เมื่อรักทักทาย (the end)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ ๙ เจ้าบ่าวกลัวฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    15 มี.ค. 55

ตอนที่ ๙ เจ้าบ่าวกลัวฝน

 

เช้าวันนี้เธียรขวัญถูกปลุกให้ลุกตั้งแต่ยังมืด ช่างแต่งหน้าทำผมจากร้านชุดวิวาห์มาพร้อมตามเวลานัดหมาย ขณะว่าที่เจ้าสาวนั่งเป็นหุ่นให้คนอื่นปั้นแต่งอยู่นั้น รายรอบบ้านก็มีเสียงเอ็ดตะโรโขมงโฉงเฉงจากเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงที่มาช่วยกันทำอาหารเตรียมเลี้ยงพระ เลี้ยงแขก เธียรขวัญอดคิดถึงวันนั้นไม่ได้ วันแรกที่ได้พบผู้ชายคนนั้นก็เป็นวันงานแบบนี้เหมือนกัน ไม่คิดว่างานต่อมาจะเป็นงานแต่งของเธอกับนายบ้านั่น โชคชะตาเล่นตลกชัดๆ ถ้าคนในวงการรู้ว่าเธอกลับมาแต่งงานกับไอ้หนุ่มบ้านนอก ข่าวจะออกมาเป็นแบบไหนหนอ

อดีตดาราสาว ช้ำรักเมืองกรุงหนีซบอกหนุ่มบ้านนอก

อดีตนางเอกดังคว้าหนุ่มบ้านนอกมาทำยา หลังโดนซุปเปอร์สตาร์เขี่ยทิ้ง!’

ช้ำรักหนัก นางเอกสาวคว้าหนุ่มบ้านนามาเลียแผล

เฮ้อ...นี่เธอต้องแต่งงานกับไอ้บ้านั่นจริงๆ หรือเนี่ย เธียรขวัญเอ๊ย หนุ่มหล่อมาดเนี้ยบในเมืองกรุงมีให้เธอเลือกตั้งเท่าไหร่ จะเอาหล่อล่ำ ดำ เข้ม หรือขาว ตี๋ อินเทรนด์ยังไงก็เลือกได้ แต่สุดท้ายต้องมาตกม้าตายกับไอ้บ้านนานั่น บาปกรรมแต่ชาติปางไหนกันถึงได้ตามมาส่งผลในชาตินี้ เจ้าประคู้ณขอให้ใช้เวรใช้กรรมหมดสิ้นไปเร็วๆ ด้วยเถิ้ด

เป็นอะไรคะคุณน้อง?

เสียงถามทำให้เธียรขวัญตื่นจากภวังค์ความคิด หน้าตาเหลอหลา

คะ? มีอะไรหรือคะ?

คุณน้องยกมือไหว้อะไรคะ? อยู่ดีๆ ก็ยกมือขึ้นไหว้ พี่ตกใจหมดเลย

เธียรขวัญมองมือที่ยังประกบกันอยู่ด้านหน้าแล้วหน้าม้าน รีบเอามือลงหันมายิ้มปูเลี่ยน

ไม่มีอะไรค่ะ

 

พิธีตอนเช้าจัดขึ้นที่บ้านเจ้าสาว หน้าบ้านซึ่งเคยเป็นลานกว้างบัดนี้วางเต็นท์สองหลัง โต๊ะเต็มเต็นท์ ทุกโต๊ะปูด้วยผ้าสีแดงเลือดหมู เก้าอี้คลุมผ้าขาวผูกเป็นโบว์ไว้ด้านหลัง ข้างเต็นท์ฝั่งหนึ่งวางโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวเกือบสองเมตรปูผ้าขาวสะอาด บนโต๊ะจัดอาหารดอกไม้เตรียมใส่บาตรไว้พร้อมพรั่ง

หกโมงเช้าเมื่อพระมาถึงพร้อมเริ่มพิธี บ่าวสาวก็เคียงคู่กันร่วมตักบาตร เธียรขวัญรอให้อมฤตจับทัพพีก่อนจึงค่อยจับซ้อนทับ ผู้เห็นเหตุการณ์อมยิ้มไปตามๆ กัน ใครคนหนึ่งร้องแซวขึ้น

เจ้าบ่าวกลัวเมียเว้ยงานนี้ เสียงหัวเราะรับดังครืน ผู้เฒ่าคนหนึ่งปลอบใจ

ไม่เป็นไรพ่อริต เมียเขาเปรียบเหมือนแม่ ยกขึ้นหิ้งบูชาดีๆ ก็ไม่น่ากลัวแล้ว เสียงฮาดังอีกระลอก ขณะบ่าวสาวอมยิ้มเล็กๆ ประคองอาหารใส่บาตร

ตักบาตรเสร็จเจ้าภาพนิมนต์พระขึ้นเรือนเพื่อทำพิธีเลี้ยงพระในลำดับต่อไป

โถงกลางของเรือนถูกปรับพื้นที่เตรียมรับพิธีไว้ตั้งแต่เมื่อคืน โต๊ะตู้ต่างเลื่อนไว้ชิดฝาทั้งหมด ลานกลางจึงโล่งเตียน ฝาด้านหนึ่งกั้นผ้าตลอดแนว วางโต๊ะหมู่บูชาเป็นพระประธานไว้ด้านขวา ถัดมาปูเสื่อและวางเบาะรองนั่งเก้าที่สำหรับพระสงฆ์เก้ารูป เมื่อเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์บ่าวสาวช่วยกันประเคนอาหารถวายพระและรอรับศีล

 

เก้าโมง เสียงแห่ขบวนขันหมากก็ดังลั่น ทั้งหนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่จากบ้านเหนือ แต่งชุดสวยผัดแป้งหน้านวลผ่อง ช่วยกันถือข้าวของที่จะใช้ประกอบพิธีเดินมาในขบวน กลุ่มกลองยาวซึ่งนำอยู่หัวขบวนตีให้จังหวะคึกคักบันเทิงใจ ขบวนยาวๆ นั้นมาหยุดลงหน้าเรือน เสียงแซวดังกันขรมเมื่อเจ้าบ่าวโดนกั้นประตูเงินประตูทองนับสิบ แต่ละดวงหน้าล้วนแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม น้อยหน่าในชุดเสื้อคอกระเช้านุ่งโจงกระเบนยืนถือขันคอยล้างเท้าให้ลุงริตอยู่ตรงเชิงบันได ล้างเสร็จลุงริตส่งซองมาให้น้อยหน่าก็ชูซองวิ่งโร่ไปหาแม่ แขกในละแวกบ้านและที่ตามคณะเจ้าบ่าวมากระจายนั่งในเต็นท์ กินเลี้ยงกันตามอัธยาศัย มีเพียงผู้หลักผู้ใหญ่บางท่านเท่านั้นที่ขึ้นไปร่วมพิธีบนเรือน

ที่นั่งสำหรับพระก่อนหน้านี้ บัดนี้วางเบาะรองนั่งไว้สำหรับญาติบ่าวสาว พานขันหมากเป็นจุดกลาง วางเรียงกันหลายพาน แต่ละพานจัดประณีตบรรจง ทั้งใบตอง กลีบกุหลาบจับจีบ อุบะห้อยระย้า ประดิดประดอยจนงามชวนมอง บางพานเป็นกรวยสูงคลุมผ้าโปร่ง ทางฝ่ายเจ้าสาวไม่เรียกร้องสินสอด แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวก็จัดมาไม่น้อยหน้า ทั้งเงินฟ่อนใหญ่ใส่ไว้บนพานหนึ่ง พานเครื่องทองพานหนึ่ง และพานแหวนอีกพานหนึ่ง

โฆษกอายุล่วงหกสิบซักถามเจ้าบ่าวแกมสัพยอกเรียกเสียงหัวเราะพอหอมปากหอมคอ จากนั้นเจ้าสาวก็ถูกนำตัวมาเข้าพิธี แล้วลำดับการต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้น

พิธีการมีผู้ใหญ่คอยแนะนำทุกขั้นตอน สลับเสียงแซวจากโฆษกบ้าง ญาติบ้าง ส่งผลให้บรรยากาศครึกครื้นตลอดเวลา แม้คู่บ่าวสาวเองก็ยังยิ้มแย้ม เรื่องปั้นปึ่งระหว่างกันละม้ายว่าถูกลบเลือนไปช่วงหนึ่ง ถึงขั้นตอนนับสินสอด เนื่องจากฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้เรียกร้องสินสอดทองหมั้น จึงไม่จำเป็นต้องนับ เจ้าบ่าวสวมแหวนให้เจ้าสาว ตามด้วยสร้อยคอและสร้อยข้อมือพอเป็นพิธี สินสอดที่เหลือทั้งเงินและเครื่องทองผู้นำพิธีนำมาห่อผ้าให้ยายเนียมแบกเข้าไปเก็บในห้อง ไม่รู้ว่าทั้งหมดนั่นหนักมากหรือน้อยแค่ไหน แต่ยายเนียมก็แบกจนตัวแอ่น คนมองหัวเราะชอบใจ เธียรขวัญเองก็แอบหัวเราะจนน้ำตาซึม เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่างานแต่งบ้านนอก แม้ไม่หรูหราฟู่ฟ่าแต่ทุกขั้นตอนล้วนอบอวลด้วยความอบอุ่น

พิธีการต่างๆ เสร็จสิ้น คู่บ่าวสาวก็ลงมาทักทายกล่าวขอบคุณบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ซึ่งล้วนเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น เต็นท์ทั้งสองหลังคนนั่งเต็มทุกโต๊ะ แต่ละโต๊ะวางชิดติดกันจนผู้นั่งต่างโต๊ะแทบจะเอาหลังชนกัน กระนั้นก็ไม่มีใครเดือดร้อน นอกจากคุยกันในโต๊ะตนเองแล้ว ยังเหลียวคุยข้ามโต๊ะกันก็มี

ขยันปั๊มลูกให้เหมือนขยันหาเงินนะพ่อริต เสียงใครคนหนึ่งสัพยอก

นั่นสิ ปลูกผักเลี้ยงปลาเก่ง ไม่รู้จะปั๊มลูกเก่งด้วยหรือเปล่า

โอ้ย ไม่ต้องห่วงน้า ผมเอาหัวเป็นประกันเลย พี่ชายผมฝีมือดีไม่แพ้ใคร พี่ริต ผมเอาหัวเป็นประกันแล้วนะพี่ อย่าทำให้ผมเสียหัวล่ะ

คำแซวลอยข้ามโต๊ะกันไปมาไม่มีใครเกรงใจเจ้าบ่าวเจ้าสาว แม้แต่ลูกน้องที่มาช่วยงานตั้งแต่เช้าได้ทีก็แซวลูกพี่เป็นการใหญ่ เธียรขวัญไม่รู้ว่าจะอายหรือจะขำดี แต่อมฤตน่ะถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นแก้มเขาแดงเรื่ออยู่เป็นระยะ นอกจากคำสัพยอกยังมีคำอวยพรจากทุกโต๊ะที่คู่บ่าวสาวเดินผ่าน และเจ้าบ่าวไม่ลืมที่จะบอกว่า

ขอบคุณครับ เย็นนี้อย่าลืมไปงานเลี้ยงที่บ้านนะครับ

 

ช่วงเย็นเป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่บ้านเจ้าบ่าว หน้าบ้านวางโต๊ะเต็มพื้นที่ ด้านหน้ายกพื้นเป็นเวทีเตี้ยๆ ขึงแพรแดงกั้นพื้นหลัง มีชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวแกะจากโฟมติดเด่นอยู่บนผ้าแพร วงดนตรีบรรเลงเพลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศ ข้างเวทีเป็นชุดลำโพงเครื่องเสียง บุรุษนั่งบนเก้าอี้พลาสติกพูดคุยกันอยู่สี่ห้าคน ข้างบ้านตั้งเต็นท์หนึ่งหลัง ข้าวของเต็มเต็นท์ คนจัดอาหารขึ้นโต๊ะและเด็กเดินอาหารง่วนกันอยู่ในนั้น

บริเวณงานแขกเหรื่ออุ่นหนาฝาคั่ง ทั้งแขกใกล้แขกไกล ใครที่ไม่ได้ไปร่วมพิธีตอนเช้า ก็ถือโอกาสมาร่วมงานในตอนเย็น เจ้าบ่าวเจ้าสาวรอต้อนรับแขกอยู่ตรงซุ้มดอกไม้หน้างาน มีกรอบรูปถ่ายตั้งโชว์ไว้สองรูป รูปหนึ่งเป็นชุดไทย อีกรูปเป็นชุดสากล ใครเห็นเป็นอดไม่ได้ต้องเอ่ยปากชม คุณนายปลัดจังหวัดเองก็เช่นกัน

แหม...สวยเชียว เหมาะกันจริงเลยนะคะคุณ รูปก็สวยตัวจริงยิ่งสวย นางหันไปกล่าวกับสามี ซึ่งมองภาพแล้วพยักหน้าเห็นด้วย

ผมล่ะอิจฉาคุณจริงๆ เลยคุณริต

ระวังคุณนายจะน้อยใจนะครับ

ท่านปลัดจังหวัดโอบแขนกอดภรรยา

คนนี้เขาไม่คิดมากเรื่องหยุมหยิมหรอกครับดวงตาที่มองมาอย่างชื่นชม แกมกรุ้มกริ่มนิดๆ ทำให้ฝ่ายภรรยาอมยิ้มขัดเขิน คู่บ่าวสาวก็อมยิ้มตาม

อ้าวท่านปลัด คุณนาย สวัสดีค่ะ มานานแล้วหรือคะ? คุณนายนวลนุชเดินออกมาทัก ทั้งสองจึงหันมาพูดคุยกับคุณนาย ขณะบ่าวสาวก็หันไปสนใจกับแขกที่เพิ่งมาใหม่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณนายนวลนุชเชื้อเชิญท่านปลัดจังหวัดและคุณนายไปนั่งโต๊ะ

 

ได้เวลาอันสมควร พิธีกรของงานก็เชิญคู่บ่าวสาวขึ้นบนเวทีกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อ แน่นอนว่ากล่าวขอบคุณแล้วต้องมีใครสักคนขอให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวโชว์ต่อหน้าธารกำนัล หนุ่มสาวก็ยืนแข็งทื่อกันทั้งคู่

แหม...สงสัยว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวของเราจะอายกันใหญ่ ยืนไม่กระดิกกันเลยทีเดียว

มีเสียงหัวเราะเบาๆ มาจากกลุ่มแขก อมฤตหันมองเธียรขวัญ ขณะเธอเองก็มองเขาเช่นกัน แววตาชายหนุ่มเหมือนจะบอกว่าเห็นทีงานนี้คงต้องร่วมมือกันแล้ว ไม่งั้นไม่ได้ลงไปข้างล่างเป็นแน่แท้ เขาเขยิบเข้ามาใกล้ เธียรขวัญยืนนิ่งแทบจะไม่กระดิกอย่างที่พิธีกรว่าจริงๆ พอชายหนุ่มยื่นจมูกเข้าไปแตะแก้มนิ่มเสียงกองเชียร์ก็เฮเกรียว

ลงมาจากเวทีได้อมฤตรีบปลีกไปหาลูกน้องคนหนึ่งซึ่งนั่งเจ๋ออยู่ในกลุ่มเครื่องเสียงข้างเวที

ไหล

เจ้าของชื่อเหลียวมอง

อ้าวพี่ริต มีไรพี่?

ที่สั่งไว้คืนนี้อย่าลืมนะ

ไม่ลืมครับลูกพี่ ทุกอย่างเรียบร้อย

ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปในกลุ่มแขก

 

อาเทียนขา น้อยหน่ายืนโบกมือหยอยๆ อยู่บนเก้าอี้ เธียรขวัญจึงเดินเข้าไปหา

ว่าไงคะนางฟ้าของอาเทียน วันนี้สวยเชียว

เด็กหญิงในชุดนางฟ้าตัวน้อยยิ้มหน้าบาน กางแขนออกกอดคออาสาว

อาเทียนของน้อยหน่าสวยที่สุดในโลกเลย

แหม...ปากหวาน เธียรขวัญหัวเราะเบาๆ ไหน ขออาเทียนหอมแก้มให้รางวัลหน่อยค่ะ

น้อยหน่ายื่นแก้มให้ทั้งซ้ายขวา ใครเห็นก็อดอมยิ้มให้กับความน่ารักของสองอาหลานไม่ได้ ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับอมฤตซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะเยื้องไปอีกด้านยิ้มกริ่ม

เฮ้ย ริต สงสัยเจ้าสาวอยากมีลูกแล้วว่ะ พลางพยักพเยิดไปยังเป้าหมาย คนอื่นๆ ในโต๊ะมองตาม

เจ้าสาวสวยแบบนี้ กูว่าคืนนี้ไอ้ริตไม่ได้นอนแน่ อีกคนซึ่งรูปร่างสันทัดกว่าคนแรกพูดกลั้วรอยยิ้ม

ยังไงก็อย่าหักโหมนะ ระวังฟ้าเหลือง คนใส่แว่นเสริมบ้าง เพื่อนร่วมโต๊ะหัวเราะร่วน มีแต่เจ้าบ่าวยืนทำหน้าพิลึก จะยิ้มก็ยิ้มไม่สนิทใจ จะเรียบก็เรียบไม่สนิทดี

 

ตาริตล่ะหนูเทียน?

เสียงถามนั้นเรียกให้เธียรขวัญหันมอง เห็นคุณนายนวลนุชมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ

ไม่ทราบสิคะ ลงจากเวทีก็แยกกัน ตอบพลางเหลียวหา นั่นไงคะ สงสัยจะไปคุยกับเพื่อน

คุณนายมองตาม

อ้อ ใช่ล่ะ นั่นมันพรรคพวกเขา นางหันกลับมายังว่าที่หลานสะใภ้ เดี๋ยวไปถ่ายรูปนะหนูเทียน ป้าจะไปตามตาริต ตากล้องไปไหนแล้วล่ะ?

ตะกี้ยังเห็นเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้เลยค่ะ

อ้าว นั่นไงคุณนายว่า

บุคคลที่กล่าวถึงกำลังยกกล้องส่องเลนส์มาทางเจ้าสาวและคุณนาย เก็บบรรยากาศของงาน

หนูเทียนรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ป้าไปตามตาริตเดี๋ยว

ผมไปเรียกให้ก็ได้ครับมืดซึ่งนั่งอยู่ในโต๊ะนั้นอาสา

ดีเลยพ่อมืด ขอบใจพ่อคุณ

มืดผละไปยังกลุ่มอมฤตและเพื่อน ครู่เดียวเจ้าบ่าวก็เดินตามหลังหนุ่มผิวดำแดงออกมา ข้างคุณนายมีช่างภาพมายืนอยู่แล้ว คุณนายนวลนุชกำลังยืนคุยกับช่างภาพ ครั้นหลานชายเดินเข้ามาใกล้นางก็หันมาบอก

ตาริต พาน้องไปเดินถ่ายรูปหน่อยลูก ถ่ายกับแขกให้ครบทุกโต๊ะเลยนะ เพิ่งได้ถ่ายเฉพาะที่ซุ้มหน้างานใช่มั้ย?

ครับ

น้อยหน่าไปถ่ายด้วยค่ะ เด็กหญิงพูดเจื้อยแจ้ว ตัวยังยืนอยู่บนเก้าอี้กอดแขนเธียรขวัญ

ไม่ได้ค่ะน้อยหน่า หนูไปด้วยเดี๋ยวเกะกะอาเทียน อยู่กับแม่ดีกว่า นุชดึงลูกสาวมานั่งตัก แต่น้อยหน่ายังยึดแขนอาสาวไว้

น้อยหน่าอยากถ่ายรูปกับอาเทียนน้อยหน่าหน้างอ ท่าทางดื้อดึง

ถ่ายไปตั้งหลายรูปแล้วไงคะ เธียรขวัญบอก

น้อยหน่าอยากถ่ายอีกค่ะ

เอ้า ถ่ายอีกก็ถ่ายอีกค่ะ มะ ถ่ายกันอีก บอกพลางโอบแขนกอดน้อยหน่า เอาแก้มตนแนบแก้มเด็กหญิง น้อยหน่าหน้าบานขึ้นทันตาเห็น ฉีกยิ้มกว้างให้กล้องแทบจะเห็นฟันครบทุกซี่

อมฤตอมยิ้มมองคู่อาหลาน เผลอคิดไปว่าถ้าเธียรขวัญมีลูกคงเป็นคู่แม่ลูกที่น่ารักไม่ต่างจากนี้

ถ่ายรูปเสร็จแล้วทีนี้น้อยหน่าก็อยู่กับแม่นะคะผู้เป็นอาบอก

ค่ะ น้อยหน่ารับคำหนักแน่น แล้วลดตัวลงจากเก้าอี้โผหาแม่

ไปริต พาน้องไปถ่ายรูป

คุณนายนวลนุชแตะแขนปลุกอมฤตให้รู้สึกตัว ชายหนุ่มสะดุ้งใจที่เผลออุตริคิดอะไรแบบนั้น อย่างเขาจะไปคิดถึงลูกของยัยบ้านี่ทำไมกัน

 

ตกดึกแขกเหรื่อเริ่มซา เหลือเพียงกันเองไม่กี่โต๊ะที่ยังปักหลักสรวลเส เจ้าบ่าวโดนกลุ่มเพื่อนส่งเหล้ากรอกปากไปแล้วหลายแก้ว กระนั้นก็ไม่ครนาคอ เพราะไม่เห็นว่าเขาจะเมาหรือมึนแม้แต่น้อย นอกจากจะตาแดง หน้าแดงไปเท่านั้น

ใกล้ฤกษ์ส่งตัวเข้าหอเจ้าบ่าวก็โดนตามตัว

เฮ้ย! ริต คืนนี้ยั้งๆ บ้างนะเว้ย

เสียงแซวและเสียงหัวเราะตามมาเบื้องหลัง ขณะอมฤตขึ้นบันไดตามเจ้าสาวและญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว คนโดนแซวหันมาแยกเขี้ยวชี้หน้า เป็นเชิงว่า ฝากไว้ก่อนและผู้รับฝากก็เห็นจะไม่สะทกสะท้าน เพราะยังหัวเราะกันขรม

 

ห้องหอ เป็นห้องนอนเก่าของอมฤต ถูกจัดใหม่อย่างเรี่ยมเร้ ชุดเครื่องนอนเปลี่ยนใหม่ยกชุด ผ้าปูเตียงสีชมพูหวานแหวว เข้าชุดกับปลอกหมอนและผ้าห่ม เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเห็นแล้วแอบเบ้หน้ากันคนละทาง อดค่อนขอดไม่ได้ว่าใครหนอช่างเลือกสรร บนเตียงมีกลีบกุหลาบแดงโรยเป็นรูปหัวใจคู่ซ้อนทับกัน ถ้ารักจริงแต่งจริงเห็นแล้วคงโรแมนติกจนเคลิ้ม แต่รักหลอกแต่งหลอกแบบนี้เห็นแล้วก็ชักเอียน

ยายเนียมและคุณนายนวลนุชนั่งอยู่บนเตียง ขณะคู่บ่าวสาวอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เตรียมพร้อมสำหรับเข้านอน นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่เบื้องหน้า ผู้มากวัยยิ้ม

ทีนี้ก็หายห่วงไปสักทีนะ ยายเนียมกล่าว แต่งงานกันแล้วขอให้รักใคร่ปรองดองกันมากๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็อภัยให้กัน อย่าได้เก็บไว้ในใจให้ขุ่นเคือง มีปัญหาอะไรหันหน้าเข้าปรึกษา แต่งงานกันก็เหมือนร่วมชีวิต ใช่จะตัวเดียวชีวิตเดียวอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว

นางหยุดเว้นระยะ มองไปทางหลานเขย

พ่อริต ย่าฝากแม่เทียนด้วยนะ แม่เทียนเติบโตมาแต่ในเมืองกรุง จะมาบ้านก็เฉพาะช่วงปิดเทอมตั้งแต่ตัวยังน้อยๆ ความคิดความอ่านออกจะโลดโผนเหมือนสาวกรุงไปบ้าง เราไม่ชอบใจอะไรก็บอกกันดีๆ เตือนกันดีๆ อย่าใช้อารมณ์นำ

ครับ อมฤตรับคำ เสียงเรียบปกติ

แม่เทียน...เราก็ออกเรือนแล้วนะลูก เป็นผู้ใหญ่มีครอบครัวแล้ว ผู้ชายยังไงก็เป็นช้างเท้าหน้า เราต้องให้เกียรติเขา เขาบอกอะไรเตือนอะไร ต้องฟัง ชีวิตคู่มันถึงราบรื่น

ค่ะ เธียรขวัญรับคำ เสียงเบา

 เอาล่ะ ย่าขอให้เจ้าทั้งสองครองรักกันยืนนาน ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร อยู่ผาสุกจนชั่วลูกชั่วหลาน

ทั้งสองก้มกราบแทบเท้านาง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาใหม่คุณนายนวลนุชก็ส่งยิ้มละไม

หนูเทียน ป้ายินดีต้อนรับหนูเป็นหลานสาวนะลูก มีแต่หลานชายมานาน ทีนี้ได้มีหลานสาวกับเขาบ้างล่ะ นางยังยิ้มเปี่ยมเมตตา ป้าขอให้หลานทั้งสองรักกัน เห็นอกเห็นใจกันทั้งยามทุกข์ยามสุข ใช้ความรัก ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และให้อภัยเป็นหลักนำชีวิตนะลูก

ทั้งสองก้มกราบแทบเท้านาง

เสร็จแล้วก็ให้บ่าวสาวเขาขึ้นเตียงกันเถอะนะน้าเนียม

ยายเนียมพยักหน้า

มา ตาริต หนูเทียน ขึ้นมานอนบนเตียงลูก

นางบอกแล้วลุกขึ้น หันมาช่วยพยุงยายเนียมให้ลุกด้วย ไม่ทันสังเกตว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีหน้าตาอิหลักอิเหลื่อเพียงไร

อมฤตและเธียรขวัญขึ้นนอนคนละฝั่ง ต่างนอนหงายประสานมือไว้บนอก พยายามรักษาระยะห่างจากอีกฝ่ายให้มากสุด ผู้มากวัยอมยิ้ม

ดูสิ กระเถิบเข้าไปใกล้ๆ กันอีกสิพ่อคุ้ณ แม่คุ้ณ ไม่ต้องมาอายคนแก่ ยายเนียมว่าน้ำเสียงเจือแววหัวเราะ ทั้งสองค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้กัน ครั้นแขนแตะกันก็หยุดกึก

ริต กอดน้องด้วยสิ เสียงอ่อนโยนของคุณนายบอกมา อมฤตจึงได้เปลี่ยนเป็นนอนตะแคง โอบแขนกอดเธียรขวัญ

หนูเทียนด้วย กอดพี่เขาหน่อยลูก หญิงสาวแทบจะกลั้นหายใจ พลิกตะแคงพาดแขนไปกอดชายหนุ่ม มุดหน้าลงซุกหมอน

นอนอยู่ในห้องนี้อย่าออกไปไหนจนกว่าจะเช้านะลูก ป้ากับย่าออกไปก่อนล่ะ เดี๋ยวจะล็อกประตูให้

 

ทันทีที่ประตูปิดอมฤตก็กระโดดผลุงลงจากเตียง เธียรขวัญกลิ้งตัวลงอีกด้าน ถาม

ทีนี้จะเอาไง?

เอาไงอะไร? อมฤตเลิกคิ้ว

ก็นอนน่ะสิ จะนอนกันยังไงล่ะ ฉันไม่นอนร่วมเตียงกับนายหรอกนะ

อมฤตเหยียดปาก

ไม่นอนร่วมกับนาย ฮึ! แล้วเมื่อกี้ใครกันแม่คู้ณ ซุกอยู่ตรงอกฉันเนี่ย ชายหนุ่มทุบบนอกตัวเองปึ้กๆ เนี่ยๆ ตรงเนี้ยะ

อี๋! ไอ้ทุเรศ ใครบอกว่าฉันซุกอกนาย ฉันซุกหน้ากับหมอนกลั้นใจที่นายมากอดฉันต่างหากเล่า เธอเอื้อมหยิบหมอนบนเตียงโยนไปบนพื้นฝั่งชายหนุ่มยืน นี่ของนาย เอาไป นอนข้างล่างนั่นแหละ แล้วอย่าเผยอขึ้นมาบนเตียงเชียว

อมฤตเก็บหมอนโยนกลับมาบนเตียงท่าทางไม่ทุกข์ร้อน

เอ๊ะ! นี่นาย

ไม่ต้องห่วงไปหรอกน่า ฉันก็ไม่อยากร่วมเตียงกับเธอหรอก เขาขัด พลางเดินไปยังหน้าต่าง ชะเง้อหาอะไรครู่เดียวแล้วผิวปาก ชั่วไม่นานคนข้างหลังได้ยินเสียงก๊อกแก๊กตรงหน้าต่างนั่น ชายหนุ่มหันมายิ้ม แต่สาบานได้ว่านั่นมันเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยกวนประสาทน่าตบที่สุด

คืนนี้ฉันยกห้องหอให้เธอครองไปคนเดียวเลย นอนเฝ้าหอไปล่ะ ฉันขอตัวก่อน ฝันดีนะคร้าบคุณผู้หญิง

อมฤตปีนออกนอกหน้าต่างไปยืนบนบันได ก่อนไต่ลงไปยังยักคิ้วให้อีกแผล็บ โบกมือบ๊ายบายแล้วส่งจูบมาให้ หลังจากนั้นก็ผลุบหาย ได้ยินเสียงคนคุยซุบซิบมาจากข้างล่าง เธียรขวัญทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง แล้วนอนแผ่ จะหัวเราะหรือจะร้องไห้ดีล่ะเนี่ย

โอ...ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่างานแต่งของนางสาวเธียรขวัญ พฤกษ์ภิรมย์ เข้าหอคืนแรกเจ้าบ่าวจะปีนหน้าต่างหนีแบบนี้ อีตาบ้านั่นทำแสบชะมัด!

 

นอกหน้าต่าง ไหลเก็บบันไดพลางคุย

พี่นี่สุดยอดเลย ได้เจ้าสาวเป็นถึงนางเอกดังสวยหยาดฟ้ามาดินซะปานนั้น พี่กลับปีนหน้าต่างหนีออกมาเงี้ยะ

หุบปากไปเลยน่า อยากปีนขึ้นไปเป็นเจ้าบ่าวแทนฉันรึไง?

โหย...ไม่เอาหรอกพี่ ไหลทำหน้าสยอง ออกเดินนำไปทางหนึ่ง ผมดูคลิปที่คุณเธอตบกับยัยดาราคนนั้นแล้ว เห็นแล้วขนลุก แม่ใส่ไม่ยั้งเลย

ไปเอามาจากไหนวะ?

ก็ยัยแจ๊นแจ๋นน่ะสิ เอามาจากเพื่อนอีกที โหลดใส่มือถือมา พี่ก็ระวังไว้เถอะ เธอฟ้อนเล็บเก่งอย่างกับอะไร เผลอไปพูดอะไรไม่เข้าหูเข้า แม่จะฟาดบ้องหูเข้าให้

ก็ลองมาฟาดดูสิ พ่อได้ฟาดหน้าแข้งกลับปะไร เขากล่าวขึงขัง สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกน้องยิ่งนัก แต่ถ้าไหลจะหันกลับมาสักนิด จะได้เห็นลูกพี่ยกมือขึ้นกุมหูข้างหนึ่ง ทำท่าหวาดๆ พิกล





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,960 ความคิดเห็น

  1. #3242 PAT'ER (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2554 / 23:40

    555 น่ารักดี

    #3,242
    0
  2. #3105 Yizu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2554 / 04:33
    555+ น่ารักดีค่ะ ไม่ทันไรคุณสามีก็เริ่มออกแววกลัวภรรยาแล้ว น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #3,105
    0
  3. #2946 omelet-omelet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2554 / 14:34
    ปากดีนะคะพี่ริต อิอิ
    #2,946
    0
  4. #2323 แม่มดน้อย...อาลาล่า... (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 17:33
    พระเอกเราทำอย่างงี้ได้ยังไงเนี่ยยยยยยยย
    #2,323
    0
  5. #2278 HIZANA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 14:19
    555

    แสบมากอ่ะ 
    #2,278
    0
  6. #2170 aoistar (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 01:51

    แสบมากหนีให้เจ้าสาวนอนคนเดียว เหอะๆ

    #2,170
    0
  7. #1492 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2554 / 22:39
    หนีไปซะงั้นพระเอกช้าน
    #1,492
    0
  8. #1132 กระปุกออม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:03
    จร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,132
    0
  9. #1114 hakuron (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:38
    เฮ้อ...คืนเข้าหอ พี่ริตก็กระไร ปล่อยเจ้าสาวเฝ้าหอคนเดียวซะได้...ผิดปกติหรือเปล่า

    แต่ก็นะ ศรศิลป์ไม่กินกันก็แบบนี้ละ
    #1,114
    0
  10. #836 เด็กดีนิสัยดื้อ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 19:22
    ฮาๆๆๆๆ 555555 ตาหลกเจ้าบ่าว

    พิลึกคนจริงๆ

    เรื่องอื่นเจ้าบ่าวกระโดดใส่เจ้าสาว

    จะลากขึ้นเตียงตลอด

    เรื่องนี้เจ้าบ่าวปีนหน้าต่างหนี 55555555555
    #836
    0
  11. #722 ladyberbatov (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 19:11
     5555+++

    ตาหลกเจ้าบ่าวที่ซู๊ดดดด

    เจ้าบ่าวกลัวฝน...แปลกมากกกก
    #722
    0
  12. #667 วรรณนากา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2554 / 17:29
    พิลึกคน
    #667
    0
  13. #638 ชิมดุงกิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 23:37
     สนุกมากเลยคะ่
    แต่งงานกันแล้ว


    พี่ริตเริ่มหลงสเนหา เทียนบ้างแล้วล่ะ

    #638
    0
  14. #623 keepwalkinggirl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2554 / 12:31
    P' Ritt the best!! สนุกมากมาย รอตอนต่อไปนะค่ะ
    #623
    0
  15. #581 คนในมุมมืด (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 18:19
    พี่ริตทำงี้กะหนูเทียนได้ไง

    #581
    0
  16. #560 ดุกร้า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 21:19
    โถๆๆๆๆๆ รีบจับหูเลยนะพ่อคุณ อัพต่อไวไวนะจะ ไรเตอร์จ้า แต่แหมเหมือนอยากรู้เรื่องชาวบ้านไงไม่รุ ฮิฮิ สู่ สู่
    #560
    0
  17. #559 นู๋ผึ้ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 21:07
    น่ารัก ^^

    บรรยากาศการแต่งงาน เหมือนที่บ้านเลย(สุราษฎร์ธานี)

    #559
    0
  18. #558 jaky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 21:03
    โอ๊ย ไรเตอร์ ทำไมให้เจ้าบ่าวของเราปีนหน้าต่างหนี้เจ้าสาวซะล่ะ หือ ปอดจังเลยพระเอกเราเนี่ย
    #558
    0
  19. #557 ม่านเมฆา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 20:51

    พระเอกแสบมากๆค่ะ

    #557
    0
  20. #556 เวชเสียสติ28 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 20:44
    เหอๆๆๆๆ อ่านแล้วยิ้มมมมมม ร่า เลยค่ะไรเตอร์ น่ารักจัง เห็นภาพจริงๆ น่ารักๆๆๆๆๆ หาอ่านนิยายแบบนี้ มานานแล้วค่ะ น่ารักดี ชอบๆๆๆๆๆ สู้ๆนะคะ น่ารักดีค่ะ
    #556
    0
  21. #555 ทำไมเค้าไม่แคร์* (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 19:33
    ฟาดหน้าแข้งกลับ 555555
    #555
    0
  22. #554 tea-w (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 19:19

    อ้าวหนี้ไปแล้วนอนไหนละ

    #554
    0
  23. #553 น้องสี่น้ำตาล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 17:55

    อิอิ  ขำพี่ริตอ่ะ  

    #553
    0
  24. #552 Thevanin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 17:52
    ว้า แอบคิดว่าพี่ริตจะได้เลือดตกยางออกนิดๆหน่อยๆซธอีก (ฮา)
    #552
    0