BoyFriend #ไม่ใช่เพื่อนมบ [MarkBam]

ตอนที่ 2 : CHAPTER 1 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 588 ครั้ง
    13 มี.ค. 63



CHAPTER 1




ไอ้เหี้ยบี ไอ้คนนิสัยไม่ดี กูเกลียดมึง ไอ้อัธพาล มันเอารองเท้านักเรียนผมไปซ่อนอีกแล้ว ไอ้หมาบ้า!!!!


“ไอ้แบม เจอยังวะ” ไอ้ยูคเดินมาจากอีกฝั่งหนึ่งของตึกด้วยหน้ายุ่ง ๆ เห็นมันมือเปล่าผมก็ต้องเบะปากงอแงใส่


“ยังไม่เจอ! ไอ้เวรบี กูจะไปฟ้องอาจารย์ว่ามันเอารองเท้ากูไปซ่อน”


“แน่ใจเหรอมึงว่าจะไปฟ้องอาจารย์ รอบที่แล้วที่มึงไปฟ้อง มึงโดนมันเจาะล้อรถจักรยานตามหลังไม่ใช่เหรอ” ฮือ! จริงสิ!!! ผมลืมไปได้ยังไงเนี่ย ไอ้หมาบ้า ไอ้หมาเวร กูเกลียดมึงงงง!!!! “ลองไปดูชั้นล่างป่ะ เผื่อว่ามันจะโยนไปข้างล่าง”


ผมเบะปากใส่ไอ้ยูคยอมอย่างงอแง สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือก ผมเดินลงบันไดตึกด้วยถุงเท้าเปล่า คิดแล้วก็โกรธแม่งฉิบหาย เนี่ย!! มึงทำให้ถุงเท้ากูดำ และพอมันดำมาก ๆ กูก็ซักยาก โว๊ยยยย เกลียดมัน


“เออว่าแต่ มึงจะตีซี้ไอ้เด็กกทมยังไงวะ” ไอ้ยูคชวนคุยระหว่างที่เรากำลังเดินลงตึก


“กูว่าจะชวนมันไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ว่าจะชวนตั้งแต่เลิกคลาสแล้ว แต่รองเท้าเสือกมาหายก่อน เซ็งฉิบหาย คอยดูเถอะรอบหน้ากูจะเอารองเท้าไอ้หมาบีไปโยนลงท่อน้ำเน่า”


“เก่งเชียวนะมึง” ไอ้ยูคทำหน้าเอือมใส่ผม ไอ้เพื่อนทรยศ แทนที่จะช่วยให้กำลังใจ มาตัดกำลังใจกูทำไมเนี่ย


แต่ก็จริงของมัน ผมคงไม่กล้าเอารองเท้ามันไปโยนทิ้งหรอก ไม่ใช่เพราะผมกลัวมันนะ ผมก็แค่ไม่อยากเห็นมันร้องไห้ก็เท่านั้น ผมเป็นคนดี ไม่เหมือนมันที่แกล้งคนอื่นไม่สนว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง


“แต่กูว่าไอ้มาร์คคงไม่มาอยู่กับเราหรอก โหงวเฮ้งมันดูเป็นพวกไอ้บีมากกว่าเพราะมันดูถนัดแตะต่อย”


“มึงตาถั่ว ไอ้มาร์คมันโหงวเฮ้งเป็นบอดี้การ์ดของกู ดูยังไงมันก็พร้อมจะปกป้องกูชัด ๆ” ไอ้ยูคเงียบ แต่ทำหน้าเอือมตอบกลับมาให้ผม มันคิดว่าผมพูดโอเว่อไปคนเดียว คอยดูเถอะ กูจะทำให้มึงเห็นเองว่ายังไงมันก็ต้องติดกู


ว่าแต่เอาอะไรมาล่อมันดีวะ ไม่รู้ด้วยสิว่ามันชอบอะไร


“ไอ้ยูค เอางี้ วันเสาร์กูจะชวนไอ้มาร์คไปเล่นเกมคอม ฯ ที่บ้านมึง”


“ทำไมต้องบ้านกู”


“อ้าว จะได้สนิทกันเร็ว ๆ ไง”


“ไม่เอาอ่ะ ตอนนี้แม่กูห้ามกูไม่ให้กูเล่นเกม กูกลัวแม่ตี” เห้อ! ไอ้ยูค ตัวใหญ่อย่างควาย หัวใจเท่ามดชะมัด เอาเกมคอม ฯ มาล่อไม่ได้แล้ว เอาอะไรดีวะ


“เดี๋ยวค่อยคิดล่ะกัน รีบลงไปหารองเท้ากูก่อนเถอะ ตอนนี้กูหิวข้าวจะตายแล้ว” ผมบ่นไปอีกรอบก่อนจะวิ่งลงบันไดนำไอ้ยูคมา จะหาเจอหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไอ้หมาบี คอยดูเถอะ รอกูเป็นได้ไอ้มาร์คเป็นเพื่อนเมื่อไร กูจะแกล้งมึงเช้าเย็นเลย!!


ผมเดินลงมาถึงชั้นล่างของตึก เดินตามหารองเท้าตัวเองวนไปวนมาก็ยังหาไม่เจอ ไอ้หมาบีนี่ทำผมเริ่มโมโหขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะเนี่ย


“อ้าว แบม มึงยังหารองเท้าไม่เจอเหรอ” เสียงคุ้น ๆ ผมหันไปมองที่ต้นเสียงเห็นไอ้จินกับไอ้แจยืนมองผมด้วยท่าทางเด็กเนิร์ด (?) แบบว่าท่าทางกอดหนังสือเรียนไว้ ดูยังไงก็เนิร์ดม๊ากกกมากกก


“มึงรู้ได้ยังไงว่ากูหารองเท้าอยู่” ผมถามกลับพร้อมยกนิ้วมาเกาแก้มตัวเองเพราะมันคัน


“กูเห็นไอ้แจ็คเอารองเท้ามึงไปซ่อนหลังขยะในห้อง”


“ฮะ! นี่อยู่ในห้องเหรอ” ไอ้จินไม่ได้ตอบอะไรกลับมา มันทำหน้าเนิร์ดใส่ผม “เออ ขอบใจ ๆ ไอ้ยูคคคค!!! กูเจอแล้ว อยู่ในห้อง”


ผมวิ่งออกมาจากไอ้สองคนนั้นพร้อมตะโกนบอกไอ้ยูคที่กำลังหาอีกฝั่งหนึ่งของตึก


“เดี๋ยวกูขึ้นไปเอาแป๊ป มึงรอนี่นะ” ผมบอกไอ้หมียูคแค่นั้น ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นตึกกลับไปห้องเดิม จะได้กินข้าวแล้ว เย้! หิวจะตายแล้ว คิดกี่ทีก็โมโหที่โดนแก๊งไอ้บีเอารองเท้าไปซ่อน ถ้าผมไปไม่ทันกินกระเพราไก่กรอบนะ จะเอารองเท้าไปปาหน้าไอ้บีแน่!


เมื่อรู้ว่ารองเท้าอยู่ไหน อารมณ์ของผมก็เบิกบาน จะได้ไปกินข้าวแล้ว จะได้ไปกินข้าวแล้ววววว ผมวิ่งบันได้ขึ้นมารัว ๆ มาหยุดที่ชั้นสี่ รีบวิ่งกลับไปที่ห้องเรียนคาบที่แล้ว ผมพุ่งเข้าไปในห้อง


ยังไม่ทันได้เริ่มหา ผมก็ต้องชะงักก่อนเมื่อเห็นใครบางคนที่กำลังก้มหาอะไรอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง นั่น... ไอ้มาร์คนี่หว่า มันมาทำอะไรวะ


ผมยืนเสือกมองดูว่ามันทำอะไร กำลังเสือกยังไม่ทันได้รู้ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมันหันกลับมา ผมตกใจที่มันหันมา แต่มันไม่ตกใจที่เห็นผมเลย มันทำหน้านิ่ง ๆ ใส่


“มึงมาทำอะไรวะ” ผมชวนคุย มันไม่ตอบแต่ชูหนังสือให้ผมดู อ้อ มันลืมหนังสือไว้ เออจริงสิ! พอดีเลย ใช้จังหวะนี้แหละตีซี้มัน และก็ใส่ร้ายไอ้หมาบี “ไอ้มาร์ค มึงว่างปะ ช่วยกูหารองเท้าหน่อยดิ ไอ้บีแม่งแกล้งกู เอารองเท้าไปซ่อน”


มันทำหน้านิ่งใส่ผม แม่ง... หยิ่งกว่าที่คิดไว้เยอะเลย คิดว่าเป็นเด็กกรุงเทพแล้วเจ๋งเหรอ


“เออ ถ้ามึงไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร” ผมทำเสียงงอน ๆ ใส่ แกล้งทำเดินวนหารองเท้าต่อ ส่วนไอ้มาร์คไม่ตอบอะไร มันเดินไปตรงหลังห้อง ผมเลียวหลังมอง เห็นมันเดินไปตรงถังขยะ และไม่นานมันก็หยิบอะไรขึ้นมา เมื่อได้เห็นของที่อยู่ในมือมันอย่างถนัดตาก็ทำผมอ้าปากค้าง


“มึงรู้ได้ยังไงว่ารองเท้ากูอยู่นั่น” อะไรวะ ทำไมทุกคนถึงรู้ว่ารองเท้าผมถูกซ่อนตรงไหน แต่ทำไมผมกับไอ้ยูคถึงไม่รู้ แม่งเอ๊ย! เสียเวลาไปกินข้าวชะมัด


ไอ้มาร์คเดินถือรองเท้าผมมาวางตรงเท้าผม แม่งบริการดีจังวะ แค่ยื่นให้ก็ได้ไหม


“มึงกินข้าวยัง กูกำลังจะไปกินข้าว มึงไปด้วยกันไหม” ผมถามมันในขณะที่เอามือจับบ่ามันไว้เพื่อให้ตัวเองไม่ล้มตอนใส่รองเท้า


“อืม” ไอ้มาร์คตอบ เยส! ไอ้มาร์คตกหลุมพลางผมแล้ว เย้! มันยอมไปกินข้าวกับผม แปลว่ามันก็คิด ๆ อยากจะเข้าแก๊งผมแน่


“ไป ๆ เดี๋ยวกูจะพามึงไปซื้อกระเพราไก่กรอบร้านลุงชู โครตอร่อยอ่ะ” ผมพูดตีซี้ยิ้มกว้างให้มัน ส่วนไอ้มาร์คก็ไม่ได้ยิ้มอะไรกลับมา มันทำหน้าอึน ๆ ใส่ผม


“มึงชอบเล่นบอลไหม” ผมชวนคุยต่อระหว่างเดินลงตึกไปหาไอ้ยูค จริง ๆ ผมไม่ค่อยชอบเล่นหรอก เพราะว่ามันเหนื่อย แต่ผมถามเผื่อไอ้มาร์คชอบมาก ๆ จะได้แกล้งเนียนชวนมันไปเล่น สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน หึ! รอก่อนเถอะไอ้บี กูกำลังจะมีบอดี้การ์ดปกป้องกู เตรียมหนาวได้เลย


“อืม ก็ชอบ”


“นั่นไง! กูเดาไม่ผิดเลย งั้นหลังกินข้าวเสร็จไปเตะบอลกัน” ไอ้แบมเอ๊ยย จะไหวไหมเนี่ย แต่ก็เอาเถอะ เพื่อได้ไอ้มาร์คมาอยู่ในทีมผมต้องหลอกล่อมันหน่อย ให้มันตายใจว่าคอเดียวกัน แล้วหลังจากนั้น หึหึ เสร็จกูแน่ไอ้หมาบี

.

.

.

.

.

.

เวลาเหลือเพียงครึ่งชั่วโมงที่จะทำให้แบมแบมได้ตีซี้มาร์ค ก่อนจะเข้าชั้นเรียนวิชาต่อไป ในตอนนี้เจ้าตัวเล็กกำลังยืนขาสั่นอยู่กลางสนามฟุตบอล มองออกไปนอกสนามเห็นเพื่อนยูคกำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอย่างสบายใจ เพื่อตีซี้กับมาร์ค ต้องทำขนาดนี้เชียวเหรอ


“ไอ้แบม! รับ!!” เสียงเพื่อนที่อยู่ทีมเดียวกันตะโกนมา และนั้นทำให้ขาเล็กยิ่งสั่นมากขึ้นไปอีก จะก้าวขายังไม่กล้าจะก้าว เห็นลูกบอลกำลังพุ่งมาทางนี้ ไม่ไหว ไม่ไหวแล้วแน่ ๆ


คนตัวเล็กหลับตาปี๋ คิดว่าโดนบอลอัดหน้าเข้งแน่ แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนลมผ่านไปแรง ๆ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อ น ๆ ของใครบางคน ลืมตาขึ้นมาก็เพิ่งรู้ว่ามาร์ควิ่งมารับบอลตัดหน้าไปแล้ว


“มึงทำห่าอะไรของมึงวะ เล่นบอลเป็นป่ะเนี่ย” เพื่อนในทีมเดียวกันด่าเจ้าตัวเล็กอย่างหัวเสีย และนั่นทำให้คนโดนบ่นอย่างแบมแบมต้องบุ้ยปากใส่ ก่อนจะแกล้งวิ่งตามลูกไปเยาะ ๆ


ความดีวันนี้ต้องทำให้มาร์คเห็นและตกลงปลงใจมาอยู่แก๊งด้วยกันแน่ ๆ แบมแบมได้แต่ภาวนาอย่างนั้น


การเล่นบอลได้เดินทางมาเกือบจบแล้ว แบมแบมก็ได้ทำหน้าที่ผู้วิ่งตามลูกบอลที่ดี พยายามหลบหลีกไม่ให้เพื่อนส่งบอลมาให้ เล่นเนียน ๆ ไปจนจบเกมก็คงได้สนิทกับมาร์คมากขึ้นแล้ว อดใจรออีกนิด


แต่ว่า... บอลเจ้ากรรมก็ช่างแกล้งเสียจริง ๆ


จู่ ๆ ลูกบอลก็พุ่งเข้ามาหาแบมแบม เจ้าตัวเล็กสะดุ้งตกใจวิ่งหนี และนั่นทำให้เสียงหัวเราะจากทีมฝ่ายตรงข้ามดังไปทั่วสนาม สร้างความอับอายให้ทีมตัวเองยังไม่พอ ยังสร้าง...


“โอ๊ย!!” แบมแบมล้มขะมำไปกับพื้น แล้วต่อจากนั้นเจ้าบอลขี้แกล้งก็ฟาดมาที่หัวเล็กเต็ม ๆ คราวนี้ไม่ใช่แค่ทีมฝ่ายตรงข้ามที่หัวเราะแล้วล่ะ ทีมตัวเองก็หัวเราะด้วย


“โอ๊ยยยยย ไอ้แบมเอ๊ยยย มึงเล่นบอลเหี้ยอะไรของมึงวะเนี่ย ฮ่า ๆ ” นั่นเป็นหนึ่งในทีมของเขาถามพร้อมพ่นเสียงหัวเราะไม่หยุด เจ้าร่างบางได้แต่เบะริมฝีปาก ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกเหมือนน้ำตามันเริ่มปริ่ม ๆ ยกมือทั้งสองขึ้นมาดูก็เห็นแต่รอยแผล ยกเข่าขึ้นมาบ้าง เป็นวงใหญ่เลย เพื่อจะเป็นซี้กับมาร์คต้องลงทุนเจ็บตัวขนาดนี้เลยเหรอ


แบมแบมนั่งก้มหน้ามองแผลที่เพิ่งเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะแซวของเพื่อน อีกนิดเกือบจะปล่อยน้ำตาขี้แงออกมาแล้ว ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนมานั่งยองอยู่ตรงหน้า เขายื่นแผ่นหลังให้ขี่ แบมแบมมองไปที่หน้าคนตรงหน้า เห็นเพียงด้านข้างของหน้าก็ทำเอาอึ้งนิด ๆ


“ขึ้นมา” ใครจะคิดกันล่ะว่ามาร์คจะใจดีแบกออกไปนอกสนาม


เจ้าตัวเล็กทำหน้างอเล็กน้อยแต่ก็ไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือของเพื่อนใหม่ แบมแบมฝืนร่างกายขึ้นไปขี่หลังมาร์ค เมื่อขึ้นไปขี่เรียบร้อยแล้ว เจ้าเพื่อนร่างสูงก็ลุกขึ้นและแบกเพื่อนตัวจิ๋วออกไปนอกสนาม


แขนเล็กกอดคอเพื่อนใหม่ไว้แน่น แอบมองใบหน้าขาว ๆ นั้นเห็นเขาขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าที่มาร์คทำหน้าอย่างนั้นเพราะหนักที่ต้องแบกหรือเปล่า แต่ยังไงก็...


“ขอบคุณนะ...” แบมแบมพูดบอกมาร์คไป ส่วนฝ่ายนั้นก็แค่เลื่อนตามามองเล็กน้อยก่อนจะเม้มริมฝีปากและเดินต่อไป


“กูต่างหากที่ต้องขอบคุณมึง” มาร์คพูดตอบมาอย่างนั้น และนั่นทำแบมแบมจ้องมองหน้าเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ


“ขอบคุณ? ขอบคุณเรื่องอะไร” มาร์คเม้มริมฝีปากตัวเองอีกครั้ง เขาเว้นช่วงจังหวะไปช่วงหนึ่งก่อนจะตอบไปว่า...


ขอบคุณที่พยายามอยากเป็นเพื่อนกับกู” แบมแบมได้ยินอย่างนั้นก็เหยียดริมฝีปากยิ้มทันที ไม่ปฏิเสธมาร์คแม้แต่นิด เพราะมันก็จริงที่แบมแบมยอมทำทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นเพื่อนกับมาร์ค ถึงแม้ว่าจะแอบมีผลประโยชน์แอบแฝงก็เถอะ


“ไม่ต้องขอบคุณกูหรอก กูไม่ได้พยายาม เพราะกูอยากเป็นเพื่อนกับมึงจริง ๆ” มาร์คไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่เขาแอบยิ้มเล็ก ๆ นี่คงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของการถูกย้ายมาที่นี่ อย่างน้อยก็มีเพื่อนดีดีที่อยู่รอบตัวของเขา “กูยอมรับตรง ๆ ก็ได้ กูไม่ชอบเล่นบอล และก็ไม่ชอบกีฬา”


“อืม กูรู้” คำพูดของมาร์คทำให้แบมแบมตกใจเล็ก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขารู้ แต่ก็นะ เจ้าตัวเล็กก็โชว์สกิลการเล่นกีฬาที่เก่งกาจให้มาร์คได้เห็นแล้วนี่ ไม่รู้ก็บ้าแล้ว


“อืม ที่กูทำไปเพราะอยากสนิทกับมึง” และจะได้มีไม้กันหมาจากบีด้วย แบมแบมแอบหัวเราะอย่างนางมารร้ายในใจ “กูเป็นเพื่อนกับมึงได้ไหม”


มาร์คแอบเหล่มองเพื่อนตัวเล็กที่อยู่บนหลัง เห็นมันเอียงหน้ามอง ตากลมแป๋วจ้องหน้าเขาอย่างลุ้นคำตอบ


“มึงไม่ต้องขอกูเป็นเพื่อนหรอก” หากแต่คำตอบของมาร์คนั้นทำแบมแบมเบ้ปากแรง นี่อุตส่าห์เจ็บตัวเพื่อที่จะได้เป็นเพื่อนยังโดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ทำไม! เขาไม่ดีตรงไหน หรือว่าเขาไม่ได้ต่อยเก่งแบบไอ้บี ไม่ได้เรียนเก่งแบบไอ้จิน มาร์คถึงไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขา “เพราะว่ากูต่างหากที่ต้องขอมึงเป็นเพื่อน”


แต่ประโยคต่อมาของมาร์คทำแบมแบมตาโต หน้าที่บูด ๆ ตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง ดีใจที่ในที่สุดมาร์คก็ยอมเป็นเพื่อนกับเขา และนั่นทำให้คนตัวเล็กกอดคอมาร์คแน่น


“มึงอยู่แก๊งเดียวกันกับกูแล้วนะ ต่อไปเราต้องอยู่ด้วยกันนะเว้ย ไปไหนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน มึงเป็นเพื่อนกูแล้วนะ” แบมแบมกำลังนึกภาพมาร์คคอยปกป้องจากบีทุกที่ แค่คิดก็สะใจแทบบ้าแล้ว


แต่แบมแบมคงไม่รู้หรอกว่า คำอ้อนและการกอดแน่นของเขามันจะทำให้คนที่แบกเขาอยู่นั้นใจสั่น อีกอย่างที่มาร์คไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมต้องรู้สึกดีใจแปลก ๆ


เพื่อนตัวน้อยมันน่ารักเขาก็ยอมรับ แต่มันก็ไม่ได้น่ารักแบบที่ต้องทำให้หวั่นไหวหรือเปล่าวะ ก็แค่เพื่อน แค่เพื่อนเท่านั้น หวังว่าต่อไปจะไม่คิดอะไรที่ประหลาด ๆ อีก


หรือเปล่า ? 

.

.

.

.

.

เวลา 14.20 น.


“นั่นตัวเหี้ยอะไรวะ ลูกกรอกหรือผีมัมมี่” เมื่อร่างแบมแบมถูกพยุงเข้ามาในห้องเรียนด้วยสภาพที่ผ้าพันแผลพันแขนและเข่า ก็ทำคู่อริอดอยากกัดหยอกไม่ได้ และอีกคนก็เป็นเหมือนเชื้อเพลิง แหย่นิดแหย่หน่อยไม่ได้ ทำกระฟัดกระเฟียด ถ้าทำเสียงขู่แบบสุนัขได้คงทำไปแล้ว


“เก็บปากไม่เห่าสักครั้งมึงจะตายหรือไงฮะไอ้เหี้ยบี” ระหว่างที่ด่าฝ่ายนั้นกลับ เจ้าตัวเล็กก็กำเสื้อมาร์คไว้แน่น เอาสิ ตอนนี้เขามีไม้กันหมาแล้ว จะด่าและกวนฝ่ายนั้นอะไรก็ได้


“ไอ้ลูกกรอก! นี่มึงกล้าพูดแบบนี้กับกูเหรอ!!!” แค่ฝ่ายนั้นขึ้นเสียง ก็ทำแบมแบมขาสั่นขึ้นมาทันที เพราะกลัวจะโดนต่อยเอาก็เลยเอามาร์คมาบังหน้า และนั่นทำให้เป้าหมายเปลี่ยนไป “ไอ้เด็กกรุงเทพ นี่มึงเลือกที่จะคบไอ้ลูกกรอกเหรอ มึงคิดดีแล้วเหรอ”


มาร์คไม่ตอบโต้อะไรสักอย่าง เขาทำเพียงยืนนิ่ง และก็ไม่มีท่าทีว่าจะกลัวบีด้วย นั่นแหละที่ทำให้แบมแบมมั่นใจว่าคนคนนี้พร้อมจะปกป้องเขาได้


“กูไม่กลัวมึงหรอกไอ้บี ไอ้หมาบ้า!!” คนตัวเล็กตะโกนด่าคู่อริในขณะที่ตัวเองกำลังหลบหลังเพื่อนใหม่พร้อมกำเสื้อนักเรียนเขาแน่น


“ไอ้ลูกกรอก มึงมานี่!!!!” บีพุ่งเข้ามาจะจัดการเขกกระโหลกไอ้เตี้ยสักที


“โอ๊ย ๆ มาร์ค กูเจ็บ!! ช่วยกูด้วยยยย” แบมแบมร้องนำก่อน ทั้งที่บียังไม่ถึงตัวเขาเลยด้วยซ้ำ ส่วนยูคที่ยืนข้าง ๆ แบมแบมก็ทำได้เพียงมองแรงไปที่เพื่อน หมันไส้จริง ๆ กับอาการโอเว่อแอคติ้งของมัน


“ไอ้เด็กกรุงเทพ ถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัวก็ถอยไป” บีเข้ามาใกล้แล้ว คิดว่าเด็กใหม่จะกลัวเขา แต่ทว่า...


“มึงไม่เห็นเหรอว่าเพื่อนเจ็บอยู่” มาร์คพูดน้ำเสียงโทนจริงจัง พร้อมเอามือกั้นไว้ไม่ให้บีเข้าใกล้แบมแบม และการทำหน้าที่ปกป้องของเขาทำเพื่อนตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังมองเพื่อนใหม่ด้วยแววตาภาคภูมิใจ แบมแบมกำลังชมตัวเองว่าเก่งที่ดูคนไม่ผิด


“กูเห็น! เห็นว่าหัวมันไม่ได้เป็นแผล งั้นกูก็จะเขกได้ มันจะได้จำ”


“ไอ้มาร์คคคค มันจะแกล้งกูวววว!” เจ้าเพื่อนตัวเล็กร้องใหญ่ร้องโต โอเว่อแอคติ้งเกินเหตุจนบีอยากแทบเขกสักสิบที แต่ก็ทำได้เพียงยึกยักเพราะเพื่อนใหม่จากกรุงเทพขวางทางไว้ ยิ่งฝ่ายนั้นทำหน้าทะโมนเป็นลิงก็อยากจะหยิกแก้มมันสักทีให้มันร้องลั่นห้อง


“พวกเธอทำอะไรกัน ทำไมยังไม่ไปนั่งที่” เสียงโหดของหญิงกลางคนดังขึ้นข้างหลัง และนั่นทำให้ผึ้งแตกรัง เหลือเพียงคนเจ็บและเด็กใหม่ที่ยืนแข็งทื่อหนีไม่ทัน


“กันต์พิมุกต์ ทำไมตัวเธอถึงมีผ้าพันแผลเยอะขนาดนี้” คุณครูขยับแว่นจ้องมองลูกศิษย์ตัวจ้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า


“ผมหกล้มครับครู” คนถูกถามตอบพร้อมทำปากยื่น


“ทำไมมึงไม่บอกครูให้หมด ว่ามึงวิ่งหนีฟุตบอลจนล้มหน้าคะมำล่ะไอ้แบม!” แย่ชะมัดที่เพื่อนที่ไปเล่นบอลด้วยกันวันนี้ดันอยู่ห้องเดียวกัน และการที่ทุกคนรู้ความจริงว่าที่แบมแบมผ้าพันแผลเต็มตัวแบบนี้เพราะทำตัวเซ่อซ่า ก็พากันหัวเราะแซวยกใหญ่ และนั่นทำให้คนถูกแซวหน้าแดงเพราะโกรธ


เพื่อนใหม่ไม่รู้จะช่วยอะไร ก็เลยดึงมือเพื่อนตัวเล็กไปนั่งข้าง ๆ ยูค ส่วนตัวเขาเองก็เปลี่ยนที่นั่งใหม่มานั่งประกบข้าง ๆ แบมแบม เป็นการบอกว่าเขาได้เลือกกลุ่มที่จะอยู่แล้ว


“เธอคือ กันยา เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใช่ไหม” มาร์คพยักหน้าตอบคำถามคุณครู “ตอนนี้เธอคงจะมีเพื่อนแล้วใช่ไหม ครูจะได้ไม่เป็นห่วง”


“ครูครับ ผมว่าน่าเป็นห่วงมากกว่าเก่านะครับ ที่มันเลือกอยู่กับไอ้ลูกกรอก” บีอดไม่ได้ เลยพูดขึ้นมาเพื่อกัดไอ้ตัวแสบ


“ทำไม! อยู่กับกูจะทำไม”


“มึงคงจะบังคับมันให้ไปอยู่กับมึงล่ะสิ”


“กูไม่ได้บังคับ มันอยากเป็นเพื่อนกับกู มันมาขอกูเป็นเพื่อนเอง” ถึงแม้ว่าขั้นตอนก่อนหน้านั้น แบมแบมก็แอบวางแผนจะลากมาร์คเขาแก๊งก็ตาม... อันนั้นไม่นับล่ะกัน


“หยุด!! พวกเธอจะทะเลาะกันทำไม ไม่ว่าเธอจะอยู่กับใคร สุดท้ายพวกเธอก็เป็นเพื่อนกัน” คำดุของครูภาษาไทย ทำให้เด็ก ๆ ในห้องเงียบกริ๊บ “เอาล่ะ! จบเรื่องไม่เป็นเรื่องไป และมาเริ่มเรียนกัน คาบนี้ครูจะยังไม่เริ่มสอนในหนังสือ จะให้พวกเธอทำงานร่วมกัน”


ตอนที่ครูภาษาไทยบอกยังไม่เริ่มสอนในหนังสือ เด็ก ๆ ก็ดีใจอยู่หรอก แต่พอบอกว่าให้ทำงานร่วมกันก็ทำเด็กรู้สึกเซ็งที่ทำงานตั้งแต่คาบแรก


“จับกลุ่มกันสามคน” พอได้ยินว่าสามคน เจ้าตัวเล็กก็ทำท่าดีอกดีใจเพราะมันพอดีกับจำนวนกลุ่มที่มีอยู่ตอนนี้ “เขียนรายชื่อมาแล้วมาส่งหน้าห้อง ฉันจะสุ่มหัวข้องานให้พวกเธอ”


เด็กนักเรียนเริ่มพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ รวมหัวจับกลุ่มกับเพื่อนที่สนิท ฝั่งริมสุดที่ติดกับโซนควบคุมไฟฟ้าของห้อง กำลังจุ่มหัวในการเขียนรายชื่อ


ยูคเขียนชื่อตัวเองกับเพื่อนตัวเล็กอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องถามให้เสียเวลาว่าชื่อสะกดยังไง เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี จำไม่ได้ก็บ้าแล้ว


“กูได้ยิน ครูเรียกมึงว่ากันยา มึงชื่อกันยาเหรอ” มาร์คพยักแทนคำตอบ “กูชื่อกันต์พิมุกต์ เห้ยแม่ง ชื่อกัน ๆ เหมือนกัน เพื่อนกันแม่งต้องชื่อเหมือนอย่างนี้แหละดี แม่งใช่อ่ะ!!!”


“อ้าว แล้วกูล่ะ” ยูคเงยหน้าขึ้นมาถามเพื่อนด้วยใบหน้าซึม เออ นั่นสิ... ไม่เข้ากับพวกเขาเลย


กันยา กันต์พิมุกต์ ประยุกต์...


“เห้ย! เข้ากันจะตาย ชื่อมึงลงท้ายยุกต์ ชื่อกูลงท้ายมุกต์” แบมแบมชี้ไปที่กระดาษเพื่อให้เพื่อนเห็นภาพ “และดูสิ ชื่อมึงมี ก.ไก่ ต.เต่าการ์รันเหมือนชื่อกู ดูยังไงก็เข้ากันเว้ย”


เออวะ ก็แถแก้ตัวได้จนยูคเลิกงอน ยูคอารมณ์ดีกลับมาก้มหน้าเขียนชื่อเพื่อนใหม่ลงไปในกระดาษ เขียนไม่ผิดแน่ ๆ เพราะชื่อมันเขียนง่าย ว่าแต่ นามสกุล...


“นุวกุล” มาร์คพูดนามสกุลเมื่อเห็นเพื่อนหยุดชะงักตอนจะเขียนชื่อนามสกุล


เมื่อยูคกับแบมแบมได้ยินนามสกุลของมาร์ค ทั้งสองก็เงยหน้ามองเพื่อนใหม่ด้วยใบหน้าตกใจนิด ๆ ทำให้มาร์คมองทั้งสองสลับกัน ทำไมทั้งสองถึงเงยหน้ามองเขาพร้อมกันแบบนั้น


“นามสกุลมึงนี่... คุ้น ๆ หูแปลก ๆ” ยูคพูดพร้อมทำคิ้วขมวด พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก


“จะไม่คุ้นได้ไง นามสกุลมันคล้าย ๆ กับนามสกุลกูไง ยุวกุลไง! แม่ง!! มึงนี่ทั้งชื่อและนามสกุลคล้ายกูเลย บังเอิญชิบหาย”


เออ ก็คล้ายกันดีนะ ยุวกุล กับ นุวกุล เหมือนจะได้คำตอบแล้ว แต่ทำไมยูคถึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่ว่าแค่นามสกุลคล้าย ๆ เพื่อนแบม แต่แค่กำลังคิดว่าเป็นนามสกุลของคนสำคัญมีชื่อเสียง ซึ่งเขานึกไม่ออกว่าเป็นใคร

.

.

.

.

.


เวลา16.30 .


“ไอ้แบม มึงจะไม่ตกรถสองแถวตายใช่ไหม รอให้คนซาก่อน แล้วค่อยกลับบ้านก็ได้มั้ง คนจะได้ไม่เยอะ” ยูคพูดในขณะที่ตามองไปที่ผ้าสีขาวที่พันรอบแขนและเข่าของแบมแบมไว้ ปกติเวลาเลิกเรียนก็แยกย้ายกลับกันไปไม่มายืนคุยให้เสียเวลาหรอก แต่เพราะวันนี้เพื่อนมันดันเจ็บก็เลยอดเป็นห่วงไม่ได้


“ไม่เอา กูอยากรีบกลับ ถ้ากลับช้ากูก็อดเล่นเกมดิ มึงก็รู้ว่าพี่กูหวงคอมจะตาย”


“แต่มึงเจ็บอยู่นะเว้ย ถ้าบ้านกูไปทางเดียวกับมึงก็อยากจะไปส่งอยู่หรอก” ยูคบ่นใส่เพื่อนตัวน้อยพร้อมทำหน้าเหนื่อย ก็จะไม่ให้เหนื่อยได้ยังไง เป็นห่วงแต่ไอ้เพื่อนมันก็ไม่ฟัง ดื้อจริง ๆ


ยูคยอมหันหน้าไปมองมาร์คที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ แบมแบม ก็เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่รู้เลยว่าบ้านมาร์คอยู่แถวไหน


“มาร์ค บ้านอยู่แถวไหนวะ” ยูคถามขึ้น


“หมู่บ้านการ์เด้นวิว”


“การ์เด้นวิว! ที่อยู่แถวตลาดมาลีใช่ป่ะ!!!” แบมแบมถามมาร์คน้ำเสียงตื่นเต้น คนถูกถามทำหน้าเขินก่อนจะพยักหัวเบา ๆ “ไอ้มาร์ค!! บ้านกูอยู่ตลาดมาลี เรากลับทางเดียวกันเว้ย!”


“เออดี มึงไปด้วยกันเลย ไอ้มาร์คลากไอ้แบมกลับบ้านไปด้วย บ้านมันเป็นร้านข้าวมันไก่อ่ะ มีร้านเดียวในตลาด” มาร์คพยายามนึก และเมื่อนึกขึ้นได้เขาก็พยักหัวรัว ๆ ข้าวมันไก่ร้านแบมแบมเขาเคยกิน พี่เลี้ยงชอบซื้อมาให้เขากินประจำ


“ดีเลย! คราวหลังจะได้มาโรงเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกัน แล้วนี่มึงกลับยังไงวะ รถสองแถวหรือมีใครมารับ” แบมแบมถามต่อน้ำเสียงตื่นเต้น


“ขับมอ' ไซค์กลับ” คำตอบของมาร์คทำเพื่อนตาโตทั้งคู่ ใครจะคิดกันล่ะว่ามาร์คจะโก้ถึงขั้นขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านเอง โครตเท่เลย


“มึงเอารถไปจอดไหนวะมาร์ค ที่โรงเรียนเราไม่ให้นักเรียนเอารถมาจอดในโรงเรียนนิ” ยูคซักถามต่อ


“จอดโรง'บาล” มาร์คตอบ


“เขาให้จอดด้วยเหรอวะ” คราวนี้เป็นแบมแบมที่ซักถามมาร์ค


“แม่กูเป็นหมอ ก็เลยไม่มีใครว่าอะไร” คำตอบชัดแจ่มแจ้ง ไม่มีใครสงสัยอะไรอีก


“งั้นกูขอติดรถมึงกลับนะ” คนตัวเล็กเกาะแขนเพื่อน ทำอ้อนกะพริบตาใส่รัว ๆ และนั่นทำให้มาร์คต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพราะกำลังกลั้นยิ้ม


“เออไงก็กลับกันดีดีนะมึง กูไปแหละ” ยูคเห็นเพื่อนแบมไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ก็เปิดตูดหนีไปทันทีเพราะอยากจะรีบกลับไปเล่นเกมก่อนที่แม่จะกลับบ้าน แบมแบมมองตามก็รู้ทันว่าทำไมเพื่อนยูคถึงรีบขนาดนั้น เขาเองก็รีบเหมือนกัน ถ้าพี่ชายกลับบ้านก่อน ช่วงเวลาแห่งความสุขก็จะอดไปด้วย


“มาร์ค รีบกลับกันเถอะ”


มาร์คพยักหน้าก่อนจะเดินนำแบมแบมไปยังทางที่รถจอด ระหว่างทางที่เดินไปเจ้าเพื่อนตัวเตี้ยก็ชวนคุยเรื่องนู่นเรื่องนี่ หันไปมองเห็นแต่ปากบวม ๆ ยื่น ๆ โม้นู่นนี่ให้ฟัง เดินไปฟังไปก็รู้สึกเพลินดี พวกเขาเริ่มทำความรู้จักกันบ้างเล็กน้อย คุยกันไปคุยกันมาในที่สุดมาร์คก็พาแบมแบมมาถึงจุดที่ตัวเองจอดรถไว้


“ไหน ๆ รถมึง” สำหรับวัยนี้ การมีรถมอเตอร์ไซค์ขับกลับบ้านเป็นอะไรที่เท่สุดแล้ว และนั่นทำให้แบมแบมอดตื่นเต้นด้วยไม่ได้ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนจะได้ขี่เองทั้งที่เขาเองก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น


มาร์คไม่ตอบแต่เดินไปหยุดที่รถมอเตอร์ไซค์สีแดงสดยี่ห้อ Yamaha รุ่น Mio และนั่นทำเพื่อนตัวน้อยอ้าปากค้าง


“นั่นมันรุ่นพี่แบงก์ วงแคลชนี่ โครตเท่อ่ะ!” มาร์คไม่ตอบอะไรแต่เขาแต้มยิ้มเล็ก ๆ เพราะขำท่าทีตื่นเต้นของเพื่อนใหม่ เขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ และเข็นมันออกมาจอดข้างหน้าแบมแบม จากนั่นก็ยื่นหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบสีชมพูให้เพื่อนตัวเล็กใส่ “มึงพกหมวกกันน็อคมาสองใบเหรอ เอามาเผื่อใครวะ”


“เผื่อแม่”


“อ้าว แล้วนี่ถ้ากูกลับกับมึงแล้วแม่มึงจะกลับยังไง” ความจริงแล้วมาร์คต้องรอแม่ออกเวรก่อนแล้วเขาถึงจะได้กลับบ้าน เพราะต้องรอแม่กลับด้วยกัน แต่วันนี้เห็นเพื่อนเตี้ยมันเจ็บตัวเพราะเขา ก็เลยอยากจะขับไปส่งที่บ้านก่อน แล้วค่อยวนรถกลับมารับแม่


“วันนี้แม่กูออกเวรช้า ก็เลยกลับก่อน” แบมแบมพยักหัวอย่างเข้าใจ ก่อนจะกระโดดซ่อนท้ายมาร์คพร้อมใส่หมวกกันน็อค มาร์คหันมามองเห็นเพื่อนนั่งถนัดแล้วก็เริ่มสตาร์ทรถออกจากลานจอดมอเตอร์ไซค์ของโรงพยาบาล


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


แปลกจังที่เขารู้สึกใจเต้นแรงแปลก ๆ และมันเป็นทุกครั้งเมื่อตอนโดนเพื่อนเตี้ยเอามือมาจับเสื้อไว้ เขาแอบลอบมองแบมแบมแวบหนึ่งผ่านกระจกรถ เห็นเพื่อนตัวเล็กกำลังทำอ้าปากรับลม มันตลกจนเขาต้องหัวเราะออกมา


มันก็ต๊อง ๆ ดีนะ แต่ก็ดูน่ารักดี... มาร์คคิดในใจพร้อมแต้มรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้า

.

.

.

.

.

.

.

รถมอเตอร์ไซค์คันสีแดงได้เลี้ยวเข้าซอยตลาดมาลี เส้นทางการเดินทางกลับบ้านของแบมแบมได้สิ้นสุดแล้ว เจ้าตัวจ้อยชี้นิ้วบอกให้มาร์คไปจอดตรงร้านข้าวมันไก่ ซึ่งเป็นบ้านของเขา มาร์คค่อย ๆ ชะลอรถเมื่อใกล้ถึงเป้าหมาย และหยุดรถตรงหน้าบ้านของแบมแบมพอดิบพอดี


มาร์คแอบสอดส่องสายตาเข้าไปในบ้านของแบมแบมด้วยความรู้สึกประหม่า เรื่องทำความรู้จักคนเขาว่าเขาทำมันได้ติดลบเลยล่ะ เขาไม่กล้าที่จะทักทายใครก่อน และการมาส่งแบมแบมที่บ้านก็เท่ากับว่าต้องทำความรู้จักกับคนในบ้านเพื่อนด้วยสิ แค่คิดก็ทำมาร์คเริ่มกลัว


“มึงเข้าไปหวัดดีแม่กูก่อนสิ” เอาแล้วไงล่ะ... แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาต้องทำ เพราะมันเป็นมารยาทที่ดีอย่างหนึ่ง มาบ้านเพื่อนก็ต้องทำความรู้จักกับแม่เพื่อน แต่เขาทำตัวไม่ถูก เลยกังวลมากเกินไป


มาร์คเชื่อฟังคำพูดเพื่อน เขาลงรถจากนั้นก็จัดการเอาเท้าเหยียบขาตั้งและดึงรถถอยหลังเพื่อให้มันเข้าล็อกขาตั้ง ถอดหมวกกันน็อคอย่างเชื่องช้า ในหัวกำลังประมวลคำพูดมากมายเพื่อเตรียมทำความรู้จักกับครอบครัวของแบมแบม


“อ้าว! ไอ้บ๋อม! ทำไมกลับมาบ้านเร็ว!!” มาร์คหันไปมองตามเสียงในขณะที่มือกำลังจัดการถอดหมวกกันน็อค มองไปตามสายตาของแบมแบมเห็นผู้ชายคนหนึ่งปักตัวย่อโรงเรียนเดียวกันกับเขา ที่ปกเสื้อมีดาวสามดวงบ่งบอกว่าเขาเป็นรุ่นพี่ ม.6 แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้ได้ยินแบมแบมเรียกผู้ชายคนนั้นว่าไอ้ ทำไมถึงพูดกับรุ่นพี่แบบนั้น


“กูจะกลับบ้านเร็วจะทำไม มึงยุ่งไรด้วยเตี้ย” รุ่นพี่คนนั้นเดินเข้ามาพร้อมฟาดมือไปที่หัวน้องชายตัวเองหนึ่งที จากนั้นก็เดินเข้าไปในร้าน “แม่ มีอะไรกินบ้างอ่ะ หิว!”


คำพูดเมื่อกี้มันทำให้มาร์คตีความได้อย่างเดียวว่าคนนั้นเป็นพี่ชายของแบมแบม


“โธ่เว้ย! เซ็งชะมัด ทำไมมันกลับบ้านเร็ววะ” แบมแบมบ่นพึมพำ มาร์คก็ได้แต่มองตามด้วยความสงสัย จากนั้นก็ถอดหมวกกันน็อควางลง มองไปที่เพื่อนตัวเตี้ยเห็นมันยังไม่ถอดหมวกกันน็อค แบมแบมหันมามองหน้ามาร์ค “เข้ามาในบ้านกูก่อน”


แบมแบมจะเดินนำเข้าไปในบ้าน แต่ว่ามาร์คไวกว่า เขารีบแบมือยึดหมวกกันน็อคสีชมพูไว้ และนั่นทำให้เพื่อนตัวน้อยต้องหยุดชะงักเพราะโดนเบรค หันมามองเพื่อนใหม่ด้วยหน้าคิ้วขมวดเล็กน้อย


“มึงยังไม่ถอดหมวกกันน็อค” พอมาร์คอธิบาย คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเริ่มคลายออก เพื่อนตัวจ้อยส่งยิ้มอายให้ มาร์คปล่อยมือออกจากหมวกกันน็อคของแบมแบม รอเพื่อนถอดหมวกกันน็อคอย่างใจเย็น แต่ยิ่งมาร์คมองมันยิ่งทำให้คนตัวเล็กรู้สึกกดดัน และไอ้หมวกกันน็อคนี้มันก็ดึงออกยากจริง ๆ


“มาร์ค ช่วยกูแกะหน่อย” แบมแบมเดินเข้าไปใกล้มาร์ค เอามือที่จับตัวปลดที่หมวกกันน็อคลง พร้อมเงยหน้าเพื่อให้มาร์คช่วย เพื่อนตัวสูงไม่ปฏิเสธ เขาจัดการปลดล็อคหมวกกันน็อคให้ แต่ระหว่างนั้น....


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาร์คได้เห็นหน้าเพื่อนคนนี้อย่างใกล้ชิด ครั้งแรกก็ตอนที่แบมแบมยืมบ่าเขาเพื่อพยุงตัวตอนใส่รองเท้า ครั้งที่สองก็ตอนที่เขาแบกแบมแบมขึ้นหลัง และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สามที่มาร์คได้มองหน้าแบมแบมใกล้ ๆ มาร์คไม่รู้ตัวเองเช่นกันว่าทำไมใบหน้านี้มันต้องสะกดให้เขามอง และเขาก็ชอบมองใบหน้าเพื่อนคนนี้ แต่เมื่อโดนสบตาทีไร ก็ต้องรีบหลบสายตาเพราะเขินที่จะสบสายตา


“เห็นเงาในตาฉันไหมมมมม เห็นเธออยู่ในนั้นไหมมมม*” แต่แล้วทั้งมาร์คและแบมแบมก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ ๆ มีคนมาร้องเพลงเสียงดังอยู่ข้าง ๆ ทั้งคู่หันไปมองตามเสียงเห็นเป็นเจ้าพี่จอมกวนประสาทกำลังเค้นเสียงร้องเพลงอย่างใส่อารมณ์


“ไอ้บ๋อม! มึงคิดว่ามึงร้องเพลงเพราะมากหรือไง” แบมแบมบ่นพี่ชายตัวเอง ส่วนมาร์คก็ไม่ได้ออกความเห็นอะไร เขาถอดหมวกแบมแบมได้เขาก็เอามันไปวางบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์ของเขา หากแต่ทำไมไม่รู้เขาถึงรู้สึกเขินซะงั้น ก็รู้สึกว่ากำลังโดนพี่ชายของแบมแบมแกล้งผ่านการร้องเพลง


“แหม ๆ เปิดเทอมใหม่ก็ได้แฟนเลยเหรอมึง” บ๋อมแซวน้อง พร้อมส่งยิ้มกรุ้มกริ่มไปหามาร์ค จากนั้นเขาก็... “แม่!!! ไอ้แบมให้ผู้บ่าวมาส่ง มาดูเร็วววว!!”


“ไอ้บ๋อม!! เดี๋ยวกูจะเอาหนังสือเพลงมึงไปเผา!!! ไอ้นิสัยเสีย!! นี่เพื่อนเว้ย ไม่ใช่แฟน!!!” บ๋อมหัวเราะใส่น้องตัวเตี้ย สะใจที่แกล้งแหย่มันได้ เขาเดินออกจากบ้านไปด้วยสภาพเสื้อออกนอกชายกางเกงกับรองเท้าแตะ แบมแบมได้แต่มองตามและทำค้อนใส่พี่ตามหลัง


“อะไร ไหน ใครมาส่ง” เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้น มาร์คมองไปตามเสียงเห็นป้าคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น แค่มองแวบแรกเขาก็รู้เลยว่าคนนี้น่าจะเป็นแม่ของแบมแบม เพราะเขาทั้งคู่เหมือนกันอย่างกับแกะ และเมื่อเธอได้สบตากับมาร์ค เขาก็รีบยกมือทำความเคารพ


“แม่! นี่เพื่อนใหม่แบม มันเพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพ มันชื่อมาร์ค” แบมแบมพูดแนะนำตัวให้มาร์คไปหมดทุกอย่างแล้ว มาร์คก็ได้แต่แต้มยิ้มบาง ๆ ก้มหัวเป็นการแสดงท่าทางนอบน้อม


“โห หน้าตาหล่อใช่ย่อยเลยนะเนี่ย เด็กกรุงเทพหน้าตาดีกันแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า” มาร์คไม่รู้จะตอบอะไรดี เขาเข้าหาผู้ใหญ่ไม่เก่ง เพราะไม่รู้จะตอบอะไร เขาจึงแค่ส่งยิ้มไป และแม่ของแบมแบมเองก็ไม่ได้คาดคั้นคำตอบอะไรจากมาร์ค เธอเลื่อนสายตามามองลูกชายตัวเอง เห็นผ้าพันแผลเต็มร่างลูกชาย ก็ทำเธอเบิกตากว้าง “ไอ้แบม! มึงไปทำอะไรมา ทำไมผ้าพันแผลถึงเต็มตัวแบบนี้”


“อ๋อ แบม...”


“มันวิ่งหนีบอลแม่ แล้วมันก็ล้มหน้าขมำ เลยเป็นแผล” ยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ พี่ชายก็เล่นเล่าความหน้าอายซะหมด และนั่นทำให้เจ้าตัวเล็กหันไปมองค้อนพี่ชาย บ๋อมไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาว เขากัดไอศกรีมเดินเข้าบ้านไปอีกครั้ง ส่วนแบมแบมก็ได้แต่มองตามพี่ด้วยสายตาอาฆาต


“แบมเอ๊ยยย! เลิกพยายามเล่นบอลเถอะ กีฬาที่เหมาะกับมึงอย่างเดียวก็คือเปตองนั้นแหละ” พอรู้ว่าลูกไปเป็นแผลได้เพราะวิ่งหนีฟุตบอล ก็ทำบุ๋มรู้สึกอายจนส่ายหัว เธอถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะเลื่อนสายตามามองมาร์คอีกครั้ง “ไอ้หนุ่ม มากินข้าวด้วยกันก่อนกลับบ้านไหม วันนี้แม่ว่าจะสั่งหมูกะทะมากินกัน”


“เย้! หมูกะทะ!! โอ๊ย ๆ เจ็บ ๆ” ดูท่าเพื่อนตัวเล็กจะชอบหมูกะทะนี้มาก ถึงขั้นกระโดดโล้ดเต้นโดยลืมว่าตัวเองเป็นแผล ก็เลยร้องเสียงหลงตามหลัง แบมแบมทำหน้ายู่พร้อมลูบผ้าพันแผลปอย ๆ หันมามองหน้าเพื่อนใหม่ “มาร์ค มึงกินหมูกะกะกับพวกกูก่อนค่อยกลับบ้าน”


“มาเร็ว! เข้ามานั่งในบ้านก่อน เนี่ยพ่อโทรไปสั่งแล้ว อีกสักพักก็คงมาส่ง” แม่ของแบมแบมกวักมือเรียกมาร์คเข้าบ้าน ท่าทางที่เป็นมิตรของบ้านหลังนี้ทำให้มาร์ครู้สึกสบายใจ ยอมรับว่าเขากังวลใจกับการกินข้าวร่วมกับครอบครัวแบมแบม แต่อีกใจก็อยากจะทำความรู้จัก สงสัยเขาต้องก้าวข้ามความกลัวนี่ให้ได้


“มาร์คเร็ว! เข้ามาในบ้าน” เพื่อนตัวน้อยกวักมือเรียกเขารัว ๆ


“กูขอโทรบอกแม่ก่อน เดี๋ยวกูตามเข้าไป” แบมแบมได้คำตอบแบบนั้นก็พยักหน้าตอบรับ เดินเข้าไปในบ้านทิ้งให้มาร์คได้โทรหาแม่อย่างเป็นส่วนตัว


มาร์คล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์โนเกียรุ่นใหม่ล่าสุด รุ่น3250 Xpress Music ที่ช่วงล่างสามารถหมุนได้ หรือที่นิยมเรียกกันว่ารุ่นหมุนตูด นิ้วหนาจิ้มเบอร์โทรของแม่โดยไม่ต้องพิมพ์หารายชื่อที่เมมไว้ นิ้วกดปุ่มอย่างรวดเร็ว กดครบตัวเลขเก้าหลักและกดโทรออกเสร็จ ก็ยกโทรศัพท์รอสัญญาณเสียงตอบรับจากฝ่ายตรงข้าม รอสายไม่นานก็มีคนรับสาย


(ฮัลโหลมาร์ค อยู่ไหนลูก) คุณหมอแหม่มคงจะงงเพราะว่าลูกชายไม่มาที่โรงพยาบาลตามเวลานัด ก็เลยถามขึ้นมา


“แม่ ตอนนี้มาร์คอยู่บ้านเพื่อน”


(อ้าวเหรอ ว้าว ดีจัง ลูกไปบ้านเพื่อนตั้งแต่วันแรกที่ไปเรียนเลย แปลว่าลูกมีเพื่อนแล้วใช่ไหม) น้ำเสียงของแม่ทำให้มาร์ครับรู้ว่าแม่กำลังดีใจที่เขามีเพื่อน


“ครับ แล้วแม่เพื่อนชวนกินข้าวเย็นด้วยกัน มาร์คเลยจะโทรมาบอกแม่ว่ามาร์คกินข้าวบ้านเพื่อนนะ”


(โอเคจ้ะ แล้วบ้านเพื่อนไกลบ้านเรามากไหม ลูกจะขับรถกลับบ้านได้หรือเปล่า จะไม่หลงใช่ไหม) เพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ แหม่มก็กลัวลูกชายจะหลงทางเอา เพราะไม่คุ้นชินเส้นทาง


“บ้านเพื่อนมาร์คอยู่ในตลาดมาลี ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านเราอ่ะ ตรงร้านข้าวมันไก่”


(อ๋ออออ ร้านเจ๊บิ๋ม ใกล้ ๆ บ้านเรานี่เอง ดีเลยเนอะ มีเพื่อนใหม่ที่บ้านใกล้กัน)


“ครับ” ตอบแม่ไปก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องยิ้มด้วย ทำเหมือนกับดีใจมากที่มีเพื่อนใหม่อย่างแบมแบมงั้นแหละ


(โอเค ๆ เดี๋ยวพ่อให้พ่อมารับ มาร์คก็อยู่บ้านเพื่อนไปเถอะ กุญแจบ้านเอามาใช่ไหมลูก)


“ครับ เอามา”


(โอเคจ้ะ ขอให้สนุกนะลูก)


“ครับ” คุยกับแม่เสร็จเรียบร้อยแล้วมาร์คก็ตัดสายแม่ไป เขาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง หันหลังกลับมาพร้อมส่องสายตาสำรวจผ่านประตูเหล็กยืด มองหาเพื่อนตัวจ้อยของเขาแต่ก็หาไม่เจอ เจอแต่คนอื่น ขายาวก้าวเข้าไปผ่านประตู การมาของเขาทำให้พ่อแบมแบมหันมามอง ใบหน้าใจดียิ้มต้อนรับเขา มาร์ครีบยกมือไหว้ทำความเคารพ อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้เป็นการรับไหว้


“มาร์ค แบมแบมอยู่ห้องนอน มาร์คไปตามให้ป้าหน่อยนะ บอกแบมแบมให้ป้าด้วยว่าให้เอาที่ชาร์ตแบตให้ป้าหน่อย” มาร์คพยักหัวตอบรับ เขามองไปที่บันได มันเป็นหนทางที่เขารู้สึกว่ามันยากเย็น เขาไม่กล้าเดินไปไหนมาไหนในบ้านคนอื่นด้วยตัวคนเดียว แต่ป้าบิ๋มอนุญาตให้เขาขึ้นไปหาแบมแบมแล้ว มันก็คงจะไม่เรียกว่าเป็นการเสียมารยาทหรอก


มาร์คเดินขึ้นบันไดบ้านอย่างใจเย็น เมื่อขึ้นมาหยุดตรงชั้นสองแล้ว เขาก็มองประตูห้องทั้งสามบานด้วยอาการมึนงงชั่วครู่ เพราะไม่รู้ว่าประตูไหนเป็นประตูห้องของแบมแบม ระหว่างที่กำลังยืนเดาประตูห้องฝั่งหนึ่งก็เปิดออก มาร์คหันไปมองเห็นบ๋อมเดินออกมาจากห้องน้ำ มาร์คสบตาซ่อนคำถามในแววตาว่าแบมแบมอยู่ไหน


“ห้องนี้ ๆ” บ๋อมชี้บอกมาร์ค เขาพยักหน้าตอบรับบ๋อม เดินไปตรงประตูที่บ๋อมบอก กำลังง้างมือจะเคาะประตู “ไม่ต้องเคาะ ๆ เข้าไปเลย!”


บ๋อมพูดบอกเสียงกระซิบ ทำมาร์คยืนทำหน้ามึนงง บ๋อมทำมือปัด ๆ ทำปากยุกยิกบอกให้มาร์คเปิดประตูไปเลย ถึงจะสงสัยว่าทำไมห้ามให้ไม่เคาะประตู แต่ก็ยอมเชื่อฟัง เขาวางมือไปที่ลูกบิดก่อนจะค่อย ๆ หมุนลูกบิดและดันประตูเข้าไป


แต่คำว่ารัก มันสั่งให้ฉัน ต้องปีนขึ้นไป**~


เสียงเพลงดังแทรกขึ้นออกมา มาร์คส่องสายตาเข้าไปในห้อง และเมื่อได้เห็นข้างในห้องอย่างถนัดตา ก็ทำเขาต้องเบิกตากว้างด้วยอาการตกใจ


“ได้เกิดมาเจอเธอทั้งที!!!!!! ไม่ว่ายังไงจะลองดีสักวานนนนนนนนน” เพื่อนตัวน้อยกำลังแหกปากร้องเพลงลั่นห้อง มันจะไม่น่าตกใจมากถ้าเขาไม่อยู่ในสภาพนุ้งกางเกงชั้นในตัวย้วย ๆ และเหยียบขาไปที่เตียงข้างหนึ่ง พร้อมโยกหัวทำจำลองภาพว่าตัวเองกำลังดีดกีตาร์กลางเวทีใหญ่


“ไอ้แบมมมม!! ทำอะไร มึงอายเพื่อนบ้างไหม!!!” เสียงบ๋อมดังมาจากข้างหลังมาร์ค ทำคนที่ใจไม่อยู่กับตัวสะดุ้งโหยง หันไปมองเห็นพี่ชายแบมแบมกำลังกุมท้องเพราะขำ เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมบ๋อมถึงไม่ให้มาร์คเคาะประตูห้อง


เจ้าตัวเล็กกระโดดโหยง รีบคว้าผ้าห่มมาห่อตัวเองไว้ แก้มร้อนฉ่ามองหน้าเพื่อนใหม่ด้วยความอายสุด ๆ ตอนแรกแค่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบลงไป แต่เห็นเพลงมันมันก็อดไม่ได้ อยากจะร้องก่อนสักเพลงค่อยลงไป


“ไอ้มาร์ค!!! มึงจะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูห้องก่อน” แบมแบมตะโกนด่าเพื่อนตาหยี๋


“กูไม่ให้เคาะเองแหละ ฮ่าๆ” บ๋อมหัวเราะสะใจอย่างสุด ๆ ทำเอาน้องชายทำหน้าบูดใส่เพราะอายเพื่อน ส่วนมาร์คเขาก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไง เขาเองก็อายแทนแบมแบม แต่อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในหัวว่า 'มันก็ดูบ้าบอดูน่ารักดี'


“กูลงไปรอข้างล่างนะ แต่ถ้ามึงอยากล้างตา มึงไปล้างได้ในห้องน้ำ” บ๋อมตบบ่ามาร์คหนึ่งที พร้อมเช็ดน้ำตาที่เกาะตรงหางตาออกด้วยหน้าที่บอกว่าอารมณ์ดีสุด ๆ ส่วนมาร์คเองก็ได้แต่ยืนนิ่ง เขาไม่กล้าขยับตัวแล้ว จะยังไงต่อดีล่ะ


“เออ ช่างเถอะ มึงเป็นเพื่อนกูแล้วนี่ ต่อให้แก้ผ้าต่อหน้ามึงกูก็ไม่อายแล้ว!” แบมแบมสะบัดผ้าห่มออกจากตัว ทำเอาเพื่อนร่างสูงยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น “จะยืนทำบื้ออะไรตรงนั้นเล่า ไม่เมื่อยไง! มานั่งรอกูข้างในสิ”


แบมแบมพูดในขณะที่เดินไปตรงตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อใส่ ระหว่างที่หา เพื่อนตัวสูงก็เดินเข้ามาในห้อง เขามองเพื่อนตัวบาง เห็นมันอยู่ในสภาพนุ้งกางเกงในตัวเดียวก็รู้สึกไม่หายตกใจ ไม่รู้ตกใจอะไรอยู่ ทั้งที่เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ชาย ตอนอยู่กรุงเทพเขากับเคยอาบน้ำแก้ผ้ากับเพื่อนตอนเข้าค่าย กะอีกแค่มองเพื่อนใหม่นุ้งกางเกงในตัวเดียว ทำไมต้องเขินด้วยวะ


หรือที่เขินมันอยู่อย่างนี้ เพราะคิดไม่ซื่อกับมันเข้าแล้ว...


บ้าน่า! คงไม่ใช่หรอก จะตกหลุมรักง่ายไปไหม ทั้งที่เจอกันวันแรกแท้ ๆ อีกอย่างไอ้เตี้ยนั่นก็เป็นผู้ชาย จะหวั่นไหวได้ยังไง อาจจะพักผ่อนน้อยไป เลยคิดอะไรบ้า ๆ ขึ้นมา


ใช่! มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ


“ไอ้มาร์ค มึงอย่าไปเล่าไอ้ยูคยอมเรื่องเมื่อกี้นะ” แบมแบมถามในขณะที่สวมกางเกงขาสั้นทับกางเกงชั้นใน ทำมาร์คต้องหลบสายตา “นะมาร์คนะ อย่าบอกมันนะ กูอาย”


น้ำเสียงที่อ้อนนิด ๆ ของแบมแบมมันทำมาร์คหายใจไม่คล่อง


“มาร์คคคค รับปากกูสิ!” เพื่อนตัวน้อยเดินมาใกล้เขา มาร์คสบตาเห็นมันกะพริบตารัว ๆ เป็นการอ้อน “นะมาร์คนะ อย่าบอกมันนะ ไม่งั้นมันล้อกูตายแน่ ๆ”


มาร์คไม่พูดตอบอะไร เขาได้แต่ช็อกในการอ้อนของเพื่อนตัวน้อย หัวใจของเขามันว้าวุ่นขึ้นมาซะงั้น ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอาการพวกนี้เลยจริง ๆ



-----------------

*เพลง สบตา – แอนเดรีย สวอเรซ

** เพลง เล่นของสูง - Big Ass 








06/08/61

กลับมาแล้วจ้าาา กลับมาาาา อาจจะมีคำผิดอยู่น้า ไรท์อ่านแค่รอบเดียว 

ปะกาศ ๆๆๆ จะเปิดจองฟิคเรื่องนี้วันที่ 4 กันยา - 15 ตุลาคม ใครที่ชอบแนวฟิลกู๊ด ไม่มีดราม่า น่ารักกุ๊กกิ๊กก็มาจองกันน้าา คิคิ ราคาประมาณ 350 บาท 

และกลับมาสู่ในเรื่อง... 

อะไรกันมาร์ค ใจเต้นกับเพื่อนวันแรกเลยเหรอ ก็คงจะหวั่นไหวง่าย ๆ ก็แบมแบมน่ารักออกซะขนาดนั้น 

สังเกตไหมว่าแม่แบมใช้มึงกูกับลูก ไรท์มานั่งวิเคราะห์ สังเกตจากเพื่อนผู้ชาย พ่อแม่ที่แบบเป็นแม่ค้าส่วนใหญ่ก็จะใช้มึงกูกับลูก บอกถึงลักษณะครอบครัว การเงิน และสังเกตจากมาร์ค แม่จะเรียกมาร์คว่าลูก น่าจะเหมาะกับอาชีพของหมอ แต่ยังไงก็เราไม่ได้หมายถึงว่าลูกแม่ค้าไม่ดีนะ แต่มันเป็นฟิลลิ่งที่ทำให้เห็นความต่างของการเลี้ยงดูและการเป็นอยู่ของสองครอบครัว 

ยังไงขอกำลังใจเยอะ ๆ นะครับบบบ มาต่อช้าแต่เรื่องนี้อาจจะจบเร็วกว่าเรื่องอื่นที่ไรท์เปิดอยู่ เพราะมันต้องทำเล่ม 5555555555 คอมเม้นกันโหน้ยยย ชอบแนวนี้ไหม 

ติดแท็กกัน #ไม่ใช่เพื่อนมบ 



11/07/61

กลับมาแล้ววว เรากลับมาแล้วววว ไม่คิดว่ารอบนี้จะกลับมาเร็ว ขอยอมรับตามตรงว่าเรื่องนี้เราเกือบลืมว่ามีเปิดไว้ เหมือนจะถูกเท แต่อัปตอน 30% แรกไป ดูกระแสดี เราเลยมีแรงกลับมาแต่งต่อ และมีแพลนที่อยากจะแต่งให้จบด้วย เย้ 

ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่เราจะแต่งแบบเรื่อย ๆ พยายามใส่ความใสตามวัย มีความกุ๊กกิ๊กเล็กน้อย ตั้งเป้าว่าอยากให้คนอ่านรู้สึกอบอวลไปด้วยความอบอุ่น หวังว่าจะเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ชอบกันน้า 

ตอนนี้มีซีนพูดถึงรถมอเซอร์ไซค์รุ่นมีโอ ไรท์นึกถึงตอนเรียน ม.ต้น ที่มีรถรุ่นนี้มาออกมา แล้วไรท์ก็กรี๊ดมากเพราะวงแคลชเป็นพรีเซ็นเตอร์ 5555555 ไรท์ก็เลยเอามาใส่ในเรื่องนี้ 

ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้เป็นฟิคที่ย้อนวัยไป ไม่รู้ว่าไรท์เคยเขียนท้อคไปว่าปี 90 หรือเปล่า แต่ไรท์มาศึกษาดี ๆ เหมือนฟิคไรท์ไม่ได้เก่าขนาดนั้น มันอยู่ในยุค 2000 ที่คนฟังเพลงตลับเทปอยู่ และก็มีซีดีเริ่มเข้ามาแต่แพง เดี๋ยวจะมีการแชทกันผ่าน MSN ฮืออ คิดถึงงวัยนั้น 

สำหรับน้อง ๆ ที่เกิดไม่ทันก็ถือว่าได้อ่านว่าสมัยเมื่อสิบปีก่อนเขาจีบกันยังไงล่ะกันน้า มันคลาสสิคมาก ๆ 

ถ้าชอบมาเม้นกันนะ 

1 คอมเม้น 1 แท็ก = ล้านกำลังใจแก่ไรท์ ให้ไรท์มีแรงปั่น

ไปเล่นแท็กให้คนเข้ามาอ่านเรื่องนี้เยอะ ๆ กัน #ไม่ใช่เพื่อนมบ 




07/07/61

กลับมาแล้วสำหรับคนที่รอไม่ใช่เพื่อนมบ วู้ววววววว มาร์ค หวั่นไหวตั้งแต่ตอนแรกเลยหรอ หืมๆๆๆ อย่างนี้ก็จะได้ไม่เป็นเพื่อนกันเร็ว ๆ สิ แต่เพื่อนตัวน้อยนี่จะคิดอะไรด้วยหรือเปล่า ไปลุ้นต่อเน้อ ไม่รู้ว่ามีคนรออ่านต่อแค่ไหน รอคอมเม้น มาเยอะก็จะกลับมาแต่งเร็ว ๆ อิอิ

ติดแท็กกัน #ไม่ใช่เพื่อนมบ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 588 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #311 Chinjaaag7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 21:23
    น้อนน่ารักมากก
    #311
    0
  2. #288 Chiracc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 08:53
    น่ารักอ่ะ แบมเป็นคนที่น่าแกล้งมากกกกกกก แกล้งแล้วรีแอคชั่นที่ได้มันสนุก คนเลยอยากแกล้งปนเอ็นดู มาร์คตกหลุมไปแล้วสิ
    #288
    0
  3. #271 Facebook12345 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 22:35

    พี่บ๋อมก็ไปแก้งน้องอะ555ช่อบน่ารัก

    #271
    0
  4. #263 DesTiNy-MJ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 14:42
    ตลกแบมมากๆๆๆๆอ่ะ ขำตามบ๋อม
    #263
    0
  5. #227 foremostoil (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 22:17
    ยิ่งอ่านยิ่งเหมือนได้ย้อนกลับไปในช่วงยุคนั้น จำได้ว่าสนุก มีความสุขมากเลย ที่กลับบ้านมาต้องรีบมาออนเอ็มทุกวัน ขอบคุณไรท์นะคะที่แต่งนิยายสนุกๆแบบนี้มาให้อ่าน ยิ่งเป็นพี่มาร์คน้องแบมยิ่งน่ารัก
    #227
    0
  6. #183 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 09:12

    แบม55555555 มาร์คโดนลูกอ้อนไปกี่ครั้งแล้วตั้งแต่เจอกันเนี่ย อ้อนเก่งจีงจีงงง

    #183
    0
  7. #161 keyprince (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 21:08
    แบมเอ้ยยยย ชอบอะ ดูเรียลๆดี
    #161
    0
  8. #160 หวังกงงงง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:53
    ตลกแบมมม555
    #160
    0
  9. #159 ohyoyae26 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 03:42
    โอ๊ยยยกูละขำ-จริงๆเลย-แบมมมม 5555
    #159
    0
  10. #158 MBAIYW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 13:59
    น่ารักมากเลย เหมือนย้อนตัวเองกลับไปตอน ม.ต้น น้องแบมนี่แสบน่าดูเลย 555555555555
    #158
    0
  11. #155 SDK15 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 11:41
    โอ้ยยยยกูขำหนักมากกกกคือแบบเห็นภาพเลยแกกกกกพี่แบมใส่(กกน)ร้องเพลง~กริ๊ดดดดดดดดดกูปวดท้องไปหมดแล้ววว
    #155
    0
  12. #154 TuanBam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 10:01
    ชอบแนวนี้ เหมือนได้ย้อนวัยไปด้วย ชอบๆๆ
    #154
    0
  13. #153 StartAday (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 20:50
    น่ารักกกกก
    #153
    0
  14. #150 XCIIIXCVII (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 14:51
    ตลกแบมไม่ไหวแล้วว แบบเด็กแสบมาก กวนๆต๊องๆ5555
    #150
    0
  15. #149 Joyler (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 02:21
    โอ้ยยย น้องง 55555 ช็อคไปเลยดิพี่มาร์ค
    #149
    0
  16. #148 Bar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 23:15

    น่ารักๆๆ ตามไปดูรุ่น มอไชร์เพราะอยากรู้ว่าเท่ ขนาดใหนปรากฎเป็น Yamaha ไม่ใช่ Honda ค้า

    #148
    1
    • #148-1 theeta(จากตอนที่ 2)
      6 สิงหาคม 2561 / 23:18
      แงงง ขอบคุณนะคะที่มาบอก ไรท์เอ๋อมาก รู้ว่าเป็น Yamaha แต่ทำไมพิมพ์ไป Honda แงง
      #148-1
  17. #147 MNBQ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 22:51
    ฮืออออ เป็นฟิคที่ต้องร้องว่าน๊องแบ๋มมมมมม
    #147
    0
  18. #146 Lyn. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 20:44
    หมั่นเขี้ยวเจ้าแบม อยากฟัด น่ารัก
    #146
    0
  19. #145 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 18:50
    น่ารักเกินไปแล้วววว
    #145
    0
  20. #144 0636014669 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 18:44
    โว้ยยยยยแบม อายแทนอ้ะ555555
    #144
    0
  21. #143 yingyui2528 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 17:55
    ฟิคนี้ฟิวส์กู๊ดจริงๆ ออกอาการเขิน
    #143
    0
  22. #142 solong9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 17:45

    พี่บ๋อมแกล้งน้องอ่ะ55555

    #142
    0
  23. #141 viola (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:10
    น่ารักดีอ่ะ555
    #141
    0
  24. #140 onibodyslim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 12:57
    สบตานี่เพลงโปรดเลยอ่ะ บ่งบอกวัยมาก สนุกๆๆ มาต่อไวๆนะคะ
    #140
    0
  25. #139 mooping11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 11:20

    มาร์คใจเย็นๆนะ555555

    #139
    0