เมื่อรักทักทาย (the end)

ตอนที่ 9 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

ตอนที่ ๘ ถ่ายรูป ‘บ่าวสาว

 

เพราะเหตุนั้นวันนัดรับชุดจึงต้องเปลี่ยนเป็นวันถ่ายรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาว อมฤตมารับเธียรขวัญในตอนสาย พ่วงคุณนายมาด้วยตามเคย นางสวมชุดเสื้อลูกไม้คอป้ายคู่ผ้าไหมมัดหมี่ อวดยิ้มหน้าบานตั้งแต่ลงจากรถ

อ้าว! ยังไม่แต่งตัวอีกหรือหนูเทียน?

ค่ะ เธียรขวัญยิ้มแหย เดินเร็วๆ ลงบันไดมายกมือไหว้คุณนายแล้วกราดไปยังชายหนุ่ม เชิญขึ้นบนบ้านก่อนค่ะ

คุณนายเดินขึ้นบ้าน เหลือแต่หลานที่ยังยืนอยู่กับเธียรขวัญ วันนี้ชายหนุ่มแต่งตัวดีกว่าวันนั้น เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางน้ำเงินขาว เก็บชายไว้ในกางเกงยีนส์ คาดเข็มขัดเรียบร้อย ผมเผ้าก็หวีเรียบเข้าทรง อ้อ...ดูจะสั้นขึ้นอีกหน่อย เหมือนเพิ่งตัดมาใหม่ๆ ไม่มีผ้าพันแผลสีขาวจั๊วะแปะอยู่อีก เธียรขวัญปรายตามอง แล้วสะบัดหน้าเดินตามคุณนาย พลางคิดในใจ...หนุ่มบ้านนอกแต่งตัวดีหน่อย ก็พอดูได้เหมือนกันแฮะ

รอเธียรขวัญแต่งตัวไม่นานหนุ่มสาวก็พร้อมเข้าเมือง ขึ้นมานั่งในรถได้อมฤตเหล่มองกระเป๋าใบเดิมบนตักเจ้าของ

เอากระเป๋าไว้แค็บหลังได้มั้ย?

ทำไม? อีกฝ่ายจ้องตาถาม อมฤตเลยอึกอัก

เปล่า...

เธียรขวัญหรี่ตา

นายคิดจะหาเรื่องฉันระหว่างทางอีกรึไง? ถ้านายกวนโมโหฉันเหมือนวันนั้นอีก ฉันเอากระเป๋านี่ทุบหัวนายแน่ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ

ชายหนุ่มแอบย่นคอ

ใครจะกล้า

 

กระบะสมาร์ทแค็บถอยออกจากลานบ้านสู่ถนนท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่ทั้งสองที่เมียงมองอยู่ทางหน้าต่างบ้าน

เจ้าริตได้แต่งงานเสียที ฉันก็หมดห่วงไปเปราะนึง ดวงหน้าคนกล่าวประดับรอยยิ้ม

จะห่วงอะไรล่ะคุณนาย พ่อริตขยันออกปานนั้น มีแต่คนรักทุกหย่อมย่าน ถ้าไม่เป็นโล้เป็นพายสิค่อยน่าห่วง

เรื่องนั้นน่ะฉันไม่ห่วงหรอกน้าเนียม ไอ้ที่ห่วงก็กลัวแต่พ่อเจ้าประคุณจะไปห้อยต่องแต่งอยู่บนคาน ฉันล่ะขี้เกียจหาไม้ไปสอยมันลงมา ใครเขาว่ามีแต่ผู้หญิงขึ้นคานกันล่ะ ดูอย่างเจ้าหลานชายฉันสิ อายุปาไปตั้งเท่าไหร่แล้ว มันยังไม่มองผู้หญิงคนไหนสักคนคุณนายทอดถอนใจ เลี้ยงลูกเขาเราก็อยากดูแลจนมันได้เป็นฝั่งเป็นฝาถึงค่อยวางใจ พ่อแม่มันอุตส่าห์ฝากฝัง ไอ้เราก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกสักกี่ปี เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะได้มีหน้าไปพบพ่อแม่มันได้

ถึงไม่มีพ่อแม่ แต่พ่อริตยังโชคดีที่มีคุณนาย กระแสเสียงชื่นชมจากใจจริง

คุณนายนวลนุชยิ้มละไม

 

เว็ดดิ้งสตูดิโอยังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ ลานจอดรถจึงว่างให้เลือกจอดได้ตามใจ ภายในร้านพนักงานคนหนึ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดของให้เข้าที่เข้าทาง อีกคนนั่งประจำโต๊ะ บิวซี่ผละมาต้อนรับลูกค้าพิเศษทันทีที่ทั้งสองผลักประตูเข้าไป

อุ๊ย คุณน้องเทียนมาแล้ว สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ เชิญค่ะ หล่อนจูงแขนเธียรขวัญมานั่งโต๊ะ ไม่ลืมหันไปเชื้อเชิญคนข้างหลังด้วย

นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ บิวซี่ขอไปสำรวจความเรียบร้อยแป๊บเดียวค่ะ ว่าแล้วเธอก็ผลุบหายเข้าไปด้านใน

พนักงานยกน้ำมาเสิร์ฟ แล้วนั่งคุยถึงคอนเซ็ปต์ของงานคร่าวๆ ไม่ทันไรบิวซี่ก็ออกมาเชื้อเชิญให้ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปเปลี่ยนชุด

 

ในสตูดิโอถ่ายภาพ หลายมุมถูกจัดฉากให้เป็นบรรยากาศเก่าๆ ย้อนหลังไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน อุปกรณ์ประกอบฉากมีทั้งของเก่าแท้ และของทำเลียนแบบ อมฤตแต่งชุดไทยผ้าไหม ผ้านุ่งสีเขียวอมทอง ตัวเสื้อแขนกระบอกสีอ่อนกว่า ถุงเท้าขาวคู่ยาวปลายหายไปในชายผ้า แต่งกายเสร็จนานแล้วจึงออกมายืนดูเหล่าตากล้องกับผู้ช่วยจัดฉากสถานที่ รอว่าที่เจ้าสาวซึ่งแยกไปแต่งตัวอยู่อีกห้องหนึ่ง

ครู่ใหญ่ต่อมาประตูห้องนั้นก็เปิดกว้าง คนในห้องหันมองเป็นตาเดียว แล้วต้องตะลึงตาค้างไปตามๆ กัน เพราะหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูนั้นเหมือนนางอัปสรจำแลงลงมาจากสรวงสวรรค์

เธียรขวัญงามสง่าอยู่ในชุดไทยผ้าไหมประยุกต์สีเหลืองทองแกมเขียว ด้านบนเป็นเนื้อผ้าเกาะอกเล่นจีบเล็กๆ เป็นริ้วๆ เปลือยไหล่ขวา ไหล่ซ้ายจับจีบเป็นดอกกุหลาบอยู่กลางไหล่ก่อนปล่อยชายบานพลิ้วไปด้านหลังจนเรี่ยพื้น ผ้านุ่งทอลายระยับ วิจิตรบรรจง จับจีบชายพกด้านหน้า คาดเข็มขัดทองถักลาย สวมสร้อยสังวาลย์จากไหล่ซ้ายจดสะโพกขวา ผมเกล้ารัดเป็นมวยเรียบตึง เผยดวงหน้าเรียวกระจ่างลงสีสันอย่างเหมาะเจาะลงตัว เครื่องประดับเข้าชุดทั้งต่างหู และสร้อยคอ

ได้ยินเสียงครางมาจากกลุ่มช่างภาพ แล้วใครคนหนึ่งก็พึมพำ

สมชื่อดาราจริงๆ ว่ะ หยั่งกะนางฟ้าจำแลง

เป็นไงกันบ้างคะหนุ่มๆ ตะลึงตาค้างกันไปเลยใช่มั้ยล่า? บิวซี่ปรบมือขึ้นหนึ่งครั้ง พลางเดินยักย้ายสะโพกเข้ามาในห้อง เอาล่ะค่ะ ทีนี้เราก็มาเริ่มงานกันได้ คุณเจ้าบ่าวหายตะลึงพร้อมจะเริ่มงานได้แล้วนะคะ? เธอพยักหงึกๆ ประกอบคำถาม ใบหน้าคร้ามคมของชายหนุ่มในชุดผ้าไหมไทยเสื้อแขนกระบอก ปรากฏริ้วสีแดงเล็กๆ ถ้าใครอยู่ใกล้จะสังเกตเห็นชัด

ครับ เขาตอบรับง่ายๆ ปกปิดอาการเก้อเขิน

ว่าที่บ่าวสาวถูกจัดให้นั่งบนตั่งตัวหนึ่ง ปูเบาะรองนั่งและหมอนขวานเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก แต่การถ่ายภาพดูไม่ค่อยราบรื่นนัก เพราะคู่บ่าวสาวเข้าใกล้กันทีไรก็ราวกับเกิดไฟช็อตกันทุกครั้งไป เมื่อใดที่โดนแตะเนื้อต้องตัวเธียรขวัญจะคอยถลึงตา ให้อีกฝ่ายชะงักและเขยิบออกห่าง จนตากล้องอดรนทนไม่ไหว

ชิดๆ กันหน่อยได้มั้ยคร้าบเจ้าบ่าวเจ้าสาว ห่างกันเป็นโยชน์แบบนั้นถ่ายกันคนละทีไม่ดีกว่าเหรอคร้าบ

บิวซี่ซึ่งสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ รีบจิกตาใส่ตากล้องปากเปราะ กำราบไม่ให้ใช้คำพูดห่ามๆ กับลูกค้า

เอ้า พร้อมนะคร้าบ เจ้าบ่าวโอบหน่อย เจ้าสาวอย่าทำหน้าบึ้งสิคร้าบ ยิ้มหวานๆ ด้วยคร้าบ

กระนั้นก็ได้แต่รอยยิ้มแบบแกนๆ

ครั้นเปลี่ยนฉากมายืนตระกองกอดกันหน้าตู้ไม้สักใบใหญ่ลวดลายละเอียดยิบ เธียรขวัญในอ้อมกอดชายหนุ่มก็ได้แต่ขยับยุกยิก ทั้งๆ ที่อมฤตพยายามกอดให้หลวมสุดแล้ว แต่เมื่อใดท่อนแขน ฝ่ามือ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายชายสัมผัสแตะต้องเข้าเนื้อนวล เธียรขวัญต้องหันมาจ้องตาอยู่ร่ำไป

นี่ เลิกทำตาเขียวๆ ใส่สักทีได้มั้ย ชุดก็เขียวแล้วยังจะมาทำตาเขียวอีก เดี๋ยวใครก็คิดว่าเธอเป็นแมงวันหัวเขียวหรอกอมฤตพูดเบาพอให้ได้ยินกันสองคน

บ้านนายสิเรียกสีเขียว นี่เขาเรียกสีเหลืองทองย่ะ ตาถั่ว...นี่ อย่ามาแตะฉันได้มั้ย เธียรขวัญจิกเสียงในระดับเดียวกัน พลางสะบัดแขนไล่มือของเขา

นึกว่าฉันอยากแตะนักรึไง ถ้าไม่ต้องมาถ่ายรูปด้วยนี่ จ้างให้ก็ไม่แตะหรอก

เธียรขวัญหันมาทำตาวาว

อะไรอีกล่ะแม่คู้ณ พูดอะไรไม่เข้าหูอีก...ผู้หญิงนี่ยังไง บอกเองไม่อยากให้แตะ แต่พอเราบอกว่าไม่อยากแตะเหมือนกันก็มีน้ำโห หรือที่พูดนี่แค่สร้างภาพเหอะ จริงๆ น่ะอยากฟังแบบนี้ใช่มั้ย...คุณเทียนครับผมอยากกอดคุณจัง อยากกอด อยากจูบ อยากฟัด!...อุ๊บ!”

สิ้นคำสุดท้าย เธียรขวัญถองข้อศอกกลับสุดแรง อมฤตกุมท้องตัวงอ ปิดปากกั้นเสียงจนแก้มป่อง มองผู้ประทุษร้ายตนอย่างเคืองแค้น

อุ๊ย! มีอะไรกันหรือเปล่าคะ? บิวซี่เห็นท่าไม่ดีรีบปรี่เข้ามาสอบถาม

เปล่าค่ะ แค่ผู้ชายปากไม่มีหูรูด จะเริ่มถ่ายกันได้รึยังคะ เทียนอยากเปลี่ยนชุดนี้จะแย่แล้ว

อ๋อ ค่ะๆ คุณเจ้าบ่าวโอเคนะค้า?

ครับ... อมฤตพยายามยืดตัวยืนตรง

อุ๊ย! เหงื่อแตกเต็มหน้าเลย สงสัยจะขี้ร้อนกันทั้งคู่ ซับเหงื่อกันนิดนะคะ

บิวซี่กวักมือเรียกช่างแต่งหน้ามาดูแลคู่บ่าวสาว แล้วปลีกตัวไปอีกด้านเพื่อปรับอุณหภูมิห้อง

ขยับเข้ามาชิดๆ หน่อยคร้าบ...ยิ้มหน่อยคร้าบ

เมื่อเริ่มงานอีกครั้งเสียงตากล้องก็สั่งมา และคงต้องสั่งประโยคเช่นนี้อีกหลายครั้งจนกระทั่งเปลี่ยนชุดใหม่นั่นล่ะ

 

เธียรขวัญกระแทกตัวนั่งบนสตูลหน้าโต๊ะกระจกเงาบานใหญ่ ดวงหน้าขุ่นมัว หงุดหงิดทั้งผู้ชายยั่วอารมณ์คนนั้นและหงุดหงิดตัวเอง นักแสดงมากฝีมืออย่างเธียรขวัญไม่เคยยั่นถ้าต้องรับบทถึงเนื้อถึงตัวกับดาราหนุ่มคนไหน แต่แล้วทำไมคราวนี้ถึงได้รู้สึกวูบๆ วาบๆ ตลอดเวลา หรือเพราะเธอเกลียด ขยะแขยงอีตาบ้านั่นจนเข้ากระดูกดำไปแล้ว

คุณน้องเทียนเป็นอะไรไปคะ หน้าตาดูไม่ดีเลย หรือว่าอากาศร้อนไป เพิ่มแอร์สักหน่อยดีมั้ยคะ?

ไม่เป็นไรค่ะ เธียรขวัญยิ้มปูเลี่ยน

งั้น เปลี่ยนชุดใหม่กันเลยนะคะ เธียรขวัญพยักหน้า บิวซี่จึงหันไปเรียกผู้ช่วย เปลี่ยนชุดใหม่ให้คุณน้องเทียนกันเลยพวกเธอ ดูแลให้เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วนะยะ อ้อ แล้วอย่าลืมหาของว่างมาให้คุณน้องเทียนด้วย...นี่เที่ยงแล้ว ทานของว่างรองท้องไปก่อนนะคะคุณน้องขา หนุ่มๆ เขาชอบทำงานให้เสร็จๆ แล้วค่อยพักกันทีเดียวเลย

ไม่เป็นไรค่ะ เทียนก็อยากให้เสร็จเร็วๆ เหมือนกัน

ดีค่ะ งั้นบิวซี่ขอแวะไปดูเจ้าบ่าวหน่อยนะคะ บอกเธียรขวัญแล้วบิวซี่ก็ออกจากห้อง

 

ชุดใหม่เป็นชุดสากล เจ้าบ่าวสวมเชิ้ตขาวทับด้วยสูทสีดำ ผูกเนคไทสีเดียวกับสูท เจ้าสาวใส่ชุดแต่งงานสีครีม คว้านคอกว้าง ตัวเสื้อมีบ่ากว้างราวครึ่งนิ้ว คล้ายเสื้อกล้าม เปลือยแขนขาวนวล ด้านล่าง กระโปรงบานฟูฟ่อง จับจีบรอบเอวสี่จุด ทั้งชุดเป็นผ้ามัน เรียบ ปักดิ้นทองรอบคอ ขอบแขน รอบเอว และชายกระโปรงด้านหน้า เป็นลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ทรงผมตีโป่งเล็กน้อย รวบจนถึงกลางศีรษะแล้วม้วนปล่อยเป็นเกลียวเล็กๆ ยาวจรดกลางหลัง ทั้งชุดมีเครื่องประดับแค่ต่างหูมุกสีเดียวกับชุด ร้อยเป็นสายข้างละสามเม็ด แต่แค่นั้นก็ส่งให้ผู้สวมใส่งามหยาดฟ้าละม้ายนางอัปสราในแดนสรวง มิต่างชุดไทยที่สวมไปแล้ว

ฉากบางส่วนจัดไว้แต่เริ่ม บางส่วนเพิ่งเพิ่มเติมระหว่างคู่บ่าวสาวเปลี่ยนชุด เข้ามาในห้องจึงเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เซ็ตนี้เป็นชุดสากล คอนเซ็ปต์จึงมีการแนบเนื้อถึงตัวกันกว่าชุดก่อน ให้ต่างฝ่ายต่างโอบกอดและแสดงสีหน้าท่าทางว่ารักกันเหลือเกิน แตกต่างจากชุดไทยซึ่งให้ฝ่ายหญิงสงวนท่าทีไว้ได้

เอาล่ะครับ ภาพแรกขอกอดกันหลวมๆ ก่อนนะครับ เจ้าสาวซบอกเจ้าบ่าว ทำท่าเคลิ้มนิดๆ อมยิ้มน้อยๆ เจ้าบ่าวก้มหน้า มองเสี้ยวหน้าของเจ้าสาวจากมุมบน ทำตาหวานๆ ด้วยนะครับเจ้าบ่าว

ทั้งสองถูกจับให้โอบกอดกันและกัน เธียรขวัญทำหน้าเหมือนกินยาขม ครั้นซบอกได้ยินเสียงคนตัวโตบ่น

ใครเอาท่อนไม้มาให้ฉันกอดเนี่ย

มือที่โอบอยู่ด้านหลังเจ้าบ่าวจึงเลื่อนลงบิดเนื้อบนต้นสะโพกจนอีกฝ่ายสะดุ้ง

ยัยโหด ชอบซาดิสม์รึไง? อมฤตเข่นเขี้ยว แกล้งกระชับอ้อมกอดจนอกทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว เธียรขวัญนิ่วหน้า

ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า

ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ อมฤตกระชับแน่น

จะให้ฉันกระทุ้งเข่านายใช่มั้ย?!”

ก็เอาสิ

ครั้นเห็นเธอจะเอาจริง อมฤตรีบแทรกขาตัวเองมาระหว่างขาหญิงสาว เมื่อเธอยกเข่าจึงโดนขาเขากันไว้ได้ทุกด้าน เหล่าทีมงานมองดูด้วยความงุนงง บิวซี่เห็นท่าไม่ดีรีบยื่นหน้าเข้ามาขัดทัพอีกเช่นเคย

เอ่อ...มีอะไรกันหรือเปล่าคะ? สีหน้าของสาวประเภทสองอิหลักอิเหลื่อดูไม่จืดเลย

เปล่าครับ / เปล่าค่ะ

งั้นถ่ายกันต่อนะคะ

ยิ่งถ่ายยิ่งทุลักทุเล ตากล้องสั่งยิ้มคู่บ่าวสาวกลับแยกเขี้ยว สั่งกอดกลับผลัก ครั้นสั่งให้มองตากันด้วยความรักหวานซึ้ง กลับมองกันอย่างอาฆาต พร้อมจะตามไปฟาดฟันกันจนถึงชาติหน้า ตากล้องเกาหัวยิกๆ สุดท้ายเปลี่ยนมาสั่งพักแทน และคู่บ่าวสาวก็พร้อมใจกันผละห่างทันที

เธียรขวัญมองเหล่าทีมงานแล้วมองนาฬิกาแขวนมุมห้อง บ่ายสองกว่าจะเข้าบ่ายสามอยู่รอมร่อแต่ทุกคนยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงกันเลย ชักอึดอัดและรู้สึกผิดที่ตนเห็นเหตุให้งานล่าช้า เธอชำเลืองมองคู่กรณี เขากำลังยืนเงยหน้าให้ช่างแต่งหน้าซับเหงื่อและลงแป้งแถวต้นคอ เจ้าหล่อนถอนหายใจพรู...นางเอกอันดับหนึ่งจะมาเสียท่าให้กับเรื่องง่ายๆ แค่นี้เชียวหรือ กะอีแค่ยืนโพสต์ท่าให้เขาถ่ายรูปมันจะยากเย็นอะไรนักหนา การแสดงคิดสิเธียรขวัญ ว่ามันเป็นการแสดง จะโกรธจะเกลียดอีตาบ้านั่นขนาดไหนเธอต้องเก็บไว้ แล้วแสดงให้สมบทบาท อย่าให้เสียชื่อนางเอกอันดับหนึ่งเลยเธียรขวัญ

เพราะดังนั้นเมื่อเริ่มถ่ายต่ออมฤตจึงแทบอึ้งกับความเปลี่ยนแปลงของหญิงสาว ตากล้องสั่งให้ทำอะไรเธอทำตามทุกอย่าง ไม่ว่าจะโอบ กอด หรือแนบเนื้อขนาดไหน

ภาพหนึ่งอมฤตต้องยืนโอบเอวเธียรขวัญ ขณะมือของหญิงสาววางประทับไว้บนบ่ากว้างของเขา ดวงตาของคู่รักปลอมๆ ทั้งสองต้องทอดมองกันด้วยแววหวานเยิ้ม ขณะถ่ายภาพนั้นนัยน์ตาคมหวานซึ้งของเธออยู่ใกล้แค่เอื้อม อมฤตถึงกับเคลิ้มทีเดียว

เอาล่ะ เรียบร้อยแล้วครับ เยี่ยมมาก ภาพนี้แจ๋วจริงๆ ตากล้องชมเปาะ ทีมงานในห้องนั้นถอนหายใจยิ้มแย้มไปตามๆ กัน

นี่ ปล่อยสักทีได้มั้ย? เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย ยืนจ้องอยู่ได้

เสียงเขียวและกำปั้นหนักๆ ที่ทุบลงบนอกทำให้อมฤตรู้สึกตัว ขยับออกด้วยท่าทีงุนงงเงอะงะ ก่อนยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ

เรียบร้อยแล้วนะคะคุณเจ้าบ่าวคุณน้องเทียน เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดกันได้เลยค่ะ แต่แหม...ขอเม้าท์นี้ดนึงนะค้าคุณน้องขา เซ็ตหลังนี่เดิ้นมากเลยค่า บิวซี่กรีดนิ้วเป็นสัญลักษณ์โอเคประกอบคำชม โดยเฉพาะภาพหลังสุดนี่พี่ขอยกนิ้ว เริดค่ะ...คุณน้องเทียนจะว่าอะไรมั้ยคะ ถ้าบิวซี่จะขอรูปนั้นไว้โชว์หน้าร้าน

เอ่อ...

บิวซี่คิดส่วนลดให้เพิ่มเลยค่ะ แถมกรอบรูปอย่างหรูพิเศษให้อีกต่างหาก ถือว่าเป็นของสมนาคุณนะคะ

คือ...

หรือว่าคุณน้องเทียนลำบากใจคะ ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรก็ได้ค่ะ

สีหน้าผิดหวังนั้นทำให้เธียรขวัญใจอ่อน

เทียนกลัวว่าบางที ภาพออกมาแล้วอาจไม่สวยอย่างที่คิดไว้ก็ได้ค่ะ

โอ้ย ไม่มีทางค่ะ เชื่อสายตาพี่ค่ะคุณน้อง เริด เริดค่ะ เริดมาก...ก บิวซี่จีบหน้าปั้นปาก ประกบมือไว้ระดับอก ลากเสียงยาวในตอนท้าย สายตาหล่อนเชื่อมั่นสุดๆ

งั้นก็...แล้วแต่คุณบิวซี่แล้วกันค่ะ แต่เทียนขออย่างนึงนะคะ อย่าเอาภาพเทียนลงอินเตอร์เน็ต

ได้ค่ะคุณน้องเทียน เรื่องนั้นไม่มีปัญหา บิวซี่เอาหัวเป็นประกันเลย ถ้าภาพเซ็ตนี้หลุดออกเน็ตไปไม่ได้หลุดจากอ้อมรักแน่นอนค่ะ

บิวซี่ยืนยันมั่นเหมาะ ช่วยให้คนกลัวตกเป็นข่าววางใจไปได้เปราะ เรื่องภาพโชว์หน้าร้านนั้นเธอไม่ได้ห่วงนัก เพราะคิดในแง่ดีว่าคงไม่มีใครทันสังเกต หรือถ้าจะมีคนตาดีสังเกตเห็นสักคนเขาก็อาจเข้าใจไปว่าคนในภาพหน้าตาคล้ายเธอ

 

หนุ่มสาวเปิดประตูขึ้นรถคนละฝั่ง แล้วดึงเข็มขัดมารัด

หาข้าวกินกันก่อนนะ ชายหนุ่มบอกพลางถอยรถ

กลับไปกินบ้านดีกว่า อีกคนตอบไม่มองหน้า

เดี๋ยวก็โดนดุเหมือนคราวนั้นอีก ฉันนี่รับไปเต็มๆ

ก็เรื่องของนายสิ

เห็นแก่ตัว...

เธียรขวัญชายตามอง ชายหนุ่มไม่ใส่ใจ

เธอไม่กินก็ไม่เป็นไร แต่ฉันหิว ไปนั่งน้ำลายยืดดูฉันกินแล้วกัน

อมฤตเลี้ยวรถเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นร้านเปิดบริการตั้งแต่สายจนกระทั่งดึก พื้นที่ฝั่งหนึ่งคล้ายว่าเคยเป็นทางน้ำเก่า บัดนี้แห้งขอด ตัวร้านจึงยื่นลงไปในทางน้ำเล่นระดับระเบียงสองชั้น ฝั่งนั้นมีต้นไม้ใหญ่ใบรกครึ้ม แผ่กิ่งก้านมาให้ร่มเงาบนระเบียงตลอดแนว อมฤตนำเข้าไปนั่งโต๊ะด้านในชิดริมระเบียง พนักงานซึ่งเดินตามหลังมา ส่งเมนูให้ทั้งสองคน รับรายการเสร็จก็ผละไป

ไหนว่าไม่กิน? มาถึงก็สั่งเอาๆ

ก็อยากพาเข้าร้านอาหารทำไม? ให้ฉันมานั่งมองปากนาย เรื่องสิ!”

นึกว่าแน่ เขาพูดเสียงเบา พลางมองบรรยากาศนอกร้าน

นายว่าอะไรนะ?

เปล่านี่

ตะกี้ฉันได้ยิน

ได้ยินว่าอะไรล่ะ?

ก็ได้ยินไม่ชัดน่ะสิถึงต้องถาม

ฉันก็พูดเรื่อยเปื่อยตามประสา เธอจะมาหาความอะไรฉันนักหนา

เธียรขวัญเบ้ปาก

ปากสั่วๆ อย่างนายไว้ใจได้ที่ไหน

ทำยังกับปากตัวเองดีงั้นแหละ

ก่อนเธียรขวัญจะทันเต้น พนักงานตีระฆังพักยกโดยการนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ อมฤตเอี้ยวตัวอำนวยความสะดวก ไม่นานพนักงานก็เดินอาหาร ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจอะไรอีก เธียรขวัญจึงลงมือบ้าง

 

รถกระบะเข้าจอดหน้าเรือน ผู้นั่งเอนหลังกันบนระเบียงผงกศีรษะมอง

เด็กๆ มากันแล้ว คนอ่อนอาวุโสกว่าบอก แล้วสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูปังใหญ่จากฝั่งผู้โดยสาร

เป็นไงลูก เรียบร้อยกันมั้ย?

เรียบร้อยค่ะเธียรขวัญเข้ามาทรุดนั่งกับพื้นหน้าตั่ง ใบหน้ายังมีรอยบึ้งแม้พยายามปกปิด อมฤตตามมานั่งเยื้องด้านหลัง

แล้วนี่เขานัดรับรูปวันไหน?

อาทิตย์หน้าค่ะ แต่เทียนเลื่อนไปใกล้วันงาน ให้ทางร้านดูแลไว้ให้ดีกว่าค่ะ

ไม่เอามาดูก่อนหรือ เผื่อออกมาไม่ดี

นัดรับก่อนวันงานราวสองอาทิตย์ค่ะ ยังพอมีเวลา

งั้นก็ดี แล้วชุดล่ะ?

รับวันเดียวกันค่ะ วันนี้ใส่เหงื่อโชกไปหมด ต้องทำความสะอาดใหม่

อืม ให้ทางร้านเขาดูแล เขามีวิธีทำความสะอาดของเขา...แล้วนี่กินอะไรกันมารึยัง?

เรียบร้อยแล้วค่ะ

คนนั่งหน้าตอบเสียงแจ้ว คนนั่งหลังแอบบิดปาก อยากจะเห็นหน้าแม่คุณนัก ไอ้เรื่องเอาหน้าล่ะไม่มีใครเกิน นี่ถ้าเขาไม่พาหล่อนแวะทานข้าวก่อน กลับมาโดนดุก็คงนั่งใบ้กิน ปล่อยให้เขาโดนอยู่คนเดียวอีกเป็นแน่

 

คุณนายลากลับ เธียรขวัญโดนยายเนียมไล่ให้ลงมาส่งแขก ก่อนขึ้นรถอมฤตหันมายักคิ้วให้แล้วผลุบเข้ารถปิดประตู ไม่วายยังอมยิ้มเยาะเย้ยมาทางกระจกหน้า คนยืนส่งได้แต่เข่นเขี้ยว จนท้ายรถคันนั้นออกสู่ถนน แค้นนี้เธอไม่ลืมหรอก แค้นที่โดนเขาปั่นหัวตลอดทั้งขากลับ หาเรื่องยั่ว ขับรถกระแทกกระทั้น พอเธอโวยทุบตีก็แกล้งทำรถแฉลบออกข้างทางให้เธอกรี๊ดสนั่นรถ แล้วยังมีหน้ามาพูด

ใครไม่มีกรรมไม่มีวันได้ร่วมทางกับเธอหรอก

ฮึ! ใครไม่โคตรซวยบรมซวยก็ไม่มีวันได้ร่วมทางกับนายเหมือนกัน!

เธียรขวัญหันหลังกลับเข้าบ้านแต่เสียงรถที่แล่นเข้ามาทำให้ชะงักเท้า เหลียวมองแล้วระบายยิ้มหยุดยืนรอ

อาเทียนขา

เด็กหญิงวัยสี่ขวบใส่ชุดอนุบาลมีเอี๊ยมเปิดประตูลงมาได้ก็วิ่งตัวกลมเข้าหาเธียรขวัญ ซึ่งก้มตัวลงกางแขนออกรับ หญิงสาวยกเด็กหญิงขึ้นอุ้ม จูบแก้มหอมกลิ่นแป้งเด็กทั้งสองข้างแล้วถาม

วันนี้เป็นไงบ้างคะคนเก่งของอา อยู่โรงเรียนซนมั้ยเอ่ย?

ไม่ซนค่ะ น้อยหน่าเป็นเด็กดี เชื่อฟังคุณคู

เธียรขวัญอมยิ้ม สอนให้น้อยหน่าหัดพูด คุณครูมาแล้วหลายรอบ หนูน้อยก็ยังพูดไม่ได้สักที

แล้วเด็กดีกลับมาถึงบ้านไหว้ผู้ใหญ่รึยังคะ?

น้อยหน่ายิ้มแกมหัวเราะ

ยังค่ะ

ยังแล้วทำไงเอ่ย?

ไหว้ค่ะ ว่าแล้วเด็กหญิงก็ยกมือไหว้ แล้วกอดคอจูบแก้มอาสาว

มืดเดินถือกระเป๋าของน้อยหน่าเข้ามาหา

ฝากยัยตัวยุ่งด้วยนะคุณเทียน

ไม่ต้องห่วงค่ะ รับกระเป๋าจากพ่อมาเร้วน้อยหน่า

น้อยหน่าทำตามอย่างว่าง่าย โบกมือข้างว่างหยอยๆ เมื่อมืดกลับไปขึ้นรถและขับออกไป





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,960 ความคิดเห็น

  1. #3103 Yizu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2554 / 04:22
    ชอบคู่ น่ารักมากๆ สมน้ำสมเนื้อกันดี อย่าตีกันจนตายเป็นพอค่ะ
    #3,103
    0
  2. #2843 omelet-omelet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2554 / 08:19
    พี่ริตเริ่มหวั่นไหวแล้วชัวร์
    #2,843
    0
  3. #2142 หวาน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 15:42
    ชอบๆๆๆๆ เอาแมลงวันหัวเขียวมาเป็นเมีย แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ
    #2,142
    0
  4. #1182 september (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:58

    อิอิ 

    #1,182
    0
  5. #1131 กระปุกออม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:02
    มันมากกกกกกกกกกกกกก
    #1,131
    0
  6. #834 เด็กดีนิสัยดื้อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 19:13
    กัดกันสนุกมากค่ะ คู่นี้ลูกต้องดกแน่ๆเลย

    #834
    0
  7. #833 เด็กดีนิสัยดื้อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 19:12
    กัดกันสนุกมากค่ะ คู่นี้ลูกต้องดกแน่ๆเลย

    #833
    0
  8. #832 เด็กดีนิสัยดื้อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 19:11
    กัดกันสนุกมากค่ะ คู่นี้ลูกต้องดกแน่ๆเลย
    #832
    0
  9. #663 วรรณนากา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2554 / 17:03
    สนุกคะ
    #663
    0
  10. #622 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 12:23
    สนุกมากมาย รอตอนต่อไปนะค่ะ
    #622
    0
  11. #541 ณษา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 13:59
    มาแก้คำผิดค่ะไรเตอร์ ฉากที่บรรยายข้าวของภายในสตูดิโอค่ะ ของทำเลียนแบบ กลายเป็นของทำเลือนแบบไปซะแล้ว อิอิ

    ปล.ไม่ชมล่ะว่านิยายสนุก เพราะคนชมเยอะแล้ว 555 ล้อเล่น ชอบเรื่องนี้มากๆค่ะแต่น้อยกว่าหนูจอมกะพี่ไทนิดนึง
    #541
    0
  12. #513 nuri.j (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 20:03
    คู่นี้สิถึงจะเรียดว่า คู่กัด แท้จริง
    แต่สงสัยว่า ลูกดก ค่ะ อิอิ
    #513
    0
  13. #511 sago (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 17:44
    นางเอกนากรักจัง ห้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #511
    0
  14. #505 tuatoto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 14:56
    มาเเล้วๆๆๆๆๆๆๆ  เย้ๆๆๆๆ  ดีใจจัง
    สู้ๆๆๆๆนะคะไรเตอร์
    #505
    0
  15. #494 นู๋ผึ้ง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 20:50

    วู้

    ไรต์เตอร์มาแว้ววว ^^

    #494
    0
  16. #493 viki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 20:00
    อ๊าย....ได้อ่านแล้ว 
    #493
    0
  17. #492 aopt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 15:37
    ขอบคุณจริงๆ ที่กลับมา เขียนนิยาย ฮาฮาให้อ่าน อยากบอกว่า คิดถึงมากมาย
    #492
    0
  18. #491 jackrussell (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 15:02
    ช่างสมน้ำ..สมเนื้อ กันจริงๆ  
    #491
    0
  19. #490 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 12:52
    ปีใหม่ขอให้หนูแก้วสมองแล่นยิ่งกว่ารถแข่ง แต่งนิยายฉุย เหมือนติดจรวดเน้อ
    #490
    0
  20. #489 น้องสี่น้ำตาล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 11:44
    ขำจังคู่นี้  ถ้าแต่งกันไปลูกหัวปีท้ายปีแน่เลย  5555++++
    #489
    0
  21. #488 winoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 11:10
    สวัสดีปีใหม่เช่นเดี่ยวกันค่ะ ขอให้มี่ความสุขมากๆนะค่ะ ขอให้จอมใจนายเหมืองขายดิบขายดี ค่ะ แต่เรื่องวิวาห์ร้อยเลห์ก็ม้วนสุดเลยค่ะ
    #488
    0
  22. #487 pom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 10:58
    แย้...ในที่สุดก็อัพแล้ว
    #487
    0
  23. #486 kunploen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 09:21
    เป็นกำลังใจให้นะ สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังด้วยค้าาาาา
    #486
    0
  24. #485 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 09:20
    สวัสดีปีใหม่นะค๊ะ

    พระเอกปากร้ายไม่เลิกเลย แล้วอย่ามาหลงทีหลังนะ ที่บอกว่าหอมจริงหรือไม่อยากมองจะคอยดู
    #485
    0
  25. #484 tea-w (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 09:05

    ค่ะจะรอนะ

    #484
    0