BlackMail #ลับ19มบ [MARKBAM]

ตอนที่ 7 : TAPE SIX [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1448 ครั้ง
    29 พ.ค. 62



TAPE SIX


              เมื่อตอนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผมรับรู้ได้ว่าตัวเองปวดเมื่อยไปทั้งตัว สภาพของผมในตอนนี้มันก็คงไม่ต่างจากตอนนั้นที่ผมเอาตัวเข้าแลกเพื่อสร้างคลิปแบล็กเมล์ ในตอนนี้สิ่งที่โดนกระทำมันก็คล้ายกัน แต่ทว่าเมื่อคืนนี้มันเป็นการที่มาร์คแก้แค้นผมกลับ ท้ายที่สุดผมก็โดนเอาคืนอย่างเจ็บแสบโดยการถ่ายคลิปสำหรับแบล็กเมล์กลับ 


ใช่!! คลิป!!! 


ผมลืมตาขึ้นมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองโดนถ่ายคลิปลับ ผมรีบหันไปมองข้างกายด้วยใจที่เต้นแรง และทันทีที่ผมเห็นไอ้มาร์คยังคงหลับอยู่ก็ทำผมต้องแต้มยิ้มบนใบหน้าทันที มันคิดว่ามันจะฉลาดที่แบล็กเมล์ผมได้งั้นเหรอ มันโง่น้อยกว่าผมไปขั้น


ผมรีบลุกขึ้นคุกเข่าเพื่อเตรียมตัวลุกไปขโมยโทรศัพท์ไอ้มาร์ค รอบนี้ผมไม่ได้หมดเรี่ยวหมดแรงเหมือนครั้งที่แล้ว ทั้งที่โดนมันทำไม่ต่างกัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมร่างกายของผมฟื้นเร็ว 


แต่นั่นไม่ใช่เวลาที่ผมจะมาตามหาคำตอบ ผมรีบหันซ้ายหันขวามองหาโทรศัพท์ไอ้มาร์ค และผมก็ต้องยิ้มรับกับชัยชนะอีกครั้งเมื่อเห็นโทรศัพท์เจ้าปัญหาวางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียงฝั่งไอ้มาร์ค


ผมเปิดผ้าห่มอย่างเบามือเพราะกลัวไอ้มาร์คจะตื่น กำลังจะพาตัวเองลงจากเตียงก็ต้องชะงักกับสิ่งที่ตัวเองเห็นอยู่ตอนนี้


นี่มันอะไรกัน…. 


ผมมองสิ่งที่อยู่ในข้อมือของผมด้วยอารมณ์ที่ใกล้จะระเบิด ไอ้มาร์ค!!!! ไอ้โรคจิต มันคิดทำบ้าอะไร ทำไมมันต้องเอากุญแจมือของตำรวจมาใส่ข้อมือผมไว้ด้วย ที่สำคัญ!!! มันจะล่ามผมที่ไหนก็ได้ผมพอทำใจได้บ้าง แต่มันต้องไม่ใช่ล่ามผมไว้กับตัวมัน!!!!


ข้อมือข้างหนึ่งของผมถูกใส่กุญแจมือร่วมกับข้อมือของไอ้มาร์ค มันบ้ามากไหมล่ะที่ทำแบบนี้ มันตั้งใจจะกักขังผมไม่ให้ผมหนีไปได้เลยงั้นเหรอ โธ่เว้ย!!! หงุดหงิดชะมัด 


ผมมองหน้าไอ้มาร์คด้วยสายตาโกรธแค้น ส่วนมันก็นอนหลับปุ๋ยไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ผมอยากจะกระตุกมือตัวเองแรง ๆ เพื่อให้แขนหลุดจากกุญแจมือบ้า ๆ นั้น แต่มาคิดอีกทีก็ยังไม่อยากทำ เพราะผมไม่อยากให้ไอ้มาร์คตื่นมาตอนนี้ 


ผมเลื่อนสายตาไปมองโทรศัพท์ของไอ้มาร์คที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียงที่เดิม ผมจ้องมันตาไม่กะพริบ ความคิดหลาย ๆ อย่างเริ่มไหลเข้ามาหัวของผม และมันก็เป็นความคิดที่บ้ามาก ๆ 


เอาวะ!!! ผมจะใช้ความตัวเบาในการปีนข้ามตัวไอ้มาร์คเพื่อหยิบโทรศัพท์ เพราะมือติดกันอย่างนี้มันเลยเป็นวิธีเดียวที่ผมจะทำได้ ไอ้มาร์คก็วางโทรศัพท์ไว้ซะสุดโต๊ะเลย และอีกอย่างมันก็นอนไม่ได้ชิดขอบเตียง ต่อให้ผมแขนยาวก็ไม่สามารถเอื้อมข้ามตัวไอ้มาร์คได้ มีวิธีเดียวคือต้องปีนข้ามตัวมัน แล้วใช้มือที่อิสระเอื้อมหยิบโทรศัพท์ 


เป็นยังไงเป็นกัน ในตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่วะ ไม่ลองไม่รู้!!! 


ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เป็นการบอกตัวเองให้สู้ ตาของผมเลื่อนไปมองไอ้มาร์คเป็นการเช็คมันอีกครั้ง จากนั้นผมก็ค่อย ๆ คลานเข่าเข้าไปใกล้ไอ้มาร์ค ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามันตื่นมาตอนนี้จะเป็นยังไง สภาพของผมที่เปลือยแบบนี้ไม่ควรให้มันเห็นเลยสักนิด ถึงแม้ว่าผมกับมันจะเพิ่งผ่านกิจกรรมอย่างว่ามาก็เถอะ ยังไงก็ตามผมจะไม่ยอมให้มันต้องมาเห็นและสัมผัสร่างกายผมอีกแล้ว


เพราะทนสภาพเปลือย ๆ ของตัวเองไม่ได้ผมเลยหยิบผ้าห่มมาห่อตัวไว้อย่างลวก ๆ ก่อนจะรีบจัดการเริ่มแผนต่อ ผมกลั้นหายใจและลุ้นทุกการเคลื่อนไหวของตัวเอง ตอนนี้ผมนั่งอยู่ชิดร่างไอ้มาร์คแล้ว มันยังคงหลับอยู่ก็ถือว่ายังโชคดี ผมค่อย ๆ อ้าขาเพื่อก้าวผ่านตัวไอ้มาร์คไป ร่างกายของผมมันเกร็งไปหมดทุกส่วนเพราะผมไม่อยากให้มือไอ้มาร์คมันขยับ ผมเลื่อนตามามองไอ้มาร์คอีกครั้ง เมื่อเห็นทางสะดวกก็เอื้อมแขนไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงขอบโต๊ะ 


บ้าเอ๊ย!!! ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ สภาพที่กำลังโป๊ไม่ใส่เสื้อผ้า มีแค่ผ้าห่มปิดบังร่างแบบรุงรัง และต้องก้าวขาข้ามลำตัวไอ้มาร์คด้วยสภาพที่ไม่ใส่กางเกงใน ถ้ามันตื่นมาคงจะได้เห็นน้องชายผมก่อนที่จะเห็นหน้าผมอีก ผมไม่อยากโทษตัวเองว่าที่เจอเรื่องแบบนี้เพราะผมไปทำร้ายไอ้มาร์ค มันไม่ใช่ความผิดของผม ถ้าไอ้มาร์คไม่เริ่มก่อน ผมก็ไม่ทำมันหรอก 


อีกนิดอีกนิดเท่านั้น!!!ขอให้สำเร็จเถอะ!!! 


ได้แล้ว!!!


ผมกำโทรศัพท์ไอ้มาร์คมาอยู่ในเมื่อแน่นด้วยความดีใจ ก้มหน้ามองดูเห็นไอ้มาร์คยังหลับไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว ผมรีบก้าวขาออกจากการคร่อมร่างไอ้มาร์ค จากนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์ไอ้มาร์คขึ้นมาดู เมื่อเห็นรุ่นโทรศัพท์ของมันแล้วก็ทำผมผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ไอ้มาร์คมันใช้โทรศัพท์รุ่นที่สแกนลายนิ้วมือ เพราะอย่างนั้นมันก็ไม่ยากที่ผมจะปลดล็อคโทรศัพท์มันได้


ผมหันไปมองไอ้มาร์คอีกครั้ง มันก็ยังหลับเหมือนคนซ้อมตาย ผมกดที่ปุ่มล็อคโทรศัพท์หนึ่งทีเพื่อเป็นเตรียมพร้อมสแกนลายนิ้วมือ เมื่อหน้าจอสว่างผมก็ค่อย ๆ เอาตรงปุ่มสแกนลายนิ้วมือมาจ่อตรงนิ้วโป้งของไอ้มาร์ค และทันทีที่หน้าจอปลดล็อคก็ทำผมแทบอยากจะกระโดดดีใจที่ตัวเองทำได้ ขอบคุณไอโฟนที่มันรักผมมากกว่าเจ้าของของมัน 


ไม่มีการรีรออะไรอีกแล้ว ผมรีบกดเข้าไปในอัลบั้มรูปของไอ้มาร์ค และนี่ก็เป็นภาพที่ผมอยากเห็น… คลิปของผมยังอยู่ในนี้ และที่สำคัญยังมีคลิปกล้องวงจรปิดด้วย


ผมช้อนตามองไอ้มาร์คอีกครั้งเห็นมันยังคงหลับสนิท และนั่นทำให้ผมต้องแสยะยิ้มให้กับชัยชนะ


ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนฉลาด แต่สุดท้ายมันก็ยังเป็นคนโง่อยู่ดี เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับแบมแบม รู้จักผมน้อยไปแล้วล่ะมาร์คต้วน


เมื่อโอกาสมาถึงตรงหน้าแล้ว ผมก็ไม่รอช้ารีบทำการลบคลิปที่จะทำร้ายอนาคตของผมทิ้ง และผมก็ไม่ลืมที่จะลบมันออกจาก Recently Deleted ด้วย เพื่อที่จะทำให้คลิปนี้มันถูกลบอย่างถาวรแบบไม่สามารถกู้ได้ เมื่อเห็นคลิปลับนั่นหายไปจากโทรศัพท์แล้วก็ทำผมต้องผ่อนลมหายออกมาอย่างโล่งใจอย่างสุด ๆ เรื่องมันจบจริง ๆ แล้วใช่ไหม 


จะว่าไป... ไอ้มาร์คมันเก็บคลิปไว้ในนี้ที่เดียวหรือเปล่า... ผมพยายามนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน นึกว่าระหว่างผมกับมาร์คใครหลับก่อนกัน 


แต่เอ๊ะ... ผมโดนใส่กุญแจมือแบบไม่รู้ตัวแบบนี้ มันจะเป็นผมที่หลับก่อนหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้น... ไอ้มาร์คมันจะมีเวลาเก็บคลิปไว้ที่อื่นบ้างไหมนะ 


ผมก้มมองโทรศัพท์อีกครั้ง เริ่มรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้ามือผมไม่ติดกับไอ้มาร์คแบบนี้ รับรองว่าผมจะค้นทุกอย่างที่เก็บข้อมูลได้เลย บ้าเอ๊ย!!! 


“ทำอะไร!” ผมสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงดุ ๆ ดังมาจากข้างหลัง ผมหันไปมองก็เห็นไอ้มาร์คกำลังลุกขึ้นนั่งด้วยสภาพหน้ายุ่ง ๆ “แล้วนั่น... โทรศัพท์ฉันใช่ไหม!


ไอ้มาร์คทำหน้าตาช็อกสุด ๆ พร้อมพุ่งตัวมากระชากโทรศัพท์จากมือของผม จากนั้นมันก็รีบกดนู่นกดนี่เหมือนเช็คอะไรสักอย่าง ท่าทางร้อนรนของมันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่ามันกำลังตกใจที่เห็นโทรศัพท์ในมือผมหรือเปล่า อาจจะเป็นไปได้ไหมว่ามันกำลังเช็คว่าผมลบคลิปหรือยัง 


แน่ ๆ เลยดูมันทำหน้าสิ ช็อกโลกซะขนาดนั้น เห็นแล้วสะใจชะมัด!!


“นายลบคลิปทิ้งเหรอ?” ไอ้มาร์คเงยหน้ามามองผมด้วยหน้าอึ้งปนโกรธ ส่วนผมเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ฉีกยิ้มร้ายแบบที่มันชอบทำส่งให้ผม


“แล้วเห็นว่ามันยังอยู่หรือเปล่าล่ะ” ผมทำยิ้มมุมปาก ส่วนไอ้มาร์คมันทำเพียงจ้องหน้าผมนิ่ง แต่โดนทำลายหลักฐานขนาดนั้น ป่านนี้อกแตกตายไปแล้วล่ะมั้ง หึ


“โอเค๊!” ไอ้มาร์คโยนโทรศัพท์ทิ้งลงเตียง จากนั้นมันก็เอามือมาฉุดแขนผม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันได้ตั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หลังของผมสัมผัสกับเตียงแล้ว “ลบได้ ก็ถ่ายใหม่ได้” 


 เวรแล้ว... 


“ไม่!!! ผมไม่ยอมให้คุณทำอะไรผมอีกแล้ว และก็ช่วยถอดกุญแจมือบ้า ๆ นี่ด้วย ไม่งั้นผมจะแฉให้แฟนคลับรู้ว่าคุณมันโรคจิต” 


“นายนี่เป็นพวกที่เอาตัวรอดไม่เป็นเลยนะแบมแบม” 


“เกี่ยวอะไร!” 


“เอ๊าจะโดนปล้ำอีกรอบอยู่แล้วยังจะมาพูดจาหาเรื่องให้ตัวเองอีก หรือว่า...” ไอ้มาร์คทำตาเล็กตาน้อยใส่ผม เหมือนมันกำลังคิดอะไรทุเรศ ๆ ในหัว เห็นแล้วอยากจะเอาเล็บข่วนตาแม่งเลย!“นายคงชอบมีอะไรกับฉันสินะ ถึงชอบยัวะให้ฉันโกรธ” 


“หยุดหลงตัวเองเถอะ!! ผมไม่มีทางชอบพฤติกรรมต่ำ ๆ ของคุณแน่”


“อ้อเหรอไม่ชอบหรอกเหรอ เอ๊ะ.... แต่ก็แปลกนะ ถ้าไม่ชอบทำไมถึงทำหน้าฟินขนาดนั้น ไหนจะเอาแขนมาโอบคอฉันอีก อ้อ!มีจูบตอบด้วยนะ” แม่งเอ๊ย!!! 


“หยุดพูดสักทีเถอะ!! มันไม่ใช่อย่างที่คุณพูด!!!” ผมผลักไอ้มาร์คเต็มแรง เน้นคำว่าเต็มแรง แต่ไอ้บ้านั้นไม่สะเทือนสักนิด แถมยังทำหน้ากวนประสาทใส่ผมอีก


บ้าเอ๊ย!! คิดแล้วก็โมโห ผมทำอะไรลงไปวะเนี่ย น่าขายหน้าชะมัด เมื่อวานนี้มันไม่ใช่ตัวผมเลยสักนิด ผมเกลียดไอ้มาร์ค ไม่มีทางที่ผมจะรู้สึกดีกับสิ่งที่มันทำหรอก


“เอาเถอะ... นายก็คงจะไม่ชอบจริง ๆ แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่สนหรอกนะ ในเมื่อนายทำคลิปฉันหาย เพราะอย่างนั้นฉันต้องถ่ายใหม่” ไอ้มาร์คโน้มตัวเข้ามาชิดผม มันเอาหน้าเข้ามาใกล้จนทำผมแทบหยุดหายใจ


“ไม่มีทาง อุ๊บ!” ผมยังไม่ทันได้ด่าจบประโยค ก็โดนไอ้มาร์คปิดปากซะก่อน ตอนแรกผมก็อึ้งและตกใจ แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับผมไม่รู้ ร่างกายของผมมันอ่อนยวบเสียเดียวนั้น และจูบที่ไอ้มาร์คมอบให้ผม... มันช่างแสนอ่อนโยน เหมือนไม่ใช่มันเลยสักนิด 


ด... เดี๋ยว!! นี่ผมชักช้าอะไรอยู่!!!ผลักมันดิวะแบม!


ผมเอามือดันไอ้มาร์คเต็มแรง พร้อมเบี่ยงหน้าหนีไม่ให้มันจูบผมได้อีก ส่วนไอ้มาร์คมันไม่ได้จู่โจมผมต่อ มันทำเพียงจ้องหน้าผม และแต้มยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้า


“ดูท่าว่านายจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้นะ” เกลียดชะมัด...


“ร่างกายผม ผมรู้ตัวเองดี และผมรู้ว่ามันไม่ต้องการคุณ หยุดคุมคามผมสักที ถ้าคุณไม่หยุดรับรองว่าชีวิตหลังจากนี้คุณจะไม่มีความสุขแน่”


“เอาชีวิตรอดออกจากที่นี่ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยพูด” แล้วจู่ ๆ ไอ้มาร์คก็พุ่งเข้ามาหาผมอีกครั้ง ในครั้งนี้มันเข้ามาอย่างรุนแรง มันขึ้นคร่อมร่างผมพร้อมเอามือมาจับข้อมือผมไว้เป็นการขึงกับเตียง จากนั้นมันก็เอาหน้าเข้ามาพรมจูบตามลำคอผม ทั้งสูดดมกลิ่นกายจนผมรู้สึกเสียวสะท้านไปทั้งร่าง


“ปล่อยผมนะ!!!! ปล่อย!!!” ผมพยายามดิ้นสู้ตามความคิดที่ควรจะทำ แต่ผมก็ไม่คิดว่าร่างกายของผมมันจะตอบสนองความต้องการได้รวดเร็วมากขนาดนี้ บ้าเอ๊ย!นี่ผมต้องมาทรยศความรู้สึกของตัวเองอีกแล้วเหรอวะเนี่ย


ผมเกลียดไอ้มาร์คทำไมมันต้องทำแบบนี้กับผม ผมไม่อยากให้มันย่ำยีผมอีกแล้ว แต่ทำไมผมต้องตกเป็นเบี้ยล่างของมันอยู่เรื่อย 


“ช่วยไม่ได้ นายอยากลบคลิปของฉันเอง ฉันก็ต้องสร้างคลิปใหม่ เพื่อประโยชน์ของฉัน”


“แต่ผมไม่อยากทำอีกแล้ว!! ปล่อยผม!!” ผมพยายามดิ้นสุดแรง และดูเหมือนครั้งนี้มันจะได้ผล ไอ้มาร์คถอยหน้าออกจากการเล้าโลมผม แต่มันก็ยังไม่ปล่อยมือออกจากล็อกตัวผมไว้ 


“อยากให้ฉันหยุดงั้นเหรอ?” 


“ก็ใช่สิผมบอกแล้วยังไงว่าผมเกลียดคุณ ผมไม่อยากให้คุณมาสัมผัสตัวผมอีก” สิ้นสุดคำพูดผมก็โดนไอ้มาร์คจูบไปอีกรอบ ไอ้บ้าเอ๊ย!มันฟังภาษาคนไม่ออกหรือยังไง ก็พูดอยู่นี่ไงว่าไม่อยากให้มาสัมผัส!! “ปล่อยผม!!!” 


ผมตะโกนสุดเสียงเมื่อตอนที่ไอ้มาร์คถอนหน้าออก มันส่งยิ้มเจ้าเล่ห์รับคำพูดของผม


“ถ้าอยากให้ฉันหยุด ก็พูดจากับฉันดี ๆ สิ เอาแบบหวาน ๆ อ้อและลองเรียกพี่มาร์คสิ” 


“ประสาทหรือยังไง ผมไม่มีทางทำแบบนั้นได้แน่” ไอ้มาร์คหลุดขำออกมาหลังจากผมพูดแบบนั้น


“งั้นเหรอ แล้วคืนวันเกิดจุนซู ใครกันที่อ้อนฉัน” บ้าชะมัด... มันจำได้ด้วยเหรอ “ใครกันที่ทำเสียงหวาน และใครกันเรียกฉันว่าพี่มาร์ค” 


“มันก็แค่การแสดง ผมก็พูดไปแล้วไง ผมทำเพื่อให้คุณโง่จนต้องตกลงมาในแผนของผม” มาร์คยิ้มมุมปากรับคำพูดของผมอีกครั้ง เหมือนมันไม่ได้รู้สึกโกรธที่ผมด่ามันแม้แต่นิด


“งั้นนายก็ลองพูดจาแบบนั้นดูสิ วันนี้ฉันจะแกล้งโง่และไม่ถ่ายคลิปใหม่” แววตาของมาร์คดูขี้เล่น เห็นแล้วทำผมรู้สึกระแวงอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหน “อ่ะ ฉันลืมไปว่านายชอบมีเซ็กส์กับฉัน งั้นฉันจะเริ่มทำล่ะนะ” 


“ด...เดี๋ยว!” ผมร้องห้ามแทบไม่ทัน ไอ้บ้านี่มันนอกจากจะโรคจิตแล้วยังเผด็จการชะมัด ฮึ่ม!!! โมโห 


“ว่าไง ไม่รีบพูดล่ะ หรือว่านายชอบนอนอยู่บนเตียงกับฉันนาน ๆ” ผมเกลียดทุกครั้งที่มันส่งยิ้มนั่นให้ผม มันทำผมประสาทเสียมากกว่าเก่า!!! 


โธ่เอ๊ยผมไม่อยากพูดจาแบบนั้นกับมัน แต่ถ้าผมไม่พูด ไอ้มาร์คก็จะคิดว่าผมอยากถ่ายคลิปกันมันอีกรอบ ซึ่งผมไม่ได้อยากทำแบบนั้นสักหน่อย!!


“ฉันบอกนายหรือยังว่าฉันไม่ใช่พวกที่ชอบรออะไรได้นาน ๆ” โว๊ย!! กดดันเก่งจริงนะ เอาก็เอาวะ!! ถือว่านี่เป็นการเข้าฉากเล่นละคร!! 


“พี่... มาร์ค” แค่ผมเรียกมันแค่นั้น ไอ้มาร์คมันก็ทำฉีกยิ้มแซวผมแล้ว บ้าชะมัด“ปล่อยผมเถอะ ผมอยากกลับบ้านแล้ว”


“ว่าไงนะคะ พี่ได้ยินไม่ถนัด” กร๊อซซซ!!! ไม่ไหวแล้วโว๊ย น่าโมโหชะมัด!!!! 


“พี่มาร์คครับ แบมอยากกลับบ้านแล้ว แกะกุญแจมือให้แบมได้ไหม นะครับ...” จู่ ๆ ผมก็ร้อนวูบขึ้นมาทั้งใบหน้า มันทั้งโกรธและก็น่าอาย ยิ่งตอนที่ไอ้มาร์คจ้องผมตาไม่กะพริบแบบนี้มันทำผมเลือกวางสายตาไม่ถูก อย่าจ้องได้ไหมวะ อึดอัดนะ “ผมพูดแล้ว!! ตามสัญญาปล่อยผมกลับบ้านเดี๋ยวนี้!

 

“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะปล่อยนายกลับบ้าน” ว่า...ไงนะ เมื่อกี้มันพูด... “ฉันแค่พูดว่า วัน-นี้-ฉัน-จะ-แกล้ง-โง่-และ-ไม่-ถ่าย-คลิป-ใหม่”


วันนี้... ดะ... เดี๋ยว แบบนี้มันหลอกกันชัด ๆ 


ผมทำเพียงจ้องหน้าไอ้มาร์คอย่างอึ้ง ส่วนมันก็ทำส่งยิ้มกวนให้ผมก่อนจะลุกขึ้นแล้วทำอะไรสักอย่าง ผมเลื่อนสายตาไปมองเห็นมันกำลังกดรหัสผ่านตรงลิ้นชักตรงโต๊ะข้างเตียง เห็นแบบนั้นแล้วทำผมต้องรีบขึ้นนั่งและมองมันด้วยความสนใจ ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมา ไอ้มาร์คมันกำลังจะหยิบอะไร


ไม่นานลิ้นชักก็ถูกเปิดออก และเมื่อผมได้เห็นสิ่งที่อยู่ในนั้นแล้วก็ได้แต่เบิกตากว้างด้วยอาการช็อก ส่วนไอ้มาร์คมันคงอยากจะโชว์ผมเต็มที่แล้วล่ะ มันหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาโชว์ผม 


“นี่โทรศัพท์เครื่องที่ฉันใช้ปัจจุบัน” ร่างกายผมชาไปหมดทุกส่วน เพราะสิ่งที่ผมเห็นตอนนี้คือโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งไอ้เครื่องที่มันเอามาวางไว้บนโต๊ะมันเป็นรุ่นเก่า มิน่าล่ะ... ผมก็แอบคิดอยู่ว่าคนอย่างมันเนี่ยนะ จะไม่ใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่


ไอ้บ้านี่... ต้มผมซะเละเลย 


“คุณตั้งใจแกล้งผม”​ มันยิ้มรับคำพูดของผม และนั่นยิ่งทำผมรู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก นอกจากผมจะโกรธมันแล้วยังโกรธตัวเองด้วยที่ดันไหลไปตามแผนของมันอย่างโง่ ๆ แบบนี้ 


“ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่านายจะมีความพยายามในการเอาตัวรอดมากน้อยขนาดไหน” มันมีเวลามากที่จะคิดวางแผนให้ผมทำอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ... “คลิปเมื่อคืนและคลิปกล้องวงจรปิดไม่ได้ถูกลบไป มันถูกเก็บข้อมูลไว้หลายที่เลยล่ะ เพราะฉะนั้นนายควรจะเลิกดื้อกับฉัน และว่านอนสอนง่ายให้มากกว่านี้ นั่นไม่ใช่การขู่ แต่เป็นคำแนะนำที่ฉันอยากให้นายทำตาม”​


ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็รู้สึกเหมือนหนทางที่จะรอดพ้นจากคนคนนี้มันห่างไกลเหลือเกิน ผมคิดว่าผมจะแก้เกมกลับได้ แต่สุดท้ายก็โดนไอ้มาร์คแกล้งจนกลายเป็นเหมือนคนตลก คนนิสัยไม่ดี เมื่อก่อนชอบแกล้งคนอื่นยังไง นิสัยตอนนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด แถมยังดูเจ้าเล่ห์มากกว่าเก่าอีก 


“คุณจะมายุ่งวุ่นวายกับผมทำไม คลิปนั่นไม่มีใครสนใจหรอก ผมมันก็แค่ดีเจธรรมดา ๆ คนหนึ่ง” ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนั้น แต่มันก็จริงอย่างที่ผมพูดไปทุกอย่าง ผมไม่มีชื่อเสียงที่ต้องเป็นห่วง คลิปนั่นมันทำร้ายผมไม่ได้หรอก นั่นสินะ... แล้วผมจะต้องกลัวอะไรอีก 


“รู้ได้ยังไงว่าจะไม่มีคนสนใจ อีกหน่อยหลังจากนิตยสาร Infinite Time วางแผง ก็ต้องมีคนอยากรู้ว่านายเป็นใคร ถึงได้ขึ้นปกฉบับที่สำคัญแบบนั้น” คำพูดนั้นทำผมต้องเงียบไป ผมไม่กล้าคิดว่าจะมีคนอยากรู้จักว่าผมเป็นใคร แต่โอกาสมันก็พอมีได้บ้างเพราะนั่นเป็นนิตยสารชื่อดังของประเทศเลยนะ ต่อให้ผมไม่ได้ชื่อเสียงมากขึ้นจากการถ่ายขึ้นปกอันนั้น แต่ผมก็ไม่ควรยอมให้ไอ้มาร์คปล่อยคลิปออกไป เพราะไม่งั้นภาพลักษณ์ความหรูโก้ของนิตยสาร Infinite Time จะถูกทำลายเพราะคลิปฉาว ๆ ของผม และยิ่งเป็นงานที่คุณมิเชลไว้ใจให้ผมทำ ผมยิ่งไม่อยากให้เธอต้องเสียความรู้สึก ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแม่ลูกกับมาร์คก็ตาม แต่คุณมิเชลไม่เคยทำร้ายผมมาก่อน เพราะงั้นผมก็ไม่ควรจะทำร้ายเธอ


“แล้วคุณจะจับผมล่ามกับคุณไว้อีกนานแค่ไหน ผมไม่ใช่นักโทษนะ ทำแบบนี้มันเกินไปหน่อยนะ!” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่กล้าเถียงเรื่องที่คุยกันเมื่อกี้แล้ว ตอนแรกผมก็ไม่แคร์หรอก แต่พอพูดเรื่องนิตยสารขึ้นมาผมก็รู้สึกแคร์ทันที 


“โอเค ฉันจะปล่อยนายกลับก็ได้ แต่ก่อนกลับนายต้องไปอาบน้ำและก็อยู่กินข้าวเช้ากับฉันก่อน ตกลงนะ” 


“คุณมาร์ค ผมถามจริง ๆ เถอะว่าคุณคิดบ้าอะไรอยู่ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผมเกลียดคุณและผมก็เป็นคนที่ทำร้ายคุณ คุณได้คลิปไปตามที่ตัวเองต้องการแล้วก็ปล่อยผมไปสิ” 


“ก็เพราะรู้ไงว่านายไม่ชอบฉัน เพราะงั้นฉันถึงต้องให้นายทนทุกข์กับการอยู่กับฉันให้มากที่สุด” ที่มันรั้งผมไว้เพราะอยากจะให้ผมขาดใจตายนี่เอง ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกขาดใจก็จริง แต่ผมต้องทำให้มันคิดว่าผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่ต้องทนเห็นหน้ามัน


“ดีนะที่ผมรู้สึกเฉย ๆ ให้อยู่ทั้งวันทั้งคืนก็ได้ไม่รู้สึกอะไรหรอก” ผมต้องพูดไปแบบนั้นเพราะต้องการให้มันเข้าใจว่าการที่มันทำแบบนั้นผมรู้สึกเฉยมากกก


“งั้นก็ดีอยู่กันทั้งวันทั้งคืนไปเลย”​ เวรแล้ว...


“แต่ผมมีงานต้องทำ ธุระก็เยอะมากมาย!!! ผมไม่ได้ถูกพักงานแบบคุณนะ” ผมรีบแก้ตัวทันที ไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้าซีด ๆ  ออกไปหรือเปล่า มันถึงได้หัวเราะออกมาเบา ๆ “ปล่อยผมได้แล้ว!!ผมจะไปทำงาน” 


ไอ้มาร์คไม่ตอบอะไร มันเอี้ยวตัวหันไปเปิดลิ้นชักตรงตู้ข้างเตียงอีกครั้ง คราวนี้มันหยิบกุญแจลูกเล็ก ๆ ออกมา เห็นแล้วก็ทำดีใจจนเนื้อเต้น อยากจะออกจากกุญแจมือบ้า ๆ นี่จะตายอยู่แล้ว 


“ไปอาบน้ำ และกินข้าวเช้ากับฉัน แล้วถึงกลับได้ เข้าใจไหม” ไอ้บ้านี่... จะอะไรกันนักกันหนาวะ ทำไมต้องบังคับกินข้าวเช้ากันด้วย!!!“นายอาบน้ำในห้องนี้แหละ ส่วนฉันจะไปอาบน้ำอีกห้องที่อยู่ชั้นล่าง” 


เดี๋ยวนะ.... ถ้าเป็นอย่างนั้น 


“ส่วนเสื้อผ้าและแปรงสีฟัน ฉันวางไว้ให้แล้วในห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงไปนั่งรอฉันที่ห้องนั่งเล่น” ไอ้มาร์คพูดพร้อมเอากุญแจลูกเล็กมากุญแจมือเพื่อคืนอิสระให้กับผม ระหว่างที่มันพูด มีสองความคิดดังพร้อมกันในหัวของผม 


อย่างแรกที่ผมคิดคือผมตกใจเรื่องที่ไอ้มาร์คเตรียมทั้งเสื้อผ้าและแปรงสีฟันให้ผม มันเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อไรวะ ทั้งที่มือของมันก็ติดผมไว้อย่างนี้ แปลว่าผมต้องหลับก่อนมันหลายชั่วโมงแน่ มันถึงคิดวางแผนทุกอย่างไว้อย่างเป็นระบบขนาดนั้น


อย่างที่สองที่ผมคิด.... นี่เป็นโอกาสที่ดีมากที่ผมจะได้หนีไปจากที่นี่ ช่วงจังหวะที่ไอ้มาร์คไปอาบน้ำนี่แหละ ผมต้องใช้โอกาสนี้ในการหนี กุญแจมือก็ไม่มีแล้วนี่ อิสระ!! หนีได้เลย 


“เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม” เสียงไอ้มาร์คดังขึ้น ปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์ความคิด 


“ก็ได้ แค่ไปอาบน้ำและกินข้าวเช้าเท่านั้น หลังจากนั้นคุณต้องปล่อยผมกลับบ้าน ห้ามกลับคำ ห้ามมีกลอุบายอะไรต่าง ๆ ผมจะกลับบ้านหลังจากกินข้าวเสร็จในทันที” ผมแกล้งพูดไปอย่างนั้นแหละ ทั้งที่จริงผมจะหนีตั้งแต่ที่มันหายไปในห้องน้ำด้วยซ้ำ


“ขอขยายความตอนกินข้าว ต้องรอฉันกินข้าวหมดจาน นายถึงจะกลับได้” หืม... ถ้ามันกินข้าวช้าผมจะไม่ขาดใจตายหรือยังไง แต่ยอม ๆ ไปเถอะ เพราะยังไงผมก็ไม่ได้อยู่รอกินข้าวกับมันอยู่แล้ว 


“โอเคงั้นคุณก็ไปอาบน้ำสิ ผมก็จะไปอาบน้ำเหมือนกัน” ไอ้มาร์คไม่พูดอะไรตอบกลับมา มันหันไปหยิบโทรศัพท์ของมัน ก่อนจะลุกเดินออกจากเตียงด้วยสภาพเปลือย ๆ ผมเองก็หลบสายตาแทบไม่ทัน จนเมื่อไอ้มาร์คหยิบผ้าขนหนูมาพันช่วงล่างและเดินออกจากห้องไป ผมก็รีบกระโจนออกจากเตียงทันที


ผมหยิบเสื้อผ้าของผมที่ถูกทิ้งกระจายไปทั่วห้องมาใส่อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะมืดแปดด้านกับการหาวิธีกำจัดคลิปลับของผมทิ้ง แต่ไว้ค่อยว่ากันวันหลัง วันนี้ผมจะต้องหนีออกจากที่นี่ไปให้ได้ แค่คิดว่าจะต้องทนเห็นหน้ามันตอนกินข้าวเช้าก็รู้สึกพะอืดพะอมแย่แล้ว


ผมใช้เวลาไม่นานในการใส่เสื้อผ้า เมื่อพร้อมที่จะไปจากที่นี่แล้วผมก็รีบเดินไปที่ประตูห้องนอน และค่อย ๆ เปิดแง้มดูต้นทาง ผมกวาดสายตาไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจว่าไอ้มาร์คยังอยู่หรือเปล่า และทันทีที่ผมเห็นหลังไหว ๆ ของมันตรงชั้นล่างก็ทำผมต้องรีบชักตัวเองกลับเข้ามาในห้อง


เมื่อกี้มันกำลังเดินไปมาอยู่ตรงชั้นล่าง ไม่รู้ว่ามันกำลังทำอะไร ต้องรอให้มันเข้าไปอาบน้ำก่อน ผมถึงจะออกไปได้ ผมพยายามแอบเปิดประตูและส่องมองดูไอ้มาร์คอีกครั้ง ผมเห็นมันเดินไปอีกฝั่ง แล้วหายไปในห้อง ๆ หนึ่ง ไม่รู้ว่านั่นใช่ห้องน้ำหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าน่าจะใช่ 


ทางสะดวกแล้ว ผมก็รีบพาตัวเองออกมาจากห้องนอนไอ้มาร์ค ระหว่างนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะระวังตัว ผมค่อย ๆ ย่องลงมายังชั้นล่างในขณะที่ตายังจับจ้องไปที่ห้องที่ไอ้มาร์คหายไป อีกอึดใจเดียวเท่านั้น ประตูบ้านอยู่ไม่ไกลผมแล้ว ผมเช็คไอ้มาร์คอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตูบ้านด้วยความดีใจสุด ๆ ผมจะได้กลับบ้านแล้วเย้!


ผมรีบวางมือไปที่จับประตู พร้อมโยกสุดแรงเพื่อเปิดประตูบ้านออก 


กริ๊งงงงงงงงงง!


แต่ทว่าก็มีเสียงสัญญาณบางอย่างดังลั่นบ้าน เสียงนั้นทำผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มันไม่ใช่เสียงที่ดังเพราะผมเปิดประตูใช่ไหม แต่บ้าเอ๊ย!!! ผมเปิดประตูเท่าไรก็เปิดไม่ออก มันเหมือนถูกล็อกจากด้านนอก ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นได้ และไอ้เสียงสัญญาณเตือนนั่นก็ดังไม่หยุดด้วย ฮือออ ผมโดนกักดักของไอ้มาร์คอีกแล้วแน่เลย


จู่ ๆ เสียงสัญญาณก็ดับไป ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกเสียวหลังขึ้นมา ผมค่อย ๆ หลังไปมองข้างหลังในขณะที่มือยังจับที่จับประตูอยู่ ผมเดาไม่ผิดเลยจริง ๆ ว่าผมจะได้เห็นไอ้บ้ามาร์คยืนมองผมด้วยรอยยิ้มกวน ๆ นั่น มันคงจะรู้ทันผมสินะ มันถึงกล้าปล่อยกุญแจมือออก ไอ้บ้าเอ๊ย!!! ผมไม่ใช่นักโทษนะ!!!


“เสียงสัญญาณที่ดัง มันเป็นสัญญาณเตือนของการออกจากบ้านโดยไม่ใช้รหัสผ่าน มันเป็นฟังก์ชันที่ถูกออกแบบเพื่อให้รู้ตัวเวลาเมียหนีออกจากบ้าน” 


เพราะโมโหผมเลยโยกที่จับประตู และอีกครั้งที่สัญญาณบ้า ๆ นั่นร้องเตือน ผมเลื่อนตาไปมองไอ้มาร์คด้วยสายตาที่โกรธแค้นสุด ๆ ส่วนมันก็ทำเพียงส่งยิ้มมุมปาก พร้อมกดอะไรบางอย่างกับโทรศัพท์ของมัน แล้วหลังจากนั้นเสียงสัญญาณก็เงียบไป 


ผมล่ะเกลียดมือถือมันจริง ๆ อย่าให้ขโมยได้นะ!! จะเอาไปโยนทิ้งแม่น้ำฮันเลย!!


“อยากออกที่นี่ก็ไปอาบน้ำ แล้วก็มากินข้าวเช้ากับฉัน อ้ออย่าลืมที่รับปากไว้ล่ะ จะได้กลับต่อเมื่อฉันกินข้าวหมด”


“แต่ผมไม่อยากกินข้าวกับคุณ!!” ผมตะโกนออกไปอย่างหัวเสีย บ้าเอ๊ยทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะเนี่ย


“ฉันอยากกินข้าวกับนาย และที่สำคัญ... ตอนกินข้าวนายต้องเล่าเหตุผลทุกอย่างที่นายเกลียดฉันมาให้หมด

.

.

.

.

.

.

.

ผมใช้เวลากับการอยู่ในห้องน้ำเกือบครึ่งชั่วโมง และใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาทีในการแต่งตัวจากนั้นผมถึงยอมลงมาข้างล่างเพื่อมากินข้าวร่วมกับคนที่ผมเกลียดที่สุด


ตั้งแต่ที่ผมได้ยินไอ้มาร์คพูดว่าให้เล่าเหตุผลเรื่องที่ผมเกลียดมัน ความคิดหลายอย่างไหลเข้ามาในหัวของผม จู่ ๆ ก็กลายเป็นความเจ็บปวดและความแค้น คนเลว ๆ อย่างมันไม่สมควรที่จะได้รับอะไรดี ๆ เลย ถ้ามันจะพูดว่าขอโทษผมก็ไม่ขอรับคำนั้น สิ่งที่มันทำ... กับคำขอโทษที่ช่วยให้ความรู้สึกของผมกลับมาไม่ได้หรอก


แต่จะว่าไป... มันจะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอถ้าจะต้องมาบอกว่ามันทำเลวอะไรบ้าง ทำไมคนที่ลืมเรื่องเลวร้ายพวกนั้นถึงไม่ใช่ผม แต่กลับเป็นคนเลวอย่างไอ้มาร์ค และทำไมผมต้องโดนมันทำร้ายอยู่ซ้ำ ๆ แบบนี้ด้วย 


“ฉันคิดว่าฉันเป็นคนที่อาบน้ำช้าแล้วนะ เจอนายเข้าไป ยอมแพ้เลย” มันพูดน้ำเสียงอารมณ์ดี ส่วนผมก็ไม่ได้ตอบอะไร ผมเดินเข้าไปนั่งตรงเก้าอี้ตรงข้ามมันด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย


ไอ้มาร์คเตรียมจัดอาหารเช้าและเครื่องเคียงไว้เต็มโต๊ะ ผมไม่รู้หรอกว่ามันทำเองหรือเปล่า แต่ก็ไม่อยากถาม ผมไม่อยากพูดคุยอะไรกับมันอีกแล้ว ผมเกลียดมัน 


“กินสิ” พอมันบอกว่ากินได้ผมก็เริ่มลงมือกิน ผมก้มหน้าก้มตากินโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ส่วนไอ้มาร์คมันไม่ได้รีบกินเหมือนกับผม มันเคี้ยวข้าวไปและก็มองหน้าผมไปด้วย “ฉันบอกแล้วไงว่าจะปล่อยนายกลับหลังจากที่ฉันกินข้าวหมด ไม่ต้องรีบกินก็ได้มั้ง” 


จำได้ไม่ต้องย้ำ... 


“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าเครียด ๆ หรืออยากให้ฉันป้อน” 


“ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับผมผมเกลียดคุณรู้อยู่แล้วก็เลิกยุ่งสักที” ท้ายที่สุดผมก็ต้องระเบิดความรู้สึกออกไป จู่ ๆ ก็รู้สึกเจ็บจนน้ำตามันเกือบจะไหลออกมา 


“สรุปฉันไปทำอะไรให้นายเกลียด พูดออกมาให้หมด ฉันอยากรู้” ผมช้อนตามองไอ้มาร์คด้วยความโกรธ มันพูดจาแย่ ๆ ออกมาแบบนั้นได้ยังไง ทั้งที่ตัวเองทำเรื่องชั่วไว้เองแท้ ๆ แต่กลับจำอะไรไม่ได้สักอย่าง มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด “ถ้าฉันทำผิดอะไรกับนาย ฉันก็อยากจะขอโทษ”


“ผมไม่รับ!” ผมตอบกลับไปอย่างไม่คิด ไอ้มาร์คเองก็ดูอึ้งไม่น้อยที่ผมพูดออกไปแบบนั้น 


ใครจะยกโทษให้มันได้ลงล่ะ มันเลวถึงขั้นสั่งคนมาข่มขืนผม มันทำเพื่อกีดกันไม่ให้ได้ไปออดิชั่นเป็นศิลปินของค่าย AGS Entertainment ก็แน่ล่ะ ตอนนั้นมีสิทธิ์แค่สามและสิทธิ์ครั้งนี้ก็พิเศษคือเราไม่ต้องไปเป็นเด็กฝึกของค่าย เราได้เป็นศิลปินเลย แต่ตอนนั้นเด็กที่ผ่านได้เข้าไปออดิชั่นมีสี่คน มีผม พี่แจ็คสัน พี่แจบอม และก็ไอ้มาร์ค ก็ไม่ต้องสงสัยแล้วใช่ไหมว่าทำไมมันถึงได้เป็นศิลปินวง JMJ ก็เพราะว่ามันเล่นสกปรกกับผมไง


ทุกอย่างมันเจ็บปวด ผมเสียใจที่ไม่ได้ไปออดิชั่นทั้งที่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผมได้แน่ ๆ และที่มันโหดร้ายมากกว่านั่นก็คือการที่ผมโดนผู้ชายจากโรงเรียนอื่นสี่คน จับขังในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาอีกทั้งพยายามที่จะข่มขืนผม แต่ก็โชคเข้าข้าง เพราะมีคนมาช่วยผมได้ทัน ไม่อย่างนั้น... จิตใจของผมก็คงจะบอบช้ำมากกว่านี้


ผมไม่รู้ว่าคนที่มาช่วยผมเขาเป็นใคร ผมจำได้เพียงแค่ว่าเขาใส่ชุดฟอร์มโรงเรียนของผม ตอนที่เขาโอบกอดและปลอบผม ผมรู้สึกอบอุ่นที่สุด น้ำเสียงที่เขาปลอบผมทำผมที่ร้องไห้ฟูมฟายอาการดีขึ้น ผมไม่รู้ว่าหน้าตาเขาเป็นยังไงเพราะเขาใส่มาส์กปิดปาก อีกทั้งใส่หมวกและใส่แว่นกันแดด สิ่งเดียวที่ผมได้จากเขาก็คือจี้ตัวอักษรตัว เขาทำมันหล่นไว้ที่พื้นตอนที่ต่อสู้กับไอ้พวกเลว เขาอยู่ปลอบผมจนเมื่อยูคยอมมา เขาก็รีบหายตัวไป โดยที่ไม่คิดจะแนะนำตัวให้พวกเราได้รู้จักและขอบคุณเลย 


“งั้นนายพอจะบอกได้ไหมว่าฉันทำอะไร” 


“บอกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร คุณรู้แค่ว่าเราสองคนไม่มีทางญาติดีกันตลอดชีวิต ผมเกลียดคุณและจะมีทางเปลี่ยนความรู้สึก คุณจะแกล้งอะไรผมก็เชิญเถอะ แต่ผมเชื่อว่าสักวันเวรกรรมพวกนั้นจะย้อนกลับมาหาคุณเอง” ผมไม่ทนที่จะนั่งอยู่ที่ตรงนี้ อยู่ ๆ ความอ่อนแอก็ทำผมร้องไห้และสะอื้นเสียงดัง ผมวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้นและวิ่งไปที่ตรงประตูบ้านเพื่อจะออกไปไกล ๆ คนคนนี้สักที 


อีกครั้งที่ผมพยายามเปิดประตู แต่มันก็เป็นเหมือนเดิม นอกจากจะเปิดประตูไม่ได้แล้ว ไอ้สัญญาณบ้านั่นก็ยังดังอีก 


“ปล่อยผม!! ผมอยากกลับบ้านแล้ว ปล่อย ฮือออ” ผมร้องไห้ออกมาโดยไม่อาย แค่คิดย้อนกลับไปถึงตอนนั้นก็ทำผมกลัวจนตัวสั่น มันโหดร้ายเกินไปแล้ว ผมอายุแค่ 17 เองนะ ทำไมเขาถึงทำร้ายผมได้ลงคอ ทำไม... เขาต้องใจร้ายกับผมแบบนั้น 


“แบมแบม ใจเย็น ๆ” ไอ้มาร์คเดินมาหาผมพร้อมเอามือมาจับบ่าผมไว้ มันพยายามดึงผมให้ออกห่างจากประตูบ้าน ส่วนผมก็ดื้อที่จะเปิดประตูนั่นทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันเปิดไม่ได้ สติของผมมันเหมือนไม่อยู่กับตัวไปแล้ว ผมร้องไห้ฟูมฟายหนักมาก ๆ ไม่อยากจะคิดย้อนกลับไปเลยว่าถ้าคุณอีไปช่วยผมจะเป็นยังไง


“ผมจะกลับบ้าน อย่ามายุ่งกับผม ฮือ” ผมไม่ได้ร้องไห้กับเรื่องนี้มานานมาก แต่เพราะคนที่ถามเป็นไอ้มาร์ค ผมเลยสิ้นสติแบบนี้ คนที่ควรจำกลับลืมแต่คนที่ควรลืม กลับจำ... 


“นายเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ฉันทำอะไรนาย พูดบอกฉันสิ” ทำไมมันพูดเหมือนมันไม่ใช่คนทำ ทั้ง ๆ ที่มันนั่นแหละเป็นคนที่ทำ มันลืมสิ่งโหดร้ายที่ตัวเองทำได้ยังไงกัน 


“ปล่อยผม!! อย่ามายุ่งกับผมอีก อย่ามาเจอกันอีก ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกแล้ว ฮือออ” ไอ้มาร์​คไม่ฟังที่ผมพูด มันดึงผมไปกอดไว้ ร่างของผมจมอยู่ในอ้อมอกของไอ้มาร์ค ผมพยายามที่จะไปหาประตูบ้านอีกครั้ง แต่ไอ้มาร์คมันไม่ยอมปล่อยให้ผมทำแบบนั้น มันสวมกอดผมไว้แน่น


“อย่าร้องเลยนะ” 


อย่าร้องเลยนะ


หากทว่าจู่ ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปในอดีต เสียงที่ไอ้มาร์คพูดมันทำให้ผมนึกถึงคุณอี อ้อมกอดของมันทำให้ผมนึกถึงแต่วันนั้น จากที่ร้องไห้ฟูมฟายผมก็หยุดร้องอย่างง่าย ๆ ผมรู้สึกว่ากอดนี้มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เป็นกอดที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองปลอดภัย กอดของไอ้มาร์คทำผมนึกถึงคุณอี แต่มันไม่มีทางใช่ ไอ้มาร์คเป็นคนที่ทำร้ายผม จะให้ผมรู้สึกดีกับกอดของมันได้ยังไงกัน ผมยังจำหน้าตอนที่มันพูดสั่งไอ้พวกเลวนั่นได้อยู่เลย ผมเกลียดมัน 


อย่าให้มันออกจากที่นี่ไปได้ จนกว่าฉันจะออดิชั่นเสร็จ’ 


ทั้งภาพใบหน้าของมันในอดีตและเสียงที่มันพูดย้อนกลับมาเตือนสติผมว่าคนนี้ทำร้ายความรู้สึกผมมากขนาดไหน แค่คำปลอบนั่นไม่ทำให้ผมลืมความเลวมันได้หรอก 


“ปล่อยผม!!” ผมผลักมันออก และครั้งนี้ผมก็ผลักมันได้สำเร็จ ผมมองหน้าไอ้มาร์ค แววตาที่มันจ้องมองมาผมรับรู้ว่ามันเป็นห่วง ดูเหมือนคนละคนกับไอ้คนชั่วช้าที่ทำร้ายผม แต่ยังไงผมก็ไม่มีทางใจอ่อนให้คนชั่ว ๆ อย่างมันแน่ “เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!! ผมจะกลับ!!” 


“เดี๋ยวคุยกันก่อนสิ ช่วยบอกฉันได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันทำอะไรที่เลวร้ายกับนายมากเลยงั้นเหรอ” มันถามผมพร้อมหยิบโทรศัพท์มาปิดสัญญาณเตือนระบบป้องกันหนีออกจากบ้านอะไรนั่น ผมเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าสัญญาณเตือนนั้นยังไม่ถูกปิด อาจจะเป็นเพราะโมโห  


“ไม่เกินไปหน่อยเหรอ ทำเลวขนาดนั้นแต่กลับจำเรื่องราวอะไรไม่ได้” ผมด่ามันในขณะที่น้ำตาร่วงไหลอาบแก้ม ส่วนไอ้มาร์คก็อึกอักไปเหมือนมันมีบางอย่างที่อยากจะพูด แต่มันก็ลังเลใจที่จะพูดออกมา “เปิดประตูให้ผม ผมจะกลับบ้าน” ผมพูดเสียงแข็ง 


“แบมแบม... ฉัน...” 


ติ๊งๆๆๆๆๆ


แล้วผมก็ต้องสะดุ้งตกใจที่จู่ ๆ เสียงกดออดก็ดังขึ้น และดังประเภทแบบรัวเหมือนคนกดไม่มีมารยาท ผมรีบเช็ดน้ำตา และยืนอึกอักเพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงดี ผมไม่ควรให้ใครเห็นว่าผมอยู่ในห้องมาร์คหรือเปล่า แต่นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่ผมจะได้ออกไปจากที่นี่สักที


“มาอะไรตอนนี้วะ” ไอ้มาร์คบ่นพึมพำ พร้อมผ่อนลมหายใจ ท้ายที่สุดมันก็ยอมเคลื่อนไหวโดยการเดินไปกดปุ่มอะไรสักอย่างตรงหน้าจอ LCD และนั่นทำให้ผมได้เห็นว่าใครมาหามัน


นั่นมันพี่แจ็คสันกับพี่แจบอม ผมไม่ได้เห็นพวกเขาในที่ส่วนตัวแบบนี้มานานมาก แต่พวกเขาคงจำผมไม่ได้หรอกว่าผมเคยเรียนที่เดียวกันกับพวกเขา ขนาดไอ้มาร์คยังจำผมไม่ได้เลย แต่ถึงยังไงก็ตามแต่ การที่ผมจะได้พบหน้าสองคนนั่นก็ทำผมรู้สึกอึดอัดไม่น้อย ก็ตอนนี้พวกเขาเป็นทีมเดียวกันกับไอ้มาร์คแล้วนี่ และผมก็เชื่อว่าไอ้มาร์คต้องฟ้องสองคนนั่นเรื่องผมแล้วแน่ ๆ 


“รอแป๊ปนึง” ไอ้มาร์คกดปุ่มเพื่อบอกสองคนนั้นที่ยืนรออยู่หน้าห้อง จากนั้นมันก็หันมามองหน้าผม ส่วนผมก็หลบสายตามันเพราะไม่อยากมอง 


ไอ้มาร์คเดินผ่านผมไปโดยไม่พูดอะไรกันผมสักคำ ผมหันไปมองตามก็เห็นมันกำลังหยิบกระเป๋าของผมจากตู้เก็บของ และนั่นทำให้ผมต้องรีบวิ่งไปแย่งคืนมาด้วยความหวง นี่ผมลืมของสำคัญของตัวเองได้ยังไงเนี่ย ดีนะที่มันคิดจะคืนผม ไม่งั้นผมคงจะต้องหงุดหงิดใจที่ต้องกลับมาเอาของคืนอีกแน่


“เดี๋ยวฉันไปส่ง”


“ไม่ต้องยุ่ง ผมกลับเองได้” ผมรีบตอบกลับไปอย่างไม่คิด ไอ้มาร์คดูอึ้งที่ผมตอบตรง ๆ ไปแบบนั้น ตอนแรกมันก็ทำหน้าตาเหมือนเศร้า แต่จู่ ๆ มันก็ทำเข้มใส่ทั้งจ้องมองผมด้วยแววตาดุ 


“ฉันบอกแล้วยังไงว่าห้ามดื้อกับฉัน”


“คุณจะปล่อยคลิปก็ปล่อยไปเลย ผมไม่สนแล้ว!!! อยากทำอะไรก็ทำ เชิญเลย!” 


“ไม่แคร์ความหวังดีที่แม่ฉันมอบให้แล้วสินะ” คำพูดนั้นทำผมเงียบ บ้าเอ๊ยถ้าไม่มีเรื่องถ่ายนิตยสารบอกเลยว่าผมไม่มีทางตกเป็นเบี้ยล่างของมันอย่างนี้แน่ มันนี่เลวไม่เปลี่ยนเลย  


“ไม่ต้องไปส่งผม ผมกลับเองได้ และก็ไม่ต้องเอาเรื่องคลิปมาอ้าง ให้ผมได้มีพื้นที่หายใจบ้างเถอะ ถือว่าขอร้องก็ได้” ผมพูดออกไปจากใจ ผมไม่อยากเห็นหน้ามันอีกแล้ว มันอึดอัดและทรมานมากนะ 


ไอ้มาร์คนิ่งไป มันไม่ตอบอะไรผม ท้ายที่สุดมันก็ต้องยอมแพ้ มันเดินไปตรงหน้าประตูบ้านอีกครั้ง พร้อมกดหน้าจอ LCD เพื่อทำการปลดรหัสล็อค ส่วนผมก็รีบเดินมารอตรงประตูทางออก พร้อมใส่รองเท้าเพื่อเตรียมพร้อมออก 


“ถ้าพวกมันทักอะไรก็ไม่ต้องตอบ เข้าใจไหม” ไอ้มาร์คบอกผมก่อนที่จะทำการเปิดประตูบ้านให้ วินาทีที่ผมได้เห็นประตูเปิดออก น้ำตาของผมมันก็เริ่มปริ่ม ๆ อีกแล้ว ผมดีใจที่ได้ออกจากที่นี่สักที 


ผมรีบเดินออกจากบ้านไอ้มาร์ค การปรากฏตัวของผมทำให้พี่แจ็คสันและพี่แจบอมต่างมองผมด้วยสีหน้าตกใจ ผมไม่ปล่อยโอกาสให้โดนถาม ผมรีบเดินเร็วไปยังลิฟท์ และกดปุ่มลงเพื่อออกจากเพ้าท์เฮ้าส์นี่ โชคดีที่ลิฟท์มันจอดอยู่ตรงชั้นนี้อยู่แล้ว ทำให้ผมได้หลบลีกได้อย่างรวดเร็ว ผมพาตัวเองเข้าไปในลิฟท์ ทำการกดชั้น แล้วกดปุ่มปิดลิฟท์ตามหลัง 


ระหว่างที่ลิฟท์กำลังปิด ผมเผลอเลื่อนสายตาไปมองหน้าไอ้มาร์ค มันจ้องมองมาทางผมพร้อมยืนพิงประตูบ้าน สายตาคู่นั้นทำผมเดาไม่ออกว่ามันกำลังคิดอะไร แต่ที่แน่ ๆ ผมคงจะบอกความรู้สึกผ่านทางสายตาไปหมดแล้วว่าผมเกลียดมันมากขนาดไหน 


เมื่อลิฟท์ได้ปิดสนิท ความเข้มแข็งที่ผมสร้างขึ้นมาเมื่อกี้ก็ถูกทลายลง หยาดน้ำตาของผมไหลรินออกเสียเดี๋ยวนั้น อีกครั้งที่ภาพวันวานทำให้ผมรู้สึกเจ็บและโกรธ แต่ทว่าจู่ ๆ ในหัวของผมก็นึกถึงตอนที่ไอ้มาร์คกอดปลอบผมเมื่อกี้ ความรู้สึกประหลาดมันเกิดขึ้นมาในหัวของผมอีกแล้ว ทำไมกอดนั่นทำให้ผมนึกถึงคุณอี ถ้าวันนั้นผมไม่เห็นร่างไอ้มาร์คมายืนออกคำสั่ง ผมก็เกือบเผลอคิดไปแล้วว่ามันเป็นคุณอี 


ว่าแต่... คุณอีเขาเป็นใครนะ ผมอยากขอบคุณเขาจัง 


เพราะนึกถึงเขาผมเลยหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเพื่อหยิบจี้ที่เขาทำหล่นไว้ในวันนั้น นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ยืนยันตัวตนของเขาได้ แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะนี่ก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว ถ้าเขาอยากได้มันคืนเขาก็ต้องกลับไปตามหามันที่ห้องเก็บอุปกรณ์กีฬานั่นอีก ผมกับยูคยอมก็พาก็ไปเฝ้าดูช่วงแรก ๆ แต่ก็ไม่เห็นใครที่จะมีลักษณะเหมือนกับเขาเลย 


ผมอยากเจอเขาอีกจัง จะเป็นไปได้ไหมนะที่ผมกับเขาจะได้เจอกันอีก... คงจะไม่ 

.

.

.

.

.

.

.

 

เมื่อประตูบ้านปิดลง แขกทั้งสองก็ต่างพุ่งเป้าไปหามาร์คเพื่อเคลียร์เรื่องเมื่อกี้ ส่วนมาร์คเองเตรียมใจไว้บ้างแล้วล่ะว่าจะต้องโดนถาม มาไม่ถูกจังหวะเลยจริง ๆ เมื่อกี้เขาเกือบจะพูดเรื่องที่เขาความจำเสื่อมหลังจากประสบอุบัติเหตุกับแบมแบมแล้ว แต่ก็โดนสองคนนี้มาขัดก่อน ไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ที่โดนขัด แต่ตอนนี้มาร์ครู้สึกไม่สบายใจกับท่าทางของแบมแบมมาก ๆ เขาอยากรู้ว่าเขาเคยไปทำอะไรให้แบมแบมเกลียด เจ้าตัวบางถึงแสดงท่าทีว่าขยะแขยงเขามากซะขนาดนั้น และเดาได้เลยว่าต้องเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่งั้นแบมแบมคงไม่ร้องไห้ฟูมฟายแบบนั้น 


“ไอ้มาร์ค!! นั่นมันดีเจเสียงหวานของมึงใช่ไหม” แจ็คสันเปิดคำถามเป็นคนแรก 


“ดีเจนั่นมาที่นี่ได้ยังไง อย่าบอกนะว่ามึง....” แจบอมเว้นคำพูดไว้ แต่ไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ว่าแจบอมกำลังหมายถึงอะไร “ไอ้มาร์ค!!! มึงยังไม่เข็ดอีกเหรอวะ มึงควรจะเว้นเรื่องพวกนี้ได้แล้ว มึงเพิ่งเจอแบล็กเมล์มานะเว้ย” 


มาร์คนิ่งไปไม่ตอบโต้อะไร เขาทำเหมือนไม่ได้ฟังที่เพื่อนบ่น แต่เขาได้ยินทุกคำพูด ที่ไม่ตอบเพราะกำลังคิดเรื่องของแบมแบมอยู่ก็เท่านั้น


“ไอ้มาร์ค มึงช่วยเลิกสร้างความหวาดเสียวให้กับพวกกูสักทีได้ไหม มึงเป็นศิลปินนะเว้ย มึงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้” ครั้งนี้มาร์คยอมกลับมาสนใจเพื่อนทั้งสอง เขาเลื่อนตาไปมองเห็นเพื่อนจับจ้องมาที่เขาด้วยใบหน้าตึงเครียด และนั่นทำให้มาร์คต้องยอมหยุดคิดเรื่องแบมแบมเพื่อให้ตัวเองได้เคลียร์กับเพื่อน 


“เออ กูขอโทษ คราวหลังจะไม่พาคนแปลกหน้ามาบ้านอีกแล้ว” ซึ่งตอนนี้มาร์คถือว่าแบมแบมไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเขา 


คำตอบของมาร์คทำให้สองเพื่อนซี้ต่างผ่อนลมหายใจเพื่อปัดเป่าอารมณ์เครียด หากทว่าสายตาของหนึ่งในนั้นกลับไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่แปลกตา 


“นั่นมึง... จัดโต๊ะอาหารด้วยเหรอ” แจ็คสันกำลังหมายถึงอาหารมากมายที่มาร์คหามาประเคนให้เจ้าตัวเล็ก “ปกติข้าวเช้ามึง กินแค่กาแฟกับขนมปังปิ้งไม่ใช่เหรอ” 


อีกครั้งที่มาร์คโดนสายตาของเพื่อนจับจ้อง หากแต่คราวนี้เป็นสายตาจับผิด ส่วนมาร์คไม่อยากตอบเขาก็เลยทำเพียงแค่เงียบใส่ 


“ยังไงวะเนี่ย อย่าบอกว่ามึงมีซัมธิงกับดีเจหน้าหวานนั่น” คราวนี้เป็นแจบอมที่เป็นฝ่ายถาม 


“เด็กปั้นของแม่กู” 


“แล้วมึงก็ฟาดเด็กของแม่เนี่ยนะ แม่รู้ไม่ช็อกตายไปเลยเหรอ” แจ็คสันเอ่ยแซว ซึ่งคำแซวของเขาไม่ได้ทำให้มาร์ครู้สึกอะไรแม้แต่นิด “แต่จะว่าไป... ดีเจนั่นหน้าตาคุ้น ๆ เหมือนกันนะ” 


มาร์คช้อนตามองหน้าแจ็คสันด้วยความสนใจ เขาอยากรู้ว่าที่แจ็คสันพูดว่าคุ้นตาเพราะเคยเห็นตอนเรียนหรือเปล่า แล้วแจ็คสันพอจะรู้เรื่องที่เขาทำร้ายแบมแบมบ้างไหม


“แบมแบมเคยเรียนโรงเรียนศิลปะ” ทั้งแจ็คสันและแจบอมต่างมองมาร์คด้วยแววตาตกใจเล็ก ๆ “พวกมึงพอจะจำอะไรเกี่ยวกับหมอนั่นได้ไหม”


“คุ้น ๆ นะชื่อ เหมือนเคยได้ยิน แต่ก็จำอะไรไม่ได้วะ คงไม่เคยคุยกัน” แจบอมตอบ แจ็คสันเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน 


“แบมแบมพูดเล่าว่าสมัยเรียนกูชอบแกล้งคน พวกมึงพอจะจำได้ไหมว่ากูแกล้งใครแรง ๆ บ้าง กูลืมไปหมดแล้ว” มาร์คพูดหลอกถามแบบไม่ให้เพื่อนทั้งสองได้รู้ว่าแบมแบมนั่นแหละที่เป็นฝ่ายกระทำ สองคนนี้ฉลาดไป นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ปะติดปะต่อเรื่องได้แล้ว มาร์คไม่อยากให้สองคนนี้รู้เรื่องที่แบมแบมแบล็กเมล์เขา 


“โอ๊ย เยอะจนพูดไม่หมดเลยล่ะมั้ง มึงแม่งโครตเป็นอันธพาล แกล้งคนนู่นคนนี่ไปทั่ว แต่ที่ไม่โดนไล่ออกจากโรงเรียนได้เพราะชื่อพ่อแม่มึงค้ำหัวไว้ การเรียนก็กาก ประเมินผลอะไรออกมาก็แย่ แต่กูก็นับถือความอยากเด่นอยากดังของมึงนะ เลยทำให้มึงมาถึงจุดนี้ได้” แจ็คสันพูดอย่างตรง ๆ และก็ไม่กลัวที่จะโดนต่อย เพราะเขารู้ว่ามาร์คคนนั้นไม่มีอีกแล้ว 


“แต่หลังจากออดิชั่นเป็นศิลปินจบ มึงก็หายไปจากโรงเรียนเกือบเดือน แม่มึงมาดรอปเรียนกับทางโรงเรียน บอกว่ามึงเรียนไปฝึกเต้นที่นิวยอร์กเพื่อเตรียมตัวเป็นศิลปิน” มาร์คพอจะจำได้ว่าแม่เขาเคยโกหกแบบนั้นเพื่อปกปิดเรื่องที่เขาประสบอุบัติเหตุและพักฟื้นยาวอยู่ที่โรงพยาบาล ตอนแรกแจ็คสันกับแจบอมก็เข้าใจว่าเรื่องราวเป็นอย่างนั้น จนเมื่อได้เดบิวต์และได้บอกถึงโรคจำหน้าคนไม่ได้ เขาเลยได้มีโอกาสบอกความจริง “จนตอนกูได้เจอมึงตอนเรามาเตรียมตัวจะเดบิวต์ กูรู้สึกว่ามึงเหมือนเป็นคนใหม่ มันเหมือนไม่ใช่มาร์คที่กูเคยเห็นในโรงเรียน” แจบอมพูดออกมาจากที่เขารู้สึก 


“เออ จริง ตอนสมัยเรียนมึงแม่งโครตเหี้ย ขี้เก๊ก คิดว่าตัวเองเก่งไปซะทุกเรื่องและก็อวดดี ตอนที่ออดิชั่นแล้วรู้ว่ามีมึงอยู่ในวง บอกเลยว่ากูเครียดมาก กูไม่อยากเป็นอยู่ร่วมวงเดียวกันกับมึง” 


“ทำไมมึงคิดแบบกูวะแจ็คสัน” แล้วทั้งสองก็หันไปจับไม้จับมือกันแสดงอาการดีใจที่คิดตรงกันกับเพื่อน “แต่มึงไม่ต้องนอยด์นะมาร์ค มึงในร่างใหม่พวกกูโครตชอบเลย ทั้งมีน้ำใจ คิดถึงแต่วง และที่สำคัญมึงทุ่มเทให้กับงานทุกงาน มึงโตขึ้นแล้วดีขึ้นมากจริง ๆ”


“แต่มึงอย่าเพิ่งชมมันไป ไอ้มาร์คแม่งเหมือนคนผีเข้าผีออก บทจะดีก็ดีเกิ๊นนนน บทจะร้ายก็น่ากลัวเหี้ย ๆ บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้กูก็ยังจะจับทางมึงไม่ค่อยถูกว่ามึงจะมาไม้ไหน เหมือนเรื่องโดนแบล็กเมล์ มึงนิ่งเกินจนกูรู้สึกว่าใช่มึงจริง ๆ เหรอวะ” แจ็คสันถามมาร์คด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่คนที่ถูกถามอย่างมาร์คกลับไม่ได้ฟังคำถาม เขากำลังคิดถึงเรื่องนิสัยของตัวเองที่เพื่อนเพิ่งพูดถึง 


ตั้งแต่เดบิวต์ด้วยกันมา นี่คงเป็นครั้งแรกที่มาร์คได้รู้ว่าเพื่อนคิดแบบนั้นกับเขา มาร์คไม่ได้เสียใจกับอดีตที่ตัวเองทำ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาความจำเสื่อมเขาเลยไม่คิดว่าตัวเองเคยทำเรื่องพวกนั้น แต่หลาย ๆ อย่างที่เพื่อนพูดมา มันทำให้มาร์ครู้สึกบางอย่างมันผิดไป 


“มึงบอกว่าตอนเรียนกูอันธพาล เรียนกาก การประเมินก็แย่ แล้วทำไมกูถึงได้เดบิวต์กับพวกมึง เขาไม่ได้คัดคนก่อนเป็นศิลปินหรอกเหรอ” 


“ก็เพราะแม่มึงไง อาจารย์ใส่ชื่อมึงไปเพราะเกรงใจ แต่พวกเขาก็ไม่ได้หวังว่ามึงจะได้หรอก เพราะตอนนั้นมีรายชื่อเด็กสี่คนที่ได้ไปออดิชั่นโชว์ มีกู ไอ้แจบอม มึง และก็ใครไม่รู้อีกคน แล้วทางค่ายเขาต้องการเด็กแค่สาม ทุกคนฟังธงเป็นเสียงเดียวกันว่ามึงไม่ได้แน่ เพราะแม่มึงเล่นเส้นกับค่ายไม่ได้ แต่โชคก็เข้าข้างมึง เพราะตอนที่ออดิชั่นไอ้คนที่สี่ไม่มา มึงเลยได้เซ็นต์สัญญาเป็นศิลปินพร้อมพวกกูไง” 


มาร์คได้ยินแบบนั้นก็ตกใจไม่น้อย ที่ผ่านมาเขาไม่เคยสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงได้เดบิวต์ ตื่นมาเขาก็รับรู้แค่ว่าเขากำลังจะเป็นศิลปิน เขาทำทุกอย่างตามที่แม่อยากให้เป็นโดยไม่เคยสงสัยอะไรเลย แม้แต่ตัวตนของตัวเองมาร์คก็ยังจำไม่ได้ แต่เพราะเขาได้ยินคนพูดมาเยอะว่าเขาเป็นเด็กเกเร เขาก็เลยถูกใส่ข้อมูลว่าตัวเองเป็นคนร้าย ๆ ทั้งที่จริงเนื้อแท้ของเขาเป็นยังไง เขาก็ยังไม่รู้ 


ดูเหมือนว่าตอนนี้มีเรื่องราวมากมายที่มาร์คเพิ่งจะสงสัย และเรื่องที่เขาอยากรู้มากที่สุดตอนนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของแบมแบม เจ้าตัวก็ไม่ยอมเล่าให้เขาฟังซะด้วยสิ เห็นทีว่าเขาจะต้องหาคนที่รู้จักแบมแบมตัวจริงเพื่อต่อติ๊กซอว์ความทรงจำของเขาให้มันสมบูรณ์






29/05/62

เอาแล้วจ้าาาา ปริศนามาอย่างต่อเนื่อง เหมือนจะมีเงื่อนงำบางอย่าง สรุปน้องแบมบอกว่าเห็นพี่มาร์คจริง ๆ พี่เป็นคนร้ายจริง ๆ เหรอออ แต่คุณอีเป็นใครกันนนนน 

ทุกคนให้ความเห็นเหมือนกันหมดว่าอี้เอิน ไรท์อ่านแล้วก็ยิ้มตาม เออวะ ลืมชื่อนี้ไปได้ยังไง 5555555 (เอ๊ะยังไง)  

ปริศนากำลังจะถูกปล่อยมาทีละอย่าง ตอนหน้าเรา (อาจ) จะได้รู้ความจริงว่าสิ่งที่น้องแบมเห็นทั้งหมด น้องตีความผิดไป หรือว่าพี่มาร์คเป็นคนชั่วร้ายอย่างที่ทำ แต่เพราะประสบอุบัติเหตุเลยดีขึ้น

อาจจะโดนผีเข้า วิญญาณตัวใหม่มาอยู่ กลายเป็นคนใหม่ 5555555555555555555 ลองวิเคราะห์กันดู อิอิ แต่ไรท์ได้แทรกข้อความบางอย่างให้รู้ในตอนก่อน ๆๆๆๆๆ นู่นไปหมดแล้ว ฮุกฮุก 

ขอกำลังใจหน่อยน้าาา รออ่านคอมเม้นจากทุกคน <3 

ฝากติดแท็กด้วยนะค้าบ #ลับ19มบ



 


28/05/62

มาพาร์ทนี้เครียดเลยยยย ฮืออออ สงสารลูกกกกก นี่คือเหตุผลที่ลูกโกรธแค้นพี่มาร์คมาก ๆ พี่มาร์คทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ลูกเข้าใจถูกแล้วใช่ไหมงับ 

แต่... สิ่งที่แบมแบมเล่ามามันก็แค่ส่วนหนึ่งที่น้องเห็นเท่านั้นนนนน 

ส่วนคุณอี คุณเป็นใคร ตัวละครใหม่เหรอ??? ปริศนาเยอะแยะไปหมด และมันกำลังจะค่อย ๆ คลายให้ทุกคนเห็นหลังจากนี้ น้องแบมจะรักกับพี่มาร์คได้ยังไง เดี๋ยวได้รู้กันนนน 

ขอกำลังใจเยอะ ๆ เลยย ขอคอมเม้นเยอะ ๆ เลยน้าาา เหมือนเดิมกลับมาต่อเร็วเพราะทุกคนถล่มคอมเม้น และแท็กก็คึกคัก ชื่นใจจจ มีแรงงงง ขออีกน้า 55555

มาร่วมแสดงความเห็นกัน ใครเริ่มเกลียดพี่มาร์คแสดงตัวกัน ส่วนใครไม่เชื่อว่าพี่มาร์คทำก็แย้งมาาาาา 



27/05/62

เกลียดความฉลาดของพี่มาร์คได้ไหม พี่เขาดักน้องได้ทุกอย่างจริง ๆ สงสารลูกกก แต่ว่าาาาาาา พี่มาร์คบอกจะให้น้องแบมเล่าเหตุผลที่เกลียดพี่ เราจะได้ฟังเรื่องในอดีตกันแล้วหรือเปล่า ลูกเราจะเล่าให้พี่ฟังไหมนะะะะะ อยากให้น้องเล่าาไหมมมม คอมเม้นกันนนน

ไปลุ้นกันต่อเลยว่าเรื่องจะเป็นยังไง ขอคอมเม้นเยอะ ๆ เย้ยยน้าา และฝากเล่นแท็กด้วยนะค้าบบ #ลับ19มบ นี่กลับมาอัปเร็วเพราะทุกคนช่วยกันคอมเม้นนะเนี่ย อิอิ มีกำลังใจจ ขออีก ๆ 5555 






26/05/62

น้องแบมเคยทันอะไรพี่เค้าบ้างคะ แม่เห็นตั้งแต่เกิดเรื่องมาหนูมีแต่เรื่องให้หัวร้อน สู้ๆ นะครับลูก 

แล้วความจริงก็ได้เผย สรุปพี่มาร์คระวังตัวสุดจ้า และทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันไม่น่าจะง่าย สงสารลูก แต่อีกใจก็อยากให้ลูกโดนพี่มาร์คแกล้ง เพราะพี่่แกล้งทีน้องเปลืองตัวตลอด ฮืออ 

หลังจากนี้จะเป็นยังไง อย่าลืมนะว่ากุญแจมือยังไม่ได้ถอดออก คิคิ 

มาอัปเร็วเพราะทุกคนคอมเม้นเยอะมาก เลยมีแรงมาต่อ ยังไงมาร่วมแสดงความเห็นอีกน้า ไรท์ชอบอ่าน ฝากเล่นแท็กด้วยค่า #ลับ19มบ 





25/05/62

เอาแล้วค่ะ! ทุกคนมาพิจารณากันค่ะว่าน้องจะได้สมหวังอย่างที่ใจน้องต้องการหรือเปล่า ทุกอย่างมันง่ายเพราะน้องโชคดีจริง ๆ ใช่ไหม ไอ้พี่ไม่รู้สึกตัวเลยเหรออออออ 

ไม่พูดมาก เอาเป็นว่าในตอนเอ็นซีถ้าจำได้เกี่ยวกับเรื่องโ่ทรศัพท์ มันมีสปอยซ่อนอยู่ในฉากนั้น อิอิ ไรท์ซ่อนให้แล้วววว 

ขอกำลังใจ จะรีบมาต่อออ ดูท่าว่าการที่น้องโดนใส่กุญแจมือกับพี่มาร์คดูจะไม่ใช่อะไรที่หนีไปได้ง่าย ๆ คนร้าย ๆ อย่างพี่จะปล่อยน้องไปจริง ๆ เหรอ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.448K ครั้ง

2,111 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 16:24
    ถ้าพี่รู้ พี่จะทำยังไง?......
    ขอน้องคบ?
    #2037
    0
  2. #1991 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 12:58
    คลี่คลายเร็วๆนะ!
    #1991
    0
  3. #1851 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 08:28
    ตื่นเต้นไปหมดแล้วอ่ะ เข้มข้นมากกกกกก อยากรู้ไปพร้อมกับมาร์คเลยอ่ะ
    #1851
    0
  4. #1756 dejawooo (@dejawooo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 22:09
    เรื่องราวมันแปลกๆไป เราว่าคุณอีก็คือฝาแฝดมาร์คอีกคน ตอนประสบอุบัติเหตุอาจจะเป็นอีกคนที่ร้ายๆที่เสียหรือเปล่า แล้วแม่เลยให้มาร์คมาแทน แต่น้องแบมก็จำฝังใจไปแล้วว่าคือมาร์ค เง้อ เราว่ามันน่าจะมีเงื่อนงำในเรื่องนี้ รอติดตามค่ะ
    #1756
    0
  5. #1688 NtsuMB (@nices_nattida) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 19:19
    คนละคนกันแน่ๆแล้วล่ะ! ชอบการดำเนินเรื่องมากเลย มันทำให้เราได้รู้ความจริงไปพร้อมตัวละครอ่ะ มันสุดยอดม๊าก!! ชอบฉากที่น้องระเบิดตัวเองออกมา มันเข้าใจความรู้สึกเลย สงสารน้องงงง
    #1688
    0
  6. #1658 monokoto1122 (@monokoto1122) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:24

    โอยยย เข้มข้นยิ่งกว่าต้มยำกุ้ง!

    ชอบมากๆๆเลยค่ะ

    #1658
    0
  7. #1560 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 11:06
    งงไปหมดแล้ว ตัว E ก็ตีเป็นอี้เอินได้ จะมีแฝดมั้ยหรือยังไง
    #1560
    0
  8. #1556 Rose (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 10:36

    โห้...มีแต่ปริศนาเต็มไปหมดลุ้นมากค่ะน่าติดตามมากรอต่อนะคะ????????????✌✌✌✌

    #1556
    0
  9. #1524 BG3031 (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 07:25
    เอ๊ะ หรือมาร์คมีแฝด ต้องถามคุณย่าซะแล้ว
    #1524
    0
  10. #1523 SucheewaP (@SucheewaP) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 00:33
    สงสารน้องงงง
    #1523
    0
  11. #1522 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 21:42
    เอ้าคุณอีนี่อีเอิ้นไหมน้าาาา ถ้าใช่แล้วแกล้งน้องทำไมนิ เพราะแบมบอกเห็นกะตาว่ามาร์คสั่งให้แกล้ง งึมๆๆๆๆๆๆสงสัยๆ
    #1522
    0
  12. #1521 toto (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 20:02

    คือมาร์คทำจริง แล้วมาช่วยแบมรึเป็นคนอื่นอะ

    #1521
    0
  13. #1520 FlowerbulE (@0873432266) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 19:32
    คืออ่านทีแรกมั่นใจว่าพี่ไม่ได้ทำแน่ๆ แต่พอมาตอนท้ายๆทำให้เราสับสน กลัวใจว่าพี่จะเป็นคนทำร้ายน้อง แงสับสน
    #1520
    0
  14. #1519 nooonut293 (@nooonut293) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:45
    แม่มาร์คจะรู้มั้ย
    #1519
    0
  15. #1518 Nattitap (@Nattitap) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:36

    ลุ้นทุกตอน
    #1518
    0
  16. #1517 cutedolphin (@cutedolphin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 11:33
    ม้าคคือยังไงนะ หรือว่าสองบุคลิค น่ากลัวเว่อ คือถ้าทำจริงน้องแบมไม่ให้อภัยตลอดชีวิตนิ่ก็ไม่แปลกอ่ะ จ้างคนมาข่มขืนคนอื่นนิ่ เกินจากคำว่าให้อภัยมากๆ
    #1517
    0
  17. #1516 Cherry_07707 (@Cherry_07707) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 09:43
    ตกลงพี่มาร์คได้ทำไหมอ่า&#8203; งงไปหมดแล้วววว
    #1516
    0
  18. #1515 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 08:51
    ไบโพลาร์? คนละคน? ว้ากกกกกกกกก
    #1515
    0
  19. #1513 kamchutamanee (@kamchutamanee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 08:39
    มาร์คมีแฝดรึเปล่าเนี่ย
    #1513
    0
  20. #1512 radon86 (@radon86) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 08:13
    มาร์คคือคุณอีแน่ๆ อาจจะมีมาร์คสองคนงี้
    #1512
    0
  21. #1511 GandaManeetaem (@GandaManeetaem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 07:36
    ขออย่าให้เป็นแม่มาร์คเลยนะที่อยู่เบื้องหลังเรื่องของแบม
    #1511
    0
  22. #1510 eye_au (@eye_au) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 07:36
    หรือจะเป็นมิเชลวะ แบบอยากให้ลูกผ่านออดิชั่นงี้ ดูยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก ใช้เส้นแต่ใช้ไม่ได้เลยใช้วิธีทำร้ายแบมแทนงี้//เดาล้วนๆ มั่วด้วย
    #1510
    0
  23. #1508 56096315 (@56096315) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 07:05
    ลุ้นมากกกอยากรู้ว่าใครเป็นคนช่วยน้องแบมพี่มาร์คคงไม่ทำกับน้องแบบนั้นใช่ไหมฮือออ
    #1508
    0
  24. #1507 SRK_BJK (@SRK_BJK) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 06:29
    อี้เอินแน่เลย
    #1507
    0
  25. #1506 Markbam2MB (@Markbamx2MB) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 06:21
    อ่า อี้เอิ้น ไมหมนะ
    #1506
    0