BEHIND [Markbam] #มาร์คชอบสั่ง [จบแล้ว]

ตอนที่ 8 : ➸ CHAPTER 7 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 446 ครั้ง
    16 ส.ค. 59


"เพราะฉันสนใจนาย ชัดมะ"






@ บ้านคุณนาย Rose




“ตะหนู ทำอาหารเป็นไหม" คุณยายโรสหันมาถามแบมแบม ในขณะที่มือวางกระเป๋าใบโปรดลงบนโต๊ะ เมื่อถูกถามแบมแบมก็หันมามองมาร์คเพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี ในใจคิดไปไกล จินตนาการต่างๆ เริ่มผุดขึ้นในมโนภาพ การที่มาร์คบอกว่าแบมแบมเป็นเมียเขา ทำให้คนตัวเล็กเดาไม่ออกว่าคุณยายจะทำอะไรกับตน แค่คิดก็กลัวแล้ว




“พะ...พอได้ครับ" ตอบไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ




“งั้นมาช่วยยายทำอาหารล่ะกัน เราจะทำความรู้จักกันด้วย"




คำพูดนั้นทำแบมแบมกลืนน้ำลายไม่ลงคอ อยากจะตีมาร์คเพื่อเป็นการลงโทษที่พาตนมาเจอสถานการณ์แบบนี้ ส่งสายตาไปหาคนตัวสูงเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ช่วยอะไร มาร์คยิ้มกวนๆ กลับมา ทำให้คนตัวเล็กหน้ามู่ทันที




“ตามมาเร็วๆ สิ"




“คร้าบบบบบ" แบมแบมคานรับ เดินไหล่ตกตามคุณยายโรสไป และนั่นทำให้มาร์คต้องหัวเราะออกมา เพราะรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเจ้าตัวเล็ก เมื่อจูเนียร์เห็นแบมแบมไปลับสายตาแล้ว ก็หันไปหาเจ้านายเพื่อถามคำถามที่คาใจ




“คุณมาร์คครับ ผมขออนุญาติถามอะไรได้ไหมครับ" มาร์คหันไปมองหน้าเลขา รอฟังว่าจะถามอะไร "ผมสงสัยว่า ทำไมคุณมาร์คถึงเปิดตัวคุณแบมแบมแบบนั้น ไม่กลัวคุณท่านจะโกรธเหรอครับ"




“นายอ่านฉันไม่ออกเหรอ" เมื่อโดนถามอย่างนั้น จูเนียร์ก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริง เป็นความจริงที่จูเนียร์รับไม่ค่อยได้เท่าไร เขาเคยรู้ทันเจ้านายไปทุกอย่าง แต่ช่วงนี้เขาตามไม่ทัน มันทำให้จูเนียร์รู้สึกแย่ เหมือนกำลังทำงานบกพร่อง




คุณนายโรส จะทำให้แบมแบมซื่อสัตย์ต่อฉันมากขึ้น... เหมือนที่เคยทำกับนายไง"




คำตอบของมาร์ค ทำให้จูเนียร์เข้าใจทุกอย่าง... จูเนียร์รู้แล้วว่าทำไมมาร์คถึงพูดอย่างนั้นกับคุณยาย เพราะการที่มาร์คบอกคุณยายโรสว่าแบมแบมเป็นคนสำคัญ คุณยายก็จะมีคำพูดที่จะบีบให้แบมแบมซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อมาร์ค มันไม่ใช่การใช้ความรุนแรงในการข่มขู่ แต่เป็นการใช้คำพูดที่ใครฟังก็ต้องคล้อยตาม กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเจ้าของได้อีกแล้ว




เหมือนสุนัขที่ถูกฝึกให้เชื่อง ฝึกให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ




“ฉันกลัวแบมแบมจะดื้อ ไม่ยอมทำตามคำสั่งฉัน... ฉันเหลือเวลาไม่มาก ฉันจะตามใจแบมแบมทุกอย่างไม่ได้... ต้องทำให้แบมแบมรู้ว่าเราไม่ได้กำลังวิ่งเล่นอยู่ ถ้าก้าวพลาดครั้งหนึ่ง... ทุกอย่างที่ฉันเตรียมมาก็จะต้องสูญเปล่า นายพอจะรู้ใช่ไหมว่าถ้าเราพลาด จะเกิดอะไรขึ้น"




“ครับ ผมทราบดี"




“ตอนนี้ฉันเหมือนคนพิการ ขาขาดทั้งสองข้าง นายเป็นขาข้างซ้าย ส่วนแบมแบมก็เป็นขาข้างขวา ฉันขาดใครคนหนึ่งไปไม่ได้ ไม่งั้นฉันจะเดินต่อไปไม่ได้ ต่อให้มีไม้ช่วยพยุง ฉันก็เดินอย่างแข็งแกร่งไม่ได้ เพราะฉะนั้น... อย่าทิ้งฉันนะ"




“ต่อให้ตาย... ผมไม่มีทางทิ้งคุณมาร์คแน่นอนครับ เพราะคุณมาร์ค เป็นเจ้าของชีวิตผม"




คำพูดของจูเนียร์ทำคนฟังต้องยิ้มกว้าง มือหนาโอบไปที่ไหล่เลขาเป็นการขอบคุณ ต่อไป... ก็คงจะเหลือแบมแบม จะซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเขาเหมือนจูเนียร์ไหมนะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


BAMBAM PART




ผมหายใจไม่ออก มันน่ากลัว... น่ากลัวมากๆ ทำไมมาร์คต้องมาทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ที่ผม แล้วตัวเขาก็หนีไม่ยอมรับผิดชอบ กลายเป็นผมที่ต้องมาชดใช้กับพฤติกรรมของเขา




มันก็ดีใจอยู่หรอกที่มาร์คเปิดตัวผมกับครอบครัว แต่ไม่คิดจะปรึกษากันก่อนเลยหรือไง แก้ตัวไปก็ไม่ทันแล้ว ดูเหมือนคุณยายจะปักใจเชื่อกับคำพูดของมาร์คมาก




“ตะหนู ล้างผักเสร็จแล้วเอามาวางไว้ตรงนี้นะ"




“คะ...ครับ"




คุณยายก็ดูใจดีอยู่หรอก แต่ถึงยังไงผมก็ยังรู้สึกกดดันอยู่ดี ไม่รู้คุณยายจะชอบผมไหม ผมไม่รวย กำพร้าพ่อแม่ เรียนก็งั้นๆ ไม่มีอะไรดีสักอย่างเลย คิดแล้วอยากจะเอาหัวจุ่มน้ำแทนผักจริงๆ




เมื่อล้างผักเสร็จ ผมก็เดินเอาไปวางไว้ตามที่คุณยายบอก




“เสร็จแล้วก็หั่นแครอทให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ทำได้ใช่ไหม"




“ครับ"




ผมหยิบมีด ทำตามที่คุณยายสั่ง บางทีผมอาจจะกลัวคุณยายมากไปเองก็ได้ มันอาจจะไม่มีอะไรหรอก แต่จะว่าไป... ก็น่าสงสัยเหมือนกันนะ ทำไมทั้งมาร์ค จูเนียร์ และคุณยาย พูดภาษาไทยกันหมด ทั้งที่ดูน่าจะไม่ใช่คนสัญชาติไทย ถ้าถามไปจะโดนคุณยายเอามีดเสียบไหมเนี่ย




“หั่นสวยใช้ได้หนิ เข้าครัวบ่อยล่ะสิ" เมื่อโดนชมก็เล่นทำผมยิ้มออกมา ไอ้แบม มึงคิดมากเกินไปแล้ว คุณยายก็ไม่ได้ดูดุขนาดนั้นสักหน่อย




“ว่าแต่มาเดินทางไกลแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าเอาเหรอ" คำถามนั่นทำผมรู้สึกจุก ความเศร้ามันเข้ามาแทนที่




“คุณพ่อคุณแม่ผม... เสียหมดแล้วครับ" ผมพูดไปตามความจริง คุณยายดูตกใจมาก จนละมือจากการหั่นเนื้อ สายตาที่คู่นั้นที่จ้องมองมาทางผม มันกำลังบอกว่าคุณยายดูตกใจและในขณะเดียวกันก็สงสารผมด้วย ผมไม่รู้จะทำหน้ายังไง เลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ กลับไป




“แล้วอย่างนี้ตะหนูอยู่กับใครลูก ญาติเหรอ" จี้จุดไปอีกครับ




“ผมไม่มีญาติครับ ผมไม่มีใคร ผมอยู่ตัวคนเดียวครับ" ส่วนเมียใหม่พ่อกับไอ้เชี้ยวัฒน์ ผมก็ไม่ได้นับมันเป็นญาติ




แต่ก็ไม่น่าเชื่อ ว่าตัวเองจะผ่านจุดเลวร้ายแบบนั้นมาได้ยังไง มองกลับไปผมก็เพิ่งรู้ว่าผมหนีความเจ็บปวดนั่นมาได้ไกลมาก




“ตายจริง หนูต้องต่อสู้คนเดียวเลยเหรอ" คำพูดของคุณยายทำผมน้ำตาคลอ ผมก้มหน้าก้มตาหั่นแครอทต่อ ไม่อยากจะสบตาคุณยาย เพราะกลัวโดนจับได้ว่าผมกำลังอ่อนแอ "ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมหลานมาร์คถึงเลือกให้หนูมาอยู่ข้างๆ"




ประโยคนั้นทำผมต้องหยุดชะงัก...




“มาร์คเป็นผู้ชายที่จิตใจดี เขาอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้มาก มาร์คช่วยเหลือคนมาตลอด แต่สำหรับหนู ยายไม่รู้ว่าหนูพิเศษยังไง เขาถึงเลือกเลี้ยงดูหนู เหมือนที่เลี้ยงดูจูเนียร์"




“เลี้ยงดู... จูเนียร์" ผมถามกลับเพราะประหลาดใจ ระหว่างมาร์คกับจูเนียร์ มีอะไรงั้นเหรอ...




“ก่อนหน้าที่จูเนียร์จะมาอยู่กับครอบครัวเรา จูเนียร์เคยอยู่สถานสงเคราะห์เลี้ยงเด็กกำพร้ามาก่อน" คุณยายกำลังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ผมสงสัยมานานให้ฟัง ในขณะที่เล่า คุณยายก็หั่นเนื้อไปด้วย ผมเห็นอย่างนั้นเลยเริ่มหั่นแครอทต่อ แต่หูก็ฟังเรื่องที่คุณยายกำลังเล่า




“มาร์คเคยไปเล่นกับจูเนียร์บ่อยๆ มาร์คติดจูเนียร์มาก ถึงขั้นมาขอแม่ไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยเลย" และผมก็อดยิ้มกับความใสซื่อของเด็กชายมาร์คไม่ได้ คุณยายเล่าไปยิ้มไปเหมือนนั่นเป็นความทรงจำที่แสนอ่อนหวาน




“มาร์คบอกยายเสมอว่า จูเนียร์เป็นคนหนึ่งที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เขาสามารถเล่าเรื่องทุกอย่างให้จูเนียร์ฟัง แม้แต่บางเรื่อง... จูเนียร์ยังรู้มากกว่ายายอีก เด็กทั้งสองรู้จักกันได้สี่ปีกว่าๆ ท้ายที่สุด... จูเนียร์ก็ต้องบอกลามาร์ค เพราะมีพ่อคนใหม่มารับไป ยายยังจำได้เลยที่มาร์คมาร้องไห้บอกไม่ยอมให้จูเนียร์ไป แม่จัสมินกับยายพากันยกคำพูดสารพัดสิ่งมาปลอบมาร์ค จนสุดท้าย เราทั้งคู่ก็ต้องเห็นด้วยกับมาร์ค เพราะว่า...”




คุณยายละมือจากการหั่นเนื้ออีกครั้ง ผมเงยหน้าสบตาคุณยายเพราะอยากรู้เรื่องราวหลังจากนั้นต่อ แววตาของคุณยายฉายแววไปด้วยความกลัวและความสงสาร




“มาร์คบอกว่า พ่อใหม่ของจูเนียร์ ไม่ได้รับจูเนียร์ไปเป็นลูก แต่มารับไปเพื่อสนองตัณหาของตัวเอง"




ผมอ้าปากค้างเพราะช็อกเรื่องที่ได้ยิน หัวใจผมสั่นเพราะรู้สึกกลัวแทนจูเนียร์ ขนาดเรื่องไอ้วัฒน์ผมก็กลัวมันแทบตาย แล้วจูเนียร์ล่ะ เขาเป็นเด็ก เขาไม่กลัวมากกว่าผมเหรอ




“เป็นครั้งแรกที่ยายใช้อำนาจเงินในการซื้อใจคน ยายทุ่มเงินจำนวนมากให้กับสถานสงเคราะห์ที่จูเนียร์อยู่ และทุ่มเงินให้ไอ้พ่อเลี้ยงนั่นเปลี่ยนใจ จนในที่สุดจูเนียร์ของเราก็ปลอดภัย และได้มาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเรา"




เรื่องนี้จบได้อย่างสวยงาม ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมจูเนียร์ถึงรู้ใจมาร์ค เพราะเขาทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อนหน้านั่นนี่เอง




“หลังจากนั้นมาร์คก็บอกยายว่ามาร์คจะเป็นคนเลี้ยงดูจูเนียร์เอง และเด็กน้อยของยายก็สามารถดูแลจูเนียร์ได้จริงๆ และนั่นเป็นเหตุผลที่จูเนียร์ต้องซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อมาร์ค คงไม่มีใครอกตัญญูต่อผู้เลี้ยงดูใช่ไหม"




เหมือนโดนคำพูดของคุณยายตบหน้า ให้คิดอะไรได้บางอย่าง... ตอนนี้สถานภาพผมไม่ต่างจากจูเนียร์ ผมมีชีวิตอยู่รอดได้ เพราะว่าเงินของมาร์ค เขาเลี้ยงดูผม... เหมือนอย่างที่ดูแลจูเนียร์ มาร์คกลายเป็นผู้มีพระคุณของผมไปแล้ว




“ตะหนูชื่ออะไรจ๊ะ"




“แบมแบมครับ"




“แบมแบม... ฟังยายนะลูก" น้ำเสียงอ่อนโยน แต่ทำไมผมกลับรู้สึกกำลังจะขาดอากาศหายใจเพราะน้ำเสียงนั่น "ยายไม่รู้หรอกนะว่าความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับมาร์คเป็นยังไง มันอาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนจูเนียร์"




“...”




"แต่มีอย่างเดียวที่เหมือนกัน..."




“...”




“มาร์คประคองให้พวกหนูยืนได้ มาร์คทำให้พวกหนูไม่พบเจอความลำบาก" ผมรู้สึกจุกและแน่นอกไปหมด ผมไม่เคยมองมาร์คแบบนั้นเลยสักครั้ง เมื่อยายพูดแบบนั้น... ผมก็เพิ่งคิดได้ มาร์คมาช่วยผมในวันที่ผมกำลังหมดหนทาง มาร์คมาทำให้ชีวิตของผมเจอแต่เรื่องดีดี ผมไม่คิดว่าผมจะได้นอนเตียงนุ่มๆ ได้อาบน้ำอ่างใหญ่ ได้ใส่เสื้อผ้าดีๆ แต่เขาทำให้ผมได้ทำแบบนั้นทุกอย่าง หาเงินทั้งชีวิต ก็ไม่รู้จะได้สิ่งดีดีแบบนี้เมื่อไรกัน




“...”




“การที่มาร์คช่วยเหลือพวกหนู เขาหวังสิ่งตอบแทนแค่อย่างเดียว"




“...”




ความซื่อสัตย์และจงรักภักดี" ผมเห็นความซื่อสัตย์นั่นที่จูเนียร์มีให้มาร์ค จูเนียร์ไม่เคยหักหลังมาร์ค ผมยังจำได้วันที่จูเนียร์ปฎิเสธที่จะช่วยผมหนี เขาใช้คำพูดว่า 'ผมฟังคำสั่งจากเจ้านายผมคนเดียว' นั่นก็บอกชัดแล้วว่าจูเนียร์ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อมาร์คมากแค่ไหน




คนต่อไป... มันคือผมใช่ไหม...




ตอนนี้หนูมีมาร์คเป็นเจ้านายแล้ว หนูจะไม่ขัดคำสั่งเจ้านายใช่ไหม" ผมรู้สึกจุกกับคำถามนี้ มาร์คพาผมมาอบรมกับคุณยายหรือเปล่าเนี่ย ทำไมผมถึงรู้สึกไม่กล้าที่จะดื้อกับมาร์ค!!




แต่ถ้าผมมีมาร์คเป็นเจ้านายแล้ว... ผมจะได้อยู่ข้างๆ มาร์คตลอดไป เหมือนที่จูเนียร์อยู่ตอนนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้น... ก็ดีล่ะสิ



มาร์คจะไม่ทิ้งผมใช่ไหมครับ" ผมถามกลับเพราะอยากรู้ คุณยายยิ้มกว้าง ในขณะสายตากำลังจดจ่อกับการปรุงรสชาติอาหาร




“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาร์ค แต่มันขึ้นอยู่กับหนู...”




“ขึ้นอยู่กับแบม?"




“ยายจะเปรียบให้หนูฟังนะ ถ้าเราเลี้ยงดูลูกสุนัขกำพร้า ให้ความรักอย่างดี ป้อนอาหารไม่ขาด แต่วันหนึ่ง.. ลูกสุนัขนั่นโตขึ้นมา แล้วแว้งกัดเจ้านายกลับ หนูคิดว่าเจ้านายอยากจะเลี้ยงสุนัขร้ายตัวนั้นอยู่ไหม"




“ไม่.... ครับ"




“ก็เหมือนกับมาร์ค ถ้าเขาโดนหักหลัง ต่อให้เขารักมากแค่ไหนก็ตาม เขาก็ตัดทิ้งออกจากวงจรชีวิตเขาทันที"




“...”




“เป็นยายก็คงทำแบบนั้นเหมือนกัน แฟร์ดีออก" คุณยายพูดพร้อมยิ้มเหมือนว่าเรื่องที่พูดนั่นมันน่าตลก แต่ผมขำไม่ออก ถึงผมไม่เคยคิดที่จะหักหลังมาร์ค แต่สิ่งที่คุณยายพูด มันทำให้ผมกลัว... ผมกลัวมาร์คจะตัดผมออกจากชีวิตเขา




แต่แล้วผมก็ต้องตื่นจากภวังค์ความคิด เมื่อได้ยินเสียงมาร์คหัวเราะลั่นอยู่ตรงสวนหลังบ้าน หันไปมองก็เห็นมาร์คกำลังวิ่งหยอกกับลูกสุนัขตัวน้อย โดยมีจูเนียร์ร่วมเล่นด้วย รอยยิ้มสดใสนั่น ทำผมต้องเผลอยิ้มตาม เขาดูน่ารักมาก เหมือนเขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง




“โธ่! หลานยาย ไม่ว่าจะตัวเท่าไหน ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม" คำพูดของยายทำผมต้องยิ้มกว้าง อารมณ์เครียดๆ ของผมหลายไปทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงหัวเราะของมาร์ค ตอนนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่าผมควรจะปฎิบัติตัวยังไงกับมาร์ค ถ้าการที่ผมจงรักภักดีต่อเขา มันจะทำให้ผมได้อยู่ข้างๆ เขาตลอดไป ผมก็จะยอมให้เขาเป็นเจ้านายผม




ผมหันไปมองมาร์คอีกครั้ง เขาลูบหัวสุนัขของตัวเองด้วยความอ่อนโยน สายตาแบบนั้นแหละที่ผมชอบ ผมชอบเวลาที่เขาอ่อนโยน




“มาร์คดูท่าทางจะรักสุนัขมากเลยนะครับ" ผมพูดไปก็ยิ้มไป




ใช่จ้ะ มาร์ครักสุนัข... เขารักสุนัขของเขาทุกตัว"

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เวลา 02:30 A.M. (เวลาไทย)




@ บ้านยองแจ




WRITER PART




ติ๊ง ติ๊ง ติ๊งๆ




เสียงไลน์ดังขึ้นรบกวนการอ่านหนังสือ ยองแจขมวดคิ้วเพราะรู้สึกรำคาน ในขณะที่ตากำลังจ้องมองตัวหนังสืออยู่ตรงหน้า มือเรียวเลื่อนไปปิดเสียงโทรศัพท์เพื่อตัดการรบกวน




ครืด ครืดๆ ครืดดดดด




ขนาดปิดเสียงแล้ว โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ยังสั่นไม่เลิก ปกติไม่ค่อยมีใครไลน์มาหา คนที่ทักบ่อยๆ ก็คงจะมีแต่แบมแบม แต่นี่ก็ดึกมากแล้วแบมแบมคงไม่ทักมา อีกอย่างลักษณะการไลน์ของแบมแบมจะไม่พิมพ์ถี่ขนาดนี้ คงจะเป็นคนเดียวนั่นแหละที่ไลน์มารบกวน




ยองแจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู อ่านข้อความที่โชว์บนหน้าจอพร้อมคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ ไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร ทำไมถึงอยากจะคุยกับเขาหนักหนา แต่เพราะเป็นคนแปลกหน้าเลยไม่อยากจะตอบไลน์ไป




ครืดดดด ครืดดดดด




'นี่มันเป็นบ้าอะไรของมัน ไม่รู้จักหลับจักนอนหรือยังไง'




บ่นในใจจบ ก็ปลดล็อคหน้าจอพิมพ์หาคนแปลกหน้านั่น




CHOI YJ : ถ้านายยังไม่เลิกทักมา ฉันจะบล็อคแล้วนะ



JACKSON : นายก็ตอบฉันมาก่อนสิ ว่าตอนนี้อยู่ไหน ออกมาเจอกันหน่อยสิ วันนี้ฉันว่าง



CHOI YJ : แต่ฉันไม่อยากเจอ



พิมพ์เสร็จก็กดล็อคหน้าจอ คิ้วยังขมวดเข้าหากันไม่เลิก ละสายตาจากการมองโทรศัพท์ หันมาอ่านหนังสืออีกครั้ง แต่ดูว่าแจ๊คสันจะไม่ยอมเลิกก่อกวนเค้าง่ายๆ



หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นอีกครั้ง ยองแจเลื่อนสายตาไปอ่านว่าคนแปลกหน้าพิมพ์มาว่ายังไง




JACKSON : จะกลับไทยเมื่อไร?




'พิมพ์บ้าอะไรของมันวะ'




JACKSON : ถ้าไม่ยอมเจอที่นี่ ก็ไม่เป็นไร... เดี๋ยวไว้ฉันไปหานายที่บ้านก็ได้ (บ้านที่ไทย)




'พิมพ์อะไรของแม่งวะ แล้วรู้หร๊อว่าบ้านกูอยู่ไหน'




JACKSON : 1924/34 สุขุมวิท 101/1 ใช่ไหม?




ดวงตาเบิกกว้างเพราะตกใจ รีบวางปากกาไฮไลท์ลงบนโต๊ะ หัวใจเต้นแรงเพราะกำลังกลัว เกิดคำถามขึ้นในใจ ไอ้บ้านั่นรู้จักบ้านเค้าได้ยังไง มือสั่นจ่ออยู่ตรงหน้าจอ ไม่รู้จะทำยังไงต่อดี




หลังจากที่คิดอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจตัดปัญหานั่นไป นิ้วเรียวเปิดอ่านแชท ปรากฎ Read ไปที่ฝ่ายตรงข้าม หัวใจเต้นรัวไม่รอช้าที่จะกดปุ่ม Block พอกดไปแล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตัดปัญหาเลี่ยงที่จะพูดคุยดีที่สุด จ้องมองข้อความก่อนหน้านั้นที่แจ๊คสันพิมพ์มา หัวใจก็ยังเต้นแรงไม่เลิก เลขที่บ้านที่พิมพ์มามันถูกต้องเดะๆ แปลกใจว่าฝ่ายตรงข้ามรู้จักบ้านเขาได้ยังไง




จ้องมองชื่อพร้อมกับรูปที่ปรากฎอยู่ในไลน์ก็รู้สึกหงุดหงิดใจ นักร้องเป็นร้อยเป็นพัน ทำไมต้องเป็นนักร้องที่ตนเองไม่ชอบด้วยนะ! ถึงรู้ว่านี่ไม่ใช่ตัวจริง แต่มันก็รู้สึกอึกอัดใจที่เห็นชื่อนั่นและรูปของแจ๊คสัน มันทำให้รำคานใจ




ครืดดดดดด ครืดดดดดด



เพราะกำลังจิตใจจดจ่อกับแชทนั่น พอมีคนโทรเข้ามาก็เลยสะดุ้ง ตาเล็กจ้องมองเบอร์แปลกที่โทรมา ยิ่งเห็นตัวเลขแปลกๆ ที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอมันทำให้รู้สึกแปลกใจมากกว่าเก่า




“ฮัลโหล" ในที่สุดก็ตัดสินใจรับสายไป




(ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบ) เสียงแหบแห้งดังจากคู่สาย คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันอีกครั้ง




“ใคร?”




(เห้อ~ จะให้ฉันพูดสักกี่ที ฉันหวัง แจ๊คสัน!) เมื่อปลายสายตอบมาอย่างนั้น ถึงกับหัวเราะในลำคอ ทำไมพวกแฟนคลับของแจ๊คสันถึงชอบก่อกวนเขานัก!




'แต่เดี๋ยวนะ! ทำไมเมื่อกี้ไอ้บ้านั่นพูดว่าทำไมอ่านไลน์ไม่ตอบ'




“อย่าบอกว่าคนเดียวกันกับในไลน์"




(อืม)




“มีเบอร์ฉันได้ยังไง!”




(ฉันไม่ได้รู้แค่เบอร์ ฉันยังรู้ด้วยว่าบ้านนายอยู่ไหน)




“ไอ้โรคจิต!! มึงต้องการอะไร"




(ทำไมพูดจาไม่เพราะแบบนั้นล่ะครับ? นี่หวังแจ๊คสันเลยนะ กล้าพูดแบบนี้ได้ยังไงหะ )




“ไปเล่นไกลๆ ป่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมาคุยกับคนแบบนายหรอกน่ะ"




(คนแบบฉันมันทำไม!!!)




“น่ารำคาน!! กวนอยู่ได้ ไม่มีมารยาท !!!”




(ทำไมตอบแบบนี้?)




“ทำไมจะตอบไม่ได้วะ เลิกยุ่งกับฉันสักที ฉันไปทำอะไรให้หะ!!!”




(เพราะฉันสนใจนาย ชัดมะ)




ตะลึงค้างอยู่กลางอากาศ หัวใจเต้นแรงหลังจากได้ยินประโยคนั้น เป็นครั้งแรกที่มีคนมาพูดอะไรแบบนี้ เจอทีเล่นทำตั้งตัวไม่ถูกเลย แต่ถึงยังไงไม่หวั่นไหวหรอก มีแต่จะกลัวมากกว่าเก่า




“แต่ผมไม่ได้ชอบคุณ และไม่มีทางจะชอบด้วย เลิกก่อกวนสักที"




(จำคำพูดของตัวเองให้ดีนะยองแจ)




“ทำไม?”




(ฉันจะทำให้นายต้องกลืนน้ำลายตัวเอง)




“เหอะ! งั้นรอชาติหน้าเถอะ"




(งั้นก็จำคำพูดของฉันไว้... คนอย่างหวัง แจ๊คสัน ไม่เคยแพ้ใคร)




“งั้นก็จำคำพูดฉันไว้เหมือนกัน ไม่มีใครเอาชนะชเว ยองแจได้!”  

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

@ บ้านคุณนายโรส




เวลา 08.23 P.M. (เวลาที่ Los Angeles)




BAMBAM PART




โอ้ยยยยยย รู้สึกอิ่มจนพุงจะแตกอยู่แล้ว คุณยายทำอาหารอร่อยมากกกก อร่อยจนผมแทบจะวางช้อนไม่ได้เลย นอกจากอาหารจะอร่อย บรรยากาศบนโต๊ะก็สนุกมากด้วย ผมไม่ได้รับบรรยายกาศที่อบอุ่นแบบนี้มานานแล้ว คุณยายน่ารัก แถมใจดีกับผมมากๆ ด้วย คุณยายไม่ถือตัวกับผมเลย ทั้งที่ผมเป็นใครมาจากไหนไม่รู้ แต่คุณยายก็ไม่รังเกียจ และนั่นทำให้ผมรู้สึกชอบคุณยายมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ตอนแรกผมจะแอบกลัวมากเถอะ แต่อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นเราพูดเรื่องเครียดๆ อยู่ เลยทำให้ผมเหมือนขาดอากาศหายใจเพราะคำพูดของคุณยายมั้ง แต่ตอนนี้ ผมเลิกกลัวคุณยายแล้วล่ะ




“เดี๋ยวแบมล้างจานให้เองครับ" ผมอาสาเป็นคนล้างจาน




“ไม่ต้องหรอกตะหนู เดี๋ยวยายล้างเอง"




“ให้แบมล้างเถอะครับ แค่นี้ผมก็เกรงใจคุณยายจะแย่แล้ว" คุณยายมองหน้าผมเหมือนไม่อยากให้ผมทำ ผมเลยส่งยิ้มให้คุณยายเป็นการบอกว่าผมทำได้จริงๆ




“ก็ได้จ้ะ งั้นยายฝากหน่อยนะจ๊ะ" เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมก็สบายใจ ผมรวบรวมจานเตรียมตัวไปล้าง แต่จูเนียร์มาแย่งจากมือผมไปก่อน




“เดี๋ยวผมช่วยนะครับ"




“ไม่ต้องหรอกจูเนียร์ แบมทำเองได้"




“ให้ผมช่วยนะครับ เห็นคุณแบมแบมทำคนเดียว ผมไม่ค่อยสบายใจ" ทำไมต้องพูดให้มันดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ผมหันไปมองหน้ามาร์ค เขาส่งยิ้มพร้อมพยักหน้าให้ผม เหมือนเป็นการบอกให้ผมยอมให้จูเนียร์ช่วย




"ก็ได้ครับ" ผมตอบไป จูเนียร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำเข้าไปในครัวก่อน ผมเลยเดินตามไป




“แบมแบม" เพราะถูกมาร์คเรียกผมเลยหยุดและหันไปมองที่ต้นเสียง "เดี๋ยวล้างเสร็จแล้ว ไปหาฉันที่สวนหลังบ้านนะ" ผมพยักหน้าเชื่อฟังเขาอย่างว่าง่าย แค่คิดว่าจะได้อยู่กับมาร์ค หัวใจเต้นแรงอีกแล้ว ยิ่งสบตามาร์คมันทำให้ผมรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า ผมเลยรีบเดินหนีออกมาก่อน เพราะกลัวจะโดนจับว่าเขิน




ผมเดินกลับเข้ามาในครัวพร้อมกับใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ หันเห็นจูเนียร์เริ่มชิงมือล้างจานล้วงหน้าไปก่อนแล้ว เลยสะบัดหัวให้เลิกคิดเรื่องมาร์ค ก่อนจะรีบเข้าไปช่วยจูเนียร์




เพราะได้ยินเรื่องที่คุณยายเล่า มันเลยทำให้ทุกครั้งที่ผมเห็นหน้าจูเนียร์ก็รู้สึกอดสงสารไม่ได้ ผมคิดว่ามีผมคนเดียวที่เจอเรื่องเลวร้ายแบบนั้น แต่พอมาฟังเรื่องของจูเนียร์ รู้เลยว่าเขาลำบากกว่าผมเยอะ เพราะอย่างนั้นผมเลยไม่อยากให้จูเนียร์มาปฎิบัติกับผมทำเหมือนว่าผมเป็นเจ้านายเค้าไปอีกคน ทั้งที่ผมกับจูเนียร์เราอยู่ในสถานะเดียวกัน ผมไม่ควรจะทำตัวได้สิทธิพิเศษมากกว่าจูเนียร์




“จูเนียร์... ต่อไปจูเนียร์ไม่ต้องจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้แบมแล้วนะ" คำพูดของผมทำให้จูเนียร์หันมามองหน้าผมอย่างแปลกใจ




“ทำไมครับ"




“แบม... เกรงใจ และอีกอย่าง... แบมโตแล้ว ไม่ต้องมาดูแลแบมขนาดนี้ก็ได้" ผมไม่อยากให้จูเนียร์รู้ว่าผมรู้เรื่องเขา ไม่งั้นเขาก็คงจะรู้สึกแย่




“ไม่ได้หรอกครับ การดูแลคุณแบมแบมเป็นหน้าที่ของผม ให้ผมทำเถอะนะครับ"




“ไม่เอา แบมไม่อยากให้ใครดูแล แบมดูแลตัวเองได้ อ้อ! อีกเรื่อง จูเนียร์เลิกใช้คำว่าคุณกับแบมสักที"



“ไม่ได้ครับ ผมถูกฝึกให้พูดแบบนี้ ถึงคุณแบมแบมจะห้ามให้ผมพูด ยังไงผมก็พูดอยู่ดี"




“ถูกฝึก? ใครเหรอ มาร์คฝึกให้จูเนียร์พูดเหรอ" จูเนียร์ยิ้มพร้อมส่ายหัวเป็นการปฎิเสธ นอกจากคนชอบสั่งอย่างมาร์ค จะเป็นใครกันที่ทำให้จูเนียร์เชื่อฟัง "งั้น... เอาอย่างนี้ไหม ถ้าจูเนียร์เรียกแบมว่าคุณ แบมก็จะเรียกจูเนียร์ว่าคุณเหมือนกัน"



อย่าเลยครับคุณแบมแบม"




“คุณจูเนียร์ห้ามแบมไม่ได้หรอกครับ" ผมส่งยิ้มกลับอย่างยวนยี ทำจูเนียร์ต้องหลุดหัวเราะออกมา




“คุณแบมแบมนี่ดื้อจริงๆ เลยนะครับ คุณมาร์คบ่นให้ฟังบ่อยๆ ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอก พอได้เจอกับตัวเอง รู้เรื่องเลย"




“แบมไม่ได้ดื้อสักหน่อย โดนมาร์คเป่าหูมากเกินไปแล้วนะจูเนียร์ เอ้ย! คุณจูเนียร์" เพราะผมไม่ค่อยชินการเรียกว่าคุณ เลยทำให้พูดผิดพูดถูก และนั่นทำให้จูเนียร์ต้องหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง




“ไม่ชินก็ไม่ต้องพูดครับ เพราะผมพูดเป็นประจำ มันเลยไม่ได้ฝืนเท่าไร" เขายกมุมปากเล็กน้อย ส่งยิ้มสไตล์เขามาให้ผม รอยยิ้มอบอุ่นที่ทำผมอดยิ้มตามไม่ได้ ผู้ชายอบอุ่นแบบจูเนียร์ จะมีคนที่ชอบหรือยังน้า คนที่จูเนียร์ชอบต้องโชคดีมากแน่ๆ ผู้ชายหัวใจอบอุ่นแบบนี้ใครอยู่ด้วยก็สบายใจ




“อ้อ! คุณแบมแบมครับ ผมขออนุญาติถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ"




“อื้อ ได้สิ ถามอะไรเหรอ"




“คุณแบมแบม.... สนิทกับคุณเจบีมากไหมครับ" หือ ทำไมจูเนียร์ถึงถามถึงไอ้พี่เจบี น่าสงสัยแหะ



“ก็ประมาณนึง ทำไมเหรอ"




“ผมไม่เข้าใจคำพูดของคุณเจบีน่ะครับ"




“คำพูดอะไรเหรอ"





ทำไม... คุณเจบีถึงบอกอยากผม... แต่งตัวคอสเพย์เป็นไก่"




คำพูดของจูเนียร์ทำผมแทบสำลักน้ำลายตัวเอง รู้สึกร้อนไปทั้งหน้าเพราะรู้สึกเขินแทน จูเนียร์หันมาจ้องหน้าผมเหมือนอยากรู้คำตอบ โอ้ยยยยยย ไอ้พี่เจบี เอาแล้วๆ สองคนนี้ต้องมีซัมติ่งกันชัวร์ๆ ว่าแต่ไปแอบคุยกันตอนไหนวะเนี่ย ทำไมผมไม่รู้




“จูเนียร์คุยกับพี่เจบีบ่อยเหรอ" ผมถามไปเพราะอยากเสือก




“กะ... ก็ มีไลน์คุยกันบ้าง... เวลาที่ผมว่างน่ะครับ" จูเนียร์หลบสายตาผม แก้มของจูเนียร์แดงอย่างเห็นได้ชัด หน่อๆ สายตาไอ้แบมผิดที่ไหนล่ะ ตอนนั้นก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมสองคนนี้คุยกันแปลกๆ ที่แท้ก็มีซัมติ่งกันนี่เอง โอ้ยยยยย คิดแล้วอยากขำ คนห่ามๆ อย่างไอ้พี่เจบี จีบคนเป็นด้วยเหรอเนี่ย!




“มีอะไรเหรอครับ ทำไมถึงต้องยิ้มด้วย" เพราะโดนจูเนียร์ถาม ผมก็เพิ่งรู้ตัวเอง (เสือก) เขินออกนอกหน้าเกินไปหน่อย เพราะไอ้คำพูดว่าแต่งคอสเพย์เป็นไก่ทอดนี่แหละ ทำให้ผมคิดไปถึงไหนต่อไหน 




จะไม่ให้ผมคิดได้ยังไงล่ะ ก็ไอ้พี่เจบีมันชอบแดกไก่ และมันแดกเป็นชีวิตจิตใจด้วย งั้นก็หมายความว่า... พี่เจบีก็อยากกินจูเนียร์น่ะสิ




โอ้ยยยยยย ไอ้แบมนี่เขินแทนเลย ถ้าจูเนียร์รู้ความหมายจริงๆ คงจะเขินตายแน่ๆ




“แล้วสรุป... เรื่องชุดไก่ นี่มันหมายความว่ายังไงเหรอครับ"




“เดี๋ยวก็รู้เอง" ขอยืมคำพูดมาร์คมาใช้หน่อยล่ะกัน ผมไม่อยากจะทำร้ายพี่เจบี ปล่อยให้เขาอธิบายด้วยตัวเองดีกว่า




บ้าจริง! ทำไมผมหยุดยิ้มไม่ได้ จิ้นโว้ย!!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


หลังจากที่ผมและจูเนียร์ล้างจานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จูเนียร์ขอตัวไปพัก ส่วนผมก็ไปหามาร์คที่สวนหลังบ้านตามที่มาร์คบอก เมื่อเปิดประตูหลังบ้านออกไป ผมก็ต้องตะลึงค้างกับภาพที่เห็น ผมเดินตรงไปหามาร์คที่นั่งอยู่บนโต๊ะ พร้อมจ้องมองภาพที่เห็นอย่างไม่ละสายตา




“มะ... มาร์ค นั่นมันของจริงใช่ไหม" ผมชี้ไปตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะตั้งแต่มาผมไม่รู้เลยว่าหลังบ้านคุณยายจะมีวิวเห็นป้าย Hollywood ด้วย ถึงมันไม่ใกล้มาก แต่มันก็เป็นมุมที่เห็นอย่างพอดิบพอดี ยิ่งตอนกลางคืนมันทำให้ป้ายมันเด่นลอยออกมา เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่คิดว่าจะได้เห็นด้วยตาด้วยเองแบบนี้




“มันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ"




“ก็แบมไม่เคยเห็นกับตาหนิ"




“นี่ เลิกสนใจป้ายนั่น แล้วมาสนใจฉันได้แล้ว" เพราะเอาแต่สนใจป้ายฮอลลีวูด ทำให้ผมไม่ทันได้ตั้งตัว เลยถูกมาร์คดึงไปอยู่ในอ้อมกอด จากที่ตื่นเต้นเรื่องป้าย ก็เปลี่ยนมาตื่นเต้นเรื่องมาร์คแทน "หรือถ้าชอบป้ายนี่มาก... ถ่ายเซ็ทที่สามที่นี่เลย ดีไหม"




มาร์คกระซิบข้างหูผม เล่นทำผมร้อนไปทั้งหน้า มะ... มันไม่โจ่งแจ้งไปหน่อยเหรอ สวนหลังบ้านเนี่ยนะ!! ถ้าคุณยายมาเห็นจะว่ายังไงเนี่ย




“ไม่เอา... แบมไม่ชอบแล้ว"




“ทำไมล่ะ ไม่อยากสวีทกับฉันเหรอ"




คะ...คนบ้า ดูพูดจาเข้า!!




“มาร์ค เรียกแบมมาหา มีอะไรเหรอ" ผมพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะตอนนี้ขืนคุยเรื่องนั้นต่อ ผมว่าผมละลายแน่ๆ




“เปล่าหรอก... แค่อยากอยู่ด้วย"




ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก




หัวใจผมเต้นแรงเป็นพันเท่า มาร์คสวมกอดผมจากด้านหลัง ก่อนจะทิ้งหัวของเขาไว้ที่บ่าผมก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา เหมือนเขามีเรื่องเครียดอยู่ในใจ ผมไม่รู้ว่าเขาเครียดเรื่องอะไร แต่อยากให้เขารู้สึกดีขึ้น เลยเอามือไปลูบที่หลังมือมาร์คเบาๆ เป็นการปลอบเขา




“มาร์ค แบมถามอะไรหน่อยได้ไหม" มาร์คไม่ตอบอะไร แต่ผมคิดว่าเขาน่าจะรอฟังอยู่ "ทำไมมาร์คถึงบอกคุณยายแบบนั้น"




“บอกอะไร"




“บอกว่า... แบมเป็น...มะ...เมีย"




“ทำไม ไม่ชอบให้ฉันเรียกแบบนี้เหรอ"




“ปะ...เปล่า มันไม่ทันได้ตั้งตัวน่ะ" หัวใจผมเต้นแรงหนักกว่าเก่า อยากจะถามประโยคหนึ่งออกไป แต่ไม่รู้ว่าพูดออกไปจะดีหรือเปล่า




“มาร์ค... ถ้าแบมเลิกดื้อกับมาร์ค... ถ้าแบมเชื่อฟังคำสั่งมาร์คทุกอย่าง... มาร์คยังจะทิ้งแบมอยู่ไหม" ในที่สุดผมก็ตัดสินใจถามออกไป




เพราะคำพูดของคุณยาย ทำให้ผมรู้สึกไม่ควรจะดื้อกับมาร์ค ผมควรจะตอบแทนบุญคุณมาร์ค ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะมาร์ค ถึงแม้ว่า...ความรู้สึกของผมมันจะเกินคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง แต่การที่ผมได้อยู่ในอ้อมกอดมาร์คแบบนี้ทุกวัน มันก็คุ้มค่าแล้ว




“ยอมเชื่อฟังคำสั่งฉันทุกอย่างเหรอ..." หัวใจผมหวิวตามคำพูดนั้น แต่เพราะได้ข้อคิดมาผมเลยคิดว่าผมไม่ควรจะปฎิเสธคำพูดนั้น




“อือ... ทุกอย่าง"




ผมตอบไปจบ มาร์คก็ผลักผมออกจากอ้อมกอดเขา ก่อนจะดึงผมให้หันไปมองหน้ากับเขาตรงๆ หัวใจผมเต้นรัวเพราะไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ตอบตกลงแบบนั้น ตาคมจ้องมองหน้าผมอย่างไม่ละสายตา มือหนาของเขาจับไปที่แขนทั้งสองของผมไว้แน่น เขากระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นการยิ้ม




“เก่งมาก เด็กดีของฉัน" มาร์คลูบหัวผมเบาๆ พร้อมส่งยิ้มให้เหมือนเขาพอใจที่ผมตอบอะไรที่ตรงใจเขา




“แบมเป็นเด็กดีแล้ว มาร์คจะไม่ทิ้งแบมใช่ไหม" ผมถามจบ ก็โดนมาร์คดึงไปอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง เพราะเขานั่งอยู่บนโต๊ะ และผมยืนอยู่ เลยทำให้มาร์คต้องเงยหน้ามองผม หัวใจผมเต้นแรงหนักกว่าเก่า ยิ่งจ้องมองสายตาที่อ่อนโยนนั่นมันทำให้ผมรู้สึกหลอมละลาย ผมรู้สึกว่ามาร์คกลายเป็นผู้ชายอบอุ่น ผ่านสายตาคู่นั้น




“แบมแบม... ฟังคำพูดฉันไว้นะ...” เพราะเขาบอกให้ฟัง หัวใจผมก็เต้นแรงลุ้นว่าเขาจะพูดว่าอะไร







"ฉันจะไม่มีวันทิ้งคนในครอบครัวของฉันเป็นเด็ดขาด"




"..."




"ถ้าอยากอยู่กับฉันตลอดไป ก็... มาอยู่ครอบครัวเดียวกันกับฉันสิ"







ผมกดมือไปที่บ่ามาร์ค รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา อาจเป็นเพราะน้ำตามาจ่อที่ขอบตาเลยทำให้ผมมองหน้ามาร์คไม่ชัด ริมฝีปากผมสั่นเพราะกำลังจะร้องไห้ คำพูดนั่นยังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทผม เพราะมันซึ้งมาก ผมเลยปล่อยน้ำตาไหลรินออกมา มาร์คยิ้มให้ผมอย่างอบอุ่น ก่อนจะใช้อุ้มมือของเขาปาดน้ำตาผมอย่างอ่อนโยน




“มะ... มาร์คพูดจริงเหรอ"




อื้อ... แต่ครอบครัวฉันเล็กนะ มีแค่ฉัน จูเนียร์ และคุณยาย ไม่ได้อบอุ่นมากเท่าไรหรอก"




“แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว" ผมโผกอดมาร์คไว้ ปล่อยน้ำตาแห่งความดีใจออกมาอย่างไม่ขาดสาย มาร์คกระชับผมไปอยู่ในอ้อมกอดเขาไว้แน่นกว่าเก่า มือหนาของเขาลูบหลังผมเป็นการปลอบ




“การที่ฉันให้นายเข้ามาอยู่ในครอบครัวของฉัน... มันก็เป็นการบอกแล้วว่านายสำคัญกับฉันมากแค่ไหน"




ประโยคนั้นทำผมน้ำตาซึมมากกว่าเก่า ผมโหยหาคำนี้มานานมาก.... คนสำคัญ




ใครที่คิดจะหักหลังคนในครอบครัวของฉัน ฉันไม่ปล่อยไว้แน่... ฉันไม่อยากจะเสียนายไป... เพราะฉะนั้น... อย่าหักหลังฉันนะ "




“อื้อ แบมจะไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด"




และอย่าทิ้งฉันนะ” ผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ผมรู้สึกได้ว่าเสียงของเขาสั่นนิดๆ เหมือนว่าเขากลัวว่าผมจะทิ้งเขาไป เมื่อโดนมาร์คเป็นฝ่ายรั้งให้อยู่ มันทำให้ผมรู้สึกดีใจมาก อย่างน้อยผมก็ได้อยู่ในฐานะคนสำคัญของเขา




มาร์คผละผมออกจากอ้อมกอด และนั่นทำให้ผมได้เห็นจมูกเขาแดงเหมือนกัน ผู้ชายคนนี้ทำให้ผมแปลกใจทุกครั้งเลย บางคนเขาก็ชอบทำเมินเฉย บางครั้งเขาก็ทำเป็นสนใจ ทำไมเขาไม่ชอบแสดงออกตรงๆ ให้ผมเห็น ว่าเขารู้สึกยังไงกับผมกันแน่




มาร์คใช้อุ้มมือมาปาดน้ำตาผมอีกครั้งดูเหมือนกำลังแสดงอบอุ่น แต่แววตาของเขากำลังฟ้องว่าเขากำลังเจ็บปวดกับบางอย่าง มันทำให้ผมอดอยากรู้ไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่




“ฉันเหนื่อยเหลือเกิน...” แววตาเขาไหวระริก ในขณะที่ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปที่แก้มผมเบาๆ เพราะเขากำลังเศร้า มันทำให้ผมรู้สึกหดหู่ตามไม่ได้




“ถ้าเหนื่อยก็พัก" ไม่รู้เขาเหนื่อยเรื่องอะไร แต่ก็พูดออกไปเป็นการให้ปลอบเขา

 



“ฉันพักไม่ได้แล้ว... แค่หยุด... ฉันก็รู้สึกเหมือนโดนเอาปืนมาจ่อที่หลัง มันบอกให้ฉันวิ่งต่อ"




“มาร์คกำลังหนีอะไรเหรอ"




“หนีความกลัว...” ตาของเขาแดงกร่ำเหมือนว่าเขากำลังจะร้องไห้ ผมไม่เคยเห็นมาร์คเป็นแบบนี้มาก่อน




“มาร์คกลัวอะไรเหรอ" คำถามของผมทำเขากระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เหมือนเขากำลังจะฝืนยิ้ม




เดี๋ยวสักวันนายก็คงจะรู้เองแหละว่าฉันทำอะไร แต่ตอนนี้ฉันบอกอะไรนายมากไม่ได้ ยิ่งรู้นายรู้เยอะ ตัวนายจะไม่ปลอดภัย" ทำไมมาร์คพูดน่ากลัวแบบนั้น นี่เขากำลังแอบทำอะไรอยู่ ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายใช่ไหม "นายคงไม่อยากเจอคนที่มีอำนาจสั่ง มากกว่าฉันใช่ไหม"




คำพูดของมาร์คทำให้ผมไม่ลังเลที่จะพยักหัวยอมรับ แค่มาร์คคนเดียวก็เหนื่อยพอแรงแล้ว ยังมีขั้นกว่ากว่านี้อีกเหรอ และกระทำของผมจะทำให้มาร์คยิ้มออกมาได้ เขาผ่อนลมหายใจออกมาเหมือนเป็นการปัดเป่าเรื่องเมื่อกี้




“งั้นตอนนี้.. ฉันขอกำลังใจจากเด็กดีหน่อย"




“กำลังใจอะไรเหรอ" ผมเม้มปากแน่นเพราะกำลังเขินที่เขาเรียกผมว่าเด็กดี




“จูบมาร์คหน่อยสิครับ" อยู่ก็พาเปลี่ยนโหมดจนผมปรับอารมณ์ตามไม่ทัน




“บะ...บ้า! น่ะ" เพราะเขินผมเลยเอามือตีไปที่มาร์ค เขาได้แต่ยิ้มจนเห็นเขี้ยวน่ารักทั้งสองข้างของเขา



“เป็นเมียฉัน ต้องกล้าจูบฉันสิ เอ๊ะ! หรือว่าไม่อยากเป็น" มาร์คยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ทำผมแทบจะบิดเป็นเกียวเพราะเขิน "ไม่อยากเป็นแล้วเหรอ"




เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงอ้อน ใครบอกว่าไม่อยากเป็นล่ะ!




แล้วผมก็โน้มตัวลงไปจูบมาร์คเพื่อเป็นการบอกว่าผมอยากโดนเรียกเขาแบบนั้น มาร์คพริ้มตาลงก่อนจะกระชับผมไปอยู่ในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง เขาค่อยๆ ขยับริมฝีปากเป็นการจูบที่นุ่มนวล ผมพริ้มตาลงพร้อมกับแก้มที่ร้อนฉ่า ไม่รู้จะวางมือตรงไหน ผมเลยเอาไปโอบกอดเขาไว้แน่น มาร์คพยายามแน่นทุกสัมผัส ขยับริมฝีปากอย่างเชื่องช้า เหมือนอยากให้ผมซึมซับความอ่อนโยนนี่ไว้นาน




เพราะชอบที่เขาอ่อนโยนแบบนี้ กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็รักผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้ว

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

WRITER PART




บรรยากาศกำลังโรแมนติก มาร์คมอบสัมผัสที่อบอุ่นให้กับแบมแบมอยู่นานอยู่หลายนาที ตาคมเปิดออกเพราะอยากจะมองหน้าคนตัวเล็กตอนนี้ แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับใครบางคนที่อยู่ตรงชั้นสอง พยายามเพ่งมองก็เห็นว่าคุณยายกำลังแอบมองอยู่ เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้ให้คุณยายเห็น




เพราะรู้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่สอง และก็ไม่ชอบให้ถูกจ้องมองแบบนั้น มาร์คเลยค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ช้อนคางเล็กที่กำลังหลบสายตาให้จ้องมองเขาอีกครั้ง




“กลับโรงแรมกัน นายจะได้พักผ่อนด้วย" แบมแบมพยักหน้าเชื่อฟังอย่างว่าง่าย มือหนาขยี้หัวคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู "เดี๋ยวฉันไปลาคุณยายก่อน นายไปบอกจูเนียร์ให้เตรียมรถล่ะกัน"




“แบมอยากลาคุณยายด้วย"




“เดี๋ยวฉันลาให้ เพราะฉันมีเรื่องส่วนตัวอยากจะคุยกับคุณยายอยู่พอดี" เมื่อได้ยินอย่างนั้น แบมแบมก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ คนตัวสูงจูงมือแบมแบมออกมาจากที่ตรงนั้น ก่อนจะแยกทางกัน โดยแบมแบมเดินไปหาจูเนียร์ และมาร์คก็ขึ้นไปชั้นสองเพื่อไปบอกลาคุณยายโรส




มาร์คพาตัวเองมาหยุดอยู่ตรงที่ตำแหน่งที่เห็นคุณยายครั้งล่าสุด ตอนนี้คุณยายโรสก็ยังยืนอยู่ที่เดิม มองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ มาร์คไม่รู้จะพูดยังไงดี เพราะเขินที่ถูกมองฉากเลิฟซีนเมื่อกี้ ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร คุณยายโรสก็หันมาซะก่อน




“ตะหนูนั่น... มีความสัมผัสลึกซึ้งกับหลานจริงเหรอ" เมื่อโดนถามตรงๆ คนตัวสูงก็หน้าแดงขึ้นมาทันที




“คะ...ครับ" ตอบกลับอย่างแมนๆ คุณยายโรสนิ่งไปสักพัก ก่อนจะนั่งลงตรงโซฟาราคาแพง มาร์คเห็นอย่างนั้นเลยเดินเข้ามากอด เป็นการอ้อนยายตัวเอง




“อ้อนเก่งนักนะ คงจะอ้อนตะหนูนั่นเหมือนกันน่ะสิ"




“โหยยยย ไม่งอนนะครับ ยังไงมาร์คก็รักคุณยายเหมือนเดิมนะ" เมื่อโดนหลานอ้อน ก็อดยิ้มตามไม่ได้ มือเหี่ยวลูบไปที่หลังหลานอย่างเอ็นดู




ตะหนูนั่น จะจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อหลาน มาร์คไม่ต้องห่วงนะลูก" คำพูดนั้นทำคนตัวสูงยิ้มกว้างออกมา เพราะหลังจากที่ให้แบมแบมได้ทำความรู้จักกับคุณยายโรส ต่อมาเจ้าตัวเล็กมาบอกว่าจะเลิกดื้อ ทั้งที่เคยสอนหลายครั้งก็ไม่จำ แต่คุยกับคุณยายครั้งเดียวก็เหมือนหนังคนละม้วน




ผมเชื่อแล้วล่ะครับ คุณยายจัดการได้อยู่หมัดทุกคนเลย มีทริคอะไรสอนมาร์คบ้างดิ เผื่อแบมแบมดื้ออีก มาร์คจะได้จัดการเองได้" มาร์คถามไปอย่างไม่ได้หวังคำตอบ เพียงแค่อยากจะชมที่ยายเก่งเท่านั้น




“อย่าสั่ง แต่ให้ใช้คำพูดเหมือนขอร้อง" มาร์คพยักหัวเหมือนกำลังตื่นเต้นกับความรู้ใหม่





"มันก็เหมือนพวกลูกสุนัขนั่นแหละ ทั้งที่คำสั่งเดียวกัน แต่โทนเสียงต่างกัน มันจะยอมทำตามเสียงที่อ่อนโยนมากกว่า"





คำพูดประโยคนั้นทำคนฟังอย่างมาร์คตกใจไม่น้อย ร่างสูงผละตัวเองออกจากอ้อมกอดยาย พร้อมเงยหน้ามองเพื่ออยากรู้คำตอบ




“คุณยายแค่เปรียบเทียบหรือว่า.... กำลังหมายถึง...”




“จะเปรียบเทียบหรือหมายถึง มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ เราให้น้ำให้ข้าวมัน มันก็ต้องซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเราสิ"




แววตาคนตัวสูงไหวระริกเพราะกำลังรู้สึกโกรธ ไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดแบบนี้จะหลุดออกมาจากคุณยายผู้แสนใจดีของเขา





จูเนียร์กับแบมแบมไม่ใช่สุนัข เค้าเป็นคนในครอบครัวของผม ผมไม่เคยมองพวกเขาต่ำแบบนั้น!!!" มาร์คกดเสียงต่ำมือสั่นเพราะรู้สึกโมโห ที่เขาให้คุณยายกล่อมแบมแบมเพราะคิดว่ายายมีคำพูดปลอบให้แบมแบมคิดได้ แต่ไม่คิดว่าการที่ยืมมือคุณยายให้มาช่วย จะกลายเป็นเหมือนเห็นด้วยกับความคิดต่ำๆ นั่น





“ยายตั้งหาก... ที่คือครอบครัวของหลาน"




รู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองย้อนกลับไป ตลอดเวลาที่คุณยายโรสเอ็นดูจูเนียร์ ไม่ใช่เพราะรักแบบลูกหลานหรอกเหรอ แล้วไหนจะวันนี้อีก ดูแลแบมแบมดีเหมือนกับลูกของตัวเอง แล้วอย่างนั้นจะไม่ให้มาร์ครู้สึกเสียใจได้ยังไง ที่ความจริงเปิดเผยมาว่าคุณยายโรสมองทั้งคู่แค่สุนัข




"ถ้าคุณยายอยากอยู่ครอบครัวเดียวกันกับผม ก็เลิกมองพวกเขาแบบนั้นซะ"




“มาร์ค... อย่าพูดกับยายแบบนี้อีก ถ้าไม่มียายหนุนหลังอีกคน หลานก็จะไม่เหลือใครแล้วนะ" หญิงสูงวัยเสียงสั่นเพราะกำลังโกรธ แววตาคุณยายที่แสนดีหายไปหมดแล้ว




“ผมไม่ต้องการให้ใครมาหนุนหลัง ผมยืนด้วยตัวของผมเองได้"




“แน่ใจเหรอ?” น้ำเสียงเย้ยหยันทำคนฟังอย่างมาร์คต้องใจสั่นตาม "ถ้ายายตัดแข้งตัดขา หลานก็ไม่เหลือใครแล้ว สุดท้ายก็มีแต่ไม้แก่ๆ คนนี้แหละ ที่หลานยืนได้" คำพูดของคุณยายโรสทำมาร์คต้องยิ้มมุมปาก




“ผมเชื่อใจในคนของผม เขาจะไม่ทิ้งผมแน่"




“งั้นมาดูกันสิ ว่าคำพูดของหลานจะจริงแท้แค่ไหน" คุณยายโรสยิ้มกลับอย่างอบอุ่น แต่มาร์คกลับรู้สึกกลัวรอยยิ้มนั่น เขารู้ดีคุณยายโรสเป็นบุคคลที่มีคำพูดกล่อมใจคนได้ดีมาก และเขาก็กลัวว่าคุณยายจะใช้คำพูดอะไรบางอย่างทำให้จูเนียร์และแบมแบมหนีจากเขาไป




นอกจากพ่อที่เป็นศัตรูชีวิตแล้ว คุณยายก็จะเอาด้วยอีกคนเหรอ? ชีวิตมาร์คจะเหลือใครเป็นที่พึ่งได้อีกกัน




“คุณยายอยากจะชนะผมไปทำไมกันครับ?”




“ยายไม่ได้จะเอาชนะ ยายแค่อยากเป็นคนสำคัญที่สุดของหลาน ยายไม่ชอบที่หลานเห็นไอ้ลูกหมาพวกนั่นดีกว่ายาย คนสายเลือดเดียวกัน... มันก็ต้องสำคัญกว่าพวกนอกสายเลือดไม่ใช่เหรอ!!" มาร์คฟังแล้วก็แค่นหัวเราะออกมา ดวงตาคมหลุมมองต่ำ เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพราะระงับอารมณ์โกรธ ก่อนจะช้อนตามองผู้เป็นยายอีกครั้ง




“ตอนแรกผมก็สงสัยว่าทำไมทุกคนถึงทิ้งคุณยายที่แสนใจดีของผมไป ตอนนี้ผมรู้คำตอบแล้วล่ะ... เพราะคุณยายใจร้ายแบบนี้ไง เลยไม่มีใครอยากอยู่ด้วย!”




“มาร์ค!” หญิงสูงวัยกำมือแน่นเพราะรู้สึกโกรธ ดวงตาไหวระริกเพราะกำลังจะร้องไห้ ยิ่งหลานชายพูดแบบนั้นมันเหมือนเป็นจี้ใจดำ




“รักคุณยายนะครับ" พูดจบก็โน้มตัวหอมแก้มคนสูงวัยเป็นการบอกลา หัวใจของคุณยายโรสสั่นเพราะกำลังรู้สึกกลัว มือเหี่ยวจับแขนหลานชายตัวเองไว้แน่นเป็นการรั้ง




เขาเพิ่งพูดบอกแบมแบมไปเอง ว่าใครที่คิดจะหักหลังคนในครอบครัว เขาไม่ปล่อยไว้แน่... และการที่ได้รู้ความรู้สึกจริงๆ ของคุณยาย มันทำมาร์คไม่ลังเลที่ตัดจะคุณยายออกจากชีวิต แม้ว่าคุณยายจะเป็นสายเลือดเดียวกันคนสุดท้ายที่เหลืออยู่




"อย่ายุ่งกับครอบครัวของผมอีก ไม่งั้น... คนที่เสียใจที่สุดจะไม่ใช่ผม แต่จะเป็นคุณยาย... เข้าใจที่ผมสั่งใช่ไหมครับ"








มาคู่แรกก่อน ในที่สุดเราก็ได้รู้ที่มาที่ไปของจูเนียร์ รู้ทำไมจูเนียร์ถึงซื่อสัตย์ต่อมาร์คมาก

คุณยายโรสน่ากลัวมากก จัดการตะหนูซะอยู่หมัดเลย 

มาร์คกำลังวางแผนจะทำอะไรอยู่ ลุ้นต่อเลยเน้อออ 

มาคู่ที่สอง หง่ออออ แจ๊คสันตื้อ (คนผิด) ไม่เลิก 

เปิดไพ่ต่อ ทั้งคู่ไม่มีใครยอมใคร 

มวยคู่นี่ท่าทางจะสู้กันตาย 555555555

เอาไปก่อน 55% เน้ออออ 

เดี๋ยวมาต่อเพิ่มมมมม 

อย่าลืมให้กำลังใจนะค่าาา

1 คอมเม้น = ล้านกำลังใจแก่ไรท์

ติดแท็กได้เน้ออ #มาร์คชอบสั่ง 

ขอกำลังใจหนักๆ เลยเน้อออ 

12/08/59


*ถ้ามีคำผิด ขออภัยนะค่า เดี๋ยวมาแก้ค่า* 




คุณยายโรสน่ากลัวววววววววว

ช่วงต้นตอน เชื่อว่าทุกคนหลงคำพูดของคุณยายกันหมดเลย (หรือหลงคำบรรยายไรท์ 55555)

ไรท์แอบกลัวว่าช่วงต้น ไรท์จะบรรยายจนคนลงผิดคิดว่ามาร์คคิดจริงๆ 

จะพยายามรีไรท์ใหม่นะค่าา

หลงคิดไปด้วยว่ามาร์คเห็นเนียร์แบมแบบที่คุณยายพูด

ที่ผ่านมามาร์คไม่เคยรู้ว่าคุณยายจะคิดกับเนียร์แบบนั้น (ตอนนี้ก็รู้แล้ว)

เผยมรสุมลูกใหม่ เป็นลูกที่สอง (จะทำร้ายมาร์คไปถึงไหนนนนน)

อำนาจกล่อมคนนี่ น่ากลัวยิ่งนัก จูเนียร์กับแบมแบมต้องใจแข็งเข้าไว้

ไรท์สงสารมาร์ค พ่อก็คนหนึ่งแล้ว คุณยายโรสก็จะเอาอีกเหรอออออ

คราวนี้เหลือใครบ้าง นอกจากจูเนียร์และแบมแบม

ฉากเลิฟซีนก่อนรู้ความจริง เชื่อว่าบางคนอ่านคงขัดใจรัว คิดว่ามาร์คนิสัยไม่ดี

คราวนี้รู้แล้ว เลื่อนไปอ่านใหม่นะคะ ความรู้สึกจะเปลี่ยนไป 5555555

แล้วคู่บีเนียร์ก็มาจ้าาาาา อุ๊บไว้นานมาก ไม่รู้ว่ามีคนจับได้ตั้งแต่ตอนก่อนหน้านู้นๆ หรือเปล่า

แต่งฉากที่จูเนียร์ถามเสร็จ มานั่งอ่านคอมเม้น เห้ย มีคนรอบีเนียร์ด้วย 55555555 บังเอิญจริง

ตอนนี้ไรท์คิดว่าคู่รองเหมือนมาขั้นความเครียดของคู่หลัก หลักๆ เรื่องนี้ไรท์ไม่ได้ตั้งใจม่า 

แต่โรคจิตชอบสั่งปมให้ตัวละคร อยากให้มันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าจีบกันไปมา 5555

กลายเป็นหน่วงเฉย 55555555555 หลายรสดี (โดนรีดตบ เพราะปรับอารมณ์ไม่ทัน)

จะพยายามหน่วงให้น้อยลงนะค่าาาา 

เป็นกำลังใจต่อไปด้วยเน้ออ พิมพ์ในเวิร์ดแบบตลึง นี่พิมพ์มาได้ 74 หน้าแล้ว

เรื่องของฉันยังไปไม่ถึงไหนเลย 555555555


1 คอมเม้น = ล้านกำลังใจแก่ไรท์

ติดแท็กได้น้าาา #มาร์คชอบสั่ง


ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจ

อ่านคอมเม้นตอน 55% แรกตกใจ ทุกคนมีอารมณ์รุนแรงกันมาก

ไรท์นี่คันมือ รีบแต่งต่ออย่างเร็ว กลัวจะเกลียดมาร์คกันหมดซะก่อน55555

รักรีดน้าา จุ๊บ 



13/08/59


© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 446 ครั้ง

7,299 ความคิดเห็น

  1. #7298 ลิดา (@guokhhhjkkol) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 23:12
    ยายเป็นทางโรคจิตเปล่านิ
    #7298
    0
  2. #7291 MTBBminttt (@MTBBminttt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 17:46
    สงสารมาร์คมากสุดตอนนี้
    #7291
    0
  3. #7270 lek0868909108 (@lek0868909108) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 14:51

    มาร์คต้องปกป้องเนียร์แบมได้

    #7270
    0
  4. #7236 jirarat1033 (@jirarat1033) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 10:07
    ครอบครัวมาร์คมันอะไรวะเนี้ยยย😖 ชอบตอนสุดท้ายมากเลย เข้าใจที่ผมสั่งมั้ยคับกรี๊ดดดด
    #7236
    0
  5. #7222 onea (@doublebonea) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:02
    พีคในพีค จริงๆ สุดยอดดดด
    #7222
    0
  6. #7202 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:47
    คุณยายใจร้าย
    #7202
    0
  7. #7198 Jendoi9139 (@Jendoi9139) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 21:58
    พีคในพีค ช็อคมาก
    #7198
    0
  8. #7167 Minlaneee (@Minlaneee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 11:35
    ขอบคุณไรท์ที่อธิบาย ส่วนตัวตอนแรกยังคิดว่าทำไมเปรียบเทียบแบมกับเนียร์ว่าเป็นหมา มาร์คคิดแบบนั้นด้วยหรา แอบคิดว่าอิพี่ใจร้ายจัง แต่ตอนนี้รู้สึกรักครอบครัวนี้จัง 3 คนก้อพอแล้ววววววววว สู้ๆน๊า
    #7167
    0
  9. #7157 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 15:00
    อะไรกันแน่!
    #7157
    0
  10. #7142 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:58
    คืออ่านแล้วก็แบบว้อทเดอะฟัคมาร์คหลอกใช้แบมหรอ แต่พอมารู้ว่ามาร์คไม่ได้คิดว่าเนียร์กับแบมเป็นสุนัขก็โอเค แต่ก็เหมือนหลอกใช้แบมอยู่ดี ตกลงรู้สึกอะไรกับแบมจริงป้ะ
    #7142
    0
  11. #7117 ploylaksi (@ploylaksi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:45
    นี้ว่าแล้งทำไมคุณยายแปลกๆอะ เปรียบเนียร์แบมเป็นสุนัข ตอนแรกคิดว่ามาร์คมองเนียร์แบมเป็นแบบนั้นซะอีก ที่ไหนได้มาร์คมองเนียร์แบมเป็นครอบครัว
    #7117
    0
  12. #7116 ploylaksi (@ploylaksi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:45
    นี้ว่าแล้งทำไมคุณยายแปลกๆอะ เปรียบเนียร์แบมเป็นสุนัข ตอนแรกคิดว่ามาร์คมองเนียร์แบมเป็นแบบนั้นซะอีก ที่ไหนได้มาร์คมองเนียร์แบมเป็นครอบครัว
    #7116
    0
  13. #7096 อาาา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 21:17

    น่าอ่านมากๆๆค่ะ

    #7096
    0
  14. วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:09
    ทีแรกก็แอบคิดว่าเฮ้ยมาร์คคิดกะเนียร์กะแบมแบบนี้หรอ คือเห็นเป็นแค่ลูกสุนัขที่เลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำรัยงี้ แต่พออ่านมาจนถึงตอนสุดท้ายโอเค เข้าใจละ คุณยายคิดแค่คนเดียวสินะ นี่ก็แอบคิดว่าทำไมมาร์คดูไม่มีหัวใจขนาดนั้น แต่ไม่อยากให้ยายมาทำร้ายมาร์คอีกคนเลยอ่ะ แต่พ่อคนเดียวมาร์คก็แน่แล้วนะ นี่มีนิดนึงแอบคิดว่า เอ๊ะ หรือมาร์คเนียร์จะมีซัมติงเพราะคำพูดคุณยายที่บอกว่ามาร์คเลี้ยงดูเนียร์ แล้วเนียร์พูดเหมือนจะชอบใครซักคนดีนะที่เฉลยก่อนว่าคือพี่บีไม่งั้นคิดไปแล้วว่ามาร์คกะควบสองป่าวหว่า 555
    #7053
    0
  15. #7041 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 10:04
    พี่มาร์คคคคคคคคค
    #7041
    0
  16. #7028 itmt93 (@itmt93) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 03:38
    เฮ้อออออ เหนื่อยสุดๆไปเลย
    #7028
    0
  17. #7004 Poon9303 (@Poon9303) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 17:08
    นี่ก็ไม่ชอบอิยายแก่นั่นตั้งแต่เปิดตัวละ แม่มแปลกๆ-,,-
    #7004
    0
  18. #6990 TATAR20505 (@TATAR20505) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 08:45
    อิยายยยยย แต่ตลกเฮียแจ็คกับยองแจจริงๆอะ
    #6990
    0
  19. #6935 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 19:10
    นั้นไง คุณยายน่ากลัวจริงๆ
    #6935
    0
  20. #6926 appleloliza (@appleloliza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:27
    อะไรของ-วะยาย เห้ออออ
    #6926
    0
  21. #6916 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 22:52
    สงสารมาร์คอ่ะ
    #6916
    0
  22. #6853 Bright_Night (@Bright_Night) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:19
    ตอนเเรกตกใจนึกว่ามาร์คคิดงั้น เข้าใจละฮื่อ
    #6853
    0
  23. #6840 K-muk (@K-muk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:48
    ไรท์ซ่อน hint ไว้ดีมากเลย ตะหงิดๆตั้งแต่ตอนยายคุยกับแบมแล้ว
    #6840
    0
  24. #6827 Remember_you (@BamBam_number_1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 17:59
    ก็คิดอยู่ว่าทำไมคำพูดคุณยายมันดูแปลกๆ พูดเหมือนแบมกับเนียร์ไม่ใช่คน !!! ยังดีที่มาร์คไม่ร้ายเหมือนคนยาย มาร์คน่าสงสารที่สุด
    #6827
    0
  25. #6765 mkmarkbb (@mkmarkbb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:12
    มาร์คโคตรน่าสงสารเลย
    #6765
    0