอาแบมแบมไปเป็นล่ะ” 


เพราะเห็นรุ่นพี่กำลังจะอ้าปากท้วง ก็เลยรีบเสนอตัวแบมแบมเข้าไปรับกรรมแทน ยังไงแบมแบมก็ต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วน่ะ มาร์คบอกตัวเองอย่างนั้นในใจ 


“ไอ้แบมเนี่ยนะ!” น้ำเสียงของเคธีย์กำลังบอกว่าเขาดูถูกภาพลักษณ์รุ่นน้องอย่างสุด ๆ แบมแบมเองก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ในทางกลับกันเขาก็รู้สึกเหมือนกันกับรุ่นพี่ ว่ามาร์คกล้าคิดได้ยังไงที่เสนอชื่อเขาออกไป มาร์คอาจจะยังไม่รู้ว่าหลีดแต่ละสี ต้องคัดตัวท็อป เบ้าหน้าฟ้าประทานกันมาทั้งนั้น การที่เสนอชื่อเขาไป มันทำให้แบมแบมรู้สึกตลกมาก


“ใช่ แบมแบม” มาร์คเน้นย้ำคำพูดของตัวเอง เขาคิดว่าเขาไม่มองไม่ผิด รุ่นพี่บอกว่าคนเป็นหลีดจะต้องเป็นหน้าเป็นตาให้กับสี เพราะงั้นถึงได้คิดว่าแบมแบมเหมาะสมไงล่ะ


“เอาไอ้แบมไปเป็นหลีด คงได้อายคนอื่นเขาหมดสิน้องมาร์ค ดูดิตัวก็เตี้ย ผอมอย่างกับไม้ขีดไฟ ผิวก็ดำ หูก็กาง ปากก็ห้อย” มาร์คหันมามองเพื่อนตัวเองและวิเคราะห์ว่าสิ่งที่รุ่นพี่พูดมามันมีอะไรถูกบ้าง


เตี้ยนั่นเป็นเรื่องจริง อันนั้นเขาไม่เถียง 


ผอมอย่างกับไม้ขีดไฟ… แบมแบมก็ผอม ผอมแบบแทบไม่มีเนื้อ แต่ก็ไม่ได้ดูไม่ดีสักหน่อย 


ผิวดำ… ไม่ขนาดนั้นนะ แค่ถ้าเทียบกับเขา เขาขาวกว่าก็เท่านั้น 


หูกาง… ก็ไม่ได้กางขนาดนั้นสักหน่อย ก็ดูน่ารักเหมาะกับหน้าตามันนี่ 


ปากห้อย… ไม่ใช่ห้อย เขาเรียกว่าอวบและตรงนั้นเป็นเสน่ห์เลยนะ 


นี่มองไม่เห็นความน่ารักของแบมแบมกันหรือไงนะ นี่เขามองกี่ทีก็บอกได้ว่าแบมแบมน่ารักมาก เหมาะกับที่จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับสีสุด ๆ (แม้ว่ามาร์คจะยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่สีไหนก็ตาม) 


“พี่อย่าเซ้าซี้มันเลย ไอ้มาร์คมันสายกีฬา เอาไปเรียกเสียงกรี๊ดฝั่งนั้นดีกว่า” แบมแบมพูดตัดบทหวังอยากจะให้รุ่นพี่เลิกอยากได้มาร์คเสียที


แน่นอนว่าคำพูดของแบมแบมทำรุ่นพี่อิดออดกันสุด ๆ แต่ก็ต้องยอมแพ้ เพราะมาร์คพูดเองว่าเขาไม่อยากเป็นหลีด อีกอย่างก็ยังไม่รู้ว่ามาร์คสีอะไร ในวันนี้ก็คงต้องยอมปล่อยไปก่อน 


“น้องมาร์ค ถ้าน้องอยู่สีม่วงและอยากดัง มาสมัครเป็นหลีดกับพี่นะ แต่ถ้าน้องไม่ได้อยู่สีม่วง พี่ขอร้องน้องอย่าไปสมัครเป็นหลีด พี่ขอแค่นี้แหละจ๊ะ” กันซีนสีอื่นกันสุด ๆ ไปเลยล่ะ


“ไม่ว่าจะอยู่สีไหน ผมก็ไม่เหมาะที่จะเป็นหลีด” มาร์คพูดออกมาอย่างตรง ๆ เพราะเขารู้ว่าเขาไม่สามารถโบกแขนสะบัดมือเป็นท่าทางต่าง ๆ ได้หรอก 


“แต่ยังไงพี่ก็คาดหวังอยากให้น้องอยู่สีม่วงเหมือนกันนะ อย่างน้อยก็มีนักกีฬาแซ่บ ๆ ในสีของพี่” 


“ไปแล้วพี่เดี๋ยวแบมลอกการบ้านเพื่อนไม่ทัน” แบมแบมตัดบทสนทนาพร้อมเอามือดึงกระเป๋ามาร์คให้เขาเดินหนีออกมาจากที่ตรงนั้น และนั่นก็เป็นการตัดบทสนทนาได้ดี เพราะมาร์คเองก็ให้คำตอบที่แน่ชัดว่าจะไม่เป็นหลีดแน่นอน พวกโบว์ม่วงก็เลยไม่สนใจมาร์ค แต่ก็แค่เฉพาะเรื่องหลีดนะที่จะพวกเขาจะไม่สน 


“จริงจังกันฉิบหาย กะอีแค่ได้รางวัลเป็นขนมปีบ” แบมแบมบ่นหลังจากที่เห็นว่าเดินห่างจากแก๊งโบว์ม่วงมาไกลมากพอแล้ว “ว่าแต่มึงเถอะ ไม่รู้ใช่ไหมว่าไอ้พวกหลีดของโรงเรียนเรามันเป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน”


มาร์คส่ายหัว เพราะเขาเป็นเด็กใหม่ ก็ไม่แปลกที่จะไม่รู้ว่าแต่ละตำแหน่งหน้าที่มันสำคัญยังไง 


“กูไม่รู้ว่าโรงเรียนอื่นเขาคัดหลีดยังไง แต่โรงเรียนกูเน้นชายแท้ที่หน้าตาหล่อเป็นพิเศษ เพราะพวกหล่อ ๆ จะดึงคะแนนจากกรรมการได้ดี เพราะงั้นพวกพี่เขาถึงอยากได้มึงไง” มาร์คพยักหัวช้า ๆ พร้อมซึมซับสิ่งที่แบมแบมเล่ามาเมื่อกี้ บันทึกระบบทำเนียมโรงเรียนใหม่ใส่สมอง “และการที่มึงเสนอชื่อกูไปมันเป็นอะไรที่ตลกมาก กูเนี่ยนะขอร้อง คราวหลังอย่ายื่นชื่อกูไป” 


แบมแบมคิดไปถึงตอนนั้นก็ส่ายหัวรัว เพราะเขาคิดว่าเขาเหมาะกับตำแหน่งเด็กบนแสตนสุดแล้ว ไม่ก็ทีมถูกใช้แรงงาน ไอ้กลุ่มคนดัง ๆ อะไรนั่น ไม่ได้เฉียดเขาแม้แต่นิด 


“อย่าดูถูกตัวเองนักดิ มึงมีดี” คำพูดนั้นทำแบมแบมหลุดหัวเราะออกมาทันที 


“มึงมองสภาพกูชัด ๆ กูเนี่ยนะมีดี” เพราะคิดว่าตัวเองเป็นบุคคลที่เกิดมาห่วยทุกเรื่อง ถึงได้มั่นใจไงล่ะว่าตัวเองไม่มีดีอะไรเลย


“ก็เนี่ยไง”


“เนี่ยไงอะไรของมึง”


“ก็เนี่ย มึงหน้าตาน่ารัก” มาร์คเผลอหลุดปากชมเจ้าเพื่อนเตี้ยออกมา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ไม่ทันแล้ว เขายืนตัวแข็งทื่อปล่อยให้เพื่อนมองเขาด้วยอาการตะลึง


“มึงจะหลอกด่าอะไรกูตามหลังไหมเนี่ย”​ เพราะไม่คิดว่ามาร์คจะชมยังไงล่ะ ถึงได้รู้สึกระแวง แต่การที่มาร์คเงียบไปก็ไม่รู้อีกแหละว่ามาร์คคิดจะแก้คำพูดตัวเองบ้างไหม แต่เพราะแสบพอควรถึงได้รีบรับคำชมก่อนจะโดนทวงคืน “แต่ก็จริงแหละ มึงนี่ตาถึงจริง ๆ ที่มองเห็นความน่ารักของกู นี่สิถึงเหมาะที่จะเป็นเพื่อนกู”


แบมแบมยกยิ้มจนแก้มป่อง เขาเอามือมาโอบบ่ามาร์คไว้พร้อมตบบ่ามาร์คเป็นการชมว่าเขาทำถูกแล้วที่เอ่ยคำชมนั่นออกมา


“เฮ้ยไอ้แบม ไอ้มาร์ค” เสียงยูคยอมดังมาจากอีกฝั่ง แบมแบมหันไปเห็นยูคยอม ก็รีบเอามือที่โอบบ่ามาร์คเมื่อกี้มาโบกมือทักทายยูคยอม ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อน 


มาร์คเลื่อนสายตาไปมองที่เพื่อนเตี้ย เขาถามตัวเองว่าเขาชมแบมแบมว่าน่ารักไปกี่ครั้งกัน แม้แต่ตอนเมื่อกี้ที่มันทำส่งยิ้มแฉ่งให้ มันน่ารักจนทำมาร์คใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด 


อาการพวกนี้มันอะไรกันวะเนี่ย




08/11/63

เห็นวันที่โน้ตไว้ด้านล่างก็รู้เลยว่าไม่ได้แต่งเรื่องนี้มา 2 ปี กรี๊ดดดดดดด ตอนนี้กำลังดึงน้องกลับมาเพราะจะเอาน้องมาทำเล่ม ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ถ้าสามารถพิมพ์ได้จริง ๆ ตามกำหนด จะเปิดจองปลายเดือนธันวา และวางขายวันแรกวันที่ 16 มกรา 

ขอให้ทำได้ด้วยเถอะ เพี้ยงๆ 

เรื่องนี้จะเต็มไปด้วยความน่ารักและอบอุ่น ฟิลกู๊ดกันฝุดๆ ฝากด้วยนะค้าบ

#ไม่ใช่เพื่อนมบ





23/11/61

แหมมมมมมมม แบมแบ๊มมมมมมมมมมมมม เมมชื่อเพื่อนแบบนั้น เป็นใครไม่คิดบ้าง แต่เชื่อไรท์เถอะคะ ว่าเจ้าดื้อของเราไม่รู้อะไรหรอก วัน ๆ เอาแต่ห่วงมันหมูจะไปทันคิดอะไร๊ แต่คนที่คิดไปไกลน่าจะเป็นมาร์ค กำลังอยู่ในช่วงสับสนเชียว ไม่ต้องคิดเยอะหรอกมาร์ค เอ็งชอบเค้าแล้ว จีบเลยอย่างไปรอ 55555555555 

มีใครรอเรื่องนี้ไหมนะ ฮืออออ ไรท์รู้สึกแรงกายถดถอย รีดคอมเม้นให้ฟีดแบคน้อย เลยไม่รู้ว่าแต่งไปมีคนอ่านไหม ฮื่ออออ ((อยู่ ๆ ก็ไม่มั่นใจผลงานตัวเองซะงั้น))

ขอกำลังใจแบบฮาร์ดคอได้ไหมนะ 

ฝากเล่นแท็กด้วยน้า #ไม่ใช่เพื่อนมบ 

รัก <3 



26/10/61 

วันนี้ลงเพิ่มเท่านี้ก่อนนะคะ ฮือออ ตอนแรกว่าจะแต่งให้มากกว่านี้ แต่ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเร็ว เลยได้เท่านี้จริง ๆ 

เจ้าแบมก็ยังเป็นเด็กดื้อไม่เปลี่ยน ส่วนตอนนี้ไรท์เริ่มหลงรักพี่บ๋อม 555555555555 เป็นตัวละครที่มีความกวน อิมเมจของพี่บอมก็คงจะเป็นน้องแบมเวอร์ชั่นพี่กันต์ แถมใส่ลักยิ้มให้ด้วย เฮือกกกกก 

หวังว่าจะชอบเรื่องนี้กันนะค้า จะพยายามมาต่อเร็ว ๆ นะค้า ที่หายไปนานเพราะทำเล่ม Brake เล่นหยุดอัปฟิคทุกเรื่องไปนานเลย ตอนนี้กลับมาแว้วววว 


ฝากเล่นแท็กด้วยน้า อยากเห็นแท็กคึกคัก #ไม่ใช่เพื่อนมบ 


ขอกำลังใจโน้ยยยยยย



19/09/61

หมูแบมเจ้าเด็กดื้อ! ไรท์แต่งเองยังรู้สึกอยากหยิกลูกแรง ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ดื้อมาก 555555 แถมร้ายมากด้วย 

แต่แหมมมม ไปบอกมาร์คว่าเดี๋ยวมึงไม่มีเวลาให้คืออะไรนะ แต่บ๋อมก็แซวซะตรงเลยนะจ๊ะ อิอิ ยัยเด็กดื้อจะตอบกลับมาว่ายังไง แต่ที่รู้ ๆ ไอ้เพื่อนที่ชื่อมาร์คนี่ใจสั่นบ่อยเหลือเกิน เห้มมม ตกหลุมรักง่ายจัง ก็งี้แหละไอ้เตี้ยมันน่ารัก

ติดตามต่อน้าา 

ขอกำลังใจโน้ยยยยยย ฝากติดแท็กด้วยนะคะ #ไม่ใช่เพื่อนมบ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 645 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #315 fafofafu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 22:40
    สนุกมากกกกก งื้ออออ ชอบอ่ะ
    #315
    0
  2. #313 akkanee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 19:02

    มาร์ค เธอตกหลุมรักเจ้าแบมเข้าเต็มๆแล้วล่ะ

    #313
    0
  3. #312 Chinjaaag7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 10:01
    โอ้ยเพื่อนไม่จริง ชอบ
    #312
    0
  4. #310 neptune9793 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 14:52
    น้องงงง
    #310
    0
  5. #309 น้อนลูกแบม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 13:00
    เป็นการแจ้งเตือนที่ดีใจสุดๆไปเลย รอนะคะะะะะะ💗
    #309
    0
  6. #308 itsnnham (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:57
    ติดตามค่ะ
    #308
    0
  7. #306 chaleemb2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 08:06
    ดีใจมาก 2ปีแล้ว กลับมาเจอกันสักที TT
    #306
    0
  8. #305 smile_pranisa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 05:17
    ไร๊!!!!!!!!!!!คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกกกกกตามตั้งแต่เปิดเรื่องเลยน๊าาาามาต่อบ่อนๆนะไร๊
    #305
    0
  9. #302 bbmma9397 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 12:15
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ เเต่งดีมาก เนื้อเรื่องน่ารักดีค่ะ ขอไม่ม่าหลังๆนะคะ กราบบบบ
    #302
    0
  10. #296 Pan183 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 23:02
    กลับมาต่อเถอะ #ไหว้
    #296
    0
  11. #294 Wish_1A (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 15:22
    อ่านแล้วเขินมากค่ะ รออยู่นะคะ
    #294
    0
  12. #291 Gizlib (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:40
    ไรท์จะไม่มาต่อแล้วจริงๆเหรอ
    #291
    0
  13. #290 kanyaratthongdee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 00:06

    รอออออยู่น้าาา
    #290
    0
  14. #289 Chiracc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 10:01
    -เตี้ยยยย เด็กน้อยมาก ใสซื่อมากกกก เป็นเพื่อนที่จนจบม.6ก็ไม่มีทางรู้หรอกว่ามาร์คแอบชอบบบบ งื่อออ ทำไงดี อยากอ่านต่ออ่าาาาาา
    #289
    0
  15. #286 NawapornSooksri (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 03:10
    ชอบนะตลกดี...นี่ไม่กล้าอ่านบนรถไฟฟ้าเลยนะกลัวจะกลั้นขำไม่ได้😅😅😅
    #286
    0
  16. #285 nongna21 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 12:06
    งื้อออออออเจ้าแบมไม่รุ้อะไรเลยว่าทำเพื่อนเค้าเกือบใจวายแล้ว5555555555555 น่ารักกกกอยากอ่านต่อนะคะ
    #285
    0
  17. #283 AdB23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 09:29
    คนของเเบมเเบม เสาต่ีนัยเฟ-เๅบ่วนั46ขร-ำ8ดยกัแค่นิมะบรงส่
    #283
    0
  18. #282 pppppft (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 17:39
    เป็นกำลังใจให้นะกั๊บ
    #282
    0
  19. #281 WalailakPloy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 01:55

    ดีย์มากกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกก น่ารักมากกกกกกกก อยากอ่านทุกวันเลยค่าาไรท์ สู้ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ ชอบบบทุกเรื่องที่ไรท์แต่งเลยค่า

    #281
    0
  20. #278 markbam240 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:37
    น่ารักกกก
    #278
    0
  21. #276 339923 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 07:32
    น่ารักจิงๆน้องแบม
    #276
    0
  22. #274 Ttt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:00

    รออ่านอยู่น้าาไรท์ <3

    #274
    0
  23. #273 Adiarus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 01:00

    รอค่าาาาาาาาา มาอัพเร็วน้าาาาาา
    #273
    0
  24. #272 Facebook12345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 23:05

    น่ารักจริงๆจีบเลยไหมมาร์ค ช่อบมากอะ

    #272
    0
  25. #270 TuanBam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:04

    เรื่องนี้น่ารักมากกกกก ชอบมากกก
    #270
    0