WOLF #คุณหมาป่ามบ [MARKBAM] จบแล้ว

ตอนที่ 10 : ➵ CHAPTER 8 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    29 มี.ค. 60





BAMBAM PART


“โอ๊ะ!! ค...คุณมัคคึ... ทำไมคุณมัคคึมีหูคุณหมาป่าบนหัวด้วยฮะ" น้องแบมคิดว่าตัวเองคงจะตาฝาดไปเลยขยี้ตาดูอีกรอบน้องแบมก็ยังเห็นเหมือนเดิม บนหัวคุณมัคคึมีหูคุณหมาป่า มันกระดิ๊กได้ด้วย ว้าววว~ เจ๋งจัง! ทำไมคุณมัคคึถึงมีหูคุณหมาป่าอยู่บนหัว น้องแบมอยากมีบ้าง


“จ...จะ... บ้าเหรอ! ม...มีที่ไหนกัน นายตาฝาดแล้ว"


“น้องแบมไม่ได้ตาฝาด เนี่ยน้องแบมเห็นอยู่จริงๆ"


“ตาฝาด! ใครจะมาหูหมาป่าบนหัวกัน บ้าแล้ว!" แต่น้องแบมเห็นจริง ๆ นะ ดูสิกระดิ๊กใหญ่เลย น่ารักจัง เพราะไม่เชื่อน้องแบมเลยขึ้นไปนั่งบนตักคุณมัคคึ ก่อนจะยืดตัวมองดูหูคุณหมาป่าให้ชัด ๆ คุณมัคคึพยายามเอาหัวหลบน้องแบม แต่หลบไม่พ้นหรอกเพราะน้องแบมเอามือล็อกหน้าคุณมัคคึไว้


วู้~ แปลกจัง ทำไมมันอยู่ ๆ มันโผล่มาได้นะ เหมือนตัดหูคุณหมาป่าของน้องแบมมาแปะไว้เลย ดุ๊กดิ๊กได้ด้วย เพราะสงสัยน้องแบมเลยเอามือไปจับ แต่คุณมัคคึเอาหัวหลบน้องแบมอีกแล้ว น้องแบมหมันไส้ที่คุณมัคคึดิ้นอยู่ได้ น้องแบมเลยจัดการเอาปากกัดไปที่หูหมาป่าจัง ๆ


"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ เจ็บๆๆ" คุณมัคคึร้องลั่นห้อง ทำให้น้องแบมรีบเอาปากออกจากการกัด


“เห็นไหม! น้องแบมไม่ได้ตาฝาด น้องแบมกัดได้ด้วย คุณมัคคึโกหก" คุณมัคคึทำหน้ายู่ใส่น้องแบมพร้อมยกนิ้วปาดคราบน้ำตาที่เกาะตรงหางตา เถียงไม่ออกเลยล่ะสิ ก็เห็น ๆ อยู่ว่ามันมี จะมาโกหกน้องแบมทำไม คุณมัคคึนี่น่า เป็นคุณภรรยาที่ไม่ดีจริง ๆ "ทำไมคุณมัคคึถึงมีหูคุณหมาป่า และอย่ามาโกหกว่าไม่มี ไม่งั้นน้องแบมจะกัดพิสูจน์อีกรอบ"


น้องแบมเห็นคุณมัคคึถอนหายใจ เหมือนกับว่าสิ่งที่คุณมัคคึกำลังจะอธิบายมันน่าลำบากใจมาก น้องแบมจึงทิ้งตัวนั่งคร่อมบนตักคุณมัคคึพร้อมจ้องหน้าคุณมัคคึอย่างกดดัน คุณมัคคึแอบทำหน้าเซ็กซี่โดยการกัดปาก แถมทำหน้าหล่อใส่น้องแบมอีก อย่าคิดว่ามาทำหน้าหล่อแล้วจะทำให้น้องแบมลืมเรื่องนั้น ฝันไปเถอะ ยังไงน้องแบมต้องรู้ความจริงให้ได้!


“คือ...”


“คือ..." น้องแบมพูดซ้ำที่คุณมัคคึเกริ่น แถมยังจ้องหน้าคุณมัคคึพร้อมขมวดคิ้วใส่ เผื่อคุณมัคคึจะได้เห็นว่าน้องแบมเริ่มซีเรียสแล้ว อุ๊ย! น้องแบมลืมทำแก้มป่อง ใช่ ๆ คุณมัคคึจะได้รู้ว่าน้องแบมซีเรียสมาแล้วจริง ๆ แต่น้องแบมทำแก้มป่องจนหน้าน้องแบมยู่หมดแล้ว คุณมัคคึก็ยังไม่พูดออกมา แถมยังแอบหัวเราะน้องแบมอีก จะเกินไปแล้วนะคุณมัคคึ! เพราะคุณมัคคึไม่ยอมเล่าให้น้องแบมฟังสักที น้องแบมเลยเอามือขยำไปที่หูหมาป่าของคุณมัคคึ นี่แน่! ลงโทษซะเลย!!


“อ๊ะๆๆ เจ็บ ๆ ยอมแล้ว" คุณมัคคึตัวงอ อ้าปากร้องเหมือนเด็ก ๆ เลย เพราะเห็นคุณมัคคึร้องลั่นเหมือนจะเจ็บมากน้องแบมเลยยอมปล่อยมือจากหูหมาป่าของคุณมัคคึ น้องแบมเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ คุณมัคคึไม่ยอมเล่าให้น้องแบมฟังสักที ที่น้องแบมอยากรู้เร็ว ๆ เพราะน้องแบมอยากมีหูคุณหมาป่าบ้าง


“ตอบน้องแบมเดี๋ยวนี้เลยว่ามันคืออะไร"


“คือ...”


“คุณมัคคึ! ตอบมาเร็ว ๆ ถ้าคุณมัคคึไม่ยอมตอบ น้องแบมจะวิ่งตะโกนลั่นปราสาทบอกทุกคนว่าคุณมัคคึขโมยจูบน้องแบมตอนน้องแบมหลับ" หน้าตาของคุณมัคคึดูตกใจขึ้นมาทันที สงสัยคุณมัคคึจะกลัวมาก น้องแบมฉลาดจริง ๆ ที่เอาเรื่องนี้มาขู่ ถึงแม้ว่าน้องแบมจะไม่เข้าใจว่าทำไมคุณมัคคึถึงไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าคุณมัคคึจูบน้องแบม แต่ตอนนี้น้องแบมไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้น้องแบมกำลังสนใจหูหมาป่าต่างหาก แฮ่!!


“เพราะฉันเป็นเทวดาไง! ใช่!! ฉันเป็นเทวดา! ฉันเลยเสกหูหมาป่าขึ้นมา" น้องแบมลืมไปเลยนะเนี่ยว่าคุณมัคคึเป็นเทวดา แถมลืมไปเลยว่าคุณมัคคึต้องแต่งงานกับนางฟ้าสวย ๆ ไม่รู้ล่ะ! น้องแบมมัดตัวคุณมัคคึได้แล้ว คุณมัคคึก็ไม่มีสิทธิ์ไปแต่งงานกับใครได้แล้ว คนที่คุณมัคคึจะแต่งงานได้คือน้องแบมคนเดียว


แต่ทำไมน้องแบมถึงรู้สึกว่าคุณมัคคึไม่เห็นเหมือนเทวดาเลย ถึงคุณมัคคึจะหล่อมาก ๆ แต่น้องแบมก็ไม่เคยเห็นคุณมัคคึเสกอะไรให้น้องแบมเห็นสักอย่าง


“จริงเหรอฮะ" น้องแบมถามซ้ำเพราะเริ่มไม่เชื่อที่คุณมัคคึพูดแล้ว


“จริงสิ! นายลืมไปแล้วหรือยังไงว่าฉันเป็นเทวดา"


“น้องแบมจำได้ แต่คุณมัคคึไม่เคยแสดงให้น้องแบมเห็นสักอย่างว่าคุณมัคคึเป็นคุณเทวดาจริง ๆ งั้น... คุณมัคคึก็พิสูจน์ให้น้องแบมเห็นสิฮะว่าที่คุณมัคคึพูดมันเป็นเรื่องจริง"


“พิสูจน์อะไร" ทำไมคุณมัคคึกลืนน้ำลายเสียงดังจังน้องแบมได้ยิน


“เสกหูคุณหมาป่าให้น้องแบมบางสิฮะ"


“อะไรนะ?” หน้าตาคุณมัคคึดูตกใจมาก ไม่เอา! เปลี่ยนดีกว่า น้องแบมไม่อยากซ้ำกับคุณมัคคึ


“เปลี่ยนดีกว่า เสกเป็นหูคุณกระต่ายให้น้องแบม เอาหางด้วยนะ เสกสิฮะ" น้องแบมจ้องหน้าคุณมัคคึพร้อมกระพริบตาถี่ ๆ ใส่คุณมัคคึ น้องแบมทำแบบนี้กับคุณหมาป่าแล้วได้ผลทุกรอบกับคุณมัคคึก็ต้องได้ผลสิ แต่เอ๊ะ! เหมือนน้องแบมจะลืมอะไรไป อ้อ! นึกออกแล้ว!! “คุณมัคคึจ๋าาา น้องแบมอยากได้หูกระต่ายยยย เสกให้น้องแบมหน่อยได้ไหมฮะ อื้อ!"


จู่ ๆ คุณมัคคึกอดน้องแบมแน่นมาก น้องแบมงงไปหมดแล้ว น้องแบมทำอะไรผิดไป


“อย่าพูดอย่างนี้อีก" คุณมัคคึกำลังทำให้น้องแบมตกใจนะ


“ท...ทำไมฮะ"




มัน... น่ารัก" งื้อ... คุณมัคคึอ่ะ น้องแบมเขินนะฮะ!! ดูสิหน้าน้องแบมร้อนไปหมดแย้วววว "และ... มันจะทำให้ฉันอดใจไม่ไหว"




“อดใจไม่ไหว? อดใจไม่ไหวเรื่องอะไรฮะ" หรือน้องแบมจะทำให้คุณมัคคึโกรธ คุณมัคคึถึงอดใจไม่ไหว แต่คุณมัคคึไม่ยอมตอบที่น้องแบมถามแถมยังหายใจแรงมาก ๆ น้องแบมสงสัยอะไรมากมาย แต่เพียงแค่โดนลมหายใจอุ่น ๆ ของคุณมัคคึที่เป่ามาที่คอน้องแบมก็ทำให้น้องแบมลืมความคิดทุกสิ่ง


มันแปลกจัง ทำไมน้องแบมถึงรู้สึกร้อนไปทั่วร่างกายด้วยนะ นอกจากนั้นน้องแบมเองก็เริ่มจะหายใจไม่ออกแล้ว น้องแบมไม่รู้ว่าร่างกายของน้องแบมเป็นอะไรไป มันรู้สึกอ่อนแรงแปลก ๆ หรือว่าน้องแบมจะป่วยเข้าซะแล้ว นอกจากน้องแบมจะฉี่ออกมาเป็นน้ำสีขาว น้องแบมยังป่วยอย่างอื่นอีกเหรอ งือ ทำไมน้องแบมถึงอ่อนแอขนาดนี้นะ อายุสั้นจัง น้องแบมจะต้องตายตั้งแต่อายุสิบห้าปีจริง ๆ เหรอ


แต่แล้วน้องแบมก็รู้สึกเหมือนไฟช็อตไปทั้งร่างเมื่อน้องแบมโดนคุณมัคคึเอาปากมาจูบที่คอของน้องแบม มันรู้สึกแปลก ๆ อีกแล้ว ทำไมน้องแบมถึงรู้สึกเสียวแบบนี้นะ งือ ตัวน้องแบมสั่นไปหมดแล้ว น้องแบมป่วยหนักแล้วเหรอเนี่ย


“บอกฉันสิ... ว่านายอายุเท่าไร" อยู่ ๆ คุณมัคคึก็ถามอะไรประหลาดขึ้นมา อยู่ด้วยกันตั้งนานคุณมัคคึลืมหรือยังไง ขี้ลืมแบบนี้น้องแบมจะโก่งอายุตัวเองแล้วนะ


สิบแปดฮะ" คุณมัคคึถอนหน้าออก จ้องมองหน้าน้องแบมด้วยด้วยแววตาตกใจ งู้ย! แปลว่าคุณมัคคึจำได้แน่เลยว่าน้องแบมไม่ได้อายุสิบแปด "น้องแบมล้อเล่น น้องแบมอายุสิบห้า"


คุณมัคคึกลืนน้ำลายเสียงดังมาก แถมยังทำหน้าตาเหมือนกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่าง น้องแบมเองก็ไม่รู้หรอกว่าคุณมัคคึกำลังอดกลั้นอะไร แต่หน้าของมัคคึตอนนี้เท่ระเบิดไปเลย


“ฉันว่า... ต่อไปนี้เราต้องตั้งกฏกันแล้วล่ะ"


“กฏอะไรฮะ"


“กฏของการอยู่ร่วมกัน"


ฮะ? กฏของการอยู่ร่วมกัน คืออะไรอ่ะ


“ยังไงฮะ น้องแบมไม่เข้าใจ" น้องแบมเอียงคอถามคุณมัคคึด้วยความสงสัย และอีกครั้งที่คุณมัคคึทำหน้าเหมือนลำบากใจ แล้วทำไมต้องมีกฏด้วย แค่ฟังน้องแบมก็รู้สึกอึดอัดแล้ว


“ต่อไปนี้นายห้ามเข้าใกล้ฉันเกินหนึ่งเมตร"


“หนึ่งเมตรนี่มันเท่าไรฮะ เท่านี้ได้เปล่า" น้องแบมขยับหน้าเข้าไปใกล้คุณมัคคึ จนปลายจมูกของเราห่างกันแค่นิดเดียว ก็คำว่าหนึ่งมันน้อยมากจริง ๆ นะ และน้องแบมไม่รู้ว่าน้องแบมทำอะไรผิดหรือเปล่าคุณมัคคึถึงทำหน้าตาช็อกแบบนั้น


“ฉัน...หมายถึง... อยู่ห่าง ๆ ฉัน" คุณมัคคึพูดพร้อมกลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง สงสัยคุณมัคคึจะหิวข้าวแล้วแน่ ๆ เลยเพราะน้องแบมได้ยินคุณมัคคึกลืนน้ำลายเสียงดังหลายรอบแล้ว แต่!! ที่คุณมัคคึพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง!!


“ทำไมน้องแบมต้องอยู่ห่าง ๆ คุณมัคคึ ไม่เอา! น้องแบมจะอยู่ใกล้ ๆ คุณมัคคึ" เมื่อคุณมัคคึบอกให้ห่างน้องแบมก็จะติดหนึบคุณมัคคึให้มากกว่าเก่า น้องแบมรีบคว้าคอคุณมัคคึมากอดไว้แน่น พร้อมเอาขาเกี่ยวเอวคุณมัคคึไว้แน่น น้องแบมไม่ยอมเด็ดขาด


“แบมแบม... ยิ่งเข้าใกล้... นายจะยิ่งอันตรายรู้ไหม"


“การที่น้องแบมอยู่ไกลห่างคุณมัคคึน้องแบมว่ามันอันตรายมากกว่า"


“ยังไง? ฉันไม่เข้าใจ?”


ถ้าอยู่ห่าง ๆ คุณมัคคึ... น้องแบมต้องขาดใจตายเพราะคิดถึงคุณมัคคึแน่ ๆ" น้องแบมพูดออกไปเสียงเศร้า แค่คิดน้องแบมก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจแล้ว เพราะไม่อยากให้คุณมัคคึอยู่ห่าง น้องแบมเลยกอดคุณมัคคึแน่นมากกว่าเก่า วางหูไปที่อกคุณมัคคึ น้องแบมก็ได้ยินเสียงหัวใจของคุณมัคคึเต้นแรงมาก ๆ หัวใจของคุณมัคคึก็ไม่ต่างจากหัวใจของน้องแบมหรอก มันเต้นแรงทุกครั้งที่น้องแบมได้อยู่ใกล้คุณมัคคึ


แล้วจู่ ๆ คุณมัคคึก็จูบลงมาที่ลูกผมของน้องแบม หัวใจของน้องแบมเต้นแรงมากกว่าเก่าอีก ยิ่งโดนคุณมัคคึโอบกอดแน่นพร้อมลูบมือไปที่หลัง น้องแบมก็ยิ่งรู้สึกอบอุ่นจนอดยิ้มออกมาไม่ได้




ถ้าไม่อยากห่าง... นายต้องช่วยฉันเก็บความลับนะ"


เก็บความลับอีกแล้ว เห้อมม~ น้องแบมเหนื่อยจัง











MARK PART



หลังจากที่ผมบอกให้แบมแบมช่วยเก็บความลับ เจ้าก้อนก็ทำหน้าเบื่อใส่ผม อีกทั้งยังทำแก้มป่องน่ารักอีกเสียด้วย เพราะหมันเขี้ยวเหลือเกินผมจึงยื่นหน้าเข้าไปฝากสัมผัสที่แก้มนุ่มให้หายอยาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่กล้าทำแน่ ๆ แต่เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ผมก็ขอสัมผัสมันสักทีเถอะ


“คุณมัคคึ!” หลังจากที่ผมหอมแก้มเสร็จเจ้าก้อนก็ยกมือขึ้นมาปิดแก้มตัวเอง สงสัยจะเขิน เพราะผมเห็นที่ใบหูของเจ้าก่อนเปลี่ยนเป็นสีแดง เห็นแล้วมันทำให้ผมอดยิ้มกว้างไม่ได้ นายจะน่ารักเกินไปแล้วนะแบมแบม "คุณมัคคึไม่ต้องมาชวนน้องแบมคุยนอกเรื่องเลย คุณมัคคึยังไม่เสกหูคุณกระต่ายให้น้องแบมเลย"


อ๊า! วกกลับมาพูดเรื่องนี้จนได้ คิดว่าจะลืมไปแล้วซะอีก คงเป็นเพราะหูหมาป่าของผมยังไม่หายไปแบมแบมก็เลยนึกเรื่องนั้นได้ ผมพยายามเก็บแล้วนะแต่มันทำไม่ได้เพราะแบมแบมทำร่างกายของผมปั่นป่วนมากเกินไป แต่ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นมานิด ถ้าแบมแบมไม่แกล้งผมจนทำหัวใจของผมปั่นปวนอีกรอบ ประมาณห้านาทีผมก็คงจะเก็บได้แล้ว


"เร็ว ๆ สิคุณมัคคึ น้องแบมอยากมีหูคุณกระต่าย"


"ทำไมถึงอยากมีหูกระต่ายนักฮะ" ผมพยายามถ่วงเวลาไว้และกำลังหาช่องทางที่จะทำให้แบมแบมลืมเรื่องนี้อีกรอบ


“คุณกระต่ายตัวเล็กน่ารักเหมือนน้องแบม" เจ้าก้อนยิ้มกว้างจนตาหยี แถมแก้มก็ป่องเป็นพวงชวนน่าสัมผัสแรง ๆ อีกสักรอบ


“ไม่เห็นเหมือนเลย" ผมแกล้งกลับ แบมแบมรีบเผยอปากเตรียมเถียงผมทันที


“เหมือนสิ นี่ไง เหมือนไหมฮะ" แบมแบมพูดยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา มือเล็ก ๆ กำเป็นมัดน่ารักอยู่ข้าง ๆ แก้ม จะน่ารักเกินไปแล้วนะ!!


“ไม่เหมือน"


“นี่ ๆ เหมือนไหมฮะ"


“อ๊ะ!” ผมเผลอครางออกมาอย่างไม่ตั้งใจ เพราะเจ้าตัวเล็กพยายามกระโดดตัวบนตักผม เพื่อที่จะให้ตัวเองเหมือนกระต่ายมากที่สุด แต่ไอ้ท่าเมื่อกี้มันอันตรายมาก เวรแล้วไงล่ะ! หัวใจของผมเต้นแรงอีกแล้ว ถ้าอย่างนี้ผมก็ยังเก็บหูหมาป่าไม่ได้ล่ะสิ นอกจากนั้น... แบมแบมดันปลุกบางอย่างขึ้นมาด้วย นายทำวุ่นอีกแล้วนะแบมแบม


“คุณมัคคึเจ็บเหรอฮะ" ตาแป๋วจ้องหน้าผมด้วยแววตาเป็นห่วง แถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นไปอีกจนทำให้หัวใจของผมเต้นโครมครามหนักกว่าเก่า "น้องแบมทำคุณมัคคึเจ็บตรงไหน เดี๋ยวน้องแบมเป่าให้"


น้องแบม... คุณมัคคึเจ็บตรงที่น้องแบมนั่งทับอ่ะ... เป่าให้หน่อยได้ไหม...


“เปล่า...ไม่เจ็บ”


สิ่งที่ผมคิดกับสิ่งที่พูดออกไปมันไม่ตรงกันสักนิด แต่ก็เอาน่ะ! ทำแบบนี้มันดีแล้ว ผมคงทำเพียงแค่จูบและหอมแก้มเท่านั้นแหละ เพราะแบมแบมยังเด็กมาก ถ้าผมเผลอทำอะไรมากกว่านั้น เจ้าก้อนคงจะร้องไห้แงแน่ ๆ อีกอย่างคดีการล่วงเกินแบมแบมก็จะรุนแรงมากขึ้นไปอีก แค่นี้ผมก็เสี่ยงมากพอแล้ว


ก๊อก ๆ


เสียงประตูห้องดังขึ้น ผมหันไปมองที่ประตูพร้อมประคองให้แบมแบมลุกขึ้นยืน เพราะถ้าใครเข้ามาเห็นแบมแบมกับผมในสภาพนั้นคงจะแก้ตัวให้วุ่นน่าดู


ไม่นานนักประตูห้องนอนก็เปิดออก และคนที่เข้ามาในห้องก็คือป้าจิ่ววี่ ตอนแรกป้ายังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมามอง เพียงครู่เดียวที่ป้าเงยหน้าขึ้นมา แววป้าของป้าก็เปลี่ยนเป็นตกใจ คงจะเป็นเรื่องหูกับหางของผมนี่แหละที่ทำให้ป้าตกใจ ทุกคนรู้ว่าแบมแบมไม่ควรรู้เรื่องหมาป่าของพวกเรา พยายามปกปิดกันเป็นแทบบ้าเพราะเจ้าก้อนชอบวิ่งซนไปทั่ว เวลาจะแปลงกายทีก็ต้องระวังหน้าระวังหลัง แต่สุดท้ายก็เป็นผมที่เกือบทำความลับแตก โชคดีที่ผมเคยโกหกแบมแบมก่อนหน้านั้นว่าผมเป็นเทวดา แบมแบมเลยยังเข้าใจว่าที่หูหมาป่าโผล่อยู่ตอนนี้ก็แค่เวทมนตร์เท่านั้น


“คุณมาร์คคะ คุณท่านมาเรียนให้ลงไปพบค่ะ" ผมพยักหน้าตอบรับป้าจิ่ววี่ หลังจากป้ามาทำหน้าบอกเสร็จแล้ว ป้าก็เดินออกจากห้องไปพร้อมปิดประตูห้องเรียบร้อย ผมมองไปที่แบมแบมเห็นเจ้าก้อนมองไปที่ประตูห้องด้วยหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย


“ลงไปข้างล่างกันเถอะ พ่อกับแม่ฉันกลับมาแล้ว" ผมพูดพร้อมลุกขึ้นจัดชุดตัวเองให้เรียบร้อย และมันน่าหงุดหงิดตรงที่ผมต้องลงไปเจอพ่อกับแม่ในสภาพครึ่ง ๆ แบบนี้ มันน่าอายชะมัด


“คุณพ่อคุณแม่ของคุณมัคคึอยู่ข้างล่างจริงเหรอฮะ! แล้วคุณพ่อคุณแม่ของคุณมัคคึหายไปไหนมาเหรอฮะ" เจ้าเด็กขี้สงสัยถามมากจริง ๆ และผมก็ไม่รู้ทำไมแบมแบมถึงตื่นเต้นมากขนาดนั้น "น้องแบมดีใจจังฮะ น้องแบมจะได้เจอคุณพ่อคุณแม่ของคุณมัคคึ น้องแบมอยากจะบอกคุณพ่อคุณแม่ของคุณมัคคึว่าน้องแบมจะขอคุณมัคคึเป็นคุณภรรยา"


“ด...เดี๋ยว! ใจเย็น ๆ" แบมแบมทำผมช็อกจนแทบคิดอะไรไม่ทัน ถ้าแบมแบมไปพูดอย่างนั้นกับพ่อแม่ผมนะ มีหวังผมได้อับอายมากกว่าเก่าแน่ ๆ


“ไม่ได้ ๆ คุณป๊าของน้องแบมสอนมาดี จะทำอะไรต้องบอกผู้ใหญ่ น้องแบมไปก่อนนะ"


“เดี๋ยว! แบมแบม!” ผมรั้งแบมแบมไว้ไม่ทัน เจ้าก้อนวิ่งจู๊ดออกไปนอกห้องโดยไม่ฟังเสียงผมเรียก บอกได้คำเดียวว่า...


อาย อาย อาย น่าอับอาย!!! หมดกัน... ความเย็นชาของผม... มันแหลกสลายไปหมดแล้ว!!






ผมใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่ ๆ ในการซ่อนหูหมากับหาง และที่ผมลงไปช้าก็เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะเจอพ่อกับแม่ตอนนี้ ไม่รู้ป่านนี้เจ้าก้อนไปพูดเรื่องอะไรน่าอับอายบ้าง ไม่น่าเลย! ผมน่าจะจับมือแบมแบมไว้ให้เร็วกว่านี้ ถ้าพ่อกับแม่แซวขึ้นมาผมจะทำหน้ายังไงดีนะ แต่เดี๋ยวนะ! ถ้าแบมแบมไม่ได้พูดแค่เรื่องแต่งงานล่ะ ถ้าแบมแบมพูดเรื่องที่ผมจูบด้วย


ฉิบหาย!


เมื่อคิดอย่างนั้นได้ผมก็ลนลานรีบวิ่งไปที่ห้องโถงปราสาทด้วยใจที่เต้นแรงได้แต่ภาวนาขอให้แบมแบมอย่าเพิ่งพูดออกไป ถ้าแบมแบมพูดขึ้นมานะ มีหวังผมต้องโดนลงโทษหนักแน่ ๆ และไม่ใช่เพียงแค่นั้น ผมก็จะอดได้เห็นหน้าเจ้าก้อนด้วย เราจะถูกจับแยกกัน ผมไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น! แค่คิดว่าไม่ได้เห็นหน้าเจ้าก้อน ผมก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้าแล้ว


“งื้อ ๆ น้องแบมชอบมาก ๆ เลยฮะ" เสียงเจ้าก้อนกำลังคุยแจ้วอยู่ในห้องโถง เพียงแค่ผมโผล่หน้าเข้ามา ทุกคนก็เลื่อนสายตามามองที่ผม ทำไมต้องพร้อมใจมองกันขนาดนั้น "คุณภรรยาของน้องแบมมาแล้ว!”


เจ้าก้อน!


ผมมองไปทางพ่อกับแม่ เห็นเขาทั้งสองแอบหัวเราะคิกคัก งั้นก็แปลว่าแบมแบมยังไม่พูดเรื่องที่เราจูบกันใช่ไหม เห้อ~ คิดว่าจะตายแล้วซะอีก


“อะไรกันมาร์ค พ่อกับแม่ไม่อยู่แปปเดียว มีสามีแล้วเหรอ" แม่ก็ยังไม่หยุดแซวแถมยังหัวเราะชอบใจด้วย เอาเถอะ! จะขำกันก็ขำไปเลย ผมไม่โกรธอยู่แล้ว เพราะตอนนี้ผมโล่งใจที่ความลับของผมยังไม่ถูกเปิดเผยออกไป


ผมเดินเข้าไปใกล้ทุกคนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ผมยังคงแผ่รังสีความเย็นชาให้ทุกคนได้รับรู้ ถึงเจ้าก้อนจะทำให้ภาพผู้ชายเย็นชาของผมถูกทำลาย แต่ผมต้องกู้กลับมาให้ได้


และทันทีที่ผมได้เดินเข้ามาชิดกับโซฟาที่พ่อกับแม่นั่ง ผมก็เพิ่งได้สังเกตเห็นว่าในห้องนี้ไม่ได้มีแค่ครอบครัวของผม ตรงหน้าผมมีผู้หญิงฝาแฝดนั่งอยู่คู่กัน ใบหน้าคมสวยทำผมใจสั่นนิด ๆ เธอทั้งสองมองหน้าผมพร้อมส่งยิ้มให้ ผมจึงยกมุกปากขึ้นเล็กน้อยเป็นการทักทาย


“เออ จริงสิพี่มาร์ค ผมเห็นพี่เอ็ทเมทมาที่นี่ เขากลับไปแล้วเหรอ" คำพูดของน้องชายทำผมเลิกสนใจผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ผมหันไปมองโจอี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย ไอ้เอ็ทเมทมาที่นี่เหรอ ผมไม่ได้เจอมันนะ


“เปล่า ฉันไม่ได้เจอ"


“อ้าว! จริงเหรอ ผมเห็นเขามาบ่อยอยู่นะ แล้วถ้าเขาไม่ได้มาหาพี่ เขามาหาใคร" เดี๋ยว!! มาบ่อยด้วยงั้นเหรอ ผมไม่เคยรู้ว่ามันมาที่นี่ แล้วถ้ามันไม่ได้มาหาผม มันจะมาหาใครวะ เพราะที่นี่มีผมคนเดียวที่รู้จักมัน ส่วนไอ้โจอี้ตัดไปได้เลยมันไม่ได้มาหาแน่ ๆ


“เขาน่าจะเป็นคนเดียวกัน... ที่แบมแบมเจอที่สวนหลังปราสาท" หนึ่งในแฝดพูดขึ้นมา ทำผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ อย่าบอกนะว่าไอ้คนที่เอากันที่สวนนั่นคือไอ้เอ็ทเมท!! เดี๋ยว ๆ ผมเริ่มคุ้น ๆ ขึ้นมาแล้วว่ามันเคยถามผมเกี่ยวกับมาเดย์ เด็กคนงานในบ้านของผมว่าเป็นหมาป่าหรือเปล่า ไอ้ห่าเอ็ทเมท!! นี่มึงล่อเด็กในบ้านกูเหรอวะเนี่ย!!


แต่เดี๋ยวนะ!! ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงพูดเหมือนว่ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่สวน แล้วผู้หญิงคนนี้รู้จักกับไอ้เอ็ทเมทด้วยเหรอ อะไรกันวะ รู้จักได้ยังไงไม่น่าเป็นไปได้นะ เพราะผมยังไม่รู้จักผู้หญิงสองคนนี้เลย แล้วอีกอย่าง เรื่องที่แบมแบมเห็น มันไม่มีใครน่าเห็นได้อีก


“คุณพี่สาวเห็นเหมือนน้องแบมเหรอฮะ"


“ใช่จ้ะ"


ฮะ! เห็นเหมือนกันงั้นเหรอ! เดี๋ยว! ยัยผู้หญิงนี่เป็นใคร ทำไมถึงมาเห็นฉากทุเรศ ๆ นั่นพร้อมกับแบมแบมได้ แล้วนั่น! แฝดอีกคนหัวเราะอะไรกัน ผมทำอะไรน่าขำงั้นเหรอ


“เห็นอะไรกันเหรอ นี่ฉันงงไปหมดแล้ว" แม่ถามขึ้นพร้อมเกาหัวอย่างสงสัย ส่วนผมเองสงสัยไม่ต่างกันว่าผู้หญิงสองคนนี้เป็นใคร แถมยังพูดจาเหมือนอย่างกับรู้เห็นทุกอย่างอย่างงั้นแหละ


“อันดับแรกก่อนอธิบายอะไร ให้พวกเราได้แนะนำตัวให้มาร์ครู้จักดีไหม เพราะตอนนี้เขาดูจะสงสัยในตัวพวกเรามาก" แฝดคนที่นั่งหัวเราะผมพูดขึ้นพร้อมพยายามกลั้นขำสุด ๆ ผมเองไม่รู้ว่าตัวเองไปทำให้หล่อนขำขนาดนั้น!


เพราะยืนงงอยู่ตรงนี้สักพักใหญ่ ๆ จึงคิดว่าควรจะนั่งพูดคุย ผมเลยเดินไปนั่งข้าง ๆ โจอี้ ส่วนแบมแบมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แม่เห็นผมนั่งตรงนี้เลยวิ่งมานั่งเบียดกลางระหว่างผมกับโจอี้ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้ผม คนอะไรจะน่ารักได้พร่ำเพื่อขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ติดว่าที่นี่มีคนอื่นอยู่ด้วย ผมคงจะจับแบมแบมหอมแก้มอีกสักรอบไปแล้ว


“ฉันอเธียน่าแฝดพี่" หนึ่งในนั้นแนะนำตัว ผมจึงเลื่อนสายตาไปมองหน้าเพื่อจำ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะช่วยทำให้ผมจำได้หรือเปล่าเพราะสองคนนั้นเหมือนกันอย่างกับเอากระจกเงามาวางข้าง ๆ แต่ผมจำได้ว่าไอ้คนพี่นี่แหละที่แอบหัวเราะผม


“ฉันอเมธ่าแฝดน้อง" และอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งขวาก็แนะนำตัว ผมพยายามหาจุดแตกต่างก็ไม่มีอะไรที่ทำให้ผมจำได้เลยว่าใครชื่ออะไร


“ทั้งอเธียน่าและอเมธ่า เขาทั้งสองเป็นเพื่อนของแม่เองนะ"


ด...เดี๋ยว!! เพื่อน!! หน้าตาแม่งอย่างกับคนอายุสิบแปดปี ไม่น่าเชื่อว่าจะอายุมากขนาดนั้น เชี่ย! ช็อกชะมัด แถมยังสวยมากด้วย ไม่! อำกันเล่นแล้วล่ะ ไม่มีทางอายุสี่สิบเท่าแม่ผมแน่ ๆ


“พวกเราเป็นแม่มด ส่วนอายุก็... 400 ปีกว่าได้"


“แม่มด!!” แบมแบมตะโกนลั่นอย่างตกใจ ผมเองก็ช็อกจนพูดอะไรไม่ออก สี่สิบว่าช็อกแล้ว พอบอกว่าสี่ร้อยปีนี่ช็อกมากกว่าเก่าอีก แต่ก็นะ ผมก็พอรู้อยู่ว่าพวกแม่มดอายุยืนยาวจะตาย ส่วนที่หน้าสาว ๆ สวย ๆอยู่อย่างนี้เพราะใช้เวทมนตร์อะไรสักอย่างที่ทำให้ตัวเองดูสาว มันเป็นพลังวิเศษที่น่ากลัวมาก พูดไปแล้วก็ขนลุกเลยที่ผมเผลอใจสั่นตอนเจอกันครั้งแรก "ว้าว~ เจ๋งจังเลยฮะ คุณมัคคึเป็นเทวดา พี่สาวคนสวยก็เป็นแม่มด วู้! น้องแบมคิดว่าตัวเองหลุดมาในโลกนิทานที่คุณป๊าชอบอ่านให้ฟังเลยนะเนี่ย"


คำพูดของแบมแบมเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน ทุกคนดูกำลังเอ็นดูและสนใจเจ้าก้อน มีเพียงผมคนเดียวที่ยังงงกับสถานการณ์ตอนนี้อยู่ แต่ก็ช่างเถอะ เขาจะเป็นใครมาทำไม ผมไม่สนใจอยู่แล้วล่ะ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย


“อ้อ! จริงสิ ทั้งสองยังไม่ได้แนะนำความสามารถตัวเองเลย เดี๋ยวแม่แนะนำให้ฟังนะ เนี่ย! อเมธ่าเขามีพลังวิเศษเรื่องการหยั่งรู้ในอนาคต" แม่เริ่มแนะนำให้ผมรู้จักมากยิ่งขึ้น


“ใช่แล้วจ้ะ เพราะอย่างนี้ฉันเลยรู้ว่าแบมแบมไปเห็นอะไรมา ฉันเห็นภาพนี้ตั้งแต่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว"


น่ากลัวไปอีก ดีนะที่ไม่มีพลังวิเศษอ่านใจได้ ไม่งั้นความลับของผมต้องแตกแน่


“ส่วนอเธียน่าเขามีพลังวิเศษที่แม่อิจฉา นั่นก็คือ พลังวิเศษในการเรื่องอ่านใจคนได้"


คำพูดของแม่ทำผมช็อกไปทั้งร่าง ผมเงยหน้ามองอเธียน่าด้วยความตกตะลึง ฝ่ายนั้นส่งยิ้มกลับให้ผมอย่างเจ้าเล่ห์เหมือนอย่างกับว่าหล่อนรู้ทุกอย่างที่ผมคิดไปแล้ว และนั่นทำให้ขนของผมลุกตั้งชันขึ้นมาทันที


“คุณมัคคึปวดอึเหรอฮะ ดูสิฮะขนลุกเชียว" เจ้าก้อนถามผมด้วยน้ำเสียงปนใสซื่อ ซึ่งไม่รู้เลยว่าเรากำลังเจอกับปัญหาใหญ่แล้ว ผมคิดว่าการที่ผมตกลงกับแบมแบมว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่เราจูบกัน จะทำให้ผมรอดแล้ว แต่ดันมามีคนใช้พลังเวทมนตร์ในการแอบอ่านความคิดอีก มันคงเป็นคราวซวยของผมนั่นแหละ


ถ้าคุณได้ยินผมคิด... ผมขอร้อง... อย่าบอกเรื่องลับของผมกับแบมแบมกับใครได้ไหม


ผมมองหน้าอเธียน่าอย่างอ้อนวอน เธอจ้องหน้าผมนิ่ง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ฉีกยิ้มให้ผม ผมรู้ว่าหล่อนได้ยินทุกอย่างที่ผมคิด


“มาร์ค พาฉันเที่ยวชมปราสาทหน่อยสิ ฉันไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว มาครั้งล่าสุดก็ตอนที่เธอยังแบเบาะอยู่เลย ตอนนี้อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปเยอะ เธอคงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าฉันจะให้เธอพาทัวร์" อเธียน่าพูดเปิดเหมือนหล่อนต้องการคุยกับผมอย่างส่วนตัว และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการเหมือนกัน


 “ยินดีครับ"  



หลังจากที่อเธียน่าเอ่ยขอให้ผมพาเที่ยวชมปราสาท ผมก็เป็นเจ้าบ้านที่ดีรีบพาอเธียน่าออกมาจากห้องโถง ตอนแรกผมคิดว่าจะมีแค่อเธียน่าเท่านั้น แต่อเมธ่าขอตามมาด้วย คราวนี้กลายเป็นรู้มากกว่าเก่าอีก แม้ว่าผมไม่อยากให้ใครรู้เพิ่มแต่ผมก็ไม่กล้าขัดอะไร เลยได้แต่รีบพาเดินออกมาให้ห่างจากครอบครัวของผม


ตอนแรกเจ้าก้อนก็จะตามมาด้วย แต่โชคดันเข้าข้างที่แม่ของผมดันชวนเจ้าก้อนเข้าไปดูแม่ครัวทำอาหาร เจ้าก้อนเลยเปลี่ยนแผน เลยทำให้การพูดคุยกับผมและอเธียน่าสะดวกมากยิ่งขึ้น


ผมเดินนำมาสู่สวนดอกไม้ที่อยู่ตรงส่วนด้านหลังของปราสาท ตรงนี้เงียบและสงบไม่น่าจะมีใครได้ยินเรื่องที่ผมกำลังจะคุยกับสองฝาแฝด อยู่ ๆ หัวใจของผมก็รู้สึกหวิว ๆ ผมกลัวว่าอเธียน่าจะไม่ฟังคำขอร้องผม จะทำยังไงดี ผมไม่น่าจูบเจ้าก้อนเลย ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ต้องมาแยกจากกัน ผมมันโง่! โง่จริง ๆ


“อย่าเพิ่งกังวลใจอะไรไปมาร์ค" อเธียน่าพูดขึ้นทำผมชะงักปลายเท้าก่อนจะหันไปมองเธอด้วยความรู้สึกตกใจไม่น้อย ที่เธอพูดอย่างนั้นเพราะเธอจะช่วยผมปิดความลับนี้ใช่ไหม "ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่ในใจ อย่ากังวลใจไปเลย"


คำพูดของอเธียน่าทำผมต้องพรูลมหายใจออกอย่างโล่งอก ผมคิดว่าจะเกิดหายนะแล้วซะอีก


“แต่อย่าเพิ่งโล่งอกไป เพราะที่พวกเราสองคนมาที่นี่ มันมีเรื่องที่น่ากังวลมากกว่านั้นเยอะ" อเธียน่าพูดจนผมไม่กล้าหายใจ เรื่องที่น่ากังวลนั่นมันหมายถึงเรื่องอะไรกัน มันเกี่ยวกับผมหรือเปล่า ยังมีอะไรน่ากังวลมากกว่าการที่ผมโดนจับได้ว่าล้วงเกินแบมแบมอีกเหรอ!


“มาร์ค ตอนนี้โชคชะตาของทุกคนขึ้นอยู่กับการตัดสินของเธอแล้ว"


“พวกคุณพูดอะไรกัน ผมเริ่มงงแล้วนะ" มาบอกว่าโชคชะตาของทุกคนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผม มันเป็นคำพูดที่น่ากลัวเกินไปแล้ว


“เมื่อสามเดือนก่อน ฉันเห็นภาพในอนาคต มันเป็นภาพเธอกับแบมแบมแต่งงานกัน" คำพูดนั้นทำผมยกมือขึ้นปิดปากอย่างช็อก หัวใจของผมเต้นแรงมากแถมยังรู้สึกร้อนไปที่หน้าเหมือนกับว่าผมเขินที่อเมธ่าพูดแบบนั้น ผมจะได้แต่งงานกับเจ้าก้อนงั้นเหรอ แปลว่าตอนนั้นเจ้าก้อนก็อายุสิบแปดแล้วสิ อ่าาา~ นี่ผมกับเจ้าก้อนเราอยู่กันแต่งงานจริง ๆ ด้วย ผมดีใจจัง แล้ววันนั้นใครเป็นเจ้าบ่าว เดี๋ยวดิ! มันต้องผมอยู่แล้วดิ


“จุ๊ ๆ อย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลเด็กน้อย" อเธียน่าพูดเบรคจนผมเขินหนักกว่าเก่า เกินไปแล้วนะ! นี่ได้ยินที่ผมพูดตลอดเวลาเลยเหรอ "ก็ไม่ตลอดเวลาหรอก แค่ถ้าฉันอยากฟัง ฉันก็ได้ยิน"



“งั้นก็ช่วยอย่าฟังได้ไหม ผมขอร้อง" ผมสวนกลับทันที อเธียน่าส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ผม ก่อนจะทำหัวหงึกหงักเหมือนกับว่ายอมทำตามที่ผมขอร้อง


“เราอย่าเพิ่งนอกเรื่องเลย มันเป็นเรื่องน่าซีเรียส นายฟังแล้วอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องน่ายินดี แต่การที่เธอแต่งงานกับแบมแบมในตอนนั้น คือเธอเลือกที่จะไม่ไปช่วยเหลือพี่ชายแบมแบม"


“คุณรู้ด้วยเหรอว่าผมกำลังจะไปช่วยพี่ชายแบมแบม"


“รู้สิ.... ฉันเห็นทุกอย่าง เพราะนายไม่ไปช่วย แบมแบมเลยอยู่ที่นี่ตลอดไป และก็เท่ากับว่าทิ้งพี่ชายที่กำลังเดือดร้อน และทิ้งพ่อแม่ที่กำลังรอคอยลูกชายกลับบ้าน" คำพูดของอเมธ่าทำผมไม่กล้าที่จะกลืนน้ำลายลงคอ บนความสุขของผมกำลังทำให้หลายชีวิตต้องเจ็บปวด ถ้าแบมแบมแต่งงานกับผมไปก็คงจะมีความสุขแบบไม่สุด เพราะแบมแบมก็คงจะคิดถึงครอบครัวเช่นกัน


"แล้ว... ถ้าผมไปช่วยพี่ชายแบมแบม... ผมกับแบมแบม... เราจะไม่ได้แต่งงานกันเหรอ"


“ฉันไม่รู้... ฉันมองไม่เห็น แต่ถึงมองไม่เห็นก็ไม่ได้แปลว่านายกับแบมแบมจะไม่ได้แต่งงานกัน เรื่องภาพอนาคตฉันไม่ได้เป็นคนค้นหามัน แต่มันเกิดขึ้นในหัวฉันเอง ถ้างั้นก็อย่ากังวลใจไป...” อเมธ่าพูดอย่างนี้ผมก็ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย งั้นผมก็คงจะต้องดำเนินแผนตามเดิม ไปช่วยพี่แบมแบมให้ได้ แล้วหลังจากนั้นเราก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างแฮปปี้แอนดิ้ง


“เธอเล่าต่อสิอเมธ่า" อเธียน่าพูดขึ้น เหมือนอย่างกับเธอรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรในหัว อย่าบอกว่าเธออ่านความคิดผมอีกแล้ว!


“และอีกภาพหนึ่งที่ฉันเห็น... คือถ้าเธอไปช่วยพี่ชายของแบมแบม... มันจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย... เกิดสงครามขึ้นอีกครั้ง" คำพูดนั้นทำผมช็อกค้างและขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ ผมรู้สึกจุกแน่นไปที่อก ผมไม่อยากให้มันเกิดสงคราม ผมไม่อยากจะต้องสูญเสียใครไป แล้วมันเกิดจากอะไร


“สงคราม... เกิดเพราะผมล่วงเกินแบมแบมงั้นเหรอ" ผมมองหน้าอเธียน่าอย่างลุ้น หัวใจของผมเต้นแรงจนมันแทบจะหลุดออกมานอกร่างกาย


“ไม่... ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น เรื่องระหว่างเธอกับแบมแบมเป็นแค่เรื่องเล็กนิดเดียว เมื่อเทียบกับเรื่องที่จะเกิด"


“แล้วมันเกิดอะไร ทำไมถึงต้องเกิดสงคราม"


“ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดเยอะมาก แต่สิ่งที่เห็นฉันเห็นคือหมาป่ากับมนุษย์ทำสงครามกัน...” อเธียน่าเงยหน้ามองผมหากทว่าสายตาของเธอไม่ได้จับจ้องมองมาที่ผม สายตาของเธอหลุดออกไปเหมือนเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่แล้วแววตาของเธอก็มีแสงสีฟ้าหมุนเวียนไปมาในนัยต์ตาสีดำของเธอ เธอทำผมตกใจเล็กน้อยเพราะผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน


“เจ้าชายใบหน้าหวานดูโกรธเกี้ยว...”


เจ้าชายใบหน้าหวาน... หรืออเธียน่าจะหมายถึงเจ้าชายจินยอง เจ้าชายของอาณาจักรอากาเซ่ ดินแดนที่แบมแบมอาศัยอยู่


“เจ้าชายทั้งรู้สึกโกรธและรู้สึกเสียใจ มันมีเหตุผลบางอย่างที่เขาต้องทำอย่างฝืนใจ...”


แล้วเรื่องของไอ้เจ้าชายนั่นมันมาเกี่ยวอะไรกับสงคราม หรือว่าเจ้าชายจะเป็นคนเริ่มสงครามเองงั้นเหรอ แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่เจ้าชายจินยองทำอย่างนั้น เห้อ! ผมคิดตามจนปวดหัวแล้วนะ


แต่แล้วผมต้องสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ อเมธ่ายื่นมือมาจับมือผมไว้ เธอกุมผมไว้แน่นและแววตาของเธอก็ยังคงมีแสงสีฟ้าหมุนวนไปมา เธอทำผมหัวใจเต้นแรง ผมค่อนข้างกลัวสิ่งที่เธอกำลังพูด มันต้องมีอะไรที่น่ากลัวมากใช่ไหม เธอถึงจับมือผมไว้



“เส้นด้ายที่ถูกตัดขาด จะถูกผูกกลายเป็นเชือกป่านที่แข็งแรง"



“คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ...”







สายสัมพันธ์ของเธอและเพื่อน ๆ ที่ถูกตัดขาด จะกลับมาเหนียวแน่นกันอีกครั้ง"






ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ ขนบนร่างกายมันลุกซู่ขึ้นมา หัวใจที่ว่าเต้นแรงอยู่แล้วกลับเต้นแรงมากขึ้นไปอีก อเมธ่ากำลังบอกว่าผม แจ็คสันและแจบอม จะได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง มันเป็นคำพูดที่ผมฟังแล้วดีใจ แต่แล้วยังไง การที่ผมจะได้เพื่อนกลับมามันจะต้องเกิดสงครามงั้นเหรอ


แล้วแววตาพลังวิเศษของอเมธ่าก็หายไป เธอเลื่อนสายตากลับมามองผมและครั้งนี้จุดโฟกัสที่สายตาของเธอมันอยู่ที่ผมแล้ว แววตาของเธอดูหวาดกลัวและปนเศร้า แววตาของผมในตอนนี้ก็คงจะไม่ต่างจากเธอมากเท่าไร


“นี่ยังไง ฉันถึงบอกว่าโชคชะตามันขึ้นอยู่กับเธอ... เธอจะเลือกที่จะไม่ไปช่วย...” แล้วจู่ ๆ อเมธ่าก็หยุดชะงักไป อีกครั้งที่แววตาของเธอส่องแสงเปล่งประกายเหมือนกับว่าเธอกำลังเห็นอะไรอีก การกระทำของเธอทำผมขนลุกอีกครั้ง ผมยืนจ้องหน้าเธออย่างลุ้นละทึก เช่นเดียวกันกับอเธียน่าเธอก็ลุ้นไม่ต่างกัน อเมธ่าเงียบไปครู่ใหญ่ เหมือนกับว่าเธอกำลังท่องอยู่ในภาพพยากรณ์ของเธอ


ผ่านไปเกือบนาทีที่ผมเอาแต่ยืนจ้องหน้าอเมธ่าอยู่อย่างนั้น ในที่สุดเธอก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับแววตาสีฟ้าของเธอหายไป อเมธ่ามองหน้าผมด้วยใบหน้าซีเรียส เธอเห็นอะไรที่ไม่ดีมางั้นเหรอ


"โชคชะตามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอแล้วมาร์ค... ตอนนี้เธอเลือกมันไม่ได้แล้ว...”


“ม...มันหมายความว่ายังไง ทำไมผมเลือกไม่ได้!” ทั้งที่ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่ไปช่วยพี่แบมแบมแล้วเสียอีก ถึงแม้ว่าอีกทางเลือกหนึ่งมันจะทำให้ผมได้คืนดีกับเพื่อน แต่ถ้ามันต้องทำให้เกิดสงครามผมก็ไม่มีทางเลือกแบบนั้นแน่ และแม้ว่าการตัดสินใจของผมจะดูเห็นแก่ตัว แต่ยังไงมันก็ต้องมีวิธีเยียวยาจิตใจพ่อแม่และพี่ชายของแบมแบมแน่ มันก็คงดีกว่าที่จะต้องมีคนล้มตายจำนวนมหาศาล...


ยังไงสงครามนี้ก็ต้องเกิด... ไม่ว่าเธอจะไปช่วยหรือไม่ไปช่วยก็ตาม ยังไงมันต้องเกิดแน่ๆ"


“อะไร! ทำไมมันเปลี่ยนง่ายขนาดนี้"


“เพราะมันมีคนตั้งใจให้มันเกิด ไม่ว่าพวกเธอจะพยายามหลีกเลี่ยงมากขนาดไหน คนคนนี้ก็ต้องทำให้เกิดให้ได้"


“แล้วมันเป็นใคร!! ผมจะไปฆ่ามันเดียวนี้!!”


“ฉันไม่เห็นหน้า เขามักจะอยู่ในชุดคลุมสีดำ ปิดบังทุกอย่างบนใบหน้าเขา ฉันมองไม่เห็น" คำพูดของอเมธ่าทำให้ผมต้องกัดฟันแน่นอย่างโมโห ผมพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นแต่มันไม่ช่วยเลย ทำไมมันต้องเกิดสงครามบ้า ๆ นั่นด้วย แล้วใครที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด มันน่าหงุดหงิดตรงที่ผมรู้ว่ามีคนจะทำอะไร แต่ผมไม่สามารถช่วยเหลือเผ่าพันธ์ุของผมได้เลย


“แล้วที่คุณมาบอก... ผมทำอะไรได้บ้าง หรือทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรับฟังให้ตัวเองเครียดมากขึ้น"


“โชคชะตามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลมาร์ค เหมือนในตอนแรกที่ฉันคิดว่าเธอสามารถเลือกให้มันเกิดได้ ว่าเธอจะไปช่วยพี่ชายของแบมแบมหรือเปล่า แต่เมื่อกี้มันก็เปลี่ยนไป ภาพที่ฉันเห็นค่อนข้างชัดมากว่ามันต้องเกิดสงครามขึ้นจริง ๆ และเร็ว ๆ นี้เราอาจจะได้รับข่าวร้ายจากอาณาจักรอากาเซ่"


“ข่าว! ข่าวร้ายอะไร!!”






“ถ้าบอกก็สปอยสิ"






“อเมธ่า!!!” ผมตะโกนใส่หน้าเธออย่างโมโห และนั่นทำให้เธอต้องหลุดหัวเราะออกมา เช่นเดียวกับกับแฝดของเธอก็หัวเราะด้วยเช่นกัน นี่มันไม่ใช่เรื่องตลกนะ ถ้ายังไม่หยุดหัวเราะ ผมว่าผมได้แปลงร่างเป็นหมาป่าอีกแน่ เพราะตอนนี้เลือดในกายผมมันร้อนมาก


“หยุดอเมธ่า อย่าหัวเราะ มาร์คเขาโกรธแล้วจริง ๆ" และนี่ยังไม่หยุดอ่านใจผมหรือไง!!


“อ่ะ ๆ โอเค ฉันไม่แกล้งก็ได้ เห็นหน้าเครียด ก็เลยอยากแกล้งให้หายเครียด" ขอบคุณในความหวังดี นอกจากจะไม่ช่วยให้กูหายเครียด ยังทำกูโมโหมากขึ้นไปอีก! “ฉันไม่รู้ว่ามีข่าวอะไร แต่สีหน้าของประชาชนที่มารวมตัวกันดูช็อกมาก ฉันเลยเดาว่าน่าจะเป็นข่าวร้าย"


“เดา? ก็แค่เดาเหรอ"


“ก็แค่บรรยายจากสิ่งที่เห็น ก็แค่นั้น" และครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ที่ผมถอนหายใจออกมา ทำไมถึงเป็นผมที่ต้องมาแบกรับความเครียดเล่านี้เพียงลำพัง ทำไมพวกเธอถึงเลือกที่จะเล่าให้ผมฟังเพียงคนเดียว แล้ว... พ่อกับแม่ผมรู้เรื่องนี้หรือยัง


“ยัง ในตอนนี้มีแค่เราสามคนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้" เมื่อไรคุณจะหยุดอ่านใจผมสักที อเธียน่า!!!


“แล้วตอนนี้ผมจะทำอะไรได้บ้าง หรือทำได้เพียงรับรู้อย่างเดียว"


“ในเมื่อมันชัดเจนแล้วว่าจะต้องมีสงคราม เธอก็คงจะเตรียมตัวรับมือตั้งแต่เนิ่น ๆ"


“แล้วถ้าผมไม่ทำสงครามล่ะ ผมจะพาครอบครัวหนีไปให้ไกล ทำแบบนั้นได้ไหม" คำพูดของผมฟังเหมือนคนเห็นแก่ตัว แต่ถ้าเป็นคุณคุณก็ต้องตัดสินใจทำแบบผมเหมือนกัน ผมไม่อยากจะสูญเสียคนในครอบครัวของผมไป แค่คิดผมก็เจ็บปวดแล้ว


“เธอจะทำอะไรก็เรื่องของเธอมาร์ค แต่ฉันเชื่อว่าในที่สุดเธอก็ต้องกลับมาทำสงคราม เพราะภาพที่ฉันเห็น ฉันเห็นเธอและเพื่อนรักทั้งสองของเธอ เป็นผู้นำทัพครั้งนี้"


ไอ้ห่ามาร์ค!! ตอนนั้นมึงคิดอะไรอยู่วะ มึงเป็นบ้าอะไรถึงต้องไปนำทัพพาคนอื่นไปรบ ผมว่าตัวเองในตอนนั้นต้องเมาอะไรสักอย่าง ไม่ก็มีปัญหาเกี่ยวกับสมองอยู่แน่ ๆ


“แล้วแบมแบมล่ะ แบมแบมจะปลอดภัยไหม"


“ฉันไม่เห็นแบมแบมเลย... ยังไงเธอก็ดูแลให้ดีดีล่ะกัน"


ตอนนี้หัวของผมเต้นตุ๊บ ๆ เพราะเครียดมากเกินไป นอกจากต้องมาระแวงเรื่องแบมแบมจะไปบอกคนอื่นว่าถูกผมจูบ ผมยังต้องมานั่งเครียดเรื่องสงครามนั่นด้วยเหรอเนี่ย มันไม่มีทางแก้ไขอะไรเลยงั้นเหรอ


“อย่างที่อเมธ่าบอก ว่าโชคชะตามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เธออาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงมันก็ได้"


“ผมไม่รู้ว่าผมจะเปลี่ยนแปลงมันยังไง ผมไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วทำไมต้องเป็นผมที่รู้เรื่องนี้คนเดียว ทำไมคุณไม่ไปบอกคนอื่น ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ผม" ผมถามออกไปด้วยความเหนื่อยใจ


“เพราะฉันไม่รู้จักหมาป่าคนไหน นอกจากครอบครัวเธอ หรือถ้าเธอไม่อยากรับรู้ ให้ฉันบอกกับโจอี้ ไม่ก็พ่อแม่ของเธอแทนดีไหม"


ผมส่ายหัวอย่างช้า ๆ อเมธ่าเธอทำถูกแล้วล่ะที่เลือกจะบอกผม เพราะมีผมคนเดียวเท่านั้นที่สมควรรับรู้เรื่องนี้ ผมต้องปกป้องครอบครัวของผม มันเป็นหน้าที่ของพี่ชายคนโต


“แล้วถ้าเกิดสงคราม คุณจะมาช่วยพวกเราไหม"


“เราอยู่คนละเผ่าพันธุ์ ถึงหมาป่ากับมนุษย์เกิดสงคราม พวกเราแม่มดก็ไม่สามารถเข้ามายุ่งได้อยู่แล้ว จริง ๆ ฉันไม่ควรเห็นภาพอนาคตของพวกเธอเลยด้วยซ้ำ แต่แม่ของเธอเป็นเพื่อนสนิทของฉัน จิตใจของเราผูกพันธ์กัน ฉันเลยมองเห็นอนาคตของคนในครอบครัวและบุคคลที่มีดวงชะตาผูกพันกับพวกเธอ"


"เพราะอย่างนี้พวกเราเลยมาที่นี่ เราตั้งใจจะมาบอกเรื่องนี้กับเธอ" อเธียน่าพูดเสริม เอาเป็นว่าตอนนี้หัวสมองผมตื้อไปหมด ผมยอมรับว่าตอนนี้ผมเครียดมาก ๆ และรู้สึกอึดอัดอยากจะระบายเรื่องนี้กับใครสักคน แต่ใครกันล่ะที่จะรับฟังเรื่องพวกนี้ของผม


"คุณมัคคึฮะ" เสียงเจ้าก้อนดังขึ้น ทำให้เราทั้งสามหันไปมองที่ต้นเสียง แล้วผมก็พบเจ้าก้อนวิ่งมาด้วยใบหน้าที่สดใส มันเป็นใบหน้าที่ผมรู้สึกอิจฉาเสียจริง เจ้าแบมแบมไม่ต้องแบกรับความรู้สึกอะไร ไม่ต้องเครียด ในหัวสมองคงจะมีแต่ความคิดที่สนุกสนานเหมือนเด็ก ๆ น่าอิจฉาจัง


แล้วไม่นานเจ้าก้อนวิ่งมาหยุดตรงหน้าพร้อมหอบแฮ่กเสียงดัง เพราะเอ็นดูเหลือเกินผมจึงวางมือไปพร้อมกับลูบหัวเจ้าตัวเล็ก ส่วนเจ้าก้อนก็เงยหน้าหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ผม แค่เห็นรอยยิ้มนี้เรื่องเครียด ๆ เมื่อกี้ก็หายไปเกือบหมด


“ป้าขอจับมือหนูได้ไหมจ๊ะ" อเมธ่าพูดขึ้นพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้แบมแบม เจ้าก้อนทำหน้าสงสัยแต่ก็ยื่นมือให้อเมธ่าจับแต่โดยดี


"ขอมือเธอด้วยมาร์ค" ผมเองก็สงสัยไม่ต่างกันว่าเธอจะจับมือผมทำไม แต่ถึงสงสัยผมก็ยื่นมือไปให้เธอจับ อเมธ่านำมือแบมแบมกับมือผมซ้อนกัน แล้วหลังจากนั้นเธอก็ลูบไปมาเบา ๆ อีกครั้งที่แววตาของเธอมีแสงสีฟ้าวนเวียนไปมาในตา เธอกำลังเห็นอะไรอีกแล้ว


“โอโห้! โครตเท่ คุณมัคคึฮะ น้องแบมอยากทำแบบคุณแม่มดได้ คุณมัคคึเสกให้น้องแบมบ้างสิ" คำพูดของเจ้าก่อนทำอเธียน่าหลุดหัวเราะออกมา เช่นเดียวกันกับผมก็อดยิ้มกว้างตามไม่ได้ เด็กบ้าอะไรน่ารักมากมายขนาดนี้ นายรู้ไหมว่านายกำลังทำให้ฉันหลงนายจนโงหัวไม่ขึ้น





ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันกี่ร้อยล้านไมล์ แต่ท้ายที่สุดเธอทั้งสองก็ต้องกลับมาเจอกัน...” จู่ ๆ อเมธ่าก็พูดขึ้น แล้วไม่นานแสงฟ้าในตาของเธอก็หายไป อเมธ่าค่อย ๆ ปล่อยมือของผมกับแบมแบมออก ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้





“คุณหมายความว่ายังไง... คำพูดของคุณ... พูดเหมือนกับว่าเราจะต้องห่างกัน"


“ไม่เอานะฮะ! น้องแบมไม่อยากห่างกับคุณมัคคึ น้องแบมจะแต่งงานกับคุณมัคคึ" แบมแบมสวมกอดผมไว้แน่นเหมือนกลัวว่าผมจะหลุดหายไป ส่วนผมยังคงจ้องหน้าอเมธ่าอย่างเค้นคำตอบ หากทว่าเธอกลับหลบสายตาผม


“คุณเห็นอะไร"


“เพราะพวกเธอเป็นคู่กัน ต่อให้เกิดอุปสรรคอะไรก็ตาม ท้ายที่สุดพวกเธอจะได้เจอกัน" เธอก็ยังพูดประโยคที่คล้าย ๆ ประโยคเดิม วันนี้เธอจะพูดให้ผมเครียดกี่เรื่องกัน หัวใจของผมบีบแน่น มันเจ็บปวดกับสิ่งที่อเมธ่าพูด ไม่ว่ายังไงก็ตามผมจะไม่ยอมให้เราต้องแยกจากกัน เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แบมแบมต้องเป็นเจ้าสาวของผม!


ไม่ว่าคุณจะเห็นอะไรก็แล้วแต่.... ผมไม่สน ถ้าสิ่งที่คุณเห็นมันเป็นเรื่องไม่ดี ผมก็จะเป็นคนเปลี่ยนแปลงโชคชะตาให้มันดีขึ้นเอง!”


“ดีแล้วล่ะ พยายามเข้านะ" แล้วอเมธ่าก็เดินหนีผมไป อเธียน่ามองหน้าผมสลับกับอเมธ่าด้วยความสับสน เธอไม่รู้จะพูดอะไร เลยทำได้เพียงตบบ่าผมเบา ๆ ก่อนจะวิ่งตามฝาแฝดของผมไป ผมมองตามทั้งคู่ด้วยหัวใจที่แสนเจ็บปวด แต่อเมธ่าเดินไปได้ไม่ไกลเธอก็ชะงักปลายเท้า เธอหันมามองหน้าผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย ริมฝีปากที่ถูกทาลิปสีแดงสดเผยอขึ้นเล็กน้อย เธอเหมือนลังเลจะพูดอะไรบางอย่างกับผม สุดท้ายก็สะบัดหัวเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับไปดังเดิม


ไม่รู้ว่าเธอจะพูดอะไร แต่ผมไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ผมกอดเจ้าก้อนไว้ก่อนกว่าเก่า เสียงสะอื้นเล็ก ๆ ของแบมแบมทำผมรู้สึกปวดใจ ผมวางมือลูบไปที่หลังของแบมแบมเป็นการปลอบ


“คุณแม่มดใจร้าย" แบมแบมพูดออกมาตามด้วยเสียงสะอื้น ใช่... แม่มดใจร้าย ไม่ว่าจะอยู่ในนิทานกี่เรื่องก็ยังคงเป็นแม่มดใจร้าย เธอช่วยอะไรไม่ได้ ยังไม่มาดูอนาคตแล้วมาเล่าให้เครียดทำไมกัน แต่จะยังไงก็แล้วแต่ ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่ ทั้งเรื่องสงครามและเรื่องของแบมแบม ผมจะทำเปลี่ยนแปลงทุกคำพูดที่เธอพูดมา


“แบมแบม...” เจ้าก้อนเงยหน้ามองผมพร้อมกับพวงแก้มที่เปื้อนไปคราบน้ำตา มันเป็นภาพที่ผมไม่ชอบ ผมวางช้อนแก้มกลมไว้ ก่อนจะใช้นิ้วเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาพวกนั้นออกจากแก้มใส ๆ “นายอยากอยู่กับฉันหรือเปล่า"


“อยากสิฮะ! น้องแบมอยากอยู่กับคุณมัคคึ น้องแบมอยากอยู่กับคุณมัคคึตลอดไป... เพราะน้องแบม...” เจ้าก้อนเว้นจังหวะ เสียงสะอื้นเข้ามาแทนเสียงพูด น้ำตาสายเล็กร่วงพรูมากกว่าเก่า ผมเงียบรอฟังสิ่งที่เจ้าก้อนกำลังจะพูด


เพราะน้องแบมรักคุณมัคคึ"


คำพูดของแบมแบมทำผมชาไปหมดทุกส่วน ผมรู้สึกมีก้อนบางอย่างมาอัดที่คอ รวมทั้งน้ำตาของผมมันเริ่มก่อตัวที่ขอบตา หัวใจของผมเต้นแรงกับสิ่งที่แบมแบมพูด ผมไม่รู้ว่าแบมแบมพูดเพราะไม่ทันคิดหรือเปล่า แบมแบมเป็นเด็ก เจ้านี่ชอบพูดอะไรให้ผมตกใจอยู่เรื่อย แต่ว่า... คำพูดนั้นทำให้ผมดีใจมาก ผมดีใจที่เจ้าก้อนบอกรักผม


“แล้วถ้าฉันต้องย้ายที่อยู่ นายจะไปกับฉันไหม"


“น้องแบมอยากไปทุกที่ที่คุณมัคคึจะพาไป แต่... น้องแบมไม่อยากทิ้งครอบครัว น้องแบมต้องไปช่วยพี่ยองแจก่อน แล้วก็พาพี่ยองแจกลับบ้าน ส่วนหลังจากนั้นถ้าคุณมัคคึจะพาน้องแบมไปเที่ยวที่ไหน น้องแบมก็ต้องขออนุญาตคุณป๊ากับคุณม๊าก่อน"


ใช่สิ... ผมพาแบมแบมหนีไปไม่ได้ เพราะแบมแบมยังมีครอบครัวให้ห่วงอยู่ ถ้างั้น...


“งั้นเราไปด้วยกันให้หมดเลย ทั้งคุณป๊าคุณม๊าและพี่ยองแจของนาย เราหนีไปกันให้หมด ดีไหม"


“อื้อ! ขอแค่น้องแบมได้อยู่กับคุณมัคคึ น้องแบมก็มีความสุขแล้ว" เจ้าก้อนพูดพร้อมส่งยิ้มกว้างให้ผม หลังจากนั้นก็สวมกอดผมแน่นอีกครั้ง ผมกอดแบมแบมไว้แน่นเหมือนกัน ทั้งที่มันดูเหมือนจะจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว ทำไมไมผมถึงรู้สึกหน่วงที่ใจแบบนี้นะ


มันคงเป็นการตัดสินใจของคนเห็นแก่ตัว ผมจะพาครอบครัวของผมหนีให้ห่างจากอาณาจักรอากาเซ่ให้มากที่สุด ผมทิ้งแบมแบมไปไม่ได้ และแบมแบมก็ทิ้งครอบครัวของเขาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องเอาครอบครัวของแบมแบมไปด้วย ผมสามารถเลี้ยงดูพวกเขาได้อยู่แล้ว เราจะไปอยู่อาณาจักรใหม่ที่ห่างไกลสงคราม เราสองครอบครัวจะปลอดภัย แล้วพวกเราก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป


ผมจะเป็นคนเปลี่ยนแปลงโชคชะตาเอง...










เอาแล้วค่ะ เรืื่องนี้กำลังเข้าสู่พล็อตเรื่องอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้ว 

หลังจากเกริ่นมานาน แม่มดมาทีใบ้ทุกอย่างให้ฟังเกือบหมด 

เกิดอะไรขึ้นกับสองเผ่าพันธุ์ และดูเหมือนว่ามาร์คจะไม่ใช่ตัวปัญหาที่หลายคนกังวล 

มาร์คจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้ไหม แล้วแบมแบมล่ะจะเป็นยังไง 

มาลุ้นกันต่อเถอะ ขอกำลังเยอะ ๆ เลยน้าาา 


1 คอมเม้น = ร้อยถีบให้ไรท์กลับมามีแรงแต่งต่อ 5555


ติดแท็กกันเร็ววว #คุณหมาป่ามบ 


รักน้องแบม ขอขโมยได้ไหม คุณมัคคึ 5555



เอาแล้วครับ อเทียน่าจะพูดคุยอะไรกับมาร์ค คนอะไรจะซวยขนาดนั้นนน 5555

ส่วนแบมแบมก็ยังเป็นยัยหนูที่น่ารักน่าฟัดเหมือนเดิมมม อิอิ 

จะบอกว่าต่อไปนี้คุณหมาป่ากำลังจะเข้าเรื่องแล้วนะ 

ที่ผ่านมาที่อ่านกัน 8 ตอนแค่เกริ่น 5555555555 ยาวไปไหน 

สองแม่มดมาที่นี่ทำไม เขามีเหตุผลที่มา ส่วนอะไรนั้นไม่บอก ต้องติดตามคิคิ 

1 คอมเม้น = หมื่นแสนล้านกำลังใจให้แก่ไรต์ จุ๊บ ๆ 


มาติดแท็กกันเถอะทุกคนนน #คุณหมาป่ามบ 



รักทุกคน จุ๊บ

ถ้ามีคำพิมพ์ผิด พิมพ์ตกเดี๋ยวมาแก้นะคะ อัพตอนตีห้าครึ่งตาจะปิด 5555 




ว้ายยยยยย!! ให้น้องเก็บความลับอีกแล้วคลลลบ้าาาาา 

น้องแบมน่ารักมากกก ฮือออ ไรท์หลงตัวละครตัวนี้แรงมาก อยากหยิกแก้ม

น่าสงสารคุณมัคคึนะคะ พยายามควบคุมตัวเอง ก็โดนเจ้าก้อนทำลายทุกอย่าง 5555

เขิลจัม แต่งเองเขินเอง 555555555 

อัปตอน ตี 3 กว่า คงยังไม่มีใครได้ทันอ่าน ตื่นมาอ่านกันเนอะ อิอิ 


1 คอมเม้น = หมื่นแสนล้านกำลังใจให้แก่ไรท์ งื้อออ 

มาติดแท็กกานนนนน #คุณหมาป่ามบ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,463 ความคิดเห็น

  1. #3345 noey0852 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 16:54
    เครียดคับ
    #3,345
    0
  2. วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:13
    เป็นไงละอิพี่โดนน้องกัดหูไปครางเสียงหลงเชีวนะ ฮุๆๆ
    //ว่าไปนั้นเสียงครางชวนคิดลึกสุดๆ55 ตอบเป็นครึ่งๆน่ารักดีอ่ะ~
    #3,131
    0
  3. #3049 ojay2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:13
    ลุ้นนนน ลุ้นไปหมดเลยยย ใครเป็นคนเริ่ม โอ้ยยยยย
    #3,049
    0
  4. #2887 JKEve_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:23
    คุณหมาป่าสู้ๆ เปลี่ยนชะตาให้ได้นะ
    #2,887
    0
  5. #2823 RukDeeNan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 22:00
    อ่านแรกๆสนุก ตลกดี สักพักเริ่มอืดๆ เนื่อยๆไปเรื่อยๆไม่มีอะไรน่าสนใจ จนมาถึงตอนนี้คือแบบ เห้ยย พลอตจริงมาแล้วสินะ เข้มข้นชวนติดตามเลย อยากรู้ชนวนเหตุก่อสงครามมาจากใคร ลุ้นว่าจุดจบของเรื่องจะเป็นไง แบบนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย
    #2,823
    0
  6. #2738 Eve-krD (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 18:43
    ขอบคุณตอนนี้ ว่าจะเลิกอ่านไปทำใจยอมรับนิสัยน้องแบมแล้วกลับมาอ่านต่อ แต่ตอนนี้ทำให้มองข้ามนิสัยน้องแบมไปเลย ลุ้นสงครามโว้ยยย มันส์!!!!
    #2,738
    0
  7. #2687 VivoV5 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 18:02
    แจบอมแน่ๆเลย ฮือออออ
    #2,687
    0
  8. #2572 seetonmaidai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 22:42
    ให้ตายเหอะ ขำทุกทีที่กล่าวถึงดินแดนอากาเซ่5555
    #2,572
    0
  9. #2171 ntn.9846 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 15:26
    ชายชัดดำคือใคร นี่สงสัยในตัว แจบอม มากเลย แจบอม ดู ใช่น่า จะชอบพอในตัวจินยอง จนอยากจะอยู่ใกล้ๆซะหน่อย ทำไมถึงอยากอยู่ในปราสาท
    #2,171
    0
  10. #2089 litterrabbitza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 17:39
    โอยยย แต่ละอย่าง ฉันเดาว่าเรื่องพี่จินยองนี่เพราะ พี่อจบอมแน่เลย
    #2,089
    0
  11. #2042 [10000] li (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 10:11
    เอาป้าแม่มดไปเก็บที่ค่าาาใจบ่ดีเลยย
    #2,042
    0
  12. #1967 nemaki chan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 14:43
    เป็นมาม่าลอยมาไกลๆ คงไม่ใช่มั้ยคะ เนอะ ฮืออออ
    #1,967
    0
  13. #1921 _MYYBB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:01
    ลุ้นมากค่ะ ตอนสองแม่มดพูดอะ เดาเล่นๆอยู่แต่ไม่กล้าคิดเป็นตุเป็นตะ งานนี้ถ้าไม่ใช่แจบอมก็แจคสันสินะ แต่ที่กลัวกว่านั้นคือช่วงสุดท้ายที่ทำนายคู่มาร์คแบมนี่ล่ะค่ะ คำว่าห่างไกลกันกี่ร้อยล้านไมล์เนี่ย ทำใจสั่นมากกกกกก เริ่มกังวลนะคะ แบกกันได้แต่ห้ามมีใครเป็นอะไรเชียวนะ ฮือออ
    #1,921
    0
  14. #1911 kyocute (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 12:31
    แฟนตาซีมากๆ ^__^
    #1,911
    0
  15. #1842 N_udaen_G (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 17:41
    แม่มดมาแล้วทำให้หน่วงเลยอะ ฮืออออออออ ช่วยกันเปลี่ยนอนาคตให้ได้นะ!
    #1,842
    0
  16. #1805 gam03 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 15:58
    คืออ่านไปแล้วขนลุกไป ไรท์เก่งมากๆเลยมันเป็นฟิคที่สนุกมากๆ จะติดตามไปเรื่อยๆค่าาา
    #1,805
    0
  17. #1742 맠밤 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 13:41
    อิจฉาคุณแม่มดค่ะได้จับมือนุ่มๆของน้องแบมกับคุณมัคคึ555555555555ตลกตอนมาร์คด่าตัวเองอ่ะ กำลังเครียดๆละหลุดขำเลย รอน้าาาสู่สู่ค่ะ
    #1,742
    0
  18. #1728 Fleur Rose (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 00:46
    ณ จุดนี้ฉันอยากเป้นแม่มดที่มีสองพลังวิเศษมิกซ์รวมกันแล้วผลุบเข้าไปในเรื่องบอกหมาป่ามาร์คให้กระจ่างแจ้ง -*-
    ที่ชาวเมืองร้องไห้เพราะราชาสิ้นหรือเปล่า? จินยองโกรธต้องเกรี้ยวกร้าดแน่ๆอร้ายยย
    ขำที่มาร์คด่าตัวเองในอนาคต และลำไยแฝดโอ้ย จะพูดก็พูดได้มะ นี่ไม่ได้แค่มาร์คคนเดียวที่อยากรู้ ตูก็อยากรู้จ้ะ....
    #1,728
    0
  19. #1727 An_nGOT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 21:55
    สงครามเกิดขึ้นเพราะแจ็ค??? ไม่น่าใช่หมอนั้นอยู่ไกล น่าจะเป็นพี่บีที่อยู่กับนยองมากกว่า?? ที่ทั้งสามนำทัพนี้ เป็นทัพที่ไปแย่งแบมหมวยนยองป่าว???? แบบถูกกีดกันเงี้ย แต่แจ็คแจ แจคงพยายามหนีแจ็คน่าจะตามคนเดียว 55555 มโนเป็นเรื่องราวพยายามจริงๆ
    #1,727
    0
  20. #1726 magraydayy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 01:37
    ไม่ค่อยเจอฟิคแนวแฟนตาซีเลย ชอบมากกก สู้ๆนะไรท์เราจะอยู่กับไรท์จนถึงตอนจบเลย คิคิ สนุกๆเราชอบ
    #1,726
    0
  21. #1725 บาร์บาร่า 👿 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 00:41
    รู้สึกเจ็บลึกๆ ในใจอ่า อ่านไปแต่ละบรรทัดขนลุกจนต้องวางแล้วอ่านต่อเรื่อยๆ เหมือนหนังฮอลิวูด แนวดิสนีย์ แบบนี้เลย มีความแฟนตาซี พล็อตเรื่องเป็นการเป็นงานมาก รวมทั้งการลำเรียงเหตุการ์ณแต่ละขั้นก็ไม่ติดขัด ดูสมูธ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีนะ ใจจิขาดดด สู้ๆนะคะไรท์
    #1,725
    0
  22. #1724 enDEARing (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 20:32
    รออ่านค่ะ
    อย่าหน่วงมาก ได้โปรดดดด

    ใจคอไม่ดี
    #1,724
    0
  23. #1723 White-Snowiee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:19
    ชอบบบบมากก
    #1,723
    0
  24. #1722 Ptttttch (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 13:36
    สู้นะคุณมัคคึ
    #1,722
    0
  25. #1721 Kibibiza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 17:02
    คุณมัคคึคิดได้ดีมากเลย เราไปกะนทั้งสองครอบครัวเลยนะ
    #1,721
    0