BlackMail #ลับ19มบ [MARKBAM]

ตอนที่ 5 : TAPE FOUR [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1305 ครั้ง
    15 เม.ย. 62



TAPE FOUR


สองอาทิตย์ผ่านไป


เสียงวิทยุถูกเปิดดังไปทั่วทุกจุดในเพ้นท์เฮ้าส์ของแรปเปอร์ชื่อดัง เป็นการบอกว่าเขาจะไม่พลาดฟังรายการนี้แน่ ๆ ก็แน่ล่ะเขาเป็นแฟนรายการวิทยุของดีเจ DoubleB ไปแล้ว และยิ่งช่วงนี้เขาถูกพักงานยาว จึงทำให้มาร์คไม่พลาดการจัดรายการวิทยุของแบมแบมสักครั้งเลย ซึ่งแบมแบมไม่รู้หรอกว่าการที่มาร์คไม่ได้ไปวนเวียนให้พบเจอ แท้ที่จริงแล้วเขากำลังจับตาดูแบมแบมอยู่ต่างหาก


ตาคมหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ มองภาพจากกล้องถ่ายทอดสดในห้องอัดที่ทางสถานีเผยแพร่ให้แฟนรายการได้ติดตามชมผ่านอินเตอร์เน็ต ริมฝีปากเข้ารูปเหยียดเล็ก ๆ เผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ไม่มีใครรู้ได้ว่าในหัวของเขากำลังมีความคิดอะไรแล่นอยู่


เสียงหวาน ๆ ที่เอ่ยเอื้อนออกมาทำคนฟังรู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ ตาคมละสายตาจากการดูคลิปในจอคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนเหยียดกายบนโซฟา หูยังคงฟังดีเจคนโปรดจัดรายการอยู่ เปลือกตาของเขากำลังค่อย ๆ ปิดลง 


มาร์คกำลังดื่มด่ำกับการฟังเสียงน้ำเสียงที่แสนอ่อนนุ่มปนโทนหวานของแบมแบมคล้ายกับได้จิบไวน์ยี่ห้อโปรด หากทว่ายิ่งได้ฟังเสียงนี้นานมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้มาร์คนึกถึงภาพค่ำคืนที่แสนเร้าร้อนในคืนนั้น



'อ๊าาา...ไม่...ปล่อยผม อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ...'



ภาพวันวานย้อนเข้ามาพร้อมกับเสียงครางหวาน ๆ ของร่วมกิจกรรมรัก ในหัวของมาร์คเห็นเป็นเพียงแค่ภาพเคลื่อนไหวแบบเบลอ ๆ คล้ายกับเขามึนเมาไม่มีสติ หากแต่วันนั้นเขามีสติครบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่เขาเห็นภาพเหล่านั้นเป็นเพียงภาพเคลื่อนไหวอย่างเบลอ ๆ ก็คงจะเป็นเพราะโรคจำหน้าคนไม่ได้ของเขา


ใบหน้าของเด็กคนนั้นได้ถูกลบไปจากความทรงจำของมาร์คอย่างเรียบร้อย สิ่งที่เขาจำได้ในตอนนี้ก็คงจะเป็นสัมผัสของฝ่ามือเล็กที่โอบคอของเขา กลิ่นกายอ่อน ๆ ที่ผสมกับน้ำหอมกุชชี่ รวมทั้งจำน้ำเสียงหวาน ๆ นั่นได้ด้วย มาร์คจำเนื้อเสียงของเด็กคนนั้นได้แม่น แต่ถึงยังไงก็ตามมันก็น่าหงุดหงิดใจเหลือเกินที่เขาจำหน้าเจ้าเด็กคนนั้นไม่ได้


แบมแบมเป็นหนึ่งผู้ต้องสงสัยที่มาร์คหมายหัวไว้ เขาได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวแบมแบม กลิ่นนั้นคล้ายกับกลิ่นน้ำหอมของเด็กที่เขามีเซ็กส์ด้วย ส่วนกลิ่นกายนั้นเขายังไม่แน่ชัด ถ้าจะรู้ให้แน่ก็ต้องดมแบบแนบชิดมากกว่านี้ซึ่งเขาไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ในข้อนั้น


และหลักฐานอย่างที่สองที่มาร์คคิดว่าแบมแบมมีส่วนคล้ายก็คือเนื้อเสียง เขาคิดว่าเนื้อเสียงของแบมแบมคล้ายกับคนที่เขาตามหาเกือบ 80% เลยล่ะ ส่วน 20% ที่เขาไม่แน่ใจอาจจะเป็นเพราะเด็กคนนั้นชอบพูดอ้อน แถมเรียกเขาว่าพี่อีกด้วย ส่วนแบมแบมเวลาคุยกับเขาไม่มีโทนเสียงอ้อน และพูดคุยแทนตัวเองอย่างเป็นทางการและพูดสุภาพ ไม่พูดเป็นกันเองเหมือนเด็กคนนั้น พอคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะสิ่งพวกนี้มันไม่สามารถทำให้มาร์คจับตัวคนร้ายได้เลย


ในตอนนี้ก็คงจะเหลือหลักฐานชิ้นสุดท้ายแล้วล่ะ...


มาร์คหันไปมองโทรศัพท์ของตัวเองที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะเล็กข้างโซฟา เขาเอื้อมมือไปหยิบมันก่อนจะทำการปลดล็อครหัสผ่าน หลังจากที่ปลดล็อคเรียบร้อยแล้ว มาร์คก็เข้าไปยังอัลบั้มรูปภาพของเขา หิ้วหนาเลื่อนมาหยุดตรงหมวดหมู่คลิปวิดิโอ เขาไม่ลังเลที่จะกดเข้าไป ตาคมมองไปที่คลิปที่เขาต้องการจะดู จากนั้นก็เอานิ้วจิ้มเพื่อเปิดมันขึ้นมาดู


มาร์คจับจ้องคนที่อยู่ในคลิปตาไม่กะพริบ มองคนตัวบางที่เดินคู่กับเขามาตั้งแต่ในลิฟท์จนออกจากลิฟท์ ตาคมจดจ้องคนตัวเล็ก สังเกตทุกการเคลื่อนไหว การเดิน ลักษณะของมวลกายและความสูง มาร์คกดหยุดคลิปเพื่อที่จะจ้องมองคนในคลิปนาน ๆ เลื่อนนิ้วโป้งไปบังส่วนหัวผู้ร้ายในคลิปก็รู้สึกว่ามันคุ้นตาเสียจริง


ใช่แล้วล่ะ...คลิปที่เขาดูอยู่ตอนนี้ก็คือคลิปจากกล้องวงจรปิดที่ยูคยอมลบทิ้งไปแล้ว มาร์คดูเหมือนจะเป็นคนโง่ แต่ว่าเขาจัดการเซฟคลิปวิดิโอนั่นหลังจากที่เขารู้เรื่องคลิปถูกปล่อย อีกทั้งยังตั้งใจเขียนรหัสผ่านไว้เป็นแผนสำรองเผื่อมีใครแอบเข้าห้องเขาแล้วมาลบ มันได้ก็เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้จริง ๆ และมาร์คก็รู้ว่าคนที่ลบไปเป็นคิม ยูคยอม แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่สงสัย เรื่องนั่นเป็นเรื่องที่มาร์คต้องสืบอีกทีว่าเจ้าตัวแสบของเขาเกี่ยวข้องอะไรกับยูคยอมกันแน่


ตาคมยังจับจ้องไปที่เจ้าตัวเล็กที่อยู่ในคลิป ต่อให้เขาเคยเห็นหน้าแบมแบมมาแล้วก็ตาม แต่เพราะเขาป่วยเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้ ทำให้เขาไม่สามารถแยกใบหน้าของคนในคลิปได้ ดังนั้นมาร์คจึงไม่แน่ใจว่าคนในคลิปใช่แบมแบมจริงหรือเปล่า มาร์ครู้ดีว่าถ้าเขาลองเอาคลิปนี้ไปให้คนอื่นช่วยดู มาร์คอาจจะได้คำตอบทันทีว่าที่เขาสงสัยแบมแบมมันถูกต้องหรือไม่ แต่มันติดที่ว่าตอนนี้เขายังไม่ไว้ใจใครเลยสักคน เขากลัวว่าถ้าปรึกษาใครไปแล้วข่าวจะหลุดออกไป ถ้าเป็นอย่างนั้นแบมแบมต้องตกที่นั่นลำบากแน่ ๆ 


ไม่ใช่ว่ามาร์คกลัวแบมแบมโดนลงโทษ แต่เขาเองตั้งหากที่อยากจะเก็บเจ้าตัวเล็กไว้ลงโทษด้วยมือของเขาเอง


ติ๊งๆๆๆๆๆ


มาร์คกำลังนอนคิดอะไรเพลิน ๆ หากทว่าก็ต้องหยุดชะงักความคิดของตัวเอง เมื่อจู่ ๆ มีแขกมาหา เสียงคนที่อยู่นอกประตูออดอย่างรัว ๆ ไม่ต้องดูกล้องก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร ก็มีแค่คนคนเดียวเท่านั้นที่ชอบกดออดรัวแบบนั้น มาร์คลุกขึ้นจากโซฟาพร้อมวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม จากนั้นก็รีบเดินตรงไปตรงประตูบ้านเพื่อไปเปิดประตูให้แขก


แต่พอเดินไปถึงตรงหน้าจอดิจิตอลที่โชว์หน้าแขกมาเยี่ยม ก็ทำมาร์คแอบตกใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าจะมีแขกแค่คนเดียวซะอีก ถึงแม้ว่ามองจากจอ LCD นี้จะจำหน้าไม่ได้ว่าเป็นใครที่มาเยี่ยม แต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าสองคนนั้นต้องเป็นเพืิ่อนร่วมวงของเขาแน่นอน อย่างแรกเลยคือแจ็คสันจะมีนิสัยชอบกดออดรัวเหมือนตั้งใจให้มาร์ครู้ว่าเป็นเขา ส่วนแจบอมชอบทำหน้าตากวนประสาทใส่กล้องเหมือนเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่พวกเขาอยากให้มาร์คจำได้


แต่....


“ใคร” เมื่อประตูเปิดกว้างเจ้าของบ้านก็ถามออกไปทันที และคำถามของเขานั่นทำให่้เพื่อนร่วมวงต้องจ้องหน้าเขาด้วยอาการช็อก


“ไอ้มาร์คคคค!!! กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วไงว่ากดออดรัว ๆ แบบนี้ให้จำไว้ว่าเป็นกู” แจ็คสันโวยวายขึ้นทันที และเสียงโวยวายนั้นทำมาร์คยิ้มมุมปากเล็กน้อย ทำให้สองได้รู้ว่าโดนแกล้งซะแล้ว


“เดี๋ยวเถอะมึง ถ้าเปิดประตูมาแล้วไม่ใช่พวกกูจริงจะขำไม่ออก ความลับก็ได้แตกไปพอดี” แจบอมเดินเข้ามาในบ้านเป็นคนสุดท้ายพร้อมบ่นอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะรีบปิดประตูบ้านตามหลัง


มาร์คไม่ได้พูดสนทนาอะไรกับเพื่อนอีก เขาเดินกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิม ในขณะที่หูของเขาก็ยังฟังเสียงหวาน ๆ ของแบมแบม ทำเหมือนการมาของสองคนนั้นไม่ทำให้มาร์ครู้สึกตื่นเต้นแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ในบ้านอย่างเหงา ๆ มาเกือบสองอาทิตย์แล้ว 


“ยังฟังอยู่อีกเหรอวะ กูเห็นมึงฟังดีเจคนนี้มาตลอด สงสัยจะเป็นแฟนตัวจริง” แจ็คสันถามในระหว่างที่วางถุงอาหารที่ซื้อมากินร่วมกับเพื่อน ส่วนมาร์คก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพราะเขาฟังรายการของแบมแบมมานานแล้วจริง ๆ 


“เพิ่งเคยเห็นตัวจริง ก็น่ารักดีนี่หว่า” แจบอมพูดในขณะที่ตาจับจ้องแบมแบมผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หากแต่คำพูดนั้นทำให้มาร์คชายตามองเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหวงดีเจหน้าหวานขึ้นมาซะงั้น แต่ในจังหวะเดียวกันแจ็คสันก็หันหน้ามามองมาร์คพอดีทำให้มาร์ครีบหลบสายตาอย่างมีพิรุธ


“มึงรู้หรือเปล่าว่าเขาน่ารัก” โชคดีที่เพื่อนจับเขาไม่ได้


“รู้ดิวะ กูมีปัญหาเรื่องแค่การจำหน้า ไม่ได้ตาบอดสักหน่อย” มาร์คตอบไปตามความจริง คำตอบของมาร์คทำสองเพื่อนซี้เลิกสงสัยไป แต่ในทางกลับกันมาร์คกำลังสงสัยในตัวเพื่อน “ว่าแต่พวกมึงมาได้ยังไง วันนี้ไม่มีงานเหรอ”


“พักบ้าอะไรล่ะ ที่พวกกูมานี่ก็มาคุยเรื่องงานกับมึงนี่แหละ” มาร์คหรี่ตามองเพื่อนด้วยความใบหน้าที่ปนไปด้วยความสงสัย “อย่าบอกว่ามึงลืมเรื่องคัมแบค”


สีหน้ามาร์คดูหายสงสัยในทันที ก็คิดว่าเรื่องไหนสักอีก เรื่องเตรียมตัวคัมแบคเขาพอรู้จากจินยองแล้ว ที่เขาลืมเรื่องนี้ไปเพราะเห็นว่าอีกตั้งนานกว่าเขาจะได้กลับไปทำงาน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มาร์คจะลืมเรื่องคัมแบค


“มึงแต่งเพลงได้ยัง” เจบีถามในขณะที่มือเริ่มเปิดกล่องไก่ทอดพร้อมเลียริมฝีปากแสดงอาการหิวกระหาย “อย่าลืมนะว่าในบั้มนี้ต้องมีเพลงที่พวกเราแต่งเองอย่างน้อยหนึ่งเพลง”


มาร์คได้ยินแล้วก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเสียงเดียวนั้น เพราะตอนนี้เขาไม่ค่อยมีอารมณ์แต่งเพลงสักเท่าไร


“พวกมึงล่ะแต่งได้เยอะยัง” มาร์คถามในขณะที่ตาจับจ้องไปเพื่อนทั้งสองที่กำลังเอร็ดอร่อยกับการกินไก่ทอดร่วมกัน มาร์คเห็นแล้วก็แอบขำสองคนนั้น เพราะรู้ทันว่าสองคนนี้โดนจินยองสั่งควบคุมอาหาร ก็เลยแอบซื้อไก่ทอดมากินที่นี่ไงล่ะ


“ก็พอได้บ้าง กูมีในสต็อกเก่าที่แต่งเล่น ๆ อีกเยอะ ว่าจะลองหยิบมาปรับเปลี่ยนนิดหน่อยคิดว่าน่าจะใช้ได้”


“อืม กูก็แต่งไว้หลายเพลงเหมือนกัน” มาร์คไม่แปลกใจเลยที่จะได้ยินคำตอบนี้จากปากเพื่อน เพราะรู้ว่าสองคนนั้นรักการเป็นนักร้องและรักการแต่งเพลงมาก มาร์คเองก็เคยมีอารมณ์แบบนั้น แต่ตอนนี้หาอะไรแบบนั้นในตัวเขาแทบไม่เจอเลย...


“มีเพลงไหนที่มึงไม่เอากันบ้าง กูขอหน่อยดิ” คำพูดของมาร์คทำทั้งเจบีและแจ็คสันต่างคาบไก่แล้วหันมามองหน้ามาร์คด้วยแววตาตกตะลึง “กูพูดจริงนะ ช่วงนี้กูไม่มีอารมณ์แต่งเพลงเลย”


“เออ ได้ เอาจากกูก็ได้ แต่...มึงเป็นไรวะ ทำไมไม่มีอารมณ์แต่ง หรือเป็นเพราะเรื่องข่าว มึงอย่าไปคิดมากน่ะ ตอนนี้ข่าวก็เริ่มซาบ้างแล้ว และพวกเราเองก็ได้ประโยชน์จากการพักงานของมึง” แจ็คสันพูดปลอบ 


“ใช่ และค่ายก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย แถมยังชุบมือเปิบเอาโอกาสนี้มาให้เราเตรียมจัดเซอร์ไพร์สพร้อมเตรียมเวิร์ดทัวร์ มึงอย่าไปคิดมากเลย ความดังเรายังไม่ตกหรอก มีแต่จะขึ้นด้วยซ้ำ คนที่ควรเครียดก็คือแฟนคลับของเรา เจอเราจัดชุดใหญ่ขนาดนั้น ไม่รู้จะซับพอร์ตพวกเราไหวหรือเปล่า” ดูเหมือนเพื่อนทั้งสองจะต่างเข้าใจว่ามาร์คคิดมากเรื่องข่าว แต่สำหรับมาร์คเขาไม่ได้รู้สึกอย่างงั้น เขาแค่รู้สึกเบื่อเหมือนตัวเองหมดแรงบันดาลใจในการทำงานก็เท่านั้น มาร์คเองก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่รู้สึกอย่างนี้ ทั้งที่การเป็นไอดอลมันคือสิ่งเขาทุ่มเทเพื่อมันทั้งชีวิต แต่ทำไมกลับรู้สึกอยากทำอะไรอย่างอื่นมากกว่า


“เออ ว่าแต่ เรื่องคนในคลิป มึงได้หลักฐานอะไรบ้างหรือยัง” คำถามของแจ็คสันทำมาร์คช้อนตามองเพื่อนตัวเองทันที และการที่เห็นเพื่อนทั้งสองกำลังมองหน้าเขาอยู่ทำให้มาร์คเริ่มคิดบางอย่างในหัว


“ยัง” มาร์คตอบไปแค่นั้น พร้อมหลุบตามองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของตัวเอง


“จับตัวได้คงจะโดนค่ายเล่นงานหนักแน่ น่าเสียดายที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย และยิ่งมึงเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้ด้วย ก็จบแล้วล่ะ” ยังไม่จบ...มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นต่างหาก มาร์คตอบเจบีในใจ “แต่มาคิดแล้ว ไอ้เวรนั่นก็แสบใช่ย่อยเลยนะ สงสัยมันจะเกลียดมึงมาก ถึงขั้นต้องแอบถ่ายคลิปแบล็กเมล์แบบนั้น”


“แต่มึงว่าแปลกป่ะ ถ้าเกลียดแม่งจะยอมให้ไอ้มาร์คเอาเหรอ กูว่ามันก็อยากได้ไอ้มาร์คอยู่นั่นแหละ ถึงได้คิดแผนแบบนี้” คำพูดของแจ็คสันทำมาร์คหันไปมองหน้าด้วยความสนใจในรูปประโยคนั้น ส่วนคนที่ออกความเห็นก็ไม่ได้รู้ตัวว่ากำลังถูกมอง


“เออ เป็นกู ต่อให้เกลียดให้ตายยังไงก็ไม่มีทางยอมเอาตัวเข้าแลกหรอก นั่นมันศักดิ์ศรีเลยนะโว๊ย!จะยอมให้คนเกลียดย้ำยีเลยเหรอ” มาร์คเริ่มคิดตามคำพูดของเพื่อน


“ต้องเกลียดระดับไหนวะถึงต้องยอมทำแบบนั้น”


“หรือจริง ๆ แล้วคนคนนั้นจะเป็นแฟนเก่าไอ้มาร์ค แล้วโดนไอ้มาร์คหักอกก็เลยกลับมาแก้แค้น”


“ถ้าแบบนั้นก็แปลว่ามันต้องรู้ดิว่าไอ้มาร์คเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้” แจ็คสันหันมามองหน้ามาร์คอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับเจบีก็หันหน้ามามองมาร์คด้วยเช่นกัน “มีใครบ้างที่รู้เรื่องโรคนี้ของมึง”


“คนที่รู้ก็มีพวกมึง จินยอง และพ่อแม่ของกูเท่านั้น นอกนั้นก็ไม่มีใครรู้หรอก และก็ไม่มีทางเป็นคนที่กูเคยเดตแน่ มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยยอมคบใครเป็นแฟนเพราะกูไม่อยากให้ความลับถูกกระจายไปมากกว่านี้” ใช่...คนที่รู้ความลับพวกนี้จะเป็นคนที่มาร์ครักก็เท่านั้น มาร์ครู้เหตุผลที่ตัวเองเลือกบอก แต่ก็ไม่อยากพูดออกไปให้เจ้าพวกนั้นแซวเขาเปล่า ๆ 


แต่...


จู่ ๆ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีคนหนึ่งที่รู้ความลับของเขา พอคิดขึ้นได้แบบนั้นก็ทำมาร์คเริ่มแสดงสีหน้าเครียดออกมา และเขาก็เก็บความรู้สึกพวกนั้นไว้ไม่มิด มันแสดงออกจนเพื่อนเขามองออกชัด


“มีอะไรวะ จู่ ๆ ก็ทำหน้าเครียดขึ้นมา” เจบีถามอย่างเป็นห่วง 


“เปล่า...”แต่มาร์คก็เลือกที่จะเก็บไว้ เพราะถ้าเขาพูดออกไปมันก็จะกลายเป็นเชือกที่ถูกผูกให้เชื่อมต่อกัน


ที่เขารู้สึกเครียดขึ้นมา เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามามีอีกคนหนึ่งที่รู้ความลับของเขานั่นก็คือคุณย่าของแบมแบม และถ้าพูดออกไปให้พวกนั้นฟังรับรองโดนถามต่อแน่ว่าแบมแบมเป็นใคร มาร์คไม่อยากพูดถึงเจ้าตัวเล็กให้พวกหมาป่าพวกนี้ได้รู้ ไม่งั้นจะต้องมีการสักถามกันยาวแน่จนสุดท้ายมันก็ต้องสาวไปถึงเรื่องเขาที่แอบความสงสัยในตัวแบมแบม จนกลายเป็นว่ามีคนรู้ว่าเขามีหลักฐาน ซึ่งมาร์คจะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้นแน่


แต่...สิ่งที่ทำให้มาร์ครู้สึกกลัวมากที่สุดก็คือ กลัวคุณย่าจะเล่าเรื่องโรคของเขาให้แบมแบมฟัง ถ้าแบมแบมคือเด็กที่ตั้งใจจะแบล็กเมล์เข้าจริง ๆ รับรองได้เลยว่าคนได้รับรู้เรื่องนี้กันทั้งโลกแน่ ๆ มาร์คไม่อยากให้มันกลายเป็นอย่างนั้น ซึ่งเขารู้ว่าบางคนอาจจะเห็นใจเขาที่เขาเป็นแบบนี้ แต่มาร์คไม่อยากกลายเป็นคนป่วยที่ดูอ่อนแอในสายตาทุกคน เพราะงั้นเขาจึงไม่อยากให้ใครรู้


สงสัยว่าจะต้องรีบพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าคนในคลิปคือแบมแบมจริง ๆ และถ้าข้อสันนิษฐานของเขาตรงกับที่คิดไว้ รับรองได้เลยว่าเรื่องนี้มันจะต้องสนุกกว่านี้แน่


'ในทุกการแข่งขัน ใช่ว่าคนที่ได้รับชัยชนะจะมีความสุขเสมอไป บางทีชัยชนะนั้นอาจจะกลายเป็นมีดที่คอยไล่ตามหลังที่ทำให้เราหวาดระแวงอยู่ก็ได้'


เสียงหวานดังขึ้นเรียกร้องความสนใจให้มาร์คเลืิ่อนสายตากลับไปมองอีกครั้ง ตาคมจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มองประเภทตาไม่กะพริบ ในระหว่างนั้นหัวของเขาก็กำลังคิดแผนบางอย่างไปด้วย แววตาของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมาเหมือนกับว่าเขากำลังคิดแผนออกแล้ว


ระวังตัวไว้เถอะแบมแบม...ตอนนี้หมาป่ากำลังจะออกล่าแล้ว

.

.

.

.


.

.

วันต่อมา....


BAMBAM PART


ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไงดี การหายตัวไปของไอ้มาร์คมันทำให้ผมรู้สึกหวาดผวาทุกย่างก้าว ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านี่ใช่ความสุขของชัยชนะหรือเปล่า ทั้งที่ไอ้มาร์คก็ได้รับบทลงโทษอะไรสักอย่างมันก็น่าสะใจมากพอแล้ว แต่การที่มันไม่คิดที่จะตามล่าหาผม อีกทั้งยังบอกว่าจำหน้าผมไม่ได้ มันทำให้ผมอดวางใจไม่ได้ คนร้าย ๆ อย่างไอ้หมอนั่นมันยอมให้ผมทำร้ายมันจริง ๆ งั้นเหรอ 


แต่ยังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าไอ้มาร์คจะมีแผนหรือไม่มีก็ตาม ผมต้องเข้มแข็งและไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เมื่อเริ่มเกมแล้วก็ต้องยอมรับผลที่ทำให้ได้ ถึงแม้ถ้าเกมนี้ผมจะแพ้ แต่ผมก็สะใจมากแล้วที่ครั้งหนึ่งผมได้ทำลายอนาคตของไอ้มาร์คซะเกือบพัง ถึงคลิปจะถูกปล่อยไปแล้ว ยังไงมันก็ไม่มีทางจบ ผมมีไพ่ใบสุดท้ายที่ผมจะถือไว้สู้ และผมก็เชื่อว่าถ้าผมได้ใช้ ไอ้มาร์คต้องโดยแบนจนต้องออกจากวงการแน่ ๆ ที่ผมปล่อยคลิปไปเพียงแค่นั้นเพราะผมยังมีความดีอยู่ในตัวอยู่หรอก


“ถ่ายรูปขึ้นปก Infinite Time Magazine ไม่ใช่ธรรมดาเลยนะโว๊ย!แล้วเป็นงานครบรอบแบบนั้นยิ่งโครตไม่ธรรมดา นายนี่จะก้าวกระโดดเกินไปแล้วมั้ง” ไอ้ยูคยอมพูดแซวผมในขณะที่ตาของมันกำลังจับจ้องไปยังท้องถนน ตอนนี้ไอ้ยูคยอมกำลังไปส่งผมที่ตึก Infinite Time center และที่มันขับรถมาส่งผมได้เพราะเป็นทางผ่านไปบริษัทของมันพอดี อีกอย่างรถผมก็ดันงอแงสตาร์ทไม่ติดก็เลยติดรถมันมาด้วย “เป็นไงวะ ตื่นเต้นไหม” 


ไอ้ยูคยอมดูตื่นเต้นไม่น้อย มันย่อมรู้ดีว่าผมชอบที่จะทำงานอะไรแบบนี้อยู่แล้ว มันก็จริงที่ผมควรตื่นเต้น แต่... 


“ไม่รู้วะ มวน ๆ ท้องตลอดเวลา ออกแนวจะกังวลมากกว่า” ผมพูดไปตามความรู้สึกตรง ๆ และความรู้สึกมันก็ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นเรื่องถ่ายแบบอย่างเดียว ผมรู้สึกแปลก ๆ แบบนี้ทุกครั้งที่ออกมาทำงานที่ไม่ใช่สถานีของผมหรือที่ที่ไม่ใช่บ้าน


“นายตื่นเต้นเรื่องถ่ายแบบ หรือว่ากลัวเรื่องมาร์ค”


“ทั้งสองอย่าง” ผมสารภาพไปตามตรงแบบไม่มีปิดบัง


“ฉันบอกนายแล้วไงว่าอย่าไปกังวล คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างไอ้มาร์ค ไม่มีทางปล่อยให้มึงหลุดมือได้เกินสองอาทิตย์หรอก ที่มันบอกว่าจำหน้านายไม่ได้ก็คงเป็นเรื่องจริง และคลิปจากกล้องฉันก็ลบไปหมดแล้ว มันตามนายไม่ได้หรอก” ไอ้ยูคยอมปลอบผมอย่างนี้เป็นล้านครั้ง แต่ผมก็ยังรู้สึก...


“ไม่รู้ดิวะ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าวันนั้นไอ้มาร์คมันไม่ได้เมามากจนไม่มีสติ มันพูดจากับฉันรู้เรื่องทุกคำ...”


“แต่นายก็เล่าให้ฉันฟังเองไม่ใช่เหรอว่าไอ้มาร์คมันทำตัวเหมือนจำนายไม่ได้จริง ๆ”


“อืม...ฉันก็เคยคิดว่ามันเป็นแผน”


“แต่มันก็ไม่น่าจะเว้นช่วงไว้นานขนาดนี้หรือเปล่า” มันก็จริงอย่างที่ยูคยอมพูด ไอ้มาร์คสมัยเรียนมันมีเรื่องชกต่อยอยู่ประจำ มันเป็นพวกไม่ยอมใครง่าย ๆ เรื่องนั้นใครก็รู้ หรือมันจะเป็นไปได้ว่ามันจะจำหน้าผมไม่ได้จริง ๆ แต่มานึกย้อนกลับไปอีกรอบ ผมก็ยังรู้สึกมั่นใจว่ายังไงมันต้องมีสติที่จะสามารถจำหน้าผมได้


“ไม่รู้วะ ยังไงฉันก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกอยู่ดี” หน้าแนบกันนับครั้งไม่ถ้วนขนาดนั้น จะจำไม่ได้จริง ๆ เหรอ


“จริง ๆ ฉันก็คิดเคยแบบนายว่ามันมีแผน แต่มานึก ๆ ถึงตอนที่อยู่บริษัท ก็รู้สึกว่ามันอาจจะเป็นไปได้ที่มาร์คจำหน้านายไม่ได้” คำพูดของยูคยอมทำผมหันไปมองมันอย่างสนใจ ไอ้ยูคยอมทำหน้านึกในขณะที่ตาก็ยังมองท้องถนน ผมเองก็จ้องมองหน้ามันด้วยความลุ้นระทึกในคำพูดของมัน “บางทีฉันรู้สึกว่าไอ้มาร์คมันดูหลง ๆ ลืม ๆ บางทีก็จำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ได้ และไม่ใช่แค่นั้น มันชอบทำนิสัยต่างกันสุดขั้ว ถ้าบอกเป็นคนละคนก็เชื่อ”


“ฮะ? ยังไงอ่ะ”


“อืม...แบบเหมือนบางทีสนิทกันมากกก พูดหยอกล้อ เข้ามาหยอกเข้ามาแกล้ง บางทีก็ทำตัวเหมือนไม่รู้จักกันเลย แบบสายตาโครตเย็นชา มองฉันเป็นคนแปลกหน้า ทั้งที่ก่อนหน้านั้นหัวเราะกันฟันแทบร่วง”


“เป็นแบบนั้นบ่อยหรือเปล่า” ผมไม่เข้าใจอะไรหรอก แต่ก็อยากจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับไอ้มาร์คให้มากที่สุด เผื่อว่านั่นจะเป็นโล่ป้องกันผมได้


“ก็หลายครั้งนะที่ฉันรู้สึก แต่มันก็แค่เสี้ยววิที่รู้สึกเท่านั้นแหละ เพราะหลังจากนั้นมันก็ทักทายฉันปกติ เหมือนคนรู้จักกัน” 


“โธ่! ก็แค่เสี้ยวความรู้สึก ไม่ต้องเล่าก็ได้มั้ง!!” ผมกอดอกด้วยความรู้สึกเซ็ง ก็คิดว่าจะมีอะไรเด็ด ๆ มากกว่านั้นซะอีก ที่แท้ก็แค่การมโนคิดไปเองของไอ้ยูคยอม


“เฮ้ย!จริง ๆ นะ มันดูแปลกจริง ๆ” 


“ที่นายรู้สึกแปลก เพราะนายก็แอบอคติมันเหมือนกัน ตอนเจอกันนายก็ต้องจับผิดมันเป็นธรรมดา อันที่จริงมันก็อาจจะปกติก็ได้”


“แต่มัน...” ไอ้ยูคยอมดูแครงใจสุด ๆ แต่ผมคิดว่ามันตรงกับที่ผมคิดทุกประการ เพราะมันไม่ชอบไอ้มาร์ค มันก็ย่อมจะพยายามหาข้อติตำหนิบ้างแหละ


“นายก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่ามันก็พูดคุยกับนายปกติ”


“มันก็ใช่...แต่แบบเสี้ยววิที่จ้องตากันอ่ะ มันรู้สึกแบบเหมือนคนไม่รู้จักกันอ่ะ”


“ไว้นายมีหลักฐานว่ามันเป็นโรคอะไรแล้วค่อยมาเล่าให้ฟังล่ะกัน ไม่เอาแบบเสี้ยววิอะไรนะ มันไม่แน่นพอโว๊ย!”ผมหยิบกระเป๋าขึ้นมาถือไว้เพื่อเตรียมตัวลงรถ หน้าไอ้ยูคยอมดูเหมือนยังอยู่ในวังวนความคิด เพราะเห็นมันเหม่อไปผมจึงเอามือไปตีแขนมันป้าบใหญ่เป็นการเตือนสติ “จะถึงแล้ว!”


ยูคยอมสะดุ้งเพราะแรงฟาดของผม มันรีบนั่งหลังตรงและมองหาตึกInfinite Time center และไม่นานรถของมันก็ขับมาจอดตรงหน้าตึก ผมจึงถอดเบลท์เพื่อเตรียมตัวลงรถ


“ขอบใจนะที่มาส่ง ไว้นายว่าง ๆ อีกเมื่อไรไปดื่มกัน”


“เออ ๆ นายเองก็สู้ ๆ นะ ทำงานวันแรกก็ทำให้เต็มที่ อย่าลืมนะว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้คนรู้จักนายมากขึ้น” ผมยิ้มรับคำพูดของไอ้ยูคยอมทันที และเหมือนว่ารอยยิ้มของผมจะทำให้หน้าที่มึนงงของมันตอนแรกหายไปหมด


“ถ้านิตยสารออกเมื่อไรอย่าลืมไปเหมาแผงล่ะ” คำพูดของผมทำไอ้ยูคยอมหัวเราะทันที


“เออเว้ย!รีบไปทำงานได้แล้ว ไว้เจอกัน” ผมยิ้มรับคำพูดไอ้ยูคยอมอีกครั้ง ก่อนจะพาตัวเองลงรถแล้วปิดประตูรถพร้อมส่งยิ้มลาไอ้ยูคยอมอีกที มันส่งยิ้มผ่านกระจกรถมา ก่อนจะขับรถออกจากที่ตรงนั้นไป ส่วนผมก็ยืนมองจนรถมันไปลับสายตาแล้วก็หันหน้ากลับมามองตึก Infinite Time center ด้วยหัวใจที่เต้นแรง


เอาล่ะ!เรื่องอะไรที่ยังไม่เกิดก็ปล่อยมันไป สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือทำงานนี้ให้ดีและอย่าให้พลาด โอกาสมาถึงตรงหน้าแล้ว และที่สำคัญไปกว่านั้น... ผมสะใจชะมัดที่วันนี้ผมได้แย่งงานไอ้มาร์คได้สักที!!! ผมรอโอกาสนี้มานานแล้ว!!

.

.

.

.

.

.



01.51 P.M. 


ผมบอกตัวเองอยู่หลายครั้งว่าอย่าตื่นเต้นไปไม่งั้นมันอาจจะส่งผลกระทบกับผลงาน แต่ท้ายที่สุดผมก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ผมจ้องมองตัวเองอยู่ในกระจกด้วยใจที่เต้นแรง


ภาพเงาสะท้อนกระจกบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้ามีผมที่กำลังถูกช่างแต่งหน้าช่างทำผมรุมล้อมคล้ายกับว่าผมกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่ผมก็พอรู้ตัวว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นแน่ แต่ยังไงก็ตามนี่ยังคงเป็นภาพที่ผมใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต


หัวใจของผมยังคงเต้นแรงไม่เลิก ผมได้แต่งหวังว่างานนี้มันจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขออย่าให้มีอะไรมากวนใจผมเลยเถอะ สาธุ


“เป็นยังไงบ้างแบมแบม” เสียงผู้หญิงฟังคุ้นหูดังมาจากอีกฝั่งของห้อง ผมเลื่อนตาไปมองตรงเงาสะท้อนของกระจก เห็นคุณมิเชลเดินตรงมาหาผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และนั่นทำให้ผมต้องรีบก้มหัวให้เธอเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพ “โอ้โห พอจับแต่งหน้าแล้วดูดีไม่เบาเลยนะเนี่ย”


คำพูดของคุณมิเชลทำผมต้องส่งยิ้มเขินออกไป บอกตามตรงว่าผมก็ไม่ค่อยจะชินกับใบหน้าตัวเองที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางค์แบบนั้น เคยเห็นแต่พวกไอดอลเขาแต่งกัน ก็ไม่คิดว่าจะมีวันที่ผมได้แต่งอะไรแบบนี้ด้วย ถึงแม้ว่าผมจะทำอาชีพเป็นดีเจ แต่เราก็ไม่ได้ขายหน้าตาเหมือนพวกไอดอล อย่างมากก็แค่ทารองพื้น และก็ทาลิปมัน การแต่งตาใส่คอนแทคเลนส์อะไรแบบนี้ผมไม่เคยทำ


“น้องเขาหุ่นเข้ากับชุดเซตดอกไม้ของเรามากเลยค่ะคุณมิเชล” เสียงพี่สไตล์ลิซดังขึ้นจากอีกฝั่ง ผมเลื่อนสายตาไปมองผ่านกระจกเงาเห็นพี่เขากำลังจ้องมองมาทางผมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม


“นั่นสิเนอะ ตอนแรกเซตดอกไม้นั่นเราตั้งใจออกแบบให้มาร์คใส่เพราะเห็นแฟน ๆ ชอบเห็นเขาใส่หวาน ๆ ก็ดีแล้วล่ะที่มาร์คไม่ได้ถ่าย ไม่งั้นคงจะมาโวยวายเรื่องชุดอีก” พอพูดถึงมาร์คขึ้นมาทีไรก็ทำผมอารมณ์เสียขึ้นมาง่าย ๆ เสียเดียวนั้น แค่ชื่อก็ไม่อยากจะได้ยินแล้ว!แต่พอมาคิด ๆ อีกทีก็ทำผมกลับมาอารมณ์ดีอีกรอบ สะใจไม่หายเลยที่ผมแย่งงานมันสำเร็จ “ว่าแต่แก้ไซส์ให้พอดีตัวแบมแบมแล้วใช่ไหม”


“ค่ะ เรานัดน้องมาวัดตัวเมื่ออาทิตย์ก่อนเพื่อแก้ไซส์เสื้อผ้าทั้งหมดแล้วค่ะ” ผมพอจะได้เห็นและลองใส่เสื้อผ้าพวกนั้นบ้างแล้ว ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเสื้อผ้า ถึงแม้ว่ามันจะออกไปแนวหวาน ๆ ซะส่วนใหญ่แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกแย่ที่จะใส่มัน แต่ตอนนั้นที่ลองก็อดนึกถึงภาพมาร์คใส่ไม่ได้ บางทีผมก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าพวกนี้มันเข้ากับมันนะเพราะมันชอบแกล้งทำตัวน่ารัก แต่พอนึกถึงสันดานลึก ๆ ของมันทีไร ผมก็รู้สึกอยากจะอ้วกซะเดียวนั้น บุคลิกน่ารักพวกนั้นมันก็แค่สิ่งฉาบตัวไม่ให้ใครรู้ว่ามันเป็นคนนิสัยแย่ขนาดไหน คิดแล้วก็อยากจะแฉมันไปซะให้หมดทุกอย่าง


“แบมแบมจ๊ะ เสร็จแล้วจ้ะ เดี๋ยวเราไปเปลี่ยนชุดนะ ชุดพี่สไตล์ลิสเขาแขวนให้แล้วในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนเปลี่ยนชุดเอาผ้าที่ขาวที่พี่เตรียมไว้ให้คลุมหัวด้วยนะ เมคอัปจะได้ไม่โดนเสื้อ” ผมพยักหน้าตอบรับคำพูดก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะเดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็ต้องชะงักหยุดส่งยิ้มให้คุณมาเชลก่อนเพราะเธอยืนส่งยิ้มให้ผมอยู่


ถึงผมจะรู้ว่าคนนี้เป็นแม่ของมาร์ค แต่ผมก็ไม่มีทางเกลียดเธอหรอก เพราะมาร์คกับแม่เป็นคนละคนกัน ผมแยกแยะออก ถ้าเธอทำร้ายผมเมื่อไรผมจะเกลียดเธอก็คงไม่ผิด แต่นี่เธอไม่ได้ทำร้ายอะไรผมเลย กลับเอ็นดูผมด้วยซ้ำ ผมจะเกลียดเธอลงได้ยังไง แต่ในทางกลับกัน เธอตั้งหากที่ควรจะเกลียดผม เพราะผมทำร้ายลูกชายของเธอ ผมรู้นะว่าการที่ผมรับกับทุกโอกาสที่แม่ของมาร์คมอบให้มันดูเหมือนคนหน้าด้าน แต่ผมก็ไม่แคร์ ไอ้มาร์คเคยเห็นแก่ตัวกับผม แล้วทำไมผมจะเห็นแก่ตัวกลับใส่มันไม่ได้


“เดี๋ยวน้าไปรอให้กำลังใจหนูหน้าเซตนะจ๊ะ” ผมส่งยิ้มตอบให้คุณมิเชลแล้วเราทั้งสองก็เดินแยกกันไป ผมเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวพร้อมดึงราวผ้าปิดระหว่างนั้นตาก็สำรวจราวเสื้อผ้า


ขั้นแรกผมถอดเสื้อผ้าตัวเองออกทั้งหมดจนเหลือเพียงแค่กางเกงชั้นใน อย่างแรกที่ผมหยิบมาใส่คือกางเกงยาวทรงขาม้าสีขาวมาใส่ เมื่อใส่เสร็จเรียบร้อยผมก็หยิบผ้าสีขาวที่ถูกพับไว้มาคลุมหัวทำตามที่พี่ช่างแต่งหน้าบอก จากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบเสื้อที่แขวนไว้ตรงราว


“อ๊ะ!” ผมเผลออุทานออกมาเมื่อรับรู้ได้ว่าตัวเองคงจะทำเสื้อตกพื้นแล้วล่ะ ผมกำลังจะก้มหยิบแต่ทว่ามีมือใครบางคนมาหยิบขึ้นเสียก่อน ผมยังอยู่ในภาวะมึนงงกับการที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในห้องแต่งตัว และผมก็มองไม่เห็นหน้าเพราะตอนนี้ก็ถูกผ้าคลุมหัวไว้อยู่ แต่ก็ไม่ทันได้ถามอะไรซะก่อน ฝ่ายนั้นก็เอาเสื้อมาสวมหัวผมและทำการช่วยผมใส่เสื้อ


ในที่สุดผมก็ใส่เสื้อสเวตเตอร์ตัวโคร่งเรียบร้อยแล้ว ผมทำการเอาผ้าสีขาวที่คลุมหัวอยู่ออกโดยที่มีคนแปลกหน้าคนนั้นช่วยอีกแรง จนเมื่อผ้าคลุมออกจากหัวและผมก็ได้เห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน ก็ทำผมเบิกตากว้างและช็อกค้างไปชั่วขณะ


“แต่งหน้าแล้วน่ารักจัง” มันพูดชมผมพร้อมส่งยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ให้


...ไอ้มาร์ค...!!!


“คุณเข้ามาในนี้ทำไม ผมกำลังแต่งตัวอยู่นะ ทำแบบนี้มันออกจะเรียกว่าไม่มีมารยาทนะครับ” เพราะโมโหในกริยาทราม ๆ ของไอ้มาร์คผมจึงด่ามันออกไป ตามจริงผมอยากจะด่าแรงกว่านี้ด้วยซ้ำแต่ผมต้องยับยั้งชั่งใจไว้


“ใจเย็นสิ แม่ให้ฉันตามมาช่วยดูแล ฉันก็แค่มาตามคำสั่งเท่านั้น” หน้าตาของมันดูไม่ได้สำนึกที่โดนด่าเลยแม้แต่นิด


“แต่การที่คุณเข้ามาในห้องแต่งตัวโดยไม่บอกไม่กล่าวกันแบบนี้มันก็เกินไปหน่อยนะ ถึงผมเป็นผู้ชายผมก็อายเป็น”


ของเคยเห็น ๆ กันอยู่จะอายอะไร” ร่างกายของผมมันชาไปหมดทุกส่วนเพราะช็อกกับสิ่งที่มันพูด สายตาที่มันจ้องมองมาทางผมเหมือนซ่อนคำพูดบางอย่างไว้ที่ผมเองพยายามอ่านแล้วก็ไม่สามารถตีความได้ว่ามันกำลังจะบอกอะไรกับผม


“ท...ที่คุณพูดหมายความว่ายังไง” ผมพยายามซ่อนความหวาดกลัวของตัวเองไว้ แต่แย่ชะมัดที่ผมดันเผลอปล่อยเสียงสั่น ๆ ของตัวเองออกไป จะกลัวอะไรวะแบมแบม สิ่งที่เราทำมันถูกต้องแล้ว


“ฉันหมายถึงฉันเคยเห็นผู้ชายถอดเสื้อผ้าบ่อยแล้ว” ทุเรศ พูดออกมาได้มาหน้าไม่อาย ผมเดาไม่ผิดเลยว่ามันต้องเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า ที่ผ่านมาผมคิดว่ามีแต่ผู้หญิง นี่ก็คงจะมีผู้ชายด้วยสินะ “ฉันหมายถึงตอนอยู่กับเมมเบอร์ในวง”


มันแก้ตัวเหมือนอย่างกับรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมไม่อยากรับฟังคำแก้ตัวนั้น ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมคิดมันคือเรื่องจริง


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่คุณเข้ามาในห้องนี้ ผมต่างหากเป็นคนที่ต้องรู้สึกไม่ชอบ”


“อะ ๆ โอเค ฉันขอโทษล่ะกันที่ทำให้นายไม่ชอบ” ผมไม่รับฟังคำขอโทษจากมัน ผมรีบเดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดสุด ๆ 


บ้าชะมัด!เมื่อก่อนไม่เห็นจะได้เจอหน้ามันบ่อย ๆ อย่างนี้เลย แต่ตั้งแต่ที่ผมปล่อยคลิปนั่นไป ทำไมผมต้องเจอมันบ่อยด้วยขึ้นวะเนี่ย และที่สำคัญแค่เจอกันยังไม่พอ ทำไมมันต้องมาวุ่นวายชวนคุยนู่นคุยนี่ด้วย เหม็นหน้ามันจะตายอยู่แล้ว ช่วยเลิกวุ่นวายสักทีได้ไหมวะ!!


“ว้าววว ชุดนี้เข้ากับหนูจริง ๆ ด้วย” คุณมิเชลเอ่ยชมผมทันทีที่ผมเดินไปถึงหน้าเซ็ต ผมยิ้มตอบกลับไปหากแต่อารมณ์หงุดหงิดของผมยังไม่หายไป “พี่มาร์คมาให้กำลังใจหนูด้วย หนูเจอเขาแล้วใช่ไหม” 


แค่ฟังก็รู้สึกเซ็งขึ้นมาซะงั้น ยิ่งมาให้เห็นหน้ายิ่งเสียกำลังใจมากกว่า เหอะ


“เจอแล้วครับ” ผมตอบไป ผมพยายามส่งยิ้มหวานให้แล้วนะ แต่คุณมิเชลคงจะได้แค่ยิ้มเจื่อน ๆ ของผม 


“ดีแล้วล่ะจ้ะ ทำความสนิทกันไว้เยอะ ๆ น้า อ้อ!เวลาที่หนูเจอพี่เขาในที่สาธารณะถ้าเขาไม่ทักก่อนก็อย่าไปงอนนะ มาร์คเขาสายตาไม่ค่อยดีนะ อาจจะมองไม่เห็นหนู” 


ต่อให้เจอที่ไหนก็จะไม่มีทางทักก่อนเด็ดขาด จะทำตัวเหมือนมันไม่มีตัวตนเลยด้วยซ้ำ!


“ครับ” ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าตัวเองจะไม่มีทางเข้าไปทักไอ้มาร์คเองแน่ ๆ แต่ผมก็ไม่อยากจะทำให้คุณมิเชลได้ยินคำตอบแย่ ๆ ของผม ผมเกลียดมาร์ค แต่ผมก็ไม่อยากให้แม่ของเขามารู้สึกไม่ดีไปด้วย


“มาร์ค แม่อยู่นี่” คุณมิเชลโบกมือไปมาเรียกลูกตัวเองทำเหมือนอย่างกับมันยืนห่างออกไป 2 กิโลอย่างนั้นแหละ มองไม่เห็นขนาดนั้นก็ตาบอดแล้วมั้ง เหอะ! 


เพราะไม่อยากจะเสวนากับไอ้มาร์คผมเลยรีบเดินหนีโดยการทำทีไปคุยกับช่างภาพ อีกทั้งเป็นการถามว่าเขาอยากได้คอนเซปประมาณไหน ระหว่างที่คุยผมก็แอบลอบมองไอ้มาร์คเล็กน้อย เห็นมันกำลังนั่งคลอเคลียกับคุณมิเชลเหมือนกำลังอ้อนแม่ตัวเองอยู่ มันคงจะเป็นภาพที่ดูน่ารักนะ แต่เพราะผมเกลียดมันไง ผมถึงได้แอบเบ๊ะปากใส่ 


ผมเอาความคิดเกี่ยวกับไอ้มาร์คออกจากหัวให้หมดและเริ่มโฟกัสกับงานจริง ๆ ซะที ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกอึดอัดกับการที่ไอ้มาร์คนั่งมองผมก็ตาม แต่ผมจะไม่ยอมให้ความอึดอัดนั่นมาทำลายผลงานที่ผมกำลังสร้างหรอก นี่เป็นโอกาสสำคัญของผม ผมจะทำให้มันดีที่สุดให้สมกับแย่งมันมาจากไอ้มาร์คได้ หึ!!!

.

.

.

.

.

.





ช่างน่าเพลินตา...นั่นเป็นสิ่งที่มาร์คกำลังรู้สึกอยู่ ตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องนายแบบเจ้าของริมฝีปากอวบที่กำลังโพสต์ท่าต่าง ๆ อยู่บนฉากที่เต็มไปด้วยดอกไม้ สายตาของเขามองแบมแบมสลับกับมองจอคอมพิวเตอร์ ยอมรับเลยจริง ๆ ว่าเจ้าตัวบางดูดีไม่น้อยเลยล่ะ สายตาที่จ้องผ่านเลนส์กล้องนั้นเหมือนมืออาชีพจนน่าชื่นชม


“ไม่ธรรมดาเลยนะเด็กคนนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นการถ่ายแบบครั้งแรก ภาพแต่ละรูปดึงดูดตามาก ๆ” มิเชลเอ่ยชมแบมแบมกับลูกชายตัวเอง ส่วนมาร์คไม่ได้ตอบอะไร เขาก็ทำได้เพียงยิ้มตอบไปก็เท่านั้น “แต่อาจจะเป็นเพราะแบมแบมเรียนที่โรงเรียนศิลปะการแสดงมาด้วยล่ะมั้ง อะไรพวกนี้ก็คงจะถูกฝึกจนมันอยู่ในสายเลือด”


หากทว่าคำพูดของมิเชลทำมาร์คหันไปมองหน้าเธออย่างสนใจไม่น้อย


“แบมแบมเรียนที่เดียวกันกับผมงั้นเหรอ”


“อื้อ แม่ก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี่เอง ไม่อย่างนั้นนะ แม่จะพาจับไปให้สนิทกับลูกตั้งแต่ตอนนั้นเลย และก็จับมาทำงานตั้งแต่สมัยเรียน น่าเสียดายจริง ๆ” มาร์คฟังแล้วก็ได้แต่อึ้ง เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อว่าแบมแบมจะเคยเรียนที่เดียวกันกับเขา


“แล้ว...ผมรู้จักแบมแบมหรือเปล่า” มาร์คถามออกไปในขณะที่ตาจับจ้องไปที่แม่ของเขา ส่วนมิเชลก็หันกลับมาสบตากับลูกตัวเอง พร้อมหัวเราะเบา ๆ 


“แม่จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ แม่สิต้องเป็นคนถามลูกว่ารู้จักน้องเขาหรือเปล่า” พอได้คำตอบแบบนั้นมามาร์คก็ต้องผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเซ็งทันที เขาก็แค่อยากจะรู้ว่าแบมแบมกับเขาเคยมีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า “แต่ลูกก็คงจะจำอะไรไม่ได้งั้นสิ ก็ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น ลูกก็จำใครไม่ได้อีกเลย รวมทั้งโรคจำหน้าคนไม่ได้ก็เกิดขึ้นจากตอนนั้น”


ใช่...เพราะอย่างนั้นเขาถึงจำเรื่องราวสมัยเรียนไม่ได้เลย มันเป็นเหตุการณ์ที่มาร์คเองก็รู้สึกเซ็งไม่น้อย เพราะถ้าวันนั้นเขาไม่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ วันนี้เขาคงไม่มีปัญหาเรื่องจำหน้าคน


“แต่น้องก็บอกนะว่าเคยเรียนกับลูกบ้างในบางคลาส คงจะเคยเจอกันนั่นแหละ แต่เคยรู้จักกันไหม ลูกก็ต้องถามแบมแบมดูอีกที” สำหรับมาร์คคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดกับการหาคำตอบจากแบมแบม ก็ฝ่ายนั้นออกจะทำท่าทางเกลียดเขาออกนอกหน้าขนาดนั้น


นั่นสินะ...เกลียดกันมันก็คงจะมีแรงจูงใจมากพอที่จะทำคลิปแบล็กเมล์กันได้ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแล้วเกลียดกันมากขนาดนั้น ก็คงจะเป็นไปได้ว่าเขาเคยอาจจะทำอะไรไม่ดีกับแบมแบมไว้ เขาก็พอได้ยินเรื่องเล่าจากคนรอบตัวอยู่ว่าสมัยเรียนเขานิสัยแย่มากขนาดไหน มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาต้องเคยทำอะไรไม่ดีกับแบมแบมไว้ ดูเหมือนว่าตอนนี้มีเรื่องให้สืบเยอะแยะเลยล่ะ


“เออจริงสิ...แม่ลืมสนิทเลยว่านี่ก็ใกล้งานวันเกิดประธานลีซองจุน เนี่ย! ลูกก็มาโดนพักงานแบบนี้ แม่ต้องไปงานเลี้ยงคนเดียวเหรอ ดูสิ เราอุตส่าห์ไปตัดชุดใหม่คู่กันมา หวังจะให้นักข่าวถ่ายภาพเราเยอะ ๆ หน่อย เซ็งเลย” พอมิเชลนึกถึงเรื่องนั้นได้ก็เซ็งขึ้นมาซะงั้น อุตส่าห์วาดฝันจะได้ครองพื้นที่บนสื่อแล้วแท้ ๆ 


“แม่ก็เอาแบมแบมไปแทนผมสิ” มาร์คพูดในขณะหัวของเขากำลังแอบซ่อนแผนร้ายไว้ในนั้น และดูเหมือนว่ามิเชลก็ไม่ได้รู้เรื่องเลย เธอกำลังตื่นเต้นกับไอเดียของมาร์ค


“จริงสิ!! แม่ลืมนึกไปได้ยังไง นี่อาจจะเป็นโอกาสทองที่ทำให้แบมแบมได้รู้จักกับคนในวงการบันเทิงมากมาย ดีเลย!!แม่จะใช้โอกาสนี้ในการดันเจ้าหนูของแม่ให้โดดเด่น เหมือนที่ทำกับลูกไง” หากแบมแบมได้ฟังก็คงจะดีใจไม่น้อยที่มีมิเชลหวังดีกับเขามากขนาดนี้ แต่ตอนนี้เจ้าตัวบางไม่ได้รู้เรื่องเลยว่ากำลังพูดถึงอยู่ เพราะเขากำลังตั้งใจกับงานที่ตัวเองทำอยู่ตอนนี้


มาร์คปล่อยให้แม่ตัวเองนั่งวาดฝันภาพตัวเองที่ได้เดินร่วมงานกับแบมแบมไปเพียงลำพัง เขาลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปใกล้หน้าฉาก มองเจ้าตัวเล็กอยู่หลังช่างภาพ และการมาของเขาก็ทำให้แบมแบมเสียสมาธิไม่น้อย สีหน้าของเจ้าตัวเล็กแสดงออกมาว่ากำลังหงุดหงิดมากขนาดไหนที่มาร์คยืนอยู่ตรงนี้ มาร์คเองก็ดูออก แต่เขาก็อยากจะที่กวนประสาทเจ้าตัวเล็ก ถึงได้ยืนส่งยิ้มกวนอยู่ตรงนี้


“โอเคครับ!เสร็จแล้วเซ็ทนี้ เปลี่ยนชุดต่อไปได้เลย” คำพูดของช่างภาพทำแบมแบมรู้สึกดีไม่น้อยที่จะได้ลุกออกจากที่ตรงนี้ เจ้าตัวเล็กลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะไปเปลี่ยนชุด หากทว่าคนตัวสูงก็เข้าไปในฉากพร้อมอ้าแขนห้ามไว้ ทำแบมแบมสะดุ้งถอยห่างแสดงอาการออกมาว่าตกใจไม่น้อย


“ผมอยากถ่ายรูปกับน้องชายผม ช่วยถ่ายให้หน่อยได้ไหม” มาร์คพูดบอกช่างภาพ และคำพูดของเขาก็ทำแบมแบมช็อกจนต้องอ้าปากค้าง


“คุณพูดบ้าอะไรของคุณ”


“เอาสิ ๆ ถ่ายรูปคู่กัน เก็บไว้เป็นที่ระลึก สักรูปสองรูปคงไม่เป็นไรหรอกนะคุณลีดงฮา” และยิ่งมิเชลเห็นดีเห็นชอบขนาดนั้นก็ทำแบมแบมถึงกับอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก


“ได้สิครับ ถ่ายร้อยรูปผมก็ทำให้ได้ ฮ่าๆ” ช่างภาพหัวเราะอารมณ์ดีตามนิสัยของเขา และดูเหมือนว่าคำตอบของเขาจะทำให้ทุกคนต่างแฮปปี้ เว้นแต่แบมแบมคนเดียวที่ไม่ชอบความคิดนั่นเสียเลย แต่สถานการณ์มันบีบบังคับก็เลยต้องยอมอย่างจำใจ


ตาหวานช้อนมองคนตัวสูงพร้อมทั้งลืมตัวส่งสายตาดุ ๆ ไปให้ ส่วนมาร์คใช่ว่าเขาจะรู้สึกสลดใจ กลับกวนโดยการส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ ยิ่งมาร์คเดินเข้ามาใกล้แบมแบมยิ่งรู้สึกอึดอัดเต็มทน เกือบจะเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่


“ถ่ายแค่รูปเดียวพอนะครับ ผมไม่อยากรบกวนการทำงานของคนอื่น” แบมแบมพูดออกมาน้ำเสียงแดกดัน มาร์ครับรู้ได้แต่แกล้งทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจก็เท่านั้น


มาร์คเดินเข้าไปใกล้แบมแบม เจ้าตัวเล็กก็ยังเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาดุ ๆ พร้อมทำกอดอกแสดงท่าทางหวงเนื้อหวงตัวเหมือนไม่อยากใกล้ แต่จู่ ๆ หัวใจของแบมแบมก็แทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อฝ่ายนั้นเอาแขนมาโอบกอดคอ แสดงท่าทางทำตัวเหมือนเป็นมิตรทั้งที่แบมแบมไม่ต้องการแบบนั้น


“เอาล่ะ มองกล้องนะครับ!” เจ้าตัวบางพยายามข่มความรู้สึกไว้ หันไปมองกล้องและท่องในใจว่าอดทนแค่แป๊ปเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ


และเมื่อชัตเตอร์ลั่นไปเรียบร้อยแบมแบมก็ดันตัวออกห่างแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อย แถมเขายังเอามือมาโอบกอดเอวเล็กไว้เป็นการรัดตัวไม่ให้ไปไหน


“ผมขออีกรูป เผื่อรูปเมื่อกี้ผมไม่หล่อ” มาร์คพูดน้ำเสียงอารมณ์ดี โดยไม่สนเลยว่าอีกคนเขาจะยอมถ่ายด้วยไหม


“โธ่! คนอย่างคุณมาร์คมีรูปไหนที่ไม่หล่อบ้างครับ มะ! อีกรูปนะ” แบมแบมได้แต่กัดฟันแน่นเพื่อซ่อนอารมณ์โกรธของตัวเองไว้ รู้สึกขยะแขยงมากขนาดไหนก็ต้องควบคุมสติไม่ให้มันแตกกระเจิงไป ตาแข็ง ๆ จ้องมองเลนส์กล้อง ส่วนมาร์คก็แอบลอบมองเจ้าตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น...


ใบหน้าของมาร์คเลื่อนต่ำลง เขาทำทีเป็นวางคางไว้บนบ่าเล็ก จมูกของเขาแทบชิดลำคอของแบมแบม และลมหายใจของเขาที่รดต้นคอมันทำให้เจ้าตัวเล็กเริ่มรู้สึกจั๊กจี้ อีกทั้งยังรู้สึกไม่พอใจที่มาร์คเอาหน้ามาใกล้คอขนาดนั้น ซึ่งแบมแบมไม่รู้เลยว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้เขาทำอย่างยิ่ง


เมื่อแสงแฟลชสาดเข้ามา เป็นการบอกว่าช่างภาพได้ถ่ายรูปเสร็จแล้ว เจ้าตัวเล็กรีบเอาตัวออกห่างและเดินดุ่ม ๆ หนีไปโดยไม่หันกลับมามองสักนิด ส่วนมาร์คก็ทำเพียงยืนมองแผ่นหลังเล็กและยกมุมปากแต้มยิ้มที่ซ่อนอารมณ์บางอย่างที่ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเขากำลังยิ้มให้กับเรื่องอะไร

.

.

.

.

.

.

.

.



เจ้าตัวบางเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด นึกไปถึงฉากที่ถ่ายรูปด้วยกันเมื่อกี้กับมาร์คก็รู้สึกอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก ทั้งที่ไม่ชอบขี้หน้า แต่ทำไมต้องมาทนยืนให้ฝ่ายนั้นกอดด้วย ถึงแม้ว่าจะเคยมีอะไรด้วยกันแล้วก็ตาม แต่เรื่องนั้นแบมแบมแทบลบออกไปจากสมองหมดแล้ว ไม่อยากจะนึกถึงสัมผัสจากกายอุ่น ๆ นั่น ก็ยังจะเข้ามากลั่นแกล้งให้จำขึ้นมาได้อีก


“ว้าววว ชุดนี้เหมาะกับน้องแบมมาก ๆ เลยนะคะ สมกับที่พี่ซูจินออกแบบชุดให้ใหม่ ชุดนี้ยังไม่เคยมีใครเห็นเลยนะคะ แม้แต่คุณมิเชลก็ยังไม่เห็นเลย” สไตล์ลิสชมแบมแบมยกใหญ่พร้อมเอามือมาจัดนู่นนี่บนตัวเด็กหนุ่มตัวบาง คำชมนั้นทำให้อารมณ์หงุดหงิดเรื่องมาร์คหายไปชั่วครู่ แบมแบมยิ้มตอบสไตล์ลิสไปด้วยอาการเขินปนดีใจ “เดี๋ยวมานั่งตรงนี้ก่อน พี่จะเอาหมวกเบเร่ต์ใส่ให้”


แบมแบมเดินไปนั่งตามที่สไตล์ลิสบอก ระหว่างที่รอหมวกเจ้าตัวเล็กก็มองอย่างอื่นแก้เบื่อไป กำลังมองไปเพลิน ๆ สายตาก็ไปสะดุดกับขวดน้ำหอมที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เพราะสนใจก็หยิบขึ้นมาเปิดขวดแอบดม


“หอมไหม” เสียงสไตล์ลิสดังมาจากด้านหลัง แบมแบมหันไปมองตามเสียงเห็นเธอกำลังเดินมาพร้อมกับหมวกเบเร่ต์สีม่วง รอยยิ้มที่เป็นมิตรนั้นทำแบมแบมต้องรีบส่งยิ้มตอบ


“หอมดีนะครับ ของพี่เหรอ” 


“ใช่จ้ะ พี่ชอบมากเลย กลิ่นวานิลาอ่อน ๆ ตอนฉีดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขนมยังไงไม่รู้” แบมแบมยิ้มรับคำพูดนั้นในขณะที่จมูกก็ยังดม ๆ กลิ่นน้ำหอมนั่นอย่างสนใจ “มา ๆ พี่ฉีดให้เราดีกว่า”


“ไม่เป็นไรหรอกครับ เปลืองเปล่า ๆ” ห้ามไม่ทันฝ่ายนั้นก็ฉีดน้ำหอมเข้ามาเต็มที่ร่างแบมแบม เมื่อห้ามไม่ทันแล้วแบมแบมก็เลยยอมปล่อยให้พี่สไตล์ลิสช่วยฉีดน้ำหอมให้ พร้อมส่งยิ้มอบอุ่นแทนคำขอบคุณ อยู่ ๆ ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา เพราะไม่คิดว่าจะรับการเอ็นดูจากพี่สาวคนนี้มากขนาดนี้ ทั้งที่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเด่นคนดัง แต่คนคนนี้ก็ดูแลเป็นอย่างดี “ขอบคุณมากนะครับ ที่เอ็นดูผม”


เพราะอยากขอบคุณก็เลยพูดออกไป และคำพูดนั้นก็ทำสไตล์ลิสสาวฉีกยิ้มกว้างพร้อมปิดจุกหัวน้ำหอมเป็นการบอกว่าฉีดให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


“ก็น้องแบมออกจะน่ารัก ใครไม่เอ็นดูก็บ้าแล้ว และพี่ก็เชื่อว่าเด็กอย่างหนูไปที่ไหนก็ต้องมีแต่คนรัก หนูต้องรักษาความน่ารักแบบนี้ไว้ตลอดไปนะ” แบมแบมยิ้มตอบไปด้วยน้ำตาคลอนิด ๆ มันเป็นความรู้สึกที่โหยหามาตลอด แต่ก็ไม่อยากจะให้น้ำตาไหลจนโดนแซวก็เลยต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ 


“ครับผม” เจ้าตัวบางส่งยิ้มผ่านกระจกให้สไตล์ลิสด้วยรอยยิ้มที่แสนจะสดใส การทำงานระหว่างพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความกันเองและความผ่อนคลายมากขึ้นไปอีก แบมแบมชอบพี่คนนี้ อยากให้ทุกคนที่ร่วมงานใจดีแบบนี้ทุกคนเลย

.


.

.

.

.

.

.



มาร์คแวะมาทำธุระในห้องน้ำระหว่างที่รอแบมแบมแต่งตัวเพื่อเข้าเซ็ทถ่ายรูปชุดสุดท้าย ในหัวของเขายังคงคิดถึงตอนที่ตัวเองได้สูดดมกลิ่นกายหอม ๆ ของเจ้าตัวเล็ก ก็อย่างที่รู้กันเขาเป็นคนที่เก่งเรื่องการดมกลิ่นมาก ๆ ที่ผ่านมาเขาจดจำทุกกลิ่นที่แบมแบมฉีดได้ไม่มีวันลืม และวันนี้เขาเองก็ได้พิสูจน์กลิ่นกายคนตัวบางแบบใกล้ชิดมาก ๆ นอกจากจะจำกลิ่นน้ำหอมที่แบมแบมฉีดวันนี้ได้ เขาก็ยังมั่นใจว่าแบมแบมคือเด็กในคลิปที่เขากำลังตามหาอยู่ เขาค่อนข้างมั่นใจ 99% เลยล่ะ ส่วนอีก 1% ก็คงจะเป็นเรื่องพิสูจน์ว่าหน้าแบมแบมตรงกับคนในคลิปกล้องวงจรปิดไหม แต่มั่นใจขนาดนี้แล้วก็คงจะลุยต่อไม่ถอยแล้วนะ เมื่อคิดแบบนั้นได้ก็ทำให้มาร์คยิ้มเพียงลำพัง


ตาคมยังคงจับจ้องการล้างมือของตัวเองอยู่ เมื่อทำความสะอาดมือเรียบร้อยแล้ว มือหนาก็กดคันโยกก๊อกเป็นการปิดน้ำ จากนั้นก็หยิบทิชชู่มาเช็ดมือให้แห้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ


แต่ทว่าจู่ ๆ มาร์คก็ต้องหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อมีใครบางคนกำลังเดินสวนเข้ามา เขาจ้องมองใบหน้าคนตรงหน้าพร้อมเบี่ยงตัวเป็นการหลบทางให้ จากนั้นเขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำโดยไม่หันหลังกลับไปมองอีกรอบ แม้ว่าเมื่อกี้เขาจะรู้สึกว่าผู้ชายคนเมื่อกี้น่ารักก็ตาม แต่พอตาละจากการมองหน้านั่นได้เขาก็ลืมใบหน้านั่นไปหมดแล้ว และตอนนี้เขาเองก็ไม่ค่อยมีอารมณ์คิดเรื่องอื่นซะเท่าไร ก็เขากำลังสนุกกับการไล่จับเจ้ากวางน้อยของเขาอยู่


คุณไม่เห็นผมเหรอ” แต่ทว่าร่างกายของเขามันชาไปหมดทุกส่วนเมื่อได้ยินเสียงแบมแบมดังมาจากข้างหลัง เขารีบหันไปมองด้วยสีหน้าตกใจ ก็เห็นเจ้าของเสียงเป็นเด็กผู้ชายคนที่เดินสวนเขาเข้าไปในห้องน้ำเมื่อกี้


เจ้าตัวเล็กเดินตรงกลับมาหามาร์คด้วยสายตาจับผิด ส่วนมาร์คเองก็เพิ่งได้สังเกตคนตรงหน้าอย่างชัด ๆ อีกครั้ง 


เสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ใช่เสียงแบมแบมแน่ ๆ ทั้งรูปร่างและท่าทางการเดินก็ใช่แบมแบม แต่มันคงพลาดไปตรงที่เจ้าตัวเล็กเปลี่ยนชุดแล้ว อีกทั้งยังใส่หมวกเบเร่ต์ปิดบังทรงผมตัวเองอีก และตอนนั้นที่สวนกันเขาไม่ได้ฉุกคิดว่าเป็นแบมแบมแม้แต่นิด เพราะกลิ่นน้ำหอมนั่นไม่ใช่กลิ่นที่ตัวเองเคยดมก่อนหน้านั้น จู่ ๆ แบมแบมก็มาเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอม มันทำให้มาร์คพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย


“แม่คุณบอกว่าคุณมีปัญหาทางสายตา”


“เอ่อใช่...”มาร์ครีบรับคำแก้ตัวนั่นทันที ทั้งที่เขาสายตาก็ปกติดีไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ก็รู้ว่าเหตุผลที่แม่พูดว่าเขาสายตาไม่ดี เพราะช่วยแก้ตัวแทนเขาไม่ให้โดนจับได้เรื่องโรคจำหน้าคนไม่ได้


“แต่เมื่อกี้เราเกือบจะชนกันอยู่แล้วนะ และคุณก็มองหน้าผมด้วย” เอาแล้วไงล่ะ หลักฐานมัดตัวขนาดนี้ จะแก้ตัวยังไงดีล่ะมาร์ค “ขนาดนั้นไม่ได้เรียกว่าสายตาสั้นแล้วมั้ง เรียกว่าตาบอดน่าจะถูกมากกว่า”


“นายอยากให้ฉันทักนายมากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ ถึงได้มาหาเรื่องกันแบบนี้” คำพูดนั้นของมาร์คทำแบมแบมแอบชะงักเล็กน้อย เหมือนสิ่งที่มาร์คพูดเตือนสติให้แบมแบมรู้สึกตัวได้ว่าไม่ควรใส่ใจเพราะมันดูเป็นการสนใจ แต่อีกครั้งที่สิ่งที่เห็นเมื่อกี้มันทำให้แบมแบมรู้สึกคาใจไม่หาย ก็เมื่อกี้ได้สบกันแต่ทำไมแววตาคู่นั้นมันเหมือนคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ทั้งที่ช่วงหลังมานี่มาร์คแทบจะกวนประสาทให้อารมณ์เสียทุกครั้งที่ได้มีโอกาสคุยกัน


“ไม่ใช่แค่นั้น...สายตาที่คุณมองผมเมื่อกี้ มันเหมือนคนไม่รู้จักกันมาก่อน แบบสายตาเหมือนมองคนแปลกหน้า”


'บางทีก็ทำตัวเหมือนไม่รู้จักกันเลย แบบสายตาโครตเย็นชา มองฉันเป็นคนแปลกหน้าจู่ ๆ คำพูดของยูคยอมก็ดังขึ้นมาในหัวให้นึกขึ้นได้ และนั่นทำให้แบมแบมรู้สึกขนลุกขึ้นมาเดียวนั้น ใครจะคิดกันล่ะว่าคำพูดที่เหมือนจะไร้สาระของยูคยอมจะไม่ไร้สาระก็ตอนที่ได้เจอกับตัวเอง


หรือว่าคุณ...จะเป็นโรคจำหน้าคนไม่ได้” คำพูดของแบมแบมทำลมหายใจของมาร์คขาดช่วงไปเสียเดียวนั้น จะเดาเก่งเกินไปแล้ว “ต้องใช่แน่ ๆ เพราะคุณจำหน้าคนที่อยู่ในคลิปไม่ได้ ที่คุณไม่ได้เอาผิดเพราะคุณเป็นโรคนี้ใช่ไหม”


แบมแบมดูตื่นเต้นไม่น้อยที่ตัวเองคิดเรื่องนี้ได้ สีหน้าบอกมาร์คว่าดีใจสุด ๆ ที่ไขปริศนาลับนี้ได้ แต่ทว่าเจ้าตัวเล็กไม่รู้เลยว่านั่นอาจจะอันตรายเหมือนการบอกที่เก็บสมบัติให้กับโจรสลัด


“ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ นายจะทำยังไง” มาร์คจ้องมองหน้าแบมแบมแทบไม่กะพริบ ส่วนเจ้าตัวเล็กก็เก็บอารมณ์ทางสีหน้าไว้ไม่อยู่เสียด้วย ก็รู้ความลับดี ๆ เข้า เนื้อมันเต้นจนอยากจะแฉเต็มทน


“ก็ไม่ได้ทำอะไร” โกหกเห็น ๆ แค่อ้าปากมาร์คก็อ่านออกหมดแล้ว


“คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่กี่คน ถ้ามีข่าวหลุดออกไป รับรองว่ารอบนี้ฉันจับมือคนทำได้ไม่ยากแน่” น้ำเสียงนั่นซ่อนความน่ากลัวที่ทำให้คนฟังลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัว


นั่นสิ...เหมือนเป็นคำพูดที่เตือนสติแบมแบมได้เลยล่ะ เกือบจะทำตัวโง่ ๆ ปล่อยข่าวเรื่องนี้ไปแล้ว ถ้ามาร์คไม่เตือนรอบนี้ก็คงจับได้จัง ๆ 


แต่มาคิด ๆ แล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกที่รู้เรื่องนี้ เพราะมันทำให้แบมแบมเลิกสงสัยมาร์คไปเลยว่าทำไมเขาถึงไม่ตามล่าคนปล่อยคลิป ที่แท้มันก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ในตอนนี้แบมแบมสบายใจแล้วล่ะว่าตัวเองจะไม่มีทางโดนจับได้แน่ ซึ่งเจ้าตัวเล็กไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังไว้วางใจผู้ป่วยคนนี้มากเกินไป


“ผมไม่บอกใครหรอกน่ะ ไม่ใช่เรื่องน่าบอกสักหน่อย” เว้นยูคยอมไว้คน เจ้าตัวเล็กฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินหนีมาร์คออกจากที่ตรงนั้น ดูเหมือนว่าข่าวดีนั่นจะทำให้แบมแบมลืมว่าตัวเองต้องเข้าห้องน้ำ ส่วนมาร์คก็ได้แต่หันหลังมองจนแผ่นหลังของแบมแบมจนหายลับกลับไปเข้าในห้องสตูดิโอ


ความคิดหลายอย่างไหลเข้ามาในหัวของมาร์ค เขายืนนิ่งไปครู่ใหญ่ เมื่อคิดอะไรดี ๆ ได้เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาพร้อมกดโทรหาคนที่เพิ่งโทรล่าสุด รอเสียงสัญญาณไม่นานคู่สายก็รับสาย


“จุนซู เรื่องนัดวันนี้ฉันคงไปไม่ได้แล้วล่ะ” ตอนเข้าห้องน้ำเมื่อกี้มาร์คโทรนัดเจอจุนซูเพื่อจะถามข้อมูลเกี่ยวกับแบมแบมว่าจุนซูรู้บ้างหรือเปล่าว่าเขาเคยทำอะไรแบมแบมไว้ไหม แต่พอแบมแบมมารู้ความลับของเขาเข้ามันเลยทำให้มาร์คต้องรีบเปลี่ยนแผน


(อ้าว ทำไมล่ะ หรือนายไม่สะดวกมา ให้ฉันไปหาที่ห้องแทนไหม)


“ไว้วันหลังฉันจะนัดใหม่ล่ะกัน” เพราะวันนี้ฉันต้องระลึกความหอมหวานกับใครบางคน มาร์คไม่อยากพูดเหตุผลไปทั้งหมด ไม่งั้นจุนซูคงได้ถามเขายาวแน่ว่าเขาจะทำอะไรกับใคร


เรื่องลับ ๆ แบบนี้จะบอกใครได้ล่ะ ไม่งั้นมันก็คงไม่คุ้มกับการที่เขาตั้งใจปิดมาสองอาทิตย์จริงไหม?





15/04/62

เอาแล้วววววววว เอาแล้ววววว เอาแล้ววววววว พี่มาร์คเล่นจริงแล้ว อยากจะชมว่าน้องเก่งมากที่เดาได้เร็วขนาดนั้น แต่เอ๊ะ!! มันก็ดูเหมือนน้องจะซวยที่คิดได้ก็พูดออกมาเลย 

เอาเป็นว่าคงจะเดาไม่ยากแล้วสินะว่าพี่มาร์คตั้งใจจะทำอะไรน้อง ก็เล่นพูดว่าทวนความหอมหวานซะขนาดนั้น แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้คุยกับจุนซูก่อน ไม่งั้นไม่แน่พี่มาร์คอาจจะไม่กล้าทำร้ายน้องก็ได้!! 

มาลุ้นกันต่อค่ะ ว่าพี่เค้าจะหลอกล่อน้องยังไงเพื่อให้ตัวเองได้ทวนความหอมหวาน น้องแบมจะหลงกลเหร๊ออออ ใครทีมลูกก็รีบไปดักรอช่วยลูก ใครอยากให้ลูกเป็นของพี่มาร์คอีกครั้งก็ทำเป็นหลับหูหลับตากันไป 555555

ขอกำลังใจหน่อยนะค้าบบบบ ขอคอมเม้นเยอะ ๆ เบยยย ฝากเล่นแท็กด้วยน้า #ลับ19มบ แล้วจะกลับมาพร้อมกับ...... หึหึ 




06/04/62

ดูเหมือนว่าน้องคยอมของเราจะช่างสังเกตจนเดาเกือบถูกว่ามาร์คดูมีอะไรแปลก ๆ แต่น้องแบมของเราไม่เอ๊ะใจอะไรเลย ทั้งที่นั่นเป็นข้อมูลลับแท้ ๆ 

เอาแล้ววววว พี่มาร์คมาหาน้องวุ้ย!!! แล้วเข้ามาหาถึงในห้องแต่งตัวแบบนี้ บอกเลยว่าลับตาคนมาก มีแค่ผ้าม่านบาง ๆ ฮูกกกกกกกกกก 

พี่มาร์คกำลังจะทำอะไรเน้ออ มีแผนอะไรไหมมม น้องล่ะ รอดหรือเปล่าา ขอกำลังใจเยอะ ๆ นะคะ 

ฝากเล่นแท็กด้วยค่า #ลับ19มบ




27/03/62

เอาแล้วววว พี่มาร์คเริ่มออกล่าแล้วครัชชชช เค้าคิดแผนอะไรในหัวได้ น้องแบมของเราจะปลอดภัยดีหรือไม่ ในตอนนี้ไรท์แอบซ่อนอะไรไว้หลายอย่าง มีใครพอเดา ๆ ออกไหมว่าไรท์ซ่อนอะไรไว้ อิอิ 

ช่วงนี้หายไปนาน ต้องขอโทษค้าบ ตารางงานแน่นจนไม่มีเวลาเลยจริง ๆ แต่ยังไงจะพยายามมาอัปบ่อย ๆ นะค้า ขอกำลังใจจากทุกคนด้วยนะค้า 11% ที่แล้วทุกคนเม้นกันเยอะมากจนไรท์นั่งยิ้มดีใจมาก ฮืออ อยากจะมาต่อซะตอนนั้นแต่ไม่ว่างจริง ๆ 

ยังไงจะรีบกลับมาต่อนะคะ มาลุ้นกันว่าพี่มาร์คเตรียมการอะไรไว้ แล้วเขาจะพิสูจน์ตัวจริงของแบมแบมยังไงโดยไม่มีใครรู้ 

ฝากคอมเม้นและเล่นแท็กด้วยนะค้า #ลับ19มบ





15/03/62

ฮือออ หายไปนาน ขอโทษค้าบ ช่วงนี้ไรท์เร่งทำฟิคเรื่องอื่นอยู่ ก็เลยแบ่งเวลามาทางนี้ไม่ได้สักที ฮือออ วันนี้ไรท์เลยมาลงนิด ๆ หน่อย ๆ พอเรียกน้ำย่อย

เอาแล้วววววววว ในที่สุดความจริงก็เปิดเผยว่าพี่เขามีคลิปจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่แรก ที่ไม่โดนจับในทันทีเพราะว่าพี่แกจำหน้าน้องไม่ได้จ้าาา 

โชคดีของน้องแบมแล้วใช่ไหมมมม ไหนใครทีมใคร รายงานตัวหน่อยยย ไรท์ทีมน้องแบม แต่ก็อยากให้น้องโดนจับได้ เพราะ.... คิคิ (เปล่าสปอย) 

คิดถึงกันไหมน้าา ฝากคอมเม้นขอกำลังใจหน่อย ฝากเล่นแท็กด้วยน้า #ลับ19มบ 

และอีกฝากกกก ไรท์กำลังเปิดจองเรื่องสั้น ใครสนใจสั่งจองได้นะจ้ะ สอบถามได้ที่ Twitter : @theeta9397 หรือ Line : @theeta9397 (พิมพ์ @ ด้วยเน้อ) 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.305K ครั้ง

2,107 ความคิดเห็น

  1. #1989 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 12:25
    พี่มาร์คร้ายกาจ
    #1989
    0
  2. #1685 NtsuMB (@nices_nattida) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:18
    น้องเป็นคนฉลาดมากนะ แต่ก็สู่พี่ม้าคไม่ได้อยู่ดี5555
    #1685
    0
  3. #1031 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 00:33
    แบมลูก จะโดนเอาคืนแล้ว
    #1031
    0
  4. #1006 Tubtimwan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 13:51

    เอาแล้วน้องแบม จะรอดมั้ยเนี่ย

    #1006
    0
  5. #952 B2BAMBY (@B2BAMBY) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 11:41
    รออยู่น้าาาา ตอนนี้ลุ้นมากกกกก
    #952
    0
  6. #951 AllenJin (@plapplueng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 03:04
    (>/////////<)
    #951
    0
  7. #950 Biggup_Jane (@Biggup_Jane) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:26

    น้องงงงง กลัวความหื่นของพี่แทนนน
    #950
    0
  8. #949 kcwdia (@kcwdia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:07
    น้องไม่น่ารีบพูดเลยแง รออ่านต่อนะค้า
    #949
    0
  9. #948 MARKNAT1997 (@nat-kz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 13:11
    ลุ้นทุกทีเลย><
    #948
    0
  10. #947 ชิป (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:46

    รออยู่นะค่ะ

    #947
    0
  11. #946 VloveMTBB (@VloveMTBB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 09:45
    ยังงัยก็ช่วยถนอมลูกเลาด้วยนะมาร์ค
    #946
    0
  12. #945 toto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 10:46

    หลับตาแล้วค่ะ พี่มาร์คจัดไป5555

    #945
    0
  13. #944 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:25
    แน่ใจก็แน่ใจแล้ว ความลับก้ไม่ลับแล้ว เอาไงละคะท่าน
    #944
    0
  14. #943 PrettyVland (@PrettyVland) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 00:42
    รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วค้าบบ กิ้สสสส ลูกหนีไป๊!!!
    #943
    0
  15. #942 gorgaijaa (@gorgaijaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 02:18
    กี๊ดดดดดด ระลึกความหลังอะไรกั๊นนนนนนนน
    #942
    0
  16. #940 kekawiw (@kekawiw) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:44
    รอนะค่ะ. น้องต้องโดนลงโทษแน่ๆๆอิอิ
    #940
    0
  17. #939 แค่คนอินดี้ (@0942845903) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:01

    เอาแล้วๆๆ เอาแล้วว กรี๊ด เขาจะย้อนวันวานอะไรกันนน

    #939
    0
  18. #938 FlowerbulE (@0873432266) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 19:35
    น้องเราฉลาดเดาถูก แต่ดันโป๊ะตรงไปพูดต่อหน้าพี่ เอาใจช่วยน้องค่า
    #938
    0
  19. #937 chaleemb2 (@chaleemb2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 15:17
    เอาใจช่วยพี่มาร์ค
    #937
    0
  20. #935 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 06:50
    น้องงานเข้าละรู้ตัวไหม 555555 เอาสิใครจะชนะ
    #935
    0
  21. #934 i_am_a_weirdo (@i_am_a_weirdo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 12:39
    ทีมพี่มาร์ค
    #934
    0
  22. #933 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 06:42
    เอาล่ะสิ ระหว่างหมาป่ากับลูกแกะใครจะแน่กว่ากันนะ
    #933
    0
  23. #932 Iicezazu (@Iicezazu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 04:18
    กฝกงกงกงเวดวกวแกกกกกกกกกกกก
    #932
    0
  24. #931 Memem (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 00:09

    นน้องคับรอบนี้คูมแม่ยอมให้หนูเป็นของพี่เค้าาา

    #931
    0
  25. #930 Beam2710 (@Beam2710) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 19:58
    รอบนี้แม่จะหลับหูหลับตานะครับลูก แม่ขอโทษ แต่แม่ก็คิดถึงฉากที่พี่เค้าได้กิน..แค่กๆๆๆ ได้คุยกับหนู2ต่อ2อะครับ อิอิ
    #930
    0