เมื่อรักทักทาย (the end)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ ๒ สู่บ้านทุ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

ตอนที่ ๒ สู่บ้านทุ่ง

 

ตลาดตัวอำเภอชนบทแห่งหนึ่งในช่วงบ่าย หน้าร้านขายสินค้าการเกษตรประจำอำเภอมีรถกระบะบุโรทั่งจอดชิดริมฟุตบาธ หนุ่มผิวคล้ำกร้านแดดสองคนนั่งอยู่บนท้ายกระบะ มองโน่นนี่หาอาหารตาไปเรื่อยเปื่อย ครั้นแล้วหนุ่มหนึ่งก็ผิวปากหวือ

โว้ว! สวยสะบัดช่อเลยแม่คุณเอ๊ยคำอุทานนี้เรียกอีกหนุ่มให้มองตาม เห็นสาวนางหนึ่งยืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ กำลังหันซ้ายมองขวา เจ้าหล่อนแต่งกายด้วยเสื้อยืดเข้ารูปคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้มแนบปลีน่องงาม อวดส่วนโค้งส่วนเว้าชวนมอง ไม่ว่าจะเป็นทรวงอกตูมเต่ง สะโพกกลมผาย เรียวแขนที่โผล่พ้นเสื้อแขนสั้นมานั้นสะท้อนแสงขาวลออ กลมกลึงน่าจับน่ามองไปทุกส่วนสัด เจ้าหล่อนสวมแว่นตาดำปิดบังใบหน้าเสียเกือบครึ่ง จึงไม่เห็นว่าดวงหน้านั้นงดงามเพียงใด แต่เพียงรูปร่างซึ่งปานเทพอัปสรจำแลง กับผิวขาวราวน้ำนม และเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ล้อมกรอบหน้า ทิ้งตัวเป็นลอนเคลียหลังไหล่อย่างเป็นธรรมชาติ ก็ทำให้ผู้พบเห็นเคลิบเคลิ้มได้ไม่น้อยเชียวล่ะ

เออว่ะ หลงมาจากไหนวะ?หนุ่มคนที่สองกล่าวเสียงคล้ายละเมอ

ไม่รู้ แต่เอ ท่าทางคุ้นๆ ว่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

มั่วแล้วม้าง อย่างเอ็งจะไปเห็นสวยๆ แบบนี้ที่ไหนได้ อย่างดีก็แค่ฝันล่ะว้า

นั่นสิ สงสัยจะเป็นนางฟ้าในฝัน ว่าแล้วก็หันมายักคิ้วยิ้มเผล่ให้เพื่อน เนื้อคู่กูแน่ๆ

เออ ถ้ายังฝันไม่ตื่น กูตบบ้องหูให้ตื่นเอง

คนฟังย่นคอหลบฝ่ามือที่เพื่อนแกล้งเงื้อง่ากลางอากาศ แล้วหันไปมอง นางฟ้าในฝันอีกรอบ สาวสวยได้อันตรธานไปจากจุดนั้นแล้ว เหลียวมองรอบๆ ก็เห็นเธอไปยืนคุยอยู่กับคนขับรถสองแถวเยื้องไปอีกมุมถนน ไม่นานคนที่เธอคุยด้วยเดินมายกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นวางบนรถ ทำท่าทางบอกให้เธอขึ้นไปนั่งคอย

หนุ่มผิวคร้ามนึกเสียดายอยู่ครามครันที่เธอสวมแว่นตาปิดบังทัศนียภาพชวนมอง แต่ถึงไม่ได้ดูใบหน้าชัดๆ แค่รูปร่างนั่นก็เชฟบ๊ะชวนน้ำลายหยด

เขาจะไปไหนวะนั่น?

จะไปรู้เรอะ อยากรู้ลงไปถามเขาดิ

ไม่เอา เดี๋ยวโดนถีบกลับ ผู้หญิงสวยๆ เขาว่าชอบดุ

โธ่ ไอ้ปอด!”

กระบะรถโคลงเบาๆ ทั้งคู่หันมองต้นเหตุ พบคนที่ตนกำลังนั่งคอยยืนอยู่ข้างกระบะ หนุ่มหนึ่งอายุไล่เลี่ยกับพวกบนท้ายกระบะ แต่งกายด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัดขา ทิ้งปลายให้หลุดลุ่ยรุ่งริ่ง อีกหนุ่มแม้จะใส่เสื้อยืดเหมือนกันแต่สวมกางเกงยีนส์ขายาว อายุอานามน่าจะล่วงวัยสามสิบไปแล้ว และแม้จะผิวคร้ามกร้านแดดลมไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่บุคลิกท่วงท่าเป็นใครก็มองออกว่าเขามีภาษีดีกว่าคนทั้งกลุ่ม

เรียบร้อยแล้วเหรอพี่ริต?

อือ... พี่ริตตอบพลางยกแกลลอนที่หิ้วมาอีกมือใส่ท้ายรถ ใครไม่มีธุระอะไรนี่ไหนแล้วใช่มั้ย? จะได้กลับบ้านกัน

ไม่ล่ะพี่ แต่มีสวยหยดจะให้ดู หยั่งกะนางฟ้าแน่ะ

ไหนวะ? คนถามกลับไม่ใช่พี่ริตที่คนบนรถเรียก

นั่นน่ะ อ้าว! ไปไหนแล้ววะ? เป้าหมายเปลี่ยนตำแหน่งจนต้องสแกนสายตาหาอีกรอบ อ๋อ โน่นไง ยืนดูดน้ำอยู่หน้าร้านนั่นน่ะ

สายตาผู้มาใหม่ทั้งสองคู่มองตาม แม้เป้าหมายจะไม่ใกล้นักก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า สวยหยดที่มันบอกน่ะ ไม่ผิดคำเลย แต่แล้วคนที่เขม้นมองอย่างพินิจพิเคราะห์เพราะตงิดใจกับความคุ้นตาก็ร้องขึ้น

นั่นมันหลานยายเนียมนี่นา

ยายเนียมไหน?” ‘พี่ริต เลิกคิ้ว

ก็ยายเนียมป้าแดงที่อยู่บ้านใต้ไงพี่

ยายเนียมมีหลานด้วยเหรอ?

มีสิพี่ หลานแกเป็นดาราดังอยู่กรุงเทพฯ ตอนงานศพพ่อแม่เขาเมื่อสองปีก่อนยังมาอยู่ตั้งหลายวัน

อ๋อ...ถึงว่า ท่าทางคุ้นๆ คนนั่งบนรถครางขึ้นบ้าง ยัยคนนี้รึเปล่าวะที่มีข่าวว่าตบกับดาราด้วยกันแย่งผู้ชาย

เออ คนนี้แหละ

ทั้งสี่หนุ่มหันไปมองบุคคลซึ่งเป็นหัวข้อสนทนาอีกครั้ง

สวยๆ อย่างนี้ยังต้องตบแย่งผู้ชายอีกเหรอ พี่ริตของทุกคนเปรย ก่อนเลิกสนใจหันมาบอก กลับบ้านกันเถอะ  ว่าแล้วเขาก็เดินอ้อมรถไปเข้าประจำที่คนขับ อีกคนที่ยืนอยู่ข้างรถด้วยกันขึ้นนั่งคู่ด้านหน้า แล้วกระบะบุโรทั่งคนนั้นก็คำรามราวเสือแก่ไว้ลายก่อนแล่นสู่จุดหมายปลายทางของคนทั้งกลุ่ม

 

บ้านหลังนั้นเป็นเรือนไทยประยุกต์ซึ่งผ่านการปรับปรุงต่อเติมมาแล้ว บริเวณหน้าบ้านเป็นลานกว้าง บันไดเรือนมีชานพักกึ่งกลาง เต็มไปด้วยกระถางโป๊ยเซียนทุกขั้นบันได ข้างบันไดวางอ่างบัวขนาดใหญ่ บัวชมพูเหลือบบานเย็นชูดอกสลอน ด้านหน้าเรือนมีพุ่มพิกุลทองสูงเลยศีรษะไปเล็กน้อย ลึกเข้าไปเป็นใต้ถุนโล่ง วางแคร่นั่งเล่นไว้มุมหนึ่ง

ร่างกลมกลึงสมส่วนชะเง้อชะแง้อยู่ไม่นานหญิงวัยปลายสี่สิบก็โผล่หน้าออกมาเมียงมอง

อ้าว คุณเทียนใช่มั้ยคะนั่น?

ค่ะป้าแดง เทียนเอง สวัสดีค่ะ

ไปไงมาไงคะคุณ ทำไมมาไม่บอกไม่กล่าว มา เข้ามานั่งในบ้านก่อนค่ะ นางกุลีกุจอออกมาช่วยยกกระเป๋าเข้าไปวางไว้บนแคร่ แล้วไปหาน้ำเย็นๆ ลอยดอกมะลิมาให้

ชื่นใจจังเลยค่ะ เธอเงยหน้าขึ้นยิ้มประจบหลังดื่มเข้าไปอึกใหญ่

เด็กหญิงวัยสี่ขวบตัดผมสั้นระดับติ่งหู ไว้หน้าม้าเต่อ ยืนเกาะขาป้าแดง เห็นแล้วเธียรขวัญต้องยิ้มทักทาย ยื่นมือไปดึงแก้มยุ้ยเล่น

น้องน้อยหน่าลูกพ่อมืดรึเปล่าคะเนี่ย?

แม่หนูยิ้มอายซุกหน้าแนบกับขาย่า

คุณเทียนถามทำไมไม่ตอบลูก? ผู้เป็นย่าดึงไหล่หลาน แต่แม่หนูยังขืนตัวไว้ กอดขาย่าแน่น

โตเร็วจังเลยนะคะ เจอกันคราวก่อนยังตัวกะเปี๊ยก

ป้าแดงยิ้ม ลูบศีรษะหลานอย่างรักใคร่

ค่ะ คราวนั้นเพิ่งเดินได้ไม่นาน มาคราวนี้วิ่งปร๋อแล้ว เล่นซนไปทั่ว นางคุย รู้ว่าคุณเทียนมาคุณย่าคงดีใจนะคะ เพิ่งจะบ่นอยู่แหม็บๆ ว่าไม่เห็นคุณเทียนมาสักที

พอพูดถึงย่ารอยยิ้มคนฟังก็ค่อยๆ ลดลงทีละน้อย เหลียวมองไปรอบเรือน

แล้วนี่ไปไหนล่ะคะ?

ไปวัดค่ะ ไปกับไอ้มืดมัน จะไปนิมนต์พระทำบุญบ้านอาทิตย์หน้า ยังบ่นเสียดายถ้าคุณเทียนกลับมาไม่ทัน แกต่อเรือนออกไปอีกหน่อยด้านหลังนั่นไงคะ

เธียรขวัญมองตาม พื้นที่ส่วนที่ต่อเติมเทปูนทั้งหมด ทำให้เรือนหลังนี้กลายเป็นครึ่งไม้ครึ่งปูน แต่ส่วนต่อเติมนั้นยื่นออกไปด้านหลัง ถ้ามองจากหน้าเรือนและไม่สังเกตให้ดีก็คงไม่เห็น

ค่ะ

สงสัยจะเตรียมไว้ต้อนรับคุณเทียน เพิ่งเสร็จไม่กี่วันนี่เองค่ะ

เธียรขวัญยิ้มจืด คุณย่าต่อบ้านไว้ต้อนรับเธองั้นหรือ ให้โลกแตกตะวันดับเถอะเรื่องแบบนั้นถึงจะเกิดขึ้นจริง!

 

ยายเนียมของคนในหมู่บ้าน หรือ คุณย่าของเธียรขวัญกลับมาถึงบ้านในตอนบ่ายคล้อยเกือบเย็น พบว่าหลานสาวคนเดียวมาอยู่ที่บ้านแล้วนางก็ยินดี แต่ด้วยไม่เคยแสดงความรักต่อหลานมาก่อนอาการที่แสดงออกจึงปั้นปึ่ง ชาเฉย คำทักแรกคือ

กลับมาแล้วเรอะ ฉันนึกว่าแกจะใจแตกหาทางกลับบ้านนอกไม่ถูกซะอีก ฮึ เรื่องฉาวโฉ่ที่แกทำมันกระฉ่อนมาถึงนี่ พบหน้าคนอื่นตะละทีฉันไม่รู้จะเอาหัวไปมุดไว้ไหน

เธียรขวัญนั่งเงียบ ทั้งมืดซึ่งกลับมาพร้อมยายเนียม และป้าแดงที่นั่งคุยกับเธียรขวัญอยู่ก่อนมองหน้าเธออย่างเห็นอกเห็นใจ

แล้วนี่มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ กินข้าวกินปลามารึยังล่ะ?

ป้าแดงจัดให้แล้วค่ะ

เออ อยู่นี่ถึงจะบ้านนอกคอกนามันก็ไม่อดตายหรอก มีข้าวให้กินทุกมื้อ มีงานให้ทำทุกวัน แต่ถึงจะงอมืองอตีนแม่แดงมันก็หาข้าวหาน้ำให้กินได้ ว่าแล้วนางก็เชิดหน้าถลกผ้านุ่งเดินขึ้นบันไดเรือนไป ไม่สนใจใครอีก

มืดเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว

คุณเทียนอย่าคิดมากเลยนะ คุณยายแกก็งี้แหละ ปากร้ายไว้ก่อน จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก

ไม่ต้องห่วง เทียนไม่เป็นอะไรค่ะพี่มืด เธียรขวัญยิ้มจืด

แล้วนี่คุณเทียนมายังไง?

นั่งเครื่องมาลงสนามบินแล้วเช่ารถมาต่อสองแถวที่หน้าอำเภออีกทีค่ะ

หรูแฮะ นั่งเครื่องด้วย ตอนพี่พาคุณยายเข้ากรุงเทพฯ ไปหาเราที่คอนโดฯ ยายแกพานั่งรถไฟชั้นประหยัดกระแทกเอากระแทกเอา กลับมาบ่นปวดหลังไปหลายวัน บอกให้นั่งรถทัวร์ก็ไม่ยอม เปลือง แกว่างั้น

ทั้งป้าแดงและเธียรขวัญหัวเราะ ใครๆ ก็รู้กันทั้งบางว่านิสัยตระหนี่ไม่มีใครเกินยายเนียม แต่ถึงคราวใจดีแกก็ใจดีจนน่าชื่นชม เรื่องนี้ประจักษ์ชัดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ครานั้นป้าแดงหอบลูกเล็กพลัดหลงมาพึ่งใบบุญ นางเนียมอดเวทนาไม่ไหวจึงรับอุปการะไว้ใต้ชายคา ให้ช่วยทั้งงานในบ้านงานนอกบ้าน จนวันนี้ป้าแดง ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานสาวอายุสี่ขวบก็กลายเป็นคนในครอบครัว เป็นลูกเป็นหลานของยายเนียมไปแล้ว

 

รถกระบะบุโรทั่งคันนั้นขับไปตามถนนคันดินด้วยความเร็วปานกลาง ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง สองข้างทางที่รถแล่นผ่านเป็นทุ่งนาเขียวโล่งสุดสายตา ยามลมพัดแรงจะเห็นยอดกล้าโล้เป็นคลื่นไปตามแรงลม

เมื่อลึกเข้ามาเรื่อยๆ สองข้างจึงมีแปลงผักและเพิงพักเล็กๆ ให้เห็น รถคันนั้นขับต่อมาอีกหน่อยก็มาจอดนิ่งสนิทที่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง คนนั่งด้านหน้าเปิดประตูออกมาพร้อมพวกข้างหลังที่กระโดดลงมายืนข้างรถ ยกข้าวของท้ายกระบะช่วยกันขนเข้ากระท่อม คนอื่นๆ ขนของคนละเที่ยวสองเที่ยว เหลือถุงใบเล็กๆ ให้อมฤตหิ้วติดมือเดินตามหลังเข้ามา

กระท่อมยกพื้นสูง กั้นห้องเล็กๆ ปิดประตูสนิท ติดกับส่วนยกพื้นเป็นพื้นดินเรียบ ดัดแปลงเป็นครัวขนาดย่อม มีเครื่องใช้ไม้สอยครบครัน ทั้งเตาแก๊ส หม้อข้าวหม้อแกง ถ้วยชาม กะละมังใบเล็กใบน้อย วัตถุดิบและเครื่องปรุงจัดเข้ามุมตอกชั้นวางเป็นระเบียบ อีกมุมหนึ่งกองสุมไว้ด้วยอุปกรณ์การเกษตร ทั้งแกลลอนหลากขนาด และกระสอบใส่สารพัดข้าวของ หน้าห้องพักเป็นชานไม้ไผ่ผ่าซีกยื่นออกมาพอไว้นั่งนอนเล่น เว้นช่องทางเดินไว้เล็กน้อย ถัดมาจึงเป็นที่นั่งเล่นติดชายคา ทำจากไม้กระดานยาวสองแผ่นตอกตะปูชิดกัน ยกสูงจากพื้นระดับขา ไม้ไผ่ลำขนาดเล็กทั้งลำตีกั้นเป็นราวสองสามขั้น ไว้สำหรับพิงหลัง

ข้างกระท่อมริมชายคาวางโอ่งใบใหญ่เรียงเป็นแถวสามใบ หน้ากระท่อมเป็นบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ มีสะพานเล็กๆ ยื่นไปในบ่อ รอบขอบบ่อทุกด้านปลูกไม้ต้นจำพวกขนุน ชมพู่ ฝรั่ง ส้มโอ กระท้อนห่อ มะม่วง มะกอก มะนาว มะกรูด และพืชผักหลากหลายแซมไว้ตลอดแนว ถัดออกไปยังมีแปลงผักรายรอบนับสิบร่องแปลง

ในกระท่อม นอกจากพวกที่มากับรถกระบะด้วยกันแล้ว ยังมีชายหนุ่มวัยเบญจเพสนั่งคัดเมล็ดพันธุ์อยู่บนชานกระท่อม

เป็นไงบ้างน็อต?ชายหนุ่มผู้หิ้วถุงเดินรั้งท้ายเข้ามา เอ่ยถาม

เรียบร้อยครับพี่ริต ไม่มีปัญหาอะไร

เจ้าพวกนั้นไปไหนกันหมด?

ไปแปลงตาเพิ่มพี่ แกเพิ่งมาตามให้ช่วยไปดูเครื่องสูบน้ำ มันสตาร์ทไม่ติดมาตั้งแต่เมื่อวาน เจ้าต๋องไปช่วยดูให้อยู่พักนึง บอกอะไรเสียไม่รู้เลยมายกของเราไปรดน้ำให้ก่อน

อมฤตพยักหน้าเชิงรับรู้ เดินไปหยุดบนสะพาน ปลานิลตัวใหญ่กว่าฝ่ามือว่ายขึ้นมาให้เห็นสองสามตัว เมื่อปลานิลมุดหายปลาดุกก็โผล่ขึ้นมาแทน

เมื่อวานเจอลุงมิ่งแกบอกว่าวันนี้ลูกสาวกลับจากตัวจังหวัด แกจะมาเอาปลาไปแกงสักมื้อยังไม่เห็นมาเลย เสียงตะโกนบอกมาจากในกระท่อม

พี่คมมายืมแหไปวันก่อน เอามาคืนรึยังล่ะ?

ยังไม่เห็นเลยพี่

แล้วอีกตีนที่ขาดใครซ่อมรึยัง?

ไอ้ว่านมันนั่งชุนแล้ววันก่อน

ดีแล้ว ถ้าลุงมิ่งมาเอาปลาไปแกงจะได้ไม่ต้องวิ่งหาแหกันอีก

เมื่อเขากลับเข้ามาในกระท่อม ลูกน้องคนหนึ่งที่เข้าเมืองไปด้วยกันก็ยกกะละมังจานซึ่งเพิ่งล้างเสร็จมาคว่ำไว้บนตะแกรง อีกสองคนง่วนอยู่กับการผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ลงในถังใบใหญ่ นายคนชื่อน็อตซึ่งเพิ่งคุยกับเขาอยู่เมื่อครู่ถือกะละมังใบเล็กเดินโทงๆ ไปตามขอบบ่อ

กระท่อมหลังนี้มีเด็กหนุ่มเวียนเข้าเวียนออกอยู่เกือบสิบคน แต่ละคนล้วนแล้วแต่คล่องงาน ทั้งงานในแปลงผัก งานช่าง และงานครัว อมฤตเริ่มบุกเบิกสร้างแปลงผักเล็กๆ เมื่อสามปีก่อน ร่วมแรงกับเด็กหนุ่มวัยต้นยี่สิบอีกสามคน เริ่มจากแปลงผักสี่ห้าร่อง เมื่อขายได้เงินมา หักส่วนหนึ่งไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกในรุ่นต่อไปแล้ว ที่เหลือก็แบ่งให้เด็กหนุ่มเหล่านั้นหมด เป็นแรงใจในการทำงาน ตัวเขาเองมิได้หักไว้แม้แต่น้อย หลังจากนั้นแปลงผักเล็กๆ ที่มีอยู่แค่ไม่กี่ร่องก็ขยับขยายขึ้นเป็นหลายสิบร่อง ปลูกพืชผสม สลับหมุนเวียนไปเรื่อยตามแต่ฤดูกาล มีบ่อปลาผสมเลี้ยงปล่อยธรรมชาติเปิดให้คนในหมู่บ้านมาจับไปทำกับข้าวกับปลาได้ฟรี สองสามเดือนจึงคัดตัวโตๆ ไปขายในตลาดอำเภอเสียครั้ง จากพวกหนุ่มๆ สามคนก็เพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน ล้วนแต่เป็นลูกหลานคนในหมู่บ้าน ไม่มีใครขัดข้องที่ลูกตนมาสุงสิงอยู่ในกระท่อมหลังนี้ เพราะมั่นใจว่าอมฤตจะนำพาเด็กหนุ่มทำมาหากิน ไม่ปล่อยให้นั่งจับจดงอมืองอเท้าไปวันๆ แม้ขายผักปลาแต่ละครั้งเมื่อเฉลี่ยเป็นส่วนแบ่งแล้วจะได้เงินคนละไม่กี่สตางค์ แต่ความรู้ความขยันในการทำมาหากินที่ได้จากประสบการณ์จริงมีค่ามากกว่าตัวเงินมากนัก นอกจากนี้แล้ว เหล่าเด็กหนุ่มยังสุขสนุกสนานที่ได้ทำงานเป็นทีม พึ่งพาอาศัยและแบ่งปัน และดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหมู่บ้านไปแล้ว เพราะใครมีงานมีการหรือเรื่องเดือดร้อนแรงงานอะไรก็มักมาขอแรงคนพวกนี้ไปช่วยอยู่เป็นนิตย์

 

ห้าโมงกว่าพวกที่ไปช่วยรดน้ำแปลงผักของตาเพิ่มก็ทยอยขี่มอเตอร์ไซด์กลับ เสียงพูดคุยดังโขมงโฉงเฉงตามประสาคนหนุ่ม เวลาเดียวกับลุงมิ่งขี่มอเตอร์ไซด์เก่าๆ มาขอปลา คนหนึ่งจึงไปปลดแหมาหว่านให้ แค่ครั้งเดียวก็ได้ปลาติดมาเต็มแห ปลาตัวเล็กๆ ถูกปลดโยนกลับลงบ่อใหม่ เลือกไว้แต่ตัวโตๆ ทั้งปลานิล ปลาดุก ได้เกือบสิบตัว ลุงมิ่งขอแบ่งไปอย่างละสอง

ขอบใจนะพ่อริต

ไม่เป็นไรครับลุง

เย็นนี้ถ้าไม่มีธุระที่ไหนแวะไปกินข้าวที่บ้านสิ ฝีมือแม่ศรีมันเป็นหนึ่งในย่านนี้ใครๆ เขาก็พูดกัน

ขอบคุณครับลุง แต่เย็นนี้ผมว่าจะแวะไปทานข้าวกับป้าที่บ้าน ไม่ได้เข้าไปหลายวันแล้ว

อ้อ...ไปทานกับคุณนายเรอะ งั้นไม่เป็นไร เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้

ครับ

งั้นลุงกลับก่อนล่ะ ก่อนออกมานี่นังศรีมันเตรียมลับมีดขอดเกล็ดปลาไว้แล้ว ก่อนขึ้นรถไม่ลืมหันไปให้พรคนอื่นๆ จำเริญๆ นะพ่อหนุ่ม

คร้าบลุง หลายเสียงแทบจะพร้อมเพรียง ลุงมิ่งขี่มอเตอร์ไซด์กลับไปแล้วใครคนหนึ่งก็นำปลาที่เหลือไปขอดเกล็ดเชือดหัวเตรียมเป็นมื้อเย็น

ชวนไปกินข้าวบ้าน สงสัยจะชวนไปดูตัวลูกสาวด้วยมั้งพี่ริต อีกคนพูดขึ้นมาจากในกระท่อม

คนที่บอกว่ากลับมาวันนี้นะเหรอ?

นั่นแหละ... คนพูดทำเสียงยานคาง เรียนอยู่ ม.6 กำลังแตกเนื้อสาวเปรี๊ยะๆ สอบเสร็จเทอมนี้ก็จบแหล่ว หาผัวได้แหล่ว

เอามาทำไมวะ...เด็กจบ ม.6?

โธ่พี่ มีเมียเด็กไม่ชอบรึไง?ว่าแล้วก็ครวญเพลง มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็กร่างกาย...ไม่ต้องนึกอาย เป็นลูกผู้ชายต้องกล้า เอ้อ... ท้ายเสียงลงลูกคลอให้เพื่อนๆ หัวเราะครื้นเครง

นั่นสิ ใครๆ ก็อยากได้กันทั้งนั้น ผมเองยังอยากมีเลย ไม่หล่อไม่รวยอย่างพี่บ้างให้มันรู้ไป อีกคนบอกยิ้มๆ ขณะนำแหขึ้นพาดไว้บนราวไม้ไผ่ข้างกระท่อม ดึงเชือกมัดโยงไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ

ขยันทำงานเก็บเงินเข้าสิ เผื่อลุงมิ่งจะชอบใจอยากได้ไปเป็นเขย

โอ้ย กว่าผมจะมีเงินถุงเงินถัง นังผึ้งลูกแกก็เหนียงยานไปแล้ว

เสียงหัวเราะดังอีกระลอก แม้แต่อมฤตยังอมยิ้ม

ไม่ต้องหุงเผื่อพี่นะไหล วันนี้จะไปกินบ้านป้า เขาบอกคนที่เตรียมกรอกข้าวสารลงหม้อ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ครวญเพลงอยู่เมื่อครู่

ไปจริงๆ เรอะพี่ นึกว่าแค่อ้างจะไม่ไปบ้านลุงมิ่งซะอีก

ไม่ได้แวะไปหาแกสี่ห้าวันแล้ว ต้องแวะไปสักหน่อย

เดี๋ยวผมติดรถกลับบ้านด้วยนะพี่ริต อีกคนบอก แล้วเดินตามพรรคพวกลงแปลง ตะลุยรดน้ำผัก ทิ้งคนทำครัวไว้แค่คนเดียว

กระท่อมหลังนี้แม้จะมีคนหนุ่มอยู่หลายคน แต่ก็ใช่ว่าจะกินนอนที่นี่ทั้งหมด บางส่วนยังกลับไปกินนอนที่บ้าน อีกบางคนกินข้าวเสร็จแล้วค่อยกลับ  เหลือไว้แต่คนเฝ้าประจำแค่สองถึงสามคน นอกนั้นอาจมีแวะเวียนมานอนบ้างเป็นทีๆ และนานๆ จึงจะสุมหัวสังสรรค์กันสักครั้ง

 

กระบะบุโรทั่งคันเดิมขับออกจากระท่อมไปตามถนนคันดิน ราวกิโลเมตรเศษก็ถึงถนนใหญ่ลาดยางมะตอย ขับต่อเข้าหมู่บ้านไปอีกร่วมสองกิโลเมตร แวะจอดส่งลูกน้องสองคนแล้วขับต่อไปอีกนิด กระทั่งเลี้ยวเข้าเส้นทางโรยหินเกล็ดสายเล็กๆ เส้นหนึ่ง ลึกจากถนนใหญ่ร่วมร้อยเมตรมาจอดลงหน้าบ้านหลังใหญ่ เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงกึ่งไม้กึ่งปูน ใหญ่และสะดุดตากว่าบ้านในละแวกใกล้เคียง ติดกับตัวบ้านเป็นโรงจอดรถขนาดสองคัน ขณะนั้นมีกระบะสมาร์ทแค็บสีบรอซ์นทองยึดครองพื้นที่อยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านจอดมอเตอร์ไซด์กลางเก่ากลางใหม่ พื้นที่หน้าบ้านเป็นลานกว้าง ปลูกมะยมและยอต้นใหญ่ไว้คนละมุม ตลอดด้านหนึ่งของเขตบ้านเรียงรายไปด้วยต้นโมกออกดอกขาวนวล กลิ่นหอมขจรขจาย อีกด้านเป็นกระถางต้นไม้หลากชนิดวางไว้เป็นแถวอย่างมีระเบียบ

หญิงวัยย่างหกสิบเยี่ยมหน้าออกมามอง แล้วรอยยิ้มก็เปิดกว้าง เมื่อคนขับเปิดประตูลงจากรถ นางร้องทัก

มาพอดีเลยตาริต ป้ากำลังนึกถึง

ผู้เป็นหลานรักก็ยิ้มแต้เดินขึ้นบันไดมา

มีอะไรหรือครับคุณนาย? จะเรียกหลานชายมาช่วยใช้เงินรึไงครับ

นี่ อย่ามาทำตลกกับป้า นางค้อนขวับ เมื่อหลานมาถึงก็ลูบไหล่อย่างคุ้นเคย เมื่อตอนเย็นยายเนียมแกมาบอกงานบุญ วันอาทิตย์หน้าแกจะทำบุญบ้าน ป้าจะบอกให้ริตพาคนไปช่วยงานแกหน่อย ไปตั้งแต่เช้าเลยนะ จะได้ช่วยไปดูในครัวยกหม้อข้าวหม้อแกงให้เขา

คนบ้านโน้นก็มีตั้งเยอะแยะ ไปช่วยกันคนละมือขี้คร้านจะเหลือเฟือ

ผู้เป็นป้าเดินนำหลานชายมานั่งบนชุดรับแขกไม้สักบุนวมนุ่ม

คนบ้านโน้นก็คนบ้านโน้นสิ เรามีน้ำใจพาคนไปช่วยก็ส่วนของเรา ยายเนียมกับเราใช่คนอื่นคนไกลกันที่ไหน นับถือกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ได้ข่าวว่างานนี้จัดใหญ่ จะทำบุญให้ลูกชายด้วย บ้านแกไม่มีงานบุญมานาน มีงานล่าสุดก็เห็นจะเมื่อสองปีก่อน จะเป็นงานบุญก็ไม่ใช่ ดันเป็นงานศพลูกชายกับลูกสะใภ้ไปเสียนี่ น้ำเสียงที่กล่าวเจือแววเห็นอกเห็นใจ เอ...คราวนั้นริตได้อยู่ช่วยงานรึเปล่าลูก?

ไม่นี่ครับ สงสัยตอนนั้นจะเป็นช่วงลงปาล์ม

นั่นสิ ป้าก็คุ้นๆ ว่าเป็นคนไปตามเจ้าพวกนั้นให้ไปช่วยงานเอง สงสารแก

แล้วนอกจากลูกคนที่เสียแกยังมีคนอื่นอีกมั้ยครับ?

ไม่แล้ว แกมีลูกชายคนเดียว นี่ก็เหลือแต่หลานสาว ลูกพ่อธีร์

คนที่เป็นดาราตบแย่งผู้ชายกับชาวบ้านนะเหรอครับ?

ไฮ้...!” ผู้เป็นป้าอุทานแกมหัวเราะ รู้ด้วยเหรอเรา?

เพิ่งรู้เมื่อตอนบ่อยนี่แหละครับ เจอรอรถสองแถวอยู่หน้าอำเภอ เจ้าพวกนั้นมันเห็นท่าทางคุ้นๆ เลยพูดกัน

เจ้าพวกนั้นคงจำได้ตอนงานศพพ่อแม่เขา หนุ่มๆ ทั้งย่านนี้ย่านโน้นมองกันตาเป็นมัน แต่แม่หนูนั่นเขากำลังเสียใจไม่มีหูตาไว้มองใครหรอก

ถึงมีตาไว้มองก็คงไม่มองหนุ่มบ้านนอกหรอกคร้าบ ของเขาต้องดาราดัง แค่ให้ได้ผู้ชายจะต้องตบตีก็ยอม

เราก็พูดไป นางขึงตาดุ ไม่รู้เรื่องราวมันเป็นยังไง เที่ยวพูดไปมันไม่ดี ข่าวผ่านปากคนพลิกแพลงได้ร้อยแปด

สีหน้านางจริงจังขึ้นเมื่อพูดถึงเรื่องแบบนี้ นี่เป็นข้อดีข้อหนึ่งของคุณนายนวลนุช คือไม่ชอบนินทาว่าร้ายใคร และไม่หูเบาเชื่อถือข่าวลือง่ายๆ คนในปกครองและคนรู้จักมักคุ้นถึงได้รักใคร่นับถือนางยิ่งนัก

พ่อแม่เขาเป็นอะไรตายล่ะครับ?คนโดนดุเปลี่ยนเรื่อง

เจอน้ำป่าตอนไปเที่ยวน้ำตก โชคดีลูกสาวไม่ได้ไปด้วย ไม่งั้นก็ตายยกครัว เขาว่าพวกที่ไปน้ำตกวันนั้นตายไปหลายสิบ เจ้าหน้าที่ช่วยไม่ทัน มันมาเร็วจนไม่ทันตั้งตัว เออแน่ะ คุยเรื่องอื่นกันเพลิน เรากินอะไรมารึยัง?

ยังเลยครับ หิ้วท้องมากินกับป้า ขับรถมาก็ร้องคร่อกๆ แล้ว

แล้วก็ไม่บอก ปล่อยให้ป้าชวนคุยอยู่ได้ ไป ไปกินข้าวกัน แม่อ่อนทำเสร็จตั้งแต่เย็นแล้ว เมื่อลุกขึ้นก็พอดีแม่อ่อนโผล่หน้าเข้ามา อ้าว มีอะไรเรอะแม่อ่อน?

ฉันจะมาถามว่าคุณนายจะให้ตั้งโต๊ะเลยหรือเปล่าคะ?

ตั้งเลยสิ นี่กำลังจะไปกินแล้ว

ฟังจบแม่อ่อนก็ผลุบเข้าครัว

 

อมฤตอยู่คุยกับป้าต่อจนดึกจึงขอตัวกลับ เขาแยกมาปลูกบ้านหลังเล็กๆ พักอยู่คนเดียวเมื่อสี่ปีก่อน ที่ดินปลูกบ้านติดถนนใหญ่ ห่างจากตัวหมู่บ้านมาเกือบกิโลเมตร พื้นที่เดิมเป็นทุ่งนาต่ำกว่าพื้นถนน ก่อนสร้างบ้านจึงต้องถมดินปรับพื้นที่ เว้นช่องว่างระหว่างที่บ้านกับถนนใหญ่ให้เป็นคูน้ำเล็กๆ ทำทางเข้าบ้านกว้างแค่พอรถวิ่งผ่าน ปลูกสนเป็นแนวรั้ว ประตูทางเข้าเป็นรั้วไม้ระแนง พื้นที่หน้าบ้านปลูกพันธุ์ไม้ต่างๆ เท่าที่พอสรรหามาได้ จนบัดนี้เขียวครึ้มไปด้วยแมกไม้

กระบะคันเก่าเข้าจอดในโรงจอดรถ ดับเครื่องสนิทแล้วคนขับเปิดประตูลงมาไขกุญแจเข้าบ้าน ควานมือหาสวิตซ์ไฟ แค่ดวงเดียวก็สว่างทั่ว จึงมองเห็นว่าบ้านหลังน้อยกะทัดรัดตามประสาหนุ่มโสดหลังนี้เป็นบ้านอิฐเปลือย หน้าต่างกระจก ใกล้ประตูเป็นมุมนั่งเล่นเล็กๆ วางโซฟาตัวใหญ่แค่ตัวเดียว มีทีวีและเครื่องเล่นแผ่นเสียงไว้ดูหนังฟังเพลง ข้างๆ กันเป็นชั้นเก็บหนังสือ สุมไว้ด้วยหนังสือมากมาย ส่วนใหญ่เป็นพวกวิชาการเกษตร ถัดเข้าไปด้านในมีห้องสองห้องอยู่ตรงข้ามกัน ห้องหนึ่งคือห้องนอน อีกห้องสำหรับเก็บเสื้อผ้าและข้าวของต่างๆ เลยห้องนอนไปจะเป็นส่วนครัวติดห้องน้ำ

ชายหนุ่มเดินดุ่มๆ เข้าห้องเก็บเสื้อผ้า สลัดเครื่องแต่งกายคว้าผ้าขนหนูได้ก็ออกมาเข้าห้องน้ำ ครั้นประตูปิดได้ยินเสียงตักน้ำราดตัวตูมๆ

แต่งตัวเสร็จ ยังไม่ได้เวลาเข้านอน อมฤตจึงออกมาเปิดเพลงเบาๆ หาหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรมานอนอ่านเล่น แต่น่าแปลกที่ความคิดช่วงหนึ่งแวบไปหาผู้หญิงคนนั้น คนซึ่งเพิ่งเจอเมื่อตอนบ่าย กับเรื่องราวที่ได้คุยกับป้า เมื่อรู้สึกตัวเขาปรารภ

แม่คุณเอ๊ยสวยซะเปล่า ดีแต่คิดเรื่องหาผัว ผู้ชายมันหายากนักรึไงถึงต้องตบแย่งกัน





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,960 ความคิดเห็น

  1. #3422 Ormma (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2554 / 12:10
    เค้าจะเจอกันตอนไหนเนี่ย ~
    #3,422
    0
  2. #3094 Yizu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2554 / 01:25
    ลุ้นให้พระนางของเรื่องเจอกันเร็วๆค่ะ
    #3,094
    0
  3. #2748 omelet-omelet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 23:23
    ดีค่ะ คนอ่านก็ชอบเข้ม ถึก บึกบึน
    อ้อ เอาหล่อด้วยนะ อิอิ
    #2,748
    0
  4. #1481 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 15:10
    เดี๋ยวได้ฉะปะทะคารมกับนางเอกแน่พระเอกเรา
    #1,481
    0
  5. #693 prawpraw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2554 / 20:47

    แนวนี้ๆๆ เจ๋งคะ ><"

    #693
    0
  6. #615 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 11:28
    สนุกมากมาย รอตอนต่อไปนะค่ะ
    #615
    0
  7. #456 ★Empty space. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2553 / 13:19

    พระเอกถูกใจจร้า มะแหมแนวนี้หายากนะ โฮะๆ

    #456
    0
  8. #440 ClearIce (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2553 / 13:30
    โอ้ย พระเอกปากจัดแต่เร้าใจ ชอบคร่าๆๆๆๆๆ
    #440
    0
  9. #401 * ญ แจ่มจันทร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2553 / 21:29
    ขอแบบหนวดๆนิดนึงได้ป่ะค่ะ?
    แจ่มจันทร์ want มากเลย 555
    #401
    0
  10. #370 เดือนเสี้ยว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 15:12
     อิจเมจพระเอกเอกแบบนี้แหละเร้าใจชอบมากกกกกกกกกกก หล่อล่ำบึ้ก เข้มถึกบึกบึ้น 
    #370
    0
  11. #290 สายลมแสงแดด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 / 11:47
    เมื่อไหร่จอมใจนายเหมืองจะออกไปหนังสือค่ะเพราะรออยู่ชอบมาก

    ถ้ามีข่าวช่วยแจ้งด้วยนะค่ะ
    #290
    0
  12. #254 กุ๊บกิ๊บ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 / 19:43
    อะไรเนี่ยพี่ริตยังไม่รู้จักเค้าเลยมาว่าเค้าแล้ว

    พระเอกปากจัดแต่ก็ยังน่ากิน ๕๕๕๕
    #254
    0
  13. #216 วรรณนากา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 17:56
    ข่าวลือไปไวจังคะ
    #216
    0
  14. #191 forest flower (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 13:22
    ตอนอ่านไม่ได้ดูชื่อคนแต่ง อ่านบทนำแล้วน่าสนใจดีเลยอ่านต่อเพิ่งจะมารู้ว่าคนเดียวกับที่แต่งพี่ไท ยังไงก้อจะรอติดตามนะคะ แต่มีคำถามนิดหนึ่งว่า ขนำ คืออะไร อ่านแล้วงง
    #191
    0
  15. #175 PAT'ER (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 03:15
    ๕๕อย่างว่า ผุชายอะ มีน้อยย 
    #175
    0
  16. #122 คนในมุมมืด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 15:04
    ผู้ชายเดี๋ยวนี้หายาก ต้องรีบไขว่คว้าสิค่ะพี่ริต
    #122
    0
  17. #115 ชิมดุงกิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 23:24
     พี่ริตว่าเทียน
    แต่ก็แอบสนใจไช่ไหมล่ะ


    #115
    0
  18. #114 012 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 20:38
    พี่ริตว่าเทียนตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าเลย



    ยังไม่รู้จักนิสัยเค้าดีเลย
    #114
    0
  19. #112 pung0420 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 18:22

    ชอบมากค่ะ ได้ใจอีกแล้ว

    #112
    0
  20. #109 tuatoto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 17:53

    ชอบๆๆคะ  พระเอกเเบบนี้เเหละฝันมานานเเล้ว  ต่อเร็วๆๆนะคะ  สู้ๆๆคะ

    #109
    0
  21. #104 nuri.j (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 15:11
    คุณริตยังไม่ทันได้รู้จักเค้าเลย ปากจัดจังค่ะ
    #104
    0
  22. #101 hakuron (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 13:27
    ถูกใจเสียจริง...โดนใจมากๆ

    แต่แหม!พี่ริต ผู้ชายดีๆ หายากนะคะ ถ้าได้แบบพี่ริตก็ว่าไปอย่าง...555
    #101
    0
  23. #99 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 13:01
    นางเอกต่างกะน้องจอมเลยนะเนี่ยะ
    #99
    0
  24. #97 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 22:14
    ตีตั๋วรอที่เหลือ
    #97
    0
  25. #95 nuri.j (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 16:04
    แก้วจ๋า แบบว่า ตกอะไรไปคำนึงอ่ะ
    เข้ม ถึก บึกบึน หาตั้งนานไม่เห็นคำว่า หล่อ เลย
    อันนี้ขาดไม่ได้ค่ะ ถ้าทั้งดำทั้งถึกแต่หาความหล่อไม่ได้นี่ ไม่รับพิจารณาค่ะ
    เอาบทอื่นไปเลย อิอิ
    #95
    0