BEHIND [Markbam] #มาร์คชอบสั่ง [จบแล้ว]

ตอนที่ 7 : ➸ CHAPTER 6 [100%] + NC (0%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 517 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62





"ไม่อยากลองเหรอ... ฉันไม่เคยให้ใครจับเลยนะ"











BAMBAM PART




มันเป็นสถานการณ์ที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงในชีวิต...




ผมนั่งขดตัวอยู่อีกฝั่งหนึ่งของอ่างอาบน้ำ แอบมองมาร์คเป็นระยะๆ มันรู้สึกเขินจนผมรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า และมาร์คก็ไม่สนว่าผมจะเขินมากแค่ไหน เอาได้แต่นอนเอาแขนพาดกับขอบอ่างพร้อมพริ้มตาหลับเหมือนมันเป็นช่วงเวลาที่เขาได้พักผ่อน




ไม่อยากจะบอกว่าผมเขินมากจนต้องแอบใส่กางเกงในด้วยล่ะ ส่วนมาร์คใส่ไหม... ผมไม่รู้ ตอนที่มาร์คเข้ามานั่งลงในอ่าง ผมก็หันหน้าหนีเพราะไม่กล้ามอง ส่วนตอนนี้ก็มีฟองที่ฟูฟ่องปิดบังส่วนที่อยู่ใต้น้ำทั้งหมด เอาเป็นว่าผมไม่ควรอยากรู้คำตอบ... เพราะแค่คิดมันก็ทำให้ผมรู้สึกร้อนที่หน้าขึ้นมาแล้ว




“แบมแบม" เมื่อถูกเรียกผมเลยเงยหน้ามองมาร์ค เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่ยกมือขึ้นมาพร้อมใช้นิ้วชี้กระดิกเป็นการเรียกให้ผมเข้าไปหาเค้า หัวใจผมเต้นรัวมากกว่าเก่า มันเขินจนผมแทบอยากจะเอาหัวหมุนลงไปใต้น้ำ ถ้าไม่ติดว่ากลัวเห็นไรที่อยู่ข้างใต้นั่น ผมคงทำไปแล้ว!




ผมขยับตัวเข้าไปใกล้มาร์คมากกว่าเก่า เพราะอ่างน้ำค่อนข้างใหญ่ เลยทำให้ผมสามารถนั่งข้างๆ มาร์คได้อย่างไม่เบียด ผมเอาหลังชนอ่าง มองฟองที่อยู่ตรงหน้าเหมือนกับว่ามันพูดกับผมได้ บรรยากาศในห้องน้ำดูโรแมนติกมาก เพราะมาร์คสร้างบรรยากาศโดยการปิดไฟ พร้อมจุดเทียนหอมจนกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้เตรียมมาเอง เพราะผมแอบเห็นมันตั้งไว้นานแล้ว อย่างกับว่าเป็นของแถมจากโรงแรม มันสร้างบรรยากาศโรแมนติก ซึ่งมันเป็นสถานที่ที่ไม่ควรทำให้รู้สึกแบบนั้น





แต่แล้วผมก็ต้องห่อตัวเล็กลง เมื่อมาร์คยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม แขนยาวของเขาเลื่อนเลยผ่านตัวผมไปดึงเชือกเล็กๆ ที่อยู่ตรงมุมห้อง





เมื่อรู้สึกได้ถึงสว่างบางอย่าง ผมเลยหันไปมองตามแสงนั้น และภาพตรงหน้าทำผมตาโต ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตาเห็น ตรงหน้าผมเป็นกระจกบานใหญ่ พอถูกเปิดม่านออก เลยทำให้เห็นวิวนิวยอร์คยามค่ำคืน มันสวยมากๆ เห็นแล้วอยากจะร้องไห้เลยวะ ไม่คิดว่าชีวิตตัวเองจะได้เห็นภาพแบบนี้กับตา มองวิวเมืองที่กรุงเทพฯว่าสวยแล้ว นี่ที่ก็สวยไม่แพ้กัน





แล้วผมก็ต้องสะดุ้งทันที เมื่อมาร์คเอาแขนมาพาดคอผม เขาดึงผมเข้าไปใกล้ตัวเข้ามากกว่าเก่า มืออีกข้างเอามาจับแขนตัวเองไว้เป็นการโอบกอดผมหลวมๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม จนหัวใจของผมเต้นรัวหนักกว่าเก่า ผมเอามือขึ้นมาจับแก้มตัวเองก็รู้สึกได้ถึงความร้อนเต็มมือทั้งสองข้าง





“ชอบวิวนี้ไหม" ผมพยักหน้าแทนการตอบไป จ้องมองวิวข้างหน้าก็ทำให้ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด สุขจนลืมว่าทุกเรื่องร้ายๆ ที่เข้ามาในชีวิต และผมก็อยากจะหยุดเวลานี้ให้ไว้นาน โดยเฉพาะมาร์ค ผมอยากจะกดปุ่มหยุดให้เขาอบอุ่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ





“มาร์ค แล้วอย่างนี้คนข้างนอกจะเห็นเราอาบน้ำไหม" ผมถามเพราะแอบสงสัย





“กระจกนี่ถูกออกแบบมาแล้ว คนข้างนอกไม่เห็นคนข้างใน แต่คนข้างในเห็นคนข้างนอก แต่ถึงเห็นก็ไม่เห็นต้องอายเลย ห้องนี่อยู่ตั้ง 62 ชั้น ใครจะมองเห็นกัน"





“แบมก็แค่สงสัยเฉยๆ.... ค่าห้องน่าจะแพงมากเลยใช่ไหม" มาร์คพยักหัวยอมรับ "จริงๆ แบมอยู่โรงแรมธรรมดาเก่าๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องต้องเปลืองเงินเลย หรือไม่.... ทำไมไม่ให้แบมไปนอนบ้านมาร์ค"





ผมแอบหลอกถามไป เพราะยังไงผมก็ยังแอบเคืองเรื่องที่เขาเอาผมมาซ่อนไว้ที่นี่ ถึงจะรู้สถานะว่าแค่ของเล่นก็เถอะ แต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลอยู่ดี





“ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก"





“ทำไมอ่ะ มาร์คอยู่บ้านกับแฟนเหรอ เลยซ่อนแบมไว้เพราะกลัวโดนจับได้" ผมถามไปอย่างน้อยใจ





“ฉันไม่มีแฟน" จากที่งอนๆ อยู่ก็รู้สึกดีขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แล้วถ้าไม่ซ่อนใคร ทำไมถึงไม่ให้ผมไปนอน





แต่จู่ๆ คำพูดของยูคยอมก็ดังขึ้นมาในโสตประสาท ที่บอกว่ามาร์คไม่ชอบชีวิตผูกมัด หรือเพราะอย่างนั้น... เลยไม่อยากให้ผมไปที่บ้าน หึ! ว่าแล้วผมก็เพิ่งนึกได้ว่าไม่ควรยอมเป็นเบี้ยล่างเค้าง่ายๆ ผมสลัดตัวออกจากอ้อมกอดมาร์ค ก่อนจะเลื่อนตัวกลับไปนั่งที่เดิม คือมุมที่อยู่ตรงข้ามมาร์ค การกระทำของผมทำให้มาร์คต้องขมวดคิ้วตาม




“ทำอะไรแบมแบม"




“แบมอยากนั่งตรงนี้"




“งอนเหรอ?”




“เปล่า"




“เดี๋ยวนะ... ฉันบอกว่าฉันไม่มีแฟน เลยงอนเหรอ"




เออนั่นสิ ทั้งที่บอกว่าไม่มีแฟน ผมควรจะดีใจ แต่ไม่ได้โฟกัสเรื่องนั้นไง เพราะรู้ว่ามาร์คไม่ชอบชีวิตผูกมัด เลยคิดว่าไม่ควรจะหลวมตัวเข้าไปมาก และก็ไม่อยากง่ายเพราะกลัวเขาจะเบื่อเร็วซะก่อน




“เปล่า แบมแค่อยากนั่งตรงนี้"




“แบมแบม ฉันสั่งให้มาใกล้ๆ ฉัน"




“ทำไมมาร์คชอบสั่งอยู่เรื่อยเลยหะ"




“ก็เพราะนายชอบดื้อไง ฉันเลยต้องสั่ง"




“ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย"




“แบมแบม อย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง... มานั่งข้างๆ ฉัน" เขากดเสียงต่ำเป็นการขู่ผม และผมก็ไม่ยอมทำตามเกมมาร์คง่ายๆ แน่




อยู่ๆ หัวผมก็คิดอะไรสนุกๆ ขึ้นมา




“งั้นเรามาเล่นเกมกันไหม" มาร์คเลิกคิ้วมองหน้าผม เหมือนเป็นการด่านัยๆ ว่าคิดบ้าอะไรอยู่




“เกมอะไร"




“ใครถูกตัวฝ่ายตรงข้ามก่อนคนนั้นแพ้"




“แบมแบม!”




“ถ้ามาร์คไม่เล่น แบมก็จะไม่เข้าไปใกล้มาร์ค แบมก็จะนั่งอยู่ตรงนี้" ผมรู้ว่ามาร์คกำลังกัดฟันเพราะโมโหผมอยู่ ผมแอบเห็นกรามเค้าเป็นสันชัด "มาร์คก็รู้ว่าแบมเสียขวัญเรื่องเมื่อกี้อยู่นะ"




มาร์คถอนลมหายใจเฮือกใหญ่เหมือนว่าเขากำลังจะยอมผมแล้ว และนั่นทำให้ผมต้องยิ้มออกมาอย่างดีใจ เพราะผมกำลังอยู่เหนือมาร์ค




"แล้วอะไรคือรางวัลของคนชนะ" มาร์คถามขึ้น




"คนแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายหนึ่งวันเลยดีไหม ไม่ว่าจะสั่งอะไรก็ต้องยอมทำตามทุกอย่าง" มาร์คนิ่งไปเหมือนกำลังคิดว่าจะร่วมตกลงกับผมไหม สำหรับผมเรื่องแค่นี้จิ๊บๆ สบายมาก เพราะยังไงผมก็ห้ามใจไม่ให้ถูกตัวเขาอยู่แล้วล่ะ แต่เขานี่สิ จะทนไหวเหร๊อออ




แล้วมาร์คก็พยักหน้าเหมือนตอบตกลงร่วมเล่นเกม ก่อนจะกวักนิ้วให้ผมเข้าไปใกล้เข้าอีกครั้ง ผมยิ้มกว้างอีกครั้งเพราะรู้สึกสนุกที่กำลังจะปั่นประสาทเขา กำลังจะเลื่อนตัวเข้าไปหามาร์ค ก็ต้องชะงักทันที เมื่อมาร์คยกขาของเขามาพาดไว้กับขอบอ่างเป็นกันผมไว้ อีกนิดผมเกือบจะโดนตัวเค้าแล้ว!!




“มาร์คขี้โกง!!” มาร์คพ่นเสียงหัวเราะออกมา เขาหัวเราะกว้างจนเห็นเขี้ยวน่ารักทั้งสองข้างของเขา ตาของมาร์คหยีจนดูน่ารัก เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นมาร์คหัวเราะกว้างแบบนี้ รอยยิ้มนี้มันทำให้ผมรู้สึกหลงเค้ามากกว่าเก่า มาร์คน่ารักมาก น่ารักโครตๆ คนอะไรจะเพอร์เฟ็คต์ขนาดนี้ นั่งนิ่งๆ ก็หล่อ ยิ้มก็น่ารัก




“งั้นแบมก็จะนั่งอยู่ที่เดิมนี้แหละ" ผมกลบเกลือนความเขินโดยการงอนกลับ




“โอ๋ๆ ไม่เอา ไม่งอแง มานั่งใกล้ๆ มาร์คนี่มะ" ว่าจะแกล้งเมินต่อ แต่ก็อดยิ้มเพราะคำพูดลูกอ้อนของเขา มาร์คยกขาตัวเองกลับลงไปในอ่าง ผมพยายามเบี่ยงหน้าออกไปนอกหน้าต่าง เพราะกลัวมาร์คจะจับได้ว่าผมกำลังเขินอยู่





อีกครั้งที่ผมนั่งข้างมาร์ค แอบเหล่มองก็เห็นเขากำลังยิ้มอยู่ มาร์คเอามือกวักฟองเข้ามาไว้ในมือ ก่อนจะเป่าออกไปเหมือนเด็ก อดยิ้มไม่ได้จริงๆ มาร์คน่ารักมาก กำลังมองเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมาร์คหันมือมาทางผม แล้วเป่าฟองใส่หน้าผม อีกครั้งที่เขาหัวเราะเสียงดัง ผมเลยสู้กลับโดยการเป่าฟองกลับคืนบ้าง เราสู้กันไปอยู่พักใหญ่ จนมาร์คทนแรงเป่าของผมไม่ได้ เขาเอาแขนมาบังไว้ แต่ก็บังไม่พ้นฟองที่ผมเป่าไปติดที่หน้าและผมของเขาเต็มไปหมด





“เลิกเป่าได้แล้วน่า"





“ก็มาร์คเล่นก่อนเองหนิ" ผมโยกหัวไปมาเป็นการล้อเค้า มาร์คอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอาน้ำมาลูบหน้าตัวเอง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเอาน้ำมาเสยผมกำจัดฟองที่ติดผม





ภาพตรงหน้าทำผมตายคาอ่างไปเลยครับ ท่าเสยผมนี่ผมอยากจะขอร้องให้มาร์คหยุดทำ เพราะมันกำลังจะทำให้ผมขาดอากาศหายใจ หน้าผมแดงหนักกว่าเก่า ถ้าเอาหน้าไปจุ่มน้ำตอนนี้ก็คงได้ยินเสียงฉ่าเหมือนเอากระทะร้อนๆ ไปจุ่มน้ำ ผมไม่เคยเห็นมาร์คเสยผมแบบนี้ เขาดูเท่และหล่อมาก




“เป็นอะไรไป" มาร์คถามผม




“ปะ... เปล่า" ผมหลบหน้าหนีอีกครั้ง แต่แล้วผมก็สะดุ้งทันที เมื่อมาร์คยกแขนตัวเองขึ้น คิดว่าจะโดนกอดซะแล้ว แต่กลับไม่ใช่ เขาเอามือพาดกับขอบอ่างไว้ พร้อมทิ้งตัวลงนอนอย่างผ่อนคลาย แอบหันไปมองมาร์คก็เห็นว่าเขาพริ้มตาหลับ และสายตาผมก็ไปสะดุดกับรอยอะไรบางอย่างที่ไหล่ของเขา




ผมชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นชัดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นรอยคล้ายๆ กับที่มาร์คทำไว้ที่ไหล่ผม น่าจะเป็นตอนที่ทำคืน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะทำแรงจนเป็นรอยช้ำได้เหมือนกัน




“อ่าา เมื่อยจัง" มาร์คบ่นออกมา




“ให้แบมนวดให้ไหม" มาร์คลืมตามองผม เหมือนแปลกใจที่ผมพูดแบบนั้น "พักเรื่องเกมก่อนก็ได้ เดี๋ยวแบมนวดให้"




มาร์คพยักหน้าเหมือนเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูด เค้าลุกตัวขึ้นนั่งเล่นเว้นช่องห่างจากขอบอ่างให้ผมนั่งได้อย่างสะดวก และการที่ผมได้มานวดเขา เลยทำให้เห็นรอยช้ำนั้นมากขึ้น ไม่รู้ว่ามาร์ครู้ตัวหรือเปล่าว่ามีรอยนี่ แต่ผมว่าผมควรจะบอกให้เขารู้




“มาร์ค ที่ไหล่... มีรอยช้ำด้วย" เขาเอียงหัวเล็กน้อย ใช้หางสายตาสำรวจ ก่อนจะหันกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "แบมไม่คิดว่ามันจะเป็นรอยขนาดนี้ ขอโทษนะ"




“ช่างมันเถอะ มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ กับสิ่งที่ฉันทำกับนาย" เขาตอบผมน้ำเสียงเรียบ เหมือนว่าเค้ามีอะไรครุ่นเคืองอยู่ในใจ แต่ผมก็ไม่กล้าจะถามไป เลยได้แต่นวดให้เขาและปล่อยให้บรรยากาศมันเงียบ




แต่เพราะมันเงียบเลยทำให้ผมเอาแต่โฟกัสการนวดให้มาร์ค ผมค่อยๆ เลื่อนมือมานวดที่ต้นคอ มาร์คผ่อนลมหายใจออกมาเหมือนรู้สึกสบายตัว หลังจากที่นวดไปที่จุดนั้นซ้ำๆ จนคิดว่าเขาน่าจะหายเมื่อยแล้ว ผมก็เริ่มเปลี่ยนตัวแหน่งบ้าง ผมดึงให้มาร์คมานอนเอนที่ขอบอ่างอีกครั้ง ก่อนจะกดผ่ามือนวดแขนแน่นๆ ของเขา กำลังจะขยับตัวให้นั่งถนัด ขาก็ดันไปชนกันบางอย่างเข้า




หน้าของผมร้อนแผ่วขึ้นมาทันที และรู้ว่าไอ้ที่ไปชนนั่นคืออะไร และนั่นก็ทำให้ผมได้คำตอบชัดว่า.... มาร์คไม่ได้ใส่กางเกงใน




ผมเม้มริมฝีปากแน่นเพราะพยายามเก็บอาการไม่ให้เขิน มือที่กำลังนวดอยู่ก็ต้องผ่อนแรงลงเพราะเห็นว่ามาร์คกำลังจ้องมองมาทางผม ตาที่หวานเย้มของเขาจ้องมาจนผมรู้สึกแทบจะหลอมละลาย




“แบมแบม... นวดตรงอื่นบ้างสิ"




มาร์คจะให้แบมนวดตรงไหนเหรอ"




เขาไม่ตอบ แต่หลุมตาต่ำลงมองไปในน้ำ และองศาที่ตาเขามองไปมันก็ทำให้ผมคิดได้อย่างเดียวว่าเขากำลังหมายถึงนวดอะไร ผมดึงมือของจากแขนแน่นๆ นั่น และซ่อนมือไว้ใต้น้ำเพราะกลัวมาร์คจะรู้ว่าผมกำลังมือสั่นอยู่




“ตะ... ตรงไหน" ผมพยายามแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่แล้วก็ต้องตกใจทันที เมื่อมาร์คดึงมือผมไปวางไว้ที่ส่วนสำคัญของเขา หัวใจผมแทบหลุดมาออกร่างกาย เพราะไม่เคยทำผมเลยรีบดึงมือกลับ "มะ... มาร์คจะบ้าเหรอ!”




“ทีฉันยังเคยนวดให้นาย ผลัดกันบ้างจะเป็นอะไรไป" คำพูดของมาร์คทำผมหน้าแดงหนักกว่าเก่า "ไม่อยากลองเหรอ... ฉันไม่เคยให้ใครจับเลยนะ"




เพราะคำว่าไม่เคยให้ใครจับ มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมอยากจะลองจับขึ้นมาทันที ผมอยากรู้สึกเป็นคนแรกของเขาบ้าง แต่ผมไม่กล้า!




ผมพยายามรวบรวมความกล้า นานอยู่เกือบหลายนาที มาร์คก็กดดันผมโดยการจ้องมองหน้าผมไม่เลิก จนในที่สุด... ผมก็ยอมทำตามความต้องการของเขา ผมเลื่อนมือไปตรงส่วนนั้นอีกครั้ง




“อื้อ!” เพียงแค่ผมกำไปเพียงครั้งเดียว มาร์คก็ครางออกมาอย่างพอใจ เขาเอนตัวลงนอนกับขอบอ่างอีกครั้ง ก่อนจะเอาแขนทั้งสองพาดไปเพื่อรอรับความผ่อนคลายจากผม สีหน้าของมาร์คกำลังบอกว่าเขาพอใจที่ผมทำแบบนี้




ผมกัดริมฝีปากตัวเองแน่นอย่างกลั้นอารมณ์ ก่อนจะเริ่มขยับฝ่ามืออย่างช้าๆ สีหน้าของมาร์คดูท่าทางรู้สึกดีมากจากการนวดของผม ยิ่งได้ยินเสียงครางในลำคอของเขา มันทำให้ผมรู้สึกชอบ ผมเริ่มขยับมือเร็วกว่าเก่า เพราะความเสียวทำให้เขาเลื่อนมือมาที่แผ่นหลังผม และเลื่อนมาโอบเอวผมไว้ พร้อมทิ้งความเสียวซ่านผ่านการกดไปที่เอวของผม นอกจากของมาร์คจะขยายตัวจนขนาดเต็มมือผมแล้ว ของผมเองก็เริ่มขยายตัวแล้วเหมือนกัน




ยะ... หยุด" มาร์คสั่งให้หยุด พร้อมกับหอบหายใจถี่ ใบหน้าของเขาแดงกร่ำ เพราะนั่งใกล้ผมจึงสัมผัสได้ถึงลมร้อนจากริมฝีปากของเขา ลิ้นเรียวขยับไปมาในปากของเขา ทำผมหน้าแดงตามๆ กันไป




แล้วหัวใจของผมก็ต้องเต้นรัวอย่างกับไปวิ่งรอบสนามมา เมื่อมาร์คลุกขึ้นขุกเข่า ทำให้ผมเห็นกล้ามที่สวยงามตรงหน้าท้องของเขา โชคดีที่ส่วนนั้นของเขายังอยู่ใต้น้ำ ไม่งั้นผมต้องเขินตายแน่ๆ





แต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งทันที เมื่อจู่ๆ มาร์คจับผมให้ลุกขึ้นนั่งพร้อมหันหน้าเข้าไปทางหน้าต่าง ฝ่ามือของเขากดให้ผมนอนพาดกับขอบอ่างน้ำ หัวใจผมเต้นแรงหนักกว่าเก่า เพราะรู้ทันว่าเขากำลังจะทำอะไร





“มะ... มาร์ค! แบมยังเล่นเกมเหมือนเดิมอยู่นะ ถะ...ถ้ามาร์คทำอะไร แปลว่ามาร์คแพ้!” ผมขู่มาร์คกลับ เพราะยังไงผมก็ยังไม่ลืมที่จะเล่นตัว ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะต้องการเขามากก็เถอะ





ดูเหมือนเขาไม่ได้สนใจคำขู่ ปลายนิ้วสะกิดขอบกางเกงในผมให้เลื่อนลง จนมันรั้งไปกองอยู่ที่ขาของผม หันใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดหนึบไปที่ส่วนสำคัญ มันเป็นการบอกว่าผมไม่ปฎิเสธการที่จะตกเป็นของเขาอีกครั้ง




ฉันชอบเล่นขี้โกงซะด้วยสิ"




“อ๊า!!!”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


เช้าวันต่อมา


@ John F. Kennedy International Airport



“มาร์ค เราจะไปไหนกันเหรอ"




ระหว่างถามผมก็แอบมองสำรวจภายในเครื่องบิน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งเครื่องบินส่วนตัว เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่คิดว่าจะได้มีวาสนาได้ขึ้นบ้าง ภายในแตกต่างกับเครื่องบินโดยสารทั่วไป เบาะหนังหรูนั่งสบายตัว และจำนวนเบาะมีรับรองแค่ 4 คนเท่านั้น ถัดไปอีกเป็นโต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามาร์คจะรวยมากถึงขั้นมีเครื่องบินส่วนตัว ถ้าผมไม่ได้ยินจากยูคยอมว่ามาร์คขายลิขสิทธิ์รูปภาพได้หลายล้าน ผมก็ต้องแอบคิดว่าเค้าแอบค้ายาบ้า ไม่ก็เป็นเจ้าของบ่อนพนันแน่ๆ




“เดี๋ยวก็รู้เองน่ะ" มาร์คตอบพร้อมพริ้มตาหลับ เหมือนกับว่าเขาเพลียมาก เมื่อคืนแอบหนีไปไหนอีกล่ะ เพราะตื่นเช้ามา ผมก็ไม่เห็นมาร์คนอนอยู่กับผมแล้ว ไม่รู้ว่าเขากลับไปตั้งแต่เมื่อไร และนั่นมันก็ทำให้ผมแอบน้อยใจเล็กๆ เขาชอบทำเหมือนผมเป็นเมียเก็บ




“ทำไมเขาดูง่วงขนาดนั้น ทำอย่างกับไม่ได้นอน" ผมหันมาบ่นกับจูเนียร์พร้อมทำหน้ามู่ จูเนียร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นการยิ้มสไตล์เขา




ใช่ครับ คุณมาร์คไม่ได้นอน"




“หือ? แล้วทำไมเขาไม่นอน" หรือว่าเที่ยวทั้งคืน นี่ได้แบมคนเดียวไม่พอใช่ไหม!!




“คุณมาร์คทำงานน่ะครับ" อย่างกับจูเนียร์รู้ว่าผมกำลังแอบนินทาเจ้านายเขา และคำตอบของจูเนียร์ทำใจเดือดๆ ของผมอ่อนลงทันที "เพราะคุณมาร์คมาหาคุณแบมแบม งานก็เลยเสร็จช้าลง"




ทำไมมาร์คไม่ยอมบอกว่าเขาติดงานอยู่ ไม่งั้นผมคงไม่งอแงให้เขานอนอยู่กับผมต่อ




“จูเนียร์ เราจะไปไหนกันเหรอ" ผมเปลี่ยนเรื่องคุย




“ไปลอสแองเจลิสครับ" จูเนียร์ตอบมาอย่างตรงๆ ผมแอบหันไปมองค้อนมาร์คอย่างหมั้นไส้ ดีที่เขาหลับอยู่เลยไม่ได้เห็น พูดแค่นี้มันยากตรงไหนหะ ทำไมต้องทำเป็นความลับไปหมด




“ยังไม่ได้ทันได้เที่ยวในนิวยอร์คเลย เสียดายจัง" ผมบ่นออกมาอย่างเซ็งๆ ได้มาถึงนิวยอร์คแท้ๆ แต่ไม่ได้ไปไหนเลย ออกมาไกลสุดก็คือ แถวรอบๆ โรงแรม แถมออกมาแค่แปปเดียวด้วย




“เดี๋ยวเราก็ต้องกลับมาที่นิวยอร์คอีกครับ เพราะคุณมาร์คจะถ่ายรูปเซ็ทที่สามที่นี่"




“เซ็ทที่สามเหรอ"




แค่พูดว่าจะโดนถ่ายภาพ หัวใจก็เต้นแรงแล้ว มาร์คไม่คิดจะให้ผมพักบ้างหรือไงนะ เมื่อคืนนี้ก็เพิ่งโดนมาร์คเล่นขี้โกงมา เล่นทำผมแทบขาดใจตายคาอ่างน้ำไปแล้ว




แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อคืนนี้.... มันเป็นความทรงจำที่แสนหอมหวานมาก ผมได้รับสัมผัสอ่อนโยนจากมาร์ค เคยโดนมาร์คทำรุนแรงมาแล้ว แต่เมื่อคืนมันเหมือนเป็นหนังคนละม้วน เหมือนมาร์คที่อบอุ่นมาสิงร่าง ทุกสัมผัสที่มาร์คฝากไว้ ผมไม่มีทางลืมมันได้เลย




“จูเนียร์... มาร์คถ่ายรูปแบมไปทำไมเหรอ" เพราะเห็นมาร์คหลับอยู่เลยแอบถามหาความจริง ถ้ามาร์คไม่ชอบอธิบาย ผมก็จะถามกับคนที่อธิบายกับผมได้




“ขอโทษนะครับ เรื่องนี้เป็นความลับ ผมบอกคุณแบมแบมไม่ได้" คิดว่าจูเนียร์จะอธิบายได้ เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมก็รู้สึกแห้วขึ้นมาทันที




“แบมดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยเหรอ"




“เปล่าครับ ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น... และคุณมาร์คก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่เรื่องถ่ายรูปนี้มันเป็นความลับที่บอกไม่ได้จริงๆ ครับ มีแค่ผมกับคุณมาร์คที่ทราบเรื่องนี้"




มันยิ่งลับผมยิ่งโครตอยากรู้เลย มาร์คจะถ่ายรูปผมไปทำไมกันนะ ผมว่าเขาไม่น่าเอาไปเก็บไว้ดูคนเดียวแน่ๆ มาร์คน่าจะเอาไปทำอะไรสักอย่าง และผมก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำ มันจะทำให้ผมเสียชื่อเสียงไหม




“งั้นจูเนียร์ตอบแบมได้ไหม ว่าสิ่งที่มาร์คจะทำ มันไม่ทำร้ายแบม"




“ครับ ผมรับปาก มันไม่ทำร้ายคุณแบมแบมแน่ๆ" เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วผมก็ค่อยโล่งใจ




แต่ถ้าคิดๆ ดูแล้ว ถ้าถึงวันนั้นจริง วันที่มาร์คใช้รูปผม นั่นก็หมายความว่า... งานระหว่างผมกับมาร์คก็เสร็จสิ้นแล้ว ถึงเวลานั่น.... มาร์คยังอยากจะอยู่กับผมหรือเปล่านะ




แค่คิดก็แอบเจ็บแล้ว... ของเล่นอย่างผมจะมีค่าอะไร โดนใช้งานเสร็จก็เขี่ยทิ้ง มาร์คได้ทุกสิ่งที่ต้องการเขาไปแล้ว แล้วผมล่ะ อยากได้อะไรจากมาร์ค... เงินเหรอ?




เมื่อถึงเวลานี้... ผมเริ่มรู้สึกว่า เงินไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุด แต่มาร์คตั้งหาก... คือ สิ่งที่ผมต้องการ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


@ Los Angeles International Airport




ผมไม่คิดว่าแค่การบินข้ามรัฐ ก็ใช้เวลาปาไปเกือบ 5 ชั่วโมง และนี่เป็นการเดินทางที่ผมรู้สึกเหงามากกกกก จากตอนแรกชวนจูเนียร์คุยเรื่องนู่นนี่นั่น เดินไปเข้าห้องน้ำแปปเดียว กลับมาจูเนียร์หลับซะแล้ว เหมือนกับว่าเขาก็ไปอดหลับอดนอนเหมือนเจ้านาย และนั่นมันทำให้ผมรู้สึกผิดที่ชวนจูเนียร์คุย หลังจากโดนปล่อยให้นั่งเหงาคนเดียวบนเครื่อง (เพราะเมื่อคืนนอนหลับมาเต็มอิ่มแล้ว) ผมก็เลยอ่านหนังสือสอบ สลับกับกินขนมแก้เบื่อ มาร์คกับจูเนียร์หลับยาว จนขนาดเครื่องลง พวกเขายังไม่รู้สึกตัวเลย จนผมต้องสะกิดปลุก




ผมเดินตามจูเนียร์และมาร์คมาที่ตรงประตูทางออก ตั้งแต่ลงเครื่องมา มาร์คไม่คุยอะไรกับผมเลย เขาเอาแต่สาวท้าวเดินอย่างรีบๆ มีแต่จูเนียร์เท่านั้นที่แอบมาคุยกับผมเป็นระยะๆ คอยบอกทาง และเรียกเวลาที่ผมเดินผิดทาง





หรือมาร์คจะกลัวคนอื่นรู้เรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างผมกับเค้า




“เรามายืนทำอะไรตรงนี้เหรอ" ผมถามจูเนียร์เพราะสงสัย




“มารอรถครับ" จูเนียร์พูดพร้อมส่งยิ้มให้ผม เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ก็เริ่มสบายใจขึ้นมานิด แอบมองดูมาร์ค เขายืนหันหลังให้เลยเห็นแต่หลังกว้างๆ ของเขา ผมเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองอย่างอื่นแทน เพราะไม่อยากจะมองเขาตอนนี้เท่าไร มันทำให้ผมอดน้อยใจไม่ได้




ระหว่างที่รอสักพักรถคันหรูก็มาจอดตรงหน้า คนขับรถวิ่งมาหยิบกระเป๋าเดินทางยกขึ้นหลังรถ ส่วนผมไม่มีกระเป๋าเลยไม่ต้องทำอะไร (เพราะจูเนียร์ดูแลพวกเสื้อผ้าให้ผม และก็โดนห้ามไม่ให้เตรียมมาจากไทยด้วย) เลยได้แต่ยืนเงียบแดกรอให้จูเนียร์บอกว่าต้องทำอะไรบ้าง




จากที่โดนมาร์คเมินตั้งนาน เขาหันกลับมามองหน้าผม พร้อมยื่นกระเป๋าที่อยู่ในมือเขาให้ผมถือ พร้อมโยกหัวเหมือนบอกให้ผมเดินตามเขาไป ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องให้ผมถือ ทั้งที่เขาก็ถือเองมาตั้งนาน เหมือนเขาแค่อยากจะทำให้ผมเหมือนคนรับใช้ มากกว่าคนติดตาม




เมื่อมาร์คเข้าไปในไปนั่งในรถ เพราะโดนเรียกผมเลยต้องเข้าไปนั่งข้างๆ เขา ส่วนจูเนียร์ก็ประจำตำแหน่งหน้าที่เป็นคนขับรถแทน เหมือนคนเมื่อกี้ที่ยกกระเป๋าให้ แค่ทำหน้าที่เอารถมาส่งให้แค่นั้น ไม่นานนักรถก็เลื่อนตัวออก




ผมหันหน้าออกไปมองวิวนอกรถ ในหัวคิดวุ่นเรื่องพฤติกรรมของมาร์ค ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่ เดี๋ยวก็เข้าหา เดี๋ยวก็เมิน




หรือมันจะเป็นไปตามกฎที่จูเนียร์บอก ผมเดินตามมาร์คแค่ในฐานะผู้ช่วยของจูเนียร์




“แบมแบม" เพราะถูกมาร์คเรียก ผมเลยหันไปมองเขา แต่แล้วก็ต้องตกใจที่เห็นเขานั่งชิดผม ทั้งที่ตอนแรกผมเอากระเป๋าของมาร์ควางกั้นกลางไว้ แต่มาร์คก็เอากระเป๋าไปวางอีกฝั่งหนึ่ง ส่วนตัวเขาก็มานั่งแทนที่กระเป๋า แขนแน่นๆ ของเขาเบียดมาที่แขนของผม




“หิวอะไรไหม"




“พูดเป็นแล้วเหรอ" ผมถามกลับอย่างน้อยใจ เพราะยังเคืองที่เขาไม่ยอมคุยกับผม มาร์คเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น ก่อนจะเอามือมาจับมือผมไว้





คิดดูสิ!! แค่โดนจับมือผมก็ใจสั่นแล้ว





“เป็นอะไร"




“แบมมากกว่า ต้องถามว่ามาร์คเป็นอะไร มาร์คไม่คุยกับแบมเลย แล้วจะให้แบมรู้สึกยังไง"




“ก็ฉันต้องระวังตัว ไม่อยากให้เป็นข่าว"




“ทำไม เป็นข่าวกับแบมมันน่าอายมากใช่ไหม ใช่สิ! แบมก็แค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง ประวัติไม่ได้สวยหรู เหมือนคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตมาร์คหรอก"




เพราะควบคุมสติไม่ได้ ผมเลยพ่นไฟใส่มาร์คชุดใหญ่ ก่อนจะหันหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกอดอก บ้าจริง!! ผมไม่คิดว่าตัวเองจะหลวมตัวมาลึกถึงขนาดนี้ ผมหวงมาร์คทั้งที่ไม่มีสิทธิ์เลยด้วยซ้ำ!




หัวใจของผมต้องเต้นแรงหนักกว่าเก่า จากที่กำลังงอน ก็เปลี่ยนเป็นเขินแทน เพราะถูกมาร์คเอาแขนแกร่งทั้งสองมาโอบกอดไว้แน่น ถ้าเห็นแค่แบมเป็นของเล่น อย่าทำแบบนี้อีก แบมขอร้อง เมื่อถึงเวลาที่มาร์คทิ้งแบม แบมจะไม่มีทางปล่อยมาร์คไปจากแบมแน่ๆ






ทำไมเมียถึงได้ขี้งอนนักนะ"






อ่าาา ผมโกรธมาร์คไม่ลงอีกแล้ว เค้าใช้ลูกอ้อนที่ทำผมแทบตายคาอกเขา ถึงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนเรียกว่าเมีย แต่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งผมก็อดเขินไม่ได้




“บะ... แบม ไม่ได้เป็นเมียมาร์ค"




“ขนาดนั้นแล้ว ยังไม่เป็นอีกเหรอ" เถียงไม่ออกเลยทีนี้ มาร์คเริ่มดึงผมเข้าไปกอดแน่นกว่าเก่า อาจจะเพราะกอดไม่ถนัด มาร์คเลยอุ้มให้ผมไปนั่นตรงตักเขา




“มาร์ค! ทำอะไรน่ะ! อายจูเนียร์บ้างดิ"




“กำลังง้อเมียอยู่หนิ อายทำไม"




“นะ... ไหนมาร์คเป็นคนตั้งกฎเองไม่ใช่เหรอ บอกว่าที่แบมมาที่นี่เป็นแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น" คิดแล้วก็อดน้อยใจอีกรอบไม่ได้




“จำไม่เห็นได้เลย ลืมหมดแล้ว" เขาพูดพร้อมทำหน้ายวนยี




“มาร์ค!” มันน่าตีไหม ผมเครียดกับคำพูดนั่นเป็นบ้าเป็นหลัง แต่เขากับไม่ได้ใส่ใจมันเลยสักนิด




“ทำไม อยากให้ฉันมองนายแค่เพื่อนร่วมงานแค่นั้นเหรอ" เขาเงยหน้ามองผม พอโดนถามแบบนั้นบ้าง ผมก็ตอบไม่ถูกเลย ก็อยากจะพูดตรงๆ ว่าไม่อยากให้เขามองผมแบบนั้น แต่ก็กลัวเขาจะรู้ว่าผมคิดยังไงกับเขา ถึงแม้ว่าบางครั้งผมจะแสดงอาการไปบ้างแล้วก็เถอะ ก็ยังไม่อยากบอกเขาตรงๆ อยู่ดี อยากให้เขาเป็นฝ่ายบอกก่อน






จะให้กลับมองอย่างนั้นอีก... ก็ทำไมไม่ได้แล้ว ก็แบมอ่ะ...ชอบทำตัวน่ารัก"






นะ...นั่น! ไม่ใช่คำพูดผม แต่เป็นคำพูดของมาร์ค!!! และคำพูดนั่นทำผมต้องเผลอยิ้มออกมาเพราะเขินขั้นร้อย หันไปมองทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน หันไปเจอจูเนียร์ ก็เห็นตาหยีๆ ของเขาถูกสะท้อนกับกระจกเป็นการบอกว่าเขากำลังยิ้ม และนั่นทำให้ผมเขินมากกว่า รู้สึกร้อนไปทั้งหน้า และยิ่งเห็นมาร์คกำลังจ้องมองมาทางผม เหมือนกำลังจับผิด ผมก็คิดว่าตัวเองกำลังจะขาดหายใจเร็วๆ นี้




“ปากหวานแบบนี้ ชมมากี่คนแล้วล่ะ"




“ฉันไม่เคยชมใคร ลองถามจูเนียร์ดูสิ" เขาสวนกลับทันที เพราะมาร์คบอกว่าไม่เคยชมใคร มันเลยเป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนสำคัญของเขา ถ้าผมไม่เคยได้ยินอะไรมาก่อนหน้านั่น ผมต้องคิดไปไกลว่ามาร์คชอบผมแน่ๆ




แต่ถึงอย่างนั้น... เพราะหลงมาร์คมาก ผมเลยไม่อยากจะคิดเรื่องอดีตของเขา เพราะหลงมาก... ผมกำลังรู้สึกเหมือนคนตาบอด ทั้งที่รู้ว่ามาร์คแค่สนุก แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้...

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จูเนียร์ก็ขับรถมาจอดที่ที่หนึ่ง ไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน แต่เห็นมีพวกนักข่าวอออยู่เต็มไปหมด ผู้คนต่างพากันหลั่งไหลเข้าไปในอาคาร เหมือนมีงานอะไรสักอย่างอยู่ในนั้น




“แบมแบม ฉันจะเข้าไปในงาน นายอยากจะกลับไปพักที่โรงแรมก่อนไหม ฉันจะให้จูเนียร์ขับรถไปส่ง หรืออยากอยู่ที่นี่"




“แบมอยู่กับมาร์คได้ด้วยเหรอ" เขาส่ายหัวแทนคำตอบ กำลังตื่นเต้นก็เฟลขึ้นมาทันที




“จะเดินเข้าไปดูข้างในก็ได้ แต่แค่ไม่ได้เดินกับฉัน" นั่นสิ มัวแต่เขินก็เลยไม่รู้เลยว่าทำไมเขาถึงไม่อยากเป็นข่าวกับผม จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะเป็นข่าวอะไรนั่นหรอก ผมก็แค่อยากเดินไปไหนมาไหนกับมาร์คด้วยเท่านั้น




“ว่าไง" มาร์คถามกดดัน พร้อมเอามือจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่




“แบมอยู่ที่นี่ก็ได้ ไม่อยากไปเฉาตายอยู่โรงแรม"




“งั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าคุยกับคนแปลกหน้า อย่าไว้ใจใครง่ายๆ โทรศัพท์ที่จูเนียร์ให้ไป ถือติดตัวไว้ตลอดเวลา เข้าใจที่ฉันสั่งใช่ไหม" ผมพยักหน้าตอบรับพร้อมทำหน้ามู่




“แล้วเจอกัน" มาร์คโน้มตัวลงมาฝากสัมผัสไว้ที่ริมฝีปากผมเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูลงรถไป ทำไมมาร์คชอบทำให้ผมเขินอยู่เรื่อยเลย พอจะงอนทีไร มาร์คก็ชอบทำให้ผมลืมไปทุกครั้งว่างอนเขาอยู่




เพราะอย่างนี้ไง... แบมก็เลยหลงมาร์คมาก

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หลังจากที่ผมนั่งเป็นเพื่อนจูเนียร์เอารถไปเก็บ จูเนียร์ก็พาผมเดินเข้าไปในงาน ทันทีที่เข้ามาผมก็ต้องตะลึงกับภาพที่เห็น เพราะไม่คิดว่าคนจะมาเยอะขนาดนี้ อ่านป้ายที่ติดอยู่หน้างาน เลยรู้ว่าเป็นการแสดงภาพ ของคนที่ชื่อ เจเจเอ็น เลยเริ่มเข้าใจมาร์คมากขึ้น เขามาที่นี่ก็เพราะมาทำงาน




“คุณแบมแบมครับ ผมต้องรีบไปหาคุณมาร์ค คุณแบมแบมอยู่คนเดียวได้แน่ใช่ไหมครับ"




"ได้ สบายมาก จูเนียร์ไปเถอะ" จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรว่าจะอยู่คนเดียวได้ไหม เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนผมทองตาสีฟ้า มันยิ่งบ่งบอกว่าผมไม่ได้อยู่ในที่ของตัวเอง




“ถ้ามีอะไร คุณแบมแบมโทรหาผมเลยตลอดเวลาเลยนะครับ พอเสร็จงานเดี๋ยวผมจะโทรหาคุณแบมแบมอีกที" หลังจากที่จูเนียร์พูดกับผมจบ เขาก็เดินจากผมไปอย่างรีบๆ หลังจากที่จ้องมองหลังจูเนียร์จนหายลับไป ผมหันซ้ายหันขวาเพราะก็เริ่มทำตัวไม่ถูก งานแสดงภาพอะไรนั่น ไม่เหมาะกับผมเลยสักนิด ถ้าเป็นไอ้ยองแจ มันคงเดินว่อนไปรอบงานแน่ๆ ดีนะที่ผมเอาช็อตโน้ตข้อสอบที่ยองแจย่อให้ติดมือมาด้วยเอาไว้อ่านฆ่าเวลา แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ลองเดินๆ เล่นไปรอบๆ ดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้ถือว่าเคยมาดูงานแสดงภาพถ่ายแล้ว








WRITER PART





ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง




แบมแบมเดินดูภาพถ่ายที่จัดอยู่ในงานด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อเดินดูครบแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรต่อ เลยเดินหาที่นั่งเงียบๆ จะได้อ่านหนังสือทบทวนเตรียมตัวสอบในอีกห้าวันข้างหน้า แต่เพราะมัวแต่สนใจสมุดโน้ตในมือ เลยไม่ทันระวังเลยเดินไปชนกับใครบางคนเข้า ทำสมุดโน้ตของยองแจตกไปอยู่ที่พื้น พร้อมเปิดอ้า




“Sorry” เพราะรู้ว่าผิด เลยรีบขอโทษไปก่อน กำลังจะเอื้อมมือหยิบ ฝ่ายตรงข้ามกลับเร็วกว่า เงยหน้าขึ้นมองกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ ก็ต้องช็อคค้างไปทันที หนุ่มคนนั้นยิ้มมุมปากเล็กน้อย พร้อมแอบมองสมุดโน้ตเล็กๆ เพราะข้อความที่จดเป็นภาษาไทย เลยรู้ว่าแบมแบมเป็นคนไทย และแค่มองผ่านๆ เห็นหัวข้อเด่นชัดกลางกระดาษบ่งบอกสถานะว่าแบมแบมกำลังเรียนหนังสืออยู่




“หวัง... แจ๊คสัน!” เพราะรู้จักเลยเผลอเรียกชื่อ หวัง แจ๊คสัน ออกไปด้วยความตกใจ นักร้องดังระดับโลก มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก แถมชื่อเสียงเรื่องข่าวฉาวก็เยอะซะด้วย แต่แบมแบมไม่ได้นึกถึงเรื่องนั้น เพราะตกใจที่ได้เห็นนักร้องดังตัวเป็นๆ




“ใช่ นั่นชื่อฉันเอง" แจ๊คสันตอบภาษาไทยกลับมาอย่างฉะฉาน เขาเป็นนักร้องที่มีหัวอัจริยะ สามารถพูดได้มากกว่า 10 ภาษา และภาษาไทย ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เขาพูดได้และอ่านออก และการที่แจ๊คสันตอบ ทำแบมแบมต้องเผลอเอามือปิดปากตัวเองไว้ เพราะกำลังช็อคไม่คิดว่าแจ๊คสันจะตอบเขา



“และนายล่ะ ชื่ออะไร" เพราะสนใจ เลยถามกลับ เล่นทำแบมแบมช็อคไปอีกรอบ





Rrrrr





เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ขัดจังหวะการแนะนำตัว แบมแบมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ปรากฎชื่อว่าจูเนียร์โทรมา รู้ว่าเรื่องปลายสายสำคัญกว่า เลยได้ขอตัวออกมาก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้แนะนำชื่อเลย




ดวงตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่เดินจากไปด้วยความหงุดหงิดใจ สายนั่นที่โทรมามีความสำคัญมากขณะที่ต้องเดินหนีคนอย่างเค้าเลยเหรอ ลิ้นเรียวดุ่นไปที่กระพุ่งแก้ม มองเอวบางด้วยความอยาก ทำไมเด็กบ้านๆ คนนั่นถึงทำให้เขาไม่สามารถละสายตาได้นะ




กำลังจะก้าวเดินออกมาจากตรงนั้น สายตาก็ดันไปสะดุดกับอะไรที่ตกอยู่บนพื้น เพราะความสงสัยเลยหยิบขึ้นมาดู รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เริ่มปรากฎบนใบหน้าคม นี่เป็นของต่างหน้าที่แบมแบมทิ้งไว้




เพราะอ่านออกเลยรู้ว่านี่เป็นบัตรสมาชิกสโมสรว่ายน้ำของมหาลัย A จ้องมองบัตรในหัวคิดจินตนาการไป ตอนที่แบมแบมไปใช้บริการที่นี่ว่าจะเซ็กซี่แค่ไหน ในบัตรนี้บอกรายระเอียดข้อมูลครบทุกอย่างที่เค้าต้องการ ทั้งชื่อ สถานที่เรียน คณะที่เรียน เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่บ้าน แค่บัตรใบเดียว เขาก็สามารถรวบหัวรวบหางแบมแบมได้ไม่ยาก







“ชเว ยองแจ"






แจ๊คสันอ่านชื่อเจ้าของบัตรออกมาอย่างชัดถ่อยชัดคำ ถึงรู้สึกแปลกที่ชื่อเหมือนคนเกาหลี แต่ก็คิดว่าบัตรนี่น่าจะเป็นของแบมแบมแน่ ยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะรู้สึกว่าการจะกินเด็กนี่ไม่ยาก แต่... เขากลับกำลังเข้าใจผิดอะไรบ้างอย่าง บัตรนั่นไม่ใช่ของแบมแบม!












“เฮ้! แจ๊คสัน" เพราะโดนเรียก เลยเก็บบัตรนำโชคใส่กระเป๋าเสื้อด้านในสูท หันไปมองตามเสียงก็ต้องยิ้มกว้างทักทายเพื่อนรัก




“เห้ย! มาไงวะมาร์ค" แล้วทั้งสองหนุ่มโผกอดเข้าหากัน กอดกันแน่นเพราะคิดถึง




“กูมากกว่า ต้องถามมึงว่ามาที่นี่ได้ไง คนอย่างมึงไม่ได้คิวทองจนจะมาเดินเล่นแถวนี้ได้" คำพูดของมาร์คทำให้แจ๊คสันต้องยิ้มมุมปาก




“ที่กูมาที่นี่ได้ ก็เพราะว่ามาทำงานเหมือนกัน" คำพูดของแจ๊คสันทำให้มาร์คต้องเลิกคิ้วมอง เพราะไม่เข้าใจสิ่งที่พูด "ก็เจเจเอ็น จ้างให้กูมาที่นี่ เพราะเป็นการประชาสัมพันธ์งานไปในตัว มึงไม่เห็นนักข่าวที่อยู่ด้านนอกรอ พวกมันมารอทำข่าวกูทั้งนั้น"




เพราะเพิ่งมีข่าวหลุดกับนักร้องสาวดัง เพิ่งเสวยสุขกันกลางหาดทราย ไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง ทำให้รอบนี้แจ๊คสันโดนโจมตีมากกว่าเก่า แต่แจ๊คสันก็ไม่แคร์ เพราะเขาคิดว่าอยากทำให้ชีวิตให้สนุก อยากทำทุกอย่างที่ใจต้องการ




“สวัสดีครับ คุณแจ๊คสัน" จูเนียร์ที่หายไปจัดการบางอย่างให้มาร์ค กลับมาพร้อมเอ่ยทักทายแจ๊คสัน




“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" มาร์คถามจูเนียร์ เพราะเพิ่งสั่งให้จูเนียร์ไปหาแบมแบมเช็คความเรียบร้อยว่าแบมแบมมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ค่อยเริ่มกลับมาทำงานต่อ




“ครับ ตอนนี้ผมให้รออยู่โซนอาหาร คาดว่าจะอยู่ตรงนั้นได้อีกนาน" เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วก็สบายใจ แต่คำพูดของทั้งสอง ทำให้คนที่ยืนฟังอย่างแจ๊คสันต้องเอ๊ะใจ




“เอาเด็กมาด้วยเหรอ" เพราะสงสัย เลยถามออกไป คนถูกถามมองเฉไฉไปทางอื่นเพราะไม่อยากตอบเพื่อน "ปกติกูไม่เคยเห็นมึงพกเด็กออกงานด้วยหนิ คนนี้สำคัญเหรอ? พามาเห็นหน้าหน่อยดิ อยากรู้หน้าตาแบบไหนที่ทำให้เพื่อนกูติดใจได้ขนาดนี้"




แจ๊คสันแซวเพื่อนตัวเอง พร้อมโอบกอดเป็นการหยอกล้อ




“พูดอะไรไร้สาระวะ กูไปทำงานต่อแหละ" พูดจบก็ตบบ่าเพื่อนพร้อมเดินหนีออกมา




“เห้ย! ไอ้มาร์ค" เพราะโดนเรียกเลยต้องหันกลับไปมองอีกรอบ "มึงจะกลับไปไทยอีกเมื่อไรวะ"




“น่าจะอีกสองสามวัน ทำไมวะ"




“กูว่าเร็วๆ นี้กูอาจจะได้ไปไทย"




“มีงานเหรอ"




เปล่า... กูแค่อยากไปหาอะไรทำสนุกๆ ไว้ยังไงกูจะโทรหาอีกที"




มาร์คพนักหน้ารับคำพูดเพื่อน ก่อนจะเดินจากไปพร้อมเลขา แจ๊คสันมองเพื่อนที่เดินไปลับสายตาแล้ว ในหัวก็ยังไม่หยุดเรื่องแบมแบม หยิบบัตรสมาชิกขึ้นมาดูอีกครั้ง พร้อมเอาโทรศัพท์กดบันทึกเบอร์โทรศัพท์ไว้ เข้าไปในแอปฯไลน์กดไล่หาชื่อของคนที่เพิ่งบันทึกไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นอีกครั้ง เห็นชื่อปรากฎว่า CHOI YJ ก็รู้ว่านี้ต้องเป็นไลน์ของเด็กคนนั้นแน่ กดเข้าไปดูรูปด้วยความสนใจ




จะเรียกว่าเป็นความซวยของยองแจก็ได้ เพราะดันขึ้นรูปตัวนาคไว้แทนรูปตัวเอง เลยทำให้แจ๊คสันเข้าใจผิดคิดว่านี่คือไลน์ของ แบมแบม




ใบหน้าคมไม่รอช้า พิมพ์ทักทายไป เพราะรู้ว่าแบมแบมน่าจะยังอยู่ในงาน เลยจะถามว่าอยู่ตรงไหน เพราะอยากไปคุยด้วย




JACKSON : อยู่ไหน?




ตาคมรออีกฝ่ายตอบกลับมา เมื่อเห็นหน้าจอปรากฎว่า Read แล้ว ก็ต้องยิ้มออกมา



CHOI YJ : ใคร?




JACKSON : ดูรูปดิสไลน์ ไม่รู้เหรอว่าใคร




CHOI YJ : อย่ามาตลก เอาไลน์ฉันมาจากไหน...




เพราะแจ๊คสันเป็นนักร้องดัง ทำให้ยองแจไม่เชื่อว่าคนที่คุยอยู่นั่นคือ แจ๊คสันตัวจริงเสียงจริง แอบคิดไปไกลว่าน่าจะเป็นแฟนคลับของแจ๊คสัน ทักไลน์มาแกล้งเค้า และการที่ยองแจไม่ยอมเชื่อ ทำให้แจ๊คสันต้องขมวดคิ้วเพราะรู้สึกไม่พอใจ




JACKSON : ฉันแจ๊คสัน นายเพิ่งทักไปเมื่อกี้เอง ลืมแล้วเหรอ?




CHOI YJ : -_-




JACKSON : บอกฉันมาอยู่ไหน




CHOI YJ : ทำไมฉันต้องบอก




JACKSON : ยองแจ.... อย่าเล่นตัว ฉันไม่ชอบ




CHOI YJ : -_-




JACKSON: !!!!!!!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง




อาหารกองพะเนินเทินทึกอยู่ในห้อง VIP ทำให้แบมแบมรู้สึกตื่นตาตื่นกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า คนตัวเล็กหยิบแล้วหยิบอีก ยิ่งกินยิ่งมีความสุข แก้มกลมเต็มไปด้วยอาหารที่ซ่อนอยู่ในกระพุ่งแก้ม เพราะภาพนี้มันดูน่ารัก ทำให้คนที่แอบมองอยู่สักพักหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่าย และแบมแบมก็เหมือนจะไม่รู้ตัวว่าโดนแอบถ่ายรูปอีกแล้ว




ร่างสูงยิ้มกว้างออกมาเพราะได้รูปที่ชอบใจ คิดว่าแบมแบมจะเงยหน้ามาเห็นว่ายืนอยู่ตรงนี้บ้าง แต่ดูท่าคงอีกนานกว่าที่แบมแบมจะเห็น เลยตัดสินใจเข้าไปทักเอง




“เดี๋ยวก็ติดคอหรอก" ทักเตือนไปอย่างเป็นมิตร คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมามองอย่างแปลกใจ เพราะคนที่เข้ามาทักดันพูดภาษาไทยด้วย




“ยะ.... ยูคยอม!!!” สีหน้าแบมแบมดีใจมากที่เห็นยูคยอมอยู่ตรงหน้า คนโดนทักก็ยิ้มกว้างเพราะรู้สึกดีที่แบมแบมยังจำเค้าได้ "มางานนี้ด้วยเหรอ"




แบมแบมละมือจากการหยิบขนม และเปลี่ยนมาสนใจยูคยอมแทน หนุ่มร่างสูงพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มให้




“ดีใจจัง คิดว่าจะไม่ได้เจอกันซะแล้ว"




“นั่นสิ โชคดีจัง" คนตัวเล็กยิ้มกว้าง ทำให้คนมองอย่างยูคยอมนั่น อดยิ้มตามไม่ได้




“แล้วแบมแบมจะกลับไทยเมื่อไรเหรอ"




“อืม... ไม่แน่ใจ คิดว่าน่าจะอยู่นี่ไม่เกินอาทิตย์" ถ้าเกินก็คงจะซวย เพราะมีติดสอบด้วย และคิดว่ามาร์คคงจะไม่ใจร้ายจนทำให้ขาดสอบ




“อีกสองอาทิตย์ฉันน่าจะได้ไปไทย งั้นฉันขอเบอร์ติดต่อที่ไทยของแบมแบมได้ไหม จะได้นัดเจอกันอีก" คนตัวเล็กพยักหน้าถี่ ยูคยอมหยิบโทรศัพท์ยื่นให้แบมแบม มือเล็กรับมากดเบอร์โทรพร้อมกดบันทึกชื่อให้ นิ้วหนาของคนตัวสูงเอื้อมเข้ามาจิ้มเข้าแอปฯไลน์ "ขอไลน์ไว้ด้วย"




ไม่ค่อยชินที่เจอคนแปลกหน้ามาขอเบอร์โทรและขอไลน์ แต่เพราะเคยคุยกับยูคยอมระดับหนึ่งแล้ว เลยคิดว่าเค้าไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าแล้ว หลังจากเพิ่มเพื่อนในไลน์ให้ยูคยอมแล้ว ก็ยื่นโทรศัพท์คืนเจ้าของ





Rrrrrrr





โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง แค่ไม่หยิบขึ้นมาก็รู้ว่าใครโทรมา เพราะมีคนเดียวเท่านั้นที่โทรมา แบมแบมกดรับสายพร้อมเอาโทรศัพท์แนบหู




(คุณแบมแบมครับ คุณมาร์คจะกลับแล้วครับ)




“ให้แบมไปหาที่ไหน"




(ตรงทางเข้าด้านหน้าก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรออยู่ตรงนั้น)




“อื้อ เดี๋ยวแบมรีบไป"




พูดจบก็วางสายไป คนฟังอย่างยูคยอมต้องใจหายตาม เพราะเพิ่งได้คุยกันแท้ๆ แบมแบมก็จะกลับซะแล้ว




“แบมต้องไปแล้ว เสียดายจัง ยังไม่ได้คุยกันเลย"




“ไม่เป็นไร เรามีไลน์กันแล้วหนิ ทักมาได้"




“อื้อ แบมไปก่อนนะ เดี๋ยว... เจ้านายจะรอนาน" เกือบจะเผลอเรียกว่ามาร์คออกมาแล้ว แต่ชะงักคิดทันก่อน เลยเรียกว่าเจ้านายแทน คนตัวเล็กยกมือบ๊ายบาย ก่อนจะรีบเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะกลัวว่ามาร์คจะรอนาน





แบมแบมเดินมาจุดที่นับพบ เห็นมาร์คยืนรออยู่ หัวใจดวงเล็กก็เต้นแรงเพราะดีใจ เมื่อมาร์คชายตามองเห็นแบมแบมกำลังเดินเข้ามาใกล้ เลยรีบเป็นฝ่ายเดินนำออกมา เพื่อเป็นการบอกว่าเขาจะกลับแล้ว แบมแบมกำลังอารมณ์ดี เห็นมาร์คเดินหนีทำท่าทางเหมือนกลัวคนจะจับได้ ก็แอบน้อยใจอีกแล้ว




“ไปกันเถอะครับ" จูเนียร์หันมาบอก แบมแบมพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มเจือนๆ ให้ รีบสาวท้าวตามมาร์คไป

.

.

.

.

.

.

.


เมื่อเดินมาถึงรถ มาร์คกำลังจะเปิดประตูรถเข้าไป แต่แล้วสายตาก็ต้องไปสะดุดเห็นใครบางคน รอยยิ้มปรากฎตรงหน้าคนที่พบเจอ เพราะความคิดถึงเลยรีบวิ่งเข้ามากอดมาร์ค ทำคนตัวสูงตั้งตัวไม่ทัน




“ทำไมมาไม่บอกหะ! ไม่คิดจะไปหาเลยใช่ไหม" พูดไปพร้อมเอามือตีหลังคนตัวสูงเป็นการลงโทษ มาร์คยิ้มกว้างออกมาอย่างอ่อนโยน ลูบหลังคนที่อยู่ตรงหน้ากลับ





“ก็ว่าจะไปเซอร์ไพร์สสักหน่อย ดันมาเจอก่อนซะได้... ว่าแต่ มาทำอะไรแถวนี้ครับ"





“มาหาเพื่อนน่ะจ้ะ แล้วนี่กินข้าวหรือยัง"





“ยังครับ ว่าจะไปฝากท้องที่บ้านคุณยายอยู่พอดีเลย"




“ไปๆ ยายติดรถไปด้วยดีกว่า คิดถึงงงงง" แล้วหญิงสูงวัยก็กอดหลานตัวเองแน่นอีกครั้ง ทำให้คนที่ยืนมองอย่างแบมแบมอดยิ้มไม่ได้ เพราะภาพตรงหน้าน่ารักมากๆ มาร์คดูอ่อนโยน แบมแบมชอบที่เขาเป็นแบบนี้ มากกว่าทำหน้าบึ้งๆ ซะอีก กำลังมองเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นสายตาของคุณยายจ้องมา เพราะเห็นคุณยายพูดภาษาไทย เลยรีบยกมือไหว้เป็นการทำความเคารพ




“ตะหนูคนนี้ใครเหรอ ลูกน้องคนใหม่เหรอ"




“ชะ...” แบมแบมกำลังจะตอบ แต่ก็โดนมาร์คแซงตอบซะก่อน







เปล่าครับ นี่เมียมาร์คเอง"






นอกจากแบมแบมจะช็อคแล้ว คนเป็นยายและจูเนียร์ก็พากันช็อคกันไปตามๆ กัน หัวใจแบมแบมเต้นรัวหนักกว่าเก่าเป็นล้านเท่า ยิ่งมาร์คเปิดตัวกับคนในครอบครัว มันทำให้แบมแบมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้อยู่ในสถานะที่สำคัญมากขึ้น




แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้... ว่าทำไมอยู่ๆ มาร์คถึงพยายามเข้าหา ดูแลดี และยกระดับความสัมพันธ์ให้แบบนี้ ทุกอย่างมันเริ่มมาจากหลังคืนวันนั้น... ตอนมาร์คคลุ้มคลั่ง




“มะ...ไม่ใช่นะครับ มาร์คก็ชอบพูดแกล้งผมไปเรื่อย" แบมแบมพยายามแก้ตัว พร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน เพราะไม่อยากให้คุณยายต้องหัวใจวายไปซะก่อน หญิงสูงวัยพยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ คำพูดของหลานเมื่อกี้ทำช็อคจนเกือบจะเป็นลมหงายหลังลงไปนอนกับพื้นแล้ว




“เดี๋ยวเราคงได้มีเวลาทำความรู้จักกันอีกเยอะ....” มือเหี่ยวพูดพร้อมจับไปที่แขนเล็ก ก่อนจะเป็นฝ่ายเข้าไปนั่งในรถก่อนคนแรก หัวใจของแบมแบมเต้นแรงหนักกว่าเก่า พยายามกลืนน้ำลายลงคอแต่กลับรู้สึกฝืดไปหมด




“ทำไมพูดออกไปแบบนั้น!” แบมแบมทำเสียงกระซิบด่าคนตัวสูง มาร์คไม่ตอบ แต่ทำหน้ากวนกลับมา ก่อนจะขึ้นรถตามยายไป เมื่อไม่ได้คำตอบก็หันมาถามจูเนียร์บ้าง





“มาร์คคิดอะไรอยู่"




ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ช่วงนี้ผมอ่านคุณมาร์คไม่ค่อยออกสักเท่าไร"  









อ๊ายยยยยยยยยยยยยย ขอกรี๊ดก่อนนน

เอาไปก่อนนน 40% งื้อออ ดิ้นแรงงงง 

เพิ่งแต่งเสร็จก็เลยเอามาลงก่อนน กำลังลุยต่อ 

เห็นใช่ไหมว่าไรท์ตัดทิ้งไว้ว่าวันต่อมา อยู่ที่สนามบิน 

งั้นก็หมายความว่าาาาา ก่อนหน้านั้น ไม่มี NC นะจ้ะ 

ไรท์อยากให้รีดได้พักผ่อนหายใจบ้างงง

หรือไม่อยากพัก? อยากต่อ 555555555 

ถ้าอยากบอกน้า เดี๋ยวจะแอบแต่งและปล่อยลิงค์

ให้เข้าไปอ่าน NC กันนนนน 

อย่าลืมให้กำลังใจเน้อออ 

1 คอมเม้น = ล้านกำลังใจ 

ไปแต่งก่อนแหละ ชะแว้บบบบ 


** เดี๋ยวกลับมาอีกทีลงครบตอนเลยเน้ออ **

08/10/59



ครบร้อยเปอร์เซ็นแล้วววววว ว้ากกกกกกกกกกกก 

คนที่รอ NC ขอไรท์คิดก่อนนะว่าจะทำยังไง

มันถึงจะอ่อนหวานและอ่อนโยนแบบที่แบมแบมชอบ อ๊ายยยย 

แล้วจะมาปล่อยอีกทีนะจ้ะ 

ในที่สุดเราก็ได้เจอกับตัวละครแจ๊คสันแล้ว 

มาแบบโบ๊ะๆ เข้าใจผิด คุยไลน์กับยองแจเพราะคิดว่าเป็นแบมแบม 

เลยเกิดอีกคู่เป็น #JACKJEA

อาจจะเป็นคู่รอง โผล่มาบ้างเป็นบางครั้งบางคราว 

ฉากที่มาร์คกับแจ๊คคุยกัน ไรท์ให้คุยภาษาอังกฤษนะ 

เพราะคิดว่าเหมือนเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันที่เมกา 

คิดว่าน่าจะคุยภาษาอังกฤษกันมากกว่า

รอบนี้มาร์คเรียกตะหนูของเราว่าเมียบ่อยไปแล้ว

มาแปลกแบบจูเนียร์ยังตามไม่ทันเลย 

มาร์คกำลังคิด และจะทำอะไรอยู่ 

ติดตามต่อด้วยเน้อออออ รูปแบมจะถูกไปทำอะไร

อยู่กันยาวๆ เลยยยย 


อย่าลืมติดแท็กด้วยน้า #มาร์คชอบสั่ง

ขอกำลังใจหนักๆ เลยน้าาา >< 

1 คอมเม้น = ล้านกำลังใจ 

ไรท์อ่านคอมเม้นทุกที่เลย ทั้งเด็กดี และในแท็ก ใน DM ในแมนชั่น

ขอบคุณที่ทุกคนให้กำลังใจนะคะ 

ความสุขของการแต่งก็คือมีฟีคแบ็คว่ามีคนชอบ

งื้อออ ดิ้นแรง รักรีดนะ ><


เมื่อเช้าเข้าไปดู เนื้อ BEHIND #มาร์คชอบสั่ง ติดอันดับในฟิคเกาหลีด้วยล่ะ อ้ายยย ดีใจแรงงง




09/10/59



© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 517 ครั้ง

7,299 ความคิดเห็น

  1. #7290 MTBBminttt (@MTBBminttt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 17:07
    ยายใจดีใช่ไหมคะ 😂
    #7290
    0
  2. #7269 lek0868909108 (@lek0868909108) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 14:26

    เมียมาร์คเองง ง่ออ

    #7269
    0
  3. #7237 planin_hrd (@planinhrd) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 12:38
    มาร์คน่ารัก
    #7237
    0
  4. #7181 Joy2301 (@Joy2301) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:28
    ไรท์ใจดีจัง มีซับไทยให้ด้วย 555
    #7181
    0
  5. #7166 Minlaneee (@Minlaneee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 11:06
    เมียไง เมีย 😍😍😍
    #7166
    0
  6. #7156 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 14:45
    เอาแล้วว
    #7156
    0
  7. #7141 hiddenhills (@hiddenhills) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:39
    วงวารแจ็คสัน5555
    #7141
    0
  8. วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 13:25
    อยากบอกว่านี่ไปตามหา nc มาแต่หาไม่เจอ 555 ร้องไห้ทั้งน้ำตา โดนไรท์ทิ้งไว้กลางทาง แต่ตอนนี้เป็นอะไรที่เขินมากกกกกกกก อ่านไปเขินไป อยากจิกรี๊ดดดดด หลายรอบมากแต่เดี๋ยวคนหาว่าบ้า เขินจนตัวบิดตัวเบี้ยวหมดละ แต่ก็ยังไม่เข้าใจทำไมมาร์คถึงไม่อยากเดินกะแบม เพราะกลัวแบมโดนรังควาน? แต่ขำแจ๊คมากเข้าใจผิดซะงั้น นี่ก็แอบอยากให้มีแจ๊คแบม ยูคแบม นะให้อิพี่หึงจนอกแตกตายไปเลยยยยยย
    #7052
    0
  9. #7040 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 09:46
    555555555
    #7040
    0
  10. #7027 itmt93 (@itmt93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 03:11
    ขำแจ็คสันอะ55555555
    #7027
    0
  11. #6989 TATAR20505 (@TATAR20505) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 01:34
    ตลกเฮียแจ็คกับยองแจอะ5555555555
    #6989
    0
  12. #6934 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 18:49
    แรงงงง ทำไมเฮียดูร้าย
    #6934
    0
  13. #6870 mmtuie-patt (@mmtuie-patt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 01:37
    ตัวระเบิดตัวตายไปเลย กูเนี้ยระเบิดตัวตายไปเลย คุณต้วนไม่อ่อนโยนน ฮื้ออออ
    #6870
    0
  14. #6860 Hello_JBid (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:40
    ตลกแจ็คสัน มาแปปเดียวแต่แย่งซีนมาก 55555
    #6860
    0
  15. #6764 mkmarkbb (@mkmarkbb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 18:53
    โว้ยพี่มาร์คโว้ยคิดไรว่ะเนี่ยยย
    #6764
    0
  16. #6749 NummPhanidaBhyun (@NummPhanidaBhyun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:10
    กรี้ดดดดด นี่เมียมาร์คเอง โอ้ยยยเขินนนนนน
    #6749
    0
  17. #6727 JJaneBBJK_97 (@JJaneBBJK_97) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:04
    เมียมงเมียมาร์คเด้อ เฮียแจ็คนั้นแจจ๊ะบ่ใช่แบม
    #6727
    0
  18. #6669 Only We Know Untill (@369963nq) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 09:14
    ตลกเฮียแจ็ค 555
    คุณมาร์คน่ารักมากเลยย เจ้าแบมแบมก็น่ารัก ///3///
    #6669
    0
  19. #6621 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:49
    ชอบอ่ะ คุณยายเรียกตะหนู งื้ออออ
    #6621
    0
  20. #6620 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:36
    มาร์คน่าจะเป็นไบโพล่านะ555+
    #6620
    0
  21. #6619 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:36
    งื้ออออ เมียผมเอง เขิลว้อยยยยย มาร์คคคคคค อย่าทำร้ายจิตใจแบมอีกน๊าางื้อออ เขิล
    //ขำแจ็คแจว่ะ555+
    #6619
    0
  22. #6530 YoungNie (@YoungNie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 20:52
    สรุปนั่งขำแจ็คแจ ว้อย เรื่องพลิก ไรท์เขียนดีมาก ชอบ
    #6530
    0
  23. #6526 คนแมนซังนัมจา~ (@arada_jsm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 17:58
    ไม่ต้องงง มาร์คแค่เป็นไบโพล่า 5555
    #6526
    0
  24. #6495 praew-yyy (@praew-yyy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 18:21
    โครตคนจริง555555
    #6495
    0
  25. #6476 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 11:04
    ตลกแจ๊คค ละยูคยอมนี่คนดีใช่ไหมม
    #6476
    0