THE WORLD.Z(ฝ่าพันธกิจองค์กรพิทักษ์โลก){MPREG}{R18}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 333 Views

  • 1 Comments

  • 36 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    333

ตอนที่ 4 : Episode.3 - ' Warmonger ' : " วอร์มังเกอร์ "

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ม.ค. 62






               --- แสงสะท้อนวิบวับยามต้องแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางกระจกหน้าต่างสู่อัญมณีหลากสีที่ถูกร้อยเรียงตรึงอยู่บนกำไลทองคำที่แกะสลักลวดลายแสนวิจิตร..........ช่างสวยงามจับตา และ ดูลึกลับ ---


          " นี่ล่ะที่ชั้นเก็บได้เมื่อวาน--- ที่อนุสาวรีชัยสมรภูมิ! "


เด็กหนุ่มมองสิ่งที่เหมือนกำไลข้อมือโบราณสีทอง --เสียแต่ความเงางามของบรรดาอัญมณีที่ฝังอยู่ และ ลวดลายที่คมชัดอยู่บนตัวกำไลทองคำ จะใช้คำว่า 'โบราณ' ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะนัก เพราะมันดูใหม่เหมือนเพิ่งถูกสร้างขึ้นมา ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนหรือคราบไคลใดใดทั้งสิ้น เขาไม่เคยเห็นเครื่องประดับที่สะท้อนแสงตามรอยเจียระไนไปมาได้อย่างสวยงามขนาดนี้มาก่อน มันต่างจากเครื่องประดับที่เขาเคยเห็นของยายและแม่แบบลิบลับ อีกทั้งลวดลายก็แปลกประหลาดไม่เหมือนสร้อย หรือ กำไลทองที่เห็นตามร้านที่เรียงรายอยู่ในย่านเยาวราชที่วางขายตามร้านทองทั่วไป

          " อนุสาวรีย์ชัยฯ ? "

เสียงของเพื่อนทั้งสามคนดังขึ้นพร้อมกัย ต่างคนต่างหันไปมองหน้ากันอีกรอบ คิ้วของแต่ละคนย่นด้วยความสงสัย และ ไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน " เมื่อวานนายไปคาราโอเกะกับพวกชั้น---- ที่สีลม เราร้องเพลงกินเหล้ากันจนเกือบเช้าเลยนะ ไอ้ป้อง--- พวกชั้นเป็นคนอุ้มแกมาโยนไว้บนเตียง แล้วแกก็หลับเป็น เจ้าหญิงนิทราโดนยิงยาสลบ จนถึงเมื่อกี้... " คิมพูดขึ้นมา

          " ส่วนกำไลนั่น ชั้นก็เก็บได้ในห้องนั่งเล่นในบ้านนี้---- บนพรมตรงโซฟาของนาย แล้วอนุสาวรีย์ชัยฯคือมายังไง?? " ฮอลลี่เสริม

          " คิม--- เมื่อคืนเอาเหล้าอะไรให้ไอ้ป้องมันซดวะ? จะได้ไม่แดก.... ถ้าจะทำให้เพี้ยนขนาดนี้---- " ยอเองก็สวนขึ้นมาหลังฮอลลี่ทันที

          " พวกนายสามคนไม่เข้าใจ! เมื่อคืน --มันสมจริงโคตรๆ! ทุกอย่างเลย มันไม่ใช่เพราะเหล้า แล้วชั้นก็ไม่ได้ไปคาราโอเกะ ชั้นไปอนุสาวรีย์ชัยฯเพราะชั้นจะไปฆ----------- "


-----เขาหยุดก่อนที่จะพูดจนจบประโยค จะพูดได้ยังไงว่าเขาคิดจะไปฆ่าตัวตายเมื่อคืน


          " ไป--- อะไร? " ยอพูดขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองหน้าเพื่อนอีกสองคน " โอเค จบ จบ จบ จบ----- จบนะ แกแฮงค์ล้านเปอร์เซ็นว่ะไอ้ป้อง พวกชั้นจะไม่คุยเรื่องนี้ต่อ ---วันนี้วันหยุด เดี๋ยวชั้นกับคิมจะไปเซเว่นหาอะไรมาให้แกสร่างเมา ฮอลลี่จะเฝ้าแกเผื่อแกทำอะไรเพี้ยนๆ หรือ นึกครึ้มอยากจะไปอนุสาวรีย์ชัยฯขึ้นมา "

          "ฮอลลี่ เฝ้าเจ้าป้องดีดีนะ----- เดี๋ยวหลุดออกไปกัดใครเข้า เดี๋ยวนี้ปล่อยหมากัดคนอื่นโดนตำรวจจับนะเฟ้ย---"
เพื่อนสนิทที่ชื่อ ยอ แซะเขาก่อนที่จะเดินนำออกไปจากห้อง ตามด้วยเพื่อนสนิทที่ชื่อ คิม ที่หันมามองหน้าเขาแล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ ในขณะที่เดินตามเพื่อนอีกคนออกไป " ไม่น่าเอาเหล้าขาวผสมให้เลย ----เพี้ยนเลยเพื่อนกู... "

-------- เสียงประตูห้องปิดลง ก่อนความเงียบจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยเสียงปิดประตูบ้านดังมาแผ่วๆ ทั้งยอและคิมคงออกจากบ้านไปแล้ว ทำไมไม่ไปกันสามคนเลยล่ะ! อยากอยู่เงียบๆคิดอะไรที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหน่อย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เรื่องที่เราไปอนุสาวรีย์ชัยฯเมื่อคืน-- เรื่องที่เจ้าสามตัวบอกว่านั่งกินเหล้าอยู่กับเรา มันจะเป็นไปได้ยังไง ทำไมไม่มีความทรงจำเหลืออยู่เลยฟะ!

          ' ความทรงจำ ? '

ใช่แล้ว! เราต้องถูกอะไรบางอย่างลบความทรงจำ แล้วก็ยัดความทรงจำปลอมๆให้ไอ้ยอ ไอ้คิม ไอ้ฮอลลี่---- ต้องใช่แน่ๆ เหมือนในหนังวิทยาศาสตร์ มันต้องมีจารชน FBI CIA หรือ หน่วยSWAT แน่นอน! เราคงจะไปเผลอเห็นความลับอะไรของสหประชาชาติเข้า! ใช่เลยๆๆๆ เราได้ยินมันพูดกันหลายภาษามาก จะต้องเป็นพวกผู้ก่อการร้ายตะวันออกกลาง สงครามศาสนา--- หรือ ระเบิดพลีชีพ! จริงสิ! ที่ผู้หญิงคนสวยๆเมื่อคืนมีแผลไปทั้งตัว คงเพราะเจอผู้ก่อการร้าย! ------ " ฮ่าๆๆๆ!! ใช่แล้ว! มันต้องเป็นผู้ก่อการร้ายชัวร์!! "

     ท่าทางแปลกประหลาดทั้งหมดอยู่ในสายตาของฮอลลี่ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หมุนของโต๊ะเขียนหนังสือตรงอีกฝั่งของมุมห้อง แต่ก็ไม่ไกลจากเตียงนัก เขารู้สึกเอ็นดู---เพื่อนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตมาหมาดๆ กำลังทำท่าคุยกับตัวเอง กำมือขึ้นมาเหมือนกับจะค้นพบอะไรบางอย่าง แถมหัวเราะแล้วก็พูดถึงอะไรก็ไม่รู้กับตัวเอง---- เขาสงสารเพื่อนที่กำลังเพี้ยนอย่างจับใจ การสูญเสียพ่อแม่ไป แถมไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วคงจะสะเทือนใจมาก....มันคงกระทบกระเทือนไปถึงสมองสินะ --- ' โถ....ไอ้ป้องเพื่อนรัก แกคงจะใจสลายจากความสูญเสียมากจนหลุดไปแล้ว '

" เออ---ไอ้ป้อง " สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือ พยายามปลอบประโลมหัวใจอันบอบช้ำของเพื่อน ลองเปลี่ยนเรื่องคุยอาจจะทำให้อะไรดีขึ้นมาบ้าง " กำไลอันนั้นน่ะ ตกลงไม่ใช่ของแกเหรอ---- เอาไปส่งให้ตำรวจดีกว่ามั๊ย? เผื่อเป็นของโจรอ่ะ รับของโจรติดคุกหัวโตนะ "

          " ไม่ใช่ของโจรหรอกน่า--- " เขาตอบพร้อมชูกำไลขึ้นเหนือศีรษะให้มันต้องแสงอาทิตย์ระยิบระยับไปมา " ชั้นเห็นผู้หญิงที่เป็นเจ้าของกำไลอันนี้ เมื่อคืนชั้นเจอมันตกอยู่ข้างๆเค้า " ----พูดแล้วก็นึกถึงใบหน้าสวยๆ กับคำอะไรบางอย่างคำหนึ่งที่พูดออกมาก่อนเธอจะหมดสติไปในที่สุด
          " จริงสิ ฮอลลี่---- แกเคยได้ยินอะไร ออตัว เทือกๆนี้มั๊ย? แกเก่งวิชาสังคม กับประวัติศาสตร์นี่หว่า--- "
          " รู้จักแต่ ออส่วน ว่ะ---- "
          " โว๊ะ--- แกนี่ชักจะกวนส้นเท้าตามไอ้ยอไปติดๆแล้ว! " เขาเบ้ปากอย่างรำคาญ มีเพื่อนซักคนมั๊ยที่จะตอบคำถามดีดีซักอัน


เมื่อจ้องมองกำไลในมือเพื่อนที่ขยับไปมาในแสงอาทิตย์แล้ว ทำให้เด็กหนุ่มสะดุดกับข้อมูลอะไรบางอย่างในหัวขึ้นมาได้ อันที่จริงเขานึกถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่เก็บมันได้ในห้องนั่งเล่นแล้ว " กำไลนั่น--- ใช่ 'กำไลนพรัตน์ ' รึเปล่าวะ? "
เด็กหนุ่มบนเตียงหันหน้าไปทางต้นเสียงที่ดูเหมือนจะรู้จักของที่อยู่ในมือของเขา แถมใช้คำศัพท์แปลกๆอีกต่างหาก " อะไรนะ?? "

          " กำไลนพรัตน์.... " ฮอลลี่ทวนอีกครั้งก่อนที่จะตรงเข้าไปนั่งที่เตียงใหญ่ขนาดคิงไซส์ของปกป้อง มือข้างหนึ่งคว้ากำไลในมือของอีกฝ่ายมาดูอย่างพินิจพิเคราะห์ " ...1...2...3............ 7...8...9 " จากนั้นก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบมือถือขึ้นมาเข้า google และ search ข้อมูลดู " นี่ไง--- มณีนพรัตน์ เป็น 9 รัตนแห่งสิริมงคล "

ป้องยืดคอไปเพื่อจะดูรายละเอียดในมือถือของฮอลลี่ที่กำลังเริ่มอ่าน " มันคืออะไรอ่ะ? "

" เพชรดีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต
เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก
สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว
แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์ "

          " ......................... " เมื่อได้ยินเพื่อนร่ายจนจบ เด็กหนุ่มก็ทำหน้านิ่งแล้วหรี่ตาทั้งสองข้างลง " พูดภาษาไทยดิวะ ฮอลลี่..... "
อีกฝ่ายถอนหายใจ ' เมื่อกี้ก็ภาษาไทยว่ะ แค่มึงโง่เอง '--- เขาคิด

          " นี่ไง ไอ้พวกอัญมณีที่อยู่บนกำไลเนี่ย--- มันเหมือนใน ' คัมภีร์ปาริชาตชาดก ' ที่เคยเรียน--- นี่มึงคืนครูเอกลักษณ์ที่สอนวิชาภาษาไทยไปหมดแล้วใช่มั๊ย? " ฮอลลี่พูดพลางเขย่ากำไลในมือของเขา ก่อนที่จะชี้อัญมณีที่สะท้อนแสงอยู่บนกำไล ทีละอัน-- ทีละอัน--พร้อมกับอธิบาย " นี่เม็ดแรกก็เพชร(Diamond) ตามด้วยสีแดงนี่ก็ ทับทิม(Ruby) แล้วนี่ก็ มรกต(Emerald) ไอ้ที่เหลืองๆนี่ก็เป็น บุษราคัม(Yellow Sapphire) อันนี้สีแดงก่ำๆก็คงเป็น โกเมน(Garnet) อันต่อมาสีน้ำเงินก็ ไพลิน(Blue Sapphire) ส่วนนี่ก็ มุกดา(Moonstone) แดงอันนี้ก็คงเป็น เพทาย(Hyacinth) ---อันสุดท้ายก็...ไพฑูรย์(Chrysoberyl-cat eye) "

เด็กหนุ่มมองตามนิ้วเพื่อนที่เลื่อนอธิบายชื่อของอัญมณีบนกำไลทีละเม็ดๆ แต่ละอันชื่อเรียกยากๆทั้งนั้น และ เขาคงไม่มีวันที่จะจำอะไรแบบนี้ได้หรอก--- " ชั้นรู้จักแต่ เพชร--- หินแดง ---มรกต ---หินเหลือง---หินแดงเข้ม---- หินน้ำเงิน ---มุก----หินแดงโคตร แล้วก็ หินสีทอง---- "

          " ....ตามสบายแกเลย คงจะมีคนเข้าใจหรอก--- " ฮอลลี่ส่ายหน้าไปมา เขารู้จักเพื่อนคนนี้ดี เรื่องจุกจิกรายละเอียดสลับซับซ้อนแบบนี้ ไม่มีทางเข้าสมองมันอย่างแน่นอน---- มีแต่จะเข้าหูนึงแล้วพุ่งออกอีกข้างทันที " กำไลอันนี้มีอัญมณีรัตนชาติครบทั้ง 9 อัน รับรองถ้าเอาไปขายต้องได้ราคาแหงๆ----- "

          " เฮ้ยเฮ้ย! กำไลนี่มันมีเจ้าของนะ จะเอาไปขายได้ไง?! " ยิ่งเจ้าของเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ชนิดที่ว่าหยุดจ้องไม่ได้ด้วย....

          " อ่ะแหน่ะ-------- หรือว่า----- แอบปิ๊งสาวเจ้าของกำไลที่ว่าเข้าแล้ว " ฮอลลี่ลากเสียงยาว พร้อมทั้งหรี่ตาสองข้างเพื่อรอดูอาการ

          " ตลก! ใช่ที่ไหนฟะ!! " ....ถูกเผงเลย----- เขารู้สึกชอบใบหน้าคมสวยนั้น ก็ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนสวยขนาดนี้มาก่อนเลยนี่หว่า! " ชั้นแค่อยากจะเอากำไลไปคืนเท่านั้นล่ะ ป่านนี้คงตามหาให้วุ่นแล้ว ไม่รู้ไปแจ้งความบ้างรึยัง--- เออจริงด้วย ถ้าเราลงประกาศ จ.ส.100 ตามหาเจ้าของจะดีมะ? "

ยังไม่ทันที่ฮอลลี่จะได้ตอบอะไร เสียงเปิดประตูห้องพร้อมกับเสียงพูดคุยก็ดังขึ้น เจ้า 2 ตัวไปเซเว่นกลับมาแล้ว --กลิ่นหอมของแฮมเบอร์เกอร์หมูชีส กับ เกี๊ยวซ่าอุ่นจากเตาไมโครเวฟร้อนๆฟุ้งตลบ---อบอวลไปทั่วห้อง จะว่าไปตั้งแต่จัดงานศพพ่อกับแม่ เขาก็แทบจะไม่ได้แตะอาหารอะไรเลย --ก็แหงล่ะ ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วนี่นา จะกินไปทำไม...แต่ว่า--- ตอนนี้เขามีจุดมุ่งหมายแล้ว ' เดี๋ยวค่อยตายก็ได้วะ หาทางคืนกำไลให้ผู้หญิงคนนั้นก่อนดีกว่า ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง จะมีใครพาไปรักษาที่โรงพยาบาลรึยังนะ--- '
    
' ถ้าได้เจอกันอีกซักครั้งก็คงดี--------- '

เขาใช้มือข้างหนึ่งกำกำไลเอาไว้แน่น คงต้องรักษามันไว้อย่างดีจนกว่าจะได้เจอผู้หญิงคนนั้นอีก อัญมณีกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ของแพงขนาดนี้หายไป เธอคงเศร้าน่าดู ไหนๆอุตส่าห์ช่วยเราไว้ทั้งที่ตัวเองก็กำลังเจ็บ ยังไงก็ควรจะต้องตอบแทนด้วยการเอากำไลนี่ไปคืนล่ะนะ " เฮ้ยฮอลลี่---- แล้วไอ้...รัตนพชาติอะไรเนี่ย มันคงเป็นของหายากใช่มั๊ย ต้องรวยแค่ไหนถึงจะมีไว้ในครอบครองวะ? "
          " ....อืม....... " เขาก้มลงไปดูมือถือ เลื่อนอ่านข้อมูลไปเรื่อยๆทั้งที่ปากกำลังเคี้ยวไส้กรอกฟุตลองวุ้นเว้นอยู่ " ในนี้เค้าว่า มันเป็นทรัพย์สมบัติระดับกษัตริย์ ต้องเป็นเชื้อพระวงศ์ หรือ สืบเชื้อสายเจ้าขุนมูลนายอย่างแรง ----ไม่รู้สิ ถ้าทำหล่นกันง่ายๆงี้อาจจะเป็นของปลอมก็ได้นะ เดี๋ยวนี้ของทำเลียนแบบก็อปเกรด A มีเยอะแยะ "
          " งั้นเหรอ......... " เขาก้มลงมองอัญมณีสีต่างๆ จ้องมองและใช้นิ้วลูบๆมันทีละเม็ดๆเรียงลงมา " ของก็อปอะไรจะทำได้สวยขนาดนี้ วะ ไอ้พวกคนก็อปขายคงรวยน่าดู----- "


** ---สาวบางโพธิ์ นั้นโก้จริงจริง ...*ครืดๆ*...ยิ้มมีเสน่ห์ เก๋เกินมองข้าม ถามใครดูได้ สวยไปทุกสิ่ง...*ครืดๆ*...**

เสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทุกคนหยุดคุยและหันไปมองตามต้นเสียงที่รีบคว้ามือถือขึ้นมาแล้วรีบกดรับสายในแทบจะทันที " ....ครับ! ----ผมอยู่บ้านไอ้ป้องฮะพ่อ ---โอเคฮะ ได้ฮะ ผมจะรีบกลับนะ " **ตื๊ด**
          " ต้องไปแล้วว่ะ คลีนิคสัตว์ที่บ้านจู่ๆก็มีลูกค้ามาต่อคิวรักษากันเพียบ--- " เด็กหนุ่มรีบคว้าของลงกระเป๋าตัวเองอย่างรีบร้อน แม้กระทั่งตอนพูดก็ไม่ได้หันมามองหน้าผู้สนทนาเลย " เออ แล้วไอ้คิม---ฮอลลี่ พ่อแม่พวกแกฝากพ่อชั้นมาบอกว่าจะนัดกินข้าว ให้กลับเร็วหน่อย จะกลับพร้อมชั้นเลยมั๊ย? "
          " เออ ไปด้วยดีกว่าว่ะ---- เดี๋ยวรถติด "
          " ไปด้วยๆ "
          " เฮ้ย ไอ้ป้อง---- ไว้ค่อยนัดกันใหม่นะ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ โทรมาหาพวกชั้นได้ถ้ามีอะไรจะให้ช่วย ไปก่อนนะ---- " ว่าแล้วยอก็วิ่งนำออกไป ตามด้วยเพื่อนทั้งสองคนที่หันมาโบกไม้โบกมือให้เขา ต่างคนต่างก็มีเรื่อง มีชีวิตของแต่ละคนที่จะต้องไปทำ


" ...ขอบใจพวกแกมากนะ------- "


เด็กหนุ่มที่นั่งบนเตียงพูดขึ้นเบาๆคนเดียวในห้อง ---เขาตั้งใจพูดตอนที่ไม่มีใครอยู่ ข้างในก็รู้ดีว่าเพื่อนสนิททั้งสามคนสละเวลาส่วนตัวเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา เพราะไม่อยากให้เขาต้องทุกข์อยู่คนเดียว เรื่องนี้เขาเองก็เข้าใจดี.... ' ความรู้สึกที่พวกแกสามคนมีให้ ชั้นจะหาทางตอบแทนชาติใดชาติหนึ่งก็แล้วกันนะ... '

สองขาก้าวขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับมือที่ยังคงกำเครื่องประดับล้ำค่าในมือ--- เขาเดินตรงไปที่หน้าต่างห้องนอนที่เมื่อมองออกไปก็จะเห็นสระว่ายน้ำและสวนนอกบ้านของเขาเอง พลางคิดทบทวนวันเวลาที่ผ่านมาและเรื่องราวที่เกิดขึ้น ความรู้สึกคิดถึงครอบครัวที่รักเริ่มกลับมาเมื่อต้องอยู่คนเดียวลำพังแบบนี้ ---เด็กหนุ่มก้มลงมองกำไลที่สะท้อนแสงอยู่ในมือ " ถ้าคืนแกให้เจ้าของคนสวยของแกได้เมื่อไหร่...ค่อยคิดว่าจะตายยังไงอีกที--- "
    

** เพล้ง--งง!! **



เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงของแตกของอะไรบางอย่าง เสียงเหมือนเป็นของที่ทำจากแก้วหรือกระจกแตกกระจายดังมาจากนอกประตูห้องนอน " อะไรวะ?! " เขาเอากำไลใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกงชุดนอนก่อนที่จะรีบวิ่งตรงออกไปตามหาแหล่งที่มาของเสียงดังนั่น ' ถ้าเป็นแมวข้างบ้านที่ชอบแอบย่องเข้ามารื้อตู้กับข้าวล่ะก็.... ' เขาคิดในใจก่อนที่จะเหลือบไปเห็นห่อไม้กอล์ฟของพ่อที่พิงอยู่ตรงข้างตู้ของห้องนั่งเล่น


---- ในห้องนั่งเล่นไม่มีของอะไรที่เสียหาย ทุกอย่างปกติดี...หรือจะเป็นในครัว?


คิดได้ดังนั้นก็เง้อไม้กอล์ฟขึ้นในท่าพร้อมเตรียมหวด --ยังดีที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลากลางคืนเพราะมันคงจะน่ากลัวกว่ามาก หรือถ้าไม่ใช่แมวแต่เป็นโจรบุกเข้ามาขโมยของกลางวันแสกๆ โจรนี่แม่งก็โคตรอินดี้เลย ไม่รอกลางคืนมืดๆให้เจ้าของบ้านหลับตามทฤษฎีก่อนเลยเหรอวะ?

** --แกร่ก-- **

ร่างกายแข็งค้างพร้อมกับกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างอีกครั้ง ' เสียงมาจากข้างบน--- ' ความคิดที่มาพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองชุด --มีอะไร หรือ ใครอยู่ข้างบนงั้นเหรอ? แต่เสียงของแตกเมื่อกี้มันอยู่ชั้นล่างนี่หว่า ก็เราเพิ่งจะออกมาจากห้องนอน ถ้ามันจะขึ้นบันไดก็ต้องผ่านห้องนั่งเล่นนี่... ในเวลาแค่นี้มันเปลี่ยนขึ้นไปข้างบนได้ไงวะ???

----- แมวข้างบ้านแน่ๆ -----

          เด็กหนุ่มลดไม้กอล์ฟลงมาในท่าจับธรรมดาที่ด้ามจับของไม้ ทั้งยังถอนหายใจให้กับความรู้สึกโล่งอันเข้ามาแทนที่ความอึดอัดเมื่อครู่นี้ทันที --- ' เจ้าหมอก ' แมวของป้าเพ็ญอีกละดิ คราวนี้ไม่เข้าครัวแฮะ ขึ้นไปข้างบนหาอะไรวะ? สองเท้าของเขาเหยียบพื้นหนักๆให้มีเสียงตึงตังตลอดทางที่วิ่งขึ้นไปด้านบน เขาเองก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายสัตว์โดยไม่จำเป็น ถึงจะไม่ได้เป็นคนรักสัตว์เท่าไหร่ แต่มันก็แค่สัตว์เท่านั้น จะไปรู้เรื่องอะไรตีไปก็เท่านั้น " เมี้ยวๆๆๆๆ ไอ้หมอก---- มานี่เลยๆๆๆ "


-------------------แต่แล้ว ขาทั้งสองข้างหยุดนิ่งพร้อมกับร่างกายทันทีที่เห็นสิ่งตรงหน้า------------------------


          เศษกระจกมากมายกองเต็มพื้นตรงปลายสุดของโถงทางเดินยาวที่แบ่งประตูห้องออกเป็นสองฝั่ง กรอบกระจกอะลูมิเนียมหลุดออกจากขอบหน้าต่างห้อยอยู่เพราะแรงของซิลิโคนที่ใช้ยึด ลมจากภายนอกพัดไหวจนม่านหน้าต่างปลิวสะบัดไปมา รอบบริเวณเต็มไปด้วยเศษชิ้นกระจกแหลมกระจายไปทั่ว ---ภาพเมื่อตอนเป็นเด็กผุดขึ้นมาตรงหน้า เมื่อก่อนพ่อเคยบอกว่าอยากให้ใช้กระจกลามิเนตเพราะเวลาแตกมันจะเป็นเม็ดข้าวโพด ไม่เป็นอันตรายมากเท่ากระจกเทมเปอร์ธรรมดาที่พอแตกแล้วจะคมเหมือนมีด แต่แม่ก็บอกว่าเป็นแค่กระจกหน้าต่างทางเดิน ไม่ค่อยได้เปิด-ปิดเท่าไหร่ จะใช้ขนาดกระจกลามิเนตก็แพงซะเปล่าๆ---


" อะไรวะ?? ฝีมือไอ้หมอกเหรอเนี่ย?? "


พูดไปทั้งที่รู้ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ กระจกบานใหญ่สูงเกือบ 2 เมตร แถมความกว้างอีกเมตรกว่าๆ แค่แมวธรรมดาๆตัวเดียว แถมไม่ได้ตัวอ้วนตัวใหญ่มากมาย มันจะถึงขนาดทำให้กระจกอะลูมิเนียมทั้งบานแตกได้ขนาดนี้เลยเหรอ --มันต้องเป็นอะไรที่ใหญ่กว่านั้นมาก---

** ----ซ----ซซซซซซ----- **


เสียงอะไรบางอย่างที่เหมือนเวลาเราพยายามพ่นลมออกจากปากพร้อมยิงฟันไปด้วย ทำให้ป้องหันไปมองที่ด้านซ้ายของโถงทางเดินแทบจะทันที ไม่ต้องหาเลยว่าเสียงมาจากทางไหน--- มันชัดเจนมาก ด้วยร่างๆหนึ่งที่คลานออกมาจากห้องริมทางเดินห้องหนึ่งที่เปิดประตูทิ้งไว้อยู่ เสียงอันเกิดจากลิ้นที่ยาวตวัดเข้าออกได้เหมือนงู ลูกตาสีเหลืองก่ำเหมือนน้ำหนองหมุนกรอกไปมาอยู่ในเบ้าตาสีแดงสดเหมือนเลือด ร่างสีดำเหมือนยางมะตอยที่ค่อยๆคลานออกจากประตูมามีช่วงหัว ช่วงตัว ช่วงขาดูลักษณะเหมือนมนุษย์ที่กำลังคลานอยู่ที่พื้น เพียงแต่ช่วงแขนและช่วงขาที่ยาวผิดรูป แถมยังแยกเขี้ยวที่เหมือนกับเขี้ยวฉลามที่เรียงรายเป็นแถวอยู่ในปาก---- ใครก็บอกได้เลยว่านั่นไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน

          " -----ช----เชี่ย!? " เด็กหนุ่มพิงหลังเข้ากับผนังที่อยู่ด้านขวาทันที เสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความกลัว แถมด้วยความตกใจก็เผลอปล่อยไม้กอล์ฟร่วงหลุดมือกลิ้งลงไปตามบันไดซะอีก ตอนนี้เขาไม่มีอะไรเลย --แต่ถึงมีก็คงจะทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก

          " ..בראַסלעט...... "


          " ...ห....ห๊ะ?! " ดูเหมือนสิ่งนั้นมันจะพูดได้ และพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย " อะไร?!?! "

          " געבן מיר די בראַסלעט ..... "


          " ชั้นฟังแกไม่รู้เรื่องเฟ้ย!! " เขาตะโกนออกมาอย่างฉุนเฉียว --นอกจากจะรูปร่างหน้าตาดูไม่ได้แล้ว ยังจะพูดไม่รู้เรื่องอีก!

          " געבן מיר אָדער שטאַרבן!!! "


เสียงที่เหมือนพยายามจะสนทนาตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนจะแผดเสียงแหลมเล็กแต่ดังก้องจนในหูของเด็กหนุ่มถึงกับวิ้งไปหมด เหมือนกับเสียงของคลื่นวิทยุเวลามีปัญหาหรือถูกแทรกโดยสัญญาณอะไรบางอย่างจนไม่รู้ความ และ สร้างความเจ็บปวดกับประสาทหูจนเจ็บปวดได้ไม่น้อย ทั้งความกลัวและความเจ็บปวดทำให้ป้องต้องรีบปิดหู-หลับตาทั้งสองข้างพร้อมกับทิ้งตัวลงหมอบกับพื้น


 " ว้าากก--กก---กกกกกกกกกก!! "


ไม่นานเขาก็รู้สึกถึงความร้อนถาโถมเข้าที่แขนข้างหนึ่งราวกับถูกเตารีดร้อนๆนาบ พร้อมกับแรงที่กระชากร่างของเขาขึ้นจากพื้นจนตัวของเขาลอยขึ้นจากพื้นบ้าน ความร้อนที่แขน และ ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วตั้งแต่ลูกตาจนถึงปลายเท้า ---นี่เขากำลังจะตายใช่มั๊ย? มันก็ใช่ที่เขาคิดจะฆ่าตัวตายอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้! ไม่ต้องเป็นวิธีน่ากลัวขนาดนี้!
ในความกลัวสุดขีดที่ถาโถมจนต้องกัดฟันเอาไว้แน่น ---เขาคงจะตายแน่งานนี้ แต่ในเสี้ยวนึงของความคิด--- ใบหน้าของคนที่อยู่ในแขนของเขาเมื่อคืนจู่ๆก็ผุดขึ้นมาราวกับฉายหนัง ...เขายังอยากเจออีกซักครั้ง อยากเอาของไปคืนให้ อยากได้ยินคำขอบคุณหรืออะไรก็ยังดี ' ใช่...เรายังไม่อยากตาย '

" ชั้นยังไม่อยากตาย!!!! "

เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับแสงอะไรบางอย่างที่สว่างจนแสบตาเกิดขึ้นรอบตัวเขา ทำให้เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดสีดำร้องเหมือนได้รับความเจ็บปวดและยอมปล่อยเล็บสีเงินที่กำแขนของเขาจนแน่นออก ร่างของป้องตกลงสู่พื้นดัง ตุบ! -- ถึงไม่ได้แรงอะไรมากแต่ก็เล่นเอาจุกอกเหมือนกัน

" STAND BACK, KID!! "

' ผมได้ยินเสียงของใครบางคนตะโกนขึ้นจากด้านหลังของไอ้เจ้าตัวสีดำนั่น ผู้ชายรูปร่างสูงในชุดคาวบอยกระโดดเข้ามาจากหน้าต่างแล้วใช้อะไรบางอย่างที่หน้าตาเหมือนบ่วงบาศคล้องไปที่มัน รัดมันแน่นจนแผดเสียงคำรามลั่น--- คุณอ่านถูกแล้ว ผมหมายถึง 'ชุดคาวบอย' จริงๆอย่างที่คุณกำลังนึก มันเหมือนหลุดมาจากในหนังอเมริกาตะวันตกอะไรแบบนั้นเลย ทั้งหมวก ทั้งเสื้อกั้ก เข็มขัด รองเท้า---- โคตรได้!

" This time I won't let ya run away like hell again---- Bastard!"

" איר ווידער! נאַריש קאַפּטאָר!! "


' ใครก็ได้ทำซับไตเติ้ลให้ที--------- ' นี่เป็นความคิดแรกในหัวหลังจากที่อาการแสบร้อนที่แขนเริ่มทุเลาลง ความรู้สึกเย็นเข้ามาแทนที่บริเวณแขน ไม่สิ...เรียกว่าเย็นไปทั้วตัวเลยมากกว่า อันที่จริงเขามัวแต่มองไอ้ตัวประหลาดสีดำ กับ ผู้ชายในชุดคาวบอยที่จู่ๆโผล่มาจากไหนไม่รู้ ไม่ได้สังเกตเลยว่าข้างๆตัวเอง ก็มีใครอีกคนหนึ่งที่เอาใบไม้ใบยาวๆพันแขนข้างที่เป็นแผลร้อนเพราะมือของเจ้าตัวประหลาดนั่น --พันตั้งแต่ตอนไหนกัน? แถมกำลังท่องอะไรก็ไม่รู้อีกต่างหาก ---- แล้วทำไมมันถึงได้เย็นไปหมดทั้งตัวแบบนี้ฟะ?!?!?!
คนๆนี้มีรูปร่างผอมกว่าคาวบอยคนนั้น มีผมสีน้ำตาลอ่อนที่มัดรวบไว้ข้างนึง ที่ตรงหน้าผากระหว่างผมหน้ามีสิ่งที่คล้ายๆรอยสักเป็นรูปสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง ดวงตาทั้งสองข้างที่ปิดอยู่กับริมฝีปากที่ขยับไปมาเหมือนกำลังท่องภาษาแปลกๆ --ยิ่งท่องตัวผมก็ยิ่งเย็นขึ้นเรื่อยๆ ' คนๆนี้เป็นใคร?? เครื่องทำความเย็นรุ่นใหม่เรอะ?! '

ไม่นานนักคนๆนั้นก็เปิดดวงตาทั้งสองข้างขึ้น เผยให้เห็นนัยย์ตาสีเขียวอ่อนใสเหมือนลูกแก้ว ดวงตาคู่นั้นใสจนผมมองเห็นตัวผมสะท้อนอยู่ในนั้น เค้าใช้มือลูบหัวผมไปมาเบาๆ " E tika ana koe? "

มาอีกแล้วภาษาแปลกๆ " ....ชั้น.....ฟังไม่ออ...ก..... " ---- ผมรู้สึกมึนหัวมาก ตอนนี้แขนกับร่างกายส่วนอื่นๆไม่เจ็บแล้ว แต่โคตรง่วงนอนเลย ถ้าหลับไปเลยตอนนี้จะโดนทำอะไรมั๊ยวะเนี่ย แต่ก็ช่างมันเหอะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว ไม่ไหวแล้.......------


------ ' พ่อ แม่ฮะ พี่ปริณ....พาผมไปด้วย อย่าทิ้งผมไว้แบบนี้..... ' ------


***********************************************************


[C.A.R.B.O.N.] - สวัสดีใน Ep.3 ค่ะ นักอ่านทุกท่าน ในตอนนี้เป็นตอนที่เริ่มมีสิ่งมีชีวิตแปลกๆ มากกว่า Ep. ก่อนๆแล้ว และ ผู้แต่งรับรองว่า Ep. ต่อๆไป จะมีอะไรแปลกๆมากขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตาม --- รายละเอียดใน part ต่อๆไปจะเริ่มๆเยอะขึ้นๆ ในแง่ของข้อมูลต่างๆ หากนักอ่านท่านใดมีข้อสงสัย หรือ สอบถาม สามารถเม้นท์มาหาได้นะคะ ^ ^,, แล้วเจอกันใน Ep. ต่อไปค่ะ! ว่านายป้องของเราจะเป็นยังไงต่อไป----


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น