WOLF #คุณหมาป่ามบ [MARKBAM] จบแล้ว

ตอนที่ 7 : ➵ CHAPTER 5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 267 ครั้ง
    17 ม.ค. 60











BAMBAM PART



“นายเก็บความลับเก่งหรือเปล่า?”


คำถามของคุณมัคคึทำให้น้องแบมต้องเอียงคอมองอย่างสงสัย น้องแบมกำลังจะจูบกับคุณมัคคึ คุณมัคคึจะมาเล่าเรื่องความลับอะไรให้น้องแบมฟัง มันไม่ถูกเวลาเลยนะคุณมัคคึ


“คุณมัคคึจะเล่าความลับอะไรเหรอฮะ ไว้เล่าตอนที่น้องแบมให้รางวัลคุณมัคคึแล้วไม่ได้เหรอ" เพราะน้องแบมไม่อยากเสียโอกาสจุ๊บ ๆ กับคุณมัคคึ กว่าจะวางแผนหลอกล่อคุณมัคคึได้ น้องแบมใช้พลังงานไปเยอะมากเลยนะเนี่ย! และไหนจะต้องเสียสละมาชเมลโล่อีก ไม่เอา! น้องแบมไม่ยอมให้แผนน้องแบมล่มหรอก


คุณมัคคึจ้องน้องแบมตาไม่กระพริบ ยิ่งคุณมัคคึจ้อง น้องแบมก็ยิ่งรู้สึกเขิน ตอนนี้หัวใจของน้องแบมเต้นแรงมาก ๆ นอกจากนั้นน้องแบมยังรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก จนต้องสูดลมหายใจเข้าถี่ ๆ ร่างกายของน้องแบมไม่ปกติ น้องแบมต้องป่วยแล้วแน่ ๆ แต่แปลกจัง... ทำไมน้องแบมถึงรู้สึกป่วยเฉพาะเวลาที่อยู่ใกล้คุณมัคคึนะ


จู่ ๆ คุณมัคคึเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ น้องแบมตั้งตัวไม่ทันเลยตกใจ แถมหลับตาปี๋ตัวเกร็งทันที คุณมัคคึจะจูบน้องแบมแล้วใช่ไหม น้องแบมตื่นเต้น น้องแบมจะได้คุณมัคคึเป็นคุณภรรยาแล้ว!


“อ๊ะ!” น้องแบมเผลอร้องออกมา เพราะคุณมัคคึเอาลิ้นมาเลียแก้มน้องแบมเบา ๆ หัวใจของน้องแบมเต้นแรงมากกว่าเก่า น้ำลายอุ่น ๆ ไม่ทำให้น้องแบมรู้สึกรังเกียจ แต่กลับทำให้น้องแบมรู้สึกร้อนไปทั้งร่างกาย ลิ้นนุ่ม ๆ ของคุณมัคคึทำน้องแบมรู้สึกกระหายน้ำจนต้องกลืนน้ำลายลงคอถี่ คุณมัคคึ...


น้องแบมค่อย ๆ หรี่ตามอง น้องแบมต้องตาฝาดแน่ ๆ เพราะน้องแบมเห็นเป็นคุณมัคคึเป็นคุณหมาป่า น้องแบมจึงลืมตากว้างเลยรู้ว่าตัวเองตาฝาดไปแล้วจริง ๆ คนตรงหน้าน้องแบมก็ยังเป็นคุณมัคคึคนเดิม


คุณมัคคึย้ายมาเลียแก้มน้องแบมฝั่งขวา ตอนคุณมัคคึเลียแก้มน้องแบม คุณมัคคึเหมือนคุณหมาป่าเลย ทำไมคุณมัคคึกับคุณหมาป่าถึงได้เหมือนกันมากมายขนาดนี้ แต่ถึงจะเลียแก้มน้องแบมเหมือนกัน แต่ทำไมความรู้สึกต่างกัน สงสัยลิ้นของคุณหมาป่าจะแข็ง ๆ เลียแล้วน้องแบมไม่รู้สึกอะไร ก็เหมือนเวลาที่โคโค่เลียแก้มน้องแบม แต่ลิ้นของคุณมัคคึ นุ่มมาก เวลาเลียแล้วรู้สึกจั๊กจี้นิด ๆ


คุณมัคคึดึงหน้าออกแล้วจ้องหน้าน้องแบม ตาคุณมัคคึหวานเยิ้มมาก ๆ ยิ่งคุณมัคคึเลียริมฝีปากตัวเอง น้องแบมยิ่งรู้สึกเขิน ทำไมคุณมัคคึของน้องแบมถึงได้เซ็กซี่ขนาดนี้นะ


แล้วคุณมัคคึก็ทำน้องแบมร้อนวูบไปมากกว่าเก่า เมื่อคราวนี้คุณมัคคึเปลี่ยนมาเลียที่ต้นคอของน้องแบม ความรู้สึกมันไม่เหมือนเลียแก้มเลยสักนิด มันไม่ได้รู้สึกจั๊กจี้ แต่มันรู้สึกเสียว ยิ่งคุณมัคคึเอามือมาลูบแผ่นหลังน้องแบม น้องแบมยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ


“คุณมัคคึ... น้องแบมเสียวจังเลยฮะ" น้องแบมพูดบอกคุณมัคคึ ทั้งที่มันเสียวแต่ทำไมน้องแบมถึงอยากให้คุณมัคคึทำแบบนี้ น้องแบมเริ่มไม่เข้าใจตัวเองแล้ว


คุณมัคคึหายใจแรงมาก แถมยังเอาแขนมากอดรัดน้องแบมมากกว่าเก่า คุณมัคคึอุ้มน้องแบมไปนั่งที่ตักคุณมัคคึ น้องแบมเอาแขนโอบคุณมัคคึไว้ คุณมัคคึเริ่มจูบไปที่ต้นคอของน้องแบมเบา ๆ ก่อนจะไล่ต่ำลงมาที่ไหล่ของน้องแบม การกระทำของคุณมัคคึทำให้น้องแบมรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า น้องแบมไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร มันร้อนวูบวาบไปทั้งตัว และรู้สึกปวดหนึบ ๆ ไปที่น้องน้อยของน้องแบมด้วย


“คุณมัคคึ จะทำอะไรน้องแบมเหรอฮะ คุณมัคคึไม่จูบน้องแบมแล้วเหรอ" น้องแบมถามไปด้วยความสงสัย คุณมัคคึเงยหน้ามองน้องแบม น้องแบมรู้สึกได้ว่าตอนนี้หน้าของคุณมัคคึดูเซ็กซี่มาก ๆ เซ็กซี่กว่าตอนกัดปากอีก


“แล้วเก็บความลับเก่งหรือเปล่าล่ะ"


“คุณมัคคึนอกเรื่องอีกแล้ว น้องแบมกำลังคุยเรื่องจูบกับคุณมัคคึ คุณมัคคึจะเล่าความลับอะไรตอนนี้ทำไมฮะ"


“ฉันกำลังหมายถึง.... ถ้าฉันจูบนาย... นายจะเก็บเป็นความลับได้ไหม" น้องแบมเอียงคอมองคุณมัคคึด้วยความสงสัย จูบกับคุณมัคคึทำไมต้องเก็บเป็นความลับด้วย นี่น้องแบมคิดเลยนะเนี่ยว่าถ้าได้จูบคุณมัคคึแล้ว น้องแบมจะวิ่งตะโกนลั่นไปทั่วปราสาทว่าได้จูบคุณมัคคึแล้ว คนที่อยากได้คุณมัคคึเป็นภรรยา จะได้ไม่กล้ามายุ่งกับคุณมัคคึของน้องแบม


“ไม่เอา น้องแบมไม่อยากเก็บเป็นความลับ" คุณมัคคึทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทำไมกัน... คุณมัคคึเสียใจที่น้องแบมไม่ยอมเก็บความลับเหรอ แต่คุณมัคคึต้องเข้าใจนะ เพราะน้องแบมกำลังทำเพื่อคุณมัคคึ


“คุณมัคคึฮะ คุณมัคคึจุ๊บ ๆ กับน้องแบมนะ คุณมัคคึรู้ไหมว่าถ้าคุณมัคคึจุ๊บกับน้องแบม มันจะเป็นสัญญาผูกมัดว่าคุณมัคคึต้องเป็นภรรยาของน้องแบม"


"ทำไมจูบแล้วต้องเป็นเมียนายด้วย" คุณมัคคึสวนกลับเหมือนไม่ยอมที่จะเป็นภรรยาของน้องแบม


"ก็คุณป๊าบอกว่า จูบสำคัญมาก ๆ ต้องให้กับคนที่เป็นภรรยาเท่านั้น"


"แล้วนายเคยจูบกับใครหรือเปล่า"


"ไม่ฮะ ไม่เคย ก็นี่ไง น้องแบมเลยจะจูบกับมัคคึคนแรก" น้องแบมเห็นคุณมัคคึเลียริมฝีปากตัวเอง หรือคุณมัคคึจะหิวแล้ว จะว่าไป... น้องแบมก็เริ่มหิวเหมือนกัน สเต็กเนื้อที่เพิ่งกินไปมันย่อยหมดแล้ว


“งั้น... เป็นเมียนายมันดียังไง" คำถามของคุณมัคคึทำน้องแบมตาลุกวาว แปลว่าคุณมัคคึสนใจที่จะเป็นภรรยาน้องแบมแล้ว! น้องแบมรีบเอาแขนโอบคอคุณมัคคึไว้ จ้องหน้าคุณมัคคึพร้อมกระพริบตาปิ๊ง ๆ ให้ เผื่อคุณมัคคึจะหลงในข้อเสนอของน้องแบม


"เป็นภรรยาน้องแบมดีจะตาย น้องแบมจะหาเงินมาให้คุณมัคคึเยอะ ๆ เลย คุณมัคคึไม่ต้องทำอะไร นอกจากอยู่บ้านเลี้ยงคุณหมาป่า งานบ้านก็ไม่ต้องทำนะฮะ เดี๋ยวน้องแบมกลับมาทำให้เอง ทั้งทำกับข้าว ซักผ้า ทำการบ้าน น้องแบมจะทำให้คุณมัคคึทุกอย่างเลย!" น้องแบมพูดหลอกล่อคุณมัคคึ แต่ทำไมคุณมัคคึถึงทำหน้าไม่ดีใจแบบนั้น ไม่เอาอ่ะ! คุณมัคคึต้องดีใจที่มีน้องแบมเป็นสามีสิ


“ถ้านายเก็บเป็นความลับไม่ได้... ฉันก็จูบนายไม่ได้อยู่ดี"


“ทำไมล่ะฮะ คุณมัคคึอายที่จูบกับน้องแบมเหรอ!” น้องแบมทำหน้าบึ้งใส่คุณมัคคึพร้อมกอดอกหันหน้าหนีคุณมัคคึอย่างงอน


ชิ! น้องแบมไม่น่ารักตรงไหน คนทั้งหมู่บ้านชมว่าน้องแบมน่ารักกันทั้งนั้น ขนาดเจ้าชายจินยองยังชมว่าน้องแบมน่ารักเลยเหอะ! คุณมัคคึนี่ไม่เห็นความน่ารักของน้องแบมหรือยังไงนะ คุณมัคคึตาถั่ว! คอยดูนะ ถ้าน้องแบมอายุสิบแปดเมื่อไร ตอนนั้นน้องแบมต้องหล่อมากแน่ ๆ แล้วคุณมัคคึจะเสียใจที่ปฎิเสธจูบน้องแบม


“เป็นอะไร" คุณมัคคึดูไม่ออกหรือไง น้องแบมกำลังงอนคุณมัคคึ!!


“...”


“แบมแบม" ยังจะมาถามอีก น้องแบมทำหน้าบูดขนาดนี้ คุณมัคคึตาบอดเหรอ หรือต้องให้น้องแบมทำหน้าบูดกว่านี้







MARK PART



เวลาเจ้าก้อนงอนผม น่ารักชะมัด แก้มที่ป่องอยู่แล้วป่องมากขึ้นไปอีก เห็นแล้วหมันเขี้ยว อยากจะจับหอมแก้มสักสองสามฟอด แถมตอนนี้เจ้าก้อนอยู่ในสภาพที่ล่อนจ้อนแบบนี้... อยากจะหอมไปทั้งตัวเลย


เอ่อ... ผมเปล่าหื่นนะ เด็กมันน่ารักตั้งหาก เลยอดหมันเขี้ยวไม่ได้


ตอนนี้เจ้าก้อนคงเข้าใจผมผิด คิดว่าที่ผมให้เก็บเรื่องจูบเป็นความลับเพราะว่าอายคนอื่น ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด ผมไม่ได้อาย แต่ถ้าคนอื่นรู้เข้าว่าผมจูบแบมแบม ผมเองนี่แหละจะตาย มันติดแค่อย่างเดียวจริง ๆ ติดที่แบมอายุยังไม่ถึงสิบแปด


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคร่งครัดมาก ๆ สำหรับเหล่าหมาป่าอย่างเรา ไม่มีใครอยากให้เกิดประวัติเลวร้ายซ้ำสองหรอก ประวัติศาสตร์ที่แสนน่ากลัวสำหรับสองเผ่าพันธุ์


เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อยี่สิบปีก่อน... สการ์ จ่าฝูงตระกูลเล็ท เขาเป็นเด็กวัยรุ่นเลือดร้อน คิดแต่จะเล่นสนุก แต่ไม่ระวังผลเลวร้ายที่ตามหลังมา เขาบุกไปที่หมู่บ้านอมิเดล ลักพาตัวเด็กผู้หญิงวัยสิบห้าปีมาหวังจะระบายอารมณ์กามของตัวเอง มันเป็นการกระทำที่แสนจะป่าเถื่อน เขาขื่มขืนและกักขังเด็กคนนั้นไว้นานเกือบสามเดือน และโหดร้ายกว่านั้น เขาทำเด็กคนนั้นตั้งครรภ์


ในวันหนึ่ง... วันที่เขาออกไปเที่ยวเล่นกับบรรดาลฝูงของเขา เด็กหญิงใช้จังหวะนั้นในการหลบหนีออกมา กว่าสการ์จะรู้ตัวว่าเด็กหญิงหายตัวไป ก็ตอนที่ได้ยินข่าวจากคนที่หมู่บ้านอมิเดล กำลังร่วมกันยินดีที่เจ้าหญิงมิเกล ที่หายสาบสูญไปกลับมาแล้ว ในตอนนั้นสการ์เองก็เพิ่งรู้ว่าเด็กหญิงคนนั้นคือ เจ้าหญิงมิเกล ลูกสาวคนเดียวของพระราชาแม็ก ผู้ปกครองอาณาจักรอมิเดล


เจ้าหญิงมิเกลเก็บความเจ็บปวดไว้เพียงลำพังร่วมเดือน จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว ระบายเรื่องนี้ให้กับพี่เลี้ยงฟัง และหลังจากนั้นก็เกิดเรื่องใหญ่ เพราะพี่เลี้ยงทนความป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นกับเจ้าหญิงไม่ได้ หล่อนเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับพระราชาแม็กฟัง แน่นอนว่าคนเป็นพ่อได้ยินเรื่องเลวร้ายก็ใจสลาย และไม่มีทางจะอยู่เฉยได้แน่ ความโกรธแค้นนำพาสงครามที่รุนแรง พระราชาแม็กส่งหมายไปทุกอาณาจักรอ้อนวอนขอให้ทุกคนช่วยกันล้างเผ่าพันธ์ุมนุษย์หมาป่า


เป็นครั้งแรกที่เกิดศึกระหว่างสองเผ่าพันธุ์ หมาป่าตระกูลอื่นก็โดนเหมารวมไปด้วย รวมทั้งตระกูลต้วนของผม ตอนที่เกิดสงครามตอนนั้นผมยังเด็กมาก ผมไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม่บอกให้หนี ผมก็หนี


เราทำสงครามอยู่เกือบเดือน มีประชากรทั้งฝั่งมนุษย์และฝั่งหมาป่าสูญเสียชีวิตโดยเปล่าประโยชน์ เพียงเพราะเรื่องเลวร้ายที่สการ์ทำไว้ ส่วนคนก่อเรื่องได้แต่วิ่งหนีหายไปอย่างคนขี้ขลาด ทิ้งภาระให้คนที่ไม่รู้เรื่องต้องรับกรรม และพ่อของผมก็ทนกับสภาพนี้ไม่ไหว พ่อเอาตัวเข้าเสี่ยงไปพบพระชาราอาณาจักรอมิเดลเป็นการต่อรองสัญญาระหว่างสองเผ่าพันธุ์


พ่อเล่าให้ผมฟังว่าวันนั้นพ่อเกือบโดนทหารตัดหัว แต่โชคเข้าข้างที่เจ้าหญิงมิเกลสงสารพ่อผม เธอบอกว่าคนที่ผิดก็คือสการ์เพียงคนเดียว ไม่จำเป็นที่ต้องล้างเผ่าพันธุ์ทั้งหมด แม้ตอนนั้นพระราชาแม็กไม่จะยอมฟัง เพราะเจ้าหญิงมิเกลขอร้องไว้ จึงยอมยุติสงคราม พร้อมกับสัญญาผูกมัดว่า



'ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะไม่มีสงครามระหว่างมนุษย์และหมาป่าอีก มนุษย์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหมาป่า และหมาป่าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ ห้ามมนุษย์และหมาป่าสมสู่กันเว้นเสียจากว่าเต็มใจทั้งคู่ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอายุยังไม่ครบสิบแปดปี หรือถ้าหากสิบแปดปีแล้วถูกขืนใจแปลว่าฝ่ายนั้นทำผิด และสัญญาปรองดองนี้จะถูกฉีกทิ้งทันที'



เพราะพ่อผมเป็นคนร่วมเขียนสัญญานั้น ทำให้ครอบครัวของผมเข้มงวดกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ แม้หลายครั้งแบมแบมจะดูเต็มใจจะให้ผมทำก็เถอะ แต่คำว่าอายุยังไม่ถึงสิบแปดกลายเป็นมีดจี้คอผมไว้ จนผมไม่กล้าที่จะแหกกฎนั้น


ทรมานใจชะมัด...


“คุณมัคคึ! นิสัยไม่ดี" อ้าว อยู่ ๆ ก็โดนด่าเฉย ผมเงยหน้ามองเจ้าก้อนเพิ่งรู้ว่าตัวเองเผลอเหม่อไปนาน เจ้าก้อนทำแก้มป่องมากกว่าเก่า ถ้าทำควันออกจากหูได้เจ้าก้อนคงทำไปแล้ว


“ฉันนิสัยไม่ดีตรงไหน" ผมถาม ทั้งที่ผมฝืนใจอยู่นี่ถือว่าเป็นคนดีมากแล้วนะ


“คุณมัคคึไม่ง้อน้องแบม น้องแบมโกรธคุณมัคคึจริง ๆ แล้วนะ!!”


“อ่า ๆ แล้วทำยังไงถึงจะหายโกรธ" ปกติผมไม่เคยง้อใครเลยนะเนี่ย! และผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องยอมเจ้าก้อนด้วย มีอำนาจอะไรมาควบคุมฉันหะ!


“หอมแก้ม!”


“หะ?”


“คุณมัคคึต้องหอมแก้มน้องแบม น้องแบมถึงจะหายโกรธ"


หอมแก้มนี่ถือว่าเป็นการล้วงละเมิดเด็กเปล่าวะ...


มันก็คงจะเหมือนพ่อหอมแก้มลูกล่ะมั้ง ก็ไม่น่าถือว่าเป็นการล้วงละเมิด...


แต่เอาจริง ๆ แค่หอมแก้มผมก็ยังรู้สึกเสียวหลังอย่างบอกไม่ถูก ก็เพราะผมคิดไม่ซื่อไง ผมถึงกลัวได้มากขนาดนี้


“คุณมัคคึจะไม่ยอมหอมแก้มน้องแบมใช่ไหม" อีกครั้งที่เจ้าก้อนทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด ทำไมขี้งอนเก่งขนาดนี้เนี่ย "จูบก็ไม่ยอมจูบ หอมแก้มก็ไม่ยอมหอมแก้ม!! คุณมัคคึจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ"


อ้าว! ผิดอีกที่รักษาชีวิตตัวเองไว้ โธ่เว้ย! อึดอัดชะมัด ผมอยากเล่าให้แบมแบมฟังว่าผมทำไม่ได้ มันผิดกฎ แต่ถ้าเล่าไป แบมแบมก็ต้องรู้เรื่องที่ผมเป็นหมาป่าแน่ ๆ ถ้าอย่างนั้นผมก็อดฟังความในใจที่แบมแบมเล่าเรื่องผมให้คุณหมาป่าฟังน่ะสิ


หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ แบมแบมชอบมาระบายความในใจเกี่ยวกับผม ให้ผมในร่างหมาป่าฟัง อ่ะ... พูดแล้วก็งงเอง


“ถ้ารังเกียจมาก ต่อไปนี้ไม่ต้องมาโดนตัวน้องแบมเลยนะ" นั่งคร่อมฉันอยู่อย่างนี้ ยังมีน่ามาสั่งให้ไม่โดนตัว เจ้าก้อนเอ้ย


“คุณมัคคึ! นี่น้องแบมโมโหจริง ๆ นะ"


จ้า ๆ รู้แล้วจ้า พูดเป็นร้อยที่รอบแล้วมั้ง อ่า... แล้วทำไมผมต้องหลุดยิ้มด้วยวะเนี่ย ก็เจ้าก้อนน่ารักจริง ๆ หนิ


“คุณมัคคึ!! น้องแบมโกรธอยู่ คุณมัคคึกล้ายิ้มได้ไง คุณมัคคึใจร้ายที่สุด"


บ้าจริง! ผมหุบยิ้มไม่ได้ อ๊ากกก น่ารักเกินไปแล้วนะ


“ได้!! คุณมัคคึจะทำแบบนี้ใช่ไหม!! งั้นน้องแบมจะทำสิ่งที่คุณมัคคึไม่ชอบ!”


ทำอะไรวะ...




น้องแบมจะเป็นฝ่ายจูบคุณมัคคึเอง!!!”




รอบนี้ผมยิ้มไม่ออกครับ ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ เจ้าก้อนดูโกรธผมมาก มือเล็กขยำที่คอเสื้อผมไว้เป็นการรั้งไม่ให้ผมหนีได้ แบมแบมกลืนน้ำลายเสียงดังเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ส่วนผมเริ่มหายใจติดขัดเพราะทำตัวไม่ถูก


ผมอยากจะบอกแบมแบมไปว่าอย่าทำแบบนี้ แต่ใจมันกลับเรียกร้องอยากโดนจูบ จนปากมันพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ ผมมองไปที่ริมฝีปากเอิบอิ่ม เห็นเจ้าตัวเล็กเม้มอยู่สองสามที ก็ทำผมร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย หัวใจของผมเริ่มสูบฉีด ยิ่งเห็นเจ้าก้อนเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ตัวผมลุ้นเกร็งจนหายใจไม่ออก ผมควรจะห้ามแบมแบม ทำแบบนี้มันเหมือนฆ่าตัวตาย แต่ผมพูดกลับไม่ออก แล้วการที่ผมเผยอปากนิด ๆ คืออะไรวะ ผมควรจะปฎิเสธแบมแบมสิ


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


แบมแบมเลื่อนหน้าเข้ามาอย่างเชื่องช้าพร้อมพริ้มตา เป็นภาพที่ทำให้หัวใจของผมทำงานหนักยิ่งกว่าไปวิ่งรอบภูเขาสามลูก ผมรู้สึกเลือดในกายของผมร้อนขึ้นมาก มันคล้ายกับว่าร่างกายของผมกำลังจะเปลี่ยนแปลง...


ผมได้กลิ่น... ได้กลิ่นอาหาร กลิ่นหอมเหมือนเพิ่งทำเสร็จ เสียง... ผมได้ยินเสียงโจอี้กำลังเดินลงบันไดมาพร้อมฮัมเพลง การที่ผมได้กลิ่นดีและหูไวแบบนี้ แปลว่า!


เชี่ย!! หางของผมงอกแล้ว แบมแบมทำร่างกายของผมร้อนจนร่างของผมกำลังจะกลายเป็นหมาป่า มองไปที่กระจกตรงตู้หนังสือ เห็นเงาสะท้อนในนั้นว่าหูมนุษย์ของผมหายไป กลายเป็นหูหมาป่าโผล่ขึ้นมาแทน เวรแล้ว! แบมแบมจะเห็นผมในสภาพนี้ไม่ได้


“แบมแบม! ห้ามหันมา" พร้อมอุ้มเจ้ากอดออกจากตักผม กดคนตัวเล็กให้นั่งหันหลังให้ผม "ใส่เสื้อผ้าซะ"


“ค...คุณมัคคึ" แบมแบมเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงปนตกใจ


“ใส่เสื้อผ้า" ผมพูดบอกเพียงแค่นั้น ก่อนจะรีบวิ่งหนีแบมแบมออกมาด้วยความเร็วสูง ผมกลัวแบมแบมจะเห็นผมในสภาพแบบนี้ ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่ บ้าเอ้ย!! ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยวะ ไม่งั้นก็ได้จูบกับเจ้าก้อนไปแล้ว


เดี๋ยว ๆ นี่คิดบ้าอะไรวะ อย่าลืมสิว่ายังจูบแบมแบมไม่ได้ ตราบใดที่แบมแบมยังอายุไม่ถึงสิบแปด ยังทำไม่ได้เด็ดขาด โอ้ยยยยยย จะบ้าตายแล้ววววว เลิกยั่วฉันสักทีได้ไหมแบมแบมมมมม

.

.

.

.


ผมวิ่งออกมาจากห้องสมุด เอามือกุมหัวตัวเองอย่างกับคนบ้า ไอ้โจอี้เดินมาทางนี้พอดี มันเบิกตากว้างอย่างตกใจที่เห็นผมอยู่ในสภาพนี้ ไม่ใช่แค่นั้น เหล่าแม่บ้านที่อยู่แถวนั้นต่างมองผมกันทั้งหมด ชิบหายแล้วไงล่ะ ภาพลักษณ์ผู้ชายเย็นชา ถูกทำลายซะป่นปี้เลย ฮึก!


“ทำไมถึง...” โจอี้ชี้ไปที่หูของผม และนั่นทำให้ผมต้องเอามือลูบหูตัวเองไว้ไม่ให้มันโผล่ ผมไม่ชอบที่มันโผล่ออกมาครึ่ง ๆ แบบนี้ แม่ผมชอบชมว่ามันน่ารัก ผมไม่ชอบให้ใครชมว่าน่ารัก ผมเลยไม่เคยแปลงร่างแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้


“ฝากดูแบมแบมด้วย อยู่ที่ห้องสมุด"


“อ้าว! แล้วพี่จะไปไหน"


“ไปไหนก็ได้โว้ยยย!!” ผมวิ่งหนีออกมาด้วยความอาย ยิ่งได้ยินไอ้โจอี้หัวเราะไล่ตามหลังมาผมยิ่งอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซ่อนไว้ไหน แบมแบม... ทำไมถึงทำร้ายฉันแบบนี้หะ

.

.

.

.

.

.

.


BAMBAM PART



คุณมัคคึ... คุณมัคคึใจร้าย! ฮือออออ


ตอนนี้น้องแบมกำลังนอนร้องไห้อยู่คนเดียวตรงที่เดิม...ในห้องสมุด น้องแบมไม่คิดเลยว่าคุณมัคคึจะรังเกียจน้องแบมขนาดนี้ ปากน้องแบมไม่ได้มีหนอนสักหน่อย ทำไมคุณมัคคึต้องปฎิเสธจูบน้องแบมด้วย น้องแบมเสียใจนะ น้องแบมอุตส่าห์อยากมอบจูบให้คุณมัคคึ แต่คุณมัคคึไม่อยากได้ ฮืออออ คุณมัคคึใจร้าย!!


“น...น้อง แบม!!” เสียงคุ้น ๆ คล้าย ๆ เสียงคุณจิงโจ้ น้องแบมเงยหน้ามองพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ใช่คุณจิงโจ้จริง ๆ ด้วย คุณจิงโจ้หน้าตาดูตกใจไม่น้อย พร้อมมองน้องแบมสลับกับเสื้อผ้าที่น้องแบมถอดกองไว้ น้องแบมลืมไปเลยว่าตัวเองโป๊อยู่ แต่คุณจิงโจ้เป็นผู้ชาย น้องแบมเลยไม่อายมาก อีกอย่างคุณมัคคึทำน้องแบมเสียใจ น้องแบมเลยไม่มีอารมณ์คิดเรื่องอื่น


“ฮึก! คุณจิงโจ้ คุณมัคคึใจร้าย" หน้าคุณจิงโจ้ซีดมาก ทำเหมือนอย่างกับเห็นผีอย่างงั้นแหละ คุณจิงโจ้นั่งยอง ๆ ตรงหน้าน้องแบม ถอดผ้าคลุมของตัวเองมาคลุมร่างให้น้องแบมไว้ ก่อนจะหันไปหยิบเสื้อผ้าน้องแบมมารวมกัน


“ไม่ต้องกลัวนะ... ฉันจะจัดการคุณมัคคึให้"


“ฮือออ ไม่เอาาาา อย่าทำร้ายคุณมัคคึนะ ถึงน้องแบมจะน้อยใจคุณมัคคึ แต่น้องแบมก็ไม่อยากให้คุณมัคคึเจ็บตัว...”


“แต่... มัคคึทำร้ายน้องแบมนะ" คุณจิงโจ้พูดแทงใจดำน้องแบม ฮือออ น้องแบมโดนคุณมัคคึปฎิเสธจูบ แงงงงง น้องแบมไม่ดีตรงไหน คุณมัคคึถึงไม่อยากเป็นภรรยาน้องแบม


“ใช่... น้องแบมเจ็บ... น้องแบมเจ็บมาก ๆ เลยฮะคุณจิงโจ้ คุณมัคคึทำน้องแบมเจ็บ" คุณจิงโจ้จ้องมองน้องแบมด้วยแววตาสงสาร ก่อนจะเอามือลูบหัวน้องแบมเป็นการปลอบ คุณจิงโจ้ใจดีจัง ถ้าคุณมัคคึเห็นใจน้องแบมได้ครึ่งหนึ่งของคุณจิงโจก็ดีสิ ฮึก! น้องแบมไม่เอาคุณมัคคึเป็นภรรยาแล้ว!! น้องแบมจะเอาคุณจิงโจ้เป็นภรรยาน้องแบมแทน


หงึ! ถึงคุณจิงโจ้จะหล่อไม่แพ้คุณมัคคึ แถมใจดีกว่าด้วย แต่ทำไมน้องแบมถึงอยากให้คุณมัคคึเป็นภรรยาของน้องแบมคนเดียว นี่สินะที่เขาเรียกว่าอาการของคนอกหัก น้องแบมเข้าใจแล้ว


“คุณจิงโจ้... น้องเจ็บเหลือเกิน... ฮือออ"


“น้องแบม...เดี๋ยวพี่ให้ป้าจิ่ววี่จัดยาให้ ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวน้องแบมก็หายเจ็บ"


“มียาทำให้หายเจ็บด้วยเหรอฮะ" ดีจัง... น้องแบมจะกินเยอะ ๆ เลย จะได้หายเจ็บจากการที่โดนคุณมัคคึปฎิเสธจูบ


“เอ่อ... ไม่แน่ใจ... คงจะเป็นพวกยาแก้อักเสบ แก้ปวด อะไรพวกนั้นแหละ แต่ถ้ามีแผล... ถ้าต้องทายา... แล้วน้องแบมอาย เดี๋ยวพี่ทาให้"


“คุณจิงโจ้ใจดีจังเลยฮะ ขอบคุณนะฮะ" น้องแบมยิ้มกว้างให้คุณจิงโจ้ แต่ทำไมน้องแบมเห็นคุณจิงโจ้ตาแดง เหมือนจะร้องไห้


“คุณจิงโจ้เป็นอะไรหรือเปล่าฮะ"


“ฮึก! พี่ไม่คิดว่าพี่มาร์คจะทำร้ายน้องแบมอย่างนี้" โธ่... คุณจิงโจ้ ทำไมจิตใจดีแบบนี้ คุณจิงโจ้เห็นใจน้องแบมที่น้องแบมโดนหักอก ฮืออออ น้องแบมโชคดีจัง ที่มีคนเห็นใจอย่างคุณจิงโจ้


“แต่... เรื่องที่พี่มาร์คทำ...น้องแบมอย่าบอกใครนะ ขอให้เป็นความลับระหว่างเราสามคน"


“ทำไมล่ะฮะ"


“ไม่งั้นพี่มาร์คตายแน่"


“ตายเลยเหรอ!” คุณจิงโจ้พยักหน้าอย่างช้า ๆ เป็นการบอกว่าน้องแบมไม่ได้หูฝาด แค่คุณมัคคึปฎิเสธจูบน้องแบม คุณมัคคึถึงกับตายเลยเหรอ ฟังอย่างนี้แล้วน้องแบมปวดใจชะมัด คุณมัคคึยอมตาย เพื่อที่จะไม่จูบกับน้องแบม ฮึก! น้องแบมเกลียดคุณมัคคึแล้ว!!


“ก็ได้ฮะ... แต่คุณจิงโจ้... ช่วยอะไรน้องแบมหน่อยได้ไหมฮะ"


“ช่วยอะไร บอกมา พี่จะช่วยทุกอย่าง" แววตาของคุณจิงโจ้วิ้งวับเหมือนคำพูดของน้องแบมจุดประกายไฟอะไรสักอย่าง


“คุณจิงโจ้ช่วยทำให้คุณมัคคึหึงน้องแบมได้ไหมฮะ น้องแบมอยากเอาคืน ที่คุณมัคคึทำน้องแบมเจ็บ" 






ในห้องอาหารที่อยู่ภายใต้ปราสาทหลังเก่า มีสองร่างต่างสายพันธ์ุกำลังร่วมทานอาหารเมื่อค่ำด้วยกัน... แต่จะใช้คำว่าด้วยกันก็ไม่น่าจะถูก เพราะอีกคนนั้นโดนบังคับมา


แจ๊คสันช้อนตามองไปที่เจ้าร่างบาง เห็นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน หลุบตามองไปตามสายตาคนตรงหน้า ก็เห็นมือเล็กจับไปที่โซ่ตรวนพยายามดึงมันอยู่สามที ก่อนปล่อยมันลงบนพื้นเหมือนหมดหนทาง สีหน้าดูหงุดหงิดมากกว่าเก่า และนั่นทำให้แจ๊คสันต้องแอบลอบยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มนั้นทำให้คนมองไม่พอใจสักเท่าไรนัก


“กินสิ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน" แจ๊คสันเอ่ยในขณะที่มือกำลังหั่นเนื้อสเต๊ก ยองแจมาเห็นเลือดแทรกติดเนื้อก็ต้องรีบเบี่ยงหน้าหนี มันก็แค่เนื้อสเต็กธรรมดา หากแต่คนที่กินอยู่นั่นเป็นหมาป่า ทำให้เจ้าร่างบางรู้สึกอดคิดตามไม่ได้ว่าเนื้อที่เขากินนั้นคือเนื้ออะไรกัน


“ทำไมไม่กิน" แจ๊คสันกดเสียงต่ำ เพราะเห็นเจ้าร่างบางนั่งกอดอกอยู่ และไม่มีท่าทีจะจับมีดหั่นสเต็กเสียด้วย


“ไม่อยากกิน" ยองแจตอบเสียงแข็ง พร้อมเชิดหน้าหนีไม่มองอาหารบนโต๊ะ


“แล้วอยากกินอะไร"


“ที่ไม่อยากกิน เพราะผมไม่อยากอาหารร่วมโต๊ะกับคุณ!” แจ๊คสันกำลังเคี้ยวเนื้อเพลินต้องผ่อนจังหวะการเคี้ยวลงทันที ตาคมช้อนมองด้วยสายตาน่ากลัวที่ทำให้เจ้าร่างบางต้องรีบเบี่ยงหน้าหนีอีกครั้ง หากแต่รอบนี้ที่เบี่ยงหน้าหนีเพราะกลัวเขาตั้งหาก


“งั้นก็ต้องทนหน่อยนะ ถ้าไม่กินข้าวกับฉัน นายก็ต้องอดตาย"


“ตายยังดีซะกว่าอยู่ร่วมกับคนอย่างคุณ" รอบนี้ไม่ได้พูดเสียงดังเหมือนครั้งที่แล้ว แต่มันก็ดังพอที่ทำให้อีกคนได้ยิน


แก๊ก!


เสียงแจ๊คสันวางมีดและซ้อมลง ทำยองแจแอบสะดุ้งตามเล็กน้อย หันไปมองตามเสียงเห็นแจ๊คสันลุกขึ้นยืน ทิ้งจังหวะเพียงไม่นาน เขาก็เดินออกจากห้องอาหารไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ยองแจชะเง้อมองเขาด้วยความสงสัยว่าเขาจะไปไหนกัน แต่เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ยองแจรอคอยมานาน หิวจะบ้าตายอยู่แล้ว ยองแจรีบจับมีดกับซ้อมขึ้นมาจัดการหั่นสเต็ก เมื่อเนื้อถูกแยกออกจากกัน จิ้มซ้อมลงไปที่เนื้อเอาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยอย่างอร่อยเอร็ด ตาหันไปเจอน้ำส้ม ยกแก้วขึ้นมาดื่มอย่างสุขสำราญ ยองแจมีความสุขกับอาหารมื้อนี้อยู่เพียงลำพัง โดยที่เขาไม่รู้ว่าถูกแจ๊คสันแอบลอบมองอยู่ข้างนอก


เจ้าของร่างหนายืนมองเจ้าตัวเล็กที่กำลังดื่มด่ำมื้อค่ำอยู่เพียงลำพัง ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาซ่อนความเศร้า มือหนากำแน่นที่ผ้าคลุมสีแดง รอ... รอเวลาที่อีกฝ่ายจะทานเสร็จ


ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ยองแจก็จัดการเนื้อก้อนโตเข้าท้องเรียบร้อย ยกน้ำเปล่าดื่มตามหลังเป็นการปิดกระเพราะอาหารว่าจะไม่รับอะไรเข้าแล้ว ตาเหลือบมองไปเห็นแจ๊คสันเดินเข้ามา กำลังนอนเอนกายกับเก้าอี้อย่างสบายตัว ก็รีบเด้งตัวมานั่งหลงตรง ยิ่งเห็นแจ๊คสันเดินตรงมามาหา ก็รู้สึกเกร็งเป็นพิเศษ จนเมื่อเขาเดินมาชิดกับเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ยองแจก็เงยหน้ามองเขาพร้อมถามผ่านสายตาว่าเขามีอะไรหรือเปล่า


มือหนายื่นผ้าคลุมสีแดงให้ยองแจ ยองแจไม่เข้าใจว่าเขาเอามาให้ทำไม ไม่ทันได้ถามอะไร เขาก็โยนมันมาอยู่บนตักยองแจ ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม จัดเริ่มกินเนื้อในจานต่อ ทำคนมองอย่างยองแจถึงกับสงสัยมากเก่าว่า เขาเอาผ้าผืนนี้มาให้ทำไมกัน


“อาหารมื้อนี้อร่อยใช่ไหม" แจ๊คสันถามทำลายความเงียบ แต่คำถามนั้นไม่ได้ทำแววตาความสงสัยหายไป


แต่ถ้าโดนถามแบบนี้... ก็ต้องตอบกลับไปว่า...


“ใช่! อร่อยมาก เพราะผมไม่ต้องเห็นหน้าคุณตอนกิน" ตอบฉะฉานเสียงดังดี แจ๊คสันยกยิ้ม จิ้มซ้อมไปที่เนื้อ ยกมันชูขึ้นมาพร้อมจ้องมองเหมือนกับว่ามันมีอะไรน่าสนใจ เลือดที่ติดเนื้อนั้นทำยองแจต้องเบี่ยงหน้าหนีอีกครั้ง มันดูน่าสยดสยองมากกว่าน่ากินเสียอีก


“แล้วรู้ไหม... ว่าเนื้อที่กินไปนั้นคือเนื้ออะไร" คำถามนั้นทำคนฟังช็อคค้าง อยู่ ๆ ก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อนั้นคืออะไร “ผ้าคลุมสีแดงคุ้นดีไหม"


ยองแจหันมามองหน้าแจ๊คสันด้วยความสงสัยปนตกตะลึง ก่อนจะหลุบตามองไปที่ผ้าคลุมสีแดง ยกมันคลี่ออกและดูอย่างถี่ถ้วน


แล้วแววตาไหววูบ น้ำตาเริ่มก่อตัวที่ขอบตา แต่ก็ไม่อยากเชื่อตามที่หัวคิด เลื่อนมันมาพิสูจน์กลิ่น เพียงแค่นั้น... หัวใจก็หยุดเต้นไปทันที


ผ้าคลุมผืนนี้เป็นของแบมแบม... ยองแจจำมันได้ เพราะผ้าคลุมนี้มีกลิ่นกายของแบมแบม...


น้ำตาร่วงไหลลงมาอาบแก้มทันที มือเล็กกำผ้าคลุมของแบมแบมไว้แน่น หันไปมองจานอาหารที่ตัวเองจัดการเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่นั้น...สติก็ขาดไปทันที


“ม่ายยยยยยย!!!! ฮือออออๆ"


เพล้ง!!


จานที่อยู่บนโต๊ะถูกกวาดโดยมือยองแจ เจ้าของร่างบางสั่นไปทั้งตัว น้ำตาไหลอาบแก้ม สะอื้นหนักจนแทบขาดใจ ส่วนอีกคนได้แต่กินเนื้อในจานต่อไปทำเหมือนว่าไม่ได้สนใจที่เจ้าร่างบาง หากแต่แววตาที่จ้องมองก้อนเนื้อนั้นแดงกร่ำไปทั้งลูก


ยองแจรู้สึกพะอืดพะอม วิ่งไปหาบางอย่างเพื่อรับบางสิ่งที่กำลังจะถูกขับออกมาผ่านลำคอ หากวิ่งไปก็ต้องสะดุดล้มเพราะขายังติดโซ่ตรวนที่แจ๊คสันล่ามไว้กับเสาเหล็ก หันกลับไปมองทั้งน้ำตากำมือแน่นด้วยความโมโห ร้องไห้สะอื้นหนักด้วยความเจ็บปวด


“คุณยองแจ! คุณเป็นอะไรครับ" ธีมคนรับใช้ส่วนตัวของแจ๊คสันเข้าไปถามด้วยแววตาตกใจ คนถูกถามสิ้นสติได้แต่ร้องลั่นเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ร่างสูงหันไปมองเจ้านายตัวเองเห็นเขากินมื้อค่ำ ทำหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยินเสียงนั้น คิ้วเข้มก็ต้องขมวดเข้าหากัน หันกลับมามองที่ยองแจอีกครั้ง จัดการเอาลูกกุญแจมาไขปลดล็อคโซ่ที่ล่ามขาเล็กไว้


“ทำอะไร" แจ๊คสันกดเสียงต่ำ แต่ธีมไม่ฟังเสียงของเขา จัดการเอาโซ่ตรวนออกจากขายองแจ ประคองร่างเล็กไว้ในโอบกอดตัวเอง และภาพนั้นทำแจ๊คสันต้องกัดฟันแน่น


“พอเถอะครับ! คุณจะกลั้นแกล้งคุณยองแจไปเพื่ออะไรกัน"


“เรื่องของฉัน นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน"


“อย่าทำให้คุณยองแจเกลียดคุณไปมากกว่านี้เลยครับ" ธีมพูดจบ ก็ประคองร่างบางออกมาจากห้องนั้น ทิ้งความรู้สึกที่หนักอึ้งไว้กับจ่าฝูงตระกูลหวังไว้เพียงลำพัง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“คุณยองแจ ค่อย ๆ หายใจนะครับ"


“ฮึก! จิตใจของเขาทำด้วยอะไรกัน... นั่นน้องชายผมนะ ฮืออออ ทำไมเขาเลวแบบนี้วะ ฮือออ นั่นน้องชายผมนะ... นั่นน้องชายผม...”


ยองแจได้แต่พูดประโยคนั้นซ้ำ ๆ มือเล็กกำแน่นทุบไปที่อกตัวเอง อีกครั้งที่รู้สึกพะอืดพะอม รีบวิ่งพุ่งเข้าไปหาพุ่มไม้ ปล่อยอาหารมือค่ำออกมาจนหมดท้อง ธีมมองตามด้วยความเวทนา เดินเข้าไปลูบหลังเล็กอยู่สองสามที ยองแจปล่อยมันหมดแล้วยกมือเช็ดปาก หันกลับมานั่งขดตัวกับพื้น ร้องไห้ต่อเสียงดัง ตัวสั่นสะท้านเพราะสะอื้นหนัก


“ไม่ต้องร้องหรอกครับ เนื้อที่คุณยองแจกินไปนั้น มันก็แค่เนื้อกวางเท่านั้น" คำพูดนั้นทำยองแจหันไปมองเขาทั้งที่น้ำตายังไหลไม่หยุด "คุณแจ๊คสันก็แค่แกล้งคุณเท่านั้น"


“เลว!” ยองแจสบถออกมา ทั้งที่โมโหแต่ก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกดีใจที่ถูกหลอก แต่หลอกโดยเรื่องแบบนั้น ยองแจไม่มีทางให้อภัยเขาแน่ หันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ต้องสงสัย เลยถามสิ่งที่อยากรู้ออกไป


"ว่าแต่... คุณช่วยผมไว้ทำไม" เหมือนเพิ่งนึกอะไรออก หันไปมองที่ข้อเท้าตัวเอง เบิกตากว้างอย่างตะลึง รอยยิ้มสดใสผุดขึ้นบนใบหน้าสวย "ผมเป็นอิสระแล้ว!!”


ยองแจลุกขึ้นยืนพร้อมกระโดดไปมาอย่างมีความสุข ทำคนมองอย่างธีมต้องหลุดหัวเราะออกมา จ้องมองหน้าสวยเห็นฝ่ายนั้นยิ้มกว้างอย่างมีความสุขทั้งที่คราบน้ำตายังเปื้อนแก้ม


นี่คงเป็นครั้งแรกที่ธีมได้เห็นรอยยิ้มของยองแจ ช่างดูสดใสมากจริง ๆ น่าเสียดายที่รอยยิ้มสวย ๆ แบบนั้นถูกซ่อนไว้ซะมิดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา


“ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่ช่วยผมไว้" ยองแจส่งยิ้มสดใสให้เขา ทั้งที่เคยเจอธีมอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่มีโอกาสได้คุยกันสักครั้ง เพราะเขาเข้ามาเจอเพียงแวบเดียวแล้วก็หายไป การกระทำของธีมในวันนี้ทำให้ยองแจได้รู้ว่าอย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีคนที่มีจิตใจดีเหลืออยู่


“อย่าพูดขอบคุณผมเลยครับ... มันทำให้ผมรู้สึกแย่"


“ทำไมล่ะ ทำไมคุณต้องรู้สึกแย่"


“เพราะคุณท่านต้องไม่พอใจผมแน่ ๆ" คำพูดนั้นทำยองแจกลืนน้ำลายไม่ลงคอ สำหรับยองแจแล้ว เขาไม่มีทางกลัวแจ๊คสัน แต่สำหรับธีม... เขาคงกลัวมาก


“คุณไม่ต้องกลัวนะ ถ้าเขาทำอะไร มาฟ้องผม เดี๋ยวผมจัดการให้" คำพูดของยองแจทำธีมต้องหลุดหัวเราะออกมาทันที ส่วนยองแจจ้องมองเขาด้วยความสงสัย ที่พูดไปเมื่อกี้ไม่เห็นมีอะไรน่าขำเลย นี่ยองแจกำลังพูดปกป้องเขาอยู่นะ


“คุณยองแจจะจัดการยังไงเหรอครับ" คำพูดนั้นทำยองแจสะอึกทันที


นั่นสินะ... ทุกวันนี้ยังตกเป็นเบี้ยล่างของแจ๊คสัน เมื่อไรที่ยองแจคิดหือ แจ๊คสันก็จะลงโทษกลับมากมายหลายวิธี เช่นวันนี้... มันเป็นการลงโทษที่ทำให้ยองแจเจ็บปวด คิดย้อนกลับไปทำไมแจ๊คสันถึงมีผ้าคลุมของแบมแบมได้


“ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ" ยองแจถามขึ้น อีกฝ่ายเงยหน้าเหมือนกำลังรอฟังสิ่งที่ยองแจกำลังถาม "ทำไมผ้าคลุมของน้องชายผม ถึงอยู่กับแจ๊คสันได้"


“ผมเองแหละ ที่เป็นคนเก็บได้"


“เก็บได้?... ที่ไหนกัน"


“ตรงริมน้ำตก ในป่าฝั่งตะวันออก" คำพูดนั้นทำยองแจขาทรุดทันที ดวงตาเบิกกว้าง ตะลึงค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่อยากจะคิดอะไรให้ตัวเองกลัว มันต้องไม่จริง... แบมแบมต้องอยู่ที่หมู่บ้านอย่างปลอดภัยสิ


“คุณยองแจเป็นอะไรหรือเปล่าครับ"


“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมคงคิดมากไปเอง"


ใช่... แค่คิดมากไปเอง ยองแจได้แต่ปลอบตัวเองอยู่อย่างนั้นซ้ำ ๆ แต่ถึงอย่างไร ก็ยังอดคิดมากไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นกับตาว่าแบมแบมยังอยู่ที่บ้าน ยองแจก็ไม่มีทางสบายใจได้แน่


และถ้าจะเห็นได้ก็คงมีอยู่วิธีเดียว...


ยองแจก้มมองข้อเท้าตัวเอง ลูบรอยแดงนั้นพร้อมคิดอะไรบางอย่างในหัว ธีมมองตามก็เข้าใจว่ายองแจรู้สึกยังไง


“ไม่อยากกลับไปใส่มันอีกแล้วใช่ไหมครับ" ยองแจพยักหน้าอย่างช้า ๆ ยองแจคิดว่าถ้าไม่มีมัน... ป่านนี้ก็คงจะหนีออกไปได้นานแล้ว "ที่คุณท่านล่ามคุณไว้ เพราะคุณท่านไม่อยากให้คุณหนี"


“เขาจะต้องการตัวผมไปทำไมกัน ทั้งที่ผมก็ดื้อกับเขา"


“นั่นแหละครับ ที่ทำให้คุณท่านต้องการ...” ยองแจตาไหววูบทันที นี่เพิ่งรู้ว่ากำลังทำตัวให้แจ๊คสันต้องการ ทั้งที่ดื้อกับเขา คิดว่าเขาจะรำคาญ มันไม่ใช่ที่คิดแบบนั้นหรอกเหรอ


ถ้าคุณไม่ดื้อกับคุณท่าน ป่านนี้ก็คงได้นอนหลับสบายอยู่บ้านแล้วล่ะครับ"


คำพูดนั้นสะกิดต่อมความคิดของยองแจ ในหัวเริ่มคิดตามสิ่งที่ธีมพูด รู้สึกเหมือนแสงสว่างสาดส่องลงมาให้มองเห็นทางออก


ถ้าเป็นอย่างนั้น... ยองแจก็พอจะนึกออกแล้วล่ะ ว่าต่อไปควรจะปฎิบัติตัวอย่างไร

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ในคืนวันนั้น...




โซ่ตรวนถูกลากยาวตามหลังเจ้าของร่างหนา แววตาแข็งจับจ้องไปที่สุดทางเดินที่เป็นห้องนอนของยองแจ เดินมาถึงก็หยุดที่หน้าประตู มองโซ่ที่ตัวเองถืออยู่เนิ่นนานเหมือนกำลังชั่งใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเปิดประตูห้องเข้าไป


ภายในห้องมืดสนิทเป็นการบอกว่าเจ้าของห้องหลับไปแล้ว แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องนอน ทำให้แจ๊คสันได้เห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน ร่างหนาเดินไปหยุดที่ข้างเตียงเห็นยองแจกำลังหลับปุ๋ย มองไปที่ข้อเท้าเล็กเห็นเพียงรอยแดงแต่ไร้สิ่งผูกมัด มันเป็นภาพที่เขาไม่ค่อยชินสักเท่าไร เพราะเจ้าร่างบางอยู่กับการถูกล่ามโซ่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่


คิดกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก็รู้สึกโกรธธีม เพราะโกรธจึงทำการสั่งสอนไปแล้ว ส่วนยองแจ... ก็ต้องถูกลงโทษที่ส่งยิ้มสดใสนั่นให้กับชายอื่น


รอยยิ้ม... ที่เขาอยากจะเห็น แต่ไม่เคยเห็นสักครั้ง ยองแจไม่เคยส่งยิ้มให้เขา แต่กลับส่งให้ธีม นั่นแหละที่ทำให้เขาโกรธ


แจ๊คสันจับข้อเท้าเล็กขึ้นมา ทำให้คนที่นอนอยู่รู้สึกตัว มองมาเห็นว่าเขากำลังจะทำอะไร ก็รีบดึงข้อเท้าหนี จะให้กลับไปอยู่ในสภาพแบบนั้นอีก ยองแจไม่มีทางยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่


“ทำไมต้องล่ามผมด้วย ผมไม่ใช่นักโทษนะ"


“รู้ได้ยังไง... ว่าไม่ใช่นักโทษ" เสียงแข็งที่ฟังแล้วรู้สึกเย็นยะเยือก และยิ่งถูกตาคมจับจ้องมาด้วยแววตาโกรธแบบนั้น ทำให้ยองแจไม่กล้าที่จะสบตาเขา


อีกครั้งที่แจ๊คสันรั้งขาเล็กไว้ แต่ยองแจก็ยังสู้โดยการถดตัวถอยหนี คนที่ถูกขัดใจมองตามไปอย่างไม่สบอารมณ์ เจ้าร่างบางรู้สึกอึกอักขึ้นมาทันที ปกติแล้วก็คงจะมีปากเสียงกับเขา แต่เพราะคำพูดของธีม เตือนสติยองแจไว้ไม่ให้ทำอย่างนั้น


“ไม่ใส่โซ่นั่นได้ไหม" น้ำเสียงติดแข็งเพราะปกติก็พูดกับเขาอย่างนี้ เพิ่งนึกได้ว่าไม่ควรพยศกับเขา ดังนั้นจึงพูดเติมท้ายไปอีก "ครับ"


แค่คำเดียว แค่คำว่าครับ ทำให้แจ๊คสันรู้สึกว่ายองแจเปลี่ยนไป ก็อยู่ด้วยกันมาได้สักพักใหญ่ คำว่าครับไม่เคยได้อยู่ท้ายหลังประโยคที่พูดเลย


“งั้นก็ต้องมีข้อต่อรอง...” คำพูดนั้นทำยองแจกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ


“ขอต่อรองอะไร... ครับ" ฟังแล้วเหมือนฝืน ๆ พูดอยู่นะ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัวเล็กกัน ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากจะพูดเพราะกับเขาขึ้นมา



ยิ้มให้ฉัน"



ยองแจเบิกตากว้างอย่างตกใจ ไม่คิดว่านั้นจะเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ แค่ยิ้มก็ไม่ต้องถูกล่ามโซ่ มันก็ดูเหมือนง่ายนะ แต่ยองแจทำไม่ได้ ก็เขาไม่ได้อยากยิ้มสักหน่อย โดยเฉพาะยิ้มให้คนคนนี้ ไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่


แต่... ถ้าคิดจะปฎิเสธ ก็เหมือนการกลับไปพยศกับเขาเหมือนเดิม ก็ตั้งใจจะหลอกทำแบบนั้น จะได้ถูกปล่อยตัวจากที่นี่ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องยิ้ม


ยองแจค่อย ๆ ฉีกยิ้มอย่างเกร็ง แม้ว่าห้องจะมืดมิดแต่แสงสว่างของพระจันทร์ดวงโตก็ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยตอนยิ้ม หากทว่า... เขาไม่ได้อยากได้รอยยิ้มแบบนี้


ยอมแจฝืนยิ้ม เขาดูก็รู้ ปากหยักเกร็งซะขนาดนั้น ทำไมจะดูไม่ออกกัน ภาพยองแจตอนยิ้มสดใสนั้น มันทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที


ทำไม... ทำไมเขาไม่สมควรได้รับรอยยิ้มที่สวยงามนั่น


“ผมยิ้มแล้ว งั้นคุณก็อย่าเอามันมาใกล้ตัวผมอีก... นะครับ"


แจ๊คสันปล่อยมันลงพื้นอย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รอยยิ้มแบบที่เขาต้องการ แต่มันเป็นคำสัญญาที่ให้ไว้เมื่อกี้ ก็ต้องทิ้งมันไป และภาพนั้นทำให้ยองแจโล่งอกขึ้นมาทันที แค่ไม่ดื้อกับเขาเพียงครู่เดียว ก็ทำให้ตัวเองอิสระจากโซ่นั่น แล้วถ้าปฎิบัติตัวดีกับเขาไปเรื่อย ๆ ล่ะ อย่างนั้นก็จะได้กลับบ้านเร็วใช่ไหม


“เรื่องเนื้อนั่น... ธีมคงจะบอกนายแล้วใช่ไหม ว่ามันคือเนื้ออะไร" เข้าใจพูดเรื่องที่จุดอารมณ์โกรธ แต่เพราะกำลังอยู่ในโหมดทำตัวดี ยองแจก็จะไม่ทำท่าทางเกรี้ยวกราดใส่เขา


“บอกแล้ว...ครับ”


“อืม... นั่นเป็นคำเตือนแรกจากฉัน... จำไว้ว่า... ถ้าคิดจะขัดใจฉัน รอบต่อไป... นายคงได้ลิ้มลองรสชาติเนื้อของน้องชายนายจริง ๆ"


ยองแจไม่รู้หรอกว่า หมาป่าไม่มีทางกินเนื้อมนุษย์หรอก ที่พูดออกไปอย่างนั้นก็แค่ตั้งใจขู่คนตัวเล็กไว้ และดูเหมือนมันจะได้ผล หน้าสวยเริ่มงอ ตาสวยเริ่มไหววูบเหมือนคำพูดนั้นสะกิดความรู้สึก


“ต่อไป... ผมจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง... ขอแค่คุณอย่ายุ่งกับครอบครัวผมได้ไหม" มันก็เป็นแค่คำพูดที่ยองแจพูดหลอกให้เขาตายใจ เพราะเมื่อไรที่แจ๊คสันเผลอ เมื่อนั่นยองแจก็หนีแน่


“แค่เชื่อฟังทุกอย่าง... ยังไม่ใช่ข้อเสนอที่ฉันพอใจหรอก มีอะไรที่เสนอที่น่าสนใจมากกว่านี้ไหมล่ะ" อีกครั้งที่แจ๊คสันทำยองแจกลืนน้ำลายไม่ลงคอ แค่ยองเชื่อฟังเขาทุกอย่างสำหรับยองแจมันก็คือว่าเยอะมากแล้วนะ แล้วอะไรกันล่ะ ที่ทำให้แจ๊คสันยอมตกลงในคำขอนั่น




 “เสียง... เสียงครางของผม... นั่นพอจะทำให้คุณพอใจหรือเปล่า







17/05/60 

ครึ่งหลังเป็นของแจ๊คแจเต็ม ๆ เลยค่ะ ตอนแรกว่าจะปิดท้ายด้วยมาร์คแบมไม่ทันยาวเกินแฮ่ 

ยองแจน่าสงสาร จั๋นใจร้ายกับแจนมากอ่ะ โกรธ! 

แต่แจนขอเสนอนั้น ว้ากกกกกกก ร้อนแรงไปไหม ฮืออออ 

วันนี้อัพดึกมากกก อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว 55555

ถ้ามีคำผิดขออภัยนะคะ ไรท์อ่านไปรอบเดียว อาจจะเก็บไม่หมด 


ขอกำลังใจเยอะ ๆ เลยเน้อออ 


ติดแท็กกัน #คุณหมาป่ามบ 


จุ๊บ




ว้ากกกกกกกก น่าสงสารคุณมัคคึ โดนน้องแบมยั่ว 

นกจูบก็แล้ว ยังโดนโจอี้เข้าใจผิดอีก 55555555555

ในที่สุดก็กลับมาแว้วววว ฮืออออ คิดถึงน้องแบมมาก ๆ ๆ 

แต่อาจจะอัพช้านิสสหน่อยย อย่าโกรธเคืองกันเด้อออ 


มาเม้นกันให้หายคิดถึงน๊าา คิดแท็กกานด้วยน๊าา คิคิ 

รักน้องแบมเยอะ ๆ นะค๊าา เอาใจช่วยคุณมัคคึผู้น่าสงสารด้วย 55555 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 267 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,463 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:17
    อมก.เเลกกับเสียงครางของยองเเจ รุนเเรงงงง
    #3,123
    0
  2. #3107 เจ้าหมีผู้ยิ่งใหญ่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:40
    ขำโจอี้อ่ะ55555เข้าใจผิดแล้วววว
    #3,107
    0
  3. #3044 ojay2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 18:04
    แจ็คคือใจร้ายมากกก โจ้อี้เข้าใจผิดไปแล้วแน่ๆ 55555555
    #3,044
    0
  4. #2883 JKEve_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:49
    โอ๊ยยย โดนเข้าใจผิดเลยคุณหมาป่า
    พี่แจ็คอย่าใจร้ายมากเด้อ
    #2,883
    0
  5. #2735 Eve-krD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 15:13
    สงสารคุณมัคคึ55555555
    #2,735
    0
  6. #2684 VivoV5 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 17:03
    สงสารแจอ้ะ ชีวิคจะอะไรขนาดนี้
    #2,684
    0
  7. #2653 PaulaPum (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 19:54
    โจอี้เข้าใจผิดไปถึงไหนละ55555555 แต่คู่แจ็คแจนี่จะหน่วงไปไหน
    #2,653
    0
  8. #2640 277374436 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 14:03
    สงสารแจนจัง
    #2,640
    0
  9. #2639 277374436 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 14:03
    สงสารแจนจัง
    #2,639
    0
  10. #2236 chenchen_narak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 00:49
    โจอี้นี่เข้าใจผิดคิดไปไกลแล้วนะแบมมมม ทั้งขำทั้งสงสารพี่มาร์คอ่ะเอาจริง ส่วนพี่แจ็คนี่ก็แบดเหลือเกินฮะ
    #2,236
    0
  11. #2167 ntn.9846 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 12:02
    สงสารพี่มาร์ค หนูเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วลูกกกก นี่ โจอี้ ก็ เข้าใจผิดพี่มาร์ค ไปด้วยอีก
    #2,167
    0
  12. #2086 litterrabbitza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 13:33
    โอ้ยย ดิบจริงๆค่าา
    คุณจิงโจ้เข้าใจผิดแล้วว
    #2,086
    0
  13. #2038 [10000] li (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 11:50
    เข้าใจผิดไปไกลมากกกกควรสงสารใครดี5555 ทำไมพี่สั้นต้องทำร้ายยองแจอย่างงี้ล่ะคะเค้าไม่รักก็เพราะเงี้ย
    #2,038
    0
  14. #1957 nemaki chan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 11:19
    ยัยก้อนน ว้อยยย ทำให้อี้เขาใจพระเอกเราผิดไปไกลแล้วว ตายแน่มาร์คต้วน 555
    ส่วนคู่ยองแจนี่ แอบคิดว่าแจ็คสันต้องรู้สึกรักยองแจบ้างแล้วแน่ๆ
    #1,957
    0
  15. #1918 _MYYBB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:09
    ขำโจอี้ เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว5555 คนละเรื่องเลยสองคน ตลก 555 อยากรู้ว่าจะช่วยแบมทำให้มาร์คหึงได้ยังไง แต่เอาจิงๆมาร์คเห็นแบมกะโจอี้ใกล้ก็คงหึงแล้วมั้ง55
    แจคอยากเห็นรอยยิ้มก็ทำตัวดีๆสิค้า ใช้วิถีโหดๆแบบนั้นใครเขาจะชอบล่า
    #1,918
    0
  16. #1907 waslikebubblegum (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 09:06
    ทำโจอี้เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว 555 สองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วฮามาก เหมือนคุยคนละเรื่องเดียวกัน สงสารคุณมัคคึ
    พาร์ทหลังนี่รุนแรงมากก
    #1,907
    0
  17. #1839 N_udaen_G (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:29
    โอ๊ยยยยยยย ก้อนนนนนน โจอี้เข้าใจพี่มาร์คผิดไปแล้วนะ 555555555 แต่พี่แจ็คนี่ถ้าน้องน่ารักขึ้น ต้องหลงมากกว่าเดิมแน่เลยยยยย
    #1,839
    0
  18. #1559 xcoolzip (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 18:04
    แบม ตั้งสติแล้งวางถุงยาง เอ้ย ถุงกาวลงก่อนนนนน 55555
    #1,559
    0
  19. #1507 Bammm1a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:25
    แบมลูก คุณจิงโจ้เขาเข้าใจมัคคึผิดแล้วนะลูก
    #1,507
    0
  20. #1498 BBsW_97 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 15:51
    น้องแบมทำเขาเข้าใจผิดกันหมดแล้วลูก
    โถยัยแจน สงสารรรร
    #1,498
    0
  21. #1461 Yezo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 00:18
    พี่แจ๊คต้องการอะไรคะ
    เหมือนเป็นคนเหงาอ่ะ อยากมีใครมาอยู่ด้วย 
    แจเราก้อสงสารนะ แต่ก้ออยากให้อยู่กับแจ๊คอ่ะ
    แบมอ่อยเก่งอ่ะ สงสารมาร์ค
    #1,461
    0
  22. #1396 TaoHun DakHyo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 19:36
    น้องแบมนู๋ทำโจอี้เข้าใจผิดแล้งนะ
    #1,396
    0
  23. #1287 Minutedao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:15
    น้องแบมต้องพูดชัดๆนะ คุณจิงโจ้เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว ฮือ สงสารยองแจ แจ็คด้วย จะลงเอยยีงไง
    #1,287
    0
  24. #1277 `MESJ' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:58
    สงสารมาร์คจะทนได้มั้ยเนี่ย แบมขี้ยั่วมากๆอะ
    แจ็คทำดีๆกับยองแจหน่อยสิ น้องจะได้ไม่ดื้อ T//////T
    #1,277
    0
  25. #1271 DreamBH (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:54
    ป๊าดเเดดเเเเเเเดดด
    #1,271
    0