WOLF #คุณหมาป่ามบ [MARKBAM] จบแล้ว

ตอนที่ 16 : ➵ CHAPTER 14 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    16 ก.ย. 60






มาร์คเงียบไปในขณะที่โดนทั้งน้องชายและเพื่อนจ้องหน้าอยู่ เขาหลุดไปอยู่ในห้วงความจำอยู่หลายนาที จนโจอี้ต้องเอามือมาเขย่าแขนเขาเป็นการเรียกสติ ทำให้มาร์คสะดุ้งตื่นจากความคิด เขาหันกลับมามองหน้าทั้งสอง


“ที่พี่พูด มันหมายความว่ายังไง ที่บอกว่าเคยเจอแบมแบมก่อนหน้านั้น" มาร์คเม้มริมฝีปากตัวเองทันที ใช่... เขาเจอแบมแบม แต่เขาเจอตอนที่เจ้าตัวเล็กอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร


“เดี๋ยวฉันขอไปหาแบมแบมก่อน" ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหดหู่ใจ มาร์คอยากจะไปหาเจ้าตัวเล็ก เขาอยากโอบกอดร่างเล็กไว้ให้แน่น มาร์คไม่รู้ว่าหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเกิดอะไรขึ้นกับแบมแบม เขาคิดมาก คิดว่าตัวเองทำให้แบมแบมเจ็บมากขึ้นหรือเปล่า เขาอยากรู้ความจริงทุกอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่าแบมแบมจะให้คำตอบเขาได้หรือไม่


มาร์คเดินหนีออกมาโดยที่ไม่สนเสียงเรียกของน้องชายตัวเอง เขาเดินตรงมาถึงหน้าห้องนอนแบมแบม และยืนนิ่ง...


ที่นิ่งเพราะเขายังปรับอารมณ์ความหน่วงของตัวเองไม่ได้ มาร์คจึงปรับอารมณ์อยู่สักพัก จนเขารู้สึกเริ่มรู้สึกสงบ ก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้อง


มาร์คคิดภาพว่าจะเห็นเจ้าตัวเล็กนั่งทำหน้างอใส่อยู่บนเตียง แต่ทว่า... เขากลับไม่เห็นร่างเล็ก และนั่นทำให้หัวใจของเขายิ่งเต้นรัวมากยิ่งขึ้น


มาร์คเดินวนรอบห้องเพื่อหาตามหาแบมแบม เผื่อว่าเจ้าตัวเล็กจะไปเผลอหลับอยู่ที่ไหน เขาหลอกตัวเองอย่างนั้น แต่ต่อให้เดินวนรอบห้องเป็นสามรอบ เขาก็หาไม่เจอ หัวใจของมาร์คเริ่มบีบแน่นมากขึ้น ร่างสูงรีบวิ่งออกมานอกห้อง มองซ้ายขวาตามหาร่างเล็ก หาจนเขาจะบ้า ในวันนี้เขาเริ่มเกลียดที่บ้านตัวเองหลังใหญ่แล้วล่ะ


“เห็นแบมแบมไหม" มาร์คถามกับแม่บ้านที่เดินผ่าน แต่เขาก็ได้คำตอบกลับมาคือการส่ายหัว ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มแสดงออกว่าเขากำลังโกรธจัด ทำเอาแม่บ้านถึงกับผวากันตาม ๆ ไป


มาร์คกัดฟันตัวแน่นด้วยความโกรธ เขาคิดย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นว่าตัวเองทำอะไรให้แบมแบมงอนหรือเปล่า หรือจะเป็นตอนที่เขาบอกให้แบมแบมไปรอที่ห้องนอน แบมแบมอาจจะงอนแล้วหนีเตลิดไปก็ได้ ตอนนั้นก็ไม่ได้จะดุอะไรมากนะ แบมแบมจะหนีไปเพราะเรื่องนั้นจริง ๆ งั้นเหรอ

.

.

.

.

.

ร่างสูงวิ่งมาถึงปีกตะวันตก น่าแปลกที่ตลอดทางที่วิ่งมาที่นี่ไม่เห็นแม่บ้าน ไม่อย่างนั้นเขาคงจะได้แวะถามได้ ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มแสดงออกว่าเขากำลังเครียด เขาคิดจินตนาการในหัวว่าถ้าแบมแบมหายไปจะเป็นยังไง อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนแสบจมูกขึ้นมาคล้ายกับว่ากำลังจะร้องไห้


แอ๊ด~


มาร์คผลักประตูออกไปสู่สวนทางฝั่งปีกตะวันตก และทันทีที่ประตูเปิดกว้าง เขาก็ต้องผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างอุ่นใจ


“กุ๊ก ๆ" แบมแบมกำลังนั่งยอง ๆ พร้อมส่งเสียงเล็ก ๆ เหมือนกำลังเรียกไก่ หากแต่สัตว์ที่อยู่ตรงหน้าแบมแบมไม่ใช่ไก่ แต่เป็นนกยูง ซึ่งมันกำลังเดินวนไปมาอย่างเมินเฉยเจ้าตัวเล็ก แบมแบมยื่นข้าวโพดไปหลอกล่อเจ้านกก็ยังไม่สนใจ


“มานี่สิ น้องแบมจะแบ่งข้าวโพดให้กิน" มาร์คยืนมองด้วยความเอ็นดู เขาไม่คิดว่าแบมแบมจะมีความคิดที่เหมือนเด็กสิบขวบมากขึ้นขนาดนี้ พอนึกถึงคำพูดของแจบอมและภาพที่ตัวเองเห็น มันก็ทำให้เขารู้สึกสงสารเจ้าตัวเล็ก และมันก็ทำให้เขาอดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าแบมแบมความคิดที่โตเหมือนกับอายุ...


จะเป็นเด็กยังไงกันนะ...


มาร์คไล่สายตามอง... เริ่มมองตั้งแต่เรียวขาเล็ก ๆ ก็ทำเขากัดริมฝีปากตัวเอง ไล่มองที่เอวคอดเหมือนผู้หญิงนั้นก็เริ่มเลียริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ถ้าตัดเรื่องที่แบมแบมมีความคิดเหมือนเด็กสิบขวบแล้วล่ะก็... คงเป็นเด็กที่มีความเซ็กซี่สูงมาก ๆ แน่


คนตัวสูงถามกับตัวเองในใจว่าเขาชอบแบบไหนกันแน่ ชอบแบบเหมือนเด็กใสซื่อหรือว่าเด็กที่เต็มไปด้วยความร้อนแรง


อ่า... นี่เขาเผลอคิดอะไรอยู่เนี่ย ไม่ว่าแบมแบมจะเป็นเด็กแบบไหน เขาชอบหมดแหละ แต่แค่... บางทีอยากจะเห็นเจ้าตัวเล็กในโหมดยั่วเขาบ้าง


เดี๋ยว!! นี่เขาไม่เข็ดจากการโดนแบมแบมยั่วหรือยังไง ใช่สิ!! นี่ขนาดเป็นเด็กกะโปโลยังยั่วเขาได้รุนแรงขนาดนี้ ถ้าความคิดโตขึ้นมากว่านี้ เขาไม่โดนยั่วจนตายไปข้างหนึ่งหรือยังไง!! เอาเป็นว่าตอนนี้มาร์คอยากให้แบมแบมเป็นอย่างนี้นี่แหละ เพราะมันคงจะปลอดภัยสำหรับเด็กที่อายุสิบห้า


“กุ๊ก ๆ มานี่มะ" แบมแบมก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายามในการจะหลอกล่อนกยูงให้เข้าไปใกล้ตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าเสียงเรียกของตัวเองจะไม่ได้ทำให้นกยูงมา แต่กลับกลายเป็นหมาป่าหนุ่มที่เข้าไปหาแทน


มาร์คเดินเข้าไปใกล้เจ้าก้อนที่กำลังนั่งยองอยู่ เขาย่อตัวลงก่อนจะเอาแขนแกร่งทั้งสองโอบเจ้าตัวเล็กไว้ และเอาปลายคางเกยไปที่หัวของแบมแบม และนั่นทำเอาเจ้าตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมองเห็นว่าเป็นคุณภรรยาของตัวเองก็เลยทำแก้มป่องใส่ เพราะยังแอบงอนที่มาร์คไล่ออกมาจากห้อง


“ไม่ต้องมากอดน้องแบมเลย!” ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ มาร์คกอดแบมแบมแน่นกว่าเก่า เขาโถมตัวใส่จนแบมแบมเกือบจะล้มลงไปนั่งกับพื้น "คุณมัคคึ!! น้องแบมหนัก!”


ไม่ใช่แค่หนัก แต่คุณมัคคึกำลังทำให้แก้มกลม ๆ นั้นแต้มสีชมพูอ่อน ๆ แบมแบมกำลังเขินที่ถูกมาร์คโอบกอด ส่วนมาร์คแกล้งเจ้าตัวเล็กได้สมใจแล้ว ก็ยอมคลายกอดออก เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะเท้าเอวมองเจ้าก้อนที่นั่งกลมป่องโชว์พวงกลมแดง ๆ


“ดูสิ! เพราะคุณมัคคึคนเดียว ทำให้คุณนกยูงหนีน้องแบมไป" เจ้าตัวเล็กแก้เขินโดยการวิ่งตามเจ้านกยูงที่วิ่งแจ้นหนีไปแล้ว ส่วนมาร์คก็ได้แต่เลิกคิ้วมองเจ้าก้อนที่วิ่งหนีไป


นี่แบมแบมเห็นนกยูงสำคัญกว่าเขางั้นเหรอ?


“แบมแบม หยุดก่อน..." มาร์คพูดบอกให้แบมแบมหยุด แต่เจ้าตัวเล็กไม่ยอมหยุด เอาแต่หลับหูหลับตาวิ่งหนีเพราะเขิน แบมแบมอ้างว่าจะวิ่งตามไปหานกยูง แต่ตัวเองวิ่งนำนกยูงไปแล้วมันคืออะไรกัน


“น้องแบมงอนคุณมัคคึอยู่ ไม่ต้องเลย!! คุณมัคคึนอกใจน้องแบมไปหาคุณคางใช่ไหมล่ะ น้องแบมรู้หรอก!”


“คุณคาง?” มาร์คทวนชื่อด้วยความสงสัย


“ไม่ต้องเลย! ไม่งั้นคุณมัคคึจะไล่น้องแบมออกจากห้องมาทำไม น้องแบมโกรธคุณ อ๊า!”


มาร์คเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ แบมแบมก็หายล่วงหายไปพุ่มดอกไม้ คนตัวสูงรีบวิ่งตามไปดูก็เห็นเจ้าตัวเล็กนอนแผ่อยู่บนพื้น ตอนแรกก็เป็นห่วงอยู่หรอก แต่ตอนนี้ก็อดขำไม่ได้จริง ๆ อยากจะพูดว่าสมน้ำหน้าด้วยซ้ำ เพราะเอาแต่วิ่งหนีไม่ฟังอะไรไงล่ะ เลยล้มแบบนี้


“น้องแบมเจ็บ" แต่แค่เสียงเล็ก ๆ บอก มาร์คก็รีบเข้าไปประคองร่างบางทันที พร้อมสำรวจตามแขนและขา ไม่มีร่องรอยบาดแผลอะไร เพียงเท่านั้นเขาก็โล่งใจ


“น่าจะมีแผล จะได้จำว่าไม่ควรวิ่งหนีฉันแบบนี้อีก" มาร์คดุเจ้าตัวเล็ก ส่วนคนถูกดุก็บุ้ยปากใส่เขา


มาร์คนิ่งไม่พูดอะไรต่อ หากแต่ในหัวของเขากลับฉายภาพตอนที่แบมแบมนอนจมอยู่บนเตียง มันแย่ตรงที่เขาไม่สามารถลบภาพที่น่าบาดใจนั่นได้เลย


ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาจะได้พบกันแล้วในครั้งหนึ่ง จนผ่านมาห้าปีแล้ว พวกเขาก็ยังได้เจอกันอีก อย่างนี้มันเรียกว่าพรหมลิขิตหรือเปล่านะ... มาร์คเองก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้น เขาไม่อยากเรียกว่ากรรมที่ต้องชดใช้ เพราะเขาเผลอคิดว่าที่แบมแบมกับเขาได้พบกันในคราวนี้ มันเป็นผลจากการที่เขาได้ทำร้ายแบมแบมแบมหรือเปล่า


“คุณมัคคึ... โกรธที่น้องแบมหกล้มเหรอ" แบมแบมเห็นมาร์คเงียบไป แถมยังจ้องหน้านิ่งแบบไม่ยิ้มแบบนั้น แบมแบมจึงอดคิดไม่ได้ว่าถูกโกรธหรือเปล่า


“เปล่า... ฉันแค่เป็นห่วงนาย...”


“น้องแบมแค่หกล้มนะ และดูสิ น้องแบมไม่มีแผลด้วย" แบมแบมโชว์แขนให้มาร์คดู พร้อมยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว หากแต่นั่นไม่ทำให้มาร์คยิ้มตาม ดวงตาของเขากลับแดงกร่ำขึ้นมา และนั่นทำให้แบมแบมต้องลดรอยยิ้มทันที


“ฉันแค่กลัวว่านายจะหายไปจากฉัน.... อย่าวิ่งหนีฉันอีกนะ...” มาร์ครู้สึกเหมือนก้อนอะไรมาอัดแน่นที่คอ เรื่องทุกอย่างที่เขารับรู้วันนี้มันทำให้เขากลัวเหลือเกิน กลัวโชคชะตาจะทำให้เขากับแบมแบมต้องพลัดพรากจากกัน


แบมแบมเหยียดยิ้มจนแก้มป่อง ก่อนจะขยับกายนั่งคุกเข่าแล้วเอาแขนเล็กทั้งทั้งมาโอบกอดคนตัวโตไว้แน่น พร้อมเอามือลูบไปที่แผ่นหลังกว้างเป็นการปลอบ


“ไม่ร้องนะฮะ ไม่ร้อง... น้องแบมไม่ไปจากคุณมัคคึหรอก คุณมัคคึเป็นคุณภรรยาของน้องแบมนี่ น้องแบมจะทิ้งคุณมัคคึได้ยังไง" หากแต่นั้นยิ่งทำให้น้ำตาของมาร์คร่วงไหลลงมา เขาเอาแขนโอบเอวเล็กไว้แน่น เขาปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาในขณะที่กลั้นเสียงสะอื้นตัวเองไว้เพราะไม่อยากให้แบมแบมรู้ว่าเขากำลังร้องไห้อยู่


มาร์คไม่เคยรู้สึกเหนื่อยมากขนาดนี้มาก่อน มันไม่ใช่แค่เรื่องของแบมแบมที่เขากลัว แต่มันมีเรื่องของสงครามมาด้วย วันนี้แผนของเขาล้มเหลว เขาพาพ่อแม่ของแบมแบมมาด้วยไม่ได้ ยังไม่ใช่เพียงแค่นั้น วันนี้...การเปิดสงครามมันได้เริ่มต้นแล้ว มาร์คกลัวว่าจะปกป้องครอบครัวและเหล่าลูกน้องของเขาไม่ได้


“คุณมัคคึร้องไห้เหรอฮะ" แบมแบมจะดันตัวออกเพื่อจะได้ดูหน้ามาร์คได้อย่างถนัด


"เปล่า...” แต่มาร์คกลับปฏิเสธ แถมกลับกอดแบมแบมไว้แน่นเพราะเขาไม่อยากให้แบมแบมเห็น มาร์ครีบจัดการเช็ดคราบน้ำตาทำลายหลักฐานทั้งหมด


“น้องแบมรู้หรอกว่าคุณมัคคึร้องไห้ เพราะน้ำตาของคุณมัคคึหยดลงบนเสื้อน้องแบม น้องแบมรู้สึก" มาร์คหลุบตามอง และมันก็จริงอย่างที่แบมแบมพูด เขาเผลอปล่อยน้ำตาหยดลงบนเสื้อแบมแบมจริง ๆ ด้วย "อยากร้องก็ร้องมาเถอะฮะ ไม่ต้องอายน้องแบมหรอก"


“ฉันไม่ได้ร้อง...” เขาไม่อยากโชว์มุมอ่อนแอให้แบมแบมเห็นก็เท่านั้น


“ผู้ใหญ่ก็อ่อนแอได้นะฮะ...” หากแต่สิ่งที่แบมแบมพูดทำแววตาของเขาไหววูบอีกรอบ แบมแบมกำลังจะจี้ให้น้ำตาของเขาไหลอีกแล้ว "คุณป๊าบอกว่าไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้นที่ร้องไห้ได้ คนแก่ ๆ ก็ร้องไห้ได้เหมือนกัน แล้วรู้ไหมฮะว่าทำไมเราถึงร้องไห้"


“...”


“เพราะเรามีหัวใจไงฮะ เรามีความรู้สึก ถ้าเราไม่รู้สึกเราก็คงไม่แสดงอารมณ์ออกมา โดยการร้องไห้"


“พูดอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ" นั่นคือสิ่งที่มาร์คแปลกใจ ใครจะไปคิดว่าเจ้าเด็กไล่จับนกยูงจะพูดจามีสาระแบบนี้เป็นด้วย


“น้องแบมปลอบคนเก่งจาตายไป คิคิ" ก็คงจะจริงอย่างที่เจ้าตัวเล็กพูด เพราะตอนนี้แบมแบมทำเขาหลุดยิ้มออกมาได้


มาร์คค่อย ๆ คลายกอด และจังหวะเดียวกันนั้นแบมแบมก็ผละตัวเองออกจากมาร์คเพื่อให้มองหน้าเขาอย่างถนัด ร่างบางยกมือเล็ก ๆ ของตัวเองมาประคองหน้าคนตัวสูงไว้ จ้องมองใบหน้าคนที่ตัวเองรักอย่างเนิ่นนาน เช่นเดียวกันกับมาร์คก็จ้องหน้าแบมแบมอย่างไม่ละสายตา พวกเขากำลังบอกรักกันผ่านการจ้องตา หากทว่าแบมแบมอยากบอกทางภาษากายด้วย ดังนั้นเจ้าตัวเล็กจึงเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้และฝากจุ๊บเบา ๆ ที่ริมฝีปากของคนตัวสูง เพียงเท่านั้นก็ทำให้มาร์คลืมทุกความเครียดไปหมด


"คุณมัคคึไม่ต้องเศร้าหรอกนะฮะ น้องแบมไม่หนีคุณมัคคึไปหรอก" ทันทีที่จุ๊บเสร็จ เจ้าตัวเล็กก็พูดย้ำเพื่อให้มาร์คสบายใจ มันก็ช่วยได้ แต่ก็ไม่มากเท่าไร ในตอนนี้มาร์คเชื่อว่าแบมแบมจะไม่มีทางหนีไปจากเขา แต่... เขาไม่รู้หรอกว่าถึงเวลานั้นจริง ๆ แบมแบมจะอยากอยู่กับเขาหรือเปล่า


ถ้าแบมแบมรู้ว่าในตอนนี้เขากับพ่อแม่ของตัวเองนั้น อยู่ร่วมกันกับเขาไม่ได้แล้ว... แบมแบมจะเลือกที่จะอยู่กับใคร... มาร์ครู้ว่ามันคงจะดีกว่าถ้าให้แบมแบมได้อยู่กับครอบครัว แต่เขาเองก็ทำใจไม่ได้ถ้าต้องปล่อยแบมแบมไปโดยที่เขาอาจจะไม่ได้เห็นหน้าอีก เขาอยากจะเห็นแก่ตัว... แต่บางครั้งก็ทำไม่ลง เพราะเขาอยากจะให้แบมแบมเป็นคนตัดสินใจเองมากกว่า


“แบมแบม... ถ้าพ่อกับแม่ของนาย... ไม่ชอบฉัน... นายจะทำยังไง"


“น้องแบมก็จะบังคับให้คุณป๊ากับคุณม๊าชอบคุณมัคคึ" แบมแบมพูดติดตลก เจ้าตัวเล็กยิ้มกว้างอย่างสดใส เป็นการบอกว่าแบมแบมยังไม่ได้รับรู้เรื่องร้ายที่อยู่รอบตัว


“ฉันถามจริง ๆ ถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ... นายจะอยู่ได้หรือเปล่าถ้าไม่มีฉัน"


“คุณมัคคึ! ทำไมต้องพูดอย่างนี้ด้วย!!” แบมแบมเบะปากใส่มาร์คด้วยความงอน แค่พูดก็ทำน้ำตามาก่อตัวตรงขอบตาแล้ว "ยังไงคุณป๊ากับคุณม๊าก็ต้องรักคุณมัคคึ น้องแบมมั่นใจ"


“ไม่หรอก... พวกเขาไม่มีทางรับฉันได้หรอก"


“ทำไมจะไม่รับ! คุณป๊าคุณม๊าเคยบอกว่าถ้าน้องแบมรักใคร คุณป๊ากับคุณม๊าก็จะรักด้วย" แววตาของมาร์คไหววูบ เขาลำบากใจที่จะอธิบายให้ฟังเรื่องทั้งหมด ถ้าแบมแบมเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างง่าย ๆ ก็คงดี... มาร์คไม่ได้อยากจะพูดเพื่อให้มันเศร้า แต่เขารู้ว่ายังไงหัวใจของแบมแบมก็ต้องสำคัญที่สุด แบมแบมรักครอบครัว เขาไม่สามารถเห็นแก่ตัวเก็บแบมแบมไว้กับตัวเองตลอดไปได้หรอก


“นายอยากกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่หรือเปล่า...”


“อยากสิฮะ แต่ก่อนกลับน้องแบมต้องพาพี่ยองแจกลับไปด้วย" แบมแบมตอบอย่างตรง ๆ และเป็นคำตอบที่บีบหัวใจคนฟังอย่างมาร์ค เพราะเขารู้เรื่องราวทั้งหมด แต่เขาไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกอะไรแบมแบม เขากลัวหัวใจเจ้าตัวเล็กจะรับทุกอย่างไม่ไหว "และคุณมัคคึก็ต้องกลับไปกับน้องแบมแบมด้วยนะ เราจะได้ไปแต่งงานกัน"


แบมแบมยิ้มตาหยี เหมือนกำลังดึงความสดใสจากโลกทั้งใบไปรวมกันที่ตัวเอง มาร์คยิ้มบางตอบก่อนจะเอามือลูบหัวเจ้าตัวเล็กด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและซ่อนความเจ็บปวดในคราเดียวกัน


“อือ...” มาร์คตอบตกลงโดยที่เขาก็รู้ตัวว่ากำลังหลอกแบมแบม เขาก็แค่...อยากจะยื้อเวลาให้มากกว่านี้ มาร์คกำลังหลอกตัวเองว่าเขาสามารถทำให้ทุกอย่างกลับมาลงตัวได้เหมือนเดิม ซึ่งลึก ๆ แล้วมาร์คเองก็รู้ว่าตัวเองไม่เห็นทางออกนั่นเลย




@ อาณาจักรอากาเซ่


สายฝนกระหน่ำลงมาผิดฤดู ท้องฟ้าสีเทาเข้ากับอารมณ์ที่เศร้าโศกที่เกิดขึ้นของเหล่าประชาชนในอาณาจักรอากาเซ่ เหล่าประชาชนรวมตัวกันตรงหน้าลานกว้างตรงกลางหมู่บ้าน ต่างร่วมกันวางดอกไม้สีขาวตรงหน้ารูปปั้นของพระราชาที่เคารพรัก เสียงร้องไห้ระงมไปทั่วทั้งพื้นที่ มันเป็นความเจ็บปวดที่ทุกคนไม่อยากให้มันเกิดขึ้นแม้แต่นิด นึกยามที่พระองค์ทรงช่วยเหลือประชาชน ก็ยิ่งทำให้พวกเขายิ่งรักและคิดถึงพระราชาปาร์ค ใครจะคิดกันล่ะว่าพระองค์จะจากโลกไปจากการโดนฆาตกรรม มันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากจะยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง หากสละชีพแทนพระองค์ได้ พวกเขาก็อยากจะทำแทนด้วยซ้ำ


ความเศร้าปกครุมทั่วทั้งอาณาจักร เช่นเดียวกันกับในพระราชวัง...


ขนาดประชาชนยังเศร้าและเสียใจขนาดนี้ แล้วลูกชายของเขาล่ะ... จะเศร้าเสียใจมากขนาดไหน...


หยาดน้ำตาของเจ้าชายจินยองไหลลงมาแข่งกับสายฝน เจ้าชายหนุ่มยืนสะอื้นร้องไห้อยู่ข้างศพของพ่อตัวเองนานร่วมชั่วโมงแล้ว จินยองไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง อยากให้นี่เป็นฝันร้าย และก็อยากตื่นจากฝันนี่เสียที หากเป็นฝัน... ทำไมคืนนี้ช่างยาวนานยิ่งนัก


พ่อเป็นเหมือนทุกสิ่งสำหรับจินยอง ถึงแม่ได้จากเขาไปแล้ว แต่พ่อก็ไม่ทำให้เขารู้สึกขาด จินยองได้รับความอบอุ่นจากพ่อในทุกวัน ๆ พ่อเป็นเหมือนทุกอย่างสำหรับเขา คอยสั่งคอยสอนจนเขาเติบโตมาเป็นเด็กหนุ่มที่นิสัยอ่อนโยนและอบอุ่น


หากแต่วันนี้...เหมือนเจ้าชายจินยองคนเก่าไม่มีเหลือแล้ว ความเจ็บปวดทำให้เขาแค้นจนไม่สามารถมองถึงความถูกผิด ยิ่งมองหน้าพ่อตัวเองที่นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ ก็ยิ่งทำให้จินยองได้เห็นภาพคืนที่แสนเจ็บปวดในวันนั้น


มือเล็กกำเข้าหากันแน่ ดวงตาที่แดงกร่ำแสดงแววตาออกมาว่ากำลังโกรธแค้น ต่อให้พลิกแผ่นดินเขาก็จะตามล่าหมาป่ามาสังเวยให้ได้ การตายของพ่อจะไม่สูญเปล่า


“เจ้าชาย...” องครักษ์หนุ่มเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเศร้าซึม และเมื่อเจ้าชายจินยองหันไปมองหน้าเขา เสียงสะอื้นก็ดังกว่าเก่า ยูคยอมเห็นอย่างนั้นก็จึงรีบเข้าไปโอบกอดเจ้าชายไว้แน่น ดวงตาของเขาแดงกร่ำไม่ต่างจากชาย เขาอยากร้องไห้ร่วมกับเจ้าชายเพราะเขาก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้กัน หากแต่องครักษ์อย่างเขาถูกฝึกมาไม่ให้ร้องไห้ ดังนั้นเขาจึงต้องทำใจแข็งกลั้นน้ำตาไว้ให้ได้


“ฉันไม่เหลือใครแล้วยูคยอม ... ฉันไม่เหลือใครแล้ว ฮืออออ" จินยองร้องไห้หนักพร้อมโอบกอดองครักษ์ร่างสูงแน่น มือเล็กกำเสื้อของยูคยอมไว้จนเสื้อเป็นรอยยับ


“นายยังมีฉันนะ... ฉันจะอยู่ข้างนายตลอดไป" ยูคยอมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขารู้สึกสงสารเจ้าชายจินยองจับใจ เขารู้ว่าจินยองรู้สึกยังไง จินยองเจ็บเขาก็เจ็บไม่แพ้กัน เหมือนว่าหัวใจของเขาถูกผูกติดไว้กับเจ้าชาย เจ้าชายรู้สึกอะไร เขาก็รู้สึกด้วย


เช่นเดียวกันกับความจงรักภักดีที่มีต่อพระราชา มันมีมากจนเขาสามารถสละชีวิตแทนพระองค์ได้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น...


ดังนั้นยูคยอมจึงตั้งปณิธานไว้ว่า เขาจะใช้ชีวิตที่มีเหลืออยู่ของเขาดูแลเจ้าชายจินยองแทนพระราชา ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาก็ถวายชีวิตให้พระองค์ทั้งสองแล้ว แต่ในครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน... มีบ้างที่เขาเคยดื้อและไม่ยอมฟังเจ้าชายจินยอง แต่ในวันนี้ระบบของเขาถูกรีเซต ต่อให้เจ้าชายสั่งอะไรเขาจะทำตาม ไม่ว่าคำสั่งจะถูกหรือผิดเขาก็จะทำและยอมเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่คัดค้าน แม้กระทั่งไล่เขาไปตาย เขาก็จะไป นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำให้แด่พระผู้มีพระคุณ


“นายอย่าทิ้งฉันไปนะยูคยอม.... ถ้านายทิ้งฉันไป... ฉันก็ไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ" ยิ่งพูดจินยองก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด ในวันนี้นอกจากจะเสียพ่อที่รักไปแล้ว ยังเสียคนรักไปด้วย...


นึกถึงแจบอมน้ำตาก็ยิ่งอาบแก้มลงมา ภาพที่เห็นเขาจากไปกับสัตว์ที่เขาเกลียดมันเป็นภาพที่บาดใจจินยอง เจ้าชายไม่อยากให้แจบอมเป็นพวกเดียวกันกับพวกนั้นนั้นเพราะเขาไม่อยากจะทำร้ายแจบอม หากแต่นี่มันเป็นสงคราม ยังไงหมาป่าก็ต้องถูกสังเวยต่อกษัตริย์ที่จากไป ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่จินยองจะยอมไว้ชีวิตให้กับคนหักหลังอย่างแจบอมอีก


'แจบอม!! มึงมาทำอะไรที่นี่ อย่าบอกนะว่ามาที่นี่เพื่อเปิดสงคราม'


คำพูดของมาร์คถูกฉายซ้ำในโสตความทรงจำของเจ้าชาย จินยองไม่รู้ความจริงว่าเรื่องราวมันยังไง แต่สิ่งที่ได้ยินนั้นก็ทำให้จินยองได้ด่วนสรุปเองว่าต้นเหตุที่พ่อตายนั้นมันมาจากแจบอม


“เจ้าชายครับ! ทหารของเราจับหมาป่าได้ 3 ตัว" จู่ ๆ ก็มีทหารเข้ามาบอกข่าว และนั่นทำให้จินยองต้องหยุดเรื่องเศร้าทั้งหมดไว้ เจ้าชายผละตัวออกจากอ้อมกอดของยูคยอม รีบเดินตามทหารไปเพื่อให้ไปเห็นกับตาว่าทหารจับหมาป่าได้ที่พูดจริงหรือเปล่า

.

.

.

.

.

.

.

เจ้าชายจินยองและองครักษ์ของเขา เดินลงมายังคุกใต้ดินของปราสาท เป็นครั้งแรกที่จินยองได้เห็นสถานที่แห่งนี้ มันเป็นสถานที่ที่เจ้าชายผู้แสนอ่อนโยนไม่เคยเข้ามา แต่ในตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว มันก็คงจะถึงเวลาแล้วล่ะที่เขาจะได้ปลุกด้านมืดของตัวเองออกมาเสียที


จินยองเดินไปตรงสุดปลายทาง เสียงหอนของสัตว์ป่าทำเจ้าชายหนุ่มไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปอย่างกล้าหาญ ความมืดตรงสุดทางเห็นเพียงเงาดำ ๆ ที่มีการเคลื่อนไหว สายตาดุจเสือเพ่งมองมองสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้น จ้องมองมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนในที่สุดเขาก็ได้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเชลยทั้งสาม


ในคุกที่คับแคบมีหมาป่าสามตัวเดินวนไปวนมา ร่างใหญ่ผิดจากที่เคยเห็นในตำราที่เคยเรียนจริง ๆ และนั่นทำให้จินยองมั่นใจว่าพวกนี้คือมนุษย์หมาป่าแน่ ๆ เพราะรูปร่างตัวมันไม่ต่างจากตัวที่เขาเห็นในห้องนอนของพ่อ


“เจอพวกมันที่ไหน" จินยองถามขึ้นในขณะที่ตาจับจ้องสัตว์ร่างใหญ่ที่อยู่ในคุก


“ที่ริมลำธาร ตรงทางขึ้นภูเขาฟาร์เทลขอรับ แต่ว่า...” ทหารเว้นคำพูด ทำให้ทั้งจินยองและองครักษ์ไปมองที่ทหารคนนั้นเพื่อรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ "แต่ว่าพวกมันถูกมัดรวมกันไว้ในตาข่ายขนาดใหญ่ มันน่าแปลกมากขอรับ เหมือนมีคนช่วยจับพวกมันไว้ถวายแด่พระองค์"


สิ้นสุดคำพูดทั้งจินยองและยูคยอมต้องหันมามองหน้ากันทันที มันน่าแปลกที่ทหารเจอหมาป่าพวกนี้ในสภาพแบบนั้น แล้วใครกันที่ช่วยจับสัตว์พวกนี้มาให้เขา


จินยองเงียบไปเพราะกำลังคิดว่าจะจัดการกับพวกนี้ยังไงดี เขาอยากจะฆ่ามันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ให้สาแก่ใจ แต่ทว่า... มาคิดดีดีแล้ว การที่เก็บพวกมันไว้ก็ดีอย่าง พวกนี้อาจจะเป็นกุญแจที่ไขไปสู่การล้างเผ่าพันธุ์หมาป่าก็เป็นได้


“แล้วทำยังไงพวกมันจะกลายร่างเป็นมนุษย์" จินยองพูดในขณะที่จ้องตาหมาป่าตัวหนึ่ง สายตามันดูดุดันท้าทายอำนาจ ผิดกับอีกสองตัวที่เดินวนไปวนมาดูหวาดกลัว อีกทั้งยังส่งเสียงหอนไม่หยุด


“ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ มันเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เจอสัตว์ประหลาดแบบนี้" ทหารตอบพร้อมก้มหัวอย่างนอบน้อมให้กับเจ้าชาย เป็นการขออภัยที่เขาไม่รู้ในคำตอบนี้


ในตอนนี้ไม่มีใครกล้ามองหน้าเจ้าชาย พวกเขารับรู้ได้ถึงรังสีความน่ากลัวที่แผ่รอบตัวเจ้าชายหนุ่ม คนที่กล้าใกล้เจ้าชายก็คงจะมีเพียงองครักษ์อย่างยูคยอมเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ แต่ถึงอย่างนั้นเถอะ นอกจากเจ้าชายแล้วก็มียูคยอมนี่แหละ ที่แผ่รังสีหน้ากลัวด้วยเช่นกัน คล้ายกับว่าเขาทั้งสองอยู่ในห้วงอารมณ์เดียวกันอย่างนั้น


เจ้าชายจินยองเงียบไปอยู่หลายนาที เพราะกำลังคิดว่าจะทำยังไงให้หมาป่าพวกนี้กลายเป็นมนุษย์ เขาอยากให้มันพูดจากับเขารู้เรื่อง ดังนั้นต้องหาวิธีอะไรสักอย่างที่มันกลับมาเป็นคนให้ได้


จินยองจ้องตากับหมาป่าตัวหนึ่งในนั้นตาแทบไม่กะพริบ อ่านความรู้สึกผ่านตาคู่นั้นแม้ว่ามันจะอยู่ร่างสัตว์ป่า


“ขอธนู" เสียงทุ้มต่ำออกคำสั่ง ทำเหล่าทหารที่อยู่รอบข้างรีบยกธนูถวายให้เจ้าชายทันที จินยองไม่ทันมองว่าได้ธนูมาจากใคร เขาหยิบคันที่ใกล้มือเขามากที่สุด หลังจากที่เขาได้ธนูแล้ว ทหารก็รีบถวายลูกธนูให้เขาต่อ เมื่อได้รับมันมาครบแล้ว เจ้าชายก็ยกมันขึ้นหันปลายลูกศรไปหมาป่าที่ดูแก่ที่สุดในนั้น หากทว่าตาเขาไม่ได้มองไปที่หมาป่าที่แก่ ๆ ตัวนั้น เขากลับมองไปที่เจ้าหมาป่าที่ทำดื้อรั้นใส่เขาอยู่ตอนนี้


รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน ๆ ของเจ้าชาย เขาเห็นแววตาที่ดูตกตะลึงจากสัตว์ตัวนั้น ดูเหมือนว่าเขาจะจับอะไรได้บ้างแล้วล่ะ


“กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์เดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อย่างนั้น... ฉันจะปล่อยลูกธนูปักไปที่หัวใจของคนที่แกรัก" เจ้าชายจินยองพูดขู่ ทำเอาสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ทุกสายตาจ้องมองไปที่หมาป่าหนุ่มที่ดื้อรั้นตัวนั้น ส่วนหมาป่าอีกสองตัวก็นั่งตัวสั่นอย่างหวาดกลัว


เจ้าชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าพวกมันกำลังพูดคุยอะไรกัน ดูเหมือนว่าอีกสองตัวกำลังเกลี้ยกล่อมเจ้าหมาป่าหนุ่มอยู่ พวกมันคงกำลังจะบอกไม่ให้ทำตาม ดังนั้นจินยองจึงกระตุ้นให้กลัวมากยิ่งขึ้น


“ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าไม่กลับคืนร่าง.... ฉันจะฆ่าวันนี้หนึ่งตัว และฉันจะปล่อยให้พวกแกที่เหลืออยู่กับศพเหม็นเน่าไปอีกหนึ่งอาทิตย์ แล้วค่อยฆ่าตัวที่สองนั่นก็คือ...เธอ" ถ้าให้เดาจากที่เห็น จินยองคิดว่านี่น่าจะเป็นครอบครัวหมาป่าแน่ ๆ คนริมซ้ายน่าจะเป็นพ่อ คนตรงกลางน่าจะเป็นแม่ และคนริมสุดที่ดื้อรั้นน่าจะเป็นลูก


“หนึ่ง...” และการนับเลขก็ได้เริ่มขึ้น หมาป่าหนุ่มตาไหววูบทันที หันไปมองพ่อตัวเองด้วยความหวาดกลัว ส่วนคนเป็นพ่อในตอนแรกดูแตกตื่น แต่ตอนนี้เขาได้สงบ นั่งนิ่งเตรียมรับลูกธนูจากเจ้าชายดินแดนมนุษย์


“สอง...”


หมาป่าหนุ่มรีบลุกขึ้นยืน เขาวิ่งมาขวางพ่อกับแม่ตัวเองไว้เป็นการปกป้อง และนั่นทำให้พ่อแม่ของเขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป พวกเขาทั้งสองรีบกลับร่างเป็นมนุษย์ ภาพนั้นทำเหล่าทหารที่ไม่เคยเห็นพากันจ้องมองด้วยอาการช็อก คงมีแต่เจ้าชายและองครักษ์ที่นิ่งเฉยไม่ไหวตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“อย่าทำพวกเราเลยนะเจ้าชาย...” หญิงกลางคนพูดเสียงสั่น


มันเป็นไปอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ว่านี่คือครอบครัวหมาป่าครอบครัวหนึ่ง ในตอนนี้หญิงชายวัยกลางคนกำลังพวกเขาโอบกอดหมาป่าหนุ่มที่ดื้อรั้นไว้แน่น


“ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย" คนเป็นพ่อเริ่มช่วยแม่เกลี้ยกล่อม หากแต่คำพูดนั้นกำลังทำให้เจ้าชายหวั่นไหวตาม เขาเกือบจะยอมใจอ่อน แต่จู่ ๆ ความเจ็บปวดก็ทำให้เขาดึงด้านมืดกลับมาอีกครั้ง


“ฉันจะยอมไว้ชีวิต ถ้าพวกแกยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ให้ฉันฟัง" คำพูดของเจ้าชายทำเอาทั้งสองหญิงชายวัยกลางคนตาไหววูบ พวกเขาไม่คิดว่าข่าวที่บอกว่าเจ้าชายจะล้างเผ่าพันธฺุ์หมาป่ามันจะเป็นเรื่องจริง ตอนแรกที่ได้ฟังก็ตกใจ เพราะรู้ว่าเจ้าชายจินยองเป็นคนที่จิตใจดีมาก ๆ จะทำเรื่องอย่างนั้นได้ยังไงกัน


แต่เพราะกลัวสงคราม ถูกสั่งให้หนีพวกเขาก็หนี ระหว่างที่ทั้งสามกำลังเตรียมตัวจะหนี จู่ ๆ ก็ถูกใครทุบหัวจนสลบไป จนตื่นมาอีกทีก็เห็นตนและครอบครัวถูกแขวนในตาข่ายขนาดใหญ่ และสุดท้ายก็ถูกทหารจับตัวมาเป็นเชลยที่นี่


“หรือจะให้ฉันยิงลูกชายของพวกแกดีล่ะ คราวนี้ฉันจะขังพวกแกตลอดชีวิตไปกับศพลูกชายดีไหมล่ะ" ทั้งสองร้องไห้โฮกอดลูกชายของตัวเองไว้แน่น คนเป็นลูกยอมพ่ายแพ้กลับมาสู่ร่างมนุษย์ เขาโอบกอดพ่อแม่ของตนไว้แน่นพร้อมปล่อยหยาดน้ำตาลงมาไม่ขาดสาย ความเศร้าปกคลุมที่แห่งนี้ หากแต่สิ่งที่แสนอ่อนโยนที่เขาทั้งสามมอบให้กันนั้นมันไม่ได้ทำให้เจ้าชายหนุ่มใจอ่อนไหวตามไปอีกแล้ว


“หนึ่ง...” สัญญาณแรกเริ่มดังขึ้น คนที่เป็นลูกชายหันมามองเจ้าชายหนุ่มด้วยสายตาโกรธแค้น และสัญญาณที่สองก็ได้ตามมา "สอง...”


ถ้าหากเจ้าชายฆ่าพ่อหรือแม่เขาก็เจ็บปวดเจียนตาย หรือถ้าเขาตายไป... ก็รู้ว่าพ่อแม่คงจะใจสลายเช่นกัน ถ้างั้นเพื่อให้พวกเขาได้อยู่พร้อมหน้ากัน...


“ตกลง... กระผมจะยอมบอกข้อมูลที่พระองค์ต้องการ"


และรอยยิ้มของปีศาจร้ายก็ได้ปรากฎบนใบหน้าเจ้าชาย ที่อดีตเคยเป็นคนใจดี หากแต่ตอนนี้ไม่มีเหลือแล้ว... 






ในตอนนี้สงครามมันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เหล่าหมาป่าทั้งตระกูลเล็กและตระกูลใหญ่ ได้รับคำเตือนต่อ ๆ กันไป พวกเขาพากันย้ายถิ่นหนีอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาไม่ได้ขี้ขลาด หากแต่นี่มันเป็นทางออกที่ดีที่สุด ดีกว่าจะต้องเริ่มต้นสงคราม พวกเขายังจำสงครามที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้วได้ มันแสนเจ็บปวดใจที่ต้องเห็นคนรักตายต่อหน้าต่อตา และในครั้งนี้พวกเขาจะไม่ยอมให้ครอบครัวของพวกเขาหายไปมากกว่านี้อีกแล้ว


ส่วนคนที่ไม่เหลือใครในครอบครัวแล้วอย่างแจ็คสัน เขาได้แต่ยืนนิ่งและจ้องมองเหล่าบริวารของเขาแบกข้าวของออกจากเขตปราสาทของเขา ความเป็นราชาของที่นี่ได้ปิดตัวลง เพราะแจ็คสันเลือกที่จะปล่อยให้บริวารของเขาไปยังที่ปลอดภัย


ยองแจเดินเข้ามาหยุดเคียงข้างแจ็คสัน มองตามไปทางสายตาของเขา ก็รู้ในทันทีว่าแจ็คสันรู้สึกยังไง แต่ที่กำลังแปลกใจอยู่ตอนนี้คือ ไม่คิดว่าแจ็คสันจะเริ่มมีหัวใจที่จะเป็นห่วงลูกน้อง เขาปล่อยให้ทุกคนหนี แม้ว่าเขาจะลำบากที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง


“คุณทำดีแล้วล่ะ แจ็คสัน...” มันคงเป็นครั้งแรกที่ยองแจเอ่ยชมเขา แววตาคนฟังไหววูบในทันที เขารู้ว่าตัวเองกำลังไม่ปลอดภัย และคนข้าง ๆ ของเขาก็เริ่มไม่ปลอดภัยเช่นกัน ดังนั้นเขาต้องกันยองแจออกห่างจากเขา ต้องพายองแจไปในที่ที่ปลอดภัย


“นายเองก็ควรจะเก็บข้าวของ เพราะอยู่ที่นี่นายจะไม่ปลอดภัย" พูดจบแจ็คสันก็เดินหนีออกห่าง เขาไม่อยากยืนให้ยองแจจับผิดได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดที่ต้องพูดคำนั้น ส่วนอีกคนนั้นได้แต่เหลียวมองตามหลังแจ็คสันอย่างไม่เข้าใจ


“ทำไมคุณพูดเหมือนไม่ได้ไปด้วยกัน" ยองแจพูดถามพร้อมสาวเท้ารีบเดินตามให้ทันแจ็คสัน


“ใช่... ฉันไม่ไป ฉันจะอยู่ที่นี่ ส่วนนาย... ฉันจะให้ธีมพานายไปที่ปลอดภัย หลังจากที่ทุกอย่างสงบแล้วค่อยกลับ...” แจ็คสันเว้นคำพูด สิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้มันเป็นสิ่งที่เขาเจ็บปวดสุดแล้ว "แล้วค่อยกลับไปอยู่กับครอบครัว...”


ยองแจหยุดเดินในที่สุด เพราะช็อกในคำพูดของแจ็คสัน สิ่งที่เขาพูดมันควรทำให้ยองแจดีใจสิ การกลับไปอยู่กับครอบครัวคือสิ่งที่รอคอย แต่ทำไมในตอนนี้กลับรู้สึกหดหู่ใจกันนะ หรือเป็นเพราะคิดว่าคนตรงหน้านั่นกำลังจะเดียวดาย แต่คนใจดำอย่างเขาก็สมควรอยู่ตัวคนเดียวไม่เหรอ...


ใจดำ... มันก็เหมือนเป็นอดีตไปแล้ว ยองแจสังเกตเห็นว่าแจ็คสันกำลังเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ จากเมื่อก่อนที่เอาแต่ความรู้สึกของตัวเอง ทำร้ายยองแจอย่างไม่คิด แต่ตอนนี้เหมือนปีศาจร้ายแทบไม่เหลืออยู่แล้ว และไหนจะเรื่องที่ปล่อยบริวารจากไปอีก แค่นั้นมันก็น่าจะเป็นเครื่องพิสูน์แล้วว่าเขากำลังจะกลายเป็นคนมีหัวใจ


“คุณยองแจครับ เตรียมตัวเก็บข้าวของเถอะครับ ผมจะพาคุณหนีไปที่ปลอดภัย" แววตาของยองแจไหววูบ สายตาของเขายังคงจับจ้องทางที่แจ็คสันเพิ่งเดินไปเมื่อกี้ มีหลายอย่างที่ยองแจคิด เขากำลังนึกถึงครอบครัว นึกถึงพ่อกับแม่ ถ้าหากเกิดสงครามอย่างที่ธีมเคยเล่าจริง ก็เท่ากับว่าในตอนนี้พ่อกับแม่ของเขาก็ไม่ปลอดภัย เช่นเดียวกับแบมแบม ตอนนี้อยู่กับมาร์ค ยองแจค่อนข้างมั่นใจว่ามาร์คจะดูแลน้องชายของตัวเองได้แน่ แต่ถึงอย่างนั้นก็อดเป็นห่วงไม่ได้


และคนสุดท้ายที่ดันนึกถึง นั่นก็คือคนที่เป็นเจ้าของเรือนร่าง... แจ็คสันจะอยู่ยังไง เขาจะอยู่ตัวคนเดียวได้จริงหรือเปล่า จะทำยังไงที่จะทำให้ทุกคนที่เขาเป็นห่วงได้มาอยู่ในที่รวมกันได้อย่างปลอดภัย ทำยังไงสงครามนี้จะไม่เกิด...


เจ้าชายจินยอง... เจ้าชายจินยองเป็นคนเริ่มเรื่อง ยองแจรู้ว่าเจ้าชายพื้นฐานเป็นคนดีมาก แต่แค่บางอย่างที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าชายมองทุกอย่างผิดไป มันต้องมีคนช่วยเตือนสติเจ้าชาย ใครกัน... ยองแจกำลังนึกคนคนนั้น คนที่สามารถพาเขาเข้าไปหาเจ้าชายจินยองได้


คิม ยูคยอม!! ใช่! คิม ยูคยอมสนิทกับแบมแบม ถึงจะไม่ได้สนิทกับยูคยอมเท่าแบมแบม แต่ยูคยอมต้องจำเขาได้แน่


“ธีม! เราต้องช่วยกันหยุดเรื่องนี้!”


“เรื่อง?” ธีมทวนถามด้วยความสงสัย


“เรื่องสงครามนี่ไง มันไม่ใช่เรื่องที่คนจะต้องมาตายกันเพราะการกระทำที่เลวทรามของคนคนหนึ่ง เราต้องทำให้เจ้าชายตาสว่างว่าสิ่งที่คิดอยู่นี่มันผิด"


“คุณมีวิธีเหรอ?”


“ผมจะเข้าไปเกลี้ยกล่อมเจ้าชาย ไปลองพูดคุยกับเขา ผมมีคนที่น่าจะพาผมเข้าไปหาเจ้าชายได้ ผมว่าถ้าผมได้คุยกับเขา เจ้าชายอาจจะคิดได้" คำพูดของยองแจทำธีมผ่อนลมหายใจออกมา มันเป็นการบอกว่าเขาไม่มีทางเห็นด้วยกับคำพูดของยองแจแน่ ๆ


“มันคงจะไม่ง่ายแบบนั้นหรอกคุณยองแจ... คุณคิดมันง่าย แต่เอาเข้าจริงมันอาจจะทำไม่ได้"


“แต่อย่างน้อยผมก็อยากจะลอง เจ้าชายจินยองเป็นคนที่ดีมาก ๆ และคุณก็รู้ว่าผมเป็นคนปลอบใจคนเก่ง ผมต้องเกลี้ยกล่อมเจ้าชายได้แน่" ธีมพยักหน้าตอบรับ ตลอดเวลาที่ยองแจอยู่ที่นี่ ยองแจเป็นคนเดียวที่คอยให้กำลังใจเวลาที่เขาท้อ เขาเลยยอมรับสิ่งที่ยองแจพูดมันถูกต้องที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นธีมก็ไม่เห็นด้วย


“แต่นั่นมันผม... ส่วนเจ้าชายจินยองไม่ใช่อย่างนั้น เขาสูญเสียความเป็นตัวเองไปหมดแล้ว" สิ่งที่ธีมพูดทำยองแจผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ เขาอยากจะช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้นกว่านี้ แต่ถ้าธีมบอกว่าไม่เวิร์ค เขาก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้วจริง ๆ "คุณไปเก็บเสื้อผ้าเถอะ ผมจะพาคุณไปที่ปลอดภัยกว่านี้"


ธีมหันหลังกลับเพื่อจะไปเตรียมตัวพายองแจไปที่หลบภัย แต่อีกคนนั้น... กำลังจมอยู่กับความคิด และความนั้นกำลังบอกว่าจะดื้อกับธีม


“ผมไม่ไป... ผมจะอยู่ที่นี่"


“คุณยองแจ คุณไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าคุณจะเจอกับอะไร" ธีมหันกลับมาถามยองแจอย่างหัวเสีย


“ผมรู้ และผมก็ไม่กลัว" สายตาของยองแจที่มองธีม มันบอกว่าเขาไม่กลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดในอนาคต "ถ้าโควต้าพาไปที่ปลอดภัยยังมีอยู่ ผมขอให้คุณลักพาตัวพ่อแม่ผมไปที่นั่น"


ยองแจรู้ว่าถ้าบอกให้ธีมไปคุยตรง ๆ และอธิบายเหตุผลทุกอย่าง รับรองว่ามันคงช้าไม่ทันการณ์แน่ ๆ


“นายท่านต้องไม่พอใจกับการตัดสินใจของคุณแน่...”


“ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายจากผม...” สิ่งที่ยองแจพูดทำธีมหาคำพูดมาดุต่อไม่ได้อีกแล้ว เขาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ


“ผมไม่รู้หรอกน่ะว่าผมจะช่วยพ่อกับแม่ของคุณสำเร็จไหม ในตอนนี้การเข้าอาณาจักรอากาเซ่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด แต่หากคุณบอกว่าเป็นขอครั้งสุดท้าย... ผมก็จะทำเพื่อคุณ"


“ขอบคุณธีม ผมจะไม่มีทางลืมบุญคุณของคุณ" ยองแจส่งยิ้มสดใสให้ อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยยิ้มบาง ๆ เขาจ้องมองยองแจด้วยความคิดมากมาย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินจากไป


ยองแจมองธีมเดินจากไป เขาได้แต่ภาวนาในใจขอให้ธีมสามารถช่วยเหลือครอบครัวของเขาได้ แล้วหลังจากนี้ จะทำอะไรต่อไปดี... จะเริ่มจากตรงไหน... หรือจะเป็นแจ็คสัน ขอให้เขาไปคุยกับมาร์ค เพื่อที่เราจะได้รวมกันเป็นหนึ่ง แล้วในตอนนั้นก็คงจะได้พบกับแบมแบมอีกครั้ง


นี่คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว ยองแจเดินไปทางที่เห็นแจ็คสันเดินไปก่อนหน้านั้น หัวใจของเขามีความมุ่งมั่น ยองแจมั่นใจตัวเองได้ว่าเขาสามารถกล่อมแจ็คสันให้กลับไปคุยกับมาร์คได้แน่ แค่คิดก็ทำยองแจแอบยิ้ม เขารู้ว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรยิ้ม แต่การที่คิดว่าจะได้เจอแบมแบม มันทำให้ยองแจอดดีใจไม่ได้จริง ๆ


ยองแจเดินตามหาแจ็คสัน เขาเดินมายังมาห้องโถงด้านล่างก็ยังไม่เห็นใคร ในยามนี้ที่ปราสาทไร้ผู้คน มันทำให้ยองแจรู้สึกวังเวงใจแปลก ๆ ในที่แห่งนี้เหลือแค่แจ็คสันกับเขาเพียงแค่สองคนจริงหรือนี่ น่ากลัวชะมัด


ร่างบางเดินมองซ้ายขวามองหาเจ้าของปราสาท เดินอย่างไม่หวาดกลัวอะไร เพราะคิดว่าสถานที่นี่ปลอดภัย แต่ทว่า... ยองแจไม่รู้หรอกว่ามีสายตาของใครบางคนจ้องมองเขาอยู่ คนคนนั้นกำลังรอจังหวะดีดีที่จะเข้ามาใกล้ยองแจได้ และโอกาสที่เขาเฝ้ารอก็มาถึง


ยองแจเดินเลี้ยวเข้าไปอีกทาง และจู่ ๆ ก็มีใครบางคนเอามือมาปิดปากยองแจไว้ ร่างบางดิ้นสู้พยายามมองหน้าคนที่เข้ามาทำร้าย แต่ก็เห็นเพียงเงามืด ๆ บนหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมสีดำ และใช้เวลาไม่ถึงนาที เจ้าร่างบางที่ดิ้นสู้ในตอนแรกก็ไร้เรี่ยวแรงสลบไปคาอกผู้ร้ายไปทันที ทุกอย่างดับลงพร้อมกับเสียงร้องที่ตะโกนในใจว่า... แจ็คสัน

.

.

.

.

.

.

.

.

.


มือนุ่ม ๆ ของใครบางคนมาสัมผัสใบหน้า ยองแจรู้สึกคุ้นเคยกับมือ ๆ นี้ หลังจากสลบไปยาวนานในตอนนี้ยองแจก็รู้สึกตัว หูของเขาเริ่มทำงาน มันรับคลื่นเสียงของใครบางคนกำลังเรียกเขา


เสียง... มันเป็นเสียงที่คุ้นหู... เสียงของผู้ชาย... ผสานกับเสียงของผู้หญิง...


“ยองแจ!" ตาสวยค่อย ๆ เบิกตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า ทุกอย่างมันเลือนลาง เห็นเพียงเงาของใครบางคนที่อยู่ข้างกาย แต่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นกับเงาพวกนี้นะ


“ยองแจรู้สึกตัวแล้ว! คุณ!! ลูกรู้สึกตัวแล้ว"


หรือจะฝันไป เพราะได้ยินเสียงแม่ จะเป็นไปได้ยังไงกัน... ก็ครั้งล่าสุดยังอยู่ที่ปราสาทแจ็คสันอยู่เลย สงสัยจะคิดถึงพ่อกับแม่มาก ก็เลยฝันถึงพวกเขา ยองแจอยากให้นี่เป็นเรื่องจริง ถ้าใช่... เขาจะกอดพ่อกับแม่ให้แน่นเลย


“ยองแจ เป็นยังไงบ้างลูก" คนเป็นพ่อถามลูกชายตัวเองด้วยดวงตาที่แดงกร่ำ ส่วนคนที่เพิ่งได้สตินั้นก็ได้แต่จ้องมองหน้าพ่อกับแม่ตัวเองด้วยความมึนงง


“ลูกจำพ่อกับแม่ได้ไหม"


จำได้สิ... ทำไมจะจำไม่ได้ นั่นพ่อกับแม่นะ ใครจะลืมได้ลงกัน


“โธ่ลูกรัก! แม่คิดว่าแม่จะไม่ได้ลูกกลับคืนแล้วเสียอีก"


ทำไมฝัน... มันเหมือนกับความจริงเหลือเกินนะ...


ต้อนรับการกับบ้านนะ ยองแจ...”


สิ่งที่พ่อพูดนั้น เหมือนเป็นตัวดึงสติให้ยองแจรู้สึกตัว ร่างบางค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบกายก็จำได้ว่านี่คือห้องนอนของตน เลื่อนสายตากลับมามองคนข้าง ๆ ก็เห็นพ่อกับแม่


“ผม... ฝันไปหรือเปล่า" ทุกอย่างมันเหมือนจริงจนยองแจไม่คิดว่ามันเป็นความฝัน


“ลูกไม่ได้ฝันไปยองแจ ลูกกลับมาบ้านแล้ว" และนั่นทำให้น้ำตาของทั้งสามไหลพราก คนเป็นพ่อกับแม่โอบกอดลูกชายตัวเองไว้ด้วยความคิดถึง เช่นเดียวกันกับยองแจก็โอบกอดพวกเขาไว้แน่นเช่นกัน เสียงสะอื้นดังไปทั่วทั้งห้อง


ยองแจไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้กลับมารับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นแบบนี้ มันนานมากที่ไม่ได้เจอพ่อกับแม่ กอดพวกท่านแล้วรู้สึกว่าเนื้อหนังพวกเขาหายไปเยอะ พวกเขาได้กินข้าวบ้างหรือเปล่า


แต่เอ๊ะ... เหมือนจะลืมอะไรไปบางอย่าง...


ยองแจกำลังรวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหัว พอมีสติก็ทำน้ำตาที่ไหลอยู่ตอนแรกนั้นหลุดไหลไปเสียดื้อ ๆ ร่างบางหอบหายใจถี่เพราะช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้


ยองแจไม่เข้าใจ ก่อนหน้านั้นมีคนเข้ามาเหมือนจะมาทำร้าย แล้วทำไมตื่นมาถึงมาอยู่ที่นี่ได้


“พ่อแม่ครับ ผมกลับมาที่นี่ได้ยังไง" ยองแจรีบถามสิ่งที่ตัวเองกำลังสงสัยในตอนนี้ คนโดนถามได้แต่มองหน้ากันพร้อมแต้มยิ้มบาง


“มีคนพาลูกมาส่งที่นี่" พ่อตอบคำถาม


“ใคร? ใครพาผมมาส่ง"


“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร แต่เขาสวมผ้าคลุมสีดำไว้ ท่าทางก็แปลก ๆ มาถามแม่ว่านี่ใช่เด็กที่หายไปไหม ตอนนั้นแม่ก็มัวแต่ดีใจที่ได้เจอลูกก็เลยลืมเขาไปเลย จนหันไปอีกทีเขาก็ไม่อยู่แล้ว"


นี่มันเรื่องอะไรกัน... คนคนนั้นใช่ชายผ้าคลุมสีดำที่เจอที่ปราสาทหรือเปล่า เขาลักพาตัวยองแจเพื่อมาส่งที่บ้านงั้นเหรอ เขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกัน เขาหวังดีใช่ไหม...


แล้วถ้าแจ็คสันรู้เข้าจะเป็นยังไง... เขาจะไม่ตามล่าฆ่าใครผิดคนหรือเปล่า แค่คิดก็ทำยองแจหายใจไม่ออกแล้ว...









16/09/60

โอโห ชายชุดดำ.... ต้องการอะไรกันแน่ ทำปั่นป่วนไปทั้งอาณาจักร พายองแจไปส่งครอบครัว มันมีแผนอะไรกัน ฮื่อออ หนักๆ เดี๋ยวก็เบา แต่ไรท์สัญญาว่าจบอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้งแน่นอน เพราะไรท์ไม่ใช่สายดาร์กที่จบแบบจากลา ฮื่อออ สู้ไปด้วยกันนะ ฮึบๆๆ 

ติดแท็กกัน #คุณหมาป่ามบ

ไรท์อ่านไปรอบเดียวเองน้าา อาจจะมีคำผิดอยู่บ้างงง เดี๋ยวแก้น้า


10/09/60

เจ้าชายที่แสนดีไม่เหลือแล้ว ฮื่ออออ ใครก็ได้ช่วยเยียวยาหัวใจเจ้าชายที ในตอนนี้เรื่องกำลังหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไหวกันไหมเบบี้~ ฮื่ออออ ขอโต้ดดดดด ไปลุ้นกันต่อนะว่าใครกันที่เป็นคนจัดฉากเรื่องนี้ให้วุ่นวาย เดี๋ยวจะค่อยๆ เฉลยคำใบ้ที่ละนิด พอมันผ่านไปแล้วทุกคนจะโล่งเอง 

รัก <3 อย่าเพิ่งทิ้งกันไปนะค้าา ติดแท็กกัน #คุณหมาป่ามบ


28/08/60

กลับมาแล้ว ฮื่อออออ หายไปนานนนนน จริง ๆ กลับมาพร้อมกับความหน่วงหน่อย ๆ นี่ไรท์แต่งเสร็จยังรู้สึกอึน ๆ เลย ฮือ่ออออออ เราต้องสู้ไปด้วยกันนะ อยากจะพูดให้กำลังใจรีดทุกคนว่า มันมีฉากร้อนแรงระหว่างมาร์คกับแบมแบมแน่ ๆ แต่แค่ต้องรออีกหน่อย 555555 (แกหลอกล่ออะไรของแก) 

มาร์คกำลังแบกทุกอย่างไว้แทนแบมแบม น่าสงสาร ฮื่ออออ หวังว่าอะไร ๆ จะดีขึ้น และหวังว่าแจ็คสันจะยอมกลับมาร่วมมือกัน ส่วนเจ้าชายจินยอง ตอนนี้ก็คงจะเป็นอารมณ์โกรธบังตาทุกอย่าง จนมองไม่เห็นหลักความเป็นจริง 

มันมีคนอยู่เบื้องหลังนี้แน่ ๆ หนึ่งในตัวละคร.... ติดตามกันต่อนะ เพราะมันกำลังจะค่อย ๆ ทิ้งหลักฐานให้ทุกคนได้จับผิดเล่น ๆ 


รักรีด <3 


กำลังใจเบาลง ไรท์ก็เข้าใจว่าทุกคนคงหนีความหน่วงมัน ฮื่อออ ขอโต้ดดด มันถูกวางพอร์ตมาอย่างนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ฮือ่อออออ ยังไงก็ขอกำลังใจหน่อยน้าา ฝากแท็กด้วย เงียบยิ่งกว่าคอม Mute เสียงก็แท็กไรท์นี่แหละ 5555555

#คุณหมาป่ามบ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,463 ความคิดเห็น

  1. #3396 Namfon1983 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 13:48
    เริ่มอุรุงตุงนังงงๆเด้...ชายชุดดำ ใครอ่ะรึว่าแจ๊คสันเอายองแจมาส่ง?

    น้องแบมคือความฉดใฉ(สดใส)
    #3,396
    0
  2. #3057 ojay2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 12:17
    ชายชุดดำมันเป็นใครรร เว้ยย ตอนมาร์คแบมนี่หน่วงมากกกก
    #3,057
    0
  3. #2918 JKEve_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:40
    ใครคือชายชุดดำ ~
    #2,918
    0
  4. #2830 RukDeeNan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 19:53
    โอ๊ยย อีชายชุดดำ แกเป็นใคร
    มาสร้างเรื่องไว้แล้วก็หายไปง่ายๆงี้หรอ ??! ห๊ะ???
    #2,830
    0
  5. #2693 mkmarkbb (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:23
    ใครคือชายชุดดำฮืออออ น้องอยากรู้
    #2,693
    0
  6. #2662 PaulaPum (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 10:47
    ตกลงแกเป็นใครกันเนี่ย!
    #2,662
    0
  7. #2530 pattrapon28 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 10:58
    งงเด้... งงเด้
    #2,530
    0
  8. #2529 Aujacharee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 09:36
    ใครอีกเนี่ย รอค่ะ
    #2,529
    0
  9. #2528 Jolie_MB (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 08:58
    ฮ่วยยยยย ใครล่ะนิ
    #2,528
    0
  10. #2527 PloyPaksa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 18:34
    หวังดีประสงค์ร้ายชัดๆ
    #2,527
    0
  11. #2525 litterrabbitza (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 16:38
    เอาแล้วไงงงง มันเป็นใคร ฮือออ
    #2,525
    0
  12. #2523 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 16:03
    ใครเนี่ยแล้วแจ็คหายไปไหนนน
    #2,523
    0
  13. #2522 _Mt_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 09:37
    เรื่องนี้มันจะจบลงยังไงเนี่ย ฮือออ
    #2,522
    0
  14. #2521 MinKyu713 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:04
    อย่าต่อสู้กันเลยไม่อยากให้ต้องสูญเสีย
    #2,521
    0
  15. #2520 ThiwapornAtsaen (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 22:58
    ชายชุดดำนี่คือแจ็คสันหรอ
    #2,520
    0
  16. #2519 FahMairsa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 21:54
    โอ้ยยโคตรปั่นป่วนชายชุดดำนี้ใครรรรรร
    #2,519
    0
  17. #2518 foyfoy1y (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 19:26
    ใครๆๆๆๆๆ
    #2,518
    0
  18. #2517 kkbamx2mb (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 19:07
    ใครรรรรร
    #2,517
    0
  19. #2516 Nuthatchakorn Kosaisoontorn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 14:05
    ชายชุดดำต้องการอะไรรร
    #2,516
    0
  20. #2515 mymindmiew (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 12:56
    ชายชุดเป็นใครรรรร โอ๊ย อยากให้ทุกอย่างสงบไวๆจังน้อ ถ้าน้องกลับบ้านงั้นก็จะเข้าหาคิมยูได้ง่ายขึ้นดิ หวังว่าน้องจะทำได้นะลูก
    #2,515
    0
  21. #2514 Banwen (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 11:41
    เเจ็คสันป่าวชายชุดดำ อยากให้ยองเเจปลอดภัยไง เลยให้มาอยุ่กับพ่อเเม่ยองเเจดื้อไม่ยอมมา ลักพาตัวเลย 55555555 //เดาๆ
    #2,514
    0
  22. #2512 mb_7yuta (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 10:18
    ฮูอิสชายชุดดำ
    #2,512
    0
  23. วันที่ 16 กันยายน 2560 / 09:00
    มันเป็นครายยยยยยย
    #2,511
    0
  24. #2510 c o t t o n `❁ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:19
    แจ็คสานนนนนน ฮือออออออ
    #2,510
    0
  25. #2509 wan62063 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 07:24
    ใครรรรรร
    #2,509
    0