เมื่อรักทักทาย (the end)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ ๕ ย่า - หลาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

ตอนที่ ๕ ย่า - หลาน

 

เทียนไม่แต่ง! ยังไงก็ไม่แต่ง คุณย่าไม่มีสิทธิ์มาบังคับเทียนเรื่องนี้เสียงกร้าวปฏิเสธทันควัน หลังฟังประกาศิตผู้เป็นย่าจบ นายนั่นเป็นใครก็ไม่รู้ จู่ๆ จะให้เทียนไปแต่งงานด้วย เทียนไม่ยอมหรอก

แล้วแกจะยอมให้เขาเจาะข้างในฟรีๆ งั้นเรอะนังเทียน?! อย่าเอานิสัยตอนแกอยู่กรุงเทพฯ มาใช้ที่นี่เชียว อยู่โน่นแกจะทำระยำตำบอนอะไรไม่มีใครว่า แต่ที่นี่แกกระดิกตัวหน่อยเดียวคนเขาก็รู้กันทั่ว เมื่อวานนี้ตอนที่ตาริตออกจากห้องแก คิดว่านอกจากคนในบ้านแล้วจะไม่มีใครรู้รึไง พวกที่มาช่วยเก็บของยังอยู่กันครึก ป่านนี้มันได้เอาไปคุยฟุ้งเป็นไฟลามทุ่งไปแล้ว ว่าหลานนังเนียมมันร่าน ขนาดมีงานบุญที่บ้านมันยังพาผู้ชายเข้าห้องได้ ฮึ! สมใจแกมั้ยล่ะ?!”

ใครจะพูดอะไรก็ช่างสิ เทียนไม่แคร์

แกไม่อายแต่ข้าอาย ขนาดออกไปแค่หน้าบ้านข้ายังอยากหาปี๊บมาคลุมหัว ฮึ! แม่แกมีปัญญาเลี้ยงแกมาได้แค่นี้เองเรอะ เลี้ยงให้ลูกมันใจแตก มั่วผู้ชายไม่เลือก อ้อ ใช่สิ แม่แกมันก็ใจแตกเหมือนกันนี่ มีผัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เชื้อมันเลยไม่ทิ้งแถว

คุณย่าไม่มีสิทธิ์มาว่าแม่เทียนแบบนี้นะ เธอไม่เคยขึ้นเสียงกับย่ามาก่อน แต่ด่ากระทบไปถึงบุพการีแบบนี้มันเหลือจะทน

ทำไมข้าจะว่าไม่ได้ แกเองก็เถอะ ตอนยังเรียนหนังสือข้าก็รอดูน้ำหน้าเหมือนกันว่าจะท้องโย้ไปก่อนรึเปล่า ดีที่เรียนจบมาได้ ไม่งั้นข้าคงคิดว่าแกอยากเจริญรอยตามแม่ของแกเป็นแน่

นัยน์ตาเธียรขวัญแดงก่ำ โกรธเหลือคณา เจ็บปวดสุดแสน ไม่เคยคิดว่าความเจ็บปวดอัดอั้นตันใจใดจะมากมายเท่านี้ เท่ากับที่ผู้เป็นย่ากำลังประณามเหยียดหยามเธอและแม่

คุณนายจะหาฤกษ์แต่งให้ แกมีหน้าที่แค่เตรียมตัวเข้าพิธีกับตาริตเท่านั้น แล้วอย่าคิดว่าจะขัดคำสั่งข้าได้

เทียนไม่แต่ง! ยังไงๆ เทียนก็ไม่แต่ง คุณย่าก็อย่าคิดว่าจะบังคับเทียนได้ ใครอยากจัดงานแต่งก็เข้าพิธีกันเอาเอง อย่าเอาเทียนไปเกี่ยวด้วย

ฮึ! ไม่ให้เอาไปเกี่ยวแล้วแกไปนอนแผ่ให้เขาเจาะทำไม ผู้ชายเขาดียังมีน้ำใจรับผิดชอบ อย่ามาทำเป็นผู้หญิงมักง่ายหน่อยเลย แกไม่แต่งข้านี่แหละจะลากแกเข้าพิธีเอง

เธียรขวัญมองผู้เป็นย่านิ่ง มองอย่างที่คงไม่มีหลานคนใดจะมองย่าของตนได้แบบนี้ ก่อนแววตาแห่งอารมณ์หลากหลายจะแปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว ไม่สะทกสะท้าน

ถ้าคุณย่าอยากขายหน้าในวันแต่งก็เอาเลยค่ะ จะทำอะไรก็เชิญ แต่หลังงานแต่งไปแล้ว แค่ปี๊บคลุมหัวคงไม่พอให้คุณย่าหนีอายแน่ คำพูดราบเรียบ หากแต่แฝงความหนักแน่นไว้เต็มเปี่ยม มันหนักแน่นจนผู้เป็นย่ายังนึกคร้าม

นี่เอ็งจะแข็งข้อกับข้าเรอะนังเทียน?!” นางโมโหจนหน้าเขียว น่ากลัวว่าเส้นเลือดในสมองจะแตกเอาได้ ในเมื่อข้าหาสิ่งดีๆ ให้แต่แกยังไม่เห็นค่า ก็ดี ไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง แกจะไสหัวไปไหนก็ไปเลยไป้ ข้าจะนึกว่าไม่มีหลานไว้ฝากผีฝากไข้ ลูกหลานข้ามันกุดแค่ไอ้ธีร์ที่ลงโลงไปแล้ว แกจะไปไหนก็ไปเลย เก็บผ้าเก็บผ่อนออกไปจากบ้านข้า แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าย่า เพราะข้าไม่มีหลานอย่างเอ็ง!”

เธียรขวัญยืนอึ้ง ริมฝีปากเผยอน้อยๆ มองผู้เป็นย่าอย่างคาดไม่ถึง และก่อนที่น้ำตาหยดใสจะไหลลงมาเธอรีบผละวิ่งเข้าห้องนอน กระแทกประตูปิดตามหลังปังใหญ่

ผู้ใหญ่สามคนที่นั่งอยู่ใต้ถุนเรือนสะดุ้งไปตามๆ กัน มองหน้ากันไปมา สีหน้าแต่ละคนไม่สู้ดี ตั้งแต่คุณนายและหลานชายกลับไปแล้ว นางเนียมก็เรียกหลานสาวขึ้นไปคุย แล้วเสียงพูดคุยที่บอกว่าต่างฝ่ายต่างใส่อารมณ์กันไม่ยั้งก็เริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน ผู้คอยฟังอยู่ข้างล่างอกสั่นหวั่นไหวกันไปหมด

แม่ขึ้นไปดูสักหน่อย ป้าแดงบอก แล้วขยับลุกไปทางบันไดเรือน

 

ยายเนียมนั่งหน้าเคร่งอยู่บนตั่งไม้เตี้ยๆ ข้างหน้าต่าง นางเหลือบมองเมื่อได้ยินเสียงคนเดิน

มีอะไรเรอะแม่แดง?

เปล่าจ้ะ ฉันขึ้นมาดู...

ข้าไม่เป็นไร นางบอกเมื่อป้าแดงหยุดพูดไปเฉยๆ รู้ดีป้าแดงหมายถึงอะไร เอ็งไปดูนังเทียนเถอะ มันวิ่งเข้าห้องไปไม่รู้เป็นไงบ้าง

ป้าแดงลอบถอนใจ ถึงอย่างไรยายเนียมก็ยังรักยังห่วงหลาน ไม่รู้จะมีทิฐิอะไรกันนัก

 

เธียรขวัญทรุดกองอยู่หลังประตูบานนั้น กอดเข่าซบหน้าลงร้องไห้จนไหล่บางไหวโยน มีเพียงเสียงสะอึกสะอื้นแผ่วๆ เล็ดลอดออกมาราวว่าเสียงนี้เกินกว่าที่เธอจะเก็บกลั้นไว้ได้อีกแล้ว

เสียงเคาะประตูและเสียงร้องเรียกอยู่หน้าห้องไม่ทำให้เธอขยับเขยื้อนหรือขานตอบ จนครู่ใหญ่คนหน้าห้องก็รามือไปเอง

และอีกนานต่อจากนั้นเธียรขวัญแหงนหน้าพิงศีรษะกับบานประตู น้ำตายังไม่เหือดหาย อาศัยมือบางยกปาดเช็ด สูดน้ำมูกลึก แรง ถามตัวเองว่าเธอมาทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่ มันไม่ใช่ที่สำหรับเธอ ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ที่ที่เธอควรอยู่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วเธอยังกลับมาเพื่ออะไร?

เรียวปากแย้มยิ้มขณะน้ำตาไหลริน ยิ้มให้กับเรื่องขมขื่น ยิ้มให้กับชะตาชีวิตของตัวเองในรอบหนึ่งเดือนมานี้ ตั้งแต่คนรักนอกใจ มีข่าวฉาว งานหาย นอนกับผู้ชายแบบไม่รู้ตัว สุดท้ายก็โดนย่าแท้ๆ ไล่ออกจากบ้าน ชีวิตเธอยังมีอะไรบัดซบกว่านี้อีก?

เธอเค้นเสียงหัวเราะขมขื่น เจ้าของบ้านเขาไล่แล้ว เขาตัดญาติขาดมิตรกันอย่างสิ้นเยื่อใย ญาติคนสุดท้ายที่เหลือกลับไม่มีให้เหลือ ต่อไปนี้เธอจะเป็นคนไร้ญาติอย่างแท้จริง

เธียรขวัญปาดน้ำตาอีกครั้ง สูดหายใจอีกที แล้วลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าปลดเสื้อที่แขวนอยู่ในตู้ยัดลงกระเป๋า ในเมื่อเขาไล่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อให้เขาชังน้ำหน้าไปมากกว่านี้ ไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นเจ้าสาวของงานแต่งบ้าๆ นั่น เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย และมั่นใจว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น

 

เธียรขวัญในชุดพร้อมเดินทางหิ้วกระเป๋าออกจากห้อง ผ่านยายเนียมซึ่งยังนั่งอยู่บนตั่งเตี้ยตัวเดิม เธอหยุดยกมือไหว้

เทียนกราบลาค่ะ

ผู้มากวัยมองตาค้าง

นี่แกจะไปไหนแม่เทียน?

กลับกรุงเทพฯ ค่ะ

นี่แก... หญิงชราปากคอสั่น โกรธ ใจหายผสมปนเป เธียรขวัญใจเด็ดเกินกว่านางคาดคิดนัก นังหลานทรพี ไปเลย แกจะไปไหนก็ไปเลย คำกล่าวไม่ได้ดังไปกว่าเสียงพูดธรรมดา ทว่าดุดันและแข็งกร้าว

เธียรขวัญก็ใจแข็งพอกัน เธอไม่กล่าวคำใดนอกจากหิ้วกระเป๋าเดินลงเรือน

ป้าแดงกับพี่มืดล่ะคะพี่นุช?

นุชละสายตาจากน้อยหน่า

อ้าว คุณเทียนจะไหนคะนั่น?

กลับกรุงเทพฯ ค่ะ

คุณเทียนจะไปไหนคะ? ป้าแดงโผล่มาอีกคน

กลับกรุงเทพฯ ค่ะป้าแดง เทียนลานะคะ เธอยกมือไหว้ พี่มืดไม่อยู่หรือคะ? งั้นเทียนฝากลาด้วยเลยนะคะ

แล้วคุณเทียนจะไปยังไงคะเนี่ย?

เดี๋ยวเทียนเดินไปรอสองแถวที่ศาลาก็ได้ค่ะ แล้วค่อยต่อรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ

บอกคุณย่ารึยังคะ?คำถามทั้งคาดหวังและหวั่นในคราวเดียว

บอกแล้วค่ะ เทียนลานะคะ ปลายเสียงสั่นจนรู้สึก เธอเดินเข้าไปหาน้อยหน่าซึ่งยังนั่งเล่นตุ๊กตา ไม่รับรู้เรื่องราวของผู้ใหญ่ น้อยหน่าคะ อาเทียนไปแล้วนะคะ หญิงสาวก้มลงไปจูบแก้มนิ่มของเด็กหญิง

อาเทียนจะไปไหนคะ?

อาเทียนจะกลับกรุงเทพฯ ค่ะ น้อยหน่าต้องเป็นเด็กดีนะคะลูก

น้อยหน่าไปด้วยได้มั้ยคะ?

น้อยหน่าไปแล้วใครจะอยู่กับย่ากับคุณทวดล่ะคะ?

เด็กหญิงทำท่าคิด

พ่อกับแม่อยู่แล้ว

แล้วน้อยหน่าไม่คิดถึงพ่อกับแม่หรือคะ?

น้อยหน่าไปแป๊บเดียว

คำพูดไร้เดียงสาของเด็กเรียกรอยยิ้มหมองๆ ให้แต้มบนเรียวปากของเธียรขวัญ

น้อยหน่าไปไม่ได้หรอกค่ะ อาเทียนไปนาน

ไม่รู้เพราะคำว่า น้อยหน่าไปไม่ได้หรือคำว่า อาเทียนไปนานกันแน่ ที่ทำให้น้อยหน่าหน้างอ แต่แล้วเด็กหญิงก็กอดอาสาว

อาเทียนรีบกลับมาไวๆ นะคะ น้อยหน่าคิดถึง อาเทียนอย่าลืมซื้อขนมมาฝากน้อยหน่าด้วยนะคะ เอาเยอะๆ เลย เจ้าตัวน้อยกางมือออกกว้าง บอกให้รู้ว่าเยอะๆ ของตนนั้นมันเยอะขนาดไหน

กระบอกตาหญิงสาวร้อนผ่าว น้ำอุ่นๆ ทำท่าจะหยด เธอกอดน้อยหน่าแน่น จูบแก้มนิ่มเป็นพวงนั้นอีกที อาทิตย์กว่าๆ ที่อยู่นี่ถ้าตัดเรื่องระหว่างเธอกับย่าออกไปแล้ว เธอก็มีความสุขไม่น้อยเลยล่ะ โดยเฉพาะน้อยหน่าเพื่อนเล่นวัยกระเตาะที่เหมือนจะเป็นเด็กหญิงขี้อายเมื่อคราแรกเจอ แต่พอคุ้นเคยกันแล้ว หนูน้อยก็ติดเธอแจ ทำให้เธอยิ้ม หัวเราะกับความไร้เดียงสาน่ารักน่าชังได้ง่ายๆ

เธียรขวัญยิ้มให้เด็กหญิง ลำคอตีบตันจนไม่มีคำกล่าวใดจะเล็ดลอดออกมา น้อยหน่ายังโบกมือหยอยๆ อำลา แต่เมื่อหันหลังออกเดินแล้วเธอก็ไม่หันกลับไปมองอีก

ร่างสูงระหงถือกระเป๋าเดินไปไม่ทันพ้นเขตลานบ้านได้ยินเสียงป้าแดงหวีดร้อง เรียกชื่อยายเนียมลั่น เธียรขวัญหันกลับไปมองทันได้เห็นผู้เป็นย่าล้มลงนอนกองบนชานระเบียงนั้นเอง ที่หน้าเรือนป้าแดงกำลังลุกลนวิ่งขึ้นบันได ขณะนุชอุ้มลูกวิ่งตามออกมาดู

หญิงสาวยืนตกตะลึง ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรดี ใจหนึ่งอยากพาเท้ากลับไปดู แต่อีกใจยังแข็งขืน เหนี่ยวขาไว้ไม่ให้ขยับ เธอหันหน้าสู่ถนน หลับตาสูดหายใจลึก หูแว่วยินเสียงป้าแดงร้องเรียกเธออยู่ด้านหลังให้กลับไปดูย่า ทว่าเธียรขวัญก็ยังยืนนิ่ง หลับตาปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม ตัดสินใจไม่ได้ว่าเธอควรเดินหน้าหรือว่าหันหลังกลับ

 

ป้าแดงกับนุชช่วยกันหามยายเนียมมานอนบนตั่งไม้ในเรือน เปิดหน้าต่างออกกว้างให้อากาศถ่ายเท นุชบีบนวดช่วยพัดลม ขณะป้าแดงคว้าเชี่ยนหมากมาคุ้ยหายาดม พิมเสนน้ำ นำมาจ่อใกล้จมูกนาง

เธียรขวัญวางกระเป๋าไว้บนชานข้างประตู แล้วเข้ามาดูอาการผู้เป็นย่า ป้าแดงยิ้มกว้างเมื่อเห็นเธอ

อยู่ๆ ก็ล้มตึง ไม่รู้เป็นอะไรมากหรือเปล่า แกไม่เคยเป็นอะไรมาก่อน เป็นลมเป็นแล้งก็ไม่เคยเป็น นางรีบบอก ปากคอยังสั่น เจ้ามืดก็ยังไม่กลับ ถ้าอยู่จะได้ช่วยกัน เผื่อมีอะไรหนักได้พาแกไปหาหมอทัน

เธียรขวัญรับพัดจากมือนุชมาช่วยพัดลม ปล่อยให้นุชบีบนวดไปอย่างเดียว

คุณทวดเป็นอะไรคะ? เสียงใสๆ ของน้อยหน่าถาม พลางเข้ามากอดแขนเธียรขวัญ หน้าของเด็กหญิงยังตกใจเสียขวัญไม่จางหาย เธียรขวัญโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง พูดปลอบใจ

คุณทวดไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ฟื้นแล้ว

ครู่ใหญ่ใบหน้าที่ซีดเซียวของหญิงชราค่อยมีสีสันขึ้น

แม่นุชไปละลายยาหอมมาให้คุณยายหน่อยไป แกฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยให้กิน

เทียนไปละลายให้ก็ได้ค่ะ อยู่ไหนล่ะคะ?

ยาหอมอยู่ในตู้ยาน่ะค่ะคุณเทียน ละลายกับน้ำอุ่นในครัวนะคะ

ค่ะเธียรขวัญปล่อยน้อยหน่าออกจากอ้อมแขนแล้วลุกไปหายาให้ย่า

 

ยายเนียมฟื้นหลังจากนั้นไม่นาน นางพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ป้าแดงรั้งไว้ให้นอนสูดยาดมอีกครู่ แล้วค่อยๆ สอดหมอนขวานให้นางใช้เอนกายเท้าแขน

แม่เทียนล่ะแม่แดง? คนแรกที่นางนึกถึงและถามหาไม่ใช่ใครอื่น มันไปแล้วใช่มั้ย? เสียงนางสั่น หยาดน้ำใสๆ ไหลลงมาตามร่องแก้มเหี่ยวย่น นางควานมือหาผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บอยู่ชายพกขึ้นมาซับ

คนที่ยืนแอบอยู่ข้างตู้ไม้ในห้องนั้นหัวใจไหวโยน เธอเข้ามาตั้งแต่ผู้เป็นย่าเริ่มฟื้น แต่ยังไม่พร้อมจะไปประจันหน้ากับนางตอนนี้ ข้อความที่ได้ยินและน้ำตาที่เห็นทำให้กระบอกตาร้อนร้าวขึ้นมาอีก เธอหลบกลับเข้าครัว ไปนั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่วันนี้วันเดียวเธอร้องไห้ไปแล้วไม่รู้ตั้งกี่รอบ เธอกลายเป็นคนขี้แยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ยิ่งคิดกลับยิ่งห้ามน้ำตาไว้ไม่ได้

อ้าว คุณเทียน เป็นอะไรไปคะ?

เสียงป้าแดงทำให้หญิงสาวรีบเช็ดแก้ม หันมาส่งยิ้มจืด

ป้าแดงจะเอาอะไรคะ?

เปล่าค่ะ เห็นคุณเทียนเข้ามานานเลยตามมาดู ยาหอมได้รึยังคะ? คุณย่าฟื้นแล้ว

นี่ค่ะ เธอเลื่อนแก้วยาหอมให้ ป้าแดงหันไปเรียกหลานสาวที่เดินตามหลังมาด้วย

น้อยหน่า เอายานี่ไปให้คุณทวดหน่อยลูกน้อยหน่ามารับถาดใบเล็กไว้ ประคองอย่างดีไม่ให้แก้วที่วางอยู่บนถาดล้ม ถือดีๆ นะ เดินระวังด้วย ค่อยๆ เดินไม่ต้องรีบ

ค่ะ เด็กหญิงพยักหน้าหงึก รับคำแน่วแน่ แล้วค่อยๆ ประคองถาดออกจากครัว

กลับมาเหลือกันสองคน ป้าแดงมองเธียรขวัญ ครุ่นคิดอยู่อึดใจใหญ่ทีเดียวกว่าเอ่ยปาก

ขอป้าคุยอะไรกับคุณเทียนหน่อยได้มั้ยคะ?

ค่ะ

คุณย่ารักคุณเทียนมากนะคะ นางเริ่ม แต่แกปากร้าย แล้วยังทิฐิแรงตามประสาคนแก่ เผลอว่าอะไรให้คุณเทียนเสียใจไปบ้าง อย่าไปถือสาแกเลยนะคะ

เธียรขวัญสบตานางตรงๆ กล่าวประโยคที่คิดว่าจริงใจที่สุด ตรงกับความคิดตัวเองที่สุด

ยังไงคุณย่าก็เป็นย่าเทียนค่ะป้าแดง ถึงเทียนจะเสียใจบ้างแต่เทียนก็ไม่โกรธท่านนานหรอกค่ะ

คุณเทียนไม่กลับกรุงเทพฯ ไม่ได้หรือคะ?...ป้าเชื่อว่าคุณย่าก็ไม่อยากให้คุณเทียนกลับ ที่แกไล่ไปแบบนั้นเพราะแกโมโหไปเท่านั้นเอง

ถ้าเทียนไม่กลับเทียนก็ต้องแต่งงาน

แล้วทำไมคุณเทียนไม่แต่งล่ะคะ?

เทียนไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น รู้จักก็ไม่ได้รู้จักกันสักนิด จะไปแต่งกับเขาได้ยังไงกันคะป้าแดง? เธียรขวัญหน้ายุ่งทันที

แต่คุณเทียนก็นอนกับเขา

ป้าแดง...!” เธอคราง หน้าเสีย ทั้งผิดหวังและเสียใจที่แม้แต่ป้าแดงก็เป็นไปกับเขาด้วย ตั้งแต่เกิดเรื่องในเช้าวานจนก่อนที่เธอจะทะเลาะกับย่า ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เปล่าเลย เขาไม่พูดใช่ว่าเขาไม่คิด เพียงแต่เขาไม่อยากพูดให้เธอระคายใจเท่านั้นเอง

เทียนไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เธียรขวัญกล่าวหลังจากเงียบไปครู่ใหญ่

คุณเทียนดื่มเหล้าไงคะ ป้าบอกแล้วว่ามันไม่ดี พอเมาก็ครองสติตัวเองไม่อยู่ ป้าเห็นมานักแล้ว เสียงนางขุ่นขึ้น คงนึกเคืองที่เตือนแล้วเธียรขวัญยังไม่ฟัง สุดท้ายเลยเกิดเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ พวกขี้เมาก็เป็นแบบนี้ ชอบทำอะไรเสียๆ หายๆ โดยไม่รู้ตัวทั้งนั้น

แต่เทียนมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรเสียหายแน่นอน

เชื่อได้หรือคะ ตัวคุณเทียนเองยังไม่รู้ตัวเลย ต่อให้คุณเทียนพูดยังไงป้าก็ไม่เชื่อหรอกค่ะว่าคืนนั้นจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องหับมิดชิด ยามปกติก็เหมือนไฟกับน้ำมันอยู่แล้ว แล้วนี่ยังเมากันอีก คืนนั้นพ่อริตเองก็เถอะ เห็นรวมก๊วนนั่งก๊งกับเขาเหมือนกัน

เธียรขวัญประสานมือเท้าหน้าผาก ท่าทางซังกะตายเต็มที สิ่งที่ป้าแดงพูดเธอเถียงไม่ออก และถ้าให้ยอมรับด้วยความจริงใจล่ะก็ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นเข้าไปอยู่ในห้องเธอได้อย่างไร และคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พ่อริตเขาเป็นคนดีนะคุณเทียน เป็นที่รักของคนทั้งย่านโน้นย่านนี้ ฐานะทางบ้านดี หน้าตาก็ดี ความรู้ก็มีพอตัว แต่งงานไปคุณเทียนไม่ลำบากหรอก

แต่เทียนกับเขาไม่รู้จักกันสักนิดนะคะป้าแดง

ยังไงก็มีเรื่องเสียหายกันแล้ว เรื่องทำความรู้จัก นิสัยใจคอ ค่อยไปเรียนรู้กันทีหลังได้ รุ่นปู่รุ่นย่าแต่งงานกันเคยรู้จักกันมาก่อนที่ไหน ผู้ใหญ่หาให้ทั้งนั้น เขายังอยู่กันรอด

เธียรขวัญกรอกตา เห็นทีว่าเธอคงหัวเดียวกระเทียมลีบแน่แล้ว

น้าเนียมเคยผิดหวังมาแล้วครั้งนึง เอ่อ...ป้าขอโทษค่ะนางอึกอักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่พูดไปนั้นอาจมีผลต่อจิตใจคนฟัง

ไม่เป็นไรค่ะป้าแดง เทียนฟังได้

...ตอนที่รู้ว่าคุณเทียนเรียนจบน้าเนียมแกดีใจใหญ่เลยนะคะ แกคงกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เสียงตอนท้ายแผ่วลง พลางชำเลืองดูคนฟัง พอคุณเทียนเรียนจบค่อยเบาใจ ยังคุยกับป้าว่าจะยกที่แปลงนั้นแปลงนี้ให้เป็นของขวัญ แต่คุณเทียนก็ไม่กลับมาเยี่ยมแกสักที จนกระทั่งมีเรื่องข่าวแกถึงนั่งไม่ติด...สังคมบ้านเราเล็กนะคุณเทียน ใครทำอะไรนิดหน่อยเขารู้กันหมด ถึงคุณเทียนไม่ได้อยู่นี่ แต่คุณเทียนยังได้ชื่อว่าเป็นหลานน้าเนียม คุณไปอยู่กรุงเทพฯ แล้วก็สบายไป แต่คนที่นี่ยังต้องทนฟังขี้ปากชาวบ้านไม่รู้จบสิ้น นางเงียบเว้นระยะ น้าเนียมก็ไม่เหลือใครแล้ว ถึงป้ากับไอ้พวกนี้เองก็เถอะ ใช่ลูกใช่หลานแท้ๆ ของแกที่ไหน เป็นแค่คนที่แกรับอุปการะ ยังไงก็สู้ลูกสู้หลานไม่ได้หรอกค่ะ คุณเทียนยังจะทิ้งแกลงคออีกหรือคะ?

เธียรขวัญนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออกเลย

 

ยายเนียมนั่งมองออกนอกหน้าต่าง ถือหลอดยาดมยกขึ้นสูดเป็นครั้งคราว ข้างตัวแกวางถาดใส่แก้วยาที่น้อยหน่าถือมาให้ทวด ในถาดเหลือแต่แก้วเปล่า นุชพาน้อยหน่าเลี่ยงไปนั่งเล่นอีกด้าน ไม่อยากรบกวนหญิงชรา ทว่าก็ไม่ได้ไปไหนไกล ยังคอยมองดูแลนางอยู่ในที

ท่าทางเลื่อนลอยของคนแก่เห็นแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ เธียรขวัญสูดลมหายใจเข้าลึกเรียกกำลังใจให้ตัวเอง สาวเท้าตามหลังป้าแดงจนใกล้ตั่งไม้ที่ผู้เป็นย่านั่งเอนกายอิงหมอน ป้าแดงหันมามองเธียรขวัญละม้ายจะส่งสัญญาณกันกลายๆ

คุณย่าเป็นไงบ้างคะ?

เสียงถามนี้เรียกให้ยายเนียมรีบหันมามอง ประกายตานางทอแสงยินดีไม่ปิดบัง

ยังไม่ไปเหรอ? น้ำเสียงก็อ่อนลง ไม่เหลือเค้าคุณย่าแสนดุที่ใช้ถ้อยคำเชือดเฉือนด่าทอเธออยู่เลยสักนิดเดียว

เธียรขวัญนั่งลงบนตั่งข้างๆ นาง

คุณย่ายังเจ็บตรงไหนบ้างมั้ยคะ? ล้มลงแบบนั้นเคล็ดขัดยอกตรงไหนหรือเปล่า?

ข้าไม่เป็นไร นางผินหน้าออกนอกหน้าต่าง ทำไมยังไม่ไปล่ะ? เดี๋ยวรถหมดก็ไม่ได้ไปกันพอดี แม่แดง เจ้ามืดไปไหน บอกให้ไปส่งแม่เทียนในอำเภอหน่อย รถบ้านเองก็มีจะไปนั่งรอรถสองแถวทำไม

เธียรขวัญเบือนหน้าซ่อนความรู้สึก ถ้านางใช้น้ำเสียงประชดประชันหรือดุกระด้างอย่างเคยคงทำให้เธอรู้สึกแย่น้อยกว่านี้ และคงทำให้เธอลุกขึ้นจับกระเป๋าโดยไม่รู้สึกผิดอะไรเลยล่ะ

อย่าเพิ่งพูดเรื่องอื่นเลยจ้ะน้าเนียม ฉันว่าน้าเนียมไปหาหมอสักหน่อยมั้ย ให้หมอตรวจสักที อยู่ๆ ก็ล้มลงไปแบบนั้นมันน่าห่วงนา

ข้าไม่เป็นอะไร แค่หน้ามืดตามประสาคนแก่ เอ็งไม่ต้องมาห่วงหรอก

ป้าแดงและเธียรขวัญหันมาสบตา คงรู้สึกเช่นเดียวกันว่าคุยกับคนแก่ใจแข็งปากแข็งนี่มันช่างยากเย็นจริงๆ แล้วป้าแดงก็หันไปใช้งานลูกสะใภ้

นุช เอากระเป๋าคุณเทียนไปเก็บในห้องหน่อยลูก

ยายเนียมหันกลับมาหลังสิ้นประโยคนั้น

ไม่ไปแล้วเรอะ? นางมองหลานสาวตรงๆ ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้วี่แววประชดประชันหรืออื่นใด

โธ่ น้าเนียมไม่สบายอยู่แบบนี้คุณเทียนจะไปไหนได้ล่ะ

ป้าแดงอีกเช่นเคยที่พยายามเชื่อมสัมพันธ์ย่าหลาน ไกล่เกลี่ยฝ่ายโน้นทีฝ่ายนี้ที แล้วแอบถอนหายใจเมื่อนางเนียมนั่งนิ่ง พลางลอบส่ายหน้าให้คนแก่ปากแข็ง ใจจริงก็อยากให้หลานอยู่บ้านหรอก แต่ปากหนักและทิฐิแรงเกินจะเอ่ยบอกหลานดีๆ

 

อาการเป็นลมล้มตึงของยายเนียมมีผลต่อเนื่องไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น หญิงชราเคล็ดขัดยอกเนื้อตัวจนลุกจากที่นอนไม่ได้ หลานๆ ต้องช่วยกันหามส่งโรงพยาบาล ตรวจเสร็จหมอยังไม่วางใจ ให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลต่ออีกคืน

เห็นมั้ยล่ะน้าเนียม บอกให้มาตรวจตั้งแต่เมื่อวานก็ไม่เชื่อ ป้าแดงได้ทีต่อว่า ขณะคนป่วยนอนหน้ายุ่งอยู่บนเตียง เถียงไม่ออก แกเคยกระฉับกระเฉง เดินเหินคล่องแคล่ว ร้อยวันพันปีไม่มีป่วย แล้วจู่ๆ ให้มานอนแบ็บอยู่บนเตียงคนไข้แบบนี้มันชวนหงุดหงิดไม่น้อย

ก็เมื่อวานข้าไม่เจ็บอะไรนี่ มาตรวจหมอมันจะเจออะไร? เงียบไปครู่ก็ยังเถียงจนได้ แล้วนี่ใครบอกให้เอาห้องพิเศษ ห้องธรรมดาข้าก็อยู่ได้ จะมาเปลืองเงินเปลืองทองทำไม ไอ้มืดเอ็งไปบอกหมอเปลี่ยนห้องให้ข้าที

โธ่ คุณยายก็ อยู่ๆ ไปเถอะน่า มันจะสักกี่ตังค์กันเชียว

ยังไงมันก็แพงกว่าห้องธรรมดาอยู่ดี

คุณยายจะไปทนอยู่ห้องธรรมดาให้มันหนวกหูทำไม คนพลุกพล่านจะตาย แทนที่จะหายป่วยอาการยิ่งแย่หนัก

อย่ามาทำเป็นรู้อาการป่วยของข้าดี อยู่ห้องไหนข้าก็หายได้

เอาเหอะน่าคุณยาย อยู่ๆ ไปเถอะ ยังไงเงินคุณยายก็ไม่กระเด็นหรอก มืดหัวเราะ คุณเทียนเขารับเป็นสปอร์นเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้จนกว่าคุณยายจะหายดี คุณยายนอนกระดิกเท้าให้สบายใจได้เลย

อย่ามาทะลึ่งลามปามนะไอ้มืด คนป่วยสูงวัยยังมีแรงแหว เสียงเขียวใส่หลานนอกไส้แล้วไม่วายหาเรื่องบ่นกระทบหลานในไส้ ไม่รู้จะเปลืองเงินเปลืองทองไปทำไม คิดว่าตัวเองรวยนักรึไงถึงได้ใช้เงินเป็นเบี้ยไม่รู้จักเก็บออม

มืดยิ้ม ขณะป้าแดงส่ายหัว เธียรขวัญกรอกตา โชคดีที่นุชต้องเลี้ยงลูกและเฝ้าบ้าน ไม่งั้นนุชคงได้แสดงอาการอะไรร่วมด้วยสักอย่างเป็นแน่




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,960 ความคิดเห็น

  1. #3355 soju_soda (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 13:38

    พอพูดถึงคุณย่าคุณยายเราก้อโคตรคิดถึงเรยอ่ะ^^

    #3,355
    0
  2. #3100 Yizu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2554 / 03:41
    คุณยายซึนเดเระ เหมือนยายเราเลยค่ะ แต่ขานั้นจะตลกมากกว่า ว่าแล้วก็คิดถึง 555+
    #3,100
    0
  3. #2826 omelet-omelet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2554 / 21:46
    ไม่ชอบคุณย่าแล้วอะ เพราะเราก็เป็นคนแข็งเหมือนกัน อิอิ

    #2,826
    0
  4. #2220 HIZANA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 16:40

    สนุกจังค่ะ

    #2,220
    0
  5. #2014 ต้นไม้แ่ห่งตะวัน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 20:39
    ชอบๆ อยากให้ย่าหลานคู่นี้เข้าใจกันเร็วๆจังเลยอ่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มีนาคม 2554 / 20:42
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 21 มีนาคม 2554 / 20:42
    #2,014
    0
  6. #1128 กระปุกออม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:57
    มันดีค่ะ
    #1,128
    0
  7. #619 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 11:50
    สนุกมากมาย รอตอนต่อไปนะค่ะ
    #619
    0
  8. #462 PAT'ER (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 13:52
    55+


    เอาซะเหอะ
    #462
    0
  9. #452 “•” AøMAmM“•” (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 21:03
    คุณย่าแรงมากเลยอ่ะ ฮ๊ะ ๆๆๆ
    #452
    0
  10. #444 ClearIce (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2553 / 16:20
    ตลกคุณย่า ปากหนัก ปากแข็ง ปากจัด แต่ก็รักหลานอยู่ดี
    #444
    0
  11. #325 วรรณนากา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 / 16:12
    คุณย่าน้อยใจจัง
    #325
    0
  12. #296 Green_Me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 / 15:22

    คุณย่าไม่ค่อยน่ารักเลยอ่ะ
    ไม่ฟังหลานตัวเอง แถมไล่ออกจากบ้านอีกซะงั้น เง้ออออออ

    #296
    0
  13. #276 ไรน้ำ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 23:22
    คุณย่าแรงเกินไปมั้ยคะ
    ถ้าหากย่าวิก็คงไม่อยากอยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะเล่นด่าแม่เราซะขนาดนั้น แล้วยังเหมือนไม่รักเราเลย

    แต่เข้าใจความรู้สึกของคนเฒ่าคนแก่หรือพ่อแม่ที่เป็นคนต่างจังหวัดเลย เพราะพ่อแม่เราก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เวลาจะทำอะไรแต่ละครั้งต้องนึกถึงเกียรติของพ่อแม่ และญาติๆ มากเลย ยิ่งเรื่องเสียๆ หายๆ คนยิ่งชอบกันด้วย มีอะไรนิดก็รู้กันทั้งหมู่บ้าน

    #276
    0
  14. #275 tuatoto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 22:26
    คิดถึวพี่ริตเเล้วอะ  ฮ่าๆๆ  ต่อไวนะคะไรเตอร์  คนอ่านรออยู่  สุ้ๆๆคะ
    #275
    0
  15. #274 LOUKJAN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 20:13
    ปากร้าย...นี่”นางเอก”ของเราได้มาจาก”ย่า”แน่ๆ
    #274
    0
  16. #272 ชิมดุงกิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 18:28
     คุณย่าพูดดีๆหน่อยก็ไม่ได้

    ชิ


    #272
    0
  17. #271 คนในมุมมืด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 18:22
    คุณย่าเนี่ยปากร้ายไม่เลิกจริงๆ เดี๋ยวเทียนเสียใจแย่น่ะค่ะ
    #271
    0
  18. #270 biggermim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 17:01
    ยายเนียมจ๋า รักต้องแสดงออกน่ะจร้า เด๋วหลานก้อเผ่นกลับบางกอกหาย
    แต่ว่านู๋เทียนก้อต้องใจร่มๆนิดส์น่ะคร้า เจ๊ว่างัยก้อนอนรอเจ้าบ่าวมาขอดีกว่า หุหุหุ
    เหมือนว่าช้านลุ้นเกินเหตุ 555
    #270
    0
  19. #269 BAI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 15:56
    อ่านแล้วใด้แต่ถอนใจ เฮ้อ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์คะ
    #269
    0
  20. #268 greenpeppermint (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 15:15
    ยายเนียม ถ้าอยากให้เทียนอยู่ อย่าปากร้ายมากนัก
    #268
    0
  21. #267 hakuron (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 14:03
    บทสรุปจะอยู่ที่ตรงไหน?...
    #267
    0
  22. #266 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 13:16
    คนแก่งอน เทียนอยู่ต่อได้แต่งกับริตชัวร์
    #266
    0
  23. #264 nuri.j (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 12:21
    แหม..คุณย่าไม่สบายแล้วยังจะห่วงเปลืองเงินทอง
    ไม่เป็นไรค่า...เทียนรับจ่ายให้  ก็ย่า-หลานกันจะตัดกันได้ยังไง
    #264
    0
  24. #263 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 11:47
    คุณย่าปากร้ายจัง เกลียดแม่แล้วมาลงลูกได้ไง แล้วเด็กกรุงนะไปไล่ม้นก็ไปนะสิ ทำไมไม่พูดให้ดีๆ ไม่รู้จักหลานตัวเหรอ แล้วคุณริตค๊ะ ทำเป็นปากว่าเทียนแต่ทำไมไม่บอกไปละว่าตัวเองเป็นคนเข้าไปส่งแล้วเผลอหลับ มิใช่เทียนมอมเหล้าหรือให้ท่าตัวนะค๊ะแมนหน่อย เพราะเริ่มหมั่นไส้กับปากคุณนะ

    แต่คิดว่าเทียนไม่แต่งนี่คงไม่ใช่เพราะเป็นคนบ้านนอกหรอก แต่เป็นเพราะไม่รุ้จักกันมากกว่า
    #263
    0
  25. #262 ผช.บรรณารักษ์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 / 04:14
     สงสารทั้งคุณย่าและคุณหลานเลย 
    #262
    0