WOLF #คุณหมาป่ามบ [MARKBAM] จบแล้ว

ตอนที่ 15 : ➵ CHAPTER 13 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    7 ส.ค. 60




BAMBAM PART



น้องแบมรู้สึก... เหมือนถูกพี่ยองแจโอบกอด น้องแบมจำความรู้สึกตอนที่พี่ยองแจกอดน้องแบมได้ แต่เพียงแค่น้องแบมลืมตาขึ้นมาแล้วพบตัวเองนอนอยู่ในห้องนอน น้องแบมก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองฝันไป...


อยู่ ๆ น้องแบมก็รู้สึกหดหู่ใจแปลก ๆ น้องแบมคิดถึงพี่ยองแจ น้องแบมฝันว่าถูกพี่ยองแจกอด แต่ทำไมน้องแบมถึงรู้สึกเหมือนเป็นการกอดลา น้องแบมคงจะฝันร้ายไป พี่ยองแจต้องไม่เป็นอะไร คุณมัคคึต้องไปช่วยพี่ยองแจได้แน่


แต่... เหมือนน้องแบมจำได้ น้องแบมเห็นหมาป่ากลายร่างเป็นคนได้ น้องแบมชักไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือว่ามันเป็นเรื่องจริง น้องแบมพยายามคิดย้อนไปเหตุการณ์ตอนนั้น น้องแบมก็จำได้ว่าน้องแบมกำลังเล่นกับคุณหมาป่า เรากำลังสนุกกันอยู่เลย แล้วน้องแบมก็ไปเจอคุณคนแปลกหน้าที่ใส่ชุดผ้าคลุมสีดำ เขามากับคุณหมาป่าที่จับตัวพี่ยองแจไป แล้วหลังจากนั้น...


น้องแบมจำได้แล้ว!! มันไม่ใช่แค่ฝัน น้องแบมเห็นกับตาว่าคุณหมาป่าพวกนั้นแปลงร่างเป็นคนได้ เหมือนนิทานที่คุณครูเคยเล่าให้น้องแบมฟังเลย มนุษย์หมาป่าจะแปลงร่างเพื่อมาสมเสร็จกับมนุษย์ แล้วตอนนั้นน้องแบมเกือบทุกจับตัวไปแล้วด้วย ฮื่ออออออ น่ากลัว น้องแบมไม่อยากถูกสมเสร็จ


“คุณมัคคึจ๋าาาาาา" น้องแบมปล่อยโฮออกมาร้องไห้หาคุณมัคคึ และเพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น ประตูห้องของน้องแบมก็ถูกเปิดออก และคนที่เข้ามาหาน้องแบมไม่ใช่คุณมัคคึแต่เป็นคุณจิงโจ้ กับป้าแม่บ้านอีกสองสามคน


คุณจิงโจ้วิ่งเข้ามาหาน้องแบมด้วยความเป็นห่วง น้องแบมอ้าแขนกอดคุณจิงโจ้ไว้แน่น น้องแบมกลัว น้องแบมกลัวถูกจับไปสมเสร็จ


“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ" คุณจิงโจ้ปลอบน้องแบมพร้อมลูบหัวเบา ๆ น้องแบมร้องไห้สะอื้นหนักเพราะกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น น้องแบมไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าน้องแบมไม่ได้อยู่กับคุณหมาป่าน้องแบมจะเป็นยังไง


แต่เดี๋ยวนะ... น้องแบมเพิ่งนึกได้ว่าตอนนั้นคุณหมาป่าก็ถูกทำร้ายเหมือนกัน แล้วคุณหมาป่าไปไหน


“คุณจิงโจ้ คุณหมาป่าอยู่ไหน" น้องแบมดันร่างคุณจิงโจ้ออกพร้อมจ้องมองอย่างลุ้นคำตอบ คุณจิงโจ้ไม่ตอบน้องแบมในทันที คุณจิงโจ้ดูอึกอัก และนั่นทำให้น้องแบมใจไม่ดี


Howl~ 


เสียงหมาป่าหอนรับกันไปมาอยู่นอกปราสาท หรือว่าคุณหมาป่าจะอยู่ข้างนอก เมื่อคิดอย่างนั้นได้น้องแบมก็รีบดันนร่างคุณจิงโจ้ออก และลงจากเตียงเพื่อออกไปหาคุณหมาป่า พวกคุณป้าแม่บ้านพยายามรั้งน้องแบมไว้แต่ก็ไม่ทันเพราะน้องแบมหลบหลีกได้ทัน


น้องแบมออกมาจากห้องนอนโดยไม่ฟังเสียงคุณจิงโจ้ที่กำลังไล่เรียกน้องแบมตามหลัง น้องแบมวิ่งลงมาชั้นล่างกำลังจะวิ่งออกไปยังประตูประสาท แต่ทว่า...


“ไปตามหมอมาเร็ว!!” เสียงคุณมัคคึดังขึ้นอยู่ที่ฝั่งห้องโถง น้องแบมชะงักปลายเท้าลง และหันไปมองทางต้นเสียง น้องแบมเห็นคุณมัคคึกำลังเดินวนไปวนมาดูท่าทางกระวนกระวาย เพราะสงสัยว่าคุณมัคคึเป็นอะไรน้องแบมจึงตัดสินใจเดินไปหาคุณมัคคึ


“น้องแบม!!” คุณจิงโจ้เรียกน้องแบมไว้ และนั่นทำให้คุณมัคคึหันมามองทางน้องแบม สีหน้าของคุณมัคคึดูตกใจ ท่าทางดูมีพิรุธจนน้องแบมอดคิดไม่ได้ว่าคุณมัคคึกำลังปิดบังอะไรน้องแบมอยู่ และนั่นทำให้น้องแบมต้องรีบเร่งฝีเท้าเข้าไป คุณมัคคึรีบพุ่งตัวเข้ามาจะมาห้ามน้องแบมไม่ให้เข้าไป แต่... ไม่ทันแล้วล่ะ


น้องแบมหันไปมองสิ่งที่คุณมัคคึกำลังซ่อนน้องแบมไว้ น้องเป็นเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่พร้อมถอดเสื้อที่หลังเขาถูกลูกธนูปักไว้ และนั่นทำให้น้องแบมแววตาไหววูบตามหลังเพราะมันดูน่ากลัวมาก ๆ คุณผู้ชายคนนั้นหันมามองหน้าน้องแบมด้วยความสงสัย และเพียงแค่น้องแบมได้เห็นหน้าเขา...


หล่อจัง...


“น้องแบม ออกไปกันเถอะครับ ตรงนี้มันน่ากลัว" คุณจิงโจ้รั้งมือน้องแบมไว้ แต่น้องแบมก็จะดื้ออยู่ต่อ น้องแบมจ้องมองพี่ผู้ชายสุดหล่อด้วยความสงสัยว่าเขาเป็นใครกัน เขาก็จ้องน้องแบมเหมือนกันนะ แต่เขาดูงง ๆ ที่เห็นน้องแบม


อ๋าา~ ที่งงคงไม่รู้ว่าน้องแบมเป็นใครล่ะสิ เดี๋ยวน้องแบมต้องแนะนำตัวสักหน่อยแล้ว


“นี่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน มึงมีลูกแล้วเหรอ เร็วไปไหม" พี่ผู้ชายสุดหล่อคนนั้นพูดพร้อมจ้องหน้าคุณมัคคึ ทำน้องแบมต้องชะงักและเบะปากเล็กน้อย น้องแบมไม่ใช่ลูกคุณมัคคึสักหน่อย น้องแบมเป็นคุณสามีของคุณมัคคึตั้งหาก


“ไม่ใช่ลูกเว้ย!” คุณมัคคึโวยวายแทนน้องแบม


“อ้าว? ไม่ใช่ลูกแล้วเป็นอะไร หลานเหรอ นี่โจอี้มีลูกแล้วเหรอ" คราวนี้น้องแบมถูกโยนเป็นลูกคนจิงโจ้แล้ว ฮึ่ย! น้องแบมไม่เด็กขนาดนั้นสักหน่อย น้องแบมโตแล้วนะ โตพอที่จะเป็นคุณสามีของคุณมัคคึได้แล้วด้วย แต่แค่อายุยังไม่ถึงแค่นั้นเอง หงึ! 


“ไม่ใช่ลูกใครทั้งนั้นแหละ เมียกูเอง!” คุณมัคคึโวยวายเสียงดัง ทำเอาทุกคนเงียบกริบไปทันที ส่วนน้องแบมอ่ะเหรอ ก็ช็อกนิด ๆ แต่ก็รู้สึกเขินหน่อย ๆ คุณมัคคบอกว่าน้องแบมเป็นคุณภรรยาของคุณมัคคึ น้องแบมควรค้านสิเพราะน้องแบมเป็นคุณสามี แต่... มันเขินจัง


“พูดได้น่าไม่อาย" คุณจิงโจ้คว้าน้องแบมไปกอดไว้แน่นเหมือนหวงแหนน้องแบม ส่วนคุณพี่สุดหล่อก็จ้องมองหน้าคุณมัคคึอย่างช็อก ๆ งุ้ย~ เห็นไหมล่ะไม่มีใครเห็นด้วยหรอกที่น้องแบมจะเป็นคุณภรรยาของคุณมัคคึ น้องแบมเหมาะกับคำว่าคุณสามีที่สุดแล้ว


“จริง ๆ น้องแบมไม่ได้เป็นคุณภรรยาของคุณมัคคึหรอกฮะ น้องแบมเป็นคุณสามีต่างหาก" คราวนี้พี่สุดหล่อทำหน้าช็อกมากกว่าเก่า น้องแบมไม่เข้าใจว่าเขาจะตกใจอะไรกันนักกันหนา น้องแบมจะแต่งงานกับคุณมัคคึมันดูเป็นเรื่องน่าช็อกขนาดนั้นเลยเหรอ


“โจอี้พาแบมแบมออกไปก่อน แจบอมต้องทำแผล เดี๋ยวน้องแบมจะฝันร้าย" คุณมัคคึพูดขึ้นทันทีที่คุณหมอเข้ามา


"ทำไมต้องไล่น้องแบม น้องแบมไม่อยากไป น้องแบมไม่ฝันร้ายหรอก น้องแบมอยากอยู่ที่นี่" น้องแบมค้านขึ้นพร้อมกระพริบตาถี่ ๆ เป็นการอ้อนคุณมัคคึ น้องแบมรู้ว่าแค่น้องแบมอ้อนคุณมัคคึนิดหน่อยคุณมัคคึจะยอมน้องแบม


“ไม่ได้ มันน่ากลัว เลือดมันจะทะลักออกมาเลยนะน้องแบม ไม่กลัวเหรอ" น้องแบมส่ายหัวทันที


“ไม่กลัวหรอก น้องแบมโตแล้ว! น้องเป็นคุณสามีของคุณมัคคึ น้องแบมต้องเข้มแข็ง" คุณพี่สุดหล่อหลุดหัวเราะออกมา น้องแบมไม่รู้ว่ามีอะไรน่าตลก และไม่ใช่แค่นั้นคุณจิงโจ้ก็หัวเราะด้วย มีแค่คุณมัคคึคนเดียวที่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด


“งั้นก็มานี่" คุณมัคคึยื่นมือมาดึงน้องแบมให้เข้าไปใกล้ จากนั้นคุณมัคคึก็นั่งลงกับโซฟาที่อยู่ตรงตั้งอยู่ตรงข้ามคุณพี่สุดหล่อ น้องแบมถูกคุณมัคคึดึงไปนั่งข้าง ๆ ส่วนคุณจิงโจ้ก็นั่งลงอีกข้างหนึ่ง หลังจากนั้นคุณหมอก็เริ่มจัดการทำแผลให้คุณพี่สุดหล่อ


“ทำไมถึงโดนยิงมาล่ะฮะ" น้องแบมถามขึ้นด้วยความสงสัย พี่สุดหล่อแค่ช้อนตาขึ้นมามองแต่ก็ไม่ตอบน้องแบม น้องแบมหันมามองหน้าคุณมัคคึคิดว่าคุณมัคคึจะตอบแทน แต่คุณมัคคึก็ไม่ยอมตอบ เอาแต่ทำหน้าหน้าหล่อพร้อมขบฟันจนเห็นกรามชัด ไม่มีใครตอบอะไรน้องแบมสักคนเลย สงสัยนิสัยไม่ดีแน่ ๆ ถึงไปโดนยิงมาก ชิ! สมน้ำหน้า!! น้องแบมเริ่มไม่ชอบพี่สุดหล่อแหละ เขาไม่ตอบน้องแบม น้องแบมงอน


“คุณมัคคึฮะ คุณมัคคึเห็นคุณหมาป่าไหม" น้องแบมหันไปเขย่าแขนคุณมัคคึเพื่อเรียกร้องความสนใจ


“คุณหมาป่า?” พี่สุดหล่อถามทวนขึ้นมา และน้องแบมจะไม่อธิบายหรอกเพราะว่าน้องแบมงอนมาก แค่น้องแบมถามว่าไปทำอะไรมาถึงโดนยิงยังไม่ตอบน้องแบมเลย แล้วเรื่องอะไรน้องแบมจะตอบเขา


“คุณมัคคึห้ามบอกนะฮะ น้องแบมไม่ให้บอก" น้องแบมย้ำคุณมัคคึ และนั่นทำให้คุณมัคคึกับคุณจิงโจ้ต้องหลุดหัวเราะออกมา คุณพี่สุดหล่อทำหน้างงใส่น้องแบม ชิ! งงไปเลย ไม่สนหรอก ทีน้องแบมสงสัยยังไม่เห็นทำอธิบายเลย


“สงสัยพี่จะโดนแบมแบมงอนใส่แล้วล่ะ" คุณจิงโจ้พูดขึ้น ทำคุณพี่สุดหล่อทำหน้างงมากกว่าเก่า ชิ! ไม่สนใจหรอก และน้องแบมจะไม่เรียกคุณพี่สุดหล่อแล้ว เพราะเรียกก็ยาก ยาวก็ยาว น้องแบมจะเรียกคุณคางแทน เพราะน้องแบมเห็นเขาชอบยื่นคางออกมา


“แต่เดี๋ยวนะ ทำไมชื่อเด็กมึงถึงคุ้น ๆ หู ชื่อว่าอะไรนะ"


“คุณมัคคึห้ามบอก!” น้องแบมรีบชันเข่าลุกขึ้นพร้อมเอามือปิดปากคุณมัคคึไว้ คุณคางทำตาหรี่และจ้องมองน้องแบมมาเหมือนสงสัยที่น้องแบมห้าม "น้องแบมไม่บอกหรอกว่าน้องแบมชื่ออะไร สงสัยไปเลย ไม่บอกเด็ดขาด"


“อ๋อออ น้องแบม"


“รู้ได้ไง!! คุณมัคคึ!! นิสัยไม่ดี น้องแบมบอกว่าห้ามบอกไงล่ะ" น้องแบมหันไปเหวี่ยงคุณมัคคึ แต่คุณมัคคึกลับจ้องมองน้องแบมด้วยสายตาเอือม ๆ แต่คุณมัคคึถูกน้องแบมปิดปากไว้นี่ จะบอกคุณคางได้ยังไงเล่า


อ๋อออ!! น้องแบมโง่เอง น้องแบมติดปากพูดว่าน้องแบมออกไป คุณคางก็เลยรู้เลยว่าน้องแบมชื่อน้องแบม แต่ยังไงคุณคางก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าชื่อเต็ม ๆ ของน้องแบม คือแบมแบม สมน้ำหน้า! แบร่!  


“แบมแบม... หรือเปล่า..."


“รู้ได้ยังไง!" น้องแบมโพลงร้องออกมาด้วยความตกใจ และไม่ใช่แค่น้องแบมที่ตกใจ เหมือนคุณมัคคึกับคุณจิงโจ้ก็แอบตกใจนิด ๆ เพราะน้องแบมเห็นเขาทั้งสองเบิกตากว้างและทำหน้าช็อก ๆ 


“ใช่... เด็กที่หนีออกจากบ้านเพื่อไปตามหาพี่ชายใช่ไหม" น้องแบมยกมือปิดปากตัวเองด้วยความช็อก คุณคางรู้ได้ยังไงว่าน้องแบมหนีออกจากบ้านมาตามหาพี่ยองแจ คุณมัคคึบอกเหรอ


“มึงรู้ได้ยังไง" อ้าว! ทำไมคุณมัคคึถึงถามแบบนั้น คุณมัคคึไม่ได้เป็นคนบอกหรอกเหรอ แล้วคุณคางรู้ได้ยังไง 


น้องแบมลุ้นกับคำตอบของคุณคาง แต่คุณคางเงียบไปพร้อมเอียงหน้ามองดูหมอทำแผล และไม่นานลูกธนูที่ติดเลือดก็ถูกวางลงตรงอุปกรณ์ทำแผล


น้องแบมเคยคิดว่ามันไม่น่ากลัว แต่พอมาเห็นกับตาน้องแบมก็รู้สึกกลัวขึ้นมานิด ๆ เพราะกลัวน้องแบมจึงขยับตัวไปหลบอยู่หลังคุณมัคคึ แต่น้องแบมยังเข้มแข็งอยู่นะ เพราะถ้าน้องแบมกลัวมากกว่านี้ น้องแบมคงวิ่งหนีออกไปนอกห้องโถงแล้ว ตอนนี้น้องแบมแค่หลบหลังคุณมัคคึเฉย ๆ 


“แค่ได้ยินมา... จากเจ้าชายจินยอง" หือ? เจ้าชายจินยอง


“เจ้าชายพูดถึงน้องแบมด้วยเหรอ แล้วรู้จักกับเจ้าชายจินยองด้วยเหรอฮะ" น้องแบมเกาะบ่าคุณมัคคึพร้อมชะโงกหน้ามองคุณคาง คุณคางเงียบไปแถมยังทำหน้าเศร้า น้องแบมไม่รู้ว่าคุณคางเป็นอะไรไป แต่คุณมัคคึก็เงียบไปเหมือนกัน ทุกคนเงียบกันหมดไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา ทำไมน้องแบมถึงถูกเมินอีกแล้ว


น้องแบมงอน งอนแล้วจริง ๆ เพราะทุกคนเมินน้องแบม น้องแบมก็จะไม่พูดกับทุกคน น้องแบมขยับตัวออกจากหลังคุณมัคคึ หลังจากนั้นก็รีบลุกเดินไป แต่ทว่าคุณมัคคึรั้งมือน้องแบมไว้ น้องแบมหันไปมองด้วยใบหน้างอน ๆ 


"ไปรอฉันที่ห้องนอนนะ ฉันขอคุยกับแจบอมแปปหนึ่งแล้วฉันจะตามไป" น้องแบมคิดว่าคุณมัคคึจะง้อน้องแบม แต่คุณมัคคึไม่ได้ง้อ แถมไล่น้องแบมออกจากที่นี่ ทุกคนจะแอบคุยอะไรกันที่ไม่ให้น้องแบมได้ยินงั้นเหรอ นิสัยไม่ดี จะนินทาน้องแบมใช่ไหม


น้องแบมไม่พูดอะไร แต่เดินหนีออกมาแล้วจริง ๆ น้องแบมงอนทุกคน รวมกระทั่งคุณจิงโจ้ด้วย น้องแบมคิดว่าคุณมัคคึกับคุณจิงโจ้จะรู้ว่าน้องแบมงอน แต่ไม่มีใครง้อน้องแบม ชิ! น้องแบมแอบฟังดีกว่าว่าทุกคนคุยอะไรกัน ว่าแล้วน้องแบมก็แกล้งทำเป็นเดินออกจากห้องโถงไป แต่เดินไปไม่ไกลน้องแบมก็วิ่งกลับมายืนอยู่ตรงทางเข้าห้องโถงพร้อมเอียงหูแอบฟังว่าเขาคุยอะไรกัน


“ทำไมยังไม่ไป" เสียงคุณมัคคึดังออกมาจากห้องโถงทำน้องแบมสะดุ้งเฮือก น้องแบมชะเง้อหน้าเข้าไปมองเห็นคุณมัคคึจ้องมองน้องแบมด้วยสายตาดุ ๆ คุณมัคคึรู้ได้ยังไงว่าน้องแบมกำลังแอบฟัง! “ป้าจิ่ววี่ครับ พาแบมแบมกลับไปที่ห้องนอนด้วยครับ"


และคุณป้าจิ่ววี่ก็มาจากไหนก็ไม่รู้ ป้ายิ้มกว้างให้น้องแบม แต่น้องแบมกลัวรอยยิ้มนั้น ไม่ถึงวินาทีน้องแบมก็ถูกป้าจิ่ววี่ฉุดออกมาจากตรงนั้น ไม่ยุติธรรมเลย!! คุยอะไรกันทำไมไม่ให้น้องแบมฟังบ้าง จำไว้!! น้องแบมงอนคุณมัคคึ คุณจิงโจ้ และก็คุณคางด้วย!!


คุณหมาป่าาา มาหาน้องแบมที น้องแบมอยากหนีออกจากบ้าน ฮืออออ 






MARK PART 


มีคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในหัวของผมหลังจากที่ได้พบแจบอม บางอย่างที่ผมเคยสงสัยมันก็ตอบไปแล้วบ้าง แต่บางอย่างผมยังไม่ได้คำอธิบาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้มันหนักอึ้งจนผมไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่แจบอมมันยอมกลับมาที่นี่กับผม ไม่อย่างนั้นผมคงจะว้าวุ่นมากกว่านี้แน่ ๆ 


แต่ก่อนที่จะเคลียร์เรื่องเก่า ผมขอเคลียร์เรื่องเมื่อกี้ก่อน มันรู้เรื่องแบมแบมได้ยังไง มันรู้ลึกถึงขั้นรู้ว่าแบมแบมหนีออกจากบ้านเพื่อตามหาพี่ชาย


“มึงรู้เรื่องแบมแบมได้ยังไง" ผมรีบถามออกไปเพื่อให้ตัวเองได้หายจากการข้องใจเรื่องนี้เสียที ไอ้แจบอมไม่ได้ตอบในทันที มันเอียงหน้าหันไปมองหมอว่าทำแผลถึงขั้นไหน ทำลีลาเยอะจนผมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็ก ๆ 


“ตอนที่กูอยู่ที่กับเจ้าชายจินยอง" มันกำลังเริ่มเล่าในขณะที่ยกแขนให้หมอพันแผลมันได้อย่างถนัด "กูได้ยินจินยองบอกว่ามีเด็กในหมู่บ้านโดนหมาป่าลักพาตัวไป แต่จินยองบอกแบมแบมไม่ได้ถูกลักพาตัวไป แบมแบมหนีออกไปตามหาพี่ชายเอง" มันเป็นอย่างนี้สินะ มันได้ยินเรื่องนี้จากเจ้าชายนี่เอง


"แต่ก็แบมแบมดูเด็กเกินกว่าอายุจริง ๆ" แจบอมพูดเหมือนมีข้อมูลบางอย่างในหัว มันรู้อะไรเกี่ยวกับแบมแบมมางั้นเหรอ


“มึงพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง"


“จินยองบอกว่า... แบมแบมเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อตอน 5 ขวบ และกลายเป็นเจ้าชายนิทรา"


“ว...ว่าไงนะ" โจอี้ถามออกไปด้วยอาการช็อค ส่วนผมเองได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ผมไม่คิดว่าเจ้าเด็กร่าเริงอย่างแบมแบมจะเคยมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น มันเศร้าและบีบหัวใจจนผมรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา ผมสงสารแบมแบม เด็กอย่างเจ้าก้อนไม่ควรพบเจออะไรแบบนั้นเลย


“แบมแบมหลับไปอยู่ 5 ปีแล้วก็ฟื้น เลยไม่แปลกที่แบมแบมจะทำนิสัยเหมือนกับเด็ก ๆ" ผมเริ่มเข้าใจเจ้าก้อนแล้ว ที่บอกว่าอายุสิบห้า จริง ๆ แล้วความคิดก็ยังไม่สิบห้า อ่า... นี่ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเข้าใกล้คุกมากขึ้นทุกที เริ่มคล้าย ๆ ตาแก่ที่หลอกกินเด็กอายุสิบขวบ


“น่าสงสารแบมแบมจัง ตอนนี้ผมไม่สงสัยแล้วว่าทำไมแบมแบมถึงทำตัวไม่สมอายุ" โจอี้พูดสิ่งที่ผมเพิ่งคิดไปเมื่อกี้ โชคดีจริง ๆ ที่แบมแบมตื่นขึ้นมา ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้พบกัน และผมก็คงไม่ได้พบความสดใสของโลกใบนี้


แบมแบมคือความสดใสของผม


“จินยองบอกว่าแบมแบมฟื้นขึ้นเมื่อตอนที่เกิดความวุ่นวายในหมู่บ้าน มันเป็นตอนที่พวกเราไปที่นั่นพอดี... กูเลยอดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะเกี่ยวกับพวกเราด้วยหรือเปล่า" คำพูดของแจบอมทำผมเงียบไปชั่วครู่ ผมคิดและนึกตามสิ่งที่มันบอก


แบมแบมฟื้นตอนที่พวกผมไปสร้างเรื่องงั้นเหรอ....


ภาพในอดีตหลั่งไหลเข้ามาในหัวของผม ทุกเหตุการณ์ที่แสนเจ็บปวดมันถูกฉายซ้ำ เช่นเดียวกันกับภาพที่ผมเห็นเมื่อตอนอยู่ที่บ้านแบมแบม มันถูกฉายซ้ำอีกครั้ง...


พอได้ยินสิ่งที่แจบอมพูดภาพที่ผมพยายามนึกก่อนหน้านั้นก็เหมือนถูกเติมเต็มจนผมต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือไม้ของผมสั่นขึ้นมาทันที รวมทั้งหัวใจของผมด้วย 


ผมว่า... ผมจำอะไรได้บ้างแล้ว... อย่าบอกนะว่า...


“พี่มาร์ค มีอะไรหรือเปล่า" น้องชายของผมถามขึ้น มันคงสังเกตเห็นหน้าช็อก ๆ ของผม 


"ฉันกับแบมแบม... เราเคยเจอกันมาก่อน"





เมื่อห้าปีที่แล้ว...


"ฉันรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอชะมัด ฉันไม่เก่งเหมือนพวกนาย ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง พ่อกับแม่ไม่เคยได้ภูมิใจในตัวฉันสักครั้ง" เด็กหนุ่มที่ชื่อแจ็คสันบ่นออกมาด้วยความน้อยใจ เพราะแจบอมได้รางวัลแข่งยิงธนูอันดับหนึ่ง และมาร์คได้ที่สอง ส่วนแจ็คสันนั้นไม่ได้แม้แต่รอบคัดรอบ มันเลยทำให้เขาอดน้อยใจตัวเองไม่ได้


"อย่าคิดอย่างนั้นดิ มันต้องมีสักอย่างที่นายเก่ง แค่ตอนนี้นายยังหาไม่เจอเท่านั้น" มาร์คพูดปลอบแจ็คสัน พร้อมเอาแขนมาโอบบ่าเพื่อนและลูบเบา ๆ 


สำหรับแจ็คสัน...ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่เขาก็มักจะมองแจ็คสันเป็นเหมือนน้องชาย อาจจะเป็นเพราะความอ่อนแอเลยทำให้ทั้งมาร์คและแจบอมต้องคอยปกป้อง


"แต่พวกนายก็เก่งทุกอย่าง เก่งทุกด้าน ส่วนฉัน... ไม่ได้เรื่อง ไม่เหมาะกับเป็นเพื่อนพวกนายเลย" แจ็คสันยิ่งรู้สึกน้อยใจมากขึ้นไปอีก ก็เปรียบเทียบกับหลาย ๆ เรื่อง ก็เห็นว่ายังไงทั้งสองก็ยังเป็นคนที่เก่งมากอยู่ดี


"แจ็คสัน! อย่าคิดอย่างนั้นสิ เราเป็นเพื่อนรักกันนะ เรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวกันสักนิด และมันก็แค่บังเอิญที่ฉันกับมาร์คถนัดเหมือนกันเท่านั้นแหละ ไม่เห็นมันจะดีตรงไหนเลย ฉันไม่อยากจะแข่งกับมันสักเท่าไร มันน่าลำบากใจเวลาที่เราต้องอยู่สนามร่วมกันและเป็นคู่แข่งกัน นายโชคดีแล้วที่ไม่ต้องมาแข่งกับพวกฉัน ไม่อย่างนั้นนายก็จะเครียดตายเหมือนฉัน" แจบอมพูดปลอบแจ็คสันอีกแรงและดูเหมือนคำปลอบของแจบอมจะทำให้แจ็คสันเริ่มคิดตามและเริ่มคิดเหมือนกันว่าถ้าต้องไปแข่งกับทั้งสอง ก็คงไม่ดีเหมือนแจบอมพูด


“ไม่แน่นะ... นายอาจจะเก่งในสิ่งที่พวกเรายังไม่เคยทำ" มาร์คพูดพร้อมคิดว่ามีอะไรบ้างที่พวกเขาไม่เคยทำ


“อะไรเหรอ มีอะไรที่เราไม่เคยทำด้วยเหรอ" แจ็คสันถามพร้อมกระพริบตาถี่ ๆ ใบหน้าน่ารักของแจ็คสันทำให้เพื่อนทั้งสองอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้


“อืม.... ออกล่า... ใช่! พวกเรายังไม่เคยถูกให้ฝึกออกล่า" แจบอมเสนอความคิดเก๋ ๆ ขึ้นมา 


“แต่ว่าพ่อกับแม่ของฉันบอกว่า เราไม่สามารถออกล่าได้ด้วยตัวเองได้ เราต้องมีผู้ใหญ่คอยควบคุม เพราะเผื่อว่าเกิดไปเจอพวกนายพรานเข้า เราจะยุ่ง"


“โธ่!! นายพรานจะทำอะไรพวกเราได้ เราไม่ใช่สัตว์ป่านะแจ็คสัน เราก็เป็นคนได้เหมือนกัน" มาร์คพูดเสริม ก็แค่คิดว่าไปออกล่าด้วยตัวเอง ก็ทำเลือดในกายของเขามันร้อนซู่ซ่า


“อย่าไปกลัวแจ็คสัน เราต้องลองเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ บ้าง ไม่แน่วันนี้เราอาจจะล่าได้เนื้อกวางกลับบ้านก็ได้" แจบอมเองก็รู้สึกสนุกไม่น้อย อยากจะเล่นอะไรอันตราย ๆ ให้ตัวเองตื่นตัว 


“ถ้าพ่อกับแม่รู้ต้องโกรธมากแน่ ๆ ฉันว่าอย่าเลย"


“ไม่เอาน่าแจ็คสัน ไม่มีใครทำอะไรพวกเราได้หรอก นายไม่อยากจะพิสูจน์ความเก่งของตัวเองหรือยังไง" แจ็คสันเงียบไปและพยายามคิดตามสิ่งที่แจบอมพูด


“เอาน่า พวกเราอยู่ข้าง ๆ กันอยู่แล้ว มีกันตั้งสามคน ใครจะทำอะไรได้" มาร์คช่วยเร้าอีกคน ดูเหมือนตอนนี้ใจของมาร์คกับแจบอมกำลังโล้ดแล่นอยากออกล่าใจแทบขาด เมื่อทุกคนออกเสียงเหมือนกันขนาดนั้น แล้วแจ็คสันจะห้ามอะไรได้ล่ะ


“ก็ได้... ลองดู"


“จัดไป!!!” แจบอมกระโดดโล้ดเต้นด้วยความดีใจ เขาวิ่งนำเข้าป่าไปเป็นคนแรกแปลงกายเป็นหมาป่าขนดำขลับ ถัดจากนั้นก็มีหมาป่าขนสีน้ำตาวิ่งตามไปติด ๆ ทิ้งให้แจ็คสันยืนหน้าซีดลังเลใจอยู่เพียงลำพัง แต่เพื่อน ๆ ก็ไปกันแล้ว จะไม่ไปก็รู้สึกเหมือนอาจจะพลาดอะไรที่สนุก ๆ แจ็คสันยืนส่ายหัวไปมาเพื่อสะบัดความขี้ขลาดออกจากหัว ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจตามไป

.

.

.

.

.

เด็กวัยรุ่นร้อนวิชาได้วิ่งเล่นในป่าอย่างสนุกสนาน ตามล่าหาสัตว์ป่าจนป่าแทบแตก ความสนุกในวันนี้ทำให้แจ็คสันลืมเรื่องที่เคยน้อยใจตัวเองก่อนหน้านั้น เด็กหนุ่มฝึกวิชาการล่าสัตว์ป่าด้วยตัวเอง ไม่มีทริคหรือข้อมูลความรู้ใด ๆ ทั้งนั้น ทำให้การล่าสัตว์ไม่ค่อยจะสำเร็จเท่าไร แต่ใช่ว่าพวกเขาจะยอมแพ้ ถ้าวันนี้วิ่งไล่งับคอกวางไม่ได้พวกเขาคงไม่เลิกเล่นแน่ ๆ ใช่ว่าจะอดยากจนต้องล่าเนื้อกลับบ้าน แต่แค่อยากลองวิชาก็เท่านั้น ทั้งสามสนุกสนานอยู่ในป่าใหญ่เกือบหลายชั่วโมง พวกเขาเล่นสนุกจนลืมว่าตัวเองออกจากบ้านมานานแล้ว


“สนุกเป็นบ้าเลย เมื่อกี้นี้อีกนิดเดียวฉันจะได้งับขามันแล้วแท้ ๆ" แจบอมพูดอย่างอารมณ์ดีพร้อมหอบแฮ่ก เพื่อนทั้งสองพยักหน้าถี่ ๆ อย่างเห็นด้วย มันเป็นวันที่สนุกมาจริง ๆ 


“ถ้าจับได้สักตัวไปโชว์พ่อนะ รับรองว่าฉันต้องถูกเลิกมองว่าเป็นเด็กแน่ ๆ" มาร์คก็ยังรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะจัดไปสักตัวก่อนกลับบ้าน


“แต่ฉันว่าแค่นี้ก็พอแล้วล่ะ กลับบ้านกันไหม นี่เราก็ออกมาไกลเขตเรามากแล้วนะ" แจ็คสันพูดพร้อมมองไปรอบกาย ทุกอย่างไม่มีอะไรที่คุ้นตาสักอย่าง แอบหวั่นใจว่าจะเข้าใกล้เขตหมู่บ้านมนุษย์มากเกินไป


“อืม นั่นสิ เรามาไกลมาจริง ๆ แต่...” แจบอมสอดส่องมองไปด้านหน้า เขาเพ่งมองเห็นเหมือนคล้ายกับเห็นสิ่งมีชีวิต เสียงดนตรี และกลิ่นคล้ายกับอาหาร มันทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่อยู่ตรงนั้น "นั่นหมู่บ้านหรือเปล่า"


มาร์คมองตาม เขาใช้จมูกสูดดมกลิ่น กระดิ๊กหูไปมาเพื่อฟังเสียง ทั้งเสียงและกลิ่นมีความแปลก ต้องใช่แน่ ที่ตรงนั้นน่าจะเป็นหมู่บ้าน


“ใช่แน่ ๆ ต้องเป็นหมู่บ้านกันแน่"


ไปดูกันหน่อยไหม ฉันไม่เคยเห็นมนุษย์ตัวเป็น ๆ สักครั้ง"


“ไปเถอะ"


สองคนพูดคุยกันโดยไม่ถามแจ็คสันสักนิดว่าเขารู้สึกยังไง เจ้าหมาป่าขี้ขลาดกระทืบเท้าไปมา จะพูดห้ามอะไรก็ไม่ทันแล้ว ก็เพื่อนตัวแสบของเขาเดินนำไปแล้ว หันกลับไปมองข้างหลังก็พบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีใครช่วยหรือห้ามอะไรได้แล้ว ในตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ไม่เกินเรื่องร้ายก็แล้วกัน


และอีกครั้งที่แจ็คสันเดินตามเด็กดื้อไปอย่างลำบากใจ....

.

.

.

.

.

.

.

หมาป่าตัวแสบแอบซุ่มมองสถานการณ์อยู่ตามรั้วทางเข้าหมู่บ้าน เป็นครั้งแรกที่ทั้งสามได้มาเยือนยังหมู่บ้านมนุษย์ มันแตกต่างจากเมืองที่พวกเขาอยู่อย่างสิ้นเชิง เพราะพวกเขาอยู่กันเป็นฝูงและไม่ค่อยสุงสิงกันสักเท่าไร บ้านของเขาห่างไกลเป็นหลายสิบกิโล มีความสันโดษ ได้มาพบเจอกันบ้างในวันสำคัญ ๆ แต่สำหรับลูกหมาป่าได้เจอกันบ่อย ๆ เพราะพวกเขาต้องเข้าเรียนหนังสือร่วมกัน


แต่พอมาเห็นการใช้ชีวิตของมนุษย์แล้วเขาก็ว่ามันแปลกตา บ้านช่องอยู่ติด ๆ กัน แถมยังอยู่รวมกันดูแล้วก็น่าจะสนุกสนานดี มีหลายอย่างที่พวกเขาอยากรู้อยากเห็น ทั้งสามเลยแอบรอดผ่านรั้วเข้าไป แอบซ่อนตัวตามซอกตามมุมแอบศึกษาสิ่งแปลกใหม่ในความอยากรู้อยากเห็น


มันเหมือนเป็นคลาสเรียนใหม่ของทั้งสาม ทุกอย่างมันน่าสนุก ลูกหมาป่าสามตัว แอบขโมยกินอาหารชาวบ้าน ไล่กัดไก่จนขนฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเล้า มองเผิน ๆ ก็คิดว่าหมาบ้านทั่วไป ชาวบ้านก็ได้แต่ยืนไล่เวลาเจอพวกเขามาก่อกวน ทั้งสามหัวเราะคิกคักวิ่งเล่น ความสนุกทำให้เด็ก ๆ ลืมไปว่าเพราะอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว และถ้าพวกเขาไม่กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้ รับรองว่าแม่ ๆ ของเขาพวกเขาคงจะเตรียมเหลาไม้เรียวไว้ฟาดก้นพวกเขาแน่ ๆ 


“เขาทำอะไรกันอ่ะ" แจบอมจ้องมองชาวบ้านที่รวมกันตรงลานกลางหมู่บ้าน ทั้งสามเดินมาเคียงกันมองดูการกระทำที่แปลกใหม่ของมนุษย์


ตอนนี้ชาวบ้านกำลังร่วมตัวเพื่อปล่อยโคมลอยร่วมระลึกถึงพระราชินีที่อยู่บนสรวงสรรค์ ผู้คนเริ่มหลั่งไหลกันเข้ามา ทั้งสามเดินเข้าไปในพื้นที่ตามแรงดัน เริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะคนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ และพวกเขาก็เบรคผู้คนไม่ได้เสียด้วย ได้แต่ปล่อยตัวไปตามแรงดัน ถ้าพวกเขาเบรคคงจะต้องโดนเหยียบแน่ ๆ 


สถานการณ์เริ่มแย่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสามไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องไหลตามคนไปถึงเมื่อไร มารู้ตัวอีกทีก็เพิ่งสังเกตว่าถูกพลัดแยกกันไปแล้ว!!


แจ็คสันหันไปมองซ้ายขวาก็มองไม่เห็นร่างเพื่อนตัวเอง เห็นเพียงแค่ขาของเหล่ามนุษย์ตัวสูงใหญ่ ความขี้ขลาดทำเขาตัวสั่น ขาค่อย ๆ ถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนไปชนกับอะไรเข้า 


แจ็คสันหันไปมองด้านหลัง หากทว่าเมื่อได้มองแล้วร่างเล็กก็ยิ่งสั่นไปด้วยความกลัวมากกว่าเก่า เขาไปชนเข้ากับชายร่างใหญ่ที่สะพายปืน หน้าตาดุ ๆ จ้องมองมาที่เขา แจ็คสันได้แต่ภาวนาขอให้เขาอย่ารู้ว่าเขาเป็นหมาป่า จนกระทั่ง....


“นี่มันลูกหมาป่าหนิ หลุดมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง"


ใช่แล้วล่ะ แจ็คสันซวยเจอเข้ากับนายพรานเข้า... 


หัวใจของแจ็คสันตกไปถึงตาตุ่ม และนายพรานก็ทำให้แจ็คสันแตกตื่นมาขึ้นไปอีก เมื่อนายพรานยื่นมือเข้ามาหวังจะจับเขา แจ็คสันก็รีบวิ่งหนีผ่าผู้คนออกมาพร้อมหอนหาเพื่อนตัวเอง ทั้งสองที่กระจายอยู่อีกทิศสะดุ้งกับเสียงหอนขอความช่วยเหลือของแจ็คสัน และไม่ใช่แค่พวกเขา เหล่าชาวบ้านก็พากันสะดุ้งตกใจกันไปตาม ๆ กัน จนเกิดความชุลมุนในที่ตรงนั้น


ทั้งมาร์คและแจบอมต่างหอนรับ พยายามจับเสียงเพื่อนว่าอยู่ตรงไหน วิ่งผ่าผู้คนตามหาเพื่อน


“หมาป่า!! มีหมาป่าอยู่ที่นี่!! มันมีมากกว่าหนึ่ง ทุกคนหลบ!!” เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นทำให้ชาวบ้านยิ่งแตกตื่น ยิ่งพวกเขาวิ่งไปทางไหนก็ยิ่งมีคนชี้หน้าและกรีดร้อง ส่วนชาวบ้านผู้ชายก็พากันวิ่งกรูเข้ามาจะจับพวกเขา ในตอนนี้ต่างฝ่ายต่างวิ่งหนีกันอย่างสุดชีวิต วิ่งผ่าออกผู้คนมาไปกันคนละทาง


มาร์ควิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต หันไปมองด้านหลังเห็นชาวบ้านกำลังวิ่งตามล่าอยู่ หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่าตอนที่วิ่งรอบภูเขาเสียอีก เขาไม่รู้จะหนีออกจากคนพวกนี้ยังไง ระหว่างวิ่งไปก็คิดแผนไปด้วย แต่แล้วหน้าเครียด ๆ ของมาร์คก็เปลี่ยนไป ในตอนนี้เขาคิดออกแล้วว่าจะทำยังไง


มาร์คเริ่มวิ่งซิกแซกทะลุไปตามซอยสร้างความมึนงงให้กับชาวบ้านที่กำลังวิ่งตาม เขาหาที่วิ่งไปหลบที่กองขยะ หลังจากนั้นก็รีบกลับกลายมาสู่ร่างมนุษย์


จากหมาป่าขนสีน้ำตาลกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มที่ร่างกายเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้า มันไม่มีทางเลือกแล้วเขาต้องยอมทำ ร่างมนุษย์ทำให้เขาปราดเปรียวได้มากกว่าเก่า


มาร์ครีบมองหาที่ซ่อน หันซ้ายขวาก็เจอกับกล่องบางอย่างเข้า ไม่รอช้ารีบเข้าไปซ่อนตัวในกล่องทันที


ความมืดและความเงียบทำให้เขาเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรง เขาตื่นเต้นกลัวจะโดนจับได้ มาร์คเงี่ยหูฟังเสียงได้ยินเสียงเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาแถวนี้ เสียงฝีเท้าที่มากกว่าหนึ่ง ยิ่งฟังยิ่งหัวใจเต้นแรง มาร์คยกมือมากุมหัวใจตัวเองไว้ เขากลัว... กลัวเหลือเกินว่าความตื่นเต้นจะทำให้เขากลับร่างมาเป็นหมาป่า


“ตรงนี้ไม่มี ไปดูตรงอื่น!” เสียงใครบางคนดังขึ้นทำหัวใจที่กำลังเต้นแรงถูกผ่อนความเร็วลง จนได้ยินเสียงฝีเท้าพวกนั้นหายไปก็ทำหัวใจของมาร์คสงบลงในที่สุด


มาร์คนั่งพักหายใจอยู่ที่เดิมอยู่หลายนาที ตอนนี้หัวสองของเขาหนักอึ้ง เขาไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ป่านนี้เพื่อน ๆ จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เขาก็ได้แต่หวังในใจว่าแจ็คสันกับแจบอมจะเอาตัวรอดได้


หลังจากพักหายเหนื่อยแล้วก็เริ่มวางแผนในหัวว่าจะหนีออกจากหมู่บ้านนี้ยังไงดี สายตาหลุบมองมือตัวเองก็เห็นมือมนุษย์ก็เกิดไอเดียขึ้นมาว่าทางที่จะออกไปได้อย่างปลอดภัย เขาต้องออกไปในร่างมนุษย์ แต่ถ้าออกไปในร่างเปลือยเปล่าอย่างนี้ก็คงจะโดนชาวบ้านไล่จับเพราะคิดว่าเป็นคนบ้าแน่ ๆ ดังนั้นต้องหาเสื้อผ้ามาใส่ก่อน


มาร์คเปิดฝากล่อง ก่อนจะค่อย ๆ โผล่หน้าขึ้นมาดูสถานการณ์รอบด้าน พอเห็นว่าทางสะดวกแล้วเขาก็พาตัวเองออกมาจากกล่อง มองซ้ายขวาหาอะไรมาปิดส่วนล่อแหลมนี้ หันไปเจอกระดาษหนังสือพิมพ์ เขารีบคว้ามันมาปิดส่วนล่างไว้อย่างลวก ๆ และเดินออกมาจากมุมตรงนั้น


มาร์คค่อย ๆ ย่องออกมาทางปากทางโผล่หน้าออกไปดู เห็นชาวบ้านกำลังวุ่นวายกันอยู่ตรงลานกลางหมู่บ้าน เขาไม่รู้หรอกว่าตรงนั้นเกิดอะไรขึ้น พอเห็นความคลั่งแล้วก็แอบสยองนิด ๆ แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาวิเคราะห์อะไรทั้งนั้น ในตอนนี้เขาต้องหนีจากที่นี่ให้ได้ก่อน


“ยองแจ! ไม่ต้องไปก็ได้ลูก" จู่ ๆ ก็มีใครบางคนโผล่ออกมาจากประตูที่ถัดจากเขาไม่ไกล มาร์ครีบชักตัวกลับหลังกำแพง ยืนฟังดูว่าเมื่อไรเขาจะไป


“ผมไปด้วยนะ ผมอยากไปดูหมาป่าตัวเป็น ๆ" 


“เราปล่อยแบมแบมอยู่คนเดียวไม่ได้"


“น้องไม่หายไปไหนหรอก... น้องก็อยู่แต่เดิมจะหนีไปไหนได้...." เสียงเจ้าคนลูกปนไปด้วยโทนเศร้า


“อ่า... ก็ได้ ๆ รีบไปดูแล้วก็รีบกลับนะ งั้นไปเอากุญแจมาล็อกร้านไว้"


มาร์คยืนฟังพยายามข่มตัวเองให้ใจเย็น เขาว่าการที่เขายืนฟังสองแม่ลูกยืนเถียงกัน มันทำให้เขาเสียเวลา แต่ก็คิดว่าอีกนิดสองคนนั่นก็น่าจะไปแล้ว เลยบอกตัวเองให้อดทนอีกนิด


แต่เขาก็ยืนทนรออยู่ไม่นานมาก ก็ได้ยินเสียงเหมือนสองแม่ลูกถกเถียงกันอีกครั้ง เสียงนั่นค่อย ๆ ไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเขาจึงโผล่หน้าออกไปดูก็เห็นสองแม่ลูกเดินไปแล้วจริง ๆ มาร์คหันซ้ายขวาสำรวจต้นทางอีกครั้ง


ทางว่างและโล่ง มาร์ครีบออกมาจากมุมซ่อน เดินผ่านหน้าบ้านสองแม่ลูกเมื่อกี้ แต่แล้วฝีเท้าของเขาก็ต้องชะงักลงเพราะเป็นบางอย่างที่ผิดปกติ มาร์คคิดว่าตัวเองตาฝาดไป เลยหันกลับมามองอีกรอบ 


นี่พวกเขาล็อคบ้านประสาอะไรกัน ได้ยินเสียงแม่บอกให้เอากุญแจมาล็อค แต่นี่มันไม่ได้ล็อค มันแค่คล้องไว้เท่านั้น!! แล้วจู่ ๆ แววตาเจ้าเล่ห์ก็ฉายแว็บในนัยต์ตาคม เพราะมาร์คกำลังคิดแผนร้าย ๆ ออกได้ 


ถ้าอย่างนั้น... สงสัยว่าที่นี่จะเป็นที่ที่เหมาะแก่การแปลงตัว ถ้าได้เสื้อผ้ามาปิดร่างเปลือย ๆ ไว้ เขาคงจะออกไปจากที่นี่ได้ง่ายขึ้น


มาร์คหันมองซ้ายขวาสำรวจต้นทางอีกครั้ง เพราะกลัวมีใครมาเห็นเข้าแล้วจะหาว่าเขาเป็นขโมย ทั้งที่จริง ๆ แล้วการพฤติกรรมของเขาก็ไม่ต่างจากขโมยสักเท่าไรนัก มาร์ครีบเอาแม่กุญแจออก และรีบพาตัวเองเข้าไปข้างใน ก่อนจะค่อย ๆ ปิดประตูอย่างเบามือ


เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมาสำรวจภายในแทน มองเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างก็ไม่ต้องเดาให้ยากว่านี่เป็นร้านขนมปัง แม้แต่กลิ่นของขนมยังคงอบอวลอยู่ แต่ตอนนี้ภายในร้านจะยังไม่เหลือขนมปังสักชิ้นแล้ว เหลือเพียงแต่ตู้ที่โล่ง ๆ สะอาด ๆ อาจจะเป็นเพราะนี่คงเป็นเวลาปิดร้าน


มาร์คเลิกสนใจสิ่งที่อยู่รอบตัว และกลับมาตามหาเสื้อผ้าสักชุดมาปกปิดร่างเปลือย ๆ ของตัวเอง ตาคมเลื่อนไปเจอบันได คิดในหัวทันทีว่าถ้าขึ้นไปข้างบนอาจจะเป็นชั้นที่มีห้องนอนและมีเสื้อผ้าที่เขาต้องการก็ได้ แต่พอคิดว่าจะต้องขึ้นไปก็ทำมาร์คกลืนน้ำลายตามหลังด้วยความหวาดกลัวเล็ก ๆ ไม่รู้เขาจะกลัวอะไรทั้งที่รู้ว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว แต่ท้ายที่สุดเขาก็อดคิดเยอะไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน การขโมยเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัวของเขา แต่ก็เอาน่า เสื้อผ้าแค่ชุดเดียว ในตอนนี้มันจำเป็นมากสำหรับเขา


มาร์คสูดลมหายใจเข้าปอด เมื่อเรียกความกล้าให้กับตัวเองได้แล้ว เขาก็ตัดสินใจรีบเดินไปตรงบันไดนั่น


เพล้ง!


ความมืดทำให้เขาไม่ทันระวัง เผลอชนกับแจกันดอกไม้เข้า ทำเอามาร์คถึงกับร้องซี้ดตามหลัง เขามองแจกันที่แตกเป็นเสี่ยงพร้อมกับส่ายหัวไปมา ไม่น่าไปชนมันเข้าเลย ก็ตั้งใจว่าจะเข้าไปขโมยเสื้อผ้าอย่างเงียบ ๆ และก็ไปอย่างเงียบ ๆ 


มาร์คกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความหงุดหงิด สถานการณ์ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่เขาเผลอชนเข้ากับแจกันเข้า ดังนั้นเขาจะต้องรีบตามหาเสื้อผ้าและรีบหนีออกจากที่นี่


มาร์ครีบขึ้นบันไดบ้านเพื่อไปยังชั้นที่สอง มองสำรวจก็เริ่มหนักใจอีกรอบ เพราะในชั้นสองไม่มีเห็นอะไรที่เป็นรูปเป็นร่าง เห็นเพียงแต่ประตูสามบาน ยืนคิดพิจารณอยู่ครู่หนึ่งก็เดาว่าหรือนี่จะเป็นประตูห้องนอน ถ้าเป็นห้องนอนก็ต้องมีเสื้อผ้าให้กับเขาสิ เมื่อคิดอย่างนั้นได้ก็รีบตัดสินใจเลือกเปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไป ซึ่งเป็นห้องที่อยู่ใกล้ตัวเขามากที่สุด


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก 


เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงหลังจากที่พาตัวเข้ามาในห้องนอนของคนแปลกหน้า เขาไม่รอช้ารีบเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเปิดเลือกหาเสื้อผ้าที่จะมาใส่ได้ แต่สัมผัสแรกหลังจากที่เปิดตู้เสื้อผ้าที่ได้คือได้กลิ่นเสื้อผ้าเก่า มันเป็นกลิ่นเหมือนเสื้อผ้าอยู่ในตู้มาเป็นเวลานานและไม่ได้ถูกหยิบมาใช้ ทำเอามาร์คต้องขมวดคิ้วทันที เขาไม่ชอบกลิ่นแบบนี้ แต่มันก็ไม่มีทางเลือก เขาจึงรีบขวานหาเสื้อผ้าสักตัวมาลองทาบ ก็ต้องทำหน้าเหเกทันที เพราะเสื้อผ้าพวกนี้มีขนาดที่เล็กกว่าตัวเขาเยอะ เขาใส่มันไม่ได้แน่ ๆ 


หรือว่าห้องนี้จะมีเป็นห้องของเด็ก แต่ถึงอย่างนั้น... เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเสื้อผ้าพวกนี้ถึงมีกลิ่นเก่าขนาดนี้ อยู่ ๆ ก็รู้สึกสยองขึ้นมาหน่อย ยังไม่ทันได้คิดอะไรไปไกลก็ต้องขนลุกซู่เมื่อหูของเขาดันได้ยินเสียงคนหายใจ!!


ห้องที่เงียบสนิทมันทำให้เขาได้ยินชัด มาร์คยืนร่างแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ หันหลังกลับไปมอง และเขาก็ต้องเบิกตากว้างเพราะเห็นร่างของใครบางคนกำลังนอนอยู่บนเตียง เป็นร่างของเด็กตัวเล็ก คงจะเป็นเจ้าของเสื้อผ้าพวกนี้แน่ ๆ 


แต่ตอนแรกที่เข้ามาในห้องมาร์คไม่ทันเห็นว่ามีคนนอนอยู่ อาจจะเป็นเพราะห้องนี้ถูกปิดไฟมืด อีกทั้งยังคิดไปเองว่าที่บ้านหลังนี้ไม่มีใครอยู่เลยคิดว่าไม่มีใครอยู่ในห้องด้วย แต่แท้จริงแล้วมีคนอยู่ 


มาร์คเลื่อนสายตาไปมองสิ่งที่ตั้งอยู่ข้างเตียง ก็ทำให้เขาเข้าใจว่าเด็กคนนี้คงจะป่วยอยู่ เพราะสายต่าง ๆ ระโยงระยางเต็มไปทั่วร่างกาย ทำเอามาร์คยืนช็อคจนไม่กล้าขยับร่างไปไหน ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะหลับลึกจนไม่รู้การมาของเขา และไม่รู้เหตุผลใดที่ทำให้มาร์คอยากเข้าไปดูร่างเล็กนั่นใกล้ ๆ 


แค่มองก็ทำเขารู้สึกเจ็บปวดแทนเจ้าเด็กคนนี้ ความมืดมิดไม่ทำให้เขาได้ใบหน้าของเด็กคนนี้ แต่แค่อยู่ในเด็กที่นอนป่วยเขาก็รู้สึกสงสารแล้ว ไม่รู้ทำไมเขาถึงกลับรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมา มือหนาเลื่อนไปจับผ้าห่มให้คลุมร่างเล็กมากขึ้น เขากลัวว่าเจ้าเด็กน้อยจะหนาวทั้งที่เดิมทีเจ้าเด็กก็ถูกห่มผ้าดีอยู่แล้ว


ระหว่างที่มาร์คกำลังจ้องมองเจ้าร่างเล็ก เขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังจะซวย เมื่อจู่ ๆ เจ้าของบ้านกลับมา เพียงแค่ด่านแรกที่อยู่ตรงหน้าประตูบ้านก็รู้แล้วล่ะว่ามีผู้บุกรุก ทั้งกุญแจถูกปลดออก ไหนจะตอนเข้ามาในบ้านเห็นเศษของแจกันที่กระจัดกระจายบนห้องพื้นไปทั่วทิศ ก็ทำยองแจต้องพูดวิเคราะห์สถานการณ์ร้ายแม้จะอยู่เพียงตัวคนเดียว


ยองแจรีบหาหยิบไม้ขนาดพอดีมือขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวผ่านเศษแจกัน โดยไม่มีความกลัวใด ๆ ทั้งนั้น ยองแจรู้แต่ว่าจะจัดการเจ้าหัวขโมยให้ได้ร่างบางก้าวขึ้นบันไดมายังชั้นสอง กวาดสายตาไปรอบ ๆ ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากห้องไหนดี แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเลือกไปยังห้องน้องชาย เพราะว่ากลัวว่าน้องจะได้รับอันตราย


ทันทีที่ยองแจเปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างทันที เช่นเดียวกันกับมาร์คที่นั่งอยู่ขอบเตียงก็ต้องสะดุ้งเฮือกรีบลุกขึ้นยืน ถึงแม้ห้องจะไม่ได้เปิดไฟ แต่แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้ยองแจเห็นว่าคนแปลกหน้าคนนั้นกำลังโป๊ และนั่นทำให้ยองแจเบิกตากว้างมากกว่าเก่า มาร์คเองก็เพิ่งรู้ตัวจึงรีบเอามือมาเปิดส่วนล่อแหลมไว้


“ไอ้โรคจิต! แกทำอะไรน้องชายฉัน!!” ยองแจถือไม้ชี้หน้ามาร์คด้วยความโกรธ ส่วนมาร์คเองก็พูดอะไรไม่ออกไม่รู้จะแก้ตัวยังไง เพราะมีหลักฐานมัดตัวเขาทุกอย่าง ทั้งบุกรุกเข้ามาไหนจะเรื่องโป๊อีก


ความหวาดกลัวทำให้มาร์คหัวใจเต้นรัว มาร์คไม่ทันได้สังเกตว่าฝ่ายตรงข้ามก็อายุไม่ห่างกันมาก เห็นแต่ไม้ยาว ๆ ที่ยื่นเข้ามาพร้อมจะฟาดเขา เขาก็กลัวจนไม่กล้าขยับร่าง


ปัง!!


ยองแจไม่รอช้าปิดประตูเป็นการบอกว่าจะจัดการเจ้าโจรโรคจิตด้วยตัวเอง ไม่ความกลัวใด ๆ เกิดขึ้นในจิตเขา เขารู้แต่ว่าต้องฟาดไอ้โรคจิตให้เลือดอาบหัวให้ได้ และการกระทำของยองแจทำให้มาร์คยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก หัวใจของเขาทำงานหนักมาก และมันทำให้เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้


มาร์ครีบซ่อนตัวไปใต้เตียงเด็กป่วยเพราะรู้ว่าตัวเองจะแปลงร่าง เขาก็ไม่อยากจะให้เจ้าของบ้านจอมโหดคนนั้นเห็นเขากลายเป็นหมาป่าคาตา และเพียงแค่เขาซ่อนตัวมาอยู่ใต้เตียงก็ทำร่างของเขายืดขยายใหญ่มากยิ่งขึ้น ร่างกายที่ขาวเนียนมีขนสีน้ำตาลมาปกปิด มาร์ครู้แล้วว่าตัวเองกำลังซวย ในตอนนี้เขาไม่ควรกลับมาสู่ร่างหมาป่า เพราะชาวบ้านกำลังตามล่าพวกเขาอยู่


การแปลงกายของเขา ทำเอาเตียงของเด็กป่วยถูกยกขึ้น ทำเอายองแจถึงกับอ้าปากค้างเป็นรอบที่สอง ยองแจเห็นชายโรคจิตไปใต้เตียงและจะตามไปฟาดซ้ำ แต่จู่ ๆ เตียงก็ถูกดันขึ้น ยองแจไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันทำให้น้องชายของเขามันถูกรบกวน ดังนั้นยองแจจึงรีบไปจัดการ


ร่างบางวิ่งไปหยุดข้างเตียง มาร์คหันมาเจอเห็นไม้กำลังจะถูกเหวี่ยงมาหาเขา และนั่นทำเขาต้องรีบเอาตัวออกจากใต้เตียง ทำเอาต่างเล็กที่นอนอยู่ถูกทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงโลกและกระแทกตัวลงเตียงในทันที มาร์ครีบวิ่งหนีออกมาพร้อมกับสายน้ำเกลือที่พันร่าง ทำให้เข็มที่ปักอยู่กับแขนเล็ก ๆ ถูกดึงออก และนั่นทำให้ยองแจต้องร้องลั่น


“อ๊ากกกกกกกกก!!!” แค่เห็นหมาป่าก็ทำยองแจสติแตกไปแล้ว มือเล็กขว้างไม้ปาหาหมาป่า และก็ขว้างแม่นเสียด้วยเพราะไม้ฟาดไปที่หัวของมาร์คเข้าจัง ๆ ทำเอามาร์คถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ เลือดค่อย ๆ ไหลอาบหน้ามาหยดกับพื้นที่บ้าน


“พ่อแม่!! แบมแบมแย่แล้ว!!” ยองแจตะโกนลั่นบ้านอย่างเสียสตีิก่อนเข้าไปรีบเข้าไปประคองร่างน้องชายมากอดไว้ สายที่เคยระโยงระยางถูกมาร์คจนการทำพังซะเรียบก็คิดว่าน้องชายต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ ๆ 


โชคเข้าข้างที่พ่อกับแม่กลับมาถึงบ้านพอดี เห็นประตูบ้านถูกเปิดพร้อมกับเศษแจกันที่กระจายรอบห้องก็รู้ว่าเกิดเหตุการณ์ร้ายแล้ว ยิ่งได้ยินเสียงร้องของยองแจก็ทำทั้งคู่รีบวิ่งขึ้นไปหาลูกพร้อมเปิดประตูห้องนอนเข้ามา ในจังหวะเดียวกันนั้น มาร์คก็รีบวิ่งสวนออกไปทันที ทำเอาทั้งคู่ถึงกับสะดุ้งตกใจและทำอะไรไม่ถูกไปชั่วครู่ ถือว่าเป็นโชคดีของมาร์คที่ทั้งสองยังมึนงง เพราะทำให้เขาสามารถหลบหนีออกมาได้ทัน


มาร์คตั้งสติวิ่งหนีออกมา การโดนไม้ฟาดหัวทำเอาเขามึนงงจนหาทางไปต่อแทบไม่ถูก ตาของเขาเริ่มเบลอ มองทางตรงหน้าอย่างเลือนราง เขาวิ่งออกมาจากร้านขนมปังโดยที่ลืมไปว่าการที่เขาวิ่งออกมาข้างนอกนั้นอาจจะทำให้เขาได้รับอันตรายได้ ขาของเขาเริ่มก้าวได้ชาลง มาร์คไม่คิดว่าแค่โดนไม้ฟาดหัวจะทำเอาเขาไม่มีสติได้มากขนาดนี้


 “มาร์ค!!” เหมือนได้ยินเสียงพ่อเรียก เขาคิดว่าเขาโดนตีหัวจนหูแว่วไป จนในที่สุดเขาก็ได้พบร่างหมาป่าขนาดตัวใหญ่วิ่งมาหาเขา เพียงแค่เห็นร่างนั้นก็ทำเขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก พอรู้ว่าพ่ออยู่ตรงหน้าแล้วจริง ๆ หมาป่าหนุ่มก็ทรุดล้มลงนอนไปกับพื้น ทิ้งความทรงจำครั้งสุดท้ายไว้นั้นก็คือภาพของเด็กที่นอนป่วยบนเตียง 






07/08/60 

เอาแล้วค่ะ คราวนี้ได้เริ่มรู้เรื่องราวความหลังทั้งแบมแบมและมาร์คแล้ว แต่ยังไงต่อล่ะ มาร์คไปทำร้ายน้องหรือว่าไปช่วยน้องไว้กัน มาติดตามกันต่อเน้อ 

ไรท์กลับไปแก้ไขอะไรนิดหน่อย ก่อนที่จะย้อนกลับสู่ตอนอดีต ลบข้อความไปหนึ่งพารากราฟเลย ฮื่ออ เพราะมันมีบางอย่างขัดกันเลยไปลบออก ขออภัยนะคะ 

อัปช้า ฮื่ออ ยอมรับเบยยย ช่วงนี้งานเข้าเยอะ คิดว่าจะได้มาอัปบ่อยก็ดันมีงานอีก ฮื่ออ ขอกำลังใจเยอะ ๆ นะคะ คุณหมาป่าเงียบมากก หมดแรงเลยยย 


ติดแท็กกันเถอะนะคับ #คุณหมาป่ามบ 


อาจจะมีคำผิดนะคะ อ่านไปรอบเดียวเองเพราะต้องรีบไปทำงานต่อ จุ๊บๆ 



29/07/60

เอาแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังไล่เล่าเรื่องเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทุกคนจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วที่มาร์คบอกว่ามาร์คเคยเจอแบมแบมก่อนหน้านั้นมันหมายความว่ายังไง!!! ไปลุ้นกันเด้ออออ 

ขออภัยนะคะที่หายไปนานมาก น่าจะติดอะไรสักอย่าง บวกกับมาเจอช่วงที่ล้มป่วยทำให้หายไปนานมากจริง ๆ ฮื่ออ กลับมาาาแล้วววว เอมมมคัมแบคคคคค จะพยายามอัปบ่อย ๆ นะคะ 

ยังไงขอกำลังใจหน่อยนะค้าา จุ๊บๆๆ 

ติดแท็กกันหน่อยย #คุณหมาป่ามบ 



11/07/60

น้องแบมคือความสดใสของโลกใบนี้แล้วจริง ๆ ฮื่ออ หนูยังเป็นแสดงสว่างของฟิคเรื่องนี้นะลูก ฮื่ออออ ถ้าไม่มีหนูรีดคงหนีหายไปแล้วว 

ไรท์ขอโต้ดดด ที่ฟิคมันมาแบบหน่วงหนักมาก รีดไม่ชอบกันหรือเปล่า ช่วงนี้กระแสเงียบ ๆ ไป งื้อออ ไม่ชอบอะไรดราม่าใช่ไหม น้องแบมยังสดใสเหมือนเดิมนะ อย่าทิ้งน้องแบมไปน้า มีเศร้าก็ต้องมีสุข อย่าเพิ่งหนีกันไป กระซิก ๆ รักรีดด อย่าทิ้งไรท์เลยยย 

ติดแท็กกันเถอะ ๆ #คุณหมาป่ามบ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,463 ความคิดเห็น

  1. #3056 ojay2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 11:56
    เพราะแบบนี้นี่เอง
    #3,056
    0
  2. #2917 JKEve_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:34
    แงงง เพราะพี่มาร์คแบมเลยตื่นขึ้นมาสินะ
    #2,917
    0
  3. #2692 mkmarkbb (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:07
    แจ็คสันกลายเป็นคนน่าสงสารสุดเลย
    #2,692
    0
  4. #2524 litterrabbitza (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 16:09
    อะไรกันนน
    #2,524
    0
  5. #2442 กุ๊กกิ๊ก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 08:59


    มาต่อเร็วๆนะค่ะ คิดถึงคุณหมาป่า กับน้องแบมแบม
    #2,442
    0
  6. #2441 gifbam (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 11:04
    รอไรท์น่าาา
    #2,441
    0
  7. #2440 NeneNea (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:04
    มาต่อเร็วๆนะ แบมฟื้นได้ยังไงอ่าาา
    #2,440
    0
  8. #2439 hyuknok (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:12
    เลือดมาร์คไหลมาโดนแผลเข็มน้ำเกลือของแบมป่าว55 อันนี้มโนเด้อ
    #2,439
    0
  9. #2438 Vlovegot7 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 18:12
    แบมตื่นหลังจากนั้นมะ ใช่ป่ะ
    #2,438
    0
  10. #2437 FahMairsa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 10:25
    แบมตื่นเพราะมาร์คแน่ๆ
    #2,437
    0
  11. #2435 ntn.9846 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 08:30
    แจ็ค อย่าเป็นอะไรนะ
    #2,435
    0
  12. #2434 Bam Yien (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 12:26
    น้องแบมฟื้นใช่มั้ย
    #2,434
    0
  13. #2433 PexYen (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 09:21
    ซนจนเกิดความวุ่นวาย
    แบมฟื้นเพราะมาร์ค
    #2,433
    0
  14. #2432 c o t t o n `❁ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 00:03
    แจ็คสันเป็นไงบ้างอ่ะฮือออ
    #2,432
    0
  15. #2431 LotusSi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 23:10
    บอกกับไรท์ตรงๆเลยว่าไม่กล้าอ่าน กลัวมันม่าเยอะ ต้องรอ 100% ถึงจะทำใจอ่านได้ บางทีก็รอ2 ตอน 3 ตอนก่อนค่อยอ่าน
    ไม่ใช่ว่านิยายไรท์ไม่สนุกนะ แต่แบบชอบแบบน่ารักๆในช่วงแรกง่ะ เลยอ่านตอนที่มีดราม่ารวบๆไป 555+ แต่ยังไงก็ยังติดตามไรท์เสมอนะ
    #2,431
    0
  16. #2430 sryko1a (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:47
    อย่าบอกนะ ว่าน้องแบมฟื้นเพราะมาร์ค
    #2,430
    0
  17. #2429 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 18:40
    แจ็คสันกับเจบีจะเป็นไงมั่ง รอดูน้องแบมว่าจะเป็นยังไงต่อไปรอน้าา
    #2,429
    0
  18. #2428 bnptnwk__ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 18:23
    น้องแบมน่าจะตื่นเพราะมาร์ค แต่อยากรู้เรื่องแจ็คสันกับแจบอมต่อมากกกกก ค้างงงง
    #2,428
    0
  19. #2427 mb_7yuta (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:41
    อีกสองคนหายไปไหนง่าา
    #2,427
    0
  20. #2426 Aujacharee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:24
    น้องตื่นเพราะมาร์คมั้ย
    #2,426
    0
  21. #2425 foyfoy1y (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 16:56
    ลุ้นมากกก
    #2,425
    0
  22. #2424 mymindmiew (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 16:16
    นั่นคือพี่มาร์คมาช่วยน้องใช่ไหมนั่นอะ ลุ้นๆ
    #2,424
    0
  23. #2423 mark's (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 15:22
    หรือว่ามาร์คมากระตุ้นยาทำให้แบมแบมตื่นกันนะ

    รักเรื่องนี้นะคะ รออย่างใจจดจ่อเลย

    #2,423
    0
  24. #2422 Anongnat Meengoen (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 12:56
    ฮือออ สงสารทั้งสามคนเลย เพราะความอยากรู้อยากลองแท้ๆ
    #2,422
    0
  25. #2421 wan62063 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 12:22
    รอค่าาาาา
    #2,421
    0