King of Dark Land ราชันแห่งแดนมืด (เป็น e-book แล้ว)

ตอนที่ 79 : ก็แค่รักมากจึงอยากอยู่ใกล้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

“แง!!!!”

เสียงเด็กทารกร้องจ้ากลางดึกทำให้สองหนุ่มสาวที่นอนหลับอยู่ต้องลุกจากเตียงโดยเร็ว ร่างบางวิ่งไปถึงเตียงเด็กก่อนจึงอุ้มร่างเล็กขึ้นมากอดปลอบ ส่วนคนมาทีหลังก็มาดูว่าลูกชายเป็นอะไร ทั้งที่จำได้ว่าไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้ คนเป็นแม่ให้นมไปแล้วแต่ทำไมอยู่ ๆ ถึงร้อง

“เซเรียสไม่ต้องร้องนะ พ่อกับแม่อยู่นี่แล้ว” เซซาเนียกอดเจ้าตัวเล็กวัยสิบเดือนโดยมีวาเรียสคอยลูบศีรษะปลอบใจให้หายกลัว นัยน์ตาใสแจ๋วของเด็กน้อยฉายแววกังวลพลางดึงจอนผมด้านข้างของหญิงสาวไว้แน่น

“แอ๊”

“เขาอาจฝันร้าย ให้เขาอยู่ใกล้ ๆ เราดีกว่านะ” ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววกังวลและหวาดกลัว ที่สำคัญเด็กชายยังชำเลืองมองเขาเป็นระยะ ๆ เหมือนอยากจะบอกอะไรบางอย่างด้วย

“ไม่ร้องนะครับเด็กดี เราไปนอนกันนะ” หญิงสาวเดินกลับไปที่เตียงแล้ววางลูกชายไว้คั่นกลาง วาเรียสเดินอ้อมมานอนอีกข้างทำให้ตอนนี้ทั้งสองอยู่ขนาบข้างเจ้าตัวเล็ก เซเรียสมีสีหน้าดีขึ้นเหมือนรู้สึกปลอดภัยราวกับว่าเมื่อกี้เขาแค่ฝันร้าย มือน้อย ๆ สองข้างกุมมือพ่อกับแม่ไว้คล้ายกลัวว่าทั้งสองจะหายไป

เซซาเนียหัวเราะนิดหน่อยแล้วนอนหลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าตัวเล็กก็หลับไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เหลือแค่วาเรียสคนเดียวที่นอนขมวดคิ้วมองหน้าลูกชายก่อนจะมองเลยไปที่หญิงสาว ในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัย ทำไมเขาคิดว่าเซเรียสรับรู้อะไรบางอย่าง

 

ช่วงสาย ๆ ของเช้าวันใหม่ ร่างสูงที่นำหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่านแก้เครียดก็อดคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้จนต้องถอนหายใจไปหลายรอบ บางทีมันอาจไม่มีอะไร และเขาคงคิดไปเอง แต่อีกใจหนึ่งชายหนุ่มก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเอง เด็กบางคนก็มีสัญชาตญาณรับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ทว่าตอนเช้า เด็กน้อยจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้แถมตอนนี้ยังพูดไม่ได้สักคำ แม้จะมีพัฒนาการในด้านอื่น ๆ ดีหมดก็ตาม

“คิดไปก็ปวดสมองเปล่า ๆ ของีบหน่อยละกัน” วาเรียสเอาหนังสือกางปิดหน้าแล้วนอนพิงต้นไม้ใหญ่เงียบ ๆ จังหวะที่กำลังจะหลับสนิท เขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ กำลังปีนขึ้นมาบนตัว ปีศาจหนุ่มเอาหนังสือออกจึงมองเห็นว่าสิ่งใดกำลังไต่ขึ้นมาถึงกลางอก

“แอ๊”

“เซเรียส? นึกว่าผีอำ ที่แท้ก็เจ้าเองเหรอ” คนเป็นพ่ออุ้มเจ้าหนูมาวางข้าง ๆ แล้วลุกขึ้นสูดลมหายใจเข้าปอด เจ้าตัวน้อยนั่งมองตาแป๋วก่อนจะกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่ายเบา ๆ

“...พ่อ”

“!!!” คนถูกเรียกสะบัดหน้ามาทันที เขาหูฝาดหรือเปล่า เด็กชายเรียกเขาว่าพ่อ “เมื่อกี้เจ้าพูดเหรอ” เซเรียสพยักหน้าแล้วเรียกซ้ำ ๆ อีกสองสามที ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะจากนั้นก็หันไปทางร่างบางที่กำลังเดินตรงมาทางนี้

“ท่านวาเรียส”

“เซซาเนีย! เซเรียสเรียกข้าว่าพ่อล่ะ เขาเริ่มพูดได้แล้ว!”

“ในที่สุดก็พูดคำแรกในชีวิตแล้วสินะคะ” ท่าทางเธอแอบงอนนิดหน่อยเพราะคำแรกที่เจ้าหนูพูดไม่ใช่คำว่าแม่ “เจ้านี่ติดพ่อจริง ๆ นะลูกรัก” เธอนั่งลงข้าง ๆ พลางจิ้มแก้มเจ้าหนูอย่างมันเขี้ยว

“...แม่”

“ท่านวาเรียสดูสิคะ เซเรียสเรียกข้าว่าแม่แล้ว!” เจ้าหญิงแห่งโรซานแทบจะดึงลูกชายมากอด ถึงแม้ว่ามันเป็นคำที่สองในชีวิตหนูน้อยก็ตาม “ไหนลองเรียกอีกทีสิ”

“...พ่อ...แม่...ท่านพ่อ...ท่านแม่”

“เก่งมากลูกชาย พยายามต่อไปเจ้าต้องพูดยาว ๆ ได้แน่” ปีศาจหนุ่มดึงเจ้าหนูเข้ามากอดแต่ไม่นานก็ต้องปล่อยเพราะเจ้าของเสียงใสจ้องเขม็งด้วยความหวงลูก “เจ้านี่ก็หวงอยู่ได้”

“ก็เพราะว่าพ่อมันไว้ใจไม่ได้ไงคะ”

“พูดมาก เดี๋ยวข้าก็หนีไปแต่งงานใหม่ซะนี่”

“หืม ท่านจะหนีจากข้าเหรอคะ” เซซาเนียยิ้มหวานแต่อาบยาพิษ วาเรียสไม่ไว้ใจอยู่แล้วและมั่นใจว่าเธอกำลังโกรธด้วย “อ้อ จะไปหาเจ้าหญิงแดนพราย? สาวสวยชาวปีศาจ? หรือลูกสาวใครสักคนล่ะคะ ข้าอยากรู้จังเลยว่าพวกนางหน้าตาเป็นยังไง”

“พูดแบบนี้ เจ้าหึงข้าใช่ไหม”

“สามีใคร ใครก็หวงทั้งนั้นแหละค่ะ อีกอย่างข้าก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่รักเป็นเกลียดเป็น ท่านรู้ไหมว่าข้ารักท่านมาก ตอนไหนก็ไม่รู้ที่ข้ารู้สึกว่าท่านต้องเป็นของข้าเท่านั้น แย่จัง ข้าคงติดเชื้อบ้าจากท่านแล้ว” สีหน้าของเซซาเนียในตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อยากครอบครองอีกฝ่ายไว้เพียงผู้เดียว ร่างบางเขยิบมาเบียดร่างสูงชนิดที่ว่าแนบชิดมากจนกระทั่งวาเรียสยกนิ้วแตะริมฝีปากบางที่กำลังโน้มลงมา

“เซเรียสมองอยู่”

“...” หญิงสาวชำเลืองมองเจ้าตัวเล็กซึ่งตอนนี้นั่งเอียงคอมองพ่อกับแม่อยู่ เธอจึงถอยออกมาโดยไม่พูดอะไรแล้วเปลี่ยนมาอุ้มเด็กชายแทน “วันนี้ไปอยู่กับย่าสักพักนะ” ร่างบางพาเซเรียสตรงกลับไปที่คฤหาสน์ ซึ่งวานาเลียก็เดินดูต้นไม้อยู่แถวนั้นพอดี เมื่อเห็นว่าเจ้าหญิงแห่งโรซานนำลูกมาฝากก็รับไว้แล้วพาไปดูต้นไม้ที่อื่น

“ปกติเจ้าหวงลูกนี่นา ทำไมวันนี้ถึงยอมให้ลูกอยู่ห่าง ๆ ล่ะ” วาเรียสถามหญิงสาวที่เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ก่อนจะเอียงศีรษะพิงไหล่ ชายหนุ่มยกมือโอบเอวบางในขณะที่เซซาเนียก็เขยิบเข้ามากอดเขา

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ช่วงนี้ข้ารู้สึกอยากอยู่กับท่านตลอด” เธออยากอยู่ใกล้ ๆ กับคนที่เธอรักมากที่สุด อยากใช้เวลาต่อจากนี้ให้มีความสุขมาก ๆ ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ในเมื่อปกติเธอก็มีความสุขดีอยู่แล้วแม้ว่านาน ๆ ทีวาเรียสจะมีเวลาว่างมาหาก็ตาม

“เจ้าคิดถึงประเทศโรซานหรือเปล่า” เขาคิดว่าหญิงสาวอาจคิดถึงบ้านก็ได้ถึงอยากอยู่ใกล้ ๆ เขาเพื่อให้หายรู้สึกแบบนั้น ความจริงแล้วในส่วนลึก เซซาเนียก็คิดถึงบ้านอยู่แม้ว่ามันจะเป็นกรงขังเธอก็ตาม

“นี่ก็ใกล้จะสองปีแล้วด้วยที่ข้าไม่ได้พบหน้าน้องชาย ข้าคงคิดถึงบ้านจริง ๆ แหละค่ะ”

“ได้ยินว่าเจ้าชายแห่งโรซานไม่ได้กลับเมืองหลวงเลยตั้งแต่พี่สาวหายไป เขาขึ้นมาที่กำแพงกั้นชายแดนทุกวัน ส่วนคู่หมั้นของเจ้าก็พาทหารออกตามหาเจ้ามาตลอด อ้อ เห็นว่าโดนพ่อเจ้าด่าแทบทุกวันเลย คงเพราะหาเจ้าไม่เจอสักที” วาเรียสบอกข่าวที่ได้ยินมาให้เซซาเนียฟัง ตอนเขาพูดถึงเวลดอน ร่างบางมีสีหน้าคิดถึง แต่พอพูดเรื่องเทเลอร์ขึ้นมา หญิงสาวทำหน้าสะใจที่ได้ยินความทุกข์ของผู้ชายคนนั้น

“สมน้ำหน้า”

“แล้วเจ้าอยากเจอน้องหรือเปล่า ถ้าอยาก ข้าจะพาไป”

“อยากสิคะ ไม่ได้เจอตั้งนาน ป่านนี้คงโตขึ้นมาก” คนเป็นพี่สาวจินตนาการถึงหน้าตาเด็กหนุ่มในเวลานี้ คงจะหล่อขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแน่ ๆ สุดท้ายเด็กน้อยติดพี่คนเดิมก็คงจะไม่อยู่ให้เห็นอีก “ท่านนี่รู้ใจข้าตลอด”

“อะไรที่เกี่ยวกับเจ้า ถ้าข้าอยากรู้ ข้าก็จะรู้ให้ได้ คนรักกันก็ต้องเอาใจใส่กันไม่ใช่เหรอ” คนรู้ใจหันมาสบกับนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเล เซซาเนียหน้าแดงด้วยความเขินอายและยิ่งอายเข้าไปอีกเมื่อถูกอีกฝ่ายดึงเข้ามาหอมแก้ม “พาเซเรียสไปด้วยสิ ให้เขาได้เห็นหน้าน้าบ้าง”

“...ก็ได้ค่ะ”

 

อีกไม่กี่เดือนก็จะครบสองปีที่เจ้าหญิงแห่งโรซานหายตัวไป เด็กหนุ่มผู้เป็นน้องชายขึ้นมาบนกำแพงทุกวัน สำหรับคนอื่นคงคิดว่ามาตรวจตราความเรียบร้อยตามปกติ ทว่าความจริงแล้วเขาขึ้นมาเผื่อว่าสักวันพี่สาวจะแวะมาหา เขาไม่ได้ข่าวของเซซาเนียเลยตั้งแต่ไปอยู่แดนมืด ไม่รู้ว่าสบายดีหรือไม่ และทางนั้นดูแลเธอดีหรือเปล่า

“เวลดอน” เสียงใส ๆ ที่แสนคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มชะงักแล้วหันกลับไปมองโดยเร็ว คนที่เขาคิดถึงยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับอุ้มทารกวัยสิบเดือน เจ้าชายแห่งโรซานจำได้แม่น นั่นคือพี่สาวของเขา

“ท่านพี่” เด็กหนุ่มวิ่งไปหาร่างบางก่อนจะโผเข้ากอดเหมือนเด็กน้อยที่ไม่ได้เจอแม่มานาน แต่พอได้ยินเสียงเด็กร้อง เขาจึงถอยออกมา นัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลมองอย่างสนใจสลับกับมองหญิงสาว “ท่านพี่เซซาเนีย เด็กคนนี้...”

“ลูกชายพี่เอง น่ารักไหม” เธอสบตากับเจ้าตัวเล็กที่กำลังสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร “เซเรียส นี่ท่านน้านะลูก ทักทายน้าหน่อยสิ ท่านน้าที่เป็นน้องของแม่ไง”

“น้า...น้า...ท่านน้า...” เด็กชายเรียกเด็กหนุ่มซ้ำ ๆ กัน น่าแปลกที่เวลดอนรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เขาอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเลย กลายเป็นคุณน้าไปแล้ว

“เจ้าโตขึ้นเยอะนะเวลดอน สิบเจ็ดปีแล้วใช่ไหม”

“ครับ ปีนี้ข้าอายุสิบเจ็ดแล้ว ส่วนท่านพี่คงจะอายุยี่สิบสี่ แต่ผ่านไปเกือบสองปี ท่านพี่ไม่แก่ลงเลย ยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ว่าแต่...” เด็กหนุ่มมองเลยไปด้านหลังพี่สาว ผู้ชายผมสีทมิฬ ตาสีแดง และสวมชุดดำยืนมองอยู่ห่าง ๆ ทำให้เวลดอนลดเสียงลงเวลาคุยกับหญิงสาว “เขาดูแลท่านดีไหมครับ”

“เขาไม่ได้ใจร้ายใจดำเหมือนที่ใคร ๆ พูดสักหน่อย ถ้าบอกว่าเพี้ยนยังน่าเชื่อกว่าอีก”

“ข้าได้ยินนะ” วาเรียสสวนกลับมาเหมือนคนน้อยใจที่ถูกนินทา “ใช่สิ ข้ามันไม่ได้ดีเลิศเหมือนผู้ชายคนอื่น” ว่าจบก็ทำหน้าหงุดหงิดเหมือนเด็ก (?) โดนขัดใจ

“พ่อ...ท่านพ่อ...” เซเรียสเห็นพ่อทำหน้ามุ่ยก็จะตะกายไปหาหวังปลอบใจ

“เจ้าเห็นใจพ่อใช่ไหมลูกชาย แม่เขาลำเอียง รักคนอื่นมากกว่าพ่อ”

“นี่ท่านขาดความอบอุ่นเหรอคะ ถึงเรียกร้องหาแต่ความรัก” เซซาเนียหันมาสวนกลับพลางฝากลูกให้เวลดอนช่วยอุ้มชั่วคราว แล้วเดินกลับไปหาร่างสูง “อยากให้ข้ากอดใช่ไหมคะ ก็ได้ค่ะ ข้าจะกอดท่านให้สำลักตายเลย ดีเหมือนกัน กำลังอยากกอดหมอนข้างอยู่พอดี”

“เดี๋ยว ๆ แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนนางมารด้วย” ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า เจ้าหญิงแห่งโรซานเหยียดยิ้มพลางแผ่รังสีน่ากลัวออกมา นับวันเธอจะเริ่มไม่ปกติขึ้นทุกที

“ท่านวาเรียสที่รัก จะหนีไปไหนคะ อยากให้ข้ากอดไม่ใช่เหรอ กลับมาหาข้าสิคะ มามะ มาให้กอดซะเถอะ”

“อยู่ตรงนั้นแหละ ไม่ต้องมาใกล้ข้า!” ร่างสูงรีบถอยหนีไปอยู่ห่าง ๆ ทันที ทว่าเซซาเนียก็ยังย่างสามขุมมาหาพลางยิ้มหลอกหลอน เวลดอนที่อุ้มหลานชายอยู่ก็ขมวดคิ้วพลางกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะมองเจ้าตัวเล็กที่กำลังเอียงคอมองเขาอยู่เช่นกัน

“เจ้า...เซเรียสสินะ พ่อกับแม่เจ้านี่เพี้ยนพอกันเลยเนอะ”

“เพี้ยน? อะไรเพี้ยน กินได้?”

“...”

เขาลืมไปว่าหลานยังเด็กเกินที่จะรู้จักคำนั้น!

 

หลังจากที่เมื่อตอนกลางวันพาเซซาเนียกับเซเรียสไปหาเวลดอน เจ้าหญิงแห่งโรซานก็มีสีหน้าสดชื่นแจ่มใสมาก ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน เขาพาทั้งสองกลับมาที่คฤหาสน์รวมทั้งจัดการเรื่องมื้อเย็น ธุระส่วนตัว และอีกไม่นานก็จะเข้านอน ภายในห้องนอนใหญ่ วาเรียสนั่งวาดภาพอยู่บนเตียง นัยน์ตาสีแดงชำเลืองมองร่างบางที่กำลังอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาจากเตียงเด็ก ด้วยความสงสัยจึงถามออกไป

“เจ้าจะพาลูกไปไหนน่ะ”

“ข้าจะพาไปอยู่กับท่านแม่วานาเลียค่ะ พอดีว่าข้าอยากอยู่กับท่านสองต่อสอง รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวข้ามา” หญิงสาวที่หน้าแดงเล็กน้อยพาลูกชายเดินออกจากห้องไปทำให้ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่คนเดียว พอไม่มีใครอยู่ด้วย เจ้าตัวจึงหันมาสนใจภาพวาดแทน

คนที่อยู่ในกระดาษแผ่นนั้นคือเจ้าของเรือนผมสีเขียวน้ำทะเลที่ทำท่าเดินเล่นอยู่ในทุ่งหญ้า วาเรียสจดจำภาพนั้นและวาดออกมา ตั้งใจว่าเธอกลับมาจะรีบให้ดูทันที จากลายเส้นบนแผ่นกระดาษแสดงให้เห็นว่าแม้จะผ่านไปกี่สิบกี่ร้อยปี ฝีมือของเขาก็ไม่เคยตกเลย ไม่เสียทีที่สมัยเด็กแอบไปเรียนวาดรูปและแอบฝึกจนชำนาญ บวกกับเป็นพรสวรรค์อยู่แล้ว ทำให้ฝีมือของเขาเรียกได้ว่าหายากเลยทีเดียว

“กลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาวผลักบานประตูเข้ามาก่อนจะปิดมันตามเดิมและล็อกประตู ขาสองข้างพาร่างบางมาหาคนนั่งวาดรูปที่เตียง วาเรียสรออยู่แล้วจึงพลิกกระดาษไปให้เธอดู

“สวยไหม”

“ท่านวาดข้าเหรอคะ” เธอขึ้นมานั่งด้วยพลางเขยิบมาใกล้ ๆ มือสองข้างรับสมุดภาพมาดู ใบหน้ารูปไข่เอียงคอมองภาพก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา “ยังวาดสวยเหมือนเดิมเลย ตั้งแต่สองร้อยปีก่อนแล้ว”

“ดูท่าเจ้าจะนึกออกเยอะขึ้นนะ”

“ก็ยังไม่ทั้งหมดหรอกค่ะ อย่างน้อยก็รู้ว่าสมัยที่ข้าคนก่อนยังอยู่ ท่านเป็นยังไง” เธอรู้แล้วว่าเมื่อก่อนเธอคือใคร ดังนั้นเรื่องคำถามเกี่ยวกับรักแรกของวาเรียส หญิงสาวก็ไม่จำเป็นต้องถามเขา ในเมื่อมันฝังลึกอยู่ในวิญญาณของเธอ

“ทำไมต้องมองข้าเหมือนมองเด็กด้วยล่ะ”

“แหม ตอนนั้นท่านก็ยังเด็กจริง ๆ นี่คะ ออกจะน่ารักน่าหยิก” เซซาเนียยิ้มกว้าง นัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลเป็นประกาย อย่างที่เขาคิด ในส่วนลึกที่เป็นเทียน่า แอมโบเรีย บางครั้งก็มองเขาเหมือนเด็ก

“แหม ข้าน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย” วาเรียสงัดนิสัยในสมัยเด็กออกมาใช้นั้นคือทำมุ่ย พองแก้มป่อง ๆ ทางด้านคนมองก็ขมวดคิ้วเพราะรู้แปลก ๆ

“พอเถอะค่ะ ข้าเสียสายตา” ตอนนี้อีกฝ่ายโตแล้ว พอมาทำอะไรที่เหมือนเด็ก มันก็ไม่เข้าอย่างแรง เซซาเนียส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเขยิบมานอนกอดคนข้าง ๆ จากนั้นก็เบียดเข้าไปซุกอีกเหมือนกำลังหาความอบอุ่น

“คืนนี้ไม่ได้หนาวมาก ไม่ต้องซุกก็ได้”

“ก็ข้าอยากอยู่ใกล้ ๆ ท่านนี่ บ่นแบบนี้ไม่รักข้าแล้วเหรอคะ”

“เจ้าก็ว่าแต่ข้าขาดความอบอุ่น เรียกร้องหาความรัก นี่อะไร เจ้าก็ไม่ต่างจากข้าเลย” เจ้าตัวกอดตอบหญิงสาวพลางลูบเส้นผมนุ่มลื่นนั้นเบา ๆ พลันความคิดแกล้งคนอื่นก็ผุดเข้ามาในสมอง ร่างสูงพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างบางพลางแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อสบตาอีกฝ่าย

“ทะ...ท่านวาเรียสจะทำอะไรคะ”

“อยากให้รักใช่ไหม ก็ได้ ข้าจะแสดงความรักที่มีต่อเจ้าให้ดู จะจัดให้แบบเผ็ดร้อนเลย แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าข้าเมาเหล้านะ ข้ามีสติรับรู้เต็มร้อย หึ ๆๆ”

“!!!”





..................................


สนใจจีบท่านแม่มั้ยคะ? 5555+









ส่งแต่อีโม ลูกไม่รู้เรื่อง!!!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

368 ความคิดเห็น

  1. #337 Narumi-chan (@poonlovekid) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:06
    แชทกัน บอกไม่เข้าใจอีโมที่ป๋าส่ง เพราะบอกว่าเพิ่งอายุ 10เดือน แล้วเอ็งพิมพ์ได้จังไส5555555
    #337
    1
    • #337-1 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 79)
      2 สิงหาคม 2561 / 22:08
      สงสัยให้ปู่พิมพ์มั้งคะ 5555
      #337-1
  2. #242 หิมะสีเลือด (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 09:06
    ขำๆๆฮาเลยเวลดอนเซเรียสต่อให้โตก็ยังซื่อบือเรื่องนี้อยู่ดีขนาดคำเห็นหน้าแล้วชอบหรือนรักแรกยังไม่รู้จักเลย
    #242
    0
  3. #233 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 16:52
    ฮ่าๆๆๆๆๆ เฮียน้อยงง พ่อแม่คุยกันยังไง
    เฮียน้อยยย เฮียน้อยกลัวอะไร โอ๋ๆนะ เค้าโอ๋ๆ
    #233
    0
  4. #232 polarpanda2 (@PolarPanda) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 01:02
    เดี๋ยวช้าก่อนใจเย็นๆ ยังไม่ถึงปีจะหาน้องให้เซเรียสแล้วเรอะ...แต่ไม่เป็นไรพี่หมีรักเด็กทุกคน
    รู้สึกแปลกๆยังไงชอบกลเหมือนช่วงเวลาดีๆกำลังจะหมดลงยังไงไม่รู้
    ไรท์จะไม่ทำร้ายตับผมใช่มั้ยครับ
    #232
    5
    • #232-4 หิมะสีเลือด (จากตอนที่ 79)
      28 ตุลาคม 2560 / 08:33
      มุกขำใช่ไหมเจ๊
      #232-4
    • #232-5 Lady Weiss (@sairetus) (จากตอนที่ 79)
      28 ตุลาคม 2560 / 09:11
      อาจจะใช่ ถถถถถ
      #232-5